คุยเรื่องเก่า เล่่าเรื่องใหม่
|
|||
พุทธศาสตร์กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
เรื่องและภาพโดย จับซา
The Four noble Truths and Increasing Production Efficiency พระพุทธเจ้าตรัสรู้หลักอริยสัจสี่เมื่อ 2500 ปีล่วงมาแล้ว หลักการนี้สามารถนำมาแก้ปัญหาชีวิตของมนุษย์ได้ทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาด้านธุรกิจได้อีกด้วย เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเป้าหมายของหน่วยธุรกิจที่ตั้งขึ้นมานั้นต้องการกำไรสูงสุด แต่กำไรสูงสุดนั้นอาจจะสูญเสียไประหว่างเส้นทางการผลิตสินค้า เนื่องจากความซับซ้อนของการผลิตอันเกิดจากสภาพ MUDA หรือ DOWNTIME ซึ่งหน่วยธุรกิจอาจจะมีการสูญเสียในข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้งหมดเลยก็ได้ แล้วเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อให้หน่วยธุรกิจกลับมามีกำไรสูงสุด ![]() อัฐปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง ซึ่งคำตอบเหล่านี้ก็เป็นคำตอบที่ถูกต้องแต่ไม่สามารถที่จะนำมาใช้งานได้เนื่องจากไม่มีแนวทางปฏิบัติ ![]() ภาพโมเดลดอกบัว 8 กลีบเป็นตัวแทนของอริยสัจ วงกลมตรงกลางคือเกสรดอกบัวใช้แทน ICSB และคำนิยาม เมื่อพิจารณาถึงหลักอริยสัจสี่ที่ประกอบไปด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค หลักการนี้เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถที่จะแบ่งออกเป็นหัวข้อตามหลักอริยะสัจ ก็คือ ICSB ที่ประกอบไปด้วย I (Impact) การรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากปัญหา C (Cause) หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา (Pareto / Debottlenecks) S (Solution) ออกแบบวิธีการแก้ไข B (Benefit) ประเมินผลหรือเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับจากการแก้ไข หัวใจของการพัฒนา
ภาพและเรื่องโดย จับซา ![]() เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความผันผวนทำให้ความต้องการของลูกค้ามีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาส่งผลให้ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม, การขนส่ง,การให้บริการ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของตน รวมถึงปรับปรุงการใช้แรงงานให้เหมาะสมกับงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสามารถตอบสนองได้ทันต่อความต้องการของลูกค้า การพัฒนาสำคัญกับทุกองค์กรและทุกหน่วยงานมาก ถ้าองค์กรใดไม่มีการพัฒนา นั่นหมายถึงองค์กรนั้นล้าหลังเมื่อเทียบกับเวลาที่ผ่านไป แล้วเราจะมีแนวทางอย่างไรเพื่อไม่ให้นักพัฒนาหลงทาง อันดับแรกนักพัฒนาจะต้องรู้ถึงหัวใจของการพัฒนาเสียก่อน ห้องแรกของหัวใจนั่นก็คือ G (Goal) การพัฒนาใด ๆ จะต้องมีจุดสิ้นสุดที่เป้าประสงค์ ดังนั้นเราจะต้องกำหนดเป้าหมายและถือธงเดินนำหน้าเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ ห้องที่สองของหัวใจนั่นก็คือ C (Control) กิจกรรมใด ๆ เพื่อการพัฒนานั้นจะต้องสามารถควบคุมได้ นั่นหมายถึงสามารถตบซ้าย-ขวา เพื่อให้กิจกรรมนั้น ๆ เข้ารูปเข้ารอยซึ่งจะส่งผลไปถึงผลหรือเป้าหมายของการพัฒนาด้วย ห้องที่สามของหัวใจนั่นก็คือ A (Appropriate) ความเหมาะสมในความหมายนี้คือสิ่งใด ๆ ก็ได้ที่มีความเหมาะสม เช่นกิจกรรมพัฒนาที่เหมาะสม เป้าหมายที่เหมาะสม ความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ หัวข้อพัฒนาที่เหมาะสมกับองค์กรรวมถึงบุคลากร สรุปก็คือทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาถ้าไม่เหมาะสมมันจะคอยขัดแข้งขัดขาจนทำให้ไม่สามารถเข้าสู่คำว่าพัฒนาได้ ห้องที่สี่ของหัวใจนั่นก็คือ B (Balance) ความหมายคือการพัฒนาใด ๆ จะต้องมีความสมดุล เช่นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาจะต้องมีความสมดุลไม่ obstruct กันเอง ความเป็นไปได้ของการใช้ทรัพยากรที่สมดุลกับผลของการพัฒนา หรือผลของการพัฒนาจะต้องสมดุลกับพื้นฐานขององค์กรและนอกองค์กร สรุปว่า ห้องทั้งสี่ของหัวใจของการพัฒนานี้ประกอบไปด้วยจีแค็ป (G CAB) ที่นักพัฒนาหรือผู้ริเริ่มจะพัฒนาจะต้องศึกษาให้รู้ซึ้งถึงคำนิยามและความหมาย จากนั้นนักพัฒนาจะต้องสำรวจทรัพยากรต่าง ๆ ภายในองค์กรของตนเพื่อใช้เป็นสารตั้งต้นหรือต้นทุนในการพัฒนาต่อไป |
จับซา
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() คุยเรื่องเก่าเล่าเรื่องใหม่ เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้ Link |
||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||





ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [