Group Blog
 
All blogs
 
......ทริปทรมานคนแก่...... # อุตรดิตถ์-เชียงใหม่ #

lozocatlozocat


ดองไว้ซะนาน สืบเนื่องมาจากไปงานทำบุญครบรอบการจากไปของยาย ช่วงรู้สึกว่าเป็นช่วงเปลี่ยนงานเลยได้หยุดยาวเลย พอทำบุญเสร็จปุ๊บ ก็เลยรีบชวนพ่อ แม่ น้าเนาว์ กิ๊ฟ เจ๊ก ไปเที่ยวเชียงใหม่ซะเลย วางแผนไว้แล้วว่าจะไปไหนบ้าง จัดทัวร์เองว่างั้นเหอะ ที่เที่ยวก็เยอะซะ งานนี้ไปรถพ่อคันเดียวให้พ่อขับด้วย เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 23-26 ตุลาคม 2007

อาจจะยาวมากไปหน่อยนะคะ

วันแรก เดินทางออกจากบ้านอุตรดิตถ์แต่เช้าเลย ไปแวะวัดพระนางจามเทวี

ข้อมูลวัดจามเทวี ตั้งอยู่ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง ภายในมีสุวรรณจังโกฎเจดีย์" หรือ "กู่กุด" สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๒๙๘ เป็นฝีมือของ ขอมครับ ลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย มีพระพุทธรูปปางประทานพรยืนเป็น ชั้นๆ ชั้นละ ๓ องค์ ด้านหนึ่งมี ๕ ชั้น จึงมีพระพุทธรูปด้านละ ๑๕ องค์ ทั้ง ๔ ด้าน รวมเป็น ๖๐ องค์ ภาย ในบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย เดิมมียอดห่อหุ้มด้วยทองคำ ต่อมายอด หักหายไป ชาวเมืองก็เลยเรียกว่าเจดีย์กู่กุดตั้งแต่นั้นเป็นต้น



และก็ วัดพระธาตุหริปุญชัย ที่จ.ลำพูน

ข้อมูล วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในรัชสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชย
สิ่งที่น่าสนใจ คือซุ้มประตู ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้ม ประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบ ด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่น สูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระ เจ้าอาทิตยราช เมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง พระบรมธาตุหริภุญไชย เป็นพระเกศ บรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ (ตั้งอยู่ หลังวิหาร หลวง) เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม



แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเชียงใหม่เลยทาง อ. หางดง ขับไปแวะเยี่ยมอาที่ขายกาแฟโบราณชื่อร้านใบหยกอยู่ทางเข้าหมู่บ้านถวาย แต่ก็ขับเข้าไปวนดูเท่านั้น ลงจากรถยังไม่ได้ลงเลย เพราะร้านยังเปิดไม่หมดรึยังไงนี่แหละ ขอให้ได้ขับเอาล้อไปเหยียบตามโปรแกรมว่างั้น เสียดายเหมือนกันเห็นคร่าว ๆ ว่าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย คราวหน้าแก้ตัวใหม่ แวะบ้านญาติ (อาย) เพื่อเอาของไปเก็บ แล้วก็ออกเที่ยวต่อเลย มาถึงเชียงใหม่ก็ต้องไปดอยสุเทพค่ะ







ตามแผนของเราซึ่งเป็นคนวางแผนเอง กะว่าพอขึ้นดอยสุเทพ

ข้อมูล วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัว เมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยประมาณ 11 กิโลเมตร เมื่อขึ้นมาถึงจะแลเห็นบันไดทอดยาว ขึ้นไปสู่วัด และมีนาค 2 ตัว อยู่สองข้างบันได ซึ่งสูง 300 กว่าขั้น

เสร็จจะต่อไปหมู่บ้านชาวเขาคอยาว และก็พระตำหนักภูพิงค์ฯ แต่เพราะเราเองอีกนั่นแหละ ไม่ไหวแล้ว แค่ดอยสุเทพ ก็เมารถแล้ว พอลงมาจากดอยสุเทพเลยชวนแวะน้ำตกวังบัวบานซะหน่อย เดี๋ยวจะเมาซะอีก ลองไปดูน้ำตกตามตำนานเศร้าดูซิ



