Group Blog
 
All blogs
 
^ * ^ ....ทริปส่งท้ายปี 53 แบ็คแพ็คไปลาวใต้คนเดียว (ดอนเดด-ตาดหลี่ผี)

lozocatlozocat


วันที่ 1 วัดพู จำปาสัก

วันที่ 7 ธ.ค. 53

ตื่นเช้าเห็นว่ายังมืดอยู่ก็เข้าห้องน้ำซะนานเลย ออกมาไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นเลย เชอร์รี่ออกมาก็เจอพวกนั้นเก็บภาพกันไปหลายช็อตแล้ว ภาพเชอร์รี่ที่ได้ก็แค่นี้แหละคะ



ภาพนี้ฝีมือตาล



เช้านี้ออกไปเดินเล่นคนเดียว กะจะไปหาของที่ร้านค้าธรรมดา ๆ ที่ชาวบ้านทำขาย กินซะหน่อย บรรยากาศตอนเช้าช่วงพระกำลังบิณฑบาตรพอดี



เดินไปเดินมา มองเข้าไปในบริเวณบ้านคนพอดีเห็นมีแม่ค้าหาบของขายอยู่ เลยขออนุญาตเค้าเข้าไปดู เห็นว่าเป็นอะไรสักอย่างห่อใบตอง นึกว่าเป็นข้าวเหนียวสังขยาซะอีก ที่ไหนได้เป็นซุปขนุนหม้อนึง ซุปหน่อไม้หม้อนึง หน้าตาดูไม่น่าอร่อยพอดี เชอร์รี่เลยบอกเค้าว่าคงไม่เอาค่ะ เพราะไม่มีข้าวเหนียวขายด้วยใช่ไม๊ค่ะ

แต่ก็มีลุงใจดีเค้าบอกว่าเอาของที่นี่ไม๊ล่ะ เราก็เลยเอาค่ะ (ว่าจะไม่ได้ซื้อแล้วเชียวน๊า) ตอนแรกเค้าจะตักใส่ถุงให้ แต่เชอร์รี่ก็ขอใบตองแม่ค้าให้ลุงเค้าตักใส่ใบตอง พอเค้ายื่นให้เชอร์รี่ไม่แน่ใจเลยถามเค้าว่าเท่าไหร่ค่ะ เค้าบอกไม่คิดเงิน ให้เจ้าเอาไปกินให้ร่างกายแข็งแรง แล้วก็อะไรไม่รู้ฟังไม่ค่อยออกค่ะ เชอร์รี่ก็ยกมือไหว้พร้อมหน้าตาที่ซาบซึ้งมาก ซุปขนุนก็ได้แล้ว ราคา 3 พันกีบ ก็ถือจ้ำ ๆ เดินออกไปด้วยความดีใจที่ได้ข้าวเหนียวฟรีเยอะด้วย (เจอคนใจดีอีกแล้ว) ตอนแรกบอกเค้าว่าเอานิดเดียวนะเนี๊ยะ กะจะเอาไปให้พวกเพื่อนกินจะได้รับร่วมชะตากรรมเดียวกันว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย ดูปริมาณแล้วก็พอกินกันได้หอมปากหอมคอ ถ้าคนเดียวคงจะรับผิดชอบไม่ไหว

แต่ก็เดินยังไม่ถึงที่พัก เจอพระบิณฑบาตรกัน 4 รูปพอดี คิดไปคิดมาตักบาตรพระด้วยข้าวเหนียวเลยดีกว่าครึ่งนึง พวกนั้นไม่ต้องกินกันล่ะ ซุปขนุนเพราะดูแล้วไม่น่าอร่อย เดี๋ยวพวกนั้นจะเสียอารมณ์กัน เลยนิมนต์พระให้หยุด แล้วเชอร์รี่ก็จกข้าวเหนียวเป็น 4 คำเล็กๆ ใส่ค่ะ ส่วนซุปก็เก็บไว้กินเองซิค่ะ มีห่อเดียว พระ 4 รูป เดี๋ยวไม่เสมอภาค

เดินถือไปถึงร้านขายกาแฟตอนเช้า ความจริงร้านนี้มีก๋วยจั๊บด้วย แต่เค้ายังทำไม่เสร็จ เสร็จ 8 โมง แต่ตอนนั้นยังไม่ 7 โมงเลย เชอร์รี่ก็เลยสั่งกาแฟลาวร้อนมา 1 แก้ว ความจริงไม่ได้เป็นคอกาแฟกับเค้าหรอกค่ะ แต่อยากลอง กาแฟราคาแค่ 2 พันกีบ (8 บาท) เองค่ะ



เรื่องรสชาติที่สุดของความไม่อร่อยในทริปนี้ คือมันจืด มันไม่มีรสชาติอะไรที่โดดเด่นเลย ตัวซุปขนุนน่ะค่ะ อยากจะใส่น้ำปลา พริกป่น แค่นี้ก็คงจะช่วยได้เยอะ แต่เชอร์รี่ก็ฝืนกินค่ะ กินจนอิ่ม แต่ไม่หมดค่ะ ข้าวเหนียวเหลือครึ่งนึง ก็โยนเลี้ยงไก่ในร้านไปแต่ซุปขนุนเหลือครึ่งนึง จะให้ไก่ก็เดี๋ยวเลอะร้านเค้า เลยต้องจำใจทิ้งขยะไป ตอนแรกจะให้หมาที่ร้านกินแต่มันดม ๆ แล้วเมินค่ะ มันกินข้าวเหนียวเปล่า ๆ ค่ะ

ส่วนกาแฟ รสชาติแบบบรรยายไม่ถูก มันขมเค็ม กลิ่นแปลก ๆ สุดกล้ำกลืนฝืนทนเลยค่ะ แต่ก็กินจนหมดแก้ว เกรงใจแม่ค้าค่ะ เดี๋ยวเค้าจะน้อยใจ แต่ก็ไม่เข็ดค่ะ คิดว่ากาแฟลาวเจ้านี้เค้าอาจชงไม่อร่อย ไว้จะต้องไปหาชิมเจ้าอื่นซ่อมค่ะ



7 โมงครึ่ง มองไปที่ห้องเห็นนิดพึ่งออกมาหรือเข้าไปจำไม่ได้ เพราะฝากกุญแจห้องไว้ บอกให้พวกนั้นเข้าไปใช้ห้องน้ำได้ แล้วยังมีแก่ใจนั่งเอ้อระเหยที่ม้านั่งหน้าโรงแรมค่ะ เค้ามีม้านั่งวางไว้ มองดูเด็ก ๆ เดินไปโรงเรียน

มองไปมองมา เจอพี่น้องคู่นึงท่าจะเป็นฝาแฝด คนนึงร้องเพลงขวานฟ้าหน้าดำ อีกคนหัวเราะชอบใจไปตลอดทาง คนที่ร้องก็ร้องอยู่แค่ขวานฟ้าหน้าดำ แต่อีกคนก็หัวเราะอยู่นั่นแหละ ไอ้เราก็งงว่าเอออะไรมันจะตลกได้ขนาดนั้นเห็นแล้วก็ขำ แล้วก็เอ้อนึกขึ้นมาได้ว่าเราติดดินสอมาแจกเด็กแพคนึงนี่หว่า เลยรีบวิ่งไปที่ห้อง แล้วก็วิ่งตามไป ดีนะที่ 2 คนนี้หยุดเล่นลูกแก้วกันอยู่ ก็เลยให้ดินสอเค้าไปคนละแท่ง แล้วก็มีน้องผู้หญิงเดินมาพอดี เลยให้เค้าด้วย แต่ก็เหลืออยู่อีกเยอะ ( เตรียมไป 1 โหล ) จะเดินไปกลุ่มเด็กเยอะ ๆ ตรงนู้นก็แจกไม่พอ เลยแบ่งให้เด็กผู้ชายคนละเท่าๆ กัน แล้วบอกให้เอาไปแบ่งเพื่อน ๆ นะครับ เค้าก็มองงง ๆ ยิ้ม ๆ อาย ๆ (จะรู้เรื่องไม๊เนี๊ยะ)

แล้วเราก็ขอถ่ายรูปเค้า เราทำท่าให้เค้าทำท่าเก็กหล่อ เค้าก็ทำกันอย่างงั้นแหละค่ะ ท่าเค้า



กลับมานั่งต่อเจอรถประจำทาง สงสัยถ้านั่งจากปากเซมาคงเป็นรถแบบนี้แหละ

นึกขึ้นได้ว่ามีร้านนึงหน้าโรงแรมขายกล้วยน้ำว้าอยู่ เห็นพวกนั้นชอบกินกันเลยซื้อมาหวีนึงไปฝากพวกดอน ตาล นิด เป็นอาหารเช้า ราคา 3 พันกีบ (12 บาท) ที่ร้านส่วนมากจะเห็นเป็นหวีดำ ๆ นี่พยายามเลือกที่ดำน้อยทีสุดแล้ว แต่ตาลบอกว่าดำ ๆ แหละอร่อย แบบสุกคาต้น อ้าวลืมไปซะงั้น



พอประมาณ 8 โมงแล้วก็กลับเข้าห้องไปอาบน้ำ คิดว่าคงพอดี 8 โมงครึ่งที่นัดเรือไว้ อาบน้ำแต่งตัว เก็บข้าวของ ที่ไหนได้ตกลงเราช้าเป็นคนสุดท้ายเลย มีพวกฝรั่งนั่งรอกันเต็มเรือหมดแล้ว อายจัง นึกว่าจะมีแต่พวกเรา สายไป 5 นาที วันนี้จ่ายค่าห้องเป็นเงินกีบ ปลิวไปแล้ว 50 พันกีบ กับเหมาค่าปี้ (ตั๋ว) ไปดอนเดด ในนี้จะเป็นค่าเรือไปอีกฝั่ง กับค่ารถทัวร์นั่งไปถึงนากะสัง 60 พันกีบ ซึ่งพวกเราคิดกันไปคิดกันมาสรุปได้ว่าจองปี้กับทางโรงแรมก็แพงกว่านั่งรถไปเองหน่อยเดียว แต่สะดวกกว่า เพราะไหนจะค่าเรือ ค่าจ้างรถไปส่งที่ปากทาง แล้วรอรถโดยสารอีก ยังรักความสบายอยู่ว่างั้น

แล้วก็ถึงเวลาร่ำลาจำปาสัก เพื่อที่จะไปต่อกันที่ดอนเดด เพื่อไปเที่ยวน้ำตกหลี่ผี กับคอนพะเพ็งกันแล้วค่ะ

ภาพสวย ๆ นี้ฝีมือลูกตาลค่ะ ดูภาพนี้จะได้เห็นว่าบรรยากาศที่จำปาสักเค้าดีจริง ๆ



พอลงจากเรือก็เดินขึ้นไปนั่งรอรถทัวร์ที่จองไว้แล้วจากทางโรงแรมที่ร้านขายของชำค่ะ



ภาพนี้มองจากที่นั่งรอรถทางเดินไปท่าเรือข้ามไปจำปาสักค่ะ



อยู่บนรถกำลังจดค่าใช้จ่าย เวลาไปเที่ยวแล้วเตรียมสมุดจดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ไว้จดค่าใช้จ่าย จดอะไรที่ประทับใจจะดีค่ะ มีอะไรทำแก้เซ็งดี เพราะบางครั้งก็นึกไม่ออกว่าอะไรราคาเท่าไหร่ ฝีมือตาลค่ะ



เริ่มกันที่นั่งรถจากจำปาสักไปนากะสัง ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเที่ยวตาดคอนพะเพ็งกันก่อน แต่คิดกันไปคิดกันมาเก็บไว้ไปวันกลับไปปากเซดีกว่า วันนี้จะได้ปั่นจักรยานไปเที่ยวตาดหลี่ผีกันเลย



จากจุดจอดรถก็เดินกันไปที่ท่าเรือเลยค่ะ ค่าเรือคนละ 15 พันกีบ (60บาท) คนเยอะมาก วันนี้วันอังคารที่ 7 ธ.ค. 53 ค่ะ มีแต่ชาวต่างชาติ ไม่รู้เค้าจัดคนยังไง กลุ่มเรารอกันตั้งนานไม่ได้ลงเรือซะที ก่อนไปเชอร์รี่ก็ทำการบ้านไว้พอสมควรค่ะ ว่าการไปเที่ยวครั้งนี้จะต้องมีแต่การรอคอย ซึ่งก็จริง ๆ ค่ะ เลยไม่ได้หงุดหงิดอะไรเลย เพราะเตรียมใจไว้แล้วน่ะ



