Group Blog
 
All blogs
 

ได้ไปกับเค้าซะที +++ อัมพวา (จบแล้ว) +++

lozocatlozocat


ความเดิมตอนที่แล้ว

ทานส้มตำเจ้าอร่อยอิ่มแล้วก็ไปอุทยาน ร.2 ต่อ สวยค่ะ มีที่ให้ถ่ายรูปเพียบเลย โดยเสียค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท (มั๊ง ไม่แน่ใจ เพราะตัวเองซื้อตั๋วผู้ใหญ่นี่)





บอกแล้วว่าสวยมีที่ให้ถ่ายรูปเพียบเลย บรรยายด้วยภาพแล้วกัน









เหลือโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้แล้วค่ะ ตลาดน้ำอัมพวา มาถึงตอนสี่โมงเย็นพอดี ตลาดเริ่มเปิด คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่อยู่ได้ไม่นานถึงแค่ 5 โมงเย็นก็กลับ เพราะพี่หมีเริ่มงอแงค่ะ เมื่อยจัด





ของขายเพียบ





รีบ ๆ เดิน แบบเมื่อย ๆ รีบ ๆ ซื้อ ของกลับ ด้วยความที่ไม่หิว เลยได้ของกลับมานิดเดียวเอง มันเพลียอยากกลับบ้านอย่างเดียว ความจริง ต้องกลับบ้านก่อนแล้วออกมาเดิน เพราะตลาดมีถึงกลางคืน แต่รู้ตัวดีว่าถ้ากลับแล้วพี่หมีต้องขี้เกียจออกมาอีกแน่ ๆ
กลับบ้าน ทันได้นั่งกินข้าว กินขนมตรงท่าน้ำ พี่หมีเล่นน้ำได้ไม่นานเท่าไหร่ ขึ้นมากินอิ่มพอดีก็มืด ยุงเริ่มมาค่ะ เลยเข้าไปนอนเล่นในห้องต่อ



มื้อเย็นมีข้าวเหนียวไก่ทอดสูตรหาดใหญ่ หอยตลับเผา ข้าวคลุกกะปิ ข้าวเหนียวหน้ากระฉีก (มั๊ง ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าหน้าอะไร) มะตูมเชื่อม ขนมไทยสูตรชาววัง ที่หากินมานาน แต่ที่อร่อย พร้อมนำเสนอก็มีเท่าที่ตามภาพเลยค่ะ



เมื่อตอนหัวค่ำ ป้าเล็กมาเรียกไปพายเรือดูหิ่งห้อยด้วย เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศเลยไม่เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย เก็บไว้แต่ความทรงจำแล้วกัน หิ่งห้อยอัมพวา ที่เหลือน้อยเต็มทีแล้ว แต่ก็ยังสวยสำหรับคนที่เคยเจอทีละตัว สองตัวอย่างเรา อีก 10 ปี ที่นี่จะมีหิ่งห้อยให้ดูอีกรึเปล่าน๊า

เช้าวันที่ 8 ตื่นเช้ากว่าที่คิดแฮะ ตื่น 7 โมงเช้า รีบไปถ่ายรูปบรรยากาศตอนเช้าที่ท่าน้ำก่อนแดดจะแรง



ตามด้วยบรรยากาศรอบ ๆ บ้านอีกที







เช้านี้ได้กินลูกจากด้วย รสชาติจะจืด ๆ กรุบ ๆ ต้องเลือกกินอ่อน ๆ แก่ ๆ มันจะแข็ง สรุปแล้วลูกตาลจะรสชาติดีกว่า ลูกจากถ้าจะกินจริง ๆ น่าจะทำเป็นลอยแก้ว หรือเชื่อมหวานหน่อย ๆ คงจะอร่อย



ความจริงมื้อเช้าจะมีข้าวต้มกุ้ง+ หมูสับ ทรงเครื่องด้วย ถ่ายไว้แล้วแต่ภาพหายไป ได้ไงไม่รู้



ออกจากบ้านลุง 11 โมง พี่หมีมัวนั่งเม้าท์กับลุง เกือบจะไปไม่ทันรถไฟผ่านตลาดเสี่ยงตายแล้ว แต่ยังดีนะทันขารถไฟออกจากสถานีพอดี ถ้าไป 11 โมง จะได้เห็นทั้งขาเข้าและขาออกเลย





ของที่ตลาดน่าซื้อมาก มาเที่ยวครั้งนี้ หมดเงินไปกับตลาดนี้แหละเยอะที่สุด ทั้ง ๆ ที่แดดร้อน แต่เห็นของถูก ๆ แล้วน่าซื้อไปหมด ถือของกันเมื่อยเลย เจอปลาทูตัวเล็ก ๆ เข่งละ 5 บาท ยังซื้อมาทอดให้น้องหมากินเลย ของฝากที่ได้ มีทั้ง หอยดอง ปลาทูคอหัก ตับปลาทู หอยเชลล์ บะจ่าง หอยหลอดแห้ง กะปิคลองโคน ปลาริวกิวสด กั้งสด กระเจี๊ยบสดสีแดงเข้มๆ เอากล่องโฟมไปใส่โดยเฉพาะ (เตรียมตัวไปพร้อมคะ)



ออกจากตลาด ยังต้องไปไหว้พระที่วัดหลวงพ่อเพชรอีก ตามที่แม่บอกไว้ ว่าถ้าไปแล้วต้องไปไหว้หลวงพ่อบ้านแหลม (ชื่อเดิม)



วันนี้กลับถึงระยองเกือบ 5 โมงเย็น ขากลับฝนก็ตกเป็นระยะ ๆ เลย

เที่ยวครั้งนี้ก็เที่ยวแบบงก ๆ เช่นเคย มีที่ ๆ อยากจะไปเยอะแยะไปหมด คราวหน้าถ้าได้ไปอีก จะไปแค่ตลาดน้ำ แล้วก็วัดอีกซักวัดพอแล้ว แต่ไปถึงจะต้องไปตลาดเสี่ยงตายก่อนเลย ไปซื้อของสด ๆ มาทำกับข้าว ครั้งนี้พี่หมีมีการลืมกางเกงที่ใส่เล่นน้ำไว้เฉยเลย เพราะว่าตากไว้ ขนาดตากไว้ตรงประตูรั้วให้เห็นจะจะ แล้วนะเนี๊ยะ

เที่ยวคราวนี้หมดไป 3,500 บาท

- น้ำมันรถ+ทางด่วน ประมาณ 900 บาท - ค่าที่พัก 600 บาท (หัวละ 300) - ค่าอาหารประมาณ 600 บาท - ทำบุญ + ค่าตั๋ว 150 บาท - ซื้อของกลับบ้านประมาณ 1200 บาท

lozocatlozocat





 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 10:22:22 น.
Counter : 551 Pageviews.  

