Tottenham Hot Spurs vs. Manchester City: Premier League Preview
สิบเอ็ดตัวจริงของทั้งสองทีม ที่เดาว่าน่าจะได้ลง

สเปอร์ส น่าจะเล่นในระบบ 4-4-2

ผู้รักษาประตู คือ เอลเรลโญ่ โกเมส ชาวบราซิล น่าจะได้ลงเฝ้าเสา

กองหลังสี่ คนก็จะมี

แบ็คขวาที่เป็นอดีตเด็กเก่าแมนเชสเตอร์ซิตี้ อย่างเวดราน ชอร์ลูก้า
เซ็นเตอร์คู่มีสองตัวทีมชาติอังกฤษอย่าง เล็ดลี่ย์ คิง และ ไมเคิ่ล ดอสั้น
แบ็คซ้าย คือ เบอนัว อัสซู เอ็นก็อตโต้

แผงมิดฟิลด์สี่คน
ริมเส้นฝั่งขวา จะเป็น อารอน เลนนอน ปีกตัวจิ๊ดทีมชาติอังกฤษ
ฝังซ้าย เป็นมิดฟิลด์จอม เท็คนิค ชาว โครเอเชีย อย่าง นิโก ครันชา
คู่กลางเป็น ทอม ฮัดเดลสิตัน กับ วิลสัน ปาลาซิออส

คู่กองหน้า เป็นร็อบบี้ คีน กับ ปีเตอร์ เคร้าช

---------------

ส่วน แมนเชศเตอร์ซิตี้
แม้ว่าจะเพิ่งมีข่าว ได้ตัว บาโลเตลลี่ มาจากอินเตอร์ แต่ยังจะไม่ส่งลงในเกมนี้

จากการอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซัน ผมเดาว่า โรแบร์โต้มันชินี่ อาจจะเล่นระบบ 4-3-3

ไล่ตั้งแต่ ผู้รักษาประตู โจ ฮาร์ท ที่กำลังมั่นใจจะได้ลงเฝ้าเสา แทนเชย์ กิฟเวน

กองหลังสี่คน
แบ็คขวา จะเป็นไมก้าห์ ริชาร์ดส
แบ็คซ้าย นี่ผมไม่แน่ใจว่า เขาจะใช้ เยอโรม บัวเต็งรึเปล่า
ส่วน เซ้นเตอร์ เป็นโคโล ตู่เร่แน่ ยืนคู่กับ โคลารอฟ

กองกลางสามคน ก็มี ยาย่า ตูเร่ที่เิพิ่งย้ายมาจากบาร์ซ่า
ไนเจล เดอยอง จอมถีบจากนัดชิงบอลโลก แล้วก็ แกเร็ธ แบร์รี่

กองหน้าสามคน มี อดัม จอห์นสัน คาร์ลอส เทเวซ และ ก็ เอ็มมานูเอ็ล อาเดบ้ายอร์

ซึ่งน่าจะไร้เงา ของเคร็ก เบลลามี่


สถิติในอดีตที่ผ่านมา สเปอร์เหนือกว่าแมนเชสเตอร์ซิตี้ เห็น ๆ
แม็ตชันี้จึงจะเป็นโอกาส ให้แมนเชสเตอร์ซิีตี้ได้พิสูจน์ หลังจากมีเงินทุนมหาศาลเข้ามาสนับสนุนในการซื้อนักเตะ ว่าจะสามารถเอาชนะสเปอร์ได้หรือไม่

สเปอร์เองก็เป็นเจ้าบ้าน อีกทั้งแท็กติกของ แฮร์รี่ เร้ดแนป จัดได้ว่าขั้นเทพ

ดูแล้วคู่นี้สูสีมาก สามารถ ออกเสมอ แพ้ ชนะ ได้ตลอด น่าจะบดกันอย่างสนุกจนท้ายเกม



Create Date : 14 สิงหาคม 2553
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 7:41:10 น.
Counter : 251 Pageviews.

