The guest bedroom and how to hang wallpaper...ห้องนอนเล็ก และ how to การติดวอลเปเปอร์แบบง่ายๆ









พรุ่งนี้มีนัดต้องออกไปทำธุระที่เทศบาลแต่เช้า แต่นอนไม่หลับอีกแล้ว.... >,<
มาอัพบล็อกดีกว่า ไหนๆก็ตัดสินใจมาเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัวแล้ว เลยต้องขยันอัพเสียหน่อย (แล้วเล่นเฟซบุคให้น้อยลงด้วย อิอิ)

ตอนนี้เราสองคนย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านน้อยหลังนี้ครบสามปีพอดิบพอดี และล่าสุดมีความคืบหน้าในการซ่อมแซมบ้านขึ้นมาอีกนิด ซึ่งก็คือการเริ่มต้นปรับปรุงชั้นสองของบ้านนั่นเอง เย้ๆๆ....คนอ่านคงรอดูมาตั้งสามปี กว่าจะยอมขึ้นมาทำชั้นนี้เสียทีใช่ไหมคะ... ชั้นสองของบ้านหลังนี้อยู่ใต้หลังคาพอดี ซึ่งพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือชั้นสอง = ห้องใต้หลังคา และห้องนอนทั้งสามห้องอยู่ชั้นสองทั้งหมด ส่วนห้องที่เห็นในรูปคือห้องนอนเล็กที่ใช้เป็นห้องนอนแขกด้วย ความตั้งใจในการรีบปรับปรุงห้องนี้แทนที่จะเริ่มห้องนอนใหญ่ของตัวเองก่อนก็เพราะว่าอยากเตรียมไว้ให้พ่อกับแม่พักระหว่างที่มาเยี่ยมพวกเราที่นี่นั่นเอง












ตอนแรกเลยฉันคิดไว้ดิบดีว่าจะทำให้เสร็จก่อนที่พ่อกับแม่จะเดินทางมาถึง (10 พ.ค) แต่เอาเข้าจริงๆตัวเองกลับป่วยเป็นผื่นแพ้เสียก่อน เลยทำงานต่อไม่ได้ ใช้เวลาร่วมเดือนกว่าผื่นและแผลเป็นจะหายดี สุดท้ายห้องเลยเสร็จไม่ทันก่อนพ่อกับแม่จะมา :-( เสียดายมากๆ และต้องหาห้องอื่นให้พ่อกับแม่นอนไปพลางๆก่อน ตอนที่เขียนอยู่นี้ (7 มิ.ย) พ่อกลับเมืองไทยไปก่อนแล้วเพราะต้องกลับไปทำงาน ส่วนแม่จะอยู่ต่อถึงต้นเดือนกรกฎาคมนู่น ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ ฉันเลยกลับมาทำห้องต่อ และหวังว่าจะเสร็จให้แม่ได้ลองนอนก่อนจะถึงเวลากลับนะ ลุ้นๆ.. แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ เหลือติดวอลเปเปอร์อีกนิดหน่อยที่ผนังด้านนึง และทำพื้น หาเฟอร์นิเจอร์ เย็บผ้าม่าน...อืมมม จะว่าไปก็หลายอย่างเหมือนกันแฮะ -_-' แต่คิดว่าคงทำไม่นานเดี๋ยวก็เสร็จ












พอดีวอลเปเปอร์หมดด้วย เลยพึ่งสั่งไป ตอนนี้เลยรอของมาส่งอยู่ ธีมของห้องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ฉันแค่นึกถึงสีฟ้ากับสีแดงเป็นหลักคล้ายๆธีมในห้องครัวน่ะ แล้วค่อยๆปรับไอเดียไป ออกแนวทำไปคิดไป เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาแต่งบ้าน เรียกอีกอย่างว่ามั่วนั่นเอง อิอิ... วอลเปเปอร์ลายนี้ (Pip Studio Chinese Rose - Blue) คือสิ่งแรกเลยที่นึกถึง พอดีฉันฝังใจกับ brand นี้น่ะ หลงรักเค้ามานาน แถมเป็นแบรนด์ของเนเธอร์แลนด์เองด้วย สนับสนุนชาติของสามีเสียหน่อยเนอะ อิอิ








...ด้านที่ยังทำค้างอยู่...



