Group Blog
 
All blogs
 

เผยจุฬาฯอันดับ 1 ร้านเหล้ารอบรวมถึง 407 แห่ง

รองลงมาคือ รามคำแหง-เกษตรศาสตร์ ขณะที่หอพักด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม หัวใสดัดแปลงชั้นล่างหอพักเป็นผับให้นักศึกษา เที่ยว แฉ "เหล้าปั่น" เครื่องดื่มสุดฮิตวัยโจ๋..

(1 กรกฎาคม) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีการแถลงข่าวมาตรการควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่น และร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา โดยนางภัทรภร พลพนาธรรม กรรมการบริหารโครงการปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจการกระจายตัวของจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดย สุ่มสำรวจรอบมหาวิทยาลัย 15 แห่งใน กทม.และปริมณฑล พบว่า มีร้านค้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรอบมหาวิทยาลัยในรัศมี 500 เมตร ของมหาวิทยาลัยทั้ง 15 แห่ง จำนวน 1,712 ร้าน

นางภัทรภร กล่าวต่อว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจำนวนร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรอบในรัศมี 500 เมตร มากที่สุด 407 ร้าน อันดับ 2 คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 164 ร้าน อันดับ 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 129 ร้าน ทั้งนี้ ร้อยละ 93 ของมหาวิทยาลัยที่ทำการสำรวจจะมีร้านขายเหล้าปั่น และร้อยละ 87 จะมีร้านเหล้าปั่นอยู่ในรัศมี 200 เมตรจากมหาวิทยาลัย ซึ่งพบว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีร้านเหล้าปั่นมากที่สุด 16 ร้าน และพบว่า 2 ใน 3 ของสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาใน กทม. หรือจำนวน 118 แห่ง มีร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ใกล้ไม่เกิน 100 เมตร และยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกคือ หอพักโดยรอบของมหาวิทยาลัยทั้ง 15 แห่ง มีหอพักถึง 668 แห่ง ที่จะมีร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในรัศมี 100 เมตร และร้อยละ 90 ของหอพัก จะมีร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ด้านล่างหอพัก โดยพบที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมมากที่สุด คือ 46 แห่ง

นอกจากนี้ นางภัทรภร ยังเผยด้วยว่า ที่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มีหอพักที่ชั้นบนใช้ เป็นที่พักของนักศึกษา แต่ด้านล่างกลับมีการเปิดเป็นผับให้นักศึกษาเที่ยวด้วย

ด้าน น.ส.มาลีวรรณ ศุขวัฒน์ นิสิตปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการศึกษา "รูปแบบการสื่อสารและปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเหล้าของวัยรุ่น" พบว่า ปัจจัยที่ทำให้ดื่มเหล้าปั่นคือ

1. อยากลอง
2. ราคาต่ำ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาก็รวมกลุ่มกันดื่มได้
3. หาซื้อได้ง่าย
4. บรรยากาศของร้านดี และยังมีการเรียกเหล้าปั่นด้วยว่าเป็นเครื่องดื่มของพวก "หัวเกรียน" คือ พวกนักเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งบางร้านก็เปิดให้นักเรียนมัธยมฯ เข้าร้านโดยไม่ได้ตรวจบัตรประชาชนด้วย

ขณะที่ น.ส.กนิษฐา ไทยกล้า นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการสำรวจร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเขตเทศบาลเมือง ช่วงเดือน กุมภาพพันธ์ 51 - มกราคม 2552 พบว่า ช่วง 1 ปี มีร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 59% จาก 682 ร้าน เป็น 1,083 ร้าน ในจำนวนนี้มีร้านเหล้าปั่นเพิ่มขึ้นจาก 15 ร้าน เป็น 47 ร้าน และสิ่งที่น่าห่วงคือ มีรูปแบบการดื่มเหล้าที่ง่ายขึ้น ทั้งการใส่ถุงเหมือนเป็นน้ำอัดลมหรือโอเลี้ยง และมีสูตรการดื่มที่หลากหลาย เช่น สูตรเหล้าป๊อก คือ นำน้ำหวานผสมเหล้าใส่แก้วเป๊กบีบมะนาวและโรยเกลือ แล้วต้องเคาะแก้วก่อนที่จะดื่ม หรือจะเป็น “เหล้าถัง” ซึ่งกำลังนิยมมากในเชียงใหม่ คือการดื่มเหล้าผสมเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม แล้วนำมาใส่ลงในถังน้ำขนาดเล็ก ซึ่งสามารถดื่มกันได้หลายคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกันที่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา และคณะทำงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นำโดย นายคำรณ ชูเดชา ผอ.มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเรียกร้องให้กำหนดมาตรการทางนโยบายป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่ และทำให้สถานศึกษาปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งรณรงค์การบังคับใช้กฎหมายห้ามขายเหล้าในหอพัก และขายให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดเครื่องแอลกอฮอล์ ผลักดันให้มีการโซนนิ่งโดยรอบสถานศึกษา 500 เมตร เป็นพื้นที่สีขาว

ที่มา ไทยรัฐ




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 16:19:28 น.
Counter : 265 Pageviews.  

