Group Blog
 
All Blogs
 

ลอยกระทง

เอ้า และแล้วก็มาถึงประเพณีลอยกระทง เราก็เลย เอาประวัติ มาให้ดูกัน จริง ๆ หลาย ๆคนอาจจะรู้แล้วก็ได้ แต่ก็ รู้อีกก็ไม่เป็นรเนอะ

เทศกาล ลอยกระทง
ลอยกระทง หมายถึง ชื่อพิธีอย่างหนึ่ง ตรงกับคืนวันเพ็ญ เดือน 12 มีการ จุดธูป เทียน ปักบนสิ่งที่ไม่จมน้ำ ประดิษฐ์เป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระทงเรือ แพ ดอกบัว แล้วนำไป ปล่อยลง ให้ลอยไปตามลำน้ำ ตามประวัติความเป็นมา ประเพณีการลอยกระทง เป็น ประเพณีเก่าแก่ อย่างหนึ่ง ของไทย ซึ่งรับวัฒนธรรม ประเพณี มาจาก อินเดียเป็นส่วนใหญ่ อีกส่วนหนึ่ง เชื่อว่า ลอยกระทง เพื่อบูชา พระจุฬามณี บนสวรรค์ อีกส่วนหนึ่ง เป็นการบูชาพระพุทธบาท ที่แม่น้ำนัมมทาน

ผลที่ได้คือ ประชาชน ได้มีโอกาส สนุกสนานร่วมกัน ในวันเพ็ญ เดือนสิบสอง อันเป็นวันที่ ดวงจันทร์เต็มดวง สดใสสวยงาม พร้อมทั้ง ถือโอกาส ระลึกถึงคุณ ของพระแม่คงคา ในวันนี้ด้วย

วรรณคดีไทยหลายเรื่อง ได้กล่าวถึง ประเพณีลอยกระทงไว้ ทั้งในลักษณะ ประเพณีราษฎร์ และประเพณีหลวง อย่างเช่น ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือตำรับนางนพมาศ ได้กล่าวถึงพระราช พิธีจองเปรียง ลอยพระประทีป ไว้ว่า

"พอถึงพระราชพิธีจองเปรียง ในวันเพ็ญเดือน สิบสอง เป็นนักขัตฤกษ์ ชักโคมลอยโคม บรรดาประชาชน ชาย หญิง ต่างตกแต่งโคม ชักโคม แขวนโคมลอย ทุกตระกูล ทั่วทั้งพระนคร แล้วก็ชวนกัน เล่นมหรสพ สิ้นสามราตรี เป็นเยี่ยงอย่าง แต่บรรดาข้าเฝ้าราชบุรุษนั้น ต่างทำโคมประทีป บริวารวิจิตร ด้วยลวดลายวาด เขียนเป็นรูป และสัณฐานต่างๆ ประกวดแขวนเป็นระเบียบเรียงราย ตามแนวโคม เสาระหง ตรงหน้าพระที่นั่ง ชลพิมาน ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงพระราช อุทิศ สัการะบูชา พระเกศาธาตุจุฬามณี ในชั้นดาวดึงส์ ฝ่ายสนมกำนัล ทำโคมฉาย ด้วยบุปผาชาติ เป็นรูปต่าง ๆ ประกวดถวาย ให้ทรงอุทิศบูชา พระบวรพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ยังนัมมทานที่ข้าน้อย ก็กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งาม ประหลาด กว่าโคมพระสนมกำนัล ทั้งปวง"

"เพลง รำวงวันลอยกระทง"

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ

ที่มา //www.thailife.de/thai-kultur/feste/loykrathong/loykratong_t.htm




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2548 15:16:03 น.
Counter : 177 Pageviews.  

คำขวัญ จังหวัดในภาคเหนือ

อิอิ เป็นคนหนือ เจ้า !! ก็เลยเอา คำขวัยของภาคเหนือมาให้ทุก ๆ คนได้รู้จักกันว่าจังหวัดไหน มีอะไรเด่นมั่ง

กำแพงเพชร (กพ.)
"กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ"

อุทัยธานี (อน.)
"อุทัยธานีเมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำ สะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ"

นครสวรรค์ (นว.)
"เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ"

พิจิตร (พจ.)
"เมืองชาละวัน แข่งขันเรือยาว ข้าวเจ้าอร่อย ส้มท่าข่อยรสเด็ด หลวงพ่อเพรชรวมใจ บึงสีไฟลือเลื่อง ยอดพระเครื่องหลวงพ่อเงิน"
ไม่แน่ใจครับ ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ
"ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือแข่งเรือยาวประเพณีพระเครื่อดีหลวงพ่อเงินเพลิดเลินบึงสีไฟหศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพรชรสเด้ดส้มท่าข่อยข้าวเจ้าอร่อยลือเรื่องตำนานเมืองชาละวัน"

พิษณุโลก (พล.)
"พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา"

ตาก (ตก.)
"ธรรมชาติน่ายล ภูมิพลเขื่อนใหญ่ พระเจ้าตากเกรียงไกร เมืองไม้และป่างาม"

สุโขทัย (สท.)
"มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าจก สังคโลกทองโบราณ สักการะแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข"

อุตรดิตถ์ (อต.)
"เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก"

แพร่ (พร.)
"ม่อฮ่อม ไม่สัก ถิ่นรักพระลอ พระธาตุช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่มีน้ำใจงาม"

เพชรบรูณ์ (พช.)
"เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง"

ลำปาง (ลป.)
"ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างให้ลือโลก"

น่าน (นน.)
"แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง"

ลำพูน (ลพ.)
"พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำใยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญไชย"

เชียงใหม่ (ชม.)
"ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา งามล้ำค่านครพิงค์"

พะเยา (พย.)
"กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม"

แม่ฮ่องสอน (มส.)
"หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง"

เชียงราย (ชร.)
"เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา"

ที่มา //www.dek-d.com/entertain/viewlongc.php?id=66850&chapter=3&title=ขำขวัญของ%20ภาคเหนือ




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2548 15:12:38 น.
Counter : 1174 Pageviews.  

ตึกสูงที่สุดในโลก

คุณ รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ ตึกอะไรที่สูงที่สุดในโลก บางคนอาจจะคิดว่า เปรโตนาส ที่มาเลยเซีย บางคนอาจจะคิดว่า หอคอยที่โตรอนโต แคนาดา แต่จะมีใครรู้ว่า สิ่งที่เราคิดนั้นตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะโลกเราหมุนไปทุกวัน ๆ สิ่งต่าง ๆก็ต้องเปลี่ยนแปลง เหมือนกับสถิติของตึกที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งในปัจจุบันนี้คือ

Taipei 101 Tower ตั้งอยู่ ณ ไต้หวัน นั่นเองโดยสร้างเสร็จเมื่อ ปี 2004 นี่เอง สถิติใหม่เลยนะเนี่ย

แต่น่าเสียดายที่เรายังเอารูปมาลงไม่ได้อ่ะ เลยอดเห็นความสวยงามและความสูงที่สุดในโลก(จินตนาการเอาละกันนะ)

นี่คือความพยายามทำลายสถิติอีกครั้งหนึ่งของไต้หวัน เพราะเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาไทเปได้เป็นเจ้าของตึกที่สูงที่ สุดในโลกไปเรียบร้อย นั่นคือ ไทเป 101 เมื่อชิ้นส่วน facade ชิ้นสุดท้ายถูกยกขึ้นไปยังชั้นบนสุด คือ ชั้นที่ 101 โดยเครนที่สามารถยกของหนักได้ 100 ตัน ณ ช่วงเวลานั้น ถือว่าอาคารไทเป 101 ได้เปิดเป็นทางการแล้ว

อาคารหลังนี้สูงถึง 508 เมตร สูงกว่า Petronas Tower ของ Cesar Pelli ในกัวลาลัมเปอร์ ที่สูง 452 เมตร และเคยได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะมี Taipei 101 มาแทนที่

เมืองหลวงของไต้หวันได้แสดงแสนยานุภาพของตนในเวทีโลกด้วยสิ่งก่ อสร้างอันเป็น landmark ทรงพลัง และเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า, การพัฒนา และเป็นนัยแห่งการประกาศตนเป็นอิสระจากรัฐบาลจีนปักกิ่ง ซึ่งเกาะแห่งนี้เรียกร้องอยู่ตลอด (ที่นี่มีประชากรราว 23 ล้านคน บนพื้นที่ราว 36,000 ตารางกิโลเมตร)

มักมีการพูดถึงอาคารไทเป 101 ในแง่ของการแข่งขัน-แบบกีฬาโอลิมปิก ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำลายสถิติ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผลต่อภูมิทัศน์ของเมือง หรือสภาพแวดล้อมของเมืองที่เปลี่ยนไปอันเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรร มดั้งเดิม หรือบทบาทใหม่ในเวทีสากล นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ

ไทเปเป็นเมืองที่เติบโตทางนอนเป็นส่วนใหญ่ ตัวอาคารหลังนี้จึงตั้งตระหง่านโดดเด่นกลางอากาศอันโล่งโจ้งประ ชันโฉมกับสิ่งแวดล้อมอันเป็นสัญลักษณ์และ landmark อื่นๆ และแน่นอนว่าไทเป 101 ย่อมดูดกลืนเสน่ห์แห่งตะวันออก และความเป็นอนุสาวรียสถานทั้งหลายเข้ามาอยู่ในตัวมันเองจนหมดสิ ้น

มันเป็นเครื่องหมายของการผสมผสานระหว่างสิ่งก่อสร้างแบบประเพณี กับเทคโนโลยีชั้นสูงสุด ออกแบบโดยสำนักงาน C.Y.Lee & Partners จากแนวคิดเบื้องต้นในทำนองเดียวกับแท่งหิน monolith อันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็คลี่คลายด้วยรายละเอียดของโมดูล ที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นทวีคูณของเลข 8 เลขนำโชคของชาวจีน ความสูงของอาคารแบ่งเป็นช่วงๆ ช่วงละ 8 ชั้น วางซ้อนกันคล้ายปล้องไม้ไผ่ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจในวัฒนธรรมจีน

ในด้านเทคโนโลยี, อาคารหลังนี้ท้าทายธรรมชาติอย่างยิ่ง ด้วยว่ามันอยู่ในเขตที่มีพายุไต้ฝุ่น และแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดด้วยเช่นกัน เปลือกด้านนอกของมันจึงต้องออกแบบอย่างดีเพื่อปกป้องแกนคอนกรีต และโครงสร้างเหล็กภายใน มีห้อง special testing room ใช้ตรวจสอบปฏิกิริยาของส่วนประกอบแผงหน้าตึกเมื่อเกิดแผ่นดินไห วหรือไต้ฝุ่น ที่สามารถดูแลอาคารให้ปลอดภัยแม้ในภาวะแผ่นดินไหวระดับ 7.5 ริกเตอร์

ผิวนอกที่ดูโปร่งแสงซึ่งแสดงความสูงของตึกทำจากอะลูมิเนียม และกระจกแต่ละบานหนัก 225 กิโลกรัม สามารถทนต่อแผ่นดินไหวและไต้ฝุ่นได้ ขณะเดียวกันก็ไม่บังวิวเมื่ออยู่ภายใน รวมทั้งการควบคุมแสงสว่างและอุณหภูมิของอาคาร

มีความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างจริงจังโดยการใช้คนงาน 300 กว่าคน ทำงานอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ใช้เวลาติดตั้งอาคารแต่ละชั้นในเวลาเพียงสองวัน และใช้เวลาทำช่องหน้าต่าง 90 บานต่อวัน สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมกับการวางแผนที่ทำไว้อย่างรัดกุมแล้ว ยิ่งช่วยเสริมให้โปรเจ็กต์ที่เหลือเชื่อนี้น่าทึ่งขึ้นไปอีก สำนักงานของอาคารเชื่อมต่อกับหอคอยและพื้นที่นันทนาการ 5 ชั้น ทำหน้าที่เป็น podium อันเป็นพื้นที่ร้านค้าซึ่งมีธุรกิจโยงใยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโ ลก ภายใต้โดมแก้วสูง 42 เมตร (I"ARCA,#188)


อย่างไรก็ตาม ตึกนี้อาจจะไม่ใช่ตึกที่สูงที่สุดตลอดไปตราบใดโลกยังหมุนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เราก็ต้องตามดูต่อไปว่า ตึกใดจะได้ชื่อว่าตึกที่สูงที่สุดโลก




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2548 13:07:39 น.
Counter : 431 Pageviews.  