จริงๆฉันยังไม่อยากเน้นคุยมากเรื่องห้องนอน เพราะว่ายังทำไม่เสร็จ (แต่ก็เผลอคุยไปเยอะเลย แหะๆๆ) จริงๆตั้งใจจะมาเขียนเรื่อง DIY/how to การติดวอลเปเปอร์ต่างหาก แต่เพราะเห็นว่าผนังห้องนี้แต่งแบบใช้วอลเปเปอร์เหมือนกัน เลยถ่ายรูปมาประกอบด้วย ถึงมุมแหลมๆแฉกๆจะเยอะไปหน่อยตามธรรมชาติของห้องใต้หลังคา แต่ก็ออกมาสวยน่ารักดี เพื่อนๆว่าไหมคะ ทำเองชมเองอีกแล้ว อิอิ... เดี๋ยวเอาไว้ห้องเสร็จค่อยมาสาธยายเม้าท์มอยอย่างละเอียดกันอีกครั้งเนอะ






.
.
.
.


.
.









...มาคุยเรื่องวิธีการติดวอลเปเปอร์อย่างง่ายๆดีกว่า...

รูปขั้นตอนประกอบนี้ฉันถ่ายไว้ตั้งแต่ตอนที่ตกแต่งห้องทำงาน/ห้องเย็บผ้าเมื่อหลายเดือนก่อน ปัจจุบันนี้เฟอร์นิเจอร์อาจจะถูกย้าย เปลี่ยนที่เปลี่ยนทางไปบ้าง ห้องทำงานเน้นธีม retro วอลเปเปอร์เลยจะเป็นสีฉูดฉาดอย่างที่เห็น วอลเปเปอร์ลวดลายสีส้มนี้เป็นของเก่าแท้จากยุค 70'S ด้วยน้าาา อุตส่าห์ไปขนมาจากตลาดนัดของเก่าที่ฝรั่งเศสนู่นทีเดียว :-)

เอาแบบภาษานักบิน..ถ้าพูดถึงชั่วโมงบินหรือประสบการณ์ของการติดวอลเปเปอร์ของฉันจะว่าไปก็นานหลายปีอยู่ คือตั้งแต่สมัยอยู่บ้านเช่าหลังเก่า ฉันเคยเขียนเปรยๆไว้ที่ บล็อกนี้ คงไม่กล้าพูดว่าชำนาญ แอบกลัวมืออาชีพเค้าค้อนเอาเนอะ เอาเป็นว่าก็ทำได้คล่องพอสมควร คือไม่ต้องมีคนช่วยก็ได้ และสามารถทำได้กับผนังทุกรูปร่าง จะโค้งเว้า หักมุม อ้อมทำได้... ^__^/














การติดวอลเปเปอร์จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่จะติดมากกว่า ถ้าแค่พื้นที่สี่เหลี่ยมธรรมดาก็จะติดง่ายกว่าพื้นที่โค้งเว้า หรือมีมุมเยอะ (อย่างชั้นบนบ้านของฉันซึ่งเป็นห้องใต้หลังคา ติดลำบากมากๆ) ก่อนจะอธิบายถึงวิธีการติด ฉันขอคุยเรื่องประเภทของวอลเปเปอร์ซักนิด วอลเปเปอร์นั้นมีหลายแบบมาก ทั้งแบบกระดาษ(อย่างหนักและอย่างเบา) แบบไวนิล และวอลเปเปอร์แบบไฟเบอร์กลาสที่หน้าตาคล้ายๆเยื่อกระดาษและสามารถทาสีทับลงไปได้ ฯลฯ

การจะเลือกใช้วอลเปเปอร์แบบไหนขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งานของห้องนั้นๆเป็นหลัก อย่างเช่นห้องน้ำ หรือห้องครัว (ฝรั่งบางคนติดวอลเปเปอร์ที่ห้องน้ำจริงๆนะ ^^) ที่มีความชื้นสูง วอลเปเปอร์แบบไวนิลก็จะเหมาะสมจะนำมาใช้มากกว่าวอลเปเปอร์แบบกระดาษ และทำความสะอาดง่าย วิธีการดูแลรักษาวอลเปเปอร์ส่วนมