Group Blog
 
All Blogs
 

ความพอใจ?


วันก่อนอ่านหนังสือพิมพ์เจอข่าวนึงที่เขาเอาภาพ Rocket Engineer 2 คนเป็นภาพที่คนนึงเข็นจักรยานที่มีหัวจรวดตั้งบนท้ายไปตามถนนขรุขระ

 

คนในภาพนั้นให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อประมาณ 30 ปีก่อนเขากำลังจะเอาหัวจรวดนั้นไปที่ Launch Site แต่ไม่มีรถคันไหนว่างมาขนไปให้เลยเขาเลยตัดสินใจ เดินแบกหัวจรวดอันนั้นไปด้วยตัวเอง

 

กำหนดเวลาปล่อยจรวด 6 โมงเย็น ตอนนั้น 4 โมงครึ่งแล้วเดินไปได้สักพัก เขาเล่าว่าเจอจักรยานทิ้งอยู่ไม่มีคนใช้ เลยเอาหัวจรวดไปตั้งแล้วเข็นต่อไปจนไปถึงที่ปล่อยได้ทัน คนที่รับผิดชอบเรื่องการขนส่งตอนนั้นก็ออกมาขอโทษแล้วบอกว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ไม่ได้เตรียมรถมาขนส่งให้

 

ทำให้คิดได้ว่าบางครั้งเราคำนึงถึงความสะดวกสบายมากไปหรือเปล่า? สิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ถ้าสักวันมันไม่มีแล้วจะเป็นอย่างไร ทำอะไรได้เหมือนกับตอนที่มันมีอยู่ไหม


คนอินเดียที่อยู่ข้างๆที่พักคาดว่าเป็นชนชั้นแรงงานยังใช้วิธีการซักผ้าแบบ "เอาไม้ตี" อยู่เลย(เหมือนในละครแดจังกึม) ทุกๆเสาร์ อาทิตย์ตอนเช้าผมจะได้ยินเสียงเหมือน กับมีใครทุบอะไรอยู่ก็คิดว่ามีการก่อสร้างอะไรแต่หลายๆอาทิตย์เข้าเลยชะโงกหน้าออกไปดูปรากฏว่าเป็นการซักผ้าแบบนั้นไม่รู้ว่าเขาทำอย่างไรให้มันสะอาด(หรืออาจจะ ไม่สะอาด)

 

วันไหนอากาศหนาวๆมองออกไปก็จะเห็นคนนั่งผิงไฟกันอยู่หน้าบ้านของเขา(ไม่มีไฟฟ้า) แต่ถ้าขยับสายตาไปทางซ้ายอีกนิดก็จะพบบ้านใหญ่โตที่มีสวนมีสระว่ายน้ำ มองไป ทางขวาจะเจอคอนโดสุดหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

 

มันคือความแตกต่างของคน คนที่ยังซักผ้าโดยใช้ไม้ตี นั่งพิงไฟอยู่หน้าบ้าน เขาอยากได้สิ่งที่มากกว่าที่เขามีอยู่หรือเปล่า หรือว่าเขามีความสุขดีอยู่แล้ว?




 

Create Date : 10 มีนาคม 2549    
Last Update : 10 มีนาคม 2549 11:35:33 น.
Counter : 146 Pageviews.  

December 9 , Where do you want to go today?


Bill Gates at Bangalore
วันนี้ได้มีโอกาสไปงานเปิดตัว VS 2005.NET SQL SERVER 2005 Biztalk 2006 ซึ่ง บิลเกตมาเปิดตัวเองเลย
โดยใช้ชื่องานว่า Ready To ROCK The Launch

งานจัดที่ Palace Ground เป็นปราสาทเก่าของบังกาลอร์ ทำให้รู้ว่าที่นี่ก็มีปราสาทกับเขาเหมือนกัน
ก่อนจะเข้างานไปเที่ยวงาน Digital Life Style เป็นงานแสดงสินค้า IT อยู่เต้นข้างๆ เสียค่าเข้าอีก 49 RS
ขอบอกว่าห่วยแตกมา มีร้านมาเปิดไม่กี่ร้าน ของก็เก่า และแพงกว่าเมืองไทยมากไม่น่าเสียตังเข้าไปเล้ย

ต่อมาจะเข้าไปฟังบิลเกตพูด ต้องผ่านด่านเหมือนกับค่ายทหารเลยจริงๆ ทั้งบริเวณคงเกณ ตำรวจกับยามมาทั่วเมือง
ยืนห่างกันไม่เกิน 10 เมตร ทางเดินเข้าไปมี ทุ่นบก อยู่เป็นระยะ มีทางเดินเป็นช่องๆคอยกันเอาไว้

ถูกค้นตัว 4 ครั้ง ผ่านเครื่องตรวจสอบโลหะ 2 รอบ ขอดูพาสปอร์ต 3 ครั้ง ถูกถามว่ามีมือถืออยู่ที่ตัวหรือเปล่าเป็น 10
กว่าจะเข้าไปได้เล่นเอาเหงื่อแตก แต่ยังดีพอเข้าไปถึงเจอคำว่า Refresh Room เป็นที่แจกน้ำแจกข้าว หลังจากผ่านด่านตรวจอันมหาโหด

บิลเกตตัวจริงดูตัวไม่สูงเท่าที่คิดไว้ โชคดีที่ได้ไปเร็ว ได้นั่งอยู่แถวที่ 4 จากหน้าสุด หลังจากพูดเรื่อง เทคนิคไปแล้วก็มีคุยกันเล่นๆ
มีคนถามว่า บิลเกต อยู่อินเดียตอนใต้ นี่ กิน อะไร คำตอบที่ได้คือ Upma (เป็นเม็ดๆเอาไว้ต้มเหมือนโจ๊กเมืองไทยเราดีๆนี่เอง)

อ่อ มีคนถามว่าบิลเกตเขียน code ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ คำตอบที่ได้คือตั้งแต่ปี 1983 เป็นปีสุดท้ายที่บิลเกตเขียนโปรแกรมเสร็จทั้งหมด
นอกนั้นก็กลายเป้นคนออกแบบ

ปล.เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับอินเดีย

มีโรงเรียนที่สอนภาษาต่างกัน 58 ภาษา
มีหนังสือพิมพ์ 87 ภาษา
วิทยุกระจายเสียง 71 ภาษา
โทรทัศน์มีทั้งหมด 15 ภาษา
ภาพยนต์ก็ 15 ภาษาเช่นกัน




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2548    
Last Update : 15 ธันวาคม 2548 18:28:46 น.
Counter : 227 Pageviews.  

ผจญภัยแดนโหด ตอนที่ 5 : Shimla เมืองกลางหุบเขา (3 NOV 2005)

เวลาประมาณ 10 โมงเช้าเราก็ได้มาถึงซิมลาแล้วอากาศค่อนข้างหนาว แต่มากอาจะเป็นเพราะว่าแดดแรง ผมโทรไปที่โรงแรมให้มารับที่สถานีรถไฟ โรงแรมบอกว่าจะส่ง Taxi มารับให้เดินไปรอที่ที่จอดรถ



รถที่นี่คันเล็กมากๆ แถมขับได้น่าหวาดเสียวจริงๆเข้าโค้งตัวความเร็วสูงมา และถ้าหลุดโค้งลงไปก็เป็นหน้าผานะครับเราถามคนขับว่าขับยากเนอะถนนแบบนี้อันตรายด้วย
คนขับได้โอกาสโม้ บอกเลยว่าสำหรับพวกเราที่ขับทางเรียบถ้ามาขับแบบนี้คงลำบาก แต่ I'm Profressionnal Don't worry หมั่นไส้เขาเหมือนกัน แต่ก็ขับเก่งจริงๆ


ธรรมชาติ หรือ วัฒนธรรม หรือนิสัย หรืออาจจะเรียกว่าได้สันดานการขับรถของคนอินเดียนี่เหมือนกันหมดต้องบีบแตร แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นและคนขับก็เหมือนกับว่าถ้าไม่ได้ยินเสียงแตรจะขับรถไม่ได้งั้น  การแซงในที่คับขันก็เช่นกันเป็นสิ่งที่เขาทำกันทั้งประเทศแน่นอน เพราะขนาดบนภูเขาที่ทางคับแคบแบบนี้ยังแซงกันได้แบบหวาดเสียวสุดๆ



หลังจากเข้าโรงแรมกินข้าวอาบน้ำเรียบร้อยพวกเราก็เดินออกมาเพื่อที่จะไป The  Mall เป็นที่ Shopping กับจุดชมวิวที่มีชื่อของที่นี่ เดินไปถามทางไปปรากฏว่าต้องเดินขึ้นเขาอีกไกลโขเล่นเอาหอบไปเลยเหมือนกัน แต่พอขึ้นไปก็ได้พบกับวิวที่สวยงาม


ถนน The mall นี้จะเป็นถนนที่มีของขายเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์กันหนาวที่ราคาไม่แพงนัก คนขายหน้าตาเหมือนคนเนปาลทั้งนั้น พวกเราได้ซื้อเสื้อสเวทเตอร์กันคนละตัวสองตัวจากที่นี่



เหนือ The mall ขึ้นไปจะเรียกว่า The Rigde เป็นจุดชมวิวที่พวกอังกฤษมาสร้างเอาไว้สมัยก่อนถนนต่อกันยาวไปที่อื่นๆหลายที่ เช่น Lower Bazzar บริเวณที่ขายพวกเครื่องไม้ ไม้หอมอยู่เยอะมาก ผมไม่ค่อยชอบพวกนี้เลยไม่ได้ซื้ออะไรแต่ ต่ายกับเมย์ ได้ของฝากกลับไปเยอะพอสมควร


หลังจากนั้นเราก็เดินต่อไปจุดหมายอยู่ที่ Hanuman temple วัดหนุมานนั่นเอง วัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขา Jakku ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 7000 กว่าฟุต(จำตัวเลขแน่นอนไม่ได้)ต้องเดินกันประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ทางชันมากต้องอึดจริงๆ แต่ก็ไม่เหนื่อยมากเพราะว่าอากาศค่อนข้างเย็น



วัดนี้มีตำนานว่าหลังจากหนุมานกลับจากการปฏิบัติภารกิจให้พระราม ก็มานั่งพักอยู่ตรงยอดเขานี้ บนนี้มีลิงเยอะมาก แถมเถื่อนมากสามารถแย่งของจากมือคนได้อย่างหน้าด้านๆ เกือบทุกบ้านจึงต้องเลี้ยงหมาเอาไว้  เชื่อกันว่าลิงพวกนี้เป็นลูกหลานเหลนของหนุมานเลยไม่มีคนกล้าทำอะไรมั้ง


พอขึ้นไปก็ต้องพบกับความผิดหวัง วัดไม่มีความสวยงามเลยเก่า ไม่มีการดูแลรักษาเลย
แถมลิงพวกนี้ยังเถื่อนมาก ต้องระวังไว้ให้มากถ้าไปเจอเข้า ร้านค้าต่างๆจะมีขายไม้กันลิงเอาไว้ เวลามันเห็นไม้มันจะกลัว น่าจะมีให้เช่า เพราะว่าซื้อไปก็ไม่รู้เอาไปทำอะไร


หลังจากเดินไปชมวัดหนุมานเสร็จก็กลับสุ่ที่พักกินข้าวนอนเอาแรงไว้เที่ยววันต่อไป...


 





 

Create Date : 15 ธันวาคม 2548    
Last Update : 15 ธันวาคม 2548 18:59:41 น.
Counter : 293 Pageviews.  

December 13 , Bangalore to Bengaluru!!!!

ตอนนี้ บังกาลอร์ นับเป็นเมืองศูนย์กลาง IT ที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย (แต่เมื่อวานนั่งรถผ่าน เจอคนถอดกางเกงทำธุระข้างทาง)

ถึงกับมีการบอกว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในบังกาลอร์ คุณก็ยังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจ
ชื่อบังกาลอร์นี้ได้มาจาก Bendakalooru (เมืองแห่งถั่วต้ม !!!!) ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 โดยราชา Ballala แห่งตะกูล Hoysala
ได้ออกมาล่าสัตว์บริเวณนี้แล้วเกิดหลงทาง หิวข้าว ไม่มีของกิน เจอหญิงแก่คนนึง เอาถั่วต้มจานใหญ่มาให้ ราชาก็เลยตั้งชื่ว่าเป็นเมืองแห่งถั่วต้ม The Town of boiled beans (เพราะความหิวแท้ๆ)

ว่าแต่อินเดียเป็นประเทศที่เปลี่ยนชื่อเมืองชื่อจังหวัด บ่อยจริงๆ ไหนจะเป็นเพราะได้เอกราชมั่งละ ความคลาสสิคมั่งล่ะ
เหตุผลที่เปลี่ยนก็เพราะว่า การออกเสียงจะทำให้ชาวต่างชาติออกเสียงจะเข้าใจง่ายมากกว่าเช่นเดียวกับเมืองหลายเมืองที่เคยเปลี่ยนชื่อมาก่อนหน้านี้

ตอนนี้ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรละหว่าง Bengalooru กับ Bengaluru.... อ่านว่าอะไรก็ไม่ทราบได้ เบงกาลูรู?

เป็นรากเสียงมาจากภาษา Kanada หนึ่งในภาษาพื้นเมืองของอินเดียใต้
กำหนดการเปลี่ยนจะเปลี่ยนในปี 2006 เดือน 11 นั่นเอง (ตอนนั้นไม่ได้อยู่อินเดียแล้ว เว้ย)
ที่นี่เรามาดูประวัติการเปลี่ยนชื่อเมืองของอินเดียกัน

  • Trivandrum to Thiruvananthapuram 1991

  • Bombay to Mumbai 1995

  • Madras to chennai 1996

  • Calcutta to Kalkata 2001

  • Bangalore to Bengaluru 2006




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2548    
Last Update : 13 ธันวาคม 2548 14:19:30 น.
Counter : 360 Pageviews.  

ผจญภัยแดนโหด ตอนที่ 4 : จาก Kalka สู่ Shimla (3 Nov 2005)

หลังจากที่เราเดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยเป็นเวลากว่า 3 วันเต็ม โดยที่ไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนชุดเลยเราก็ได้เดินทางมาถึง Kalka (กัลก้า) เมืองหน้าด่านเพียงเมืองเดียวที่เราจะสามารถเดินทางต่อไปยัง Shimla ได้

รถไฟไปถึงกัลก้าประมาณ 3 ทุ่มนิดๆ พวกเราไม่รอช้ารีบไปจองตั๋วเพื่อที่จะเดินทางไปซิมลาสำหรับวันพรุ่งนี้

พูดถึงกัลก้าเป็นเมืองเล็กๆของรัฐ หิมาจัลประเทศ เมื่อมาถึงจะรู้สึกได้ทันทีว่าอากาศนั้นแตกต่างจากนิวเดลี มากๆ เย็นสบายกำลังพอดี เป็นเมืองปลายทางของรถไฟเราสามารถนั่งรถบัสจากที่นี่เพื่อไปยังซิมลาได้ แต่ในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวบอกเอาไว้ว่าเราสามารถเดินทางด้วยรถไฟเล็กที่เรียกว่า Toy train จาก กัลก้าไปยังซิมลาได้ และเป็นการเดินทางที่โรแมนติคที่สุด พวกเราจึงได้ตัดทางเลือกในการเดินทางด้วยรถบัสไป และตกลงกันว่าจะเดินทางด้วยรถไฟ toy trainนี้

ตั๋วที่พวกเราพบมีอยู่ 3 เวลา คือ 4.00 5.00 6.00 พวกเราตกลงกันว่าจะไปรอบ 5.00 เนื่องจากจะเดินทางถึงซิมลาประมาณ 11 โมง สามารถ Check in เข้าสู่โรงแรมที่พวกเราได้ทำการจองเอาไว้แล้วได้ทันทีอีกทั้งเราจะได้เห็นวิวสวยๆตอนเช้าๆอีกด้วย ผมกับต่ายจึงไปต่อแถวกันซื้อตั๋ว

แถวในการซื้อตั๋วนั้นค่อนข้างยาวอยู่พอสมควร และ การต่อแถวของผมครั้งนี้ทำให้ผมเห็น indian nature อย่างแท้จริงอีกครั้ง เมื่อมีแถว ให้เข้า แต่ก็มีคนแซง แซงแล้วแซงอีก ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่อยู่หน้าสุดถึงให้เขาแซงกัน

หลังจากยืนหงุดหงิดกับการโดนแซงอยู่ประมาณ 20 นาที ก็ถึงคิวผมซื้อตั๋ว แต่พอถามถึงตั๋วที่ไปซิมลา คนขายตั๋วกลับบอกว่าไม่สามารถซื้อตั๋วตอนนี้ได้ให้มาซื้อตอนตี 4 พวกเราจึงออกเดินทางเพื่อหาที่พักสำหรับคืนนั้น

เดินออกมาจากสถานีรถไฟประมาณ 200 เมตรก็มาเจอโรงแรมนึงเป็นโรงแรมเดียวที่มีแสงสว่างที่เห็นได้ในระแวกนั้น เราตกลงพักที่นี่กันคืนนี้ กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบๆ 23.00 แต่ผมกลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่า ในเมื่อรถไฟมันมีเวลา 4.00 5.00 และ 6.00 เพราะเหตุใดคนขายตั๋วจึงบอกว่าจะสามารถซื้อตั๋วได้ตอนตี 4 ?

คิดได้ดังนี้แล้วประมาณตี 3 กว่า ผมก็ได้เดินออกไปซื้อตั๋วก่อนเนื่องจากมันไม่สมเหตุสมผลเรื่องเวลาและกลัวว่าตั๋วจะเต็ม

รอบๆสถานีรถไฟและที่พักมีแต่ความเงียบ ไม่มีคน รถหรือ สุนัขทั้งสิ้น แถมอากาศก็เพิ่มความหนาวมากขึ้นผมรีบเดินไปสถานีรถไฟตรงไปที่ช่องขายตั๋ว เพื่อขอซื้อตั๋วไปซิมลาเวลา 5.00 แต่กลับได้รับคำตอบมาว่ารถไฟเวลา 5.00 6.00 จะ late ถึง 4 ชั่วโมง นอกจากรถไฟเวลา 4.00 จะออกตรงเวลาแน่นอนผมไม่รอช้ารีบตัดสินใจซื้อตั๋วราคา 189 Rs ที่เขาบอกว่าเป็น "First Class" 3 ที่ทันที แล้วรีบกลับที่พักไปปลุกอีก 2 คนให้รีบมาขึ้นรถไฟ

มาถึงสถานีรถไฟเวลาเกือบๆ ตี 4 ก็รีบวิ่งไปที่รถไฟที่เราต้องขึ้นแล้วก็ต้องอึ้งกับสภาพคนอินเดียที่อยู่บนรถไฟนั้นเขานอนกันบนพื้นรถไฟกันปกติ แน่นขนัด แต่นั่นเป็นชั้นธรรมดาซึ่งราคา 90 Rs เท่านั้น หลังจากที่เราได้ที่ของเราแล้วต่างคนก็ต่างหลับเนื่องจากความอ่อนเพลียจากการเดินทาง

ผมมารู้สึกตัวตอนประมาณ 6 โมงนิดๆ เพราะต่ายสะกิดให้ดูออกไปนอกหน้าต่าง ภาพที่เห็นคือรถไฟที่พวกเรานั่งอยู่กำลังลัดเลาะไปตามภูเขา สูงมีบ้านคนเรียงกันตามความชันของภูเขาเป็นระยะๆ นับเป็นวิวที่สวยงามที่เดียว


หลังจากนั้นเราก็ได้นั่งดู วิวจนเบื่อไปเลยเนื่องจาก รถไฟต้องวิ่งผ่านอุโมงทั้งหมด 103 อุโมงค์ ด้วยความเร็วต่ำว่า 30 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง และในที่สุดเราก็ได้เดินทางมาถึง ซิมลา เมืองสำหรับพักร้อนของชาวอังกฤษสมัยก่อนที่เรียกได้ว่ามีความสวยงามของสถาปัตยกรรมอังกฤษ และ อินเดีย
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2548    
Last Update : 1 ธันวาคม 2548 12:19:27 น.
Counter : 326 Pageviews.  

1  2  3  

Radio
Location :
Bangalore , Kanataka India

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Radio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.