HALLOWEEN

เอ้า อัพเดทกันหน่อย ใกล้วัน HALLOWEEN กันละ แม้ว่าจะเป็นประเพณีของฝรั่งเค้า แต่คนไทยเราก็ไม่ยอมที่จะตกยุค ดังนั้น จึงได้หาเรื่องราวให้ทุกคนได้อัพเดทกัน แม้ว่าบางคนจะรู้ประวัติของวันนี้ไปแล้ว แต่ก็ไม่เสียหายใช่ม้า ที่จะเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ให้เข้ายุคมากขึ้น อุ้ยย พูดอะไรเนี่ย ชักเลอะ หาที่จบไม่ลง

เอาเป็นว่า เรามารู้จักประวัติ วัน HALOOWEEN กันเลยดีกว่าเนอะ

คำว่า "Halloween" มาจากคำของชาวคริสต์นิกายคาทอลิกดั้งเดิม
คือ เย็นวันสุกดิบก่อนฉลองนักบุญทั้งหลาย (All Hallow's Day หรือ All Saint's Day)
เขาเขียนว่า "Hallow's Evening" (เย็นวันสุกดิบของวันฉลองนักบุญทั้งหลาย)
และก็กลายเป็น "Hallow's e'en" จนกลายเป็น "Halloween"


ตำนานของฮาโลวีนมีอยู่ว่า... วันที่ 31 ต.ค. เป็นวันที่ชาวเซลต์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์
ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พ.ย. เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งในวันที่ 31 ต.ค. นี่เองที่ชาวเซลต์เชื่อว่า
เป็นวันที่มิติคนตาย และคนเป็น จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะเที่ยวหาร่างของคนเป็นๆ เพื่อสิงสู่
เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


ทีนี้ก็เดือดร้อนถึงคนเป็นละซิ ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเซลต์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น
และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย นอกจากนี้ ยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ประมาณว่า ปลอมตัวเป็นผีร้ายไปเลย ไม่ใช่มนุษย์นะ
และส่งเสียงดังอึกทึก เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจ หนีหายสาบสูญไปเลย (นั่นหลอกได้แม้กระทั่งผี) บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า
มีการเผา 'คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง' เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสต์กาล
ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์


ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสต์กาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซลต์ แต่ได้ตัดการเผาร่าง 'คนที่ถูกผีสิง' ออก
เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน (ค่อยยังชั่วหน่อย)


กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสูร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนกลายเป็นเพียงพิธีการ
การแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาดตามแต่จะสร้างสรรกันไป


ประเพณีฮาโลวีนเดินทางมาถึงอเมริกาในทศวรรษที่ 1840 โดยชาวไอริชที่อพยพมายังอเมริกา
สำหรับประเพณี Trick or Treat นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พ.ย. เป็นวัน 'All Souls'
พวกเขาจะเดินร้องขอ 'ขนมเค้กสำหรับวิญญาณ' (Soul cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง
ซึ่งทำมาจากขนมปังทรงสี่เหลี่ยมและใส่ลูกเกดด้วย ยิ่งขอขนมได้มากเท่าไร
คำอธิฐานของผู้ที่ให้ขนมก็จะฝากมากับผู้ขอบริจาคขนมมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
เหมือนกับว่าผู้ขอขนมจะต้องเป็นตัวแทนในการที่จะพูดคุยกับคนตายที่เป็นญาติกับผู้ที่บริจาคขนม
ในเวลานั้นมีความเชื่อว่าคนตายนั้นจะถูกกักกันไว้ในนรก และถ้ามีผู้มอบส่วนบุญให้ ถึงแม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม
มันจะช่วยเร่งและปลดปล่อยให้พวกวิญญาณเหล่านั้นขึ้นไปสู่สวรรค์ได้


