วัดพระแก้ว The Temple of Emerald Buddha, Bangkok



ภาพเซ็ทนี้ ผมถ่ายไว้ตั้งแต่ก่อนเอากล้องไปซ่อม
ชนิดว่า process รูปค้างไว้แล้วลืมไปเลย
ทั้งที่ก็โพส ไว้ในมัลติพลายเสร็จสรรพ

พอดีสองสามวันก่อน เดิน ๆ อยู่แถว ๆ ถนนราชดำเนิน แล้วเห็นเขาติดธงชาติลาว เนื่องในโอกาสที่ ประธานประเทศลาวจะเดินทางมาเยือนไทย อย่างเป็นทางการ เลยนึกขึ้นมาได้ว่าตั้งใจจะโพสรูปวัดพระแก้วมาตั้งเป็นเดือน ๆ แล้ว



มีคนที่ถ่ายภาพ มานานแล้ว เขาวิจารณ์ว่าภาพเซ็ทนี้ สีเข้มแปลก ๆ
แต่ ผมกลับมองว่า สวยแฮะ

คือจริง ๆ แล้วเป็นคนโลว์เทคมาก กำลังหัดทำความเข้าใจ ฟังค์ชั่นต่างๆ ในกล้อง
เมื่อตอนซื้อกล้องมาใหม่ ๆ ก็ปรับกล้องไม่เป็นหรอก

รู้แต่ว่าตอนนั้น ถ่ายภาพ แล้วสีไม่โดนใจเลยปรับไปปรับมา ได้สีทำนองอย่างงี้แล้ว ชอบ

ก็เลยตั้งโทนสีไว้แบบนี้ตลอด

จนบัดนี้ ก็ลืมแล้วว่าตั้งอะไรไว้บ้าง อารมณ์ว่า พอเอาไปซ่อม แล้วเขา reset กล้องใหม่ กว่าจะปรับกล้องให้ได้สีแบบที่ตัวเองชอบ ก็ใช้เวลานานอยู่



ผมถูกใจสีโทนอย่างนี้นะ
เข้มก็เข้มจัด
แดงก็แดงจัด
ฟ้าก้ฟ้าจัด

ดู แล้วมันมีความสุข บอกไม่ถูก



ย้อนพูดถึงประเด็นที่ว่า เห็นธงชาติลาว แล้วทำไมนึกถึง พระแก้วมรกต ขึ้นมาได้

คือ หลัง ๆ มาผมไปอ่านเจอ ในหนังสือประวัติศาสตร์ และหนังสือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทยลาว จากหลายสำนัก

ต่างคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ประเด็นเรื่องพระแก้วมรกต ถือว่า เป็นประเด็นทีที่อ่อนไหวมากในความสัมพันธ์ไทยลาว




อาจเป็นเรื่องที่คนที่มีสัญชาติไทย ต้องสังวร ไว้บ้างว่า ประชาชนลาว ใน สปป.ลาว ได้รับการปลูกฝังอบรม มาด้วยประวัติศาสตร์ คนละฉบับ กับที่เราเรียน ๆ มา

เพราะฉะนั้น เรื่องเล่าในหลาย ๆ ประเด็น อาจแตกต่างจาก เรื่องเล่าที่เราได้ ๆ ยินได้ฟัง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระแก้วมรกตเอง หรือ ประเด็นท้าวสุรนารี ตลอดจนเจ้าอนุวงศ์ ฯลฯ
ถ้าเราศึกษา แนวคิดของคนลาว ทั้งเอกสาร วารสารทางวิชาการอิเล็กทรอนิกที่ได้ตีพิมพ์ ในต่างประเทศ เราก็จะพบประเด็นเช่นนี้อยู่

ประวัติศาสตร์ในเนื้อเรื่องที่แตกต่างกัน ที่ทั้งคนไทย และลาว ได้รับการปลูกฝัง ต่างก็ทำหน้าที่ เอื้ออำนวย การสร้างความรู้สึก ในความเป็นชาติ ในแบบที่อาจจะมองคนละมุม ในบางเรื่อง ซึ่งนำไปสู่ เหตุผลของรัฐของทั้งสองรัฐ จนหลาย ๆ ครั้งอาจขัดแย้งกัน ด้วยต่างคนต่างก็อ้างว่าตัวมี "เหตุผล(ของรัฐ)"

แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า เราจะอยู่ร่วมกันโดยปราศจากคความเข้าใจกันไม่ได้

ขอแต่เพียง เรายอมรับฟัง เหตุผลของคนอื่นบ้าง ไม่ถือว่า เหตุผลของตัวเป็นเหตุผลที่ถูกอยู่ฝ่ายเดียวนั่นย่อมนำมาซึ่ง ขันติธรรม ในการอยู่ร่วมกัน


ประเด็นที่กล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่ผู้นำรัฐบาลของทั้งสองชาติ ต้องระมัดระวังและศึกษาให้ดี

เพราะถ้า ย้อนกลับไปดู เคยมีนายกรัฐมนตรี ไทยคนหนึ่งพลาด เรื่องเล็ก ๆ น้อย อย่างเรื่องพระแก้วมรกตจนทำให้เกิดความรู้สึกบาดหมางกันมาแล้ว


บางครั้งเรายึดมั่นถือมั่นกันมากเกินไป จนลืมนึกว่า พระพุทธรูป ก็คือปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเตือนใจให้เรานึกคิดถึง หลักพุทธธรรม ความเมตากรุณา ความเอื้ออาทร ต ต่อเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน








มุมนี้เริ่ม ออกมาทางจีน ๆ แล้วนะครับ


เป็นเรื่องบังเอิญ ที่นกสองตัวมาบอกรักกันในวัดพระแก้ว






พระพุทธรูปองค์นี้ออกแนวมหายาน แบบสถูปโบรบูดูร์ใน อินโดนีเซียนะครับ









นักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาชื่นชมกับความงดงามของวัดพระแก้วในวันที่แดดร้อนจัดวันหนึ่งของเดือนเมษายน






ตอนนี้ชักได้กลิ่นอายตะวันตกหน่อย ๆ แล้ว






ดอกลั่นทม หรือ ดอกจำปาในภาษาลาว


ตัวตึกเป็นทรงฝรั่งตะวันตก
แต่หลังคาทรงไทย

ผสมผสาสกันได้กลมกลืนงดงามนัก



Create Date : 19 พฤษภาคม 2552
Last Update : 15 มิถุนายน 2552 12:20:55 น.
Counter : 3774 Pageviews.

2 comment
เที่ยวเมืองโบราณ สมุทรปราการ Ancient City, Samut Prakarn


ผมเคยได้ยินชื่อนี้มานานเอาการ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวเสียที

พอดีสองสามวันก่อน มีไกด์กิตติมศักดิ์ คือ น้องเลิฟ ขวัญใจพี่เตี้ย อาสาพาเที่ยว และถ่ายรูป
ผมก็เลยได้มาเยือนเมืองโบราณเป็นครั้งแรกในชีวิต

ขึ้นชื่อว่าเมืองโบราณ มันก็บอกอยู่แล้วว่าน่าจะเป็นเมืองที่ไม่เกี่ยวกับสมัยปัจจุบัน

คือจากการคาดเดาแล้วน่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวม โบราณสถาน ทั่วประเทศไทย แล้วมาจำลองไว้ในที่ ๆ เดียวอะไรอย่างนั้น



ราคาตั๋วสองร้อยบาทถ้วน บวกกับจักรยานให้ปั่นครับ
ภาพนี้น้องเลิฟ ไกด์กิตติมศักดิ์จูงจักรพยานออกมาพาผมปั่นชิดขวา เกือบตลอดทาง