ได้ไปกับเค้าซะที +++ อัมพวา +++

lozocatlozocat


ทริปนี้ไปอัมพวาค้างแค่ 1 คืน

ออกเดินทางตั้งแต่เย็นวันที่ 6 พ.ย. 51 ถึงบ้านพี่ป้อม (ปากน้ำ) ตอนสองทุ่ม
พี่ป้อมก็พาไปกินที่ร้านอาหารริมน้ำแถวบ้าน แต่ไม่อร่อยเลย ถามเด็กที่ร้านเค้าบอกว่าแม่ครัวไม่อยู่ เจ้าของร้านเลยทำอาหารเอง เลยไม่อร่อยซะงั้น
พอเช้าวันที่ 7 ก็ออกเดินทางแต่เช้า

ไปบ้านลุงเกล้าโฮมสเตย์ ตามแผนที่ หาง่ายมาก เพราะคนทำข้อมูลเค้าทำมาดีจริง ๆ

คลิก ดูรายละเอียดจากเจ้าของข้อมูล ที่นี่ค่ะ

ถึงประมาณ 9 โมงกว่า ๆ เจอเจ้าน้ำชานั่งเหม่อมองอะไรไม่รู้อยู่ทางเข้า พอเห็นแขกมารีบวิ่งตามรถมาต้อนรับเลย



วันนั้นโชคดีจัง ป้าเล็กเค้าจัดให้นอนบ้านหลังใหญ่ ที่สร้างใหม่ นอนกันสองคนสบายเลยกว้างดี เพราะแอบไปดูหลังเล็ก แคบไปหน่อย ป้าเค้าปูเบาะให้ สามเบาะเลย หลังนี้ถ้านอนสบาย ๆ นอนได้ 5 คน
ระหว่างรอป้าทำห้องก็ออกมาดูบรรยากาศในสวน และก็ริมแม่น้ำซะหน่อย



น้องหมา ๆ เพียบเลย เจ้าตัวที่นอนแบะนั่น ออกลูกมาตั้ง 8 ตัว ใครอยากได้น้องหมาไปขอลุงกับป้าเค้าได้เลย





และพอป้าเค้าทำห้องเสร็จเอาของเข้าห้อง พี่หมีแอบนอนแป็บนึง 11 โมงก็เริ่มออกเที่ยวกันล่ะ ป้าเค้าแนะนำให้เที่ยวจากทางฝั่งซ้ายไป
เลยเที่ยวตามแผนที่ เริ่มที่วัดภุมรินทร์กุฎีทอง
วัดนี้มีประวัติมากมาย คือเป็นวัดที่พ่อกับแม่ของมเหสีรัชกาลที่ 1 สร้าง ที่น่าสนใจคือกุฎีทอง พอขึ้นไปจะเจอไกด์คนนึง เค้าจะเล่าประวัติของวัดได้ดีมาก ๆ หรือจะให้เค้าช่วยนำเที่ยวเลยก็คงจะดี เพราะเค้าเป็นคนพื้นที่ รู้ประวัติของสถานที่แต่ละที่เป็นอย่างดี
บนกุฎีถ้าใคร ๆ ขึ้นไปจะมีน้องเหมียวชื่อมารวย (ตัวสีขาว) จะนอนอยู่ข้างในเลย ตัวอ้วนเชียว เพราะจะมีอาหารเม็ดแมวอยู่บนกุฎีเลย เรียกว่ากินนอนอยู่บนนั้นเลย เค้ามีตู้รับบริจาคอาหารแมวด้วย









มีประวัติของกุฎีทองมาฝากด้วย
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าวัดบางนางลี่นั้นมีสมภารอยู่องค์หนึ่งเชี่ยวชาญในทางสมถวิปัสนา ญาณแก่กล้า สามารถนั่งทางในเห็นเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตได้แม่นยำทำให้มีคนเคารพนับถือมาก
มีเศรษฐีตระกูลหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่แขวงบางช้างคืออำเภออัมพวาในปัจจุบัน โดยเรียกว่าเศรษฐีบางช้างเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว บุคคลในตระกูลนี้ รับราชการเป็นเจ้าเมือง เช่นพระแม่กลองบุรี(เสม) ต้นตระกูลวงศาโรจน์ พระแม่กลองบุรี(ศร) ต้นตระกูล ณ บางช้าง มีฐานะมั่นคงร่ำรวยกว่าตระกูลอื่นในลุ่มน้ำแม่กลอง
เศรษฐีทองและเศรษฐีสั้น ตั้งเรือนอยู่ในแขวงบางช้าง บริเวณวัดจุฬามณี มีบุตร-ธิดาหลายคน ธิดานางหนึ่งชื่อว่านางนาค เป็นกุลสตรีที่มีความงามเป็นที่เลื่องลือ
สมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา มีพระทัยหมกมุ่นอยู่ในกามคุณและแสวงหาสตรีรูปงามไปเป็นนางสนมนางบำเรอจึงโปรดให้มหาดเล็กคอยสืบเสาะหาสตรีรูปงามไปถวาย
ครั้งหนึ่งมหาดเล็กคนสนิทกราบทูลว่า มีสตรี`รูปงามในแขวงบางช้างนางหนึ่งเป็นบุตรเศรษฐีบางช้าง จึงโปรดให้เจ้าเมืองราชบุรีไปสู่ขอต่อบิดา-มารดา
ด้วยสมัยนั้นเมืองสมุทรสงครามเป็นหัวเมืองตรีขึ้นต่อเมืองราชบุรีส่วนเมืองราชบุรีเป็นหัวเมืองชั้นโท ท่านเศรษฐีทองและภรรยา ได้บ่ายเบี่ยงว่าขอถามความสมัครใจของธิดาก่อน จึงนำความไปปรึกษาพระแม่กลองบุรี (เสม) เจ้าเมืองแม่กลองซึ่งเป็นญาติก่อน ธิดาของเศรษฐีทองไม่สมัครใจเป็นนางสนมในวัง เศรษฐีทองสงสารธิดา จึงพร้อมด้วยเจ้าเมืองสมุทรสงคราม นำความเข้าหารือกับหลวงพินิจอักษร(ทองดี) เสมียนตรากรมมหาด ไทย หลวงพินิจอักษรก็ได้เกิดปัญญาว่านายทองด้วงบุตรชายได้บวชเรียน แล้วยังไม่มีคู่ครอง หากได้ธิดาเศรษฐีทองมาเป็นภรรยาก็นับว่าเหมาะสมกันยิ่ง เพราะเป็นหญิงอุดมด้วยทรัพย์สมบัติและรูปสมบัติ ฝ่ายชายแลก็รูปงามมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด รับราชการในวังนับว่าเหมาะสมกันดียิ่งนัก ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันมิให้ธิดาตกเป็นสนมในวัง เมื่อคิดอุบายได้ทั้งสองฝ่าย จึงเห็นดีด้วย จึงได้ทำฎีกากราบทูลว่าธิดาท่านเศรษฐีบางช้างตนได้สู่ ขอให้นายทองด้วงบุตรชายแล้วขอพระราชทานให้แก่บุตรชายของตนเสียเถิด
พระเจ้าแผ่นดินได้ทราบเพียงกิตติศัพท์ความงามของนางนาคแต่ยังมิเคยได้ทอดพระเนตรรูปร่างหน้าตา จึงมิได้อาลัยและพระราชทานอนุญาตให้วิวาห์ได้ตามความประสงค์
ครั้นถึงเมืองสมุทรสงครามเศรษฐีทองจึงชวนภรรยาและธิดาทำบุญที่วัดบางลี่บน และขอให้สมภารตรวจโชคชะตาราศี และกำหนดวันวิวาห์มงคล สมภารได้ดูแล้วได้กล่าวกับเศรษฐีทั้งสองว่า ธิดาของท่านมีบุญวาสนามากจะได้เป็นนางพญามหากษัตริย์ยกวงศ์ตระกูลให้เป็นสุขเป็นที่พึ่งแก่คนทั้งหลาย เพราะบุญกุศลปราณชาติตามมาให้ผลในชาตินี้ท่านเศรษฐีทอง และ ธิดากล่าวว่าถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวาย
ต่อมาธิดาท่านเศรษฐีทองได้วิวาห์มงคลกับนายทองด้วงมหาดเล็ก ต่อมาได้ตำแหน่งหลวงอร่ามฤทธิ์ หลวงยกบัตรราชบุรี และ เมืองสมุทรสงคราม รับราชการในกรุงธนบุรีได้เลื่อนเป็นพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจซ้าย พระยาอภัยรณฤทธิ์ พระยายมราช เจ้าพระยาจักรี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเมื่อหมดบุญพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์จึงได้เป็นอัครมเหสีของพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่๑ แห่งกรุงรัตนโกสิน
เศรษฐีทั้งสองจึงระลึกถึงคำทำนายของสมภารวัดบางลี่บน จึงได้สร้างกุฎีทองถวาย ประมาณปี พ.ศ.๒๓๒๕-๒๓๓๐ วัดบางลี่บนจึงไดชื่อว่า “วัดบางลี่กุฎีทอง ”เมื่อวัดนี้ถูกน้ำเซาะสูญสิ้นไป จึงได้รื้อกุฎีทองมาปลูกที่วัดภุมรินทร์เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๕๖

