Group Blog
 
All blogs
 
...^ * ^... ทริปแรกของปี 54 ประเดิมกันแบบเหนื่อยสุด ๆ ที่ภูกระดึง

lozocatlozocat


ทริปนี้ไปกันตั้งแต่วันที่ 21-23 มกราคม แล้ว ดองไว้ซะเค็มเลยกว่าจะได้ฤกษ์เอามาลง

เริ่มต้นจากการพูดคุยกันไว้ของเรากับพี่ทัวร์ แล้วก็เล่าให้พ่อฟังว่าจะไป พ่อก็เลยขอไปเที่ยวด้วย เพราะพ่อบอกว่าอยากไปตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ไปซะที รอจนอายุ 68 นี่แหละ จะได้ทำตามความฝันซะที



เลยไปกัน 2 สาว กับ 2 หนุ่ม(น้อย) คือเพื่อนพ่ออีกคน

ถึงอุทยานกันตอนเช้าก็เริ่มออกเดินกันเลยประมาณ 7 โมงครึ่ง



ผ่านซำต่าง ๆ ที่เป็นทางชัน ๆ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เราเดินรั้งท้ายเลย มีพ่อเดินรอเป็นเพื่อน หรือแอบเหนื่อยนี่แหละ



จนถึงหลังแป ก็แวะพักกัน คือครั้งนี้พักใหญ่ พักกลาง ๆ น่ะทุกซำ พักเล็ก ๆ อีกทุก 200-300 เมตร ถึงแล้วหาที่กางเต็นท์ได้ก็แผ่หรากันเลย



ถึงที่กางเต็นท์ประมาณ บ่าย ๆ ประมาณ 4 โมงเย็นก็อาบน้ำกัน ตั้งแต่ขึ้นภูมาก็อาบครั้งนี้แหละครั้งเดียว แล้วเรากับพี่ทัวร์ก็ออกไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่ผาหมากดูก ระยะทางจากที่พักไปกลับก็ 4 กิโล



ส่วนพ่อกับเพื่อนพ่อบอกว่าเห็นมาเยอะแล้วพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ ไม่อยากดูแล้ว



คืนนี้ฝากท้องไว้ที่ร้านค้าฟากที่เป็นร้านใหญ่ ๆ ร้านที่ 2 จากด้านริม เค้าอัธยาศัยดี เลยฝากท้องไว้ที่ร้านนี้แทบทุกมื้อ จำได้ว่าสุกี้กับหมูกระทะเค้าอร่อย แต่ถ้าเป็นข้าว ข้าวแข็งมาก ๆ เลย

ตอนเช้าเรากับพี่ทัวร์อีกนั่นแหละตื่นกันตั้งแต่ตี 4 ครึ่งเพื่อเตรียมล้างหน้าไปสมทบกับเจ้าหน้าที่ที่จะพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ระยะทางไปกลับประมาณ 2 กิโล

รวมพลตีห้าครึ่ง



พ่อกับเพื่อนพ่อก็ตามเคยบอกว่าพ่อเคยเห็นมาเยอะแล้ว เค้าประมาณว่าขึ้นมาถึงภูนี่ก็เจ๋งพอแล้ว ไม่อยากจะเดินอีกแล้ว เพราะแต่ละจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะไกลมาก







กลับมาก็มาหาน้ำเต้าหูกับปลาท่องโก๋ ขนมปังปิ้งร้อน ๆ กินกัน เค้าทำขายกันหลายร้านมาก ปลาท่องโก๋เค้าก็ทอดได้อร่อยมาก หน้าตาดีเกือบทุกร้าน ถึงจะอยู่สูง ขนของมายากลำบากแต่กับข้าวข้างบนก็อร่อยไม่ใช่ว่าจะทำกันแบบตามมีตามเกิดกันเลย



แล้วก็เดินไปดูมุมขายของที่ระลึก เก๋ดี เสียดายมากความจริงถ้าอยากจะซื้อเสื้อภูกระดึงควรจะซื้อซะตั้งแต่ที่ร้านข้างบน เพราะแบบจะเก๋กว่าร้านตามซำมาก ถึงราคาจะสูงกว่า

ตอนแรกเรากับพี่ทัวร์ตกลงกันแล้วว่าคงจะไม่ไปกันหรอก ผาหล่มสัก ถึงแม้ว่าใคร ๆ บอกว่าถ้าไม่ไปก็เหมือนกับมาไม่ถึงภูกระดึง แต่จะบ้าแล้วหรอไปกลับปาไปเกือบ 20 กิโล ใครจะบ้าเดินไป

แต่พอตอนเช้าหลังจากกลับจากไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ก็ไม่รู้จะทำอะไรกัน ก็เลยอืมไปก็ไป แต่พอไปถึงก็เดินกลับเลยคงไม่อยู่รอดูพระอาทิตย์ตกแล้วเดินกลับมาถึง 2 - 3 ทุ่มหรอก หิวตาย

ก็เลยเปลี่ยนชุดไปกัน ส่วนพ่อกับเพื่อนพ่อก็ไม่รู้จะไปไหนเลยพากันเดินไปผานกแอ่น แล้วก็พระแก้ว แล้วก็พระพุทธเมตตา

มีแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึงมาฝากด้วยค่ะ



ขาไปเราใช้เส้นทางพระพุทธเมตตา สระอโนดาต น้ำตกสอเหนือ ช่วงนี้น้ำน้อยเราเลยไม่เน้นเที่ยวน้ำตก



ความจริงพ่อเค้าอยากจะไปสระอโนดาต ตามเพลงอะไรของพ่อเค้าไม่รู้ แต่พอรู้ว่าต้องเดินไปกลับประมาณ 4 โลกว่าพ่อเลยบอกว่าเชอร์รี่ไปดูแทนพ่อด้วยแล้วกัน เราเลยต้องปฏิบัติภารกิจแทนโดยการไปถ่ายรูปมาฝาก

ออกเดินทางกันหลังจากกินข้าวเที่ยงกันแล้ว ข้าวเย็นกะว่าจะไปหากินเอาที่ผาอะไรสักผา มื้อนี้กินสุกี้ แต่ด้วยความหิวเลยลืมถ่ายรูปกันเกือบทุกมื้อเลย

อากาศหนาวแต่มีแดดแรงด้วย



ถึงแล้วสระอโนดาตของพ่อ



อยู่กันสักพักแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ



ถึงแล้ว น้ำตกสอเหนือ แต่ช่วงนี้ไม่มีน้ำเลย ถ้ามาหน้าปลายฝนต้นหนาว หรือให้มีน้ำคงจะสวย เพราะงั้นมาเที่ยวคราวนี้เลยไม่เน้นเที่ยวน้ำตก แต่น้ำตกนี้เป็นทางผ่านอยู่แล้วก็เลยแวะสักหน่อย



ผ่านกุหลาบพันปีด้วย กำลังออกดอกเต็มต้นเลยอยู่ที่น้ำตกสอเหนือนี่แหละ



เดินอีกพักใหญ่ ๆ ก็มาถึงจุดหมายปลายทางสักที ผาหล่มสัก เป็นผาเล็ก ๆ ที่ใคร ๆ ก็อยากมาเก็บภาพ มุมนี้มุมเดียว

เป็นผาที่เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

ช่วงที่เดินมาผาหล่มสักนี่ก็มีเรื่องราวประทับใจอยู่เรื่องนึง คือตอนที่เราเดิน ๆ ผ้าพันคอสีขาวที่แม่ซื้อมาฝากเกิดหล่นหายไปไม่รู้ตัวมารู้เอาตอนใกล้จะถึงผาหล่มสักนี่แหละ จะเดินกลับไปหาก็ขาจะลากแล้ว แอบคิดว่าน้องกลุ่มที่เราเดินแซงจะเจอรึเปล่า อาจจะเก็บไว้ให้ก็ได้ แล้วก็โชคดีจริง ๆ ด้วยน้องกลุ่มนั้นเก็บไว้ให้เราจริง ๆ ด้วย



แต่อยากจะพรีเซ็นต์ให้ร้านส้มตำร้านนึงหน่อย เป็นร้านที่ 2 จากริมซ้าย (หันหน้าเข้าหาทางร้านค้า) ตั้งแต่กินส้มตำบนภูกระดึงมา 3 ร้าน ร้านนี้แหละอร่อยที่สุด คราวนี้สั่งตำปูปลาร้า อร่อยมาก แต่เสียดายคงจะไม่มีโอกาสไปตามกินอีกแล้ว จะให้เดินไปผาหล่มสักอีกน่ะหรอ บ้าไปแล้ว

กินเสร็จร้านค้าคงจะทุกร้านแหละ เค้าก็ใจดีให้ยืมเสื่อไปปูนอนรอดูพระอาทิตย์ตกดินได้ นี่เราไปถึงประมาณ บ่าย 3 ก็เลยไปถ่ายรูปมุมยอดฮิตกันได้หลายแชะสมใจแล้ว นอนเล่นพักเหนื่อยสักพักก็ออกเดินทางกลับกันเลย คราวนี้ต้องเดินกลับทางผาต่าง ๆ กะว่าจะตัดเข้าทางเดิมช่วงผานาน้อย แต่มันเกินเวลา 6 โมงเย็นแล้วเค้าไม่ให้เดินทางนั้น ก็เลยได้แวะทุก ๆ ผาเลย












ใกล้จะมืดพระอาทิตย์จะตกดินแล้วยังเดินไม่ถึงไหนเลย ผาที่จะรอดูก็มุมไม่สวย เลยเดินต่อไปเรื่อย ๆ พระอาทิตย์ตกก็เก็บภาพเอาระหว่างทางนี่แหละ

สรุปว่าผาที่จะเห็นพระอาทิตย์ตกสวย ก็คงจะเป็นผาหล่มสัก กับผาเหยียบเมฆนั่นแหละ





วันนี้กลับถึงที่พักเกือบ 2 ทุ่ม ขนาดเดินกลับมาก่อนใคร ๆ นะเนี๊ยะ แถมตอนเดินกลับช่วงทางระหว่างผาหมากดูกถึงที่พัก มันมืดมาก ขนาดเตรียมไฟฉายมากันแล้ว ก็ช่วงนั้นเราเดินกัน 2 คนกับพี่ทัวร์ ทิ้งช่วงกลุ่มข้างหน้า กับข้างหลังแบบไกลมาก ๆ ไกลแบบตะโกนยังไม่ได้ยินน่ะ เดินไปเสียวหน้าเสียวหลังไป เพราะไอ้เราดันไปนึกถึงอาถรรพณ์เจ้าป่าภูกระดึง แต่เราก็ไม่กล้าพูดให้พี่ทัวร์รู้ว่าเรากลัว กลัวจะกลายเป็นยิ่งรู้ต่างคนต่างยิ่งกลัวกันเข้าไปใหญ่ ขนาดช่วงนึงเราเห็นอะไรวิ่งตัดหน้า (ระยะ 50 เมตร) เรายังไม่กล้าทักเลย ไม่รู้ตัวอะไรดำ ๆ เตี้ย ๆ กลม ๆ คล้ายกับลูกหมี แต่ตอนนั้นคิดว่าไม่ใช่คงจะไม่เจอหมีง่าย ๆ หรอก แต่นึงไม่ออกว่าตัวอะไร พี่ทัวร์ก็ไม่เห็น ตอนนี้มานั่งนึก ๆ ดูคงจะเป็นหมูป่า ตอนจะต้องเดินผ่านจุดนั้น เรางี้กลัวว่ามันจะแอบอยู่แล้วกระโจนเข้าหาซะที ตลกมาก ความจริงมันก็คงกลัวคนเหมือนกัน

คืนนั้นเราฉลองลาภูกระดึงกันด้วยหมูจุ่มชุดกลาง 4 คน ความจริงชุดเดียวน่ะกำลังดีแล้ว เพราะระหว่างรอเราพ่อกับเพื่อนก็นั่งกินต้มยำรอเรากันไปหม้อนึงแล้ว แต่ด้วยความกล่องข้าวน้อย สั่งอีกชุด ๆ เล็ก แต่เค้าแถมให้ปริมาณเท่าชุดกลาง โห กินกันพุงจะแตก ลืมถ่ายรูปเลย

เช้านี้ตื่นมาไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอีกแล้วตื่นมาก็เปลี่ยนชุด ออกไปหาอะไรกินกันเลย มื้อนี้เรากับพี่ทัวร์ไปหาโจ๊กกินกัน ที่ร้านปักษ์ใต้ อร่อยมาก กินกับหมูทุบที่ซื้อไว้



แล้วก็ออกเดินทางกลับกันเลย



เจอลูกหาบผู้หญิงด้วย ทึ่งเค้าจริง ๆ



เดินลงถึงซำอะไรแล้วจำไม่ได้ก็หาข้าวหาส้มตำกินกันเพิ่มพลัง ร้านนี้ส้มตำเค้าก็อร่อย แต่สู้เจ้าที่ผาหล่มสักไม่ได้ แต่อร่อยขนาดไหนก็คงจะไม่เดินไปกินอีกแล้ว

เรากินกับพี่ทัวร์ ข้าว 1 จาน กินด้วยกัน ส้มตำก็กินด้วยกัน เพราะเดี๋ยวจะจุกเกิน เราอยากกินผัดกระเพรา พี่ทัวร์อยากกินคะน้าหมูกรอบ เลยกลายเป็นผักกระเพราคะน้าหมูกรอบ



ระหว่างทางก็กินกระทกรกใส่เกลือ หรือไม่ก็แตงโมกันมาตลอดทาง แตงโมบางเจ้าเค้าแคะเม็ดออกให้ด้วย เดินเหนื่อย ๆ กินแล้วชื่นใจจริง ๆ



ลงมาถึงก็เลยไปหาซื้อประกาศนียบัตรให้พ่อกับเพื่อนไว้ติดข้างฝาอวดใคร ๆ เค้าว่า พึ่งจะได้ขึ้นภูกระดึงตอนอายุ 68 ปี นี่เอง ยังไหวอีกตังหาก

แล้วพ่อก็มาส่งขึ้นรถทัวร์ที่ร้านเจ๊กิม รู้สึกว่าจะได้เที่ยว 3 ทุ่มนี่แหละ ขากลับรถแบบสภาพแย่มาก น้ำแอร์ไหลติ๋ง ๆ จนทนไม่ไหวต้องาขอย้ายที่ แถมที่ที่ได้ดันเป็นที่หลังสุด นั่งเบาะยาวเบาะก็สั้นทรมานมากกว่าจะถึงกรุงเทพฯ ตอนแรกกะจะไปเดินช็อปกันอีก แต่พอถึงจริง ๆ ไม่ไหวแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่า

แถมพอถึงบ้านทำเอาเราเดี้ยงไป 3 วัน คือเท้าบวมเป่งเลย ตลกมาก เกิดมาไม่เคยเป็น ปวดเมื่อยช่วงต้นขาช่วงหลังเข่า แบบขับรถไปไหนไม่ได้ เดินกระย่องกระแย่ง กว่าจะกลับสู่สภาพปกติ ใช้เวลาตั้ง 5 วัน สะใจไปเลยชั้น

lozocatlozocat




















Create Date : 03 เมษายน 2554
Last Update : 9 เมษายน 2554 17:45:48 น. 0 comments
Counter : 976 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกสมอเรือ
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ชื่อเชอร์รี่ค่ะ เกิดที่สัตหีบ แต่เคยย้ายไปอยู่สงขลาเป็นระยะ ๆ เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้งคนสงขลาและสัตหีบ ตอนนี้ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จ.ระยองค่ะ



ลูกสมอเรือ ค่ะ

Create Your Badge




เพื่อนชอบทำกับข้าว
แม่สลิ่ม
wee_nong
ปูขาเก เซมารู
jjbd
กระเพราไก่ไข่ดาว
ผ้าไหมไทย
popang
narellan
Il Maze
ดวงใจพ่อแม่
ลักกี้


เพื่อนชอบทำขนม

Ab Psy ReinDEAR
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Tiny Bakery



เพื่อนแจกของแต่งบล็อก
เนยสีฟ้า
kung
oranung_sri
lozocat
แพรวขวัญ
PS_PRINCESS
thattron

เพื่อนพาเที่ยว
chalawanman
แมวจอมกวน
thattron
baby bonus
ชานไม้ ชายเขา
ann
อยากเป็นไกด์
NuAeaw
คุยกันได้นะคะ



: Users Online

CursorsFree Cursors
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกสมอเรือ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.