ส่วนตำนานที่เกี่ยวกับฟักทองนั้น เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช ที่กล่าวถึง Jack-o-lantern
ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องดื่มเหล้าเมายาและมีกลลวงมากมาย เคยหลอกให้ซาตานปีนขึ้นไปบนต้นไม้
หลังจากนั้นแจคก็จะจัดการแกะสลักรูปไม้กางเขนลงไปบนลำต้นของต้นไม้นั้น ซึ่งทำให้ซาตานลงจากต้นไม้ไม่ได้
แล้วแจคก็ได้ทำการต่อรองกับซาตานว่าถ้าซาตานจะไม่จับตัวเขาไปเขาสัญญาว่าจะปล่อยซาตานลงจากต้นไม้นั้น
หลังจากแจค โอ แลนเทริน ได้ตายไปแล้ว เขาปฏิเสธที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย
แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะไปอยู่ที่นรกเพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับซาตานไว้ดั้งนั้นซาตานได้ให้ถ่านไฟแก่เขาหนึ่งก้อนแทน
เพื่อที่จะให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดและหนาวเย็น ถ่านไฟก้อนนั้นได้ถูกใส่ไว้ข้างในของผักกาดที่กลวงแล้วเพื่อที่จะให้มันจุดอยู่ได้นาน


ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอนิพ และใส่ไฟในด้านในเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง 'การหยุดยั้งความชั่ว' Trick or Treat
เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่ แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา
ชาวอเมริกาพบว่า ฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดเยอะ จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน หัวผักกาด ก็เลยกลายเป็นฟักทองแทน
ที่มา //mahkcab.kapookclub.com/




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2548    
Last Update : 30 ตุลาคม 2548 13:34:23 น.
Counter : 196 Pageviews.  

ยาหม่องช่วยลดสิว

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ความรู้ ความคิดนี้เป็นของเราเอง คือพูดตรง ๆ คือ คิดเอาเองอ่ะ แต่ถ้าใครจะลองเอาไปทำดูก็ไม่ว่ากันนะเพราะเราใช้แล้วได้ผลชะงัดแล

ความคิดนั้นก็คือ การใช้ยาหม่องทาสิว แต่ต้องวงเล็บไว้เล็กน้อยว่า สิวไม่กี่เม็ดนะจ๊ะ ถ้ามีเยอะแบบเต็ม ๆหน้าเนี่ย ก็อาจจะไม่ได้ผล เผลอ ๆ จะแสบหน้าทั้งวัน

เวลาเรามีสิวนะเราก็จะเอายาหม่อง ต้องดูยี่ห้อด้วยนะว่าแสบร้อนมากมั้ย ถ้ายาหม่องสีขาว อ่ะจะแรงมาก ขอเตือนว่า มิควร อย่างยิ่ง เพราะจะทำให้หน้าไหม้ได้ เราเคยมาแล้ว ทาซ้ำบ่อยเกิน หน้าไหม้เลย แทนที่สิวจะหาย ดันมีรอยดำซะนี่ จากนั้นเราก็ค้นพบว่า ยาหม่องสีเหลืองนี่แหละ ใช้ได้
วิธีคือ
1 นำยาหม่องสีเหลือง ย้ำ สีเหลือง มากองไว้ตรงหน้า
2. ล้างมือให้สะอาด เพื่อเตรียมพร้อง ควักยาหม่อง
3. ป้ายยาหม่องไปที่สิวที่ต้องการจะกำจัดมัน
4. รอคอยเวลาที่สิวยุบ ภายในเวลาชั่วข้ามคืน

หลักการน่ะเหรอ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ความแสบ ความร้อน ความเย็น จากยูคาลิปตัส การบูร พิมเสน ที่เป็นส่วนประกอยในยาหม่องน่ะ จะช่วยให้สิวแห้งและหลุดลอกไปในที่สุด

ลองดูนะ เอ๊ะรู้สึกจะให้ความรู้ด้านลอง ๆ บ่อยเนอะ
แต่คราวนี้รัรองว่า ผู้เขียนลองมาแล้ว

ปล. หากเกิดอาการแพ้ หรือไม่ได้ผล ก็จงหยุดใช้ซะ เพราะไม่มีอะไรรับรองนอกจากผู้เขียนตาตี่คนนี้ อิอิ




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2548    
Last Update : 30 ตุลาคม 2548 0:15:06 น.
Counter : 5698 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
cherry_icecy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add cherry_icecy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.