Group Blog
 
All blogs
 

^ * ^ ....กะจะไปแค่ปราจีน แต่ก็เลยไปถึงโคราชสีคิ้วนู้น ....

lozocatlozocat


คราวนี้แม่มาพักฟื้น รักษาตัวที่บ้านเรานานเกือบ 2 เดือนแน่ะ พอดีแม่เค้าอยากจะไปร.พ.อภัยภูเบศร ที่ปราจีน เพราะจะได้เอาต้นสมุนไพรรักษาเบาหวานชื่ออะไรสักอย่างจำไม่ได้ ก็เลยหาเรื่องไปเที่ยวด้วยซะเลย โดยการขัดใจแม่บอกว่าถ้าจะไปทั้งทีก็ต้องไปพักค้างคืนเลยจะได้ไม่เหนื่อย

แม่ก็ต้องยอมแต่โดยดี แต่ก็มีข้อแม้อีกว่าไม่นอนโรงแรม ให้ไปนอนที่สีคิ้วบ้านคนรู้จักที่แม่เค้าเคยไปพักด้วย เอ้าก็ได้นอนบ้านป้าเค้าก็ได้

ไปกันตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม กว่าจะออกเดินทางก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว เพราะตอนเช้าฤกษ์ไม่ดี ฝนตกฟ้าร้องซะ เพื่อความไม่ปลอดภัยเลยโทรไปเช็คที่ปราจีน ร.พ.เค้าบอกว่าฝนไม่ตกน้ำก็ไม่ท่วมค่ะ (เราก็ถามซะเว่อร์เลยว่าที่นู้นน้ำท่วมรึเปล่าค่ะ)



ไปถึงก็ปล่อยให้แม่นั่งชมสวนไปพลาง ๆ ส่วนเรากับพี่หมีก็เข้าไปดูในพิพิธภัณฑ์

สวยมากชอบจังเลยของโบราณ ๆ แบบนี้ ข้างในจะมีการจัดให้ชมในเรื่องของยาสมุนไพรให้ดูว่ามีสมุนไพรอะไรบ้าง สรรพคุณ หน้าตาเป็นยังไง เห็นกันตัวเป็น ๆ เลย

มีประวัติย่อ ๆ ของโรงพยาบาลมาฝากค่ะ

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดปราจีนบุรี และเป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ใช้สมุนไพรบำบัดรักษาโรค มีการนวด อบ ประคบ และฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางค์

ในปี พ.ศ. 2452 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ว่าจ้าง บริษัทโฮวาร์ด เออร์สกิน สร้างตึกเพื่อใช้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อจะใช้เป็นที่ประทับแรมของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรณีที่พระองค์เสด็จมายังมณฑลปราจีนบุรีอีก แต่พระองค์เสด็จสรรคตเสียก่อนในปีพุทธศักราช 2453 ต่อมา ในปี พ.ศ. 2455 ตึกหลังนี้ได้ใช้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์ ตึกหลังนี้เป็นมรดกตกทอดมาถึงพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 (พระนามเดิมว่า เครือแก้ว อภัยวงศ์ ทรงมีศักดิ์เป็นหลานปู่ของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร) และพระองค์ได้ประทานตึกหลังนี้ให้แก่ทางราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2482 จนได้กลายมาเป็นตึกผู้ป่วยหลังแรก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 เมื่อพระองค์ได้นำเสด็จสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดา ไปประทับที่ประเทศอังกฤษ จึงประทานที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดนั้นแก่มณฑลทหารบกที่ 2 จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อใช้เป็นสถานพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และได้เปลี่ยนเป็น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2509 โดยมีสมเด็จเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้า สุวัทนา พระวรราชเทวี เสด็จฯมาทรงเปิดป้าย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พร้อมทั้งทรงรับโรงพยาบาลแห่งนี้ไว้ในพระอุปถัมภ์

ปัจจุบันนี้ตึกนี้ก็ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เรื่องสมุนไพร และรวบรวมเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการปรุงยา และก็จัดแสดงประวัติของตระกูลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปแล้วค่ะ





ตุ้ลิ้นชักยา เค้าจะมีป้ายชื่อ และสรรพคุณบอก และก็สามารถเปิดดูหน้าตาข้างในได้ว่าเป็นยังไง ชอบจัง





มาคราวนี้เราก็กะจะลองใช้เครื่องสำอางค์สมุนไพรเค้าซะหน่อยเลยซื้อมาได้ประมาณนี้ ของแม่เป็นยาอมแก้ไอสูตรมะขามป้อม ล้วน ๆ เลยตั้ง 10 ขวด (ความจริงฟังผิด แม่จะเอายาน้ำแก้ไอ)



ร้านที่ขายยาสมุนไพรเค้าจะอยู่คนละส่วนกับพิพิธภัณฑ์ เปิดถึง 2 ทุ่ม แต่พิพิธภัณฑ์ปิด 4 โมงเย็นค่ะ



ต้นไม้ที่แม่จะไปเอา เค้าบอกว่าที่นี่ไม่มี แนะนำให้ไปหาที่หมู่บ้านดงบัง ห่างจากร.พ.ไปประมาณ 10 กิโล โชคดีที่เจอคนใจดีพาไป เป็นพี่ผู้ชายผมยาว ๆ รู้สึกว่าเค้าจะเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลภูมิทัศน์สวนสมุนไพรของที่นี่ เค้าขับรถนำทางไปถึงที่เลย ใจดีมาก



ถ้าให้ไปเองคงกว่าจะถึง หมดเวลาขึ้นเขาใหญ่พอดี ปากทางเข้าหมู่บ้านดงบัง คือที่หมู่บ้านดงบังเค้าจะเน้นต้นไม้สมุนไพร มีเยอะแยะมากมายให้เลือกซื้อ แต่ปากทางเข้าก็จะมีไม้ดอกไม้ประดับให้เลือกเยอะแยะไปหมด จนไม่กล้าแวะลงดู กลัวใจอ่อนหมดเวลากันพอดี



พอจอดรถแล้วเจอเจ้านี่เป็นหมาไทย ตัวใหญ่มาก คงจะผสมกับโดเบอร์แมนมาแน่ ๆ เลย เค้าเดินไม่สนใจใครเลย เรียกแล้วก็เหลือบมามองหน่อยนึง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปข้างในแน่ะ



มาคราวนี้แม่ได้ต้นมะขามป้อมที่อยากได้กลับไป แต่ต้นที่แม่ตั้งใจจะมาเอาจริง ๆ เค้าบอกว่าแจกคนหมดแล้ว แล้วต้นที่ว่าก็ได้มาจากเชียงใหม่ โธ่เอ๊ยอยู่อุตรดิตถ์แท้ ๆ แต่มาเอาถึงปราจีน ต้องตามกลับไปเอาที่นู้นอีก

ส่วนเราได้ต้นรางจืด ก็กะจะให้แม่เอาไปปลูกที่บ้านแม่นั่นแหละ สรรพคุณใช้ใบชงน้ำดื่มล้างพิษได้ แล้วก็ต้นอะไรไม่รู้ที่เป็นไม้ทรงพุ่ม เค้าบอกว่ากินยอดกับดอกได้ แต่จำชื่อไม่ได้ ชื่อมันแปลก ๆ ไม่เคยได้ยิน ไว้ในเอาไปถามในห้องจตุจักรซะหน่อยว่ามีใครรู้จักบ้าง ต้นที่ใบออกชมพูน่ะค่ะ

พี่หมีได้ต้นมะตูมแข็ง กับมะตูมอ่อน เป็นไม้โบราณนะเนี๊ยะ เอาไว้ออกลูกอ่อน ๆ แล้วจะเอามาเฉือนตากแห้ง ทำน้ำมะตูมกินเองเลย พี่หมีเค้าชอบ แล้วก็ต้นมะรุมที่มีสรรพคุณมากมาย

แล้วเราก็ต้องรีบออกจากหมู่บ้านนี้ไปโคราชต่อ โดยขับผ่านเขาใหญ่ไปเลย ถึงเขาใหญ่ก็ 5 โมงเย็นแล้ว ไม่ถึง 6 โมงดี ก็เริ่มมืดแล้ว



ที่พักเพียบเลยตรงปากทางด้านปากช่อง ติดไว้คราวหน้าก่อนเหอะ จะมาลองใช้บริการดูซะที่

กว่าจะไปถึงบ้านป้าเค้าก็ 2 ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว แม่จำทางเข้าบ้านเค้าไม่ได้ กว่าจะโทรศัพท์สอบถามกัน โอย หิวมาก ดีนะก่อนขึ้นเขาใหญ่ พี่หมีแวะตลาดวงเวียนน้ำพุ ตั้งใจจะซื้อข้าวเหนียวกับปลาดุกแดดเดียวทอดที่เคยกินจนติดใจกัน ตั้งแต่ทริปโรยหน้าผา แต่บ้าจริงคราวนี้เจ้านั้นหายไปไหนไม่รู้ เลยได้ข้าวเหนียวหมูย่าง หนมกุยช่าย ปอเปี๊ยะทอด ส่วนเราได้มะละกอกับสับปะรดมาแทน

กว่าจะได้กินมื้อเย็นจริง ๆ ก็เกือบสองทุ่ม กินหน้าปากทางบ้านป้าเค้าแหละ ระหว่างรอป้าเค้ามารับ ดีนะมีร้านส้มตำ เลยลองสั่งตำโคราช กับหมี่ผัดโคราชมาแก้เซ็ง

เช้าอีกวันก็มีอาหารเช้าง่าย ๆ แต่อร่อยมาก ๆ ฝีมือคุณป้ามาเสิร์ฟค่ะ คราวนี้ได้สูตรน้ำพริกทำง่าย ๆ แต่อร่อยมาลองทำเองด้วย



ตื่นแต่เช้ากินอาหารเช้าเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันเลย พาพี่หมีไปแวะวัดหลวงพ่อโตถ่ายรูปกับสรพงษ์เค้าซะหน่อย



ดูข้างนอกถนนก็ว่าสวยแล้ว ยังนึกว่าเค้าทำวิหารสีปูนธรรมชาติ หรือสีขาวเลย พอไปดูใกล้ ๆ ถึงได้รู้ว่าเค้ายังทำไม่เสร็จ

ภายในบริเวณวัดที่จัดสวนได้สวยจริง ๆ





ออกจากวัดแล้วก็แวะซื้องานแต่งสวนเครื่องปั้นดินเผามาพอรกบ้าน (วางไว้จนป่านี้ยังไม่ได้เอาแต่งสวนเลย) มีน้องเหมียวแอบสนใจด้วย



ก่อนขึ้นเขาใหญ่แวะซื้อกล้วยไม้ และกินก๋วยเตี๋ยวเรือกับส้มตำโคราชอีกแล้วกันอีกหน่อย เจอน้องหมาหน้าตาเบื่อตลอดเวลาด้วย



แล้วก็ขึ้นเขาใหญ่ แวะถ่ายจุดชมวิวกันหน่อย จากที่เมื่อวานได้แต่มองตาละห้อย



โป่งดินยังถ่าย ถ่ายให้แม่เค้าด้วยขี้เกียจลงเดินด้วยวอคเกอร์ก็ถ่ายกันในรถนี่แหละ



ก่อนจะถึงบ้านขอแวะซะอีกที่ เพราะขามาเห็นป้ายสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานพานหินอยู่ โหกว่าจะถึงที่ถามคนมาตลอดทาง เพราะมีแต่ฐานไม่ใหญ่โตคนเลยไม่นิยมมากันเท่าไหร่



ประวัติย่อ ๆ ของโบราณสถานพานหินด้วยค่ะ

ตั้งอยู่ที่บ้านโคกขวาง ตำบลหนองโพรง เป็นโบราณสถาน ที่ก่อด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ กว้างด้านละ 15.50 เมตร สูง 3.50 เมตร มีมุขยืนออกไปทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่าประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 แห่งเจนละ ตรงกลางของซากเทวาลัยมีฐานของเทวรูปซึ่งแต่เดิมตะแคงอยู่ลักษณะคล้ายพาน จึงเรียกว่า "พานหิน" นอกจากนี้ยังพบศิลาแลงทรงกลม สกัดเป็นรูปฐานเชิง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จทอดพระเนตรโบราณสถานแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2451
การเดินทาง เทวสถานพานหินอยู่เลยจากที่ว่าการอำเภอศรีมหาโพธิไปทางบ้านโคกขวางประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วแยกขวาไปอีกประมาณ 600 เมตร


lozocatlozocat





 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 7 มกราคม 2553 15:18:49 น.
Counter : 1056 Pageviews.  

^ * ^ .......ย้อนรอยทิฟฟานี่......

lozocatlozocat


ไปดูทิฟฟานี่โชว์ เป็นครั้งที่ 2 นั่นเอง (ครั้งแรก)

เพราะคุณน้องบอกว่าจะมาเยี่ยม พอดีหล่อนต้องมาพบลูกค้าที่กรุงเทพฯ ก็เลยจะนั่งรถเลยมาหาที่ระยองด้วย

เราเลยต้องใช้เวลาที่มีอันน้อยนิด (มาเย็นวันเสาร์ที่ 19 กลับเช้าวันอาทิตย์) ให้คุณน้องเธอแฮปปี้ที่สุด ตอบแทนที่เธออุตส่าห์พาไปกินของอร่อย ๆ ติ่มซำที่อร่อยที่สุดในหาดใหญ่ มีลิงค์ให้ดูด้วยน๊า

เลยไปนัดเจอกันที่พัทยาเพื่อที่จะไปดูโชว์รอบทุ่มครึ่ง

ระหว่างทางจากระยองไปพัทยา เพราะมีเวลาเหลือเฟือ และขับเข้าทางลัด (อ่างเก็บน้ำ) เห็นสวนนี้ร่มรื่นดี มีรถไฟ มีเครื่องบินด้วย คนบ้ากล้องอย่างเราเลยอดไม่ได้ที่จะ





มันเปิดได้เลยลองเปิดดู วังเวงน่ากลัวเหมือนกัน ไม่กล้าเข้าไปเล่นเลย





เราถ่ายหาง พี่หมีถ่ายหัว

















รอยายเจ็กเกือบสองชั่วโมงก็ถึงทิฟฟานี่ซะที





คนนี้น่าจะเป็นดาวโชว์เลย เห็นได้โชว์เป็นตัวเด่นหลายโชว์มาก เด่นซะ พอเห็นใกล้ ๆ ก็สวย หุ่นดีมาก สูง ไม่รู้ไขมันไปไหนหมด ใส่ชุดเดิมกับคราวที่แล้ว แต่พอโชว์เสร็จเค้าเปลี่ยนชุดเป็นสีชมพูอ่อน สวยมาก





น้องโต้งยังสวย เริด เหมือนเดิม



คราวนี้เซ็งอีกแล้ว แบตหมด ถ่ายมาได้นิดเดียวเอง ไม่รู้อาถรรพถ์อะไรเจอสาว ๆ ทีไรกล้องตกใจ แบตหมด ทุกที

ส่วนไอ้เราก็ถ่ายได้แค่ 2 คน คนนี้เห็นยืนง่าว ๆ เลยถ่ายกับเค้าซะหน่อย เสียดายเค้าใส่ชุดเดิมกับไปดูคราวที่แล้วเลย แค่นี้ก็หมองซะ



ได้ถ่ายกับน้องที่ถ่ายคู่กับโต้งอีกคนยิ่งหมองใหญ่ หมองจนรับไม่ได้เลย ตอนนี้ไหวตัวทันเอาแบงค์ 20 ไปเยอะ ๆ แต่เค้าขึ้นค่าตัวเป็นคนละ 40 บาทแล้ว จะถ่ายกับน้องโต้งก็หมดเวลาซะก่อน พอดูโชว์เสร็จแบตเกิดหมดอีก เสียดายจัง

คราวหน้าถ้าจะไปดูคงต้องเว้นช่วงให้นาน ๆ เกือบปี เพราะบางฉากก็ยังเป็นฉากเดิมอยู่ แต่ก็มีใหม่อีกประมาณ 2 เพลง ตอนนี้น้องโต้งเค้าโชว์เดี่ยวโชว์นึงด้วย เป็นเพลงภาษาอะไรไม่รู้แปลก ๆ แต่น่ารักมาก คนอะไรไม่รู้ทำอะไรก็น่ารักไปโม้ด

lozocatlozocat




 

Create Date : 27 กันยายน 2552    
Last Update : 27 กันยายน 2552 16:22:33 น.
Counter : 716 Pageviews.  

^ * ^ .....เที่ยวปักษ์ใต้ อำเภอเมืองสงขลา.....



lozocatlozocat


สุดท้ายซะที สำหรับการเที่ยวครั้งนี้ วันลาหยุดหมดแล้วนี่ นี่ยังเที่ยวไม่สะใจเลยนะเนี๊ยะ ยังกินไก่ทอดได้ไม่สะใจเลย คิดถึงๆๆ แต่ที่ไปเที่ยวครั้งนี้ 4 วันไม่เคยมีความรู้สึกว่าหิวเลย มีแต่อิ่มท้องตลอด อิ่มจนเห็นไก่ทอดก็ต้องตัดใจ ไม่งั้นได้กลิ้งกลับบ้านแทนแน่ ๆ

วันที่ 30 สิงหาคม 52 ต่อจาก ตอนที่แล้ว กันเลย

หลังจากออกจากเขาตังกวน ก็ขับรถไปที่อนุสาวรีย์ เสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ

แต่ไปแวะที่จุดเริ่มต้นของหัวพญานาค



ครั้งที่แล้ว ที่เราไปกับพี่หมีไปตามหาตัวพญานาค กับหางพญานาค มาได้หมดแล้ว ครั้งนี้เลยขี้เกียจไปตามถ่ายอีก



พึ่งสังเกตว่ามีไข่พญานาคด้วย



ใกล้จะมืด แบตก็ใกล้จะหมดแล้ว ยังไม่ได้ไปเยี่ยมนางเงือกเลย เลยต้องรีบทำเวลา



แวะถ่ายกับประตูเมืองจำลองซะหน่อย



กับตำนานเกาะหนู เกาะแมวด้วย

แล้วก็ต้องรีบไปที่นางเงือก แบตกล้องกำลังจะหมดแล้ว



พอตอนเดินออกจากนางเงือกจะกลับไปที่พี่หมีกับพ่อนั่งรออยู่ เดินบนทางเดิน ก็จะเจอร้านขายของที่ระลึก กับน้ำมะพร้าว น้ำลูกตาลลอยแก้วเพียบเลย เห็นแล้วอดไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ยังอิ่มขนมอยู่เลย เลยซื้อกันมาคนละ 1 แก้ว