ออกจากวัดภุมรินทร์แล้วก็ไปวัดบางแคน้อย
โบสถ์สีขาวที่เห็นข้างในจะเป็นไม้ พื้นจะเป็นไม้ตะเคียนทองชิ้นใหญ่มาก เท่าที่พี่หมีนั่งทำมือเลย เป็นไม้ปูพื้น 7 แผ่น ฝาผนังบนก็จะเป็นงานไม้แกะสลัก เสียดายลืมถ่ายรูปมา



วันนี้โชคดีตอนไปเที่ยวไม่มีแดดเลย แต่มีฝนตกซะงั้น ดีนะที่ตกแป็บเดียว มาตกที่วัดบางแคน้อยนี่แหละ พอตกแล้วก็อากาศดีเข้าไปใหญ่

ระหว่างทางไปวัดบางกุ้ง เลยแวะถ่ายรูปที่สะพานแควอ้อม เพราะดูเก่า สวยดี และมีสะพานแขวนอยู่ใกล้ ๆ ด้วย อุตส่าห์หาทางลงไปได้แล้ว กะว่าจะขึ้นไปถ่ายบนสะพานแขวนนั่นซะหน่อย แต่เค้าปิดไม่ให้ขึ้น ไม่รู้ทำไม ลืมถามคนแถวนั้นด้วย



แต่ก็ได้ดูบรรยากาศบ้านริมน้ำใกล้ ๆ สบายดี



ต่อด้วยค่ายบางกุ้ง ไปถึงก็ตรงรูปปั้นมวยไทยก่อนเลย



เชอร์รี่แอ๊คบ้าง





แล้วก็ไปโบสถ์คริสต์



โบสถ์นี้จะอยู่ในโรงเรียน เสียดาย ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่ตัวผิดระเบียบเค้าเลยอดเข้าไปในโบสถ์เลย ได้แต่แอบยืนดูอยู่หน้าประตู



ระหว่างทางจากโบสถ์คริส จะไปอุทยานร. 2 เลยเจอร้านส้มตำเจ้าอร่อย



คลิก ดูรายละเอียดที่นี่ค่ะ

และก็ขอจบตอนที่ 1 ที่ร้านส้มตำนี่ก่อนดีก่วา ชักจะยาวมากแล้ว ไว้ติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้คะ

lozocatlozocat




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 10:09:37 น.
Counter : 1275 Pageviews.  

......ทริปทรมานคนแก่...... # อุตรดิตถ์-เชียงใหม่ #

lozocatlozocat


ดองไว้ซะนาน สืบเนื่องมาจากไปงานทำบุญครบรอบการจากไปของยาย ช่วงรู้สึกว่าเป็นช่วงเปลี่ยนงานเลยได้หยุดยาวเลย พอทำบุญเสร็จปุ๊บ ก็เลยรีบชวนพ่อ แม่ น้าเนาว์ กิ๊ฟ เจ๊ก ไปเที่ยวเชียงใหม่ซะเลย วางแผนไว้แล้วว่าจะไปไหนบ้าง จัดทัวร์เองว่างั้นเหอะ ที่เที่ยวก็เยอะซะ งานนี้ไปรถพ่อคันเดียวให้พ่อขับด้วย เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 23-26 ตุลาคม 2007

อาจจะยาวมากไปหน่อยนะคะ

วันแรก เดินทางออกจากบ้านอุตรดิตถ์แต่เช้าเลย ไปแวะวัดพระนางจามเทวี

ข้อมูลวัดจามเทวี ตั้งอยู่ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง ภายในมีสุวรรณจังโกฎเจดีย์" หรือ "กู่กุด" สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๒๙๘ เป็นฝีมือของ ขอมครับ ลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย มีพระพุทธรูปปางประทานพรยืนเป็น ชั้นๆ ชั้นละ ๓ องค์ ด้านหนึ่งมี ๕ ชั้น จึงมีพระพุทธรูปด้านละ ๑๕ องค์ ทั้ง ๔ ด้าน รวมเป็น ๖๐ องค์ ภาย ในบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย เดิมมียอดห่อหุ้มด้วยทองคำ ต่อมายอด หักหายไป ชาวเมืองก็เลยเรียกว่าเจดีย์กู่กุดตั้งแต่นั้นเป็นต้น



และก็ วัดพระธาตุหริปุญชัย ที่จ.ลำพูน

ข้อมูล วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในรัชสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชย
สิ่งที่น่าสนใจ คือซุ้มประตู ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้ม ประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบ ด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่น สูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระ เจ้าอาทิตยราช เมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง พระบรมธาตุหริภุญไชย เป็นพระเกศ บรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ (ตั้งอยู่ หลังวิหาร หลวง) เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม



แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเชียงใหม่เลยทาง อ. หางดง ขับไปแวะเยี่ยมอาที่ขายกาแฟโบราณชื่อร้านใบหยกอยู่ทางเข้าหมู่บ้านถวาย แต่ก็ขับเข้าไปวนดูเท่านั้น ลงจากรถยังไม่ได้ลงเลย เพราะร้านยังเปิดไม่หมดรึยังไงนี่แหละ ขอให้ได้ขับเอาล้อไปเหยียบตามโปรแกรมว่างั้น เสียดายเหมือนกันเห็นคร่าว ๆ ว่าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย คราวหน้าแก้ตัวใหม่ แวะบ้านญาติ (อาย) เพื่อเอาของไปเก็บ แล้วก็ออกเที่ยวต่อเลย มาถึงเชียงใหม่ก็ต้องไปดอยสุเทพค่ะ







ตามแผนของเราซึ่งเป็นคนวางแผนเอง กะว่าพอขึ้นดอยสุเทพ

ข้อมูล วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัว เมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยประมาณ 11 กิโลเมตร เมื่อขึ้นมาถึงจะแลเห็นบันไดทอดยาว ขึ้นไปสู่วัด และมีนาค 2 ตัว อยู่สองข้างบันได ซึ่งสูง 300 กว่าขั้น

เสร็จจะต่อไปหมู่บ้านชาวเขาคอยาว และก็พระตำหนักภูพิงค์ฯ แต่เพราะเราเองอีกนั่นแหละ ไม่ไหวแล้ว แค่ดอยสุเทพ ก็เมารถแล้ว พอลงมาจากดอยสุเทพเลยชวนแวะน้ำตกวังบัวบานซะหน่อย เดี๋ยวจะเมาซะอีก ลองไปดูน้ำตกตามตำนานเศร้าดูซิ



ออกจากสวนสัตว์ก็แวะไปเยี่ยมบ้านป้าแถว ๆ ชานเมือง เลี้ยงน้องหมาเยอะมากเสียดายแบตกล้องหมดซะก่อน

วันแรกก็ไปซะหลายที่แล้ว แต่ยังพรุ่งนี้ยังมีโปรแกรมอีกเยอะ กลับไปนอนบ้านญาติที่หางดง ซะหนึ่งคืน เช้าก็ตื่นแต่เช้าไปเดินซื้อของตลาดเช้าใกล้ ๆ บ้าน ของเค้าขายน่ารักเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือจะชอบขายใส่ถุงแล้วผูกรวมกันเป็นพวง ๆ เวลาซื้อยกพวงเลยก็ดี



วันที่สองโปรแกรมแรกคือสวนสัตว์เชียงใหม่

จอดรถแล้วเดินเอา เมื่อยซะ แล้วพอเดินไปถึงลานโชว์สัตว์ ถึงคิวโชว์ของนกเหยี่ยว เราโดนหลอกด้วยแหละ เค้าเชิญผู้ชมร่วมสนุก เราเห็นไม่มีคนลงไปก็เลยลงไปซะเอง เค้าบอกว่าให้เราเขย่าพวงอะไรที่แหละให้ดัง ๆ เดี๋ยวนกจะบินมาจากยอดไม้โน้นมาเกาะที่แขนเราที่ยกเตรียมไว้ให้นกเกาะ (มีการให้ใส่ปลอกแขนด้วย) แล้วก็บอกว่าอย่ากลัวมัน ให้จ้องตามัน พูดซะ ไอ้เราก็ปากบอกไม่กลัวค่ะ แต่ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ มีเสียงเอฟเฟ็กซ์ด้วย สักพักคนหัวเราะใหญ่เลย ก็หันหลังไปมองมีน้องหมูป่าตัวเล็ก ๆ มากินอาหารที่โปรยไว้ที่พื้นกันตั้งหลายตัว.....อายจัง.....(เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ น้องดันถ่ายเป็นวีดีโอให้)



แล้วก็ไปต่อที่สวนพฤกษชาติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กว้างมาก ต้องขับรถไปจอดเป็นจุด ๆ แต่ก็จอดดูแค่สองจุด คือที่ต้นขวด แล้วก็ขับไปจอดที่จุดพักรถและขายของที่ระลึก ก็แวะกินกลางวันคือข้าวเหนียว กับปลาทอด น้ำพริกผักต้ม หมูทอดอะไรประมาณนี้ จากตลาดเมื่อเช้า ต่อด้วยไอติมที่เค้ามีขาย

ความจริงที่นี่มีเรือนกล้วยไม้ด้วย แต่วันนั้นแดดจัด เห็นแล้วเอาไว้คราวหน้าดีกว่า เพราะต้องรีบไปบ้านเพื่อนพ่อที่แม่ริม



คืนนี้ไปนอนที่เชียงดาวบ้านเพื่อนพ่อ

วันที่สามอยู่เชียงดาวแล้ว ตื่นแต่เช้าไม่อาบน้ำมันล่ะ (หนาวมาก) เดินไปชมบ้านเมืองตอนเช้า ๆ ของเค้าหน่อยว่าเป็นไงบ้าง



บ้านเมืองเค้าเงียบ ๆ ถนนตอนเช้าโล่งเลย เดินออกมาได้สักพักก็เจอวัดแปลกดีเลยถ่ายรูปเก็บไว้อากาศก็ดีมาก มาก



น้องหมาก็เยอะแยะไปหมด แสดงว่าคนที่นี่ใจดีชอบเลี้ยงสัตว์ ขนาดเดินมาไม่ไกลยังเจอน้องหมา มองเยอะแยะไปหมด ขนาดน้องหมายังใจดี ส่วนมากจะมองด้วยความงงงวย ไม่ค่อยเห่า



น้องเหมียวก็มี เจอเหมียวเด็กวัยกำลังซน กับเหมียวหง่าว ขี้อายอีกตังหาก เห็นว่าโดนถ่ายรูปแล้วก็ทำเป็นกินหญ้าแก้เขิน



น้าให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานว่ามาถึงเมืองงายแล้ว



น้องหมาตลาดก็เยอะ ส่วนใหญ่จะตัวอ้วน ๆ ทั้งนั้น



น้องหมาตัวนี้อย่างกับรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน เห็นวิ่งเล่นอยู่ ไอ้เราเลยเรียกเล่น ๆ แต่น้องเค้ามาจริง ๆ ค่ะ มาเล่นด้วยเฉยเลย เล่นแบบสนุกเค้าล่ะแล้วก็วิ่งนำไปที่สถูปพระนเรศวร





มีเรือนจำลองด้วย



แล้วพ่อก็มารับกลับ เพราะถ้าเดินกลับแดดจะร้อนพอดี บ้านเพื่อนพ่อก็เลี้ยงน้องหมา น้องเหมียวเหมือนกัน



โปรแกรมของวันที่ 3 เริ่มต้นจริง ๆ จัง ๆ ที่น้ำตกศรีสังวาลย์ (จำได้ว่าเค้าขายตั๋วเป็นแพคเกจ คือซื้อที่อุทยานนี้(อุทยานแห่งชาติผาแดง) แล้วก็ได้เที่ยวทั้งน้ำตก และบ่อน้ำพุร้อนโป่งอาง



น้ำตกนี้เป็นน้ำตกหินปูน

ข้อมูล น้ำตกศรีสังวาลย์ เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง สูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ บรรยากาศบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นน่าพักผ่อน ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการไป 150 เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกห้วยหกซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 20 เมตร ตั้งอยู่กลางป่าลึก ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเข้าไปประมาณ 8 ชั่วโมง





และก็บ่อน้ำพุร้อนโป่งอาง

ข้อมูล บ่อน้ำร้อนโป่งอาง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ น้ำมีอุณหภูมิสูง 70-80 องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร

แค่เอาเท้าไปจุ่มก็ไม่ไหวแล้ว



ที่ต่อไปที่ไม่ควรพลาดคือถ้ำเชียงดาวค่ะ ชอบมาก ถ้ำใหญ่ มีจุดน่าสนใจหลายจุดมาก แต่หน้าน้ำจะท่วมเป็นบางจุด ขนาดตอนนั้นที่ไปยังไปดูไม่ได้เป็นบางจุดเลย ขาเข้าก็แวะดูปลาที่ลำธารหน้าถ้ำ น้ำใสม๊าก ใสแบบชอบจังเลย มันก็สวย เย็น ๆ สบาย ๆ ปลาก็ตัวใหญ่ สวย ๆ ทั้งนั้น

ไกด์นำเข้าจะเป็นนักศึกษาที่มาช่วยกันหารายได้พิเศษ ค่านำชมก็ถูก (แต่จำไม่ได้ค่ะ) ถ้าใครใส่ส้นสูงไป เช่นเรา ก็มีรองเท้าแตะให้เช่า เพราะมันจะลื่น และต้อง มุด คลาน ปีนป่าย ลุยดี

ปากทางออกจากถ้ำก็มีพระ มีอะไรแปลก ๆ สวย ๆที่ทหารพม่ามาสร้างทิ้งไว้ บ้างก็เป็นธรรมชาติสร้างสรร แปลก ๆ ก็เยอะ สันนิษฐานเองว่าพม่าคงจะมายึดถ้ำนี้เป็นฐานทัพ นานมาก นานจนไม่รู้จะทำอะไร เลยทำของพวกนี้ไว้พลาง ๆ ฆ่าเวลา แต่ก็เป็นผลพลอยได้ของเราเหมือนกัน

ข้อมูล อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว การเดินทาง จากเชียงใหม่ไปยังอำเภอเชียงดาว ระยะทาง 72 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าไปจนถึงถ้ำอีก 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางจนถึงบริเวณถ้ำ มีบริเวณจอดรถกว้างขวาง ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดมีหลังคามุงสังกะสี หน้าถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านเต็มไปด้วยปลา หลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ หากต้องการชมบริเวณถ้ำ ติดต่อคนนำทางได้บริเวณหน้าถ้ำ




ออกจากเชียงดาวก็มาแวะเวียงกุมกาม ไม่ทันด้วยแหละเค้าปิดออฟฟิศขายตั๋วแล้ว พนักงานกำลังจะไขกุญแจกลับบ้านเลย ประมาณ 4-5 โมงนี่แหละ เสียดายจังกะว่าจะเช่าจักรยานถีบซะหน่อย แต่เค้าบอกว่าเราสามารถขับรถเข้าไปชมเองได้เลย เพราะสถานที่แต่ละแห่งจะอยู่กันแบบกะจัดกะจาย ในหมู่บ้าน ก็เลยไปเองก็แล้วกันเค้าใจดีให้แผนที่ดูด้วย พอขับไปถึงเหมือนกับเป็นที่จอดรถ ก็เจอรถม้าเค้ายังจอดรอลูกค้าอยู่ ก็เลยเช่ารถม้าเลย เพราะกลัวว่าถ้าไปเองแต่ละที่จะมืดซะก่อน ราคาถ้าจำไม่ผิด 250 นั่งไปกันตั้งหลายคน พ่อ แม่ น้าเนาว์ กิ๊ฟ เชอร์รี่ ดีนะที่ยายเจ๊กกลับใต้ไปก่อน (อยู่เที่ยวได้แค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็นั่งรถกลับใต้ไปก่อน) สงสารม้าอยู่เหมือนกัน

เสียดายมากความจริงถ้าจะมาเที่ยวที่นี่น่าจะมีเวลาสัก 3 ชม. มีเรือนไทยล้านนาจำลองให้ขึ้นไปดูได้ด้วย





คืนนี้นอนบ้านอายอีกคืน

วันที่ 4 ขับรถกลับบ้าน แวะตลาดแถวบ้านซื้อแคปหมูอีก แล้วก็แวะตลาดทุ่งกาดเกวียน ที่ลำปาง ของเยอะมาก พวกจานชามตราไก่ถูกมาก นี่ขนาดขายราคานักท่องเที่ยวนะเนี๊ยะ เสียดายมากรู้งี้เอาพวกชามตราไก่เป็นของชำร่วยงานแต่งดีกว่าถูกมาก งานไม้ก็ถูก พวกของประดับบ้านก็ถูก ผ้าพันคอ กระเป๋า เสื้อผ้าชาวเหนือ โอ๊ยอยากซื้อไปหมด แต่กลัวจะขนขึ้นรถทัวร์กลับบ้านไม่หมด แค่แคปหมูก็เพียบแล้ว เลยซื้อมาได้อย่างละนิดละหน่อย (กระเป๋าชาวเขา ผ้าคลุมไหล่ ชุดน้ำชาตราไก่ กระโปรงผ้าทอ แคปหมูอีก น้ำพริกหนุ่ม กุนเชียง หมากแห้งไว้แขวนที่โรงรถ เม็ดทานตะวัน) เท่าที่จำได้ก็แค่นี้แหละ ยังซื้อไม่สะใจเลยนะเนี๊ยะ ขนมาจริง ๆ ขนมาได้แต่ของกิน นอกนั้นต้องฝากพ่อไว้ให้เอามาให้เวลามาเที่ยวระยองอีกที มัวแต่ละลานตาเลยลืมถือกล้องลงไปด้วย

แวะพระธาตุลำปางหลวง มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเลยแหละ

ข้อมูล วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปางหลวง ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมงดงามและมีความสำคัญ ทางด้านประวัติศาสตร์ เป็นวัดเก่า แก่คู่บ้านคู่เมืองลำปาง
สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ วิหารหลวง ซึ่งเป็นวิหารขนาดใหญ่ เปิดโล่ง มีกู่ บรรจุพระเจ้าล้านทองเป็นประธานของพระวิหาร หลังพระวิหารมี เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่รั้วทอง เหลืองรอบองค์พระเจดีย์มีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหา ยศปรากฏอยู่ ด้านขวาองค์เจดีย์เป็น วิหารน้ำแต้ม (แต้ม แปลว่า ภาพเขียน) เป็นวิหารเปิดโล่ง ปัจจุบัน ภาพเขียนลบเลือนไปมาก ด้านซ้ายของ พระเจดีย์เป็น วิหารพระพุทธ เป็นอาคารปิดทึบมีพระประธานแบบ เชียงแสนองค์ใหญ่อยู่เต็มอาคาร หน้า บันของวิหารพระพุทธเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี และพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งรวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่าง ๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น สังเค็ด ธรรมาสน์เทศน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้น









โปรแกรมสุดท้ายแล้ว วัดนี้เคยมาแล้วหนนึง แต่ก็พายายกิ๊ฟ กับน้าเนาว์แวะอีกครั้ง ชอบขึ้นไปดูพิพิธภัณฑ์

ข้อมูล วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี อยู่ห่างจากอำเภอเด่นชัย 3 กิโลเมตรครับ มีศาลาพิพิธภัณฑ์สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง แบบล้านนา ภายในมีโบราณวัตถุต่าง ๆ จัดแสดงไว้ เช่น รูปภาพเจ้านายฝ่ายเหนือและเหตุการณ์ ในอดีต พระพุทธรูปต่าง ๆ เครื่องเขิน เครื่องดนตรีล้านนา อาวุธโบราณ เป็นต้น



จบแล้วยาวมาก ก็ถ่ายไว้ซะเพียบเลย งานนี้เที่ยวแบบงก ๆ ค่ะ เลยเหนื่อยคนแก่เลย

lozocatlozocat




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 11:49:54 น.
Counter : 702 Pageviews.  

ทริปนี้มีมันส์ >>> น้ำตกธารรัตนา (เขาใหญ่)

lozocatlozocat


*** ลงรูปไว้ก่อน เนื้อเรื่องค่อยตามมาคะ ***

ทริปนี้สืบเนื่องมาจากเข้าไปในห้อง BP แล้วเจอเค้าเปิดรับสมาชิกไปเที่ยวโรยตัว 4 ผา 5 น้ำตก กับโครงการ คืนป่า รักษ์น้ำ เพื่อโลกสีเขียว ที่เขาใหญ่แต่คนจองเต็มซะแล้ว เสียดายมาก เพราะเคยเห็นภาพที่เค้าจัดไปเที่ยวครั้งที่ 1 อยากไปมาก แต่คิดว่าคงจะไม่มีโอกาสหรอก แต่ครั้งนี้ฟลุ๊คแฮะ เพราะเราก็เมนท์ไปว่าเสียดายจัง พอสักพัก สองสามวัน ก็มีคนหลังไมค์มาบอกว่ามีคนยกเลิก หลายคน ยังสนใจจะไปรึเปล่า เราก็โห โอกาสอย่างงี้พลาดไม่ได้แล้ว เลยลงชื่อจองไปก่อน ก็เอามาคุยให้พี่หมีฟัง พี่หมีคัดค้านอีกตามเคย ทะเลาะกันไปยกนึง สุดท้ายเราก็ชนะอีกตามเคย ดีใจมาก ได้ไปแย้ว



ออกเดินทางสาย ๆ ของวันที่ 13 ซึ่งเค้านัดเจอกันวันที่ 14 เวลา 9 โมงเช้า คิดว่า ไม่ไหวแน่ ๆ ขี้เกียจตื่นเช้า เลยไปกันล่วงหน้า ออกเดินทาง เวลา 9 โมงครึ่ง แต่ไปแวะตลาดซื้อยา ซื้อขนมมื้อเช้า ก็ดันมาปวดฟันซะได้ เริ่มมีอาการมาตั้งแต่วันที่ 7 นึกว่าเหงือกเป็นแผล แล้วอักเสบ ที่ไหนได้ วันที่ 10 ถึงได้รู้ว่าปวดฟัน เกิดมาพึ่งจะได้ซึ้งนี่แหละ พอวันที่ 11 แก้มบวมเลย ทั้งบวมทั้งปวด คิดว่ายังไงชั้นก็จะไปแบบปวด ๆ นี่แหละ แต่โชคดีมากวันที่ 13 หายปวดเฉยเลย แต่หน้ายังบวมอยู่เลย ยังไงซะ ก็คนจะไปนี่นา



ถึงปราจีนฯ ประมาณ เที่ยง ๆ กะจะหาที่พักในตัวเมืองปราจีนฯ แต่ไม่ไหวไม่มีที่เวิร์ค ๆ เลย แต่ออกไปหาเอาดาบหน้า จะถึงเขาใหญ่อยู่แล้ว พอดีมองไปเห็นป้าย แมนชั่นรายวันแว๊บ ๆ เลยให้พี่หมียูเทิร์น อื้อดีแฮะ พึ่งสร้างใหม่ด้วยน่าจะโอเค ถูกดีด้วย เลยเช็คอินท์ซะเลย



นั่งกลิ้ง นอนกลิ้งดูโทรทัศน์ จนสี่โมงเย็น เดินไปตลาดดีกว่า เพราะตอนยูเทิร์นเห็นตลาดอยู่ใกล้ ๆ พอดี เดินไกลเหมือนกันประมาณ 300-400 เมตรมั๊ง มีศาลพระนเรศวรอยู่ด้วย แต่วันนี้คงไปไหว้ไม่ทันแล้วแหละ เดี๋ยวฝนจะมาซะก่อน เลยรีบ ๆ เดินไปซื้อของ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฝนมามืดเลย ยังเดินไม่ทั่วเท่าไหร่เลย ขากลับต้องวิ่งจนได้ ขนาดวิ่งแล้วยังไม่ทันเลย เปียกมะล่อกมะแล่ก แต่ยังไม่โชกเท่าไหร่ ถึงตึกแถวหน้าแมนชั่น ไปไม่รอดแล้ว ฝนตกอย่างแรง แล้วพอดีก็มีร้านเบเกอรี่เห็นเค้ากำลังเอาขนมอบออกมาใหม่ ๆ เลยโดนซะเลย พี่หมีเอาพาย 3 ชิ้น 20 ของเราคัตตาร์ดเค้ก 2 ชิ้น 20 บาท มีน้องเหมียวด้วย พอซื้อเสร็จก็ต้องรอฝน แต่มีร้านเสริมสวยใจดี (เป็นผู้ฉิงด้วย) เค้าชวนให้ไปหลบในร้าน เราก็เกรงใจเพราะตัวเปียกอยู่เหมือนกัน เค้าก็เลยใจดีอีกให้ยืมร่ม เลยไม่ขัดศรัทธาคนใจดี แถมสวยใหญ่ซะด้วย ...????.....



เมนูมื้อเย็นมีส้มตำ เมนูแปลกด้วย ตำครกระเบิด ถามแม่ค้าว่าเป็นไงเค้าบอกว่าใส่หมูยอกับแหนม ก็เลยสั่ง พี่หมีไม่พอกล่องข้าวน้อยอีกสั่งตำไทยใส่ปูอีก ย้ำแล้วว่าไม่เผ็ด แต่ออกมาเผ็ดมาก แล้วก็เจอเนื้อกับหมูแดดเดียว ขีดละ 50 แพงเหมือนกันนะเนี๊ยะแต่ทำไงได้มาแถวนี้ต้องกิน มันอร่อยง่ะ ซื้อ เนื้อ + หมู 1 ขีด ข้าวเหนียว 10 บาท เดินเลยไปเจอปลาดุกแดดเดียวทอดอีก แต่ตัวเล็กจังเค้าผ่าแผ่ ๆ 2 ตัว 30 บาท ข้าวเหนียวอีก 10 บาท ซื้อมาได้แค่นี้แหละ เหมือนจะน้อย แต่กล่องข้าวน้อยจริง ๆเพราะมีขนมอีก ต้องกินให้หมดเดี๋ยวมดขึ้น เออ จะบอกให้ว่าขอกล่องโฟมเค้าก็ไม่มี ช้อนเค้าก็ไม่มี งานนี้เลยต้องเปิบมือในถุง
กินเสร็จนอนกลิ้งต่อ พอหกโมงกว่า ๆ ฝนหยุดเลยเดินไปคืนร่มแล้วก็เล่นเน็ต เพราะข้างล่างเค้ามีให้เล่น ชม.ละ 20 บาทเอง เลยเช็คข่าวสารซะหน่อย ถึงได้รู้ข่าวร้ายจากสต๊าฟที่จัดโรยตัวว่ามีแววว่าจะยกเลิกพรุ่งนี้ เพราะมีข่าวว่ามีน้ำป่า และก็ฝนตกหนักน้ำท่วม เราเฮ้ยได้เราไม่ยอม มารอถึงนี่แล้ว (เสียดายน้ำมันรถ) เลยโทรไปถามสาริกา เค้าเช็คกลับให้ก็บอกว่ามีแวว 80% ที่จะยกเลิก และก็ให้เบอร์สต๊าฟมา เราเลยคุยเลย เสนอด้วยว่าให้โหวต หรือใครจะมาก็มา ไม่มาก็ค่อยมาอีกกลุ่ม ให้แบ่งกลุ่มไปเลย เพราะทางสาริกาก็บอกว่าไม่มีอันตรายอย่างที่คิด ผลสรุปออกมาโอเคครับพรุ่งนี้เจอกันเวลาเดิม เพราะมีคนที่ยืนยันว่าจะไปเยอะเหมือนกัน คืนนี้เลยนอนหลับ แบบตื่นเต้นยังไงไม่รู้ กลัวเช้ามาจะบอกยกเลิกอีก



