กทม. ตอน บ้านศิลปินริมคลองบางหลวง


เริ่มต้นการเดินทางที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ไหนๆก็มาแล้วก็เลยเดินขึ้นสะพานไปเก็บภาพสะหน่อย






วิวจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า






เดินลงมาใต้สะพาน (ที่จริงตรงนี้ไม่น่าผ่านเท่าไหร่ เพราะมีคนมานอนพักแรมกัน เดี้ยวจะไปรบกวนเขา) แต่เห็นมีเรือมาจอดเทียบสีสวยดีเลยแชะมาสักภาพ






จากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี ปากซอยวัดดุสิตฯ จับรถเมล์สาย 80 หรือ สายอื่นๆมีหลายสาย มาลงที่หน้าวัดท่าพระหรือ ปากซอย จรัญสนิทวงศ์ 3






ถ้านั่งรถมาลงหน้าวัดให้ข้ามสะพานลอยมาฝั่งตรงข้าม จะเจอรถสองแถวแบบนี้กระโดดขึ้นมาได้เลยค่าโดยสาร 5 บาทเท่านั้น ถ้าไม่อยากรอก็จับพี่วินซิ่งมาเลย 7 บาทเอง ไม่น่าเชื่อ กรุงเทพฯยังมีรถโดยสารราคาแบบนี้อยู่






นั่งมาจนสุดซอยจะเจอเซเว่นและทางเดินเล็ก เดินตรงเข้ามาเลยจะเจอทางแยกให้มาทางที่มองเห็นสะพานแบบนี้






เดินข้ามสะพานมาจะทางเดินเลียบคลองให้มาทางซ้ายเพราะ บ้านศิลปิน อยู่ทางซ้ายเดินตามทางแบบนี้มา






เดินมาตามทางจะผ่านร้านค้าหลายร้านแต่เราจะไป บ้านศิลปินกันก่อน เดินทางจนสุดทางจะเจอบ้านที่มีหุ่นพี่ๆเชิดหุ่นละครเล็ก และหุ่น พรานอักษรตั้งชื่อว่า “คุณลุงอินทรีแดง” นั่นแหละคือ “บ้านศิลปิน”






และ”คุณลุงแดง” ตั้งโดยพรานอักษรเช่นกัน






บ้านศิลปินเป็นบ้านไม้สองชั้นตั้งอยู่ริมคลองบางหลวง หรือ คลองบางกอกใหญ่ ลักษณะบ้านเป็นรูปตัว U โอบล้อม เจดีย์เก่าแก่องค์นี้ พูดง่ายๆก็คือ มีเจดีย์ตั้งอยู๋กลางบ้านกันเลย






บรรยากาศของบ้านศิลปิน ชั้นล่างแบ่งเป็นสามส่วนคือ 1 ลานหน้าเจดีย์ เป็นเวทีการแสดง และที่นั่งชมการแสดง ที่นี้จะมีหุ่นละครเล็กคณะ “ทำนาย” เปิดการแสดงทุกวันยกเว้นวันพุธ(และยกเว้นวันที่พรานอักษรมา)เศร้าเลย lส่วนที่ 2 เป็นมุมศิลปะ มีกิจกรรมเขีดๆเขียนๆระบายสีให้เลือกทำ และมีของที่ระลึกเก๋จำหน่าย ส่วนที่ 3 เป็นร้านกาแฟ และ ที่นั่งจิบกาแฟ วันที่พรานอักษรมามีขนมจีนให้เลือกซื้อทานกันด้วย








ถ้าจะนั่งห้อยขาชิวๆที่น่าบ้านก็ทำได้ โดยจะมีเรือขายผัดไทย หอยทอด และ ไอติมกะทิ มาบริการถึงหน้าบ้าน






อาณาจักรโปสการ์ด ใบละ 5บาทเท่านั้น






ขึ้นมาที่ชั้นสอง แบ่งเป็นสามส่วนเช่นกัน 1.ส่วนที่เป็นห้องพัก(เดาว่าเป็นที่ส่วนตัวพรานอักษรเลยไม่ได้เข้าไปเก็บภาพ) 2.ส่วนที่เป็นที่เก็บของเก่าโบราณให้มาเดินชมกัน หรือจะยืนที่ระเยีบงมองสายน้ำชิวๆก็ได้ ส่วนที่3 เป็นพื้นที่ที่จัดไว้ให้คนที่จะทำกิจกรรมศิลปะมานั่งทำกัน






มุมนี้เป็นมุมห้องส่วนตัวอย่างที่บอกพรานอักษรไม่ได้เข้าไปในห้องแต่นั่งอยู่หน้าห้องรอชมการแสดง






การแสดงของวันนี้คือ การแสดงดนตรีของน้องๆจากมหาวิทยาลัยมหิดล (อย่างที่บอกว่าพรานอักษรอดดูหุ่นละครเล็ก)






นั่งเล่น เดินเล่น จนพอใจก็ออกมาเดินดูร้านค้าริมคลอง อันนี้เป็นแกเลอรี่ภาพโบราณของ ฟรานซิสจิตร ช่างถ่ายรูปอาชีพคนแรกของสยาม






อันนี้น่าจะเป็นบ้านศิลปินของแท้ เพราะมีพี่จิตรกรมาใช้เป็นสถานที่สร้างงานและเก็บงาน บรรยากาศ ศิลปินสุดๆ






ร้านขายของและมุมนั่งเก๋ๆ






มุมโปรดให้เด็กๆมาเกาะกระจกดูของเล่นจุ๋มจิ๋ม






มีร้านของฝากของที่ระลึก พรานอักษรไม่พลาดสอยมาฝากคุณแม่






ร้านทำผมโบราณ กลิ่นน้ำยาอวลไปทั้งคลอง






ร้านขายอาหารปลา






เพราะที่นี้มีปลาเต็มคลอง






นั่งห้อยขาให้อาหารปลา พร้อมชมบรรยากาศริมคลอง ชิวชิว






เสร็จจากให้อาหารปลา เดินเล่นมาถึงสะพานที่เราข้ามกันมาเจอร้านขายผัก ที่นี้ต้องเคยเป็นฉากในละครแน่ๆมุมนี้คุ้นตามาก






เดินต่อมาตามทางก็ยังมีร้านขายของที่ระลึกกันอยู่












จนสุดทางจะเจอซุ้มแบบนี้






เอ๊ะยังไม่สุด เพราะยังมีร้านที่คุณยายเอาสินค้าเกษตรมาวางขาย






คราวนี้เดินจนสุดทางจริงๆ ก็จะเจอวัดคูหาสวรรค์ มีศลาริมน้ำสวยงาม มองเข้าไปบริเวณวัดกว้างขวางเห็นพระอุโบสถเด่นแต่ไกล






เข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์






พระพุทธรูปทางขวาของโบสถ์ ใส่แว่น ด้วย






ใช้เวลาอยู่คลองบางหลวงพอสมควรแล้วก็ยังไม่หมดวัน พอดีจำได้ว่าที่ถนนพระอาทิตย์กำลังมีงานก็เลย จับรถเมล์สาย 80 เช่นเคย มาลงที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เดินตามถนนพระอาทิตย์จนถึงป้อมพระสุเมรก็ถึงงาน “ชม ชิม ริมเจ้าพระยา”






ขอแชะป้อมพระสุเมรสักภาพ






บริเวณงานมีของกินจากหลากหลายร้านชื่อดังมาให้เลือกซื้อและมีดนตรีริมแม่น้ำให้ฟังกัยเพลินๆ






และนี่คือ อาณาจักรของกิน เลือกซื้อมานั่งกินริมเจ้าพระยาจนพุงกาง







 

Create Date : 26 สิงหาคม 2554    
Last Update : 26 สิงหาคม 2554 21:22:12 น.
Counter : 1182 Pageviews.  

สุโขทัย ตอน ปั่นจักรยานชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย


พรานอักษรได้มีโอกาสร่วมไปกับทริป ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่จัดโดยสำนักกีฬา ม.รามคำแหง เป็นทริปสั้นๆสองวันหนึ่งคืน แต่ความสนุกและความประทับใจไม่สั้นเลย

ก่อนออกเดินทางไหว้พ่อขุนที่มหาวิทยาลัยเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อน








เดินทางมาถึงสุโขทัย คณะให้เราหาของกินกันเอง พรานอักษรและเพื่อนไปเจอร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ก๋วยเตี๋ยวหน้าตาแบบนี้กินกันคนละสองชาม ไม่ใช่อร่อยนะแต่มันไม่อิ่ม เลยต้องขอสอง ...