ชนิดว่าตอนแรก ผมเข้าใจผิดคิดว่ากฏจราจรของเมืองโบราณนี้เขาให้ขับชิดขวาเสียอีก



รูปนี้เข้าใจว่าคุณไกด์กำลังเล็งต้นไม้ใบหญ้าอยู่
แอบถ่ายทีเผลอมาได้



ขอถ่ายดี ๆ ก็เป็นเหมือนกันนะ



เรือนไทยริมน้ำ
ไม่ไกลจากร้านอาหาร ที่ต้องแลกคูปอง เป้นเหรียญเฟื่องแบบโบราณ เก๋ไปอีกแบบ





ไกด์ก็พกกล้องมาเหมือนกัน

งานนี้ทั้งผมและคุณไกด์ต่างคนต่างก็พกกล้อง
หามุมถ่ายของใครของมัน

ไม่อยากจะบอกนะว่าคุรไกด์เธอ มี "ทัศนศิลป์" คือมุมมองทางศิลปะ ที่น่าสนใจมาก

ถ้าเห็นภาพ ถ่ายที่เธอถ่ายแต่ละภาพ ก็จะประทับใจไปเลย

มิน่าล่ะ พี่เตี้ยถึงได้หลงนักหลงหนา



นางในวรรณคดีนางใดหนอ
ทำไมใส่สายเดี่ยวสีม่วง



พักกินก๋วยเตี๋ยว



ทางขึ้นเขาพระวิหาร





ขึ้นมาถึงยอดแล้วนะครับ



ที่เขาพระวิหารจริง มองลงไปเบื้องล่าง เราจะเห็น "จังหวัด เปร๊ยะ วิเฮียร" (พระวิหาร) แต่ที่เมืองโบราณนี่เราเห็นนิคมอุตสาหกรรมบางปู รึเปล่านะ ถ้าเดาไม่ผิด





ตลอดระยะเวลากว่าสี่ชั่วโมงที่ปั่นจักรยาน ไปรอบ ๆ เมืองโบราร

ดู ๆ แล้วให้อารมณ์ความรู้สึก "โหยหาอดีต" (nostalgia) ของวาทกรรมประวัตศาสตร์ชาติไทย อย่างไรอย่างนั้น


ไอ้ความโหยหาอดีตที่ว่า คือความรู้สึก เวลาที่เราย้อนนึกถึงความสุขในอดีต ความสุขนั้นจะยิ่งเพิ่มดีกรี ความปีติ เข้าไปอีก

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นกันชัด ๆ ในวงการบันเทิง เราก็พอจเห็นอยู่บ้าง เช่น เมื่อปี 2546 เรามีหนังเรื่อง "แฟนฉัน"

หนังเรื่องนี้ คล้าย ๆ กับว่าจุดขายของมันคือการนำ เรื่องความสุขในอดีต ที่เป็นความทรงจำสีจาง ๆ มาเพิ่มเติมให้มันเข้ม อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งเพลงเก่า ๆ บรรยากาศเก่า ๆ ขนมเก่า ๆ บ้านเรือนความรักคนรักเก่ายิ่งคิดถึงก็ยิ่งมีความสุข

อารมณ์แบบนี้ก็คงไม่ต่างจากกวีนิพนธ์ เรื่องแม่น้ำรำลึกที่ได้รางวัลซีไรต์เมื่อปี 2547 อีกนั่น

แหละ เพียงแต่ที่เมืองโบราณนี้ มันเป็นภาพความทรงจำ ของ จินตนการร่วม (collective imagination) ของความเป็นชาติไทย และการสถาปานา ความรู้ และความจริง จากมุมมองของของราชสำนักรัตนโกสินทร์














ทางลงเขาพระวิหารที่ย้อนมองลงมา


ปิดท้ายที่ภาพจำลองของวัดในเมืองเก่าสุโขทัย

ที่ในตำราประวัติศาสตร์ที่เราๆ ท่องจำกันมาตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าเป็นราชธานีแห่งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย หลังจากอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต (จากตำรารุ่นผม)

ประวัติศาสตร์ทั้งหมดถูกเรียบเรียงมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนไม่สะดุดให้เราศึกษาได้อย่างที่เราทราบ ๆ กันดีนั่นแหละครับ





Create Date : 15 พฤษภาคม 2552
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 12:57:08 น.
Counter : 1341 Pageviews.

0 comment
กว่าจะถึงสวนโมกข์ อำเภอไชยา เมืองสุราษฏร์ Finally, We Manage to Arrive at Suan Mokkh, Surathani



นั่งเรือเรือข้ามฟากจากสมุยมาที่สุราษฏร์ เพื่อจะเดินทางไปยังวัดสวนโมกข์

ผมเคยได้ยินชื่อท่านพุทธทาสภิกขุมานานตั้งแต่ ตอนอายุสิบ ถึงสิบเอ็ดขวบ

ตอนนั้นไม่สนใจธรรมะ หรอก แต่ว่าเผอิญช่วงปี ถึงสองปี คือ พ.ศ. 2535-2536 นั้นมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ถึงสองรูป มรณภาพ ในปีติด ๆกัน คือหลวงปู่ชา ที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี

กับท่านพุทธทาสภิกขุ นั่นก็เป็นที่มาว่าทำไมถึงได้ยินชื่อท่าน

------------------

สิบปีต่อมา ก็ได้ยินชื่อท่านพุทธทาสภิกขุอีก
คือคราวนี้ ไปฝึกงานที่ศูนย์วิจัยการวิจารณ์
โดน แนะนำ แกมบังคับ ให้อ่าน "หนังสือร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน"

แล้วสองในร้อยเล่มที่เผอิญเปิดไปเจอนั้น เป็นของท่านพุทธทาส คือ "ตัวกุของกุ" กับ "คู่มือมนุษย์"

พอหยิบมาอ่านปุ๊บ ก็ยอมรับอย่างหน้าซื่อ ๆ แหละครับว่า "ผมอ่านไม่รู้เรื่องครับ"

สาเหตุอาจจะเป็น เพราะคลังคำที่ใช้ในนั้นเป็นภาษาทางธรรมประการหนึ่ง คนที่อ่านหนังสือน้อยอย่างผม อ่านให้ตายยังไงก็ไม่เข้าใจ เหมือนที่ท่านพุทธทาสแจกแจง เอาไว้ในเรื่อง "ภาษาคนภาษาธรรม" คือ สิ่งที่สื่อสารในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ของผู้ส่งสาร กับผู้รับสารเป็นคนละเรื่องกัน

อันนี้ อย่ว่าแต่เรื่องธรรมะ เลย
บางครั้งเวลาไปปรึกษาเรื่องการเงินกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือไม่ก็ปรึกษาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องโฟโต้ช้อปให้สอนแต่งรูปหน่อย เวลาเขาพูดอะไรมาผมยังเหวอ ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะคลังคำ ในด้านการเงิน และ การแต่งรูปผมน้อย เลยไม่เข้าใจ

อีกประการหนึ่ง เป็นเพราะหนังสือนั้นเขียนด้วยวิธีถอดเทป การเขียนเลยวกไปวนมา จับประเด็นยาก

แต่ถึงกระนั้น ลองถ้างานเขียน มันได้รับการยอมรับขนาดนี้ ผมจะไม่โทษคนเขียน แต่จะหาสาเหตุจากตัวเองเอาไว้ก่อน ว่าทำไมถึงอ่านไม่รู้เรื่อง

ตอนนี้ ผมก็อ่านงานเขียนของนักเขียน หลังโครงสร้างนิยมฝรั่งเสศหลาย ๆคนไม่รู้เรื่อง เหตุผลก็คล้ายกันกับที่อ่านท่านพุทธทาสไม่รุ้เรื่อง คือ คลังคำของผมไม่พอ ในสาขานั้น และ มันเขียนมาจากการถอดเทป ที่ไม่ได้รวบรัดจัดประเด็น แบบ ฟอร์มัล อเมริกันไรติ้ง ที่ต้องมี คำนำ เนื้อเรื่อง แล้วสรุป ที่คนที่ อ้างว่า "มีการศึกษา" ในระบบมาตรฐานชิน ๆ กัน

งานทำนองแบบนี้ไม่ใช่อเมริกันฟาสฟู้ด ที่โยนลงประกอบอาหารแล้วกินได้เลย แต่เป็น งานที่ผู้อ่าน ต้องอยู่ทำความเข้าใจกับมัน เหมือนการเคี่ยวน้ำซุปที่ไม่ได้ใช้เวลาแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงต้ม แล้วจะอร่อยได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

บางทีคนที่เวลาอ่านอะไรไม่รู้เรื่องแล้วโทษคนอื่น เนี่ย ก็ต้องอย่างมองข้ามตัวเองด้วยเหมือนกัน ว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากตัวเองรึเปล่า

------------

ห้าหกปีต่อมา ได้อ่านงาน ของ ว.วชิรเมธี และ ก็งาน นิกายเซ้น ชิ้นอื่น พอย้อนกลับไปอ่านงานท่านพุทธทาส ก็จะรู้ว่า ในบรรดาธรรมะ ที่เราอ่านๆ แล้วตกผลึกออกมาเป็นงานของคนเขียน ในภาษาที่ "ถูกจริต" กับเรา นี้มันมี สัมพันธบท ของมันอยู่

---------------
ระหว่างทางที่เดินทางออกจากสมุยผมมากินอาหารกลางวันที่ร้าน ชื่อว่า "เคียงเล"

ถ้าให้เดา ๆ คำว่า ชื่อร้านก็คงหมายความว่า ติดทะเล หรือใกล้ทะเลนั่นแหละ

เคียงแปลว่าใกล้
เล ก็คือ ทะเล มิใช่ lay ที่เป็นมันฝรั่งทอดกรอบแต่ประการใด






บรรยากาศริมร้านติดทะเลจริง ๆ

แล้วมีคลองเข้ามาแผ่นดินใหญ่ด้วย

เห็นภาพแล้วชวนให้นึกถึงบ้านริมคลองในอดีต






ที่ร้านแห่งนี้มีอาหารแปลก ๆ ที่ผมไม่เคยกิน
อย่างแมงดาทะเล

หรือ กั้ง แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา

เกิดมาไม่เคยกิน



ตอนนี้ถึงสวนโมกข์แล้วครับ

ผมพบเด็ก ๆ เยาวชนหลายคนเข้าวัดด้วย
นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปูพื้นฐานด้านธรรมะ





ที่วัดมีไก่หลายตัว ดูไม่ค่อยกลัวคนยืนแอ๊คชั่นให้ถ่ายรูปหน้าตาเฉย เลย





อยู่ไม่นานนักก็ต้องรีบกลับ เพราะฝนตก

ทริปนี้แม้จะสั้น แต่อย่างน้อย
ผมก็ได้มาเหยียบสวนโมกข์จริง ๆ สักที หลังจากได้ยินชื่อมากว่าสิบห้าสิบหกปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่า ลักษณะวัด หรือกลิ่นอายเป็นอย่างไร



Create Date : 03 พฤษภาคม 2552
Last Update : 16 กรกฎาคม 2552 19:56:14 น.
Counter : 865 Pageviews.

4 comment
ทะเลสมุย Koh Samui Seaside



เขาว่ากันว่า เกาะสมุยเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นลำดับสามในประเทศไทย คือถ้านั่งรถรอบเกาะไปเรื่อย ๆ จะกินระยะทางประมาณห้าสิบกิโลเมตรได้










สถานที่ท่องเที่ยว โดยมากแล้วก็เป็นเกาะแก่ง รอบ ๆ เกาะสมุย
อย่างในภาพนี้ก็กำลังจะไปหมู่เกาะอ่างทอง ตรงนี้ น้ำทะเลใสมาก
เห็นปะการัง และปลาการ์ตูนขึ้นมาว่ายเล่นเต็มไปหมด



หาดละไมในสมุย ทรายสีขาวสะอาดงามตา



ทิวทัศน์ ชายหาดบริเวณหินตาหินยาย
เขาว่ากันว่าใครมาสมุยแล้วไม่ได้มาชมหินตาหินยาย ถือว่ายังมาไม่ถึงสมุย



ลูกฝรั่งเล่นน้ำ
พอดีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพ และพัทยา

นักท่องเที่ยวที่จะไปพัทยาเลยเทมาสมุยกันหมด




เกาะวัวตาหลับต้องนั่งเรือออกมาจากสมุยประมาณสี่สิบนาทีเกือบชั่วโมงเห็นจะได้

ภาพวิวที่เห็นนี่ต้องปีนเขาขึ้นไปถ่าย จุดชมวิวถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีอยู่สองระยะ
คือหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร และห้าร้อยเมตร

วิธีปีน ก็ไม่ใช่มีทางเดินให้ขึ้นแบบสบาย ๆ แต่ต้องไต่เชือกขึ้นไป

ปีนแล้วได้บริหาร"หัวใจ" ดีชะมัด



ขอบฟ้าเอียง

เพราะแกนโลก และสายตาคนถ่ายเอียง
เห็นเอียง ๆ แบบนี้แล้วนึกถึงคำพูดบิลเกตส์ที่ว่า "The world is unfair. Learn to get used to it!" ไม่ได้

"โลกเรามันไม่ยุติธรรม ฉะนั้นจึงต้องเรียนรุ้ที่จะทำความคุ้นเคยกับมัน"


โลกเราก็เป็นแบบนี้คนที่เข้าใจวิถีโลกเช่นนี้ และปรับเอามาเข้ากับยุทธวิธีการดำรงชีวิตของตัวเองได้ ย่อมจะมีโอกาสประสบความสำเร็จกว่าใครเพื่อน








นี่คือภาพทะเลใน (The Lagoon) เกาะแม่เกาะ

คือ เป็นเกาะกลางทะเล แล้วมีแอ่งน้ำอยู่ข้างใน

ทะเลในนี้ไม่มีทางเข้าให้น้ำในมหาสมุทร
ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่า น้ำมันซึมเข้าไปจากใต้ดิน

ไอ้คนท่องเที่ยว ๆ อย่างเรา ๆ กว่าจะเห็นทะเลสีเขียวมรกตในปล่องข้างในได้ ก็ต้องปีนเขาขึ้นไปซะกอ่น

แต่เหนื่อยน้อยหน่อย เพราะตรงนี้ไม่ต้องไต่เชือก เหมือนเกาะวัวตาหลับ

















Create Date : 24 เมษายน 2552
Last Update : 24 เมษายน 2552 7:44:26 น.
Counter : 967 Pageviews.

8 comment
จากหาดใหญ่ถึงสุไหงโกลก





ภาพบรรยากาศในสี่แยกแถว ๆ ห้างโอเดี่ยนใน หาดใหญ่




กับวันสบาย ๆ วันหนึ่ง




ตรงนี้ถ้าจำไม่ผิด เมื่อสองสามปีก่อนเคยเกิดเหตุระเบิดขึ้น



ณ ร้านขายบักกุ๊ดเต๊ ข้าวมันไก่ บะหมี่
ตรงบริเวณสี่แยกพอดิบพอดี




อนาคตของชาติที่กำลังเติบโตพร้อม ๆ กับความหวังแห่งสันติภาพ





ห่างมาอีกกว่าร้อยกิโลเมตร จากหาดใหญ่

ไปยังอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ใต้สุดของสยามประเทศ



ภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ จากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส
ผ้าพันคอสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์



ทหารหาญยืนรักษาความสงบ ให้กับ
ชาวบ้านชาวสุไหงโกลก ให้ใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจ



ขอบคุณพี่ ๆ ทหารนะครับ

//i579.photobucket.com/albums/ss239/kaweevitra/photo-6-1.jpg



Create Date : 23 เมษายน 2552
Last Update : 24 เมษายน 2552 7:27:15 น.
Counter : 589 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  

Valentine's Month



เชษฐภัทร
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



New Comments
All Blog
MY VIP Friend