ตอนเช้าตื่นแต่เช้าหรือไม่เช้าเท่าไหร่นี่แหละ ก็ประมาณ 7 โมง โอ้เอ้กว่าจะออกจากห้องก็เกือบ 8 โมง ชวนพี่หมีไปหาอะไรกินตลาดเดิม เจอพระมานั่งรอบิณฑบาตรด้วย เลยชวนพี่หมีทำบุญ ซื้อข้าวเหนียวเนื้อห่อใบตอง น้ำเต้าหู้ ขนมอะไรไม่รู้ทอด และก็ไปกินโจ๊ก (พึ่งนึกออกว่าปวดฟันเคี้ยวมากไม่ค่อยได้)



กินเสร็จไปไหว้พระนเรศวรซะหน่อย ติดไว้ตั้งแต่เมื่อวาน มีไก่เยอะมาก เห็นแล้วนึกถึงศาลที่เชียงดาว เค้ามีไก่เยอะอย่างงี้เหมือนกัน



พี่หมีน่าเกลียดมากไหว้เสร็จมีการเสี่ยงเซียมซีอีก พอจะหยอดตู้ทำบุญอ้าวไม่มีเหรียญ หรือแบงค์เล็กเลย มีอย่างต่ำก็แบงค์ร้อย ด้วยความงก ก็เลยไม่ได้หยอด บอกว่าไม่เป็นไรหรอก แต่เราแอบบอกในใจว่าเดี๋ยวคราวหน้าจะมาใช้ให้นะคะ



อ้าวใกล้จะถึงเวลานัดแล้วเหลืออีก 15 นาที แวะซื้อข้าวเหนียวเนื้อห่อใบตองอีก 2 ห่อ เผื่อไว้กินตอนเย็น ลงมาจากผาแล้วจะหิว พอตอนขับรถไปที่อ่างเก็บน้ำเกือบจะทะเลาะกันให้เสียฤกษ์อีกแล้ว ก็พี่หมีไม่เชื่อ บอกให้ขับไปอีกให้ถึงทางขึ้นเขาก็ไม่เชื่อ เพราะในแผนที่จะต้องเลี้ยวแยกซ้าย ซึ่งมันก็มีแยกใหญ่ผ่านมาตั้งหลายแยกแล้ว แต่เราว่าต้องไปอีก เลยต้องโทรถาม เห็นไม๊เค้าบอกให้ขับไปอีกจริง ๆ แล้วก็ถึงทางเลี้ยว พี่หมีไปเห็นวัดที่มีมณฑปสวยอีก ต้องย้อนกลับไปถ่ายรูป เลทจนได้งานนี้



วัดนี้มีเจดีย์ด้วย แต่ต้องขับ หรือเดินขึ้นไปอีกนี่แหละ แต่ไม่ทันแล้วแค่นี้ก็เลทไปเกือบสิบนาทีแล้ว



ถึงซะที โหคนมากันเยอะกว่าที่คิดแฮะ นับแล้วได้ยี่สิบต้น ๆ พวกไม่กลัวน้ำป่า



ไปถึงก็นั่งรออยู่นานเหมือนกัน พวกที่มารถตู้มาถึงกันตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง และพวกที่เอารถส่วนตัวก็ทยอยกันมา รอเจ้าหน้าที่สาริกานานเหมือนกัน พอเค้ามาถึงก็แนะนำตัวแล้วก็สาธิตการใช้อุปกรณ์



พี่หมีเริ่มจะตื่นเต้น เพราะตอนแรกแหม นึกว่าเราไปเอาอะไรมาจากไหน จะโดนเค้าหลอกรึเปล่า ยังไม่เข้าใจ ทีนี้เป็นไงล่ะ ชอบล่ะซี่



ออกจากอ่างเก็บน้ำวังบอนขึ้นรถกระบะของเจ้าหน้าที่ไปขึ้นเขาใหญ่ เค้าพามาส่งที่ทางเดินไปจุดโรยตัวจุดแรก เดินไม่ไกลเท่าไหร่ เหนื่อยหน่อย ๆ ถึงแระ ผานี้เป็นผาแรกก็สูงซะ ผ่านผานี้ไปได้ก็เด็ก ๆ แล้ว ก็ผานี้สูงประมาณ 70 เมตรได้



มันส์มาก ตอนที่กำลังจะลง เสียวอยู่เหมือนกัน ต้องบอกตัวเองว่าห้ามมองลงไป พอตอนลงก็อื้ม ไม่น่ากลัวแล้ว คือคอยแต่คิดว่าจะเหยียบตรงไหน ลืมกลัวเลย แต่เมื่อยแขนมาก เพราะมันต้องคอยเบรคอยู่ น้ำหนักตัวก็ไม่ใช่น้อยมันเลยยิ่งเมื่อยมั๊ง แถมนานมากเพราะมันสูงไง ไม่กล้าปล่อยปื้ด ๆ ต้องค่อย ๆ เดิน คนที่ชำนาญเค้าคงเดินฉับ ๆ แต่พอเลยครึ่งผาไปแล้วมันเป็นชะง่อนผาไม่ได้เหยียบแล้ว คราวนี้ค่อยปล่อยเร็ว ๆ ได้ ระหว่างทางมีดอกไม้ป่าสวย ๆ ให้ดูด้วย ชื่ออะไรไม่รู้สีเหลือง สร้อยอะไรสักอย่าง ผานี้ลงพร้อมพี่หมีแต่ตอนจะลงพี่หมีเค้าอยู่ซ้ายสุดเค้าได้ไปก่อน เราอยู่ขวาสุดลงหลังเพื่อนเลย พี่หมีลงถึงนานแล้ว เลยได้ถ่ายรูปไว้ให้ด้วย นิดนึง



ผานี้เพราะลงเป็นคนแรก ๆ เลยต้องรอเพื่อน ๆ นานอยู่เหมือนกัน จนกินเสบียงหมดไปห่อนึง อื้อลืมไป เสบียงที่ทางสาริกาจัดให้จะเป็นข้าวเหนียวห่อใบตอง จะอยู่ในถุงอีกที มีปลาดุกแดดเดียวทอดแบบที่กินเมื่อวานเลยแล้วก็หมูทอดกระเทียม พอหิว ๆ นี่อะไรก็อร่อย (แต่ก็อร่อยจริง ๆ เพราะเมื่อวานกินแล้ว) กับน้ำ 1 ขวด เค้ามีกระเป๋าให้สะพาย 1 ใบต่อ 2 คน ส่วนพี่หมีเค้าต้องสะพายกระเป๋าให้ไอซ์ เพื่อนที่ทักทายกันก่อนจะมาในหลังไมค์ เพราะกระเป๋าไอซ์เป็นกระเป๋ากันน้ำ แล้วเราก็ฝากกล้องไว้กับเค้าด้วย



ผาที่สองก็โรยกันเป็นกลุ่มแรก ๆ อีก พร้อมกับพี่หมีอีกเหมือนกัน



ทางเดินระหว่างอีกผาจะไปอีกผาลุยมาก สนุกดี น้ำมันแรงด้วย แต่เค้าก็เซฟตี้ มีเชือกให้เกาะ เพราะลำพังไม่มีเชือกนี่ปลิวแน่ ๆ แล้วพี่หมีก็ทำอะไรน่าเกลียดอีกแล้ว ทางเดินระหว่างจากผาสามไปสี่ มันไกล เดินนานด้วย มีการบ่นหิวข้าว เราสะพายอยู่แกเดินหลังบอกจะเอาน้ำแกก็หยิบเอง หยิบนานมาก พอเอาออกไปได้แล้ว เราหันไปมอง โหห่อข้าวเหนียวที่เหลืออีกห่อ ไหนบอกหิวน้ำไง เดี๋ยวก็ตกไม่ได้กินหรอก ไม่ต้องเลยนะ จะกินยังไงเดินอย่างงี้ ไม่เชื่ออีก เป็นไงล่ะ พอแกะใบตองถือห่อข้าวอยู่หลุดมือค่ะ หลุดไปทั้งถุง หล่นน้ำไปเลยน้ำก็ไหลแรง ข้าวก็ลอยไหลไปตามน้ำจะเอาก็ไม่ได้ ไม่ทัน เลยต้องปล่อยไปด้วยความโมโหหิว เสียดายมาก ห่อนั้นยังไม่ได้กินเลย แทนที่จะกินให้หมดระหว่างที่นั่งรอผาสาม ทำไมไม่ยอมกินไม่รู้ พี่หมีทำเป็นบอกว่าบริจาคให้ปลา หือทั้งถุงอย่างงั้นนี่นะ ขอให้ถุงมันช่วยอ้าให้ข้าวกับปลาออกมาเหอะ แถมยังเป็นถุงทำลายธรรมชาติอีกจริง ๆเล้ย คนซุ่มซ่าม



ผาที่สามนี่เปียกทุกคน เราได้อยู่ตรงกลาง เปียกแต่ไม่แรงเท่าคนอยู่ด้านซ้าย ผานี้ชิงลงก่อนพี่หมี พอลงเสร็จรอเพื่อน ๆ นานมาก แล้วก็หนาวมาก เพราะต้องลุยน้ำสูงถึงอก และเดินไปผาที่ 4 นี่ไกลมาก แต่โชคดีที่รองเท้าเรากับพี่หมีไม่ลื่นเลย แต่ก็ต้องระวังสุด ๆ กลัวได้แผลเดี้ยงกลับบ้าน



พอถึงผาสุดท้ายคราวนี้พี่หมีไม่ยอม ขอลงก่อนเพราะจะให้เราถ่ายวีดีโอให้ โอดครวญว่าเค้าไม่ได้ถ่ายเลย เลยต้องนั่งรอถ่ายให้ ผานี้ลงไปข้างล่างจะเป็นอ่างเก็บน้ำเลย ต้องลงเรือแคนนูแล้วพายกลับฝั่ง พอพี่หมีลงเสร็จเกือบต้องรอนานเพราะเรือหมดแล้ว ต้องรอชุดที่ลงไปกันก่อนแล้วเอาเรือพายมารับใหม่ แต่พอดีเจ้าหน้าที่เค้าเอาเรือที่เหลืออีกลำมาให้ก่อนพอดี เราเลยชิงลงต่อเลย กับน้องที่มาด้วยกันผู้หญิง ผู้ชาย เค้าคงเห็นเราตัวเล็กกว่าเลยให้นั่งกลางไม่ต้องพาย น้องผู้หญิงพายหน้า ผู้ชายพายหลัง แต่ตลกมาก พายกันไม่เป็นเกือบเข้าไปในน้ำตกแน่ะ ถ้าเข้ามีหวังล่มแน่ แต่ดีหันเรือออกทันเกือบไปนิดเดียวเอง แต่ก็จนได้พายเข้าป่าค่ะ 2 ครั้ง เฉไปเฉมาเกือบครึ่งทาง ถึงจะจับทิศทางได้ น้องผู้ชายก็บ่นมากว่าเมื่อย เราเลยช่วยไปยกนึง (เข้าป่าครั้งที่ 2) ให้เค้าพายต่อ ถึงเกินครึ่งแล้วช่วยน้องผู้หญิงต่อคราวนี้ช่วยไปจนถึงฝั่งเลย ส่วนน้องผู้ชายก็พายไปบ่นไปเหมือนเคย ตลกมาก

ถึงฝั่งเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ขับรถกลับเลย เพราะพี่หมีต้องทำงานเช้า พอเข้าตัวเมืองปราจีนฯ แวะกินข้าว ฝนก็ตก จนขับรถก็ตกมาตลอดทางเลย ถึงระยองนั่นแหละถึงไม่ตก สรุปถึงบ้านสี่ทุ่มกว่าแน่ะ

lozocatlozocat




 

Create Date : 18 กันยายน 2551    
Last Update : 8 ตุลาคม 2551 14:36:06 น.
Counter : 1417 Pageviews.  

ไปวัดเมื่อวันอาสาฬหบูชาและหลังวันเข้าพรรษาแล้วค่ะ

lozocatlozocat
ไปวัดมาบจันทร์ทั้งสองวันเลย แต่ไปกับเพื่อนรักวันนึง ที่รักวันนึง
วันแรกไปกับพี่ทัวร์คนนี้แหละ










ขากลับเจอน้องหมาตัวนี้ด้วย กำลังรอเจ้าของกลับบ้าน
หอบแฮ่ก ๆร้อนใหญ่เลย



วันที่สองไปกับพี่หมี ติดใจเพราะวัดร่มรื่นดี






วันนี้เดินไปอุโบสถตั้งแต่ข้างล่างเลยไม่ได้เอารถขึ้นจอด
ครึ่งทางเหมือนวันแรกเลยได้เดินออกกำลังกายซะสะใจเลย
เข้าไปพักเหนื่อยพักร้อนในอุโบสถเย็นดี ไม่ต้องเปิดพัดลมเลย






พอเดินลงกลับมาก็มานั่งพักเหนื่อยอ่านหนังสือกันต่อกว่า
จะออกจากวัดวันนี้เกือบเที่ยง มาถึงวัดตั้งแต่ 7 โมง 15


lozocatlozocat




 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2551 10:59:32 น.
Counter : 520 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

ลูกสมอเรือ
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ชื่อเชอร์รี่ค่ะ เกิดที่สัตหีบ แต่เคยย้ายไปอยู่สงขลาเป็นระยะ ๆ เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งคนสงขลาและสัตหีบ ตอนนี้ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จ.ระยองค่ะ



ลูกสมอเรือ ค่ะ

Create Your Badge




เพื่อนชอบทำกับข้าว
แม่สลิ่ม
wee_nong
ปูขาเก เซมารู
jjbd
กระเพราไก่ไข่ดาว
ผ้าไหมไทย
popang
narellan
Il Maze
ดวงใจพ่อแม่
ลักกี้


เพื่อนชอบทำขนม

Ab Psy ReinDEAR
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Tiny Bakery



เพื่อนแจกของแต่งบล็อก
เนยสีฟ้า
kung
oranung_sri
lozocat
แพรวขวัญ
PS_PRINCESS
thattron

เพื่อนพาเที่ยว
chalawanman
แมวจอมกวน
thattron
baby bonus
ชานไม้ ชายเขา
ann
อยากเป็นไกด์
NuAeaw
คุยกันได้นะคะ



: Users Online

CursorsFree Cursors
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกสมอเรือ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.