ไม่แนะนำไม่ได้แล้ว เพราะอร่อยมาก ลูกตาลอ่อน แบบที่กินไม่เสียอารมณ์เลย ที่สำคัญถูกมาก 10 บาท ได้เนื้อลูกตาลเพียบเลย ตอนหลังพี่ทัวร์บอกเคล็ดลับว่า ต้องดูร้านที่เนื้อใส ๆ จะอ่อน



กินกันไม่หมดต้องเอากลับไปแช่ตู้เย็นต่อ แล้ววันนี้แบตก็หมดเลยไม่ได้ถ่ายอาหารมื้อเย็นเลย

ตอนแรกด้วยความที่พวกเราอิ่มกันมาก ก็เลยตกลงกันว่าจะเดินหาซื้อของกินที่ถนนวชิรา หรือข้าวต้มทรงเครื่อง อะไรเบา ๆ เท่านั้น แต่พ่อก็บ่นเสียดายว่าตกลงเลยไม่ได้กินปลากระบอกเลย มาใต้ครั้งนี้ตั้งใจจะมากินปลากระบอกด้วย ถ้าวันนี้ไม่ได้กิน พรุ่งนี้ต้องออกแต่เช้าไปหาดใหญ่ด้วย บ่น ๆ บ่นมา จนถึงหน้าค่ายทหารเรือ( ตอนนี้เปลี่ยนเป็นฐานทัพเรือสงขลาแล้ว )

ไปสะดุดตากับร้านอาหารร้านนึงอยู่หน้าค่ายเลย แต่งร้านได้น่ารักมาก ดูสบาย ๆ ที่สำคัญเห็นเมนูแนะนำมีปลากระบอกด้วย ก็เลยเอาซะหน่อย ปลากระบอกทอดกระเทียม 3 ตัว แกงส้มปลากระบอก ไข่เจียว ข้าว 1 โถ นี่ขนาดอิ่มจัดนะเนี๊ยะ

ระหว่างรอเราเลยไปเดินหาออเดิร์ฟซะหน่อย ได้เป็นลูกชิ้นชุบแป้งทอด ชาเย็น (เห็นคนซื้อกันเยอะ) มา แล้วพี่ทัวร์ก็ไปได้รังแขมาสมใจเค้าแหละ เพราะเค้าบ่นว่าอยู่ใต้แต่ไม่รู้จัก เลยซื้อไปฝากคนที่บ้านให้ลองกินกันด้วย ภาพนี้ถ่ายวันรุ่งขึ้น



หมดไปอีก 1 วัน อิ่มตื้อจริง ๆเล้ย

วันที่ 31 สิงหาคม 52

พยายามตื่นให้เช้าที่สุด เพราะตั้งใจจะเดินไปชมทะเลตอนเช้ากัน ตื่นมาเลยได้แค่เปลี่ยนชุดนอน ล้างหน้าแปรงฟัน ทาแป้งฝุ่นเท่านั้น (เสียดายมากคิดสั้นไปหน่อย) เพื่อทำเวลากันเดี๋ยวแดดจะร้อน

ภาพเลยออกมาบวม ๆ ไปหน่อย เสียดายจัง

เดินไปเดินมาเจอสุดหล่อศรราม ที่เจ้าของพามาเดินเล่นด้วย



ขอนไม้โบราณ (คิดเอง)





แล้วก็พาพี่ทัวร์เดินกลับไปในค่าย พาไปดูบ้านเก่าที่เราเคยอยู่ ระหว่างทางเจอบอกดอกไม้อะไรพี่ทัวร์ให้ถ่ายให้หมดเลย บอกว่าให้ทำเป็นคอลเลคชั่นดอกไม้



สมอเรือก็ถ่าย อืม เก็บไว้ คราวหลังเผื่อจะได้ประจานตัวเอง ทำเป็นรูปโปรไฟล์ ให้สมกับที่ใช้นามแฝงว่าลูกสมอเรือ



ส่วนแบล็คกราวน์ ที่เป็นมะม่วงน่ะ คือมะม่วงเบา (พันธุ์อร่อยเฉพาะภาคใต้) ที่เค้าปลูกไว้ที่บ้านพักรับรอง เสียดายแก่ไปหน่อย ไม่งั้นไม่สอยเอาไปฝากพี่ชายแล้ว



ถึงบ้านก็ได้กินโจ๊กร้อน ๆ ที่พ่อเค้าออกไปหาซื้อแต่เช้า จากร้านเก่าแก่ชื่อดังร้านนึงในอ.เมือง โจ๊กร้านเกาะไทย



เลยไม่ได้ไปเดินตลาดเช้ากันเลย เพราะต้องไปรอรับของที่น้าเนาว์เค้าฝากมารับรถประจำทาง เป็นชุดนอน สะตอดอง และก็มะม่วงเบา ที่อยู่ในรายการของฝากของแม่เค้า (ลืมไว้น่ะ)

ระหว่างรอรถ ไม่มาสักที ก็เลยไปตลาดทรัพย์สินเพื่อไปเอากรอบพระที่พี่ทัวร์เค้าทิ้งไว้ให้ร้านทำไว้ให้ลูกชายเค้า (มาทำไกลมาก) แล้วก็เลยไปพิพิธภัณฑ์กัน

แต่ปรากฎว่าเค้าปิดวันจันทร์ แป่ววววว



แต่ยังอุตส่าห์ถ่ายกันได้อีก แดดแรงมากหน้าตาก็ดูไม่ได้ ยังจะถ่ายกันอยู่นั่นแหละ



เมื่อคนบ้ากล้อง สองคนมาเจอกัน รูปเลยมากมายซะจริง ๆ อดทนกันหน่อยตอนสุดท้ายแล้ว



กลับไปดูของอีกทีก็แล้ว รถยังไม่มา ก็เลยขับรถวนถนนนครนอก นครใน ถ่ายรูปตึกเก่า ๆ กันอีก



เพียบเลย สวย ๆ ทั้งนั้น แต่ส่วนมากเค้าก็จะคงกิจการเดิมของเค้า ซ่อมรถ ร้านซักผ้า ร้านอาหาร ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ถ้าเป็นบางที่เค้าก็คงจะทำย่านนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว บางตึกก็เก่ามาก แต่เค้าก็ยังคงคิดปรับปรุงบูรณะให้คงสภาพเดิม ดีจัง เราจะได้มีตึกเก่า ๆ ไว้ดูนาน ๆ

ร้านนี้เห็นพ่อบอกว่าดัง ชื่อร้านอะไรไม่รู้ รู้สึกว่าจะเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวใต้ถุน เหมือนกับเป็นโรงงิ้ว แล้วร้านนี้เค้าก็ขายอยู่ใต้ถุน จากที่คุยกับคนขาย เค้าบอกว่าขายมานานจนจำไม่ได้ (จะรู้ไม๊เนี๊ยะ) ตอนแรก ๆ ทำขายเด็ก ๆ (มีโรงเรียนเด็กจีนอยู่ด้วย) แต่ก็มีผู้ใหญ่มากินด้วย เริ่มจากชามละไม่กี่บาท จนตอนนี้ 40 บาทแล้ว

เสียดายตอนเราไปเค้ายังเตรียมของไม่เสร็จ ไม่งั้นมีอิ่มตื้อ



นี่ก็ร้านขนมครกเจ้าเก่า จากที่คุยกับแม่ค้าเค้าบอกว่าขายมานานพอ ๆ กับก๋วยเตี๋ยว จำไม่ได้อีกเหมือนกัน เลยซื้อมาลอง ของเค้าก็แปลกดี เนื้อไม่ไหม้เกรียม ถึงจะกรอบนอก ไม่เละมือ แต่ก็นุ่มใน หวานกำลังดี สรุปโอเคเลยแหละ



แล้วพ่อก็บอกอีกว่าร้านนี้ก็เก่าแก่ อร่อยขึ้นชื่อ เลยซื้อไปชิมกัน 1 ชุด ข้าวสตูหมู



แบล็คกราวน์ที่เป็นรูปบ้านเก่า ๆ หลังนี้ เก่าได้ใจจริง ๆ มีประตูไม้ เป็นทรงจีน อยากเข้าไปดูข้างในจัง



กว่าจะได้ของ เข้าไปอาบน้ำ เก็บของเช็คเอาท์ก็สิบโมงกว่า พี่หมีที่กลับมาจากเล่นน้ำทะเลก็อิ่มโจ๊กซะแล้ว พวกเราก็เลยต้องช่วยกันเฉลี่ยแบ่งกันกินข้าวสตู อิ่มจัง



และก่อนจะจากบ้านหลังนี้ไป ขอย้อนวัยไปตอนเด็ก ๆ หน่อย ที่เราชอบเอาลูกหูกวางแห้ง ๆ มาทุบกินเมล็ดข้างในกัน ชวนพี่ทัวร์ทุบกันซะน่วมเลย



บ้านพักรับรองหลังนี้แหละ หลังมุม ติดกับบล็อคชายทะเลเลย เดินไปประมาณ 200 เมตรข้ามถนนก็ถึงทะเลแล้ว



สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองเลย ชุดครัวก็มีให้พร้อม

พอใกล้ ๆ เที่ยงอาพลเพื่อนพ่อก็มารับ ไปหาดใหญ่ แต่ก่อนจะออกจากสงขลาเค้าพาไปกินข้าวอีกแล้ว กินอีกแล้วหรอ



ชื่อร้านน้าขำ อยู่เส้นหาดสมิหลา ทางไปอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ บรรยากาศสบาย ๆ อาหารก็อร่อยดี



พ่อได้กินปลากระบอกทอดกระเทียมอีกแล้ว ส่วนเราก็ได้กินยำมะม่วงเบาสมใจ เกือบลืมไปแล้วว่ามาสงขลาทั้งทีต้องกินยำมะม่วง



อิ่มแล้วก็ไปช็อปต่อกันเลยที่กิมหยง หาดใหญ่





อุดหนุนชุดนอนร้านนี้ เพราะน้องเหมียวจอมขี้เซานะเนี๊ยะ ตัวใหญ่ น่าหมันเขี้ยวจริง ๆ



วันนี้กลับเที่ยวทุ่มครึ่ง แต่อาพลพาไปปล่อยไว้ตั้งแต่ 4 โมงเย็น เลยนั่งรอ นั่งเล่น แต่ก็ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด มีน้องหมาดมระเบิดชื่อบราซิลให้เล่นด้วย ปกติเค้าจะไม่ให้เล่น ไม่ให้ถ่ายรูป แต่พอดีเจอพี่เลี้ยงใจดีเลยถ่ายรูปได้



มื้อเย็นกินข้าวที่หนามบิน ข้าวราดแกงธรรมด๊า ธรรมดา คนละจานเช็คบิลไปเกือบ 300 แพงจัง เสียดายลืมซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดมาตุน ยังกินไม่สะใจเลย

และแล้วก็จบทริปเที่ยวใต้ซะที ดองมาเกือบเดือนกว่าจะเสร็จ กลับมาคราวนี้คงจะห่างหายการเที่ยวไปพักใหญ่ แต่แพลนไว้ว่าปลายปีนั่นแหละจะเที่ยวอีกครั้ง คราวนี้คงจะขึ้นเหนือเลยแหละ

อีกไม่นานเจอกันกับทริปแอ่วเมืองเหนือ

lozocatlozocat




 

Create Date : 24 กันยายน 2552    
Last Update : 24 กันยายน 2552 15:25:39 น.
Counter : 3014 Pageviews.  

^ * ^ ....เที่ยวปักษ์ใต้ พัทลุง( ทะเลน้อย ) เมืองสงขลา (เขาตังกวน) ....

lozocatlozocat


ตอนที่แล้วปรากฎว่าจะได้กินมากกว่าไปเที่ยว เพราะฟ้องด้วยภาพ ใครกำลังหิวอยู่ขอแนะนำว่าอย่าคลิกเข้าไปดูนะคะ ย้อนรอยตอนที่แล้วค่ะ

วันที่ 30 สิงหาคม 2552

ตื่นเช้ามาหลังจากเปิบข้าวต้มกุ้งกันแล้ว ก็ไปต่อกับโปรแกรมทัวร์ทะเลน้อย (รอยต่ออ.ระโนด จ.สงขลา กับจ.พัทลุง) อีกครั้ง ครั้งนี้เราไปเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่พี่ทัวร์กับพ่อยังไม่ได้ไป