4 comment
การจากไปของ Torres กับ Mascherano
การที่ Liverpool ตกอยู่ในภาวะเป็นหนี้
และ ไม่ได้ไป champions league ในฤดูกาลนี้ ทำให้การเงินไม่คล่องตัว

ส่งผลให้ Rafael Banitez ต้องอำลาทีมไปอยู่ Inter Milan

นักเตะหลาย ๆ คนทั้งในยุค Benitez จึงได้โอกาสย้ายออกจากที
ที่เด่น ๆ หลัก ที่ไปกันแล้วก็มี

Benayoun
Riera
Aurelio
Insua

รวม ๆ กันที่ย้ายออกไป ไม่นับพวกนักเตะสำรองอย่าง degen น่าจะมีมูลค่า +- 10 ล้านปอนด์

ถ้าสมมติว่า
Torres กับ Mascherano ออกไปอีกจริง ๆ

ก็น่าจะได้เงินเข้าทีมมาเยอะโข ราย Torres นั้นน่าจะ +- 50 ล้านปอนด์
ส่วน Mascherano น่าจะ +- 25 ล้านปอนด์เป็นอย่างต่ำ

บวกกับการลดภาระจ่ายค่าเหนื่อย หลักแสนปอนด์ขึ้น น่าจะแบ่งเบา ภาระไปได้อีกเยอะ

แต่มันจะพอทีจะโปะหนี้ ทีมีอยู่ของ Liverpool ได้ไหม



Create Date : 27 กรกฎาคม 2553
Last Update : 27 กรกฎาคม 2553 7:40:00 น.
Counter : 195 Pageviews.

0 comment
Liverpool 2 - Manchester United 0
นัดชี้ชะตาราฟาเอล เบนิเตซ นัดนี้ เตะกันที่สนามแอนฟิลด์

ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูลแพ้มา 4 นัดติด และราฟาก็ร่ำ ๆ ว่ากำลังจะโดนไล่ออกผู้คนก็คาดคิดว่า ถ้าวันนี้แพ้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอีก ราฟาไปแน่

สิบเอ็ดตัวแรกของเจ้าบ้านไม่มี มิดฟิลด์ กัปตันทีม อย่างสตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่โชคยังดี ที่ได้ เกลน จอห์นสัน กับ เฟอร์นานโด ตอร์เรส กลับมาลงเล่นอีกครั้ง

เรน่า

จอห์นสัน คาราเกอร์ แอกเกอร์ อินซัว


ลูคัส คาสเคราโน

เบนายูน เค้าท์ ออเรลิโอ

ตอร์เรส

ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต้ด วันนี้ โชคยังดี ที่ผู้รักษาประตูไม่ใช่เบน ฟอสเตอร์ ไม่งั้นอาจจะเห็นจังหวะ เฟอะ ๆ ฟะ ๆ ของเขา เหมือนกับที่เห็นในนัดเจอ แมนเชสเตอร์ซิติ้ หรือซันเดอร์แลนด์

เบอร์บาตอฟ รูนี่

กิ๊กส์ วาเลนเซีย

สโคลส์ คาร์ริค



เอวร่า วิดิช เฟอร์ดินานด์ โอเช

ฟานเดอร์ซาร์

ผลที่เห็น ก้ออกมาผิดคาด ทีแรก นึกว่า ลิเวอร์พูล จะแปลงโฉม เป็นลิเวอร์พรุน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา แต่กลายเป็นว่า นักเตะหงส์ สวมวิญญาณวิ่งสู้ฟัด แม้จะดูไร้ระบบ และหวังพึ่งความสามารถเฉพาะตัวของสตาร์ อย่างตอร์เรสในแบบเดิม แต่เสียงเชียร์ในแอนฟิลด์ มันช่วยได้มากจริงๆ

ถึงขนาดที่ว่า ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ให้ความเห็นหลังเกมว่า นัดนี้ ท่านเทพ ลูคัส เล่นได้ดีมาก อาจจะเป็นนัดที่เล่นได้ดีที่สุด ตั้งแต่ ค้าแข้ง กับลิเวอร์พูลมาเลย

เป็นความสุดยอด ของเฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่รับลูกจ่ายทะลุช่อง ของ ยอสซี่ เบนายูน ยิงแสกหน้า ฟานเดอร์ซาร์เข้าไป

ก่อนที่ วิดิช ของแมนยู และ มาสเคราโน ของลิเวอร์พูล จะโดนไปคนละใบแดง

และในระหว่างที่แมนยูกำลังบุกจะเอาประตูอยู่ในช่วงท้าย เกมส์ ลิเวอร์พูล ก้ได้ลูกโต้กลับ ก่อนที่ดาวิด กิ๊กก๊อก จะยิงเข้าไป

จบเกม ลิเวอร์พูล เฉือนแมนยูไป 2-0 ถือว่า เหนือความคาดหมายนิด ๆ และราฟาเอล เบนิเตซ ก้ไม่ตอ้งโดนไล่ออก

ว่าแต่ว่า

ผลออกมาแบบนี้ ป๋า แพนด้า Sir Anlex Er-Guson เขาจะมาโวยวายผู้ตัดสินไหมเนี่ย

แต่ แกรี่ เนวิลล์ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อแล้วว่า ยอมแพ้ลิเวอร์พูล ทั้งนัดเหย้านัดเยือน ก้ได้ แต่ขอให้ได้ถ้วยพรีเมียร์ลีก ก็พอแล้ว....




Create Date : 26 ตุลาคม 2552
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 11:06:54 น.
Counter : 175 Pageviews.

1 comment
วันที่ ลิเวอร์พรุนแพ้ 4 นัดติด
บันทึกไว้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552

เมื่อคืนดูลิเวอร์พรุน โดนลียงบุกมาเฉือนถึงบ้าน 1 ประตูต่อ 2 แล้วรู้สึกปลง ๆ เพราะว่าทีมแพ้ติดกัน 4 นัดเข้าแล้ว ตั้งแต่แ

พ้ ฟิออเรนติดน่า เพราะวันนั้นจับออเรลิโอ ยืนกลางรับคู่กับลูคัส

แพ้เชลซี อันนี้พอรับได้เพราะข้ออ้างที่ไม่มีเงินมากไปแข่งซื้อนักเตะมันฟังขึ้น (ประเดี่ยวแพ้ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ก็คงเจอข้ออ้างนี้อีก)

แพ้ซันเดอร์แลนด์ เพราะโทษลูกบอลชายหาดที่เด็กกองเชียร์โยนเข้ามา แล้วดาร์เรน เบนท์ ยิงไปแคนนอน แล้วกระเด้งเข้าไปซุกตาข่าย ยังกะสน้กเกอร์

มาเมื่อคืน แพ้ ลียง อีก

ทั้งหมดทั้งมวลถือเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 22 ปีของลิเวอร์พูล

--------------------------

จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ต้องโทษใครหรอก คงต้องดูที่ ผู้จัดการทีม เรื่องแรก เลย คือการวางแทคติก ผมรู้สึกว่า ลิเวอร์พูลไม่ได้มีระบบทีม ที่แข็งแกร่ง เพราะมัวแต่หวังพึ่งความสามารถเฉพาะตัวของ เฟอร์นานโด ตอร์เรส กับ สตีเฟ่น เจอร์ร์ดมากเกินไป

เห็นอย่างงี้ แล้วอดนึกถึงลิเวอร์พูลยุคก่อนๆ ไม่ได้ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จก็เถอะ แต่ระบบทีม มันเป็นตัวชี้วัดความสม่ำเสมอของทีม ไม่ว่าผู้เล่นคุณจะเปลี่ยนไป แค่ไหนก็ตาม

อย่างสมัย เชราร์ด อุลลิเยร์ เล่นเน้นรับ แล้วโต้กลับ แบบอาศัย ความเร็วของโอว่น (บางที ส่งบารอสลงมาบ้าง) คือเป็นระบบ ที่เน้นให้สอดคล้องกับสตาร์ ของตัวเอง แต่มันก็ยังโอเค อย่างน้อย ก็ไม่ได้สะเปะสะปะ

