เขียนให้น้องออม (2)
บรรดาลูกศิษย์ กลุ่มมัธยมฯ จะมีหลาย ๆ คน เช่น น้องสายปอ น้องบิ๋ม น้องครีม น้องมะปราง น้องเตย น้องนุก น้องจูน (มหาลัย) น้องป๊อปปี้....เยอะครับ อาจจะเอ่ยชื่อไม่หมด (เขาบอกว่า เอาอีก...)
จริง ๆ ผมไม่ค่อยถนัดในการอธิบายไวยกรณ์ (แกรมม่า) เพราะว่าหลักสูตรที่เรียน ไม่เหมือนกัน สมัยผมเรียน ครูฝรั่งให้อ่านหนังสือเป็นเล่ม ทุกสัปดาห์
แบบฝึกหัดไวยกรณ์ ไม่ค่อยได้ทำครับ

ผมอยากเล่าถึงโครงสร้าง ความเป็นอยู่แบบไทย ๆ ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของ "วัฒนธรรมทางภาษา" จุดที่ต่างจากฝรั่ง
ขอยกตัวอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่าง "ผม" กับ "บ้านน้องออม" ---ผมไม่ได้ซื้อข้าวสาร นานแล้ว เพราะ ยายของน้องออมฝากข้าวสารมาให้ เยอะมาก (เป็นข้าวที่อร่อยมาก หาซื้อไม่ได้ )
ลักษณะอย่างนี้สังคมฝรั่งจะไม่ค่อยมี (โครงสร้างของสังคมฝรั่งเป็นแบบ ปัจเจกบุคคล) เพื่อนฝรั่งเคยให้อธิบายคำว่า "Nam jai" น้ำใจ
ตอนนั้น ผมก็อธิบายว่า Nam jai (น้ำใจ) คือ To expect nothing in return.
ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน และรวมไปถึง Generosity (เจนนะรอส' ซิที) ความใจกว้าง, Willingness (วิลลิงเนซ) ความเต็มใจ, Compassion (คัมแพซ' ชัน) ความเห็นอกเห็นใจ, Kindness (ไคด'นิส) ความเมตตา ความกรุณา ความใจดี ---ที่สำคัญมากขาดไม่ได้คือ Unconditional (อันคันดิช'ชันนัล) ไม่มีเงื่อนไข (ตั้งแต่ คำ ๆ นี้ ผมเริ่มใช้ แอคเจคทิฟว Adjective. แล้วนะครับ คือ คำคุณศัพท์ ที่เราใช้ขยายคำนาม หรือศัพท์นาม ส่วนชุดคำข้างบน มันคือกลุ่มคำนาม ที่ลงท้ายด้วย -ty,-ness,-ion )
อีกคำที่สะท้อนถึง "น้ำใจ" ได้ดี เป็น adj. เหมือนกันคือ sincere. ซินเซียร์
Nam jai is a sincere act of kindness.
น้ำใจ มันสะท้อนถึง Social harmony ความกลมเกลียว ปรองดอง แง่มุมหนึ่งก็สะท้อนถึง ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่เหนียวแน่น To keep or to maintain strong interpersonal relationships.

จะขอเล่าประสบการณ์เล็ก ๆ ทีช่วงที่ทำงานในโรงแรม
ที่โรงแรมฯ ลูกค้าเป็นนักบินจากออสเตรเลีย เขาสั่งผัดคะน้าปลาเค็ม และเขาถามว่า "ปลาเค็มมันหายไปไหน ทำไมมีแต่ ผักคะน้า..." พนักงานเสริฟวิ่งหน้าตาตื่น
"พี่โอ๋ครับ ผมไม่รู้จะคุย ยังไง?"
ผมก็ออกไปอธิบายว่า Salted fish. มันเหมือน ปลาเอนโชวี Anchovy ของประเทศคุณ และผมมีตัวอย่างปลาเค็มชิ้นเล็ก ทอดสุกแล้ว ใส่ถ้วย ไปให้เขาดูเป็นตัวอย่าง แถมอธิบายวิธีการกินในรูปแบบอื่น ๆ เช่น กินกับข้าวต้ม หรือ คลุกข้าว แล้วบีบมะนาว ใส่หอมแดง ....เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางอาหารไปด้วย ลูกค้าอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
(ความจริงในเมนู ควรเขียนอธิบายไว้สักนิด อาจจะใช้คำว่า thai anchovy. ก็ได้)

อีกครั้งหนึ่งทำงานที่เชอราตัน วันนั้นเขาเวร ดูแลบุฟเฟ่ต์ ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบนั่งริมน้ำ พี่ตี่ เชฟรุ่นพี่ ถามว่า "เฮ้ย โอ๋ ฝรั่งถามว่าผักตบชวา เรียกว่าอะไร...พี่ไม่รู้ว่ะ พี่เลยบอกว่า อินโดนีเชี่ยน วอเทอร์ กลาส...."
พี่เขา มั่วเก่ง "เนียน" ใช้ได้
ผมบอกว่า "ผักตบชวาคือ water hyacinth วอเทอร์ ไฮอะซินธ..."
ผมบังเอิญทราบชื่อ ไม่ใช่ว่าจะรู้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง
พี่ตี๋ว่า "เอาน่า ของพี่กับของโอ๋ก็คล้ายกัน มีวอเทอร์ เหมือนกัน...ฮา ฮา..."
ขอให้สนุกกับสิ่งที่ไม่รู้ อย่าไปเครียดกับมัน นะครับ เด็ก ๆ



Create Date : 21 พฤษภาคม 2555
Last Update : 21 พฤษภาคม 2555 19:23:02 น.
Counter : 760 Pageviews.

2 comments
  
อธิบายเก่งมากครับ คือเป็นมุมมองที่ "มืออาชีพ" จริง ๆ การเข้าใจภาษา มีเรื่องของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่เข้ามาปะปนอยู่ด้วย
ผมเชียร์ให้เขียนต่ออีกเยอะ ๆ
โดย: ชัชพล IP: 192.168.9.101, 124.122.200.64 วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:48:15 น.
  
เชฟโอ๋ครับ ผมดูละครช่อง 3 ตอนนี้ "เสมา" พระเอกของเรื่อง มักจะโดนด่าว่า ว่า"กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา" ลักษณะแบบนี้ ภาษาอังกฤษจะเรียกว่าอย่างไร อธิบายอย่างไรดี เพราะผมจะเอาไปพรีเซ่นงานในวิชาภาษาอังกฤษ ด้วย
ถ้าเปิดสอนทำอาหาร เป็นภาษาอังกฤษ (คอร์สสำหรับนักเรียนไทย) ผมจอง ครับ (เพื่อน อีก 5 คน)
เปิด เร็ว ๆ นะครับ
โดย: โอม (เตรียมอุดม) IP: 192.168.1.117, 58.11.175.58 วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:28:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เชฟโอ๋
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



No one is too old to learn. ไม่มีใครแก่เกินเรียน
เขียนบล็อคนี้ เพราะอยากเล่าให้พี่อู๊ดฟัง