Group Blog
 
All blogs
 

^ * ^ .....เที่ยวสงกรานต์ จังหวัดสุพรรณบุรี.....


lozocatlozocat


ต่อจากจ.อ่างทอง ที่แวะไปบริจาคของเด็กกำพร้าวัดโบสถ์วรดิดถิ์แล้ว ใครยังไม่ได้ดูคลิกเลยค่ะ ก็มุ่งสู่จ.สุพรรณบุรี ถึงประมาณบ่ายสามโมงกว่า ๆ ก็รีบหาที่พักกันก่อนเลย ดีนะที่เตรียมข้อมูลที่พักมาบ้าง จากที่ขับวน ๆ ดูแล้วหายากมาก โรงแรมที่ผ่านก็ดูสูงอายุกันรึเกิน เลยใช้วิธีโทรศัพท์ถามจากโรงแรมที่ปริ๊นซ์มา ลงตัวที่โรงแรมนี้เลย มายด์โฮเต็ล



เป็นโรงแรมที่เปิดมาได้ไม่นานเท่าไหร่ อยู่แถว ๆ บขส. มีเธคอยู่ใกล้ ๆ ด้วย ตรงข้ามทางเข้าจะเยื้อง ๆ กับท็อปซุปเปอร์มาเก็ต ไปง่ายดี ราคาค่าห้องก็ถูก 400 บาท เอง มีแอร์ น้ำอุ่น ทีวี แต่ไม่มีตู้เย็น มีกาแฟ โอวัลตินให้ชงเองได้ 24 ชม. ถ้าคิดว่านอนแค่คืนเดียวก็พอได้ เพราะที่นอน ๆ ไม่ค่อยสบายแข็ง ห้องน้ำก็ไม่ค่อยเนี๊ยบ



อากาศร้อนมาก เลยนอนเล่นกันถึงหกโมง ก็ออกไปหาอะไรกินกัน ก็ใช้วิธีการขับรถวน ๆ นั่นแหละ ตอนแรกเห็นมีตลาดตอนเย็นก็เลยลองไปเดินดูแต่ไม่มีอะไรมีแต่กับข้าว เลยเดินไปทางหอคอยบรรหาร มีของกินเพียบเลย แบบโต้รุ่ง เสียดายไม่ได้เอากล้องลงไป หอคอยบรรหารคราวนี้ก็ไม่ได้ขึ้น เห็นว่าจะมืดแล้ว กะว่าจะขึ้นตอนเช้าก็ไม่ทันเวลาซะอีก



โต้รุ่งนี้จะตั้งเรียงรายกันตลอดเส้นเลย เย็นนั้นกินยำปลา อร่อยดี แต่พอลองไปกินบะหมี่ที่เห็นว่าคนเยอะ ๆ กลับไม่อร่อยซะงั้น พี่หมีกินข้าวมันไก่ กับโรตี แล้วก็ซื้อซูชิ ไปกินกันรอบดึก

เช้าวันที่ 12 เมษายน 52

ตื่นแต่เช้าเลย เพราะตั้งโปรแกรมไว้ว่าช่วงเช้าจะทัวร์วัด แล้วค่อยกลับมาเช็คเอาท์ บ่ายถึงไปตลาดสามชุก กับหมู่บ้านควาย

มื้อเช้าไปหาของกินหน้าร.พ. กินก๋วยจั๊บ กับข้าวเหนียวหมูย่าง

วัดพระรูป

เริ่มจากวัดพระรูป วัดนี้เป็นวัดที่เจอกรุพระขุนแผน พี่หมีเค้าจะไปหาเช่า



วัดนี้มีฐานเจดีย์เก่า ๆ อยู่ด้วย









มีข้อมูลของวัดพระรูปมาฝากค่ะ

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดจังหวัดสุพรรณบุรี เขตอำเภอเมือง เป็นวัดเก่าวัดหนึ่งมีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่พระพักตร์งดงามมาก วัดความยาวจากเศียรถึงพระบาทได้ 13 ม. สูง 3 ม. ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "เณรแก้ว" นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังมีซากปรักหักพังของพระพุทธรูปและเจดีย์สมัยทวาราวดีและสมัยอู่ทอง เช่น เจดีย์อู่ทอง และมีพระพุทธ และพระพุทธบาทไม้ที่แกะสลักจากไม้ประดู่ยาว 221.5 ซม. กว้าง 74 ซม. ซึ่งมีค่ามากมีเพียงอันเดียวในประเทศไทย หรือในโลกก็ว่าได้

เมื่อถ่ายรูปและได้เช่าพระได้สมใจแล้วก็ไปต่อที่

วัดป่าเลไลยก์







ข้อมูลวัดป่าเลไลยก์ค่ะ

ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลัง พ.ศ. 1724 ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือนพระพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ทุกปีจะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ 2 ครั้ง คือ ในวันขึ้น 7-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12
ตรงข้ามวิหารวัดมีร้านขายสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองหลายร้านให้แวะเลือกซื้อ ด้านหลังวัดมี “คุ้มขุนช้าง” ซึ่งสร้างเป็นเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่กว้างขวาง ตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นไปบนเรือนจะเห็นฉากภาพวาดตัวละครขุนช้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บนเรือนแต่ละห้องมีภาพบรรยายเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน มีตู้จัดแสดงภาชนะเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆไม่ว่าจะเป็นฉากกั้นหรือถ้วยโถโอชามเก่าแก่แบบต่างๆ

เสียดายอยู่ได้ไม่นาน เพราะร้อนมาก ต้องทำเวลาด้วย ไปต่อกันเลยนะคะ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ













วัดนี้ไม่มีพระให้เช่า แต่ตอนที่นั่งคุยกับพระอาจารย์ พระอาจารย์ได้เล่าให้ฟังถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของวัดให้ฟัง เค้าเห็นพี่หมีสนใจประวัติศาสตร์ เลยให้หนังสือของวัดมา ส่วนพระพี่หมีออกไปเช่าที่ร้าน ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัด



ข้อมูลวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อยู่ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ 300 เมตร เขตตำบลรั้วใหญ่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก กรุใน องค์พระปรางค์นี้เป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน “เบญจภาคี” 5 พระเครื่องยอดนิยม อันได้แก่ พระสมเด็จนางพญาของสมเด็จ พระพุทธาจารย์(โต) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร พระผงสุพรรณ จังหวัดสุพรรณ พระสมเด็จนางพญา จังหวัดพิษณุโลก พระทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชรและพระรอด จังหวัดลำพูน นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า ปรางค์องค์นี้น่าจะเป็นศิลปะ การก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะจากหลักฐานการก่อสร้างองค์ปรางค์เป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา

ทำเวลาเสร็จ 3 วัด ก็เกือบจะ 11 โมงแล้ว ความจริงตั้งใจจะไปวัดพระนอนหงาย กับขึ้นหอคอยบรรหาร แต่ดูเวลาแล้วเดี๋ยวไปไม่ทันเช็คเอาท์ จะได้มีเวลาไปนอนตากแอร์ซะอีกหน่อย แดดร้อนมาก

พอเที่ยงปุ๊บก็เช็คเอาท์ แล้วก็ไปหาข้าวกินที่ตลาดสามชุกเลย

ตลาดสามชุก

ระหว่างทางไปตลาดจะมีร้านขายของฝากหลายร้านมาก มาถึงสุพรรณต้องกินนี่เลยสาลี่ (ความจริงไม่ค่อยชอบหรอก) แต่พี่หมีหิว เลยซื้อมากินได้ครึ่งนึง อีกครึ่งนึงเอาไว้ฝากหมูปี๋ และก็มีร้านองุ่นมาขายข้างทางเพียบเลย หวานอร่อยไม่เปรี้ยวเลย โลละ 60 บาท



แดดร้อนมาก ความจริงเตรียมหมวกขาวใบใหญ่ที่ซื้อตอนไปเดินเมืองโบราณ แต่พี่หมีไม่ยอมให้ใส่ บอกว่าเดี๋ยวจะไม่เดินด้วย พี่หมีให้ใส่หมวกแก๊บ แต่พอเดินไปปากทางตลาดก็เจอร้านขายหมวกเลยซื้อใหม่ก็ได้ ใบที่ใส่นี่แหละ 25 บาทเอง



ของกินเพียบเลย











สองอย่างนี้เลย ขอนำเสนออร่อยดี สาโท อร่อยดื่มง่าย ขวดละ 25 บาทเอง แต่มีข้อเสีย คือห้ามวางนอน เพราะน้ำมันจะรั่วซึมออกมา เค้าคงอัดฝาไม่แน่นพอ พี่หมีซื้อมา 2 ขวด นอนเลยทั้งสองขวด พอจะเอาลงไปดริ๊งค์ตอนนอนโรงแรมที่นครปฐม อ้าวเหลือแค่ครึ่งขวดเอง พี่หมีบอกว่าดื่มง่าย แต่ก็เมาง่าย เชอร์รี่ได้ลองนิดเดียวเอง หวานไม่ขมเลย พี่หมีแย่งหมด

ส่วนขนมพระอาทิตย์ ชิ้นละ 20 บาท แพงเหมือนกัน ชิ้นนิดเดียวเอง แต่ก็อร่อย เนื้อคล้ายกับขนมเปี๊ยะ แต่จะมีไส้บาง ๆ อยู่ หวานไม่มาก หอมอร่อยแปลกดี








พี่หมีได้ตะกร้าหวายใส่ผ้าที่ใส่แล้ว ที่นี่เอง เค้ากำลังอยากได้เลย ราคา 700 บาท



ร้านนี้เค้าเก๋ดี



ออกจากตลาดสามชุกไปต่อกันเลยเนอะที่สุดท้ายของวันนี้แล้ว

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย





ซนจริง ๆ พี่หมีเนี๊ยะ











เค้ามีของฝากสไตล์น้องควายขายด้วยนา



ถ่ายรูปมากันเพียบเลย ตัดตอนเป็นวัน ๆ แล้วก็ยังเยอะนะเนี๊ยะ ดูกันให้เอียนไปเลย

แล้วหมดไปอีกวันกับสุพรรณบุรี แล้วพวกเราก็มุ่งหน้ากันไปต่อที่จ.นครปฐมค่ะ แล้วคอยติดตามชมนะคะ

lozocatlozocat





 

Create Date : 19 เมษายน 2552    
Last Update : 19 เมษายน 2552 15:19:57 น.
Counter : 2061 Pageviews.  

^ * ^ ....เที่ยวสงกรานต์ ไปบริจาคของที่วัดโบสถ์วรดิดถิ์ จ.อ่างทอง.....


lozocatlozocat


สงกรานต์ปีนี้ นอกใจไม่ไปเยี่ยมพ่อ - แม่ มะช่ายม่ายคิดถึง แต่เดี๋ยวพฤษภา พ่อแม่ก็มาเยี่ยมถึงบ้านแล้ว สงกรานต์รถติด อันตราย พ่อบอกไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็ได้เจอกัน

อารัมภบทมาซะยาว สรุปว่าพี่หมีขี้เกียจขับรถไกลนั่นเอง แต่ก็หาเรื่องเที่ยวจนได้ อ้างพี่หมีว่ามาบริจาคของให้เด็กกำพร้า ที่วัดโบสถ์วรดิดถิ์ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพราะได้รับ forword เมล์มาอีกทีนั่นแหละ เห็นแล้วเลยจัดการเรี่ยไรของจากเพื่อน ๆ มา แล้วพอดีรุ่งอยากไปเที่ยว จ.สุพรรณฯ พอดีเลยจะได้ไปด้วยกัน (แล้วเดี๋ยวค่อย ๆ ตะล่อมขอไปจังหวัดอื่น ๆ ต่ออีกซะเลย)

เดินทางวันแรกวันเสาร์ที่ 11 เมษายน ไม่อยากกดดันตัวเอง ออกสาย ๆ ก็ได้จะได้ไม่ต้องตื่นเช้า แต่ตกลงสายเกินคาด กว่าจะออกจากบ้านปาไป 10 โมง 20 นาที เลขสวยพอดี ขนของขึ้นรถเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เต็มหลังรถเลย



แทบขนไปไม่หมด ต้องเอาของมาไว้หลังเบาะคนขับด้วย



ขาออกจากทางด่วนมอเตอร์เวย์-บางปะอิน รถติดเล็กน้อย ฝนตกด้วย แวะซื้อซาลาเปากับขนมจีบเซเว่นเป็นอาหารเที่ยง แล้วพอจะออกจากอยุธยาก็หยุดแล้ว กว่าจะถึงวัดก็บ่ายกว่า ๆ

จากสายเอเซีย จ.อยุธยา พอเลยปั๊มเจทแล้วให้สังเกตป้ายตรงไปอ่างทอง เลี้ยวซ้ายตรงแยกป่าโมก ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนผ่านสี่แยกไฟแดงก็ตรงผ่านไป ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้าย ปากทางจะเป็นป้ายโอทอปหมู่บ้านทำกลอง



ขับตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านหมู่บ้านทำกลอง (คือจะมีร้านขายกลองเยอะ ๆ) ผ่านกลองยาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย วัดจะอยู่ทางขวามือ



ขับตรงไปเลย หาที่จอดร่ม ๆ จะมีน้อง ๆ มาต้อนรับ ช่วยขนของแบบนี้ค่ะ



ของ ๆ พวกเราและพวกพ้องค่ะ



หลวงพ่อมารับประเคนบอกให้ถ่ายรูปไว้ด้วย





แล้วหลวงพ่อก็ให้สวดให้พร และให้พระมาค่ะ



ตอนที่ไปก็มีคนมาบริจาคของกันเรื่อย ๆ จะมีคนพาเดินดูที่พักของเด็ก ๆ ด้วยแต่เชอร์รี่กับพี่หมีไม่ได้เดินดู เพราะเคยเห็นภาพในเน็ตแล้ว ก็เห็นว่าลำบากแหละ ถึงได้มาช่วยบริจาค

แต่ก็เดินดูซะหน่อยนึง นี่เป็นบริเวณวัด มีเด็ก ๆ กำลังนั่งเล่นกันอยู่



ทางเข้าที่พัก



ทะเล้นจริง ๆ น้องคนนี้ เค้าก็ซนตามประสาเค้า เห็นเค้าอยู่กับกลุ่มพี่ ๆ พอเห็นกล้อง เตรียมแอ็คท่าให้ถ่ายเลย







พี่หมีกำลังแนะแนวการศึกษาเบื้องต้นให้น้อง ๆ





พอออกจากวัดก็แวะร้านขายกลองถ่ายรูปกลองร้านนี้ซะหน่อย ตอนผ่านเป็นแว๊บ ๆ ว่ามีกลองน่ารัก ๆ เยอะแยะไปหมด



ของในร้าน











วิธีการขึงหนังกลองให้ตึง ๆ



พี่หมีพาไปชมอีกร้านนึงค่ะ ร้านนี้เป็นการทำกลองรูปแบบดั้งเดิม







ตามไปดูวิธีการทำของเค้ากันดีกว่า







กลองที่ได้ก็มาจากไม้พวกนี้แหละคะ



วันนี้ที่จ.อ่างทอง จบแล้วค่ะ ขอลาไปกับน้องหมาพันธุ์ปักกิ่งที่โดนกร้อนขนของร้านกลองตัวนี้ก่อนนะครับ



กำลังจะเดินทางไปเที่ยวจ.สุพรรณบุรีต่อค่ะ ติดตามชมตอนต่อไปนะคะ

lozocatlozocat




 

Create Date : 16 เมษายน 2552    
Last Update : 16 เมษายน 2552 13:56:20 น.
Counter : 796 Pageviews.  

^ * ^ .....เมื่อสองกระเหรี่ยงเข้ากรุง วันที่ 2.....



lozocatlozocat


ถ้าใครยังไม่รู้ถึงเหตุผลที่ทำไมสองกระเหรี่ยงนี้ถึงเข้ากรุง ก็ตามไปดูตอนที่แล้วได้นะคะ คลิกที่นี่เลยค่ะ

วันที่ 22 มีนาคม 2552

จากที่เมื่อวานนี้เดินลากกันมา กว่าจะตื่นนอนกันได้ก็ 8 โมงเช้าเข้าไปแล้ว พี่หมียังนอนขี้เกียจลุกอยู่เลย เราเลยตื่นล้างหน้าแปรงฟัน ลงไปหาอะไรร้อน ๆ มาเป่าดีกว่า

ตอนเช้า ๆ ตรอกข้าวสารไม่มีอะไรเลย มีแต่ฝรั่งบางกลุ่มที่ตื่นนอนกันเตรียมตัวไปเที่ยวที่อื่นกัน ของก็ไม่มีขาย ก็เลยต้องพึ่งโจ๊ก กับนมคนละกล่องที่เซเว่นเจ้าประจำ

เช็คเอาท์ตอน 11 โมง แล้วก็เดินต่อไปยังวัดชนะสงครามฯ

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

วัดนี้มีพระประธานในโบสถ์สวยมาก แต่เนื่องจากคนถ่ายไม่มีฝีมือพอ ภาพเลยไม่ค่อยสวยเลย





ไม่รู้ว่าอะไร และเอาไว้ทำอะไรเหมือนกัน





วัดนี้อยู่แป็บเดียว เพราะจุดมุ่งหมายของวันนี้คือวัดพระแก้ว

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เดินอีกแล้ว แดดก็เปรี้ยงแต่เช้าเลย เดินเลาะสนามหลวง มีของราคาถูกขายกันตั้งแต่เที่ยง ทั้งของกินของใช้ ด้วยความร้อนผสมหิวเลยกินก๋วยเตี๋ยวหลอด, ขนมจีบ, ไข่ปลาหมึกทอด, ไอติมกันซะยกใหญ่ จนอิ่มแปร้ ถึงได้เดินข้ามเข้าวัดพระแก้วฯ ซะที

ไปแล้วก็นั่งพักกันก่อนเลย









แล้วก็เดินต่ออีก ร้อนจริงๆ ขอนั่งพักอีกหน่อย



ไปกันต่อเลยเน๊อะ







พี่หมีเค้าผูกพันอะไรกันกับยักษ์ก็ไม่รู้ จะถ่ายรูปกับยักษ์อยู่นั่นแหละ ยิ่งวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะมาก ก็ต้องตามไปถ่ายกันทุกที่ จนเราหน้าหงิกจะเป็นยักษ์อยู่แล้ว











ตอนนั่งพักเหนื่อย พี่หมีเลยเห็นอะไรดี ๆ มาฝากด้วย











ทหารเฝ้าหน้าประตูเค้าเข้มมาก



ตรงหลังทหารที่ยืนเค้าจะมีน้ำจากโครงการจิตรลดาเย็น ๆ มาขายด้วย เลยอุดหนุนน้ำลิ้นจี่เค้าซะหน่อย ร้อน ๆ อย่างงี้ ชื่นใจดี



นั่งอู้อีกแล้ว







ทหารเข้ม มากันเพียบเลย



จบทริปไหว้พระ 5 วัด แล้ว กระเหรี่ยงสองคนขอลากลับจังหวัดชายทะเลก่อนนะคะ



*** ความจริง ออกจากวัดพระแก้วแล้ว พวกเราก็ไปต่อกันที่พาหุรัด เพื่อไปซื้อผ้ามาทำผ้าม่าน ตามที่ตั้งใจกันไว้ เลยได้ผ้าสีทองมาผืนนึง 100 บาท (ขนาดผ้าห่มแพร) แล้วก็ผ้าสีไข่ไก่ 6 เมตร ๆ ละ 29 บาทเอง คุ้มจริง ๆ

ค่าใช้จ่ายครั้งนี้

ค่ารถสวัสดิการไป-กลับ 400 บาท, ค่ารถตุ๊ก ๆ ที่นั่งทั้งสองวัน+เรือ 162 บาท, ค่าอาหารวันแรก 493 บาท, ค่านวดวัดโพธิ์ 440 บาท, ค่าอาหารวันที่สอง 425 บาท, ทำบุญหยอดตู้ 130 บาท, ค่าที่พัก 800 บาท, รองเท้าแตะ 130 บาท,ซื้อของที่พาหุรัด-สำเพ็ง รวม 590 บาท (ผ้าม่าน 274 บาท, กำยาน 140 บาท, ผ้าพันคอ 80 บาท, ตุ๊กตาสปริง 40 บาท, ตาข่ายซักผ้า 20 บาท, ด้าย 36 บาท) นึกไม่ออกอีก 430 บาท เพราะหมดไปทั้งหมด 4000 บาท คงเป็นที่พี่หมีแอบไปกินเบียร์แน่ๆ

lozocatlozocat




 

Create Date : 27 มีนาคม 2552    
Last Update : 27 มีนาคม 2552 14:07:27 น.
Counter : 692 Pageviews.  

^ * ^ ..... เมื่อสองกระเหรี่ยงเข้ากรุง วันที่ 1 ....


lozocatlozocat


21 มีนาคม 52

ครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะสรุปไปเที่ยวไหน ไอ้เราก็อยากจะไปซะทั้งนั้น แต่กว่าจะทั้งขอร้อง ทั้งบังคับ ทั้งอ้อนวอน ให้พี่หมีพาไปเที่ยวได้ เลยต้องตามใจเค้าหน่อย พี่หมีเค้าอยากไปเที่ยวตามประวัติศาสตร์สองกรุง คือกรุงธนบุรี กับกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เคยไปแต่ยังไม่เคยได้ถ่ายรูปด้วยกัน ก็เลยต้องตามใจเค้าหน่อย

วันหยุดที่มีน้อยนิดแค่สองวันก็เลย ก็ได้ไปใกล้ ๆ แค่นี้ก็ได้

โปรแกรมวันแรกออกจากบ้านตั้งแต่ ตีห้า เพื่อขับรถไปจอดที่ร.พ.อาภากร แล้วนั่งรถสวัสดิการทหารเรือ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากพี่เอสช่วยจองตั๋วไป-กลับให้ เค้าจองให้เที่ยวไปตอน 6 โมงเช้า วันเสาร์ ขากลับ วันอาทิตย์เที่ยว 6 โมงเย็น

ถึงกรุงเทพฯ 9 โมงเช้า ก็เดินไปท่าช้าง หาบะหมี่น้ำแถวท่าช้างกินเสร็จก็เดินไปนั่งเรือข้ามฟากไปวัดระฆังกันเลย



วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

วัดนี้เราไปล่าสุดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จำได้เลย ไปหาเช่าพระให้พี่หมี แต่ไปเก้อต้องตามไปเช่าที่พรานนกนู้น ตอนนั้นพึ่งจะจีบกันมากล้าใช้เราซะแล้ว



มีภาพนิดเดียว เพราะร้อนม๊าก แดดแรงจริง ๆ ต้นไม้เค้าน้อยด้วย แล้วก็เดินค่ะ เดินไปวัดอรุณ ไกลมาก ร้อนก็ร้อน สองวันนี้มีแต่เดิน ๆๆๆๆ



ภาพอาจจะเหมือนเดินชมนก ชมไม้ แต่ความจริงร้อนตับแตก



วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณเป็นวัดที่อยากไปมานานแล้ว พอมาแล้วก็ไม่ผิดหวัง นี่ถ้ามาตอนอากาศดี ๆ จะดี๊ด๊ากว่านี้



มีต้นสาละด้วย กำลังออกดอกเลย



ชอบตรงที่เค้าใช้ศิลปะแบบแปะ ๆ เอาเศษ กระเบื้อง หรือไม่ก็ถ้วย ชาม สีสวย ๆ มาแปะ (ขอโทษนะค่ะ ที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้ ก็พูดไปตามมุมมองของตัวเอง)



เชอร์รี่ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองใกล้ ๆ หรอกค่ะ เห็นจากภาพเหมือนกัน

พี่หมีเค้าบุกเดียวค่ะ เชอร์รี่ทั้งร้อน ทั้งงอนหนีไปนั่งรอใต้ต้นแอปเปิ้ลไทย พี่หมีเค้าไม่สนใจด้วยว่าเชอร์รี่หายไปไหน เค้าไปของเค้าคนเดียวเลย รอนานมาก นานจนหายงอนเลย





แต่เห็นไกล ๆ ก็รู้สึกว่าอลังการมาก เพราะทั้งสูงทั้งใหญ่ แต่เค้ามีความพยายามมาก เค้าใช้วิธีการแปะ ๆๆๆ ทั้งหมดเลย ของจริงจะมีหลากหลายสี ออกแนวสวย ๆ แบบหวาน ๆ คงจะเป็นการประยุกต์นำวัสดุที่มีอยู่มาใช้



นี่ไงนั่งรออยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ลไทย ตอนมานั่งก็แหงนหน้าขึ้นไปมองตั้งนานว่าลูกอะไรนะ เหมือนแอปเปิ้ลเขียวเลย จนไปถามตำรวจนั่นแหละ เสียดายที่อยู่สูงมาก ไม่งั้นคงได้ลองแล้ว (ลองดูใกล้ๆ) แต่ลืมถ่ายต้นทั้งต้นมา บ้าจริง แต่ใบมันจะมีสองสีด้านบนเขียว ด้านล่างสีม่วง



วัดอรุณมีมุมให้ถ่ายรูปเพียบเลย มีนางรำไม้ให้ถ่ายด้วย ตอนเค้าเห็นเราจะถ่ายเค้าจะรีบบอกเลยว่า ค่าถ่ายคนละ 10 บาทนะคะ เอาก็เอา แค่ 10 บาท แต่สีเก่าจังเลย พอเดินไปอีก เจออีกเจ้านึงสีสวยกว่า แต่คนละตั้ง 40 บาท



ด้านนี้มีศิลปะแบบจีน แล้วก็ยักษ์ให้พี่หมีถ่ายรูปด้วย



มีต้นมะขามดัดด้วย







ออกจากวัดอรุณโดยการนั่งเรือข้ามฟาก คนละ 3 บาท ไปลงท่าเตียน แล้วก็เดินไปวัดโพธิ์ จะได้สบายกันก็ที่วัดนี้แหละ

วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม







และแล้วช่วงเวลาที่รอคอยของวันนี้ก็มาถึง หลังจากเดินจนเมื่อยตุ้มไปหมด ก็นี่เลยไปนวดค่ะ ตามต้นตำรับการนวดวัดโพธิ์ แต่ราคาก็แพงมากชั่วโมงละ 220 บาท นี่คือราคานวดตัว นวดเท้าถ้าจำไม่ผิด 350 บาทต่อชั่วโมง ปกติเคยนวดตัวเท่าที่แพงที่สุดก็ 350 บาท ได้ตั้ง 2 ชั่วโมง

แต่ก็นั่นแหละ พี่หมีเค้าอยากลอง ไอ้จะนั่งรอก็ไม่อาว ร้อน ไปนอนให้เค้านวดแอร์เย็น ๆ ดีกว่า ต้องรอคิวด้วย เกือบครึ่งชั่วโมง

พอได้นวดนะ วิเศษมาก อะไรมันจะรู้สึกดีขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นวัดโพธิ์ เคยนวดมาตั้งหลายปี มีครั้งนี้แหละที่ถูกใจที่สุด



พอนวดเสร็จแทบไม่อยากถือกระเป๋าเลย กลัวเสียของ อุตส่าห์ได้นวดมา ความจริงพี่หมีมีโปรแกรมจะเที่ยววัดวันเดียวให้หมดเลย คือเหลือวัดพระแก้ว แต่ไม่อาวแล้ว ไม่หวาย ทั้งร้อน ทั้งหนักกระเป๋า

เลยเดินออกไปหาข้าวกินแถวหน้าวัดโพธิ์ โดนโขกซะ แค่ข้าวราดแกง แต่เหอะ ยังดีนะที่อร่อย หรือหิวก็ไม่รู้ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปของกินเลย เวลาจะกินก็หิวกันซะ เลยไม่ทันได้ถ่ายรูปสักมื้อเลย

ตอนแรกตามโปรแกรมพี่หมีจะพาเดินไปตรอกข้าวสาร แต่ไม่ไหว เลยนั่งตุ๊ก ๆ กันไป

ไปถึงบ่ายสามครึ่ง เดินหาที่พัก เข้าออก สามสี่ที่เต็มหมด ไอ้ราคาถูก ๆ ไม่ถึง 500 บาทน่ะ พอเจอที่นึงพอมีแต่ราคา 800 บาท ไปดูห้องน่ะ ไม่ได้เลยไม่สมราคา ไปดูสวัสดีที่นึงก็ราคา 680 บาท แต่ไม่ไหวไม่สมราคาอีกแล้ว ไปดูห้องอีกที่ก็อยู่ชั้น 4 แน่ะ ไม่มีลิฟท์ด้วย ไม่เอา

เดินจนไม่ไหวแล้ว จะใส่รองเท้าแตะ คู่นี้ไม่เอา ถ้าไม่ได้รองเท้าแตะเดินไม่ไหวแล้ว เลยได้มา 1 คู่ คู่ที่บ้านก็พึ่งโดนเจ้าจอมยุ่งคาบหายไป 1 ข้าง ต้องซื้อใหม่พอดี ค่อยสบายหน่อย

จนถึง ริกก้า ราคาห้องถูก ๆ ไม่มีอีกแล้ว มีแต่ 800 บาท ดูจากสภาพภายนอกแล้วห้องน่าจะโอเคน่า ไม่ขอดูก่อนแล้ว เอาเลย ขี้เกียจหาแล้ว ได้ห้อง 210 แค่ชั้นสองเอง พอเข้าไปก็โอยค่อยยังชั่ว แค่ห้องสะอาด ห้องน้ำสะอาดก็โอเคแล้ว ถึงจะแคบไปหน่อย วิวไม่ดี ก็เอาน่า ยังไงก็ต้องปิดม่านอยู่แล้ว อืมไม่มีตู้เย็นด้วย



พอได้เข้าห้องแล้วนอนเล่นได้สักพัก ก็หิวอีก เลยลงไปซื้อน้ำที่เซเว่นกับมะม่วงดองมากิน (คราวนี้พี่หมีเค้าคิดว่าท้องจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ฝันว่าได้สร้อยคอ ก่อนจะมาก็ฝันว่าได้แหวน แต่พอกลับมาบ้านก็แป่ว)

กว่าจะบังคับให้พี่หมีไปเดินเล่น หาอะไรกินได้ก็จะมืดพอดี ตอนแรกกะจะเดินไปสนามหลวง เพราะเค้ามีงานขายของราคาถูกพอดี แต่ไม่ไหว ตอนแรกดันไปเดินเล่นริมแม่น้ำซะก่อน แล้วอ้อมจะไปสนามหลวง ก็ไม่ไหว เมื่อยอีกแล้ว เลยกลับมาหาของกินที่ตรอกข้าวสาร

มาตายรังที่ผัดไท กับชิคเก้นบัฟ บาบีคิว (รึไงนี่แหละ) กว่าจะได้กินก็หิวอีกแล้ว เอาขึ้นมากินบนห้อง แล้วคืนนั้นก็นอนเร็วด้วยละครยังไม่ทันจบเลย (พี่หมีแอบลงไปนั่งกินเบียร์ ปล่อยให้เรานอนคนเดียวด้วย) แต่ด้วยความง่วง เลยขี้เกียจจะงอนเลย นอนดีกว่า



lozocatlozocat




 

Create Date : 25 มีนาคม 2552    
Last Update : 25 มีนาคม 2552 13:30:08 น.
Counter : 989 Pageviews.  

(^ - ^)..... . เกาะขาม สัตหีบ ไปซะก่อนที่จะช้ำไปกว่านี้.....



lozocatlozocat


ฉุกละหุก จริง ๆ กับทริปนี้ พึ่งจะรู้ตอนขนข้าวของไปนอนเฝ้าแม่ที่ร.พ. ว่าพ่อจะพาอาหวันที่มาจากเชียงใหม่ไปเที่ยวเกาะ ความจริงพ่อเค้าคงกะว่าจะไปกันแค่ 3 หนุ่ม กับอากุ้ย เพื่อนพ่ออีกคน แต่หลวมตัวบอกลูกสาวไป เลยมีส่วนเกินไปอีก 2 คน คือเชอร์รี่ กับพี่หมี

ก่อนออกเดินทางไปเกาะขาม ต้องไปรับอากุ้ยที่บ้าน แล้วก็ถือโอกาสไปเที่ยวบ้านเค้าด้วย เค้าชอบสะสมของเก่ากับงานไม้เก่า ๆ มีเพียบเลย



ที่สำคัญมีน้องเหมียวตาเพชรด้วย



พอกินกาแฟ กับข้าวเปียกญวน มั๊งเรียกไม่ถูก ก็รีบเดินทางกันเลย เดี๋ยวจะร้อนไปกว่านี้



ไปทางช่องแสมสาร ตอนนี้ทางทหารเรือเค้าทำเป็นธุรกิจกันไปเลย ถ้าคนทั่วไปคิดหัวละ 200 อย่างพวกเชอร์รี่ใช้บัตรเกษียณพ่อซื้อเหลือหัวละ 125 บาท



วันนี้วันเสาร์ คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ ต้องรอเรือซะแทบเมาเลย



พอไปถึงเกาะ ทางเจ้าหน้าที่จะแนะแนวนิดนึง เช่น มีเสื่อมีเก้าอี้ชายหาด เสื้อชูชีพ ให้ฟรี มีอุปกรณ์ดำน้ำให้เช่า (แค่หน้ากากกับสน็อกเกล) ชุดละ 30 บาท มีน้ำเปล่าให้แค่ล้างตัว ฟอกสบู่ สระผมไม่ได้ เพราะน้ำมีจำกัด

เท่าที่เห็นเกาะนี้มีน้องมาด้วย 1 ตัว ใจดี ไม่ทำร้ายใคร ถ้าใครไปเที่ยวก็เอาขนมไปฝากเค้าได้นะคะ



ได้ของแปลกกลับมาด้วย พ่อบอกว่าอยู่มาจนอายุ 66 ปี ก็พึ่งจะเคยเห็นนี่แหละ ตอนแรกพวกเราต้องชื่อว่าลูกจิ๊กซอ แต่ความจริง คือลูกของต้นโพธิ์ทะเล ค่ะ ลูกที่หล่น ๆ มันจะแก่แล้ว เม็ดมันจะเป็นสีน้ำตาล เก็บได้นาน เก็บเอาไปบ้านได้คนละนิดคนละหน่อย ไม่เป็นไร แต่ถ้าคิดจะเอาไปขายคงจะไม่ได้ค่ะ

เชอร์รี่เอามา 2 ลูก ผสมกันมาเลย เวลาต่อใหม่มันยากดี



ตอนดำน้ำดูปะการังเค้าจะมีเชือกให้เกาะด้วย แต่ปะการังมีน๊อยๆๆๆ มาก ปลาน่ารัก ๆ มีหน่อย ๆ ที่เห็น สี ๆ ก็นาน ๆ จะเจอที เป็นดอกไม้ทะเลมั๊ง สีม่วง คือไม่ค่อยเยอะ ผิดหวังอยู่เหมือนกัน

เห็นเค้ามีการปลูกปะการังทดแทนกันด้วย แต่ไม่รู้จะรอดรึเปล่า

พ่อบอกว่าพ่อเคยมา เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เยอะมากปะการัง เพียบละลานตาเลย

คราวนี้ดำน้ำเสร็จก็ได้แค่ล้างน้ำเปล่า ล้างไม่ได้มากด้วย น้ำมีจำกัดง่ะ

ชมบรรยากาศพร้อมนางแบบไปพลาง ๆ นะคะ (นางแบบว่าอ้วน)







มีนายแบบหน้าซาลาเปามาแจมด้วย



เกาะนี้มีขยะอยู่เป็นหย่อม ๆ เหมือนกัน ก็ของคนที่มาเที่ยวกันนั่นแหละ ขนาดมีถุงเปล่าอยู่ด้วย ยังไม่เก็บใส่ถุงไปทิ้งกันอีก แต่กองนี้เชอร์รี่เก็บให้แล้วแหละ ไม่ต้องเป็นห่วง





พอบ่ายโมง ก็กลับแล้ว กำลังร้อนเลย



ข้อแนะนำ บนเกาะมีร้านขายอาหารเล็ก ๆ อยู่ 1 ร้าน คงจะขายเฉพาะวันหยุด ถ้าคิดจะไปต้องทำใจเรื่องความสะดวกสบาย ของห้องน้ำ และน้ำอาบ ทางที่ดี เอาเสบียงไปเองก็ดี

และที่สำคัญเชอร์รี่แนะนำว่าไปถึงควรจะถ่ายรูปกันก่อน เพราะหน้ากำลังสวย ถ้าเล่นน้ำแล้วมาถ่าย(รูป) แบบเชอร์รี่ ก็จะได้ธรรมชาติของหน้าและผมที่กำลังกะโปโลเต็มที่ ดีนะที่ถ่ายไว้เยอะ เลยพอคัดเลือกรูปดีๆ มาได้บ้าง

lozocatlozocat




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2552 16:07:22 น.
Counter : 840 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

ลูกสมอเรือ
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ชื่อเชอร์รี่ค่ะ เกิดที่สัตหีบ แต่เคยย้ายไปอยู่สงขลาเป็นระยะ ๆ เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งคนสงขลาและสัตหีบ ตอนนี้ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จ.ระยองค่ะ



ลูกสมอเรือ ค่ะ

Create Your Badge




เพื่อนชอบทำกับข้าว
แม่สลิ่ม
wee_nong
ปูขาเก เซมารู
jjbd
กระเพราไก่ไข่ดาว
ผ้าไหมไทย
popang
narellan
Il Maze
ดวงใจพ่อแม่
ลักกี้


เพื่อนชอบทำขนม

Ab Psy ReinDEAR
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Tiny Bakery



เพื่อนแจกของแต่งบล็อก
เนยสีฟ้า
kung
oranung_sri
lozocat
แพรวขวัญ
PS_PRINCESS
thattron

เพื่อนพาเที่ยว
chalawanman
แมวจอมกวน
thattron
baby bonus
ชานไม้ ชายเขา
ann
อยากเป็นไกด์
NuAeaw
คุยกันได้นะคะ



: Users Online

CursorsFree Cursors
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกสมอเรือ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.