อื่มท้องแล้วก็ออกปั่นจักรยานกันเลย







วัดศรีชุม ที่แรกที่เข้าชม ที่นี้เป็นที่ค้นพบหลักศิลาจารึกหลักที่2(วัดศรีชุม)







มีต้นมะม่วงยักษ์อยู่ข้างมณฑป







มณฑปวัดศรีชุมประดิษฐาน พระอจนะ พระพุทธรูปศิลปสุโขทัยหมวดใหญ่ องค์ใหญางามมาก







พระพุทธรูปหมวดใหญ่ต่างกับหมวดพุทธชินราชซึ่งสวยงามไม่แพ้กันตรงที่ หมวดใหญ่นั้นนิ้วมือขององค์พระจะเรียวยาวแต่ละนิ้วไม่เท่ากันลักษณะเหมือนคนจริง







จากวัดศรีชุม เดินทาง(ปั่นจักรยาน)ไปวัดต่อไป ทิวทัศน์สวยงาม แต่!เห็นภูเขาข้างหน้าแบบนี้อย่าบอกนะว่าให้เราขึ้นเขา!!







พอมาถึงวัดก็โล่งอก แค่เดินขึ้นเขานิดหน่อยตามทางหินที่ทอดตัวเหมือนสะพาน ใช่แล้วเพราะที่นี้คือ วัดสะพานหิน







แต่ก็นะระยะทางก็ชันอยู่ไม่น้อยเห็นแล้วก็เหนื่อยไปล้วงหน้า







เดินไปพักไปตลอดทาง แต่พอหันกลับไปมองข้างหลัง โอ้วิวสวยดีเหมือนกัน







ใกล้แล้ว ใกล้ถึงแล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงมีหินที่ถูกเอามาวางซ้อนกันอย่างนี้ สงสัยคงเป็นความเชื่ออะไรสักอย่างของคนที่เคยมาก่อนเรา







หันหลังกลับไปมองวิวอีกที หายเหนื่อยเลย







ถึงแล้ว พระประธานในมณฑปวัดสะพานหินเป็นพระพุทธรูปปางประธานอภัยศิลปะสุโขทัย มีพระนามว่า พระอัฏฐารส

วัดสะพานหินนี้เป็นวัดที่พ่อขุนรามคำแหง เสด็จมาปฏิบัติธรรม โดยทรงเดินขึ้นสะพานหินด้วยอาการสงบ ส่วนพรานอักษรเดินด้วยอาหารเหนื่อยหอบ







ออกจากวัดสะพานหินเดินทางเข้าที่พัก(ด้วยการปั่นจักรยาน) ผ่านค่ายรามคำแหง(เป็นค่ายทหาร) มีพระบรมราชานุเสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง ยืนตระหง่านท่ามกลางขุนเขา

ที่พักของเราในทริปนี้คือ “บ้านหมอรีสอร์ท” ไม่ได้ถ่ายภาพที่พักเลย แต่จะบอกว่า ที่พักเจิดมาก ห้องพักสะอาด กว้างขวาง อาหารอร่อย บริการดีเยี่ยม ถ้าไปสุโขทัยอีก พรานอักษรจะพักที่นี้อีก







เช้าวันใหม่ ปั่นจักรยานออกจากที่พักมาไหว้พ่อขุนที่ พระบรมราชานุเสาวรีย์ที่อุทยานประวัติศาสตร์ชั้นใน







เป็นการจำลองเหตุการณ์ พ่อขุนรามฯออกว่าราชการเหนือพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ ในดงตาล







พ่อกูขุนศรี...แม่กูนางเสือง...ลูกหลานเต็มเมือง...รามคำแหง...เฮ้







วัดชนะสงคราม วัดที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะของพ่อขุนรามคำแหงที่ทรงรบชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด













วัดมหาธาตุ สุโขทัย วัดประธานของอุทยานประวัติประวัติศาสตร์ เพราะเป็นบริเวณที่เป็นแหล่งชุมชนในสมัยสุโขทัย







หมู่พระเจดีย์







พระพุทธรูปศิลปะเดียวกับพระอจนะ







พระพุทธรูปปางยืนศิลปะเดียวกับพระอัฏฐารส







พระปรางค์องค์ประธานของวัดเป็นปรางค์ยอดดอกบัวตูม







จากวัดมหาธาตุปั่นจักรยานออกมาอุทยานประวัติศาสตร์ชั้นนอก มาที่วัดพระพายหลวง ที่นี้มีพระปรางค์ทรงฝักข้าวโพด ศิลปะขอมแบบเดียวกับที่วัดมหาธาตุ ลพบุรี







บริเวณวัดพระพายหลวงนี้เป็นบริเวณที่เริ่มมีชุมชนชาวสุโขทัยเกิดขึ้น ก่อนที่จะย้ายแหล่งชุมชนไปอยู่บริเวณวัดหมาธาตุ

เนื่องจากมีพระปรางค์ศิลปะขอมทำให้สันนิษฐานว่าชุมชนสุโขทัยในระยะแรกยังรับวัฒนธรรมขอมอยู่ โดยผ่านทางลพบุรี







ในสมัยสุโขทัย นิยมสร้างพระพุทธรูปในสี่อิริยาบถคือ นั่ง นอน ยืน เดิน เราชมพระอจนะ(นั่ง)และพระอัฏฐารส(ยืน)กันมาแล้ว ที่วัดพระพายหลวงนี้มีพระพุทธรูป อีกสองปางคือ นอน(ปางไสยาสน์) และ เดิน(ลีลา) แต่เนื่องจากเป็นวัดที่อายุเก่าแก่กว่าวัดอื่น พระพุทธรูปจึงชำรุดมากแล้วเหลือให้เห็นเพียงเค้าโครงเท่านั้น







เมืองสุโขทัยนี้เต็มไปด้วยดอกบัว เพราะที่นี้คือ เมืองกระทงดอกบัว







วัดสรศักดิ์ ศิลปะเลียนแบบวัดช้างล้อม








และแล้ว คณะก็พาไปกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแบบอร่อยๆที่ร้านเจ้แฮ ก๋วยเตี๋ยหน้าตาแบบนี้อร่อยมาก บนโต๊ะไม่มีเครื่องปรุงวางเพราะมั่นใจในรสชาติ ซึ่งก็อร่อยมากจริงๆ









ขากลับกรุงเทพฯคณะพามากราบพระพุทธชินราชที่วัดพระศรีมหาธาตุ จ.พิษณุโลก







ไหว้หลวงพ่อเหลือกันก่อนจะได้มีเงิน เหลือกิน เหลือใช้







ในสมัยสุโขทัยนั้น พระยาลิไท ทรงสร้างพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยซึ่งได้ชื่อว่างามที่สุดเรียกว่า หมวดพระพุทธชินราช พระองค์สร้างพระพุทธรูปสามองค์ ซึ่งประดิษฐานที่วัดนี้สององค์คือ พระพุทธชิน และ พระศรีศาสดา(ในภาพ) และ พระพุทธชินสีห์






พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้ชื่อว่า งาม ที่สุดองค์หนึ่ง








 

Create Date : 03 สิงหาคม 2554    
Last Update : 3 สิงหาคม 2554 14:13:45 น.
Counter : 2855 Pageviews.  

จับฉ่ายทัวร์ กรุงเทพฯ สระบุรี อยุธยา ลพบุรี


ทัวร์จับฉ่ายสมชื่อ เพราะสถานที่หลากหลายมาก ทริปนี้เที่ยวกันตามใจฉันอยากไปไหนก็ไปกันเลย ไม่คำนึงว่าแต่ละที่จะใกล้จะไกลกันไหม 55 ต้องขอบคุณ หัวหน้าคณะเดินทางที่พาเรารวมทั้งพรานอักษรขับรถตะลอนเที่ยวครั้งนี้

เริ่มต้นการเดินทางที่วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม เชิงสะพานพระรามแปด ใกล้แบงค์ชาติเก่า อันที่จริงวัดนี้พรานอักษรเคยมาแล้ว เมื่อครั้งเที่ยวเยาวราช แต่ไม่มีใครออกกฎว่าเที่ยวแล้วจะเที่ยวอีกไม่ได้ พรานอักษรจึงกลับมาเยือนวัดนี้อีกครั้ง