จนมีพี่คนนึง รู้สึกว่าได้ว่าเค้าใจดีมาก คือเค้าเรียกให้ไปเรือลำเค้า แล้วพวกเราก็นั่งรอบนเรือมองไปมองมา ไม่เห็นมีใครมาลงเพิ่มซะที แล้วจะได้ออกเมื่อไหร่ เค้าคงเห็นเรารอนานเค้าก็เลยออกเรือมาส่งพวกเราก่อน ได้ใจดอนไปเต็ม ๆ เลยค่ะ ดอนให้ติ๊บไป 5 พันกีบ ไม่แน่ใจว่าเป็นคน ๆ เดียวกับที่พี่วุฒิพี่เคทชมไว้รึเปล่า



ถึงดอนเดด ก็หาที่พักกันก่อนค่ะ เลือกไปทางซ้าย จนถึงเฮือน Mr.Mo มีพี่ผู้หญิงเค้าพูดไทยชัดเชียว ชวนมาพักที่พักเค้า คืนละ 30 พันกีบ (120 บาท) พวกเราหูผึ่งเลยค่ะ ขอเค้าดูห้องพัก แล้วห้องก็เหลือ 2 ห้องพอดี อารมณ์แรกของเชอร์รี่โห ขนาดนี้เลยหรอ จะไหวหรอ ของจริงไม่ได้สวยเหมือนภาพนะคะ แล้วที่สำคัญห้องน้ำแยก เดินไกลด้วย





ภาพข้างบนห้องเชอร์รี่ค่ะ ผ้าม่านก็บาง ปิดแทบจะไม่มิด ยิ่งเวลาพัดลมพัด (บอกแล้วว่าชอบปิดม่านให้หมดค่ะ กลัวผีแอบดู) แถมเวลาเอามุ้งลงกางนะรูเพียบเลย มีผูกรอยขาดไว้อีก พื้นเป็นไม้ร่อง ๆ 3 คนนั้น ดูชอบแล้วก็บอกว่าอยู่ได้ ส่วนเชอร์รี่ขอไปหาเอาดาบหน้าก่อนค่ะ กะว่าอาจจะแยกพักกับ 3 คนนั้น

เดินแบกเป้ไปไกลเหมือนกันเกือบครึ่งกิโล ห้องที่เจอก็ว่างอยู่ไกลกันบ้าง เหลือห้องเดียวบ้าง ห้องน้ำอาการหนักกว่า Mr.Mo บ้าง สุดท้ายก็เอาห้องนั้นแหละ อย่างน้อยก็มีเพื่อนนอนอยู่ข้าง ๆ และคนที่ดูเรื่องมากที่สุดอย่างเชอร์รี่ก็ติดใจนอนต่อที่นี่อีกคืนค่ะ อย่างว่าสุดท้ายก็ตายรัง

ห้องพักที่นี่โซนบ้านไม้จะมี 4 ห้อง แบ่งเป็น 2 ด้าน ๆ ละ 2 ห้องค่ะ พื้นเป็นพื้นร่วมกันเวลาเดินจะรู้กันหมดเลยว่ามีใครไปใครมา



ภาพนี้ฝีมือตาลค่ะ ถ่ายห้องอีกด้าน เป็น ฝรั่งพัก ห้องนึงมีผู้ชายพักกัน 2 คน ส่วนอีกห้องริมสุดรู้สึกจะเป็นผู้หญิงไม่ค่อยอยู่ห้อง ได้ยินเสียงก็ตอนค่ำเลยตอนเค้ากลับมานอน ส่วนฝรั่งผู้ชายนอนตื่นสายมาก ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเค้าหรอกค่ะตอนกลางวัน เจอแต่ตอนกลางคืน

เชอร์รี่ลืมถ่ายภาพห้องพักจากด้านนอกไว้ดู เคยถ่ายแต่เกือบค่ำแล้วภาพไม่ค่อยชัด ว่าจะถ่ายใหม่ตอนกลางวันก็ลืม ดีนะที่ตาลถ่ายไว้ ถ่ายออกมาซะสวยเลย ของจริง ต้องหาร 2 ค่ะ



ข้างในห้องก็มีเก้าอี้วางพัดลมพร้อมพัดลม 1 ตัว ที่นอนเตียงเดี่ยว หมอนนุ่นนิ่ม ๆ คาดว่าคงผ่านมาใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน ผ้าห่ม 2 ผืน เชอร์รี่ก็ให้ดอนเอาไปให้อีก 1 ผืน มุ้งที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนเช่นกัน ภาพนี้เตียงในห้องตาลค่ะ ห้องเชอร์รี่หวานกว่า สีชมพูค่ะ

แล้วเราก็ออกไปหาข้าวมื้อเช้ากินกันค่ะ ประมาณเที่ยงเข้าไปแล้ว เดินไปจนถึงท่าเรือ และเดินกลับมาก็สรุปกันที่ร้านพี่หนิงค่ะ ตอนพวกดอน ตาล นิดอยู่เรากินกันทุกมื้อค่ะที่ร้านนี้



น้องหมา ร้านพี่หนิง



ซึ่งมื้อแรกของดอนเดดก็คือ ข้าวเหนียว ไข่เจียว ไก่ทอด ยำผักค่ะ ทุก ๆ คนติดใจกับยำผักมาก หลังจากมื้อนี้นางเอกของเราจะต้องเป็นยำผักค่ะ แต่มื้อต่อไปใส่ทูน่าด้วย อร่อยมากค่ะ ผักสดกรอบ น้ำยำก็ใช้ซอสพริกด้วยค่ะ ว่าจะลองกลับมาทำดูที่บ้านไม่รู้จะเหมือนเค้าทำรึเปล่า



มื้อนี้หารกันคนละ 13 พัน (52 บาท) กีบค่ะ เมื่อท้องอิ่มแล้วพวกเราก็หาจักรยานเช่าปั่นไปหลี่ผีกันเลยค่ะ คันละ 10 พันกีบ (40 บาท)



ทั้ง ๆ ที่ถามทางเค้าแล้ว เค้าบอกมี 2 ทาง ปั่นไปทางแม่น้ำของ (โขง) จะร่มกว่า พวกเราก็ปั่นทางที่เค้าบอก แต่พอถึงจุดที่มีรถเหมาไปน้ำตกจอดอยู่เยอะ ๆ พวกเราดันปั่นไปทางที่รถใหญ่วิ่ง ร้อนมากเลยค่ะ ขากลับถึงได้รู้ว่ามีทางเลียบแม่น้ำโขงไปตลอดไม่ร้อนจริง ๆ ด้วย แต่ช้าไปแล้วค่ะ ปั่นกันไปหัวดำหัวแดง จนเชอร์รี่ปวดหัวเพราะแดดร้อนซะ 2 วันเลย ส่วนมากตอนไม่มีร่มเชอร์รี่จะรีบปั่นไม่รอเพื่อน ๆ เลยค่ะ จะจอดรอก็ตอนเจอร่มไม้

แล้วทางก็ขรุขระมาก ขนาดเวลาลงหลุมพยายามยกก้นขึ้นแล้วกลับมางี้ระบมเลยค่ะ ไม่เคยปั่นโหดขนาดนี้มาก่อน ระยะทางประมาณ 4 กิโลครึ่ง ไม่รู้จะบรรยายยังไง อยากให้ไปลองดูค่ะ ว่ามันสะใจจริง ๆ



ส่วนตาลกับนิดก็ตามเคยค่ะ ไม่หวั่นแม้วันแดดร้อน เจอนู้นเจอนี่ก็จอดถ่ายค่ะ หมู หมา กา ไก่ ถ้าเจอเป็นโดนถ่าย

แล้วที่นี่เค้าก็เลี้ยงหมูกันหลายบ้านมากเลยค่ะ เลี้ยงแบบผูกคอไว้ เห็นแล้วก็สงสารดีนะมานี่เชอร์รี่ไม่ได้สั่งเมนูหมูเลย อืมแต่มีวันสุดท้ายที่ปากเซหลุดไปหน่อย



ตรงจุดนี้แหละค่ะ ที่เป็นคิวรถเหมาสำหรับไปเที่ยวน้ำตก ส่วนมากคนที่มากับบริษัททัวร์จะมาขึ้นเรือที่ตรงนี้แล้วก็มาขึ้นรถ ซึ่งรถก็จะขับไปทางที่พวกเชอร์รี่ปั่นจักรยานขาไปแหละค่ะ ทางร้อน ๆ น่ะ ร้อนจริง ๆ ขอบอก





ใกล้จะถึงแล้วค่ะ แต่จะต้องข้ามขัวนี้ก่อน (สะพาน)

เอ๊ ชักจะเหมือนรายการภาษาลาววันละคำไปซะแล้ว ที่จริงเชอร์รี่ก็จำได้ไม่กี่คำหรอกค่ะ



มาดูวิวสองข้างขัวกันดีกว่า







เห็นซุ้มไม้ไผ่อย่างงี้แสดงว่าใกล้จะถึงแล้วค่ะ



ข้ามสะพานนี้ก็เจอเลยค่ะ ร้านขายน้ำ ขายปลาปิ้ง เขียดปิ้ง กล้วยปิ้ง



ลำธารตรงสะพาน



เจอมะพร้าวแล้วไม่รอช้า 3 คนนั้นไม่กินค่ะ แต่เชอร์รี่ไม่ไหวขอโด๊ปด้วยน้ำมะพร้าวก่อนแล้วกัน ลูกละ 5 พันกีบ (20 บาทค่ะ) ลูกใหญ่มาก ลูกนึงกินได้ 2 คน อิ่มพอดี แต่คนเดียวอิ่มเกินค่ะ แต่เพราะร่างกายขาดน้ำไปมากระหว่างที่อยู่น้ำตกเชอร์รี่ไม่ได้อยากหาห้องน้ำเลย



ระหว่างที่รอนิดก็ถ่ายรูปน้องเค้าพลาง ๆ



มาดูกันค่ะว่าของที่เค้าขายหน้าตาน่ากินขนาดไหน ไม้ละ 10 บาทค่ะ



ตาลกับนิดอุดหนุนกล้วยปิ้งเค้าไปแล้ว แบบธรรมดา ความจริงมีแบบทากะปิด้วย ขากลับเชอร์รี่ว่าจะลองซะหน่อยแบบกะปิน่ะค่ะ แต่กลัวเสียของเลยลองซื้อปลาปิ้งตัวเล็ก ๆ มา 2 ไม้ 5 พันกีบ (20 บาท) เค้าปิ้งแห้ง ๆ นิดช่วยกินหน่อยนึง กว่าจะหมดไม้นึง มันแบบถ้าเป็นบ้านเราคงจะเอาปลานี้ไปปรุงเป็นเมนูอะไรซะอย่างอีกทีค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวเสียของแบบซุปขนุนค่ะ เชอร์รี่เอาไปเลี้ยงน้องหมาแถวนั้นแล้ว ออกไปหาแถวที่พักแป๊บก็เจอ

ร้านที่นั่งกินน้ำมะพร้าวมีผ้าขายด้วย



อิ่มน้ำมะพร้าวแล้ว เดี๋ยวสาวเวียตนามจะพาไปชมตาดหลี่ผีกันนะคะ



ลืมบอกว่าค่าเข้าชมจะมีเจ้าหน้าที่นั่งคอยขายปี้ (ตั๋ว) ตั้งแต่ขัว รถไฟของฝรั่งเศสแล้วล่ะค่ะ คนละ 20 พันกีบ รึไงนี่แหละ อันนี้ลืมจดค่ะ

ส่วนประวัติศาสตร์ความเป็นมาของน้ำตกหลี่ผี ก็สืบเนื่องมาจากคราวที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองลาวตั้งแต่ปี 2436 ชาวบ้านได้ถูกบังคับเกณฑ์แรงงานไปสร้างถนน ทางรถไฟ สร้างขัว ท่าเรือ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน อาวุธ เสบียงขึ้นมาให้เหล่าทหารและยังกอบโกยขนเอาทรัพยากรธรรมชาติบนแผ่นดินลาวล่องลำน้ำกลับไป ยุคนั้นฝรั่งเศสต้องการจะนำเรือยนต์ขนาด 70 วา ข้ามตาดคอนพะเพ็งและตาดหลี่ผี จึงเกณฑ์แรงงานชาวบ้านให้ทำการขุด เจาะ ทุบหินก้อนมหึมา ใครไม่ไปใช้แรงงานก็จะถูกปรับ หรือไม่จ่ายก็ถูกจับ และว่ามีชาวลาวมากมายที่ต้องเสียค่าปรับด้วยชีวิต เพราะอานุภาพของกระแสน้ำ มากกมายหลายชีวิต กว่าฝรั่งเศสจะยอมจำนนต่อธรรมชาติ เป็นเรื่องราวที่น่าเศร้ามาก น้ำตกหลี่ผีเองก็มีชีวิตที่ตายแล้วไหลมาติดมารวมกันอยู่ที่นี่เยอะมาก (ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือจำปาขาว ลาวหอม ลาวใต้ค่ะ)

แต่ทางการลาวประกาศใช้ชื่อใหม่มาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2525 แล้วนะคะ คือชื่อ น้ำตกสมพะมิต ค่ะ แต่เราก็ยังเรียกหลี่ผีกันอยู่นั่นแหละ
เป็นเกาะแก่งมากมาย ไม่รู้ตรงไหนที่ว่าเค้าได้ลองขุดเจาะกันไปแล้วบ้าง มาเที่ยวน้ำตกหลี่ผี คอนปลาสร้อย กับคอนพะเพ็งไม่มีความรู้สึกเหมือนมาน้ำตกเลยค่ะ เหมือนแม่น้ำมากกว่า

เก็บมาฝากหลายภาพค่ะ















ป้ายเตือนค่ะ บอกว่าอันตราย



ขอรูปคู่กับหลี่ผีสักรูปนะคะ ฝีมือดอนค่ะ ที่ตรงนี้น้อยคนจะได้ถ่ายนะคะ (ต้องมุดรั้วเข้าไปค่ะ)

หลังจากนี้ผีชอปก็เข้าสิงพวกเราค่ะ 4 คน ได้ของฝากกันถ้วนหน้า เชอร์รี่เองก็ได้เสื้อมาฝากพี่หมี 2 ตัว (150 บาทเอง) เครื่องมือหาปลาสานชิ้นเล็ก ๆ 3 ชิ้น (20 พันกีบ / 80 บาท) ผ้าเช็ดหน้า 1 ผืน (5 พันกีบ / 20 บาท)





แล้วดอนก็ชวนเดินไปหาดทรายค่ะ ที่นี่มีหาดทรายด้วยนะคะ ทางเดินไปจะเจอซุ้มไม้ไผ่แบบนี้อีกแล้วค่ะ



ถึงแล้วค่ะหาดทราย



เห็นอะไรแว๊บ ๆ นะ ขอซูมดูหน่อยดิ๊



เคยเห็นแต่ที่ทะเล มาเห็นที่นี่แปลก ๆ ตายังไงไม่รู้ แล้วพวกเราก็มาสนใจเจ้านี่ค่ะ นิดบอกว่าน่าจะเป็นหมามุ่ย ไม่แน่ใจแต่ก็ไม่มีใครกล้าลองค่ะ



ขาเดินกลับดอนเค้าเจอต้นไม้ที่มีลูกที่เค้าเคยกินตอนเด็ก ๆ ด้วยค่ะ ชื่ออะไรไม่รู้ลืม เพราะเชอร์รี่ไม่เคยกิน พึ่งจะเคยได้ลองก็วันนี้แหละ

ชิมแล้วคาดว่าน่าจะได้รับวิตามินซีสูงมาก เพราะมันรสชาติเปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ





เดินออกมาถึงโซนร้านขายของ คราวนี้ พวกดอน ตาล นิด ก็หิวน้ำขึ้นมาบ้างแล้ว เชอร์รี่เองก็กินกับเค้าด้วยค่ะ คราวนี้ได้น้ำมะพร้าวลูกใหญ่อีกแล้ว แบบอ่อน ๆ ด้วย



กินน้ำเสร็จก็ให้เค้าผ่าให้กินเนื้ออ่อน ๆ ต่อเลย





ก่อนจะกลับตาลกับนิดก็ถ่ายรูปเด็กคนนี้กันซะเพียบเลย น้องเค้าก็นิ่งมาก ให้ถ่ายนิ่ง ๆ เลย



ขากลับจะมีช่วงที่ต้องปั่นผ่านทุ่งนา เจอชาวลาวกำลังเกี่ยวข้าวกันพอดี ส่วนมากเค้าจะออกมาเกี่ยวตอนเช้า ๆ กับเย็น ๆ เลย ตอนแดดไม่ร้อนนั่นเอง



ตอนที่จูงจักรยานบนขัว เป็นช่วงเด็กกำลังเลิกเรียนพอดี เท่าที่เห็นส่วนมากพวกสถานที่ราชการ อนามัย โรงเรียน จะอยู่ฝั่งดอนคอนค่ะ น้องคนนี้ชื่อสม บ้านอยู่ทางนู้น (ดอนเดดค่ะ) กว่าจะถามแล้วรู้ว่าเรียนอยู่ชั้น ป. 3 ก็งงอยู่เหมือนกัน เค้ายืนรอใครรึเปล่าไม่รู้ แต่พอเชอร์รี่จูงจักรยานถึงเค้า ๆ ก็เดินค่ะ เวลาถามอะไรเค้าก็ตอบ แบบอาย ๆ ค่ะ เลยขอถ่ายมาซะเลย



พอลงสะพานแล้วดอนเลยพาปั่นจักรยานทางข้างแม่น้ำดูค่ะ แล้วก็ถึงบางอ้อว่าที่เค้าแนะนำให้ปั่นเลียบแม่น้ำก็คือทางนี้น่ะเอง คือเราต้องจูงจักรยานลงทางด้านขวามือน่ะค่ะ ไม่ใช่ตรงไป ถ้าตรงไปก็คือทางรถใหญ่วิ่ง แดดร้อนเปรี้ยงเลย หรือถ้ามาจากดอนเดดกำลังจะไปพอถึงตรงนี้น่ะคะ



เจอพระเอกแล้วค่ะ ไปทางที่น้องเค้าชี้นั่นแหละ ดูซิบอกให้ช่วยทำอะไรก็ทำน่ารักจริง ๆ



อาหารมื้อเย็นเราก็ฝากท้องกันที่ร้านพี่หนิงแหละคะ เมนูวันนี้ก็ มียำผักทูน่าด้วย ลาบไก่ที่เชอร์รี่สั่ง (เค้าใส่ถั่วฝักยาวด้วยค่ะ) ต้มยำไก่ แค่นี้หรือกับอะไรอีกอย่างดูซิจำไม่ได้แล้ว





กินเสร็จแล้วก็ชวนน้องศักดิ์ ดาราหน้ากล้องของตาลกับนิดเค้าไปเดินเล่นค่ะ



รูปนี้ถ่ายกันหน้าทางเข้าเฮือนพักคำฟองค่ะ



หมดไป 2 วันแล้วนะคะกับลาวใต้

วันต่อไปเชอร์รี่ต้องยอมตัดใจแยกทางกับเพื่อน ๆ แล้วล่ะค่ะ

lozocatlozocat






Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2554 18:16:57 น. 7 comments
Counter : 2090 Pageviews.

 


โดย: veerar วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:18:53 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:39:29 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด ขอให้พบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตนะคะ




โดย: brackleyvee วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:5:03:46 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:17:05 น.  

 
เห็นรูปแล้วอยากไปเที่ยวลาวด้วยเลยค่ะ

ชอบน้องหมาร้านพี่หนิงจัง ขนสวย สุขภาพดี เห็นแล้วอยากกอด

วันนี้เป็นวันเกิด คุณสมอเรือ ขอร่วมอวยพรด้วยคนนะคะ
สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: Shallow Grave วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:15:10 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*





โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:11:35 น.  

 
Photobucket


โดย: pinkyrose วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:10:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกสมอเรือ
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ชื่อเชอร์รี่ค่ะ เกิดที่สัตหีบ แต่เคยย้ายไปอยู่สงขลาเป็นระยะ ๆ เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งคนสงขลาและสัตหีบ ตอนนี้ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จ.ระยองค่ะ



ลูกสมอเรือ ค่ะ

Create Your Badge




เพื่อนชอบทำกับข้าว
แม่สลิ่ม
wee_nong
ปูขาเก เซมารู
jjbd
กระเพราไก่ไข่ดาว
ผ้าไหมไทย
popang
narellan
Il Maze
ดวงใจพ่อแม่
ลักกี้


เพื่อนชอบทำขนม

Ab Psy ReinDEAR
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Tiny Bakery



เพื่อนแจกของแต่งบล็อก
เนยสีฟ้า
kung
oranung_sri
lozocat
แพรวขวัญ
PS_PRINCESS
thattron

เพื่อนพาเที่ยว
chalawanman
แมวจอมกวน
thattron
baby bonus
ชานไม้ ชายเขา
ann
อยากเป็นไกด์
NuAeaw
คุยกันได้นะคะ



: Users Online

CursorsFree Cursors
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกสมอเรือ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.