ด่วน!! ระวัง ไวรัสไมเคิล แจ็คสัน ระบาดหนัก

ไซ แมนเทค (Symantec Security Response) บริษัทผู้พัฒนาโปรแกรม Antivirus ชั้นนำของโลก เตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้ระวังหนอนไวรัสตัวใหม่ล่าสุด ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างขึ้นมาด้วยการใช้ความสูญเสียจากการเสียชีวิตของราชาเพลงป๊อบ ไมเคิล แจ๊คสัน เป็นตัวดึงดูดความสนใจ

ช่องทางการแพร่ไวรัส

หนอนไวรัสชนิดนี้จะถูกแนบไฟล์มากับอีเมล์ที่มีหัวข้อว่า "Remembering Michael Jackson" โดยในอีเมล์ดังกล่าวจะแนบไฟล์ที่ชื่อ Michael songs and pictures.zip ซึ่งเป็นไฟล์บีบอัดหรือซิปไฟล์ (zip file) ซึ่งพ่วงเอาไฟล์ไวรัสที่ชื่อ "MichaelJacksonsongsandpictures.doc.exe" มาด้วย หากผู้ใช้ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ดังกล่าว คอมพิวเตอร์ก็จะติดไวรัสโดยทันที

ไซแมนเทคได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสดังกล่าวว่า เป็นหนอนไวรัส (Worm) ที่ชื่อ W32.Ackantta.F@mm หนอนไวรัสชนิดนี้ นอกจากจะแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์แล้ว ยังสามารถติดผ่านไฟล์ autorun.inf ได้อีกด้วย โดยเฉพาะกับผู้ใช้แฟลชไดรฟ์หรือทรัมไดรฟ์

การป้องกัน

- หากได้รับอีเมล์ที่มีชื่อว่า "Remembering Michael Jackson" พร้อมไฟล์แนบที่ชื่อ Michael songs and pictures.zip ให้สงสัยไว้ก่อน และไม่ควรเปิดไฟล์แนบดังกล่าว

- หมั่นอัพเดตโปรแกรม Antivirus อยู่เป็นประจำ

- หมั่นอัพเดต Windows เป็นประจำ

ที่มา kapook.com




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2552 12:11:55 น.
Counter : 190 Pageviews.  

ยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิด

เวลาที่ไม่สบายเราก็ต้องทานยาเพื่อจะได้หายป่วยไวๆ แต่บางทีถ้าหากว่าเป็นโรคบางโรคแล้วทานยา แล้วเผลอตามด้วยการดื่มน้ำผลไม้เข้า นั่นอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายซึ่งคงไม่เป็นที่ปรารถนาอยากจะได้มาอย่างแน่นอน

คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ซานฟรานซิสโก ได้เปิดเผยผลการวิจัยซึ่งบ่งว่า น้ำผลไม้ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย ที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยาหมดไป เพราะก่อนที่ยานั้นจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด น้ำผลไม้จะต่อต้านการดูดซึมของยาที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว และโรคภูมิแพ้ต่างๆ รวมไปถึงยาที่ใช้กับผู้ป่วยที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่

ผลการวิจัยที่ได้รับการเปิดเผยก่อนหน้านี้ บ่งบอกถึงอันตรายของน้ำผลไม้ในแง่ที่ส่งผลต่อการรับประทานยาเช่นกัน เพราะฤทธิ์ในการทำลายเอนไซม์ในร่างกาย ที่ทำหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้ยาเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป เมื่อเอนไซม์ชนิดนี้ลดลง ทำให้ตัวยาบางชนิดรวมถึงยาที่ใช้ในการรักษา โรคความดันโลหิตและแอนติฮิสตามีน (Antihistamines) มีฤทธิ์ในการรักษารุนแรงขึ้น เพราะในบางกรณีที่ร่างกายได้รับตัวยามากเกินขนาด จะเป็นผลเสียต่อการรักษาและร่างกายผู้ป่วยทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการทานยาพร้อมน้ำผลไม้ทุกชนิด และเลือกรับประทานกับน้ำเปล่าดีที่สุด

ที่มา อ.ส.ม.ท.




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2552    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 20:04:47 น.
Counter : 222 Pageviews.  

อาหารทำร้ายดวงตา

อาหารที่รับประทานกันอยู่ทุกวัน บางครั้งอาจจะเป็นอันตรายต่อดวงตาก็ได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...

นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮิโรซากิ ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการทดลองกับหนูพบว่า หนูที่กินอาหารที่มีปริมาณสารโซเดียมกลูตาเมทซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับผงชูรส มีความสามารถในการมองเห็นลดลงเนื่องจากชั้นเรตินาในดวงตาถูกทำลาย และกิจกรรมการส่งสัญญาณคลื่นไฟฟ้าในเซลล์ประสาทตาลดลง ซึ่งอาจส่งผลเช่นเดียวกันนี้กับมนุษย์

นอกจากนี้ฮิโรชิ โฮกุโร หัวหน้าคณะวิจัยสังเกตว่า สาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยโรคต้อหินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อาจมาจากการนิยมรับประทานอาหารที่ปรุงรสด้วยสารโมโนโซเดียมกลูตาเมท

ที่มา sanook.com




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2552    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 10:26:21 น.
Counter : 185 Pageviews.  

โรคอ้วนลงพุง โรคอ้วน

อ้วนลงพุง ไม่ใช่แค่ความอ้วนธรรมดา แต่เป็นภาวะอ้วนที่มีไขมันสะสมบริเวณช่วงเอวหรือช่องท้องปริมาณมากๆ และก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายระบบ ในทางการแพทย์เรียกโรคนี้ว่า Metabolic syndrome ถือเป็นกลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย ดังนั้นภาวะอ้วนลงพุงจึงนับว่าเป็นโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย ได้

ไขมันที่พุงอันตรายกว่าไขมันส่วนอื่นของร่างกายอย่างนั้นหรือ?

โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นไขมันตรงส่วนใด หากมีมากเกินไปก็ถือว่าไม่ดีทั้งนั้น แต่ไขมันที่สะสมในช่องท้องหรือบริเวณพุงจะสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ ส่งผลให้ในกระแสเลือดมีกรดไขมันอิสระเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกาย โดยกรดไขมันชนิดนี้จะไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญของกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง และอาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตีบและอุดตันได้

พบว่าในคนอ้วนลงพุงจะมีระดับฮอร์โมน Adiponectin ในกระแสเลือดลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่พบในเซลล์ไขมันเท่านั้น ระดับ Adiponectin ในเลือดที่ต่ำจะสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน และเป็นตัวทำนายการเกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ เชื่อว่าความอ้วนและภาวะดื้อต่ออินซูลิน ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการสะสมไขมันในเนื้อตับ เพราะกรดไขมันอิสระที่ออกมาจากไขมันบริเวณพุงจะเข้าสู่ตับโดยตรงได้มากกว่า ไขมันบริเวณสะโพก ซึ่งกรดไขมันที่สะสมภายในตับหากเกิดในช่วงที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระมากจนเกิน ที่สารต้านอนุมูลอิสระสามารถรับมือไหว จะส่งผลให้เกิดการอักเสบของตับตามมาอีกด้วย ดังนั้นคนที่อ้วนลงพุงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคตับมากกว่าคนที่มีไขมันสะสมที่สะโพก

คุณ! พุงโตเกินไปหรือไม่?
รอบเอวเป็นตัวบ่งชี้ภาวะอ้วนที่ง่ายและชัดเจนโดยไม่ต้องใช้การคำนวณ สำหรับคนเอเชียในปัจจุบันการวินิจฉัยว่าใครจัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วนลงพุงบ้าง จะใช้เกณฑ์ดังนี้

เส้นรอบเอวของผู้ชายตั้งแต่ 36 นิ้วขึ้นไป และสำหรับผู้หญิงตั้งแต่ 32 นิ้วขึ้นไป
มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล.
มีระดับ HDL คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มก./ดล.ในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 มก./ดล.ในผู้หญิง
ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่
ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่า 100 มก./ดล.

พบ ว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเพียง 3 ข้อจากเกณฑ์ข้างต้น จะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มเป็น 3 เท่า และเกิดโรคเบาหวานเพิ่มถึง 24 เท่า

นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงสำคัญอื่นๆ อีกที่ส่งผลให้เกิด Metabolic syndrome อาทิ ยิ่งอายุมากก็มีโอกาสเป็นสูงขึ้น พบว่าคนผิวดำจะมีโอกาสพบโรคมากกว่า คนอ้วนมีความเสี่ยงมากกว่าคนผอม ผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูง นอกจากนั้นยังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอื่นๆ ได้ง่าย เช่น ความดันโลหิต เป็นต้น

ลดพุง...ลดโรค
การรักษา Metabolic syndrome หรือโรคอ้วนลงพุงนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเป็นอันดับแรก เช่น การลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหารที่รับประทาน บริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดการดื่มสุรา ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตได้ อาจจำเป็นต้องมีการใช้ยาในการควบคุมร่วมด้วย เป้าหมายในการใช้ยาก็เพื่อลดระดับไขมัน Triglyceride เพิ่มระดับไขมัน HDL(ทำหน้าที่เก็บกวาดคอเลสเตอรอลจากหลอดเลือดไปขจัดที่ตับ นับว่าเป็นไขมันชนิดดี) และลดระดับไขมัน LDL(ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลออกจากตับไปสะสมตามผนังหลอดเลือด ถือว่าเป็นไขมันชนิดไม่ดี) ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคเบาหวาน

พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งพุงโตมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะสมโรคมากขึ้นนั่นเอง รู้อย่างนี้แล้ว หันมาออกกำลังกายวันละนิด ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมทีละน้อย ทำบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวแล้ว ยังเป็นเหมือนเกราะป้องกันโรคภัยต่างๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย...

ข้อมูลโดย ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี
//www.vejthani.com




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2552    
Last Update : 24 มิถุนายน 2552 10:39:00 น.
Counter : 261 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

icy_cute
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







CO.CC:Free Domain
Friends' blogs
[Add icy_cute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.