นี่ไม่ต้องพูดถึง ยุค รอย อีแวนส์ ที่มีการทำชิ่งที่สุดยอด ยุค ร็อบบี้ ฟาวเลอรืช่วงแรก สแตน คอลลีมอร์ สตีฟ แม็คมานานมาน เลย


เห็นอย่างงี้แล้วก็คงได้แต่รอ ให้เมื่อไหร่ ราฟา จะโดนไล่ออกซะที
แล้วก็ ล่อยวาง แล้วปลง ๆ ไปตาม เพลง Let it Be ที่ The Beatles ชาวเมืองลิเวอร์พรุน เขาร้องไว้

"When I find myself in times of trouble, Mother Marry comes to me, speaking words of wisdom 'Let it be'."



Create Date : 26 ตุลาคม 2552
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 11:05:27 น.
Counter : 136 Pageviews.

0 comment
ย้อนรอยยูโร: เทพนิยายที่ขีดเขียนด้วยปลายสตั๊ดนักเตะกรีก ในยูโร 2004
ยูโร 2004 ที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ ถือว่าเป็นฟุตบอลรายการใหญ่ที่ทีมชาติอังกฤษหมายมั่นปั้นมือว่าจะประสบความสำเร็จให้ได้

เพราะ นอกจากจะมี กุนซือชั้นนำ อย่าง สเวน โกรัน อิรีกสัน คุมทัพ แล้ว แผงกลางของอังกฤษ แต่ละคน ยังประกอบไปด้วย แข้งระดับคุณภาพคับแก้ว อย่างเดวิด เบ็คแฮม แฟรงก์ แลมพาร์ด หรือ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด

นัดที่น่าจดจำที่สุดสำหรับทีมชาติอังกฤษ ที่พบกับทีมชาติฝรั่งเศสแชมป์เก่า
แล้วก็เหมือนว่าจะทำได้ดี เมื่อ แฟรงก์ แลมพารด์ โขกขึ้นนำเข้าไปก่อน

แม้ว่า หลังจากนั้น ฝรั่งเศส จะพยายามบุกทวงประตูคืน แต่อังกฤษ ก็พยายามฉวยโอกาสโต้กลับ จนเกือบได้ประตูนำ ไป 2-0 เมื่อ เวย์น รูนีย์ โดน ฟรอง์ก ซิลแวสต์ ทำเฟอะฟะ รวบล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ลังเล เป่าให้ทีมชาติอังกฤษได้ลูกจุดโทษทันที

เสียดาย ที่เดวิด บั๊กฮำ ยิงไปโดนเซฟ หรือออก ก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว แต่ที่แน่ ๆ ยิงไม่เข้า อังกฤษ เลย ชวดปิดเกมส์ ไปเสียนี่

นัดนั้น ทำท่าว่าอังกฤษจะชนะอยู่รอมร่อแล้ว จนกระทั่ง อีกสองหรือสาม นาทีจะหมดเวลานี่แหละ

เอมิล เฮสกีย์ ศูนย์หน้าตัวรับ ที่สเวน ส่งลงมา ยับยั้งเกมส์บุกของฝรั่งเศส ก็ดันไปทำเสียฟรีคิก หน้ากรอบเขตโทษ เสียนี่

แล้วคนยิงก็ดันเป็นนักเตะระดับซีเนดีน ซีดาน ซึ่งปั่นฟรีคิก ลูกนั่นเข้าไป

รู้สึกว่า กำแพงจะตั้งหลวม ๆ ด้วย ถ้าจะไม่ผิด

หลังจากนั้น อีกไม่กี่วินาที กองเชียร์อังกฤษคงรุ้สึกช็อกกันทุกคน

เมื่อสตีเว่น เจอร์ราร์ด ทำเฟอะฟะ คิดว่า กองหน้าฝรั่งเศส เป็นเลดลี่ย์ คิง เลยจ่ายบอลไปให้ กระชากเข้าไปในเขตโทษ แล้วโดน เดวิด จาเมส รวบล้ม ลงไป

ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที

(รู้สึกว่าจะเป็นอองรี นะ ถ้าจำไม่ผิด และถ้าใช่อองรีจริง ๆ เหมือน บักเจิด มันก็เอามาจ่ายให้อองรี ในชุดอาร์เซน่อล กระชากเข้าไปยิงลิเวอร์พุลด้วยนะ คล้าย ๆ กันเลย)

แล้วดวงอังกฤษ ก็ถึงฆาต

เมื่อคนยิงจุดโทษ ลุกนั้น (ไม่แน่ใจว่า ใช่ซีดานรึเปล่านะ) สังหารไม่พลาด

พอเอาลูกบอลมาตั้งแล้วเขี่ยไม่กี่วิ ก็หมดเวลาทันที ทำให้อังกฤษแพ้ฝรั่งเศสไปแบบเจ็บแสบ 2-1

-------------------------------

จะอย่างไร ก็ตาม อังกฤษ ก็เอาตัวรอด ชนะ โครเอเชีย และสวิตเซอร์แลนด์ในอีกสองนัดที่เหลือได้ และเข้ารอบแปดทีม ไปแพ้จุดโทษ โปรตุเกส เจ้าภาพ หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 แล้ว ต่อเวลา ก็ไปเสมอ กันอีก 2-2

ในความคิดเห็นส่วนตัว
เหตุที่อังกฤษแพ้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเวย์น รูนีย์ บาดเจ็บ ในขณะที่อังกฤษ นำ 1-0 ทำให้ ต้องเปลี่ยน ตัวเอาวาสเซลล์ลงมา แล้วพอกองหน้าดาวรุ่งจากแอสตัน วิลล่า ผู้นี้ลงมาก็ทำให้เกมรุก อังกฤษ ไม่หวือหวา อ่อนประสิทธิภาพลงอย่างเห็นได้ชัด

จน เหมือน ต้องผ่อนเกมส์ลง แม้ว่านัดนั้น แอชลีย์ โคล จะตามประกบ คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้ดีระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วโปรตุเกสก็ ตีเสมอ ได้จนต้องต่อเวลา แล้วก็ชนะจุดโทษนั่นแหละ


--------

แต่ในยูโร 2004 นี้ ปรากฎการณ์ที่ทั่วโลกจะต้องจดจำและกล่าวขวัญไปอีกนาน ก็คือ ทีมที่เป็นแชมป์เป็นทีมนอกสายตาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิง แทคติก การตั้งรับ แล้วโต้กลับ หรือยิงนำ แล้ว เล่นเกมส์รับของนั่นดูจะเป็นยุทธิวิธีที่ทีม ที่ชอบเล่นเกมส์บุก ถึงกับแหยงไปเลย

เมื่อ อ็อตโต้ เรฮาเกล นำแทคติกที่ว่านี้มาใช้กับทีม "กรีซ" ทีมม้ามืดที่ใครต่อใครก็คาดคิดว่าให้เป็นตัวเต็งในการตกรอบแรก

จนกรีซสามารถยันเสมอกับโปรตุเกส และล้มทีมเต็งไปทีละทีม ทั้งเช็ก ทั้งฝรั่งเศส จนเอาชนะเหนือโปรตุเกส ที่มาเจอกันอีกครั้งในนัดชิง และ คว้าแชมป์ไปได้ในที่สุด

ในวันนั้น ผมยังจำภาพ คริสเตียโน โรนัลโด้ ร่ำให้
ในขณะที่ ผุ้เล่นทีมกรีซ ชูถ้วยแชมป์วิ่งเฉลิมฉลองไปทั่วสนาม

เทพนิยายบันลือโลก จึงได้ถูกเขียนขึ้นด้วยปลายสตั๊ดของนักเตะ ที่มาจากดินแดนบ่อเกิดแห่งอารยธรรมตะวันตกอีกครั้ง หนึ่ง ที่เกือบจะสุดขอบตะวันตกของแผ่นดินยุโรปแห่งนี้



Create Date : 28 มิถุนายน 2551
Last Update : 28 มิถุนายน 2551 0:31:16 น.
Counter : 903 Pageviews.

0 comment
1  2  

Valentine's Month



เชษฐภัทร
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



New Comments
MY VIP Friend