ของฝากที่นี่จะเป็นผลิตภัณฑ์จากจูด (พืชน้ำ) เราต้องไปหากระเป๋าเสื่อจูดตามบัญชาของแม่ มีร้านเยอะแยะ เลือกซื้อได้ร้านที่ 2 ที่เข้าไปดู ในราคาประมาณ 280 บาท กับเสื่อจูดพับของเรา ราคาก็ประมาณ 280 บาท รึไงนี่แหละจำม่ายล่าย



ระหว่างทางที่เดินทางบรรยากาศดีมาก เป็นสะพานยาวเลย สร้างผ่านทะเลสาป ช่วงนี้น้ำไม่ขึ้น ก็จะมีทุ่งหญ้า ชาวบ้านเลยอาศัยเอาน้องควายมาเลี้ยงซะเลย



วันนี้ต้องทำเวลา เลยเดินทางไปอ.เมืองสงขลาต่อ ไปถึงนัดกับเพื่อน ๆ สมัยปวช.ไว้อีก 2 คน ยายเป็ด กับยายนก

พากันไปเม้าท์ที่บ้านพักรับรองในค่ายทหารเรือที่จองเอาไว้

พี่หมีกับพ่อหายกันไปพักนึง กลับมาพร้อมกับ ข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบ ไก่ย่างพอกินกันจนจะหมดแล้ว อ้าวลืมถ่ายรูป มาให้น้ำลายไหลอีกแล้ว



คุยกันได้แป็บเดียวก็ต้องแยกย้ายกัน เพราะยายเป็ดก็ติดภารกิจกลับไปเลี้ยงลูกสาว นกก็กลับไปซักผ้า ตามคอนเซปท์วันหยุดต้องมานั่งซักผ้า ส่วนเราก็ไปเที่ยวกันต่อซะเลย

ไปเขาตังกวนกันก่อนเลย พ่อกับพี่ทัวร์ยังไม่เคยไป คิดถึงน้องลิงด้วย ก่อนไปก็ไปตลาดทรัพย์สินไปซื้อขนมฝากน้องลิง กับขนมไข่ที่คิดถึงของเรา

เค้ามีจุดเด่นที่ใส่เนยเยอะมาก มันจะรสชาติหวาน ๆ เค็ม ๆ มัน ๆ หอมเนยด้วย อื้มชิมแล้วรสชาติก็เหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วเลย



น้องลิงจะมี 2 ฟาก ฟากที่มีของเล่นให้จะมีลิงเยอะและคนก็เลี้ยงทางฟากนี้มากกว่าด้วย กินกันจนเหลือกินเลย แต่ลิงที่นี่นิสัยดีไม่ค่อยแย่งของเท่าไหร่ เสียดายพอขนมปังจะหมดเลยเดินไปอีกฟาก อีกฟากถนนไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ คราวหน้าเอาใหม่





มีสะกิดขอกินด้วย





ถ่ายรูปน้องลิงจนหนำใจแล้วก็ขึ้นลิฟท์ไปเที่ยวบนเขากันดีกว่า



ข้างบนมีมุมถ่ายรูปเพียบเลย







ที่เป็นศาลามีหน้าต่างเป็นวงกลมน่ะ ตอนเด็ก ๆ เราเคยเข้าไปนั่งถ่ายรูปในนั้น ตอนนี้ไม่สามารถ ได้แต่ยืนข้าง ๆ

แล้วก็รำลึกอดีตอีกครั้งโดยการชวนพี่หมี กับพี่ทัวร์ลงทางบันได ที่สมัยก่อนเค้าจะขึ้นจะลงกันก็ทางนี้แหละ ตอนนี้มีลิฟท์แล้ว แทบไม่มีคนใช้เลย



ตอนนี้วิหารแดงสวยกว่าเมื่อก่อนมาก



พี่หมีบอกว่าจะถ่ายรูปแต่งงานรึไง



และแล้วเราก็ลงถึงก่อนที่พ่อจะขับรถมารับซะอีก พ่อเค้าลงทางลิฟท์นะน่ะ แต่อยู่คนละด้านเขา

วันนี้ยังเที่ยวไม่จบ แต่รู้สึกว่าจะเยอะไปแล้ว เอาไว้อีกตอนแล้วกันเนอะ

มีประวัติเขาตังกวนมาฝากค่ะ

เขาตังกวน บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักร

นครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวารวดี ในเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีพิธีห่มผ้าองค์เจดีย์ ประเพณีลากพระ

และตักบาตรเทโว และยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาและทะเลสาบสงขลาได้ และก่อนถึง

ยอดเขาตังกวนจะมีศาลาวิหารแดง (พลับพลาที่ประทับ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (ชม) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาในสมัยนั้น สร้างพลับพลานี้ถวาย

ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2431

lozocatlozocat




 

Create Date : 23 กันยายน 2552    
Last Update : 24 กันยายน 2552 10:51:31 น.
Counter : 1436 Pageviews.  

^ * ^ ....เที่ยวปักษ์ใต้ หาดใหญ่ - ตลาดน้ำคลองแดน.....

lozocatlozocat


ตั้งใจไว้ว่าจะพาพ่อกับแม่กลับไปเยี่ยมหลาน เยี่ยมบ้านเก่ากันซะหน่อย เพราะตั้งแต่ย้ายมาจากสงขลา พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ไปกันอีกเลย แถมหลานอายุ 5 ขวบแล้ว ยังไม่เคยเจอกันเลย ก็เตรียมวางแผนจองตั๋วเครื่องบินไว้ตั้งนานแล้ว พอใกล้จะถึงเวลาจริง ๆ แม่กลับต้องเข้าร.พ. เพราะขาหัก เลยไปไม่ได้ เลยต้องหนีเที่ยวกัน 3 คน ปล่อยแม่ให้นอนร.พ. กับพี่ชาย ที่ต้องลางานมาเฝ้าแม่ให้น้องกับพ่อไปเที่ยวกันซะงั้น

เดินทางโดยสายการบินราคาถู๊ก ถูก เที่ยว 10.25 ของวันที่ 28 ส.ค. 52 ถึงปุ๊บก็มีเพื่อนพ่อมารอรับเลย ถึงเวลากินพอดี อยากกินข้าวแกงร้านปักษ์ใต้มาก อยากจะนั่งร้านข้าวแกงธรรมดา ที่มีถาดผัก ผักแปลก ๆ เยอะ ๆ แต่ด้วยความที่เพื่อนพ่อเป็นคนพัทลุง ไม่ค่อยได้มาหาอะไรกินที่หาดใหญ่ เลยพาไปร้านภูเต่า ที่เป็นร้านชื่อดังร้านนึง