ภายในพระอุโบสถ (ซึ่งครั้งที่แล้วไมได้เข้าไปชมเพราะมีเจ้าภาพมาทำพิธีอะไรกันในโบสถ์สักอย่าง) นอกจากมีพระประธาน แล้วพระอุโบสถแห่งนี้ยังมีภาพฝาผนัง เป็นเรื่องราวของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และ การสร้างพระพุทธรูปตามสถานที่ต่างๆของท่าน







มีรูปพระพุทธไสยาสน์ ที่วัดสะตือ ด้วย บังเอิญจริง (ตามอ่านต่อแล้วจะรู้ว่าบังเอิญยังไง)







หลวงพ่อโต "พระศรีอริยเมตไตรย" พระพุทธรูปองค์ยืนสูงเด่นประจำวัด
วันที่พรานอักษรไปตรงกับวันเข้าพรรษาพอดีที่วัดมีงานให้ประชาชนแขวนโคมประจำวันเกิด สวยเชียว







แขวนโคมกันไปทั้งวัด












จากวัดอินทร์ เรามุ่งหน้าไปสระบุรี ที่อำเภอพระพุทธบาท
จุดนัดพบสมาชิก หอนาฬิกาประจำเมือง







รวมพลกันแล้ว มุ่งหน้าไปวัดพระพุทธบาท โอ้รถเยอะมาก เกิดอะไรขึ้นนี้







พอถึงวัดถึงบางอ้อว่า อ้อ วันนี้วันเข้าพรรษาเขามีงานตักบาตรดอกไม้กัน ดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรคือ "ดอกเข้าพรรษา" ที่จะบานที่อำเภอพระพุทธบาทนี้ทุกๆช่วงเข้าพรรษา







แต่ด้วยความที่คนเยอะมาก คณะเราจึงมิอาจรอจนตักบาตรดอกไม้กันได้ จึงมุ่งหน้าฝ่าฝูงชนมานมัสการพระพุทธบาทเลยกันเลย







ปิดทององค์พระพุทธบาท







นมัสการพระพุทธบาทเสร็จ ก็เดินชมวัด มีวิหารพระปางป่าเลไลย์







ศิลปะเดียวกับที่วัดป่าเลไลย์สุพรรณบุรี แต่ขนาดย่อมกว่า







มาวัดพระพุทธบาทไม่ถ่ายภาพมุมนี้ถือว่ามาไม่ถึง







ออกจากวัดพระพุทธบาทมาหาของอร่อยกิน ที่ร้าน สายตรีส้มตำปูม้า เมนูแนะนำ ปลาคังผัดฉ่า







ผ่านพ้นไปหนึ่งวัน

เช้าวันใหม่ เริ่มต้นที่ ร้านล้วนข้าวมันไก่ เจ้าดังแห่งพระพุทธบาท







อิ่มมื้อเช้ากันแล้ว มุ่งหน้าไปอยุธยาที่วัดสะตือ







ต้นไม้สูงเด่นประจำวัดนี้ หัวหน้าคณะเดินทางของเราบอกว่านี้แหละต้นสะตือ แต่ที่ข้างต้นเขาเขียนว่า ต้นยาง เอ๊ะ หรือเป็นชื่อท้องถิ่น







ที่วัดสะตือนี้ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ องค์เดียวกับที่ปรากฎในภาพฝาผนังที่วัดอินทร์ที่เราไปกันเมื่อวาน นี้แหละความบังเอิญที่บอกไว้ข้างต้น







สาวๆชาวคณะ







เมื่อคราวที่น้ำท่วมอยุธยาวัดสะตือก็ถูกน้ำท่วมด้วยถึงรอยที่เห็นในภาพ ตอนที่เราไปทางวัดกำลังบูรณะองค์พระอยู่







แม่เจ้า นี้ห้องน้ำที่วัดใหญ่โตอลังการกว่าบ้านของพรานอักษรอีก







ออกจากวัดสะตือขับรถกลับมาสระบุรีเพื่อมากิน ผักหวาน ร้านป้าน้อยผักหวาน เมนูแนะนำ ยำผักหวานกรอบ







จากร้านป้าน้อย ขับรถมุ่งหน้ามาลพบุรี เที่ยว พระนารายณ์ราชนิเวศ




















































เที่ยวกันที่พระนารายณ์ราชนิเวศซะนาน ได้เวลากลับกรุงเทพฯแล้ว แต่มาถึงลพบุรีทั้งทีจะเที่ยวที่เดียวก็เสียดายเลยเดินไปขอชมวัดพระศรีมหาธาตุลพบุรี แต่โชคร้ายวัดปิดแล้วเลยถ่ายภาพมาได้จากข้างนอกภาพเดียว







แล้วก็ต้องมาถ่ายภาพปราค์สามยอดไม่งั้นจะบอกใครได้ไม่เต็มปากมาว่าเที่ยวลพบุรี







และ ที่สำคัญขาดไมได้เลยทีเดียว

บรรดาน้องลิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงทั้งหลาย








 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2554 17:52:30 น.
Counter : 2264 Pageviews.  

กทม. ตอน กรุงเทพฯก็มีตลาดน้ำนะ


อ๊ะๆๆ หัวบล็อกบอกไปตลาดน้ำไหงมาโผล่ที่สนามหลวง ก็เพราะว่าการเดินทางครั้งนี้พรานอักษรเริ่มต้นที่รถสองแถวที่ท่าเรือรถไฟ(ถัดจากท่าวังหลัง) ก็ต้องมาลงเรือข้ามฟากที่ท่าพระจันทร์ระหว่างทางเดินผ่านสนามหลวง เห็นเขาปรับปรุงเสร็จแล้วหญ้าเขียวสวยเชียวเลยขอสักรูป






ขึ้นรถสองแถวเล็กสีแดงคาดเขียว ที่ท่ารถไฟ(สถานีรถไฟบางกอกน้อย) ก็จะมาถึงตลาดน้ำตลิ่งชัน ที่นี้เป็นตลาดต้นไม้ย่อมๆด้วยเลยแชะดอกไม้มาสักรูป






ที่นี้มีบริการล่องเรือเที่ยวมีให้เลือกหลายโปรแกรม พรานอักษรเลือกโปรแกรมชมสามตลาดน้ำมาถึง9.45น.ได้เวลาเรือกออกพอดี











ล่องเรือไปตามคลองในเขตตลิ่งชัน(คลองเล็กคลองน้อยมีหลายคลองมาก) ชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลอง พรานอักษรเผลอนึกไปว่าได้กลับบ้านสวนที่ดำเนินฯไม่น่าเชื่อว่าเรายังอยู่ในกรุงเทพฯ






บ้านเรือกสองฝั่งคลองมีให้ชมหลายแบบหลายสไตล์ พรานอักษรเลือกแชะรูปบ้านแบบคลาสิกสวยงาม






ล่องเรือมาถึงตลาดน้ำคลองลัดมะยม






มีที่นั่งหาของกิน






อาหารมีให้เลือกมากมายอาหารทะเลก็มี






นอกจากของกินที่นี้มีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆด้วย






มีร้านที่ตกแต่งไว้ให้ถ่ายรูป






ของที่ระลึก






ออกจากตลาดน้ำคลองลัดมะยม เรือมาเรามาที่วัดสะพาน ไหว้พระทำบุญ











ที่วัดสะพานก็มีตลาดน้ำเล็กๆ ให้หาของกินกัน






คล้ายๆขนมบ้าบินแต่เป็นมะพร้าวอ่อน อร่อยมาก






เรือพาเรามาให้อาหารปลา






สองฝั่งคลองผ่านบ้านเรือนสวยงามอีกแล้ว






เจ้าตัวนี้ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยว






เรือพากลับมาที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน ได้เวลาหาหาของใส่ท้อง






อิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินเที่ยวตลาด ของที่ระลึกจากของเหลือใช้






สินค้าเกษตร มะม่วงมหาชนก






ตลาดต้นไม้






ตลาดติ่งชันตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ก็เลยขอแชะรูปรางรถไฟซะหน่อย






คล้ายว่าจะมีสวนสาธารณะเล็กๆที่ตลาดนี้ด้วย
ฝรั่งเรียกดอกสร้อยหัวใจ คนไทยเรียกดอกพวงชมพู






เที่ยวตลาดเสร็จนั่งรถสองแถวกลับมาที่ท่ารถไฟ ผ่านวัดอมรินทราราม ถนนอรุณอัมรินทร์นั้นเป็นถนนที่ตัดผ่านตั้งแต่วัดอรุณมาถึงวัดอัมรินทร์ ไม่แน่ใจว่าใช่วัดนี้ไหม แต่วัดนี้ก็เป็นวัดที่สวยงามน่าแวะชมอีกวัดหนึ่ง






เจ้าตัวนี้นอนเฝ้าโบสถ์






เดินจากวัดอมรินทรารามมาที่ท่ารถไฟรอเรือข้ามฟากมองไปทางวัดอรุณจะได้วิวนี้







 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2554 19:50:26 น.
Counter : 1915 Pageviews.  

กาญจนบุรี ตอน นั่งรถไฟไปกองถ่ายพระนเรศวรฯ


เริ่มต้นการเดินทางที่สถานีรถไฟธนบุรี หรือ สถานีรถไฟบางกอกน้อย ที่ที่มีตำนานรักระหว่างโกโบริกับอังศุมาลิน ที่เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟเพราะสาเหตุของการเดินทางจริงๆคือ ต้องการไปเซอเวย์สถานที่ที่จะใช้ในการออกค่ายของชมรม เพราะการนั่งรถไฟ จะผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว และ ทางรถไฟสายมรณะ ขึ้นจากสถานีธนบุรีไปลงที่สถานีน้ำตก เพราะตอนแรกกะว่าจะเที่ยวน้ำตกไทรโยคด้วย แต่เวลาไม่พอจึงต้องตัดไป






รถไฟออกมาได่สักพักก็มาจอดที่บึงบัวอยู่นาน อาจะต้องการให้เราถ่ายภาพดอกบัวงามๆ เพราะบึงบัวนี้ดอกบัวเยอะมาก






ตามกำหนด รถไฟออกตอน 7.50 ถึง สถานีปลายทาง 12.35 แต่เอาเข้าจริง รถไฟออกแปดโมง ไปถึงสถานีปลายทางปาเข้าไปเกือบบ่ายสาม ระยะเวลาบนรถไฟสามารถถักหมวกไหมพรมได้หนึ่งใบ






นั่งรถนานๆก็ต้องหิวกันบ้าง เลยต้องรองท้องด้วยข้าวแกงกระทงน้อย






แล้วก็มาถึงสถานีกาญจนบุรี ที่นี้รถไฟจอดนานจนลงมาถ่ายรูปข้างล้างได้






ขณะนี้รถไฟอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำแคว เนื่องจากเราอยู่บนรถไฟเป็นการยากที่จะถ่ายรูปตัวสะพานได้ ก็เลนถ่ายรูปแม่น้ำมาแทน






ผ่านสะพานมาจะเป็นอุโมงค์






วิวจากบนรถไฟ






ไฮไลท์ที่สองของการนั่งรถไฟ ทางรถไฟสายมรณะ






วิวทางรถไฟสายมรณะ






ทิวเขาและยอดไผ่






พอลงรถไฟที่สถานีน้ำตก อย่างที่บอกว่าเราตัดโปรแกรมชมน้ำตกไทรโยคทั้งสองออก คุณพ่อของเพื่อนเดินทางขับรถมารับเราไปค่ายสุรสีร์ สถานที่ที่ใช้เป็นกองถ่ายภาพยนตร์





























































ที่คือสิ่งที่พรานอักษร ปรารถนาจะมาให้ถึง ด้วยความหวังและรอคอยอย่างยิ่งยวดสำหรับภาพยนตร์เรื่อง เพชรพระอุมา

































 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2554 19:51:09 น.
Counter : 1191 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

กฤษณกุล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




..........สงวนลิขสิทธิ์ งานเขียน บทกวี ภาพถ่าย ภาพวาดและผลงานทุกชนิดในบล็อกตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือทำประการใดๆกับผลงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเข้าของบล็อกเป็นรายๆไป..........
: Users Online
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กฤษณกุล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.