เที่ยวเมืองโบราณ สมุทรปราการ Ancient City, Samut Prakarn


ผมเคยได้ยินชื่อนี้มานานเอาการ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวเสียที

พอดีสองสามวันก่อน มีไกด์กิตติมศักดิ์ คือ น้องเลิฟ ขวัญใจพี่เตี้ย อาสาพาเที่ยว และถ่ายรูป
ผมก็เลยได้มาเยือนเมืองโบราณเป็นครั้งแรกในชีวิต

ขึ้นชื่อว่าเมืองโบราณ มันก็บอกอยู่แล้วว่าน่าจะเป็นเมืองที่ไม่เกี่ยวกับสมัยปัจจุบัน

คือจากการคาดเดาแล้วน่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวม โบราณสถาน ทั่วประเทศไทย แล้วมาจำลองไว้ในที่ ๆ เดียวอะไรอย่างนั้น



ราคาตั๋วสองร้อยบาทถ้วน บวกกับจักรยานให้ปั่นครับ
ภาพนี้น้องเลิฟ ไกด์กิตติมศักดิ์จูงจักรพยานออกมาพาผมปั่นชิดขวา เกือบตลอดทาง

ชนิดว่าตอนแรก ผมเข้าใจผิดคิดว่ากฏจราจรของเมืองโบราณนี้เขาให้ขับชิดขวาเสียอีก



รูปนี้เข้าใจว่าคุณไกด์กำลังเล็งต้นไม้ใบหญ้าอยู่
แอบถ่ายทีเผลอมาได้



ขอถ่ายดี ๆ ก็เป็นเหมือนกันนะ



เรือนไทยริมน้ำ
ไม่ไกลจากร้านอาหาร ที่ต้องแลกคูปอง เป้นเหรียญเฟื่องแบบโบราณ เก๋ไปอีกแบบ





ไกด์ก็พกกล้องมาเหมือนกัน

งานนี้ทั้งผมและคุณไกด์ต่างคนต่างก็พกกล้อง
หามุมถ่ายของใครของมัน

ไม่อยากจะบอกนะว่าคุรไกด์เธอ มี "ทัศนศิลป์" คือมุมมองทางศิลปะ ที่น่าสนใจมาก

ถ้าเห็นภาพ ถ่ายที่เธอถ่ายแต่ละภาพ ก็จะประทับใจไปเลย

มิน่าล่ะ พี่เตี้ยถึงได้หลงนักหลงหนา



นางในวรรณคดีนางใดหนอ
ทำไมใส่สายเดี่ยวสีม่วง



พักกินก๋วยเตี๋ยว



ทางขึ้นเขาพระวิหาร





ขึ้นมาถึงยอดแล้วนะครับ



ที่เขาพระวิหารจริง มองลงไปเบื้องล่าง เราจะเห็น "จังหวัด เปร๊ยะ วิเฮียร" (พระวิหาร) แต่ที่เมืองโบราณนี่เราเห็นนิคมอุตสาหกรรมบางปู รึเปล่านะ ถ้าเดาไม่ผิด





ตลอดระยะเวลากว่าสี่ชั่วโมงที่ปั่นจักรยาน ไปรอบ ๆ เมืองโบราร

ดู ๆ แล้วให้อารมณ์ความรู้สึก "โหยหาอดีต" (nostalgia) ของวาทกรรมประวัตศาสตร์ชาติไทย อย่างไรอย่างนั้น


ไอ้ความโหยหาอดีตที่ว่า คือความรู้สึก เวลาที่เราย้อนนึกถึงความสุขในอดีต ความสุขนั้นจะยิ่งเพิ่มดีกรี ความปีติ เข้าไปอีก

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นกันชัด ๆ ในวงการบันเทิง เราก็พอจเห็นอยู่บ้าง เช่น เมื่อปี 2546 เรามีหนังเรื่อง "แฟนฉัน"

หนังเรื่องนี้ คล้าย ๆ กับว่าจุดขายของมันคือการนำ เรื่องความสุขในอดีต ที่เป็นความทรงจำสีจาง ๆ มาเพิ่มเติมให้มันเข้ม อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งเพลงเก่า ๆ บรรยากาศเก่า ๆ ขนมเก่า ๆ บ้านเรือนความรักคนรักเก่ายิ่งคิดถึงก็ยิ่งมีความสุข

อารมณ์แบบนี้ก็คงไม่ต่างจากกวีนิพนธ์ เรื่องแม่น้ำรำลึกที่ได้รางวัลซีไรต์เมื่อปี 2547 อีกนั่น

แหละ เพียงแต่ที่เมืองโบราณนี้ มันเป็นภาพความทรงจำ ของ จินตนการร่วม (collective imagination) ของความเป็นชาติไทย และการสถาปานา ความรู้ และความจริง จากมุมมองของของราชสำนักรัตนโกสินทร์














ทางลงเขาพระวิหารที่ย้อนมองลงมา


ปิดท้ายที่ภาพจำลองของวัดในเมืองเก่าสุโขทัย

ที่ในตำราประวัติศาสตร์ที่เราๆ ท่องจำกันมาตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าเป็นราชธานีแห่งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย หลังจากอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต (จากตำรารุ่นผม)

ประวัติศาสตร์ทั้งหมดถูกเรียบเรียงมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนไม่สะดุดให้เราศึกษาได้อย่างที่เราทราบ ๆ กันดีนั่นแหละครับ





Create Date : 15 พฤษภาคม 2552
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 12:57:08 น.
Counter : 1282 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เชษฐภัทร
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



New Comments
All Blog
MY VIP Friend