อาหารเค้าหลากหลาย อร่อยมาก แต่ไม่มีผักถาดใหญ่ที่มีผักพื้นบ้านหลากหลายแบบที่นึกอยากกิน เค้าจะมีแค่แตงกวากับถั่วฝักยาว กับน้ำพริกถ้วยเล็ก ๆ ให้เท่านั้น อาหารอร่อยแต่ราคาก็แพงมากเหมือนกัน วันนั้นกินกัน 5 คน เช็คบิลไปประมาณ 600 กว่าบาท รึไงนี่แหละ (พอดีไม่ได้จ่ายเอง เพื่อนพ่อเค้าเลี้ยงค่ะ) เพราะกับข้าวเค้าจานเล็ก ๆ ถ้าถือเอาความอร่อยก็พอให้อภัยกันได้



คิดถึงแกงส้มปักษ์ใต้มาก ในนี้ที่ชอบก็มีแกงส้มดอกแคใส่กุ้ง กับปลาดุกทรงเครื่องทอดกรอบ แต่ของเค้าก็อร่อยทุกอย่างแหละ

กินเสร็จก็แยกย้ายกันไปคนละทาง เพราะเรามีแผนว่าจะนอนที่หอยายเจ็กกับพี่ทัวร์ (ที่อุตส่าห์นั่งรถไฟจากสุราษฎ์ตามมาเที่ยวสมทบกับพวกเรา) ส่วนพ่อกับพี่หมี ก็ให้ไปเที่ยวไปนอนค้างบ้านเพื่อนพ่อที่ ต.ตะโหมด จ.พัทลุง แยกกันไปตามประสาหญิง ๆ ชาย ๆ



บ้านอาพล แล้วก็มื้อเย็นของพ่อกับพี่หมีเค้าอาพลเค้าพาไปเลี้ยงที่หาดน้อยรึยังไงนี่แหละ พี่หมีบอกว่าอาหารถูกมาก อาหารจานใหญ่ ๆ ทั้งนั้น เช็คบิลแค่ 600 กว่าบาท แต่รสชาติปานกลาง

ดูอาหารมื้อเย็นของเรากับพี่หมีซิ



ส่วนเราหลังจากที่ยายน้องต้อนรับเราได้พักนึง หล่อนก็ไปนู้นเลยค่ะ ล่องเรือสำราญที่ทะเลสาบสงขลา เพราะหล่อนบอกว่าต้องไปคุมคิวการแสดงของบริษัท ปล่อยให้พี่สาวต้องปุเรง ๆ รถฟิโน่ ไปเองตามยถากรรมในเมืองหาดใหญ่ ถนนหนทางก็จำไม่ได้แล้ว ถึงคุณน้องจะบอกทางให้แล้ว แต่กว่าจะคลำทางไปถึงสถานีรถไฟ ก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน

ไปถึงรถไฟที่ทัวร์เสียเวลาอีก ต้องรอประมาณ 2 ชม. ดีว่ามีห้างโรบินสันอยู่ใกล้ ๆ เลยไปเดินเล่นรอพี่ทัวร์พลาง ๆ ได้ของโอเรียลทอลมาซะอีก จนถึงนึกเพื่อนที่บอกว่าทำงานที่หาดใหญ่ขึ้นมาได้ เลยลองโทรไปตามให้มาเม้าท์กัน ก็ได้เจอกันสมใจ เพื่อนสมัย ปวช. ชื่อหญิง

เม้าท์กันจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พี่ทัวร์ก็มา ที่มาใต้ครั้งนี้ตั้งใจไว้ว่าจะหาไก่ทอดใต้กินให้หนำใจ ร้านที่มีหอมซอยกรอบ ๆ เย็นนี้ก็เลยได้ลองไป 2 ร้าน ซื้อไปกินที่ห้องน้อง หลังจากเอากระเป๋าไปเก็บในห้องกันแล้ว และได้กินข้าวเหนียวไก่ทอดสมใจแล้ว ก็ออกไปตระเวนเมืองหาดใหญ่ยามราตรีกัน กะว่าจะไปหาย่านอาหารโต้รุ่ง (ของกินอีกแล้ว) หาของอร่อย ๆ กิน

แต่ก็หากันไม่เจอค่ะ เพราะขับกันแต่ถนนเส้นใหญ่ ๆ หากันจนกลัวว่าจะหลงกันมากไปกว่านี้ ก็เลย ชวนกันไปตลาดเปิดท้ายที่อยู่แถวบขส. เพราะเมื่อสองปีที่แล้วคุณน้องเคยพาไป จำได้ว่าที่นั่นก็มีของกินเยอะแยะเหมือนกัน มีร้านข้าวยำเจ้าอร่อยด้วย แต่ไปถึงก็หาไม่เจอก็เลยกินร้านนี้แหละ เป็นข้าวยำสีดอกอัญชันด้วย รสชาติก็อร่อยธรรมดา หรือว่าอิ่มไก่กันมาแล้วก็ไม่รู้ เจอกะโป๊ะ ที่ตอนเด็ก ๆ ชอบกินด้วย แต่คราวนี้ไม่เหมือนที่เคยกินตอนเด็ก ๆ



กินกันได้แค่นี้แหละ เพราะก่อนมาก็กินข้าวเหนียวไก่ทอดกันมาแล้ว

เดินกันจนเพลิน จนได้เวลากลับห้อง เพราะคุณน้องบอกว่าจะกลับประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง เดี๋ยวจะเข้าห้องไม่ได้ เลยต้องรีบบึ่งฟิโน่กลับกัน มาทันคุณน้องพอดี

คืนนั้นกว่าจะได้นอนเที่ยงคืนครึ่ง

เช้าวันที่ 29 ส.ค. 52 ยายเจ๊กพาไปเลี้ยงที่ร้านติ่มซำ (แต่ที่หาดใหญ่เค้าเรียกว่า แต่เตี้ยม) เป็นร้านดังที่สุดเลยในหาดใหญ่ เพราะสังเกตจากร้านอื่น เงียบเหงามาก ร้านนี้คนจะคึกคักว่า ไปกัน 3 คน สั่งกันด้วยความหิว 16 ถาด กับบะกุดแต้ 1 ชาม อิ่ม เอียนมาก คราวหน้าต้องเปลี่ยนเป็นบะกุดแต้เจ เพราะไม่งั้นจะได้ซี่โครงหมู กินแล้วหนักไป เจมีแต่ผักท่าจะดีกว่า เพราะไหนจะติ่มซำ ที่สั่งกันมาอีกเพียบ ถาดละ 14 บาท เค้าจะมีราคาคูณให้ดูเรียบร้อยว่า 11x14=154, 12x14=168 วันนั้นเช็คบิลไป 306 บาท เอง เค้าลดให้เหลือ 300 บาทด้วย หัวละ 100 เอง ถูกมาก เพราะอิ่ม อร่อย เอียนกันซะขนาดนั้น



ก็เลยยกให้เป็นร้านแนะนำของเราซะเลย

คลิกที่นี่เลยค่ะ

เจ้ามือสำหรับมื้อนี้



แล้วพวกก็ไปตลาดสันติสุขกัน เราได้ถ่านชาร์ตมา 2 แพค แล้วเรากับพี่ทัวร์ก็นั่งรถตู้ไประโนดกัน เที่ยวเที่ยงครึ่ง ถึงเกือบบ่ายสองครึ่ง จนป้าเพียรกับอาพล เพื่อนพ่อพาพ่อกับพี่หมีมาส่งที่ระโนดรอไม่ไหว กลับกันไปซะก่อน

ไปถึงระโนดบ้านน้าเนาว์เก็บร้านเสร็จแล้วก็พากันไปรับหลานกุ๊กกิ๊กที่บ้าน ไปเที่ยวตลาดน้ำคลองแดนกัน



ที่หาดใหญ่มีตลาดน้ำคลองแห ที่ระโนดนี่ ก็มีนะคะ ชื่อตลาดน้ำคลองแดน อยู่ในเขต ต.ปากละวะ อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นตลาดใหม่ พึ่งเปิดได้ไม่นาน คนเลยไม่ค่อยรู้ แต่เค้าก็พยายามโปรโมท และส่งเสริมการตลาดของเค้า เช่นมีการแสดงดนตรี หลาย ๆ เวทีประชันกันด้วย







นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยมาก ของที่ขายก็เลยไม่ค่อยมากไปด้วย แต่ทำเลของเค้าใช้ได้เลย



ที่ซื้อชิมก็มีขนมโค เห็นแล้วคิดถึง ล่าสุดเคยทำกินกันกับพี่ทัวร์ แต่ใช้แป้งผิดเฉยเลย ความจริงต้องใช้แป้งอีกอย่าง แต่เราดันไปใช้กันอีกอย่าง ผลออกมากินไม่ได้เลย เดี๋ยวคราวหน้าจะลองทำกินอีกที แล้วก็นี่ข้าวเกรียบปากหม้อไส้หวาน อร่อยมากไส้หวานคือไส้มะพร้าว แล้วเค้าก็จะใส่กะทิเค็ม ๆ หวาน ๆ ไปด้วย อร่อยมาก เพราะแป้งเค้านิ่มมาก



ของกินอย่างอื่น ความจริงยังมีอีกแต่เค้ายังมาตั้งร้านไม่หมด ตลาดนี้ยังเป็นตลาดค่อนข้างใหม่ (แต่พื้นที่ดั้งเดิมค่ะ) ทั้งคน ทั้งขายเลยยังขายกันไม่ค่อยเยอะ แต่อีกหน่อยน่าจะดีขึ้นถ้าพวกเราช่วยกันสนับสนุน เอ้าเด็กสงขลาได้ไปเที่ยวกันรึยัง


เย็นวันนี้น้าเนาว์เค้าทำอาหารเย็นเลี้ยง มีกุ้งแม่น้ำ กับปลาเก๋า ขาดปู ก็เลยไปตลาดนัดที่หัวไทร ไปหาซื้อปูกัน แต่เสียดายไม่มี เลยไปได้ที่ตลาดแถวบ้าน เสียดายตัวเล็กไปหน่อย แต่เนื้อก็แน่นดี ออเดิร์ฟเป็นจำปาดะ เกาลัดคั่ว แล้วเราก็ซื้ออินทผาลัมสดที่ตลาดกิมหยงมา แต่รสชาติไม่ได้เลย สงสัยเค้าเก็บแบบอ่อน ๆ เพราะมันฝาด เค้าคงเอาไว้โชว์เฉย ๆ เข็ดเลย



และเราก็ไปได้ถั่วแขกที่ตลาดนัดหัวไทรมา อร่อยมาก เกาลัดที่ซื้อมาจากหาดใหญ่ชิดซ้ายเลย แล้วก็เค้าเรียกว่าลูกกะ ปกติเคยกินแบบคั่ว แต่นี่ไม่รู้ว่าเค้าทำแบบดอง รสชาติแปลก ๆ ไม่ชอบเลย คั่วอร่อยกว่า



หมดไปสองวันสองคืน เหลือเวลาอีก 2 วัน 1 คืน ต้องเที่ยวให้คุ้ม ติดตามชมตอนต่อไปนะคะ

lozocatlozocat







 

Create Date : 12 กันยายน 2552    
Last Update : 5 ตุลาคม 2556 15:50:45 น.
Counter : 4063 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

ลูกสมอเรือ
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ชื่อเชอร์รี่ค่ะ เกิดที่สัตหีบ แต่เคยย้ายไปอยู่สงขลาเป็นระยะ ๆ เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งคนสงขลาและสัตหีบ ตอนนี้ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จ.ระยองค่ะ



ลูกสมอเรือ ค่ะ

Create Your Badge




เพื่อนชอบทำกับข้าว
แม่สลิ่ม
wee_nong
ปูขาเก เซมารู
jjbd
กระเพราไก่ไข่ดาว
ผ้าไหมไทย
popang
narellan
Il Maze
ดวงใจพ่อแม่
ลักกี้


เพื่อนชอบทำขนม

Ab Psy ReinDEAR
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Tiny Bakery



เพื่อนแจกของแต่งบล็อก
เนยสีฟ้า
kung
oranung_sri
lozocat
แพรวขวัญ
PS_PRINCESS
thattron

เพื่อนพาเที่ยว
chalawanman
แมวจอมกวน
thattron
baby bonus
ชานไม้ ชายเขา
ann
อยากเป็นไกด์
NuAeaw
คุยกันได้นะคะ



: Users Online

CursorsFree Cursors
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกสมอเรือ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.