ออกจากสวนสัตว์ก็แวะไปเยี่ยมบ้านป้าแถว ๆ ชานเมือง เลี้ยงน้องหมาเยอะมากเสียดายแบตกล้องหมดซะก่อน

วันแรกก็ไปซะหลายที่แล้ว แต่ยังพรุ่งนี้ยังมีโปรแกรมอีกเยอะ กลับไปนอนบ้านญาติที่หางดง ซะหนึ่งคืน เช้าก็ตื่นแต่เช้าไปเดินซื้อของตลาดเช้าใกล้ ๆ บ้าน ของเค้าขายน่ารักเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือจะชอบขายใส่ถุงแล้วผูกรวมกันเป็นพวง ๆ เวลาซื้อยกพวงเลยก็ดี



วันที่สองโปรแกรมแรกคือสวนสัตว์เชียงใหม่

จอดรถแล้วเดินเอา เมื่อยซะ แล้วพอเดินไปถึงลานโชว์สัตว์ ถึงคิวโชว์ของนกเหยี่ยว เราโดนหลอกด้วยแหละ เค้าเชิญผู้ชมร่วมสนุก เราเห็นไม่มีคนลงไปก็เลยลงไปซะเอง เค้าบอกว่าให้เราเขย่าพวงอะไรที่แหละให้ดัง ๆ เดี๋ยวนกจะบินมาจากยอดไม้โน้นมาเกาะที่แขนเราที่ยกเตรียมไว้ให้นกเกาะ (มีการให้ใส่ปลอกแขนด้วย) แล้วก็บอกว่าอย่ากลัวมัน ให้จ้องตามัน พูดซะ ไอ้เราก็ปากบอกไม่กลัวค่ะ แต่ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ มีเสียงเอฟเฟ็กซ์ด้วย สักพักคนหัวเราะใหญ่เลย ก็หันหลังไปมองมีน้องหมูป่าตัวเล็ก ๆ มากินอาหารที่โปรยไว้ที่พื้นกันตั้งหลายตัว.....อายจัง.....(เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ น้องดันถ่ายเป็นวีดีโอให้)



แล้วก็ไปต่อที่สวนพฤกษชาติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กว้างมาก ต้องขับรถไปจอดเป็นจุด ๆ แต่ก็จอดดูแค่สองจุด คือที่ต้นขวด แล้วก็ขับไปจอดที่จุดพักรถและขายของที่ระลึก ก็แวะกินกลางวันคือข้าวเหนียว กับปลาทอด น้ำพริกผักต้ม หมูทอดอะไรประมาณนี้ จากตลาดเมื่อเช้า ต่อด้วยไอติมที่เค้ามีขาย

ความจริงที่นี่มีเรือนกล้วยไม้ด้วย แต่วันนั้นแดดจัด เห็นแล้วเอาไว้คราวหน้าดีกว่า เพราะต้องรีบไปบ้านเพื่อนพ่อที่แม่ริม



คืนนี้ไปนอนที่เชียงดาวบ้านเพื่อนพ่อ

วันที่สามอยู่เชียงดาวแล้ว ตื่นแต่เช้าไม่อาบน้ำมันล่ะ (หนาวมาก) เดินไปชมบ้านเมืองตอนเช้า ๆ ของเค้าหน่อยว่าเป็นไงบ้าง



บ้านเมืองเค้าเงียบ ๆ ถนนตอนเช้าโล่งเลย เดินออกมาได้สักพักก็เจอวัดแปลกดีเลยถ่ายรูปเก็บไว้อากาศก็ดีมาก มาก



น้องหมาก็เยอะแยะไปหมด แสดงว่าคนที่นี่ใจดีชอบเลี้ยงสัตว์ ขนาดเดินมาไม่ไกลยังเจอน้องหมา มองเยอะแยะไปหมด ขนาดน้องหมายังใจดี ส่วนมากจะมองด้วยความงงงวย ไม่ค่อยเห่า



น้องเหมียวก็มี เจอเหมียวเด็กวัยกำลังซน กับเหมียวหง่าว ขี้อายอีกตังหาก เห็นว่าโดนถ่ายรูปแล้วก็ทำเป็นกินหญ้าแก้เขิน



น้าให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานว่ามาถึงเมืองงายแล้ว



น้องหมาตลาดก็เยอะ ส่วนใหญ่จะตัวอ้วน ๆ ทั้งนั้น



น้องหมาตัวนี้อย่างกับรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน เห็นวิ่งเล่นอยู่ ไอ้เราเลยเรียกเล่น ๆ แต่น้องเค้ามาจริง ๆ ค่ะ มาเล่นด้วยเฉยเลย เล่นแบบสนุกเค้าล่ะแล้วก็วิ่งนำไปที่สถูปพระนเรศวร





มีเรือนจำลองด้วย



แล้วพ่อก็มารับกลับ เพราะถ้าเดินกลับแดดจะร้อนพอดี บ้านเพื่อนพ่อก็เลี้ยงน้องหมา น้องเหมียวเหมือนกัน



โปรแกรมของวันที่ 3 เริ่มต้นจริง ๆ จัง ๆ ที่น้ำตกศรีสังวาลย์ (จำได้ว่าเค้าขายตั๋วเป็นแพคเกจ คือซื้อที่อุทยานนี้(อุทยานแห่งชาติผาแดง) แล้วก็ได้เที่ยวทั้งน้ำตก และบ่อน้ำพุร้อนโป่งอาง



น้ำตกนี้เป็นน้ำตกหินปูน

ข้อมูล น้ำตกศรีสังวาลย์ เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง สูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ บรรยากาศบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นน่าพักผ่อน ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการไป 150 เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกห้วยหกซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 20 เมตร ตั้งอยู่กลางป่าลึก ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเข้าไปประมาณ 8 ชั่วโมง





และก็บ่อน้ำพุร้อนโป่งอาง

ข้อมูล บ่อน้ำร้อนโป่งอาง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ น้ำมีอุณหภูมิสูง 70-80 องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร

แค่เอาเท้าไปจุ่มก็ไม่ไหวแล้ว



ที่ต่อไปที่ไม่ควรพลาดคือถ้ำเชียงดาวค่ะ ชอบมาก ถ้ำใหญ่ มีจุดน่าสนใจหลายจุดมาก แต่หน้าน้ำจะท่วมเป็นบางจุด ขนาดตอนนั้นที่ไปยังไปดูไม่ได้เป็นบางจุดเลย ขาเข้าก็แวะดูปลาที่ลำธารหน้าถ้ำ น้ำใสม๊าก ใสแบบชอบจังเลย มันก็สวย เย็น ๆ สบาย ๆ ปลาก็ตัวใหญ่ สวย ๆ ทั้งนั้น

ไกด์นำเข้าจะเป็นนักศึกษาที่มาช่วยกันหารายได้พิเศษ ค่านำชมก็ถูก (แต่จำไม่ได้ค่ะ) ถ้าใครใส่ส้นสูงไป เช่นเรา ก็มีรองเท้าแตะให้เช่า เพราะมันจะลื่น และต้อง มุด คลาน ปีนป่าย ลุยดี

ปากทางออกจากถ้ำก็มีพระ มีอะไรแปลก ๆ สวย ๆที่ทหารพม่ามาสร้างทิ้งไว้ บ้างก็เป็นธรรมชาติสร้างสรร แปลก ๆ ก็เยอะ สันนิษฐานเองว่าพม่าคงจะมายึดถ้ำนี้เป็นฐานทัพ นานมาก นานจนไม่รู้จะทำอะไร เลยทำของพวกนี้ไว้พลาง ๆ ฆ่าเวลา แต่ก็เป็นผลพลอยได้ของเราเหมือนกัน

ข้อมูล อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว การเดินทาง จากเชียงใหม่ไปยังอำเภอเชียงดาว ระยะทาง 72 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าไปจนถึงถ้ำอีก 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางจนถึงบริเวณถ้ำ มีบริเวณจอดรถกว้างขวาง ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดมีหลังคามุงสังกะสี หน้าถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านเต็มไปด้วยปลา หลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ หากต้องการชมบริเวณถ้ำ ติดต่อคนนำทางได้บริเวณหน้าถ้ำ




ออกจากเชียงดาวก็มาแวะเวียงกุมกาม ไม่ทันด้วยแหละเค้าปิดออฟฟิศขายตั๋วแล้ว พนักงานกำลังจะไขกุญแจกลับบ้านเลย ประมาณ 4-5 โมงนี่แหละ เสียดายจังกะว่าจะเช่าจักรยานถีบซะหน่อย แต่เค้าบอกว่าเราสามารถขับรถเข้าไปชมเองได้เลย เพราะสถานที่แต่ละแห่งจะอยู่กันแบบกะจัดกะจาย ในหมู่บ้าน ก็เลยไปเองก็แล้วกันเค้าใจดีให้แผนที่ดูด้วย พอขับไปถึงเหมือนกับเป็นที่จอดรถ ก็เจอรถม้าเค้ายังจอดรอลูกค้าอยู่ ก็เลยเช่ารถม้าเลย เพราะกลัวว่าถ้าไปเองแต่ละที่จะมืดซะก่อน ราคาถ้าจำไม่ผิด 250 นั่งไปกันตั้งหลายคน พ่อ แม่ น้าเนาว์ กิ๊ฟ เชอร์รี่ ดีนะที่ยายเจ๊กกลับใต้ไปก่อน (อยู่เที่ยวได้แค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็นั่งรถกลับใต้ไปก่อน) สงสารม้าอยู่เหมือนกัน

เสียดายมากความจริงถ้าจะมาเที่ยวที่นี่น่าจะมีเวลาสัก 3 ชม. มีเรือนไทยล้านนาจำลองให้ขึ้นไปดูได้ด้วย





คืนนี้นอนบ้านอายอีกคืน

วันที่ 4 ขับรถกลับบ้าน แวะตลาดแถวบ้านซื้อแคปหมูอีก แล้วก็แวะตลาดทุ่งกาดเกวียน ที่ลำปาง ของเยอะมาก พวกจานชามตราไก่ถูกมาก นี่ขนาดขายราคานักท่องเที่ยวนะเนี๊ยะ เสียดายมากรู้งี้เอาพวกชามตราไก่เป็นของชำร่วยงานแต่งดีกว่าถูกมาก งานไม้ก็ถูก พวกของประดับบ้านก็ถูก ผ้าพันคอ กระเป๋า เสื้อผ้าชาวเหนือ โอ๊ยอยากซื้อไปหมด แต่กลัวจะขนขึ้นรถทัวร์กลับบ้านไม่หมด แค่แคปหมูก็เพียบแล้ว เลยซื้อมาได้อย่างละนิดละหน่อย (กระเป๋าชาวเขา ผ้าคลุมไหล่ ชุดน้ำชาตราไก่ กระโปรงผ้าทอ แคปหมูอีก น้ำพริกหนุ่ม กุนเชียง หมากแห้งไว้แขวนที่โรงรถ เม็ดทานตะวัน) เท่าที่จำได้ก็แค่นี้แหละ ยังซื้อไม่สะใจเลยนะเนี๊ยะ ขนมาจริง ๆ ขนมาได้แต่ของกิน นอกนั้นต้องฝากพ่อไว้ให้เอามาให้เวลามาเที่ยวระยองอีกที มัวแต่ละลานตาเลยลืมถือกล้องลงไปด้วย

แวะพระธาตุลำปางหลวง มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเลยแหละ

ข้อมูล วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปางหลวง ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมงดงามและมีความสำคัญ ทางด้านประวัติศาสตร์ เป็นวัดเก่า แก่คู่บ้านคู่เมืองลำปาง
สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ วิหารหลวง ซึ่งเป็นวิหารขนาดใหญ่ เปิดโล่ง มีกู่ บรรจุพระเจ้าล้านทองเป็นประธานของพระวิหาร หลังพระวิหารมี เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่รั้วทอง เหลืองรอบองค์พระเจดีย์มีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหา ยศปรากฏอยู่ ด้านขวาองค์เจดีย์เป็น วิหารน้ำแต้ม (แต้ม แปลว่า ภาพเขียน) เป็นวิหารเปิดโล่ง ปัจจุบัน ภาพเขียนลบเลือนไปมาก ด้านซ้ายของ พระเจดีย์เป็น วิหารพระพุทธ เป็นอาคารปิดทึบมีพระประธานแบบ เชียงแสนองค์ใหญ่อยู่เต็มอาคาร หน้า บันของวิหารพระพุทธเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี และพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งรวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่าง ๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น สังเค็ด ธรรมาสน์เทศน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้น









โปรแกรมสุดท้ายแล้ว วัดนี้เคยมาแล้วหนนึง แต่ก็พายายกิ๊ฟ กับน้าเนาว์แวะอีกครั้ง ชอบขึ้นไปดูพิพิธภัณฑ์

ข้อมูล วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี อยู่ห่างจากอำเภอเด่นชัย 3 กิโลเมตรครับ มีศาลาพิพิธภัณฑ์สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง แบบล้านนา ภายในมีโบราณวัตถุต่าง ๆ จัดแสดงไว้ เช่น รูปภาพเจ้านายฝ่ายเหนือและเหตุการณ์ ในอดีต พระพุทธรูปต่าง ๆ เครื่องเขิน เครื่องดนตรีล้านนา อาวุธโบราณ เป็นต้น



จบแล้วยาวมาก ก็ถ่ายไว้ซะเพียบเลย งานนี้เที่ยวแบบงก ๆ ค่ะ เลยเหนื่อยคนแก่เลย

lozocatlozocat



Create Date : 29 ตุลาคม 2551
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 11:49:54 น. 2 comments
Counter : 741 Pageviews.

 
ตามเที่ยวด้วยค่า...
เดือนหน้าจะไปเยี่ยมน้องหมีแพนด้าที่เชียงใหม่เหมือนกัน


โดย: annieake วันที่: 29 ตุลาคม 2551 เวลา:13:05:40 น.  

 





รูปสวย เรื่องดี นำเที่ยวน่าสนุกมากค่ะ


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 30 ตุลาคม 2551 เวลา:5:38:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกสมอเรือ
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ชื่อเชอร์รี่ค่ะ เกิดที่สัตหีบ แต่เคยย้ายไปอยู่สงขลาเป็นระยะ ๆ เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งคนสงขลาและสัตหีบ ตอนนี้ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จ.ระยองค่ะ



ลูกสมอเรือ ค่ะ

Create Your Badge




เพื่อนชอบทำกับข้าว
แม่สลิ่ม
wee_nong
ปูขาเก เซมารู
jjbd
กระเพราไก่ไข่ดาว
ผ้าไหมไทย
popang
narellan
Il Maze
ดวงใจพ่อแม่
ลักกี้


เพื่อนชอบทำขนม

Ab Psy ReinDEAR
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Tiny Bakery



เพื่อนแจกของแต่งบล็อก
เนยสีฟ้า
kung
oranung_sri
lozocat
แพรวขวัญ
PS_PRINCESS
thattron

เพื่อนพาเที่ยว
chalawanman
แมวจอมกวน
thattron
baby bonus
ชานไม้ ชายเขา
ann
อยากเป็นไกด์
NuAeaw
คุยกันได้นะคะ



: Users Online

CursorsFree Cursors
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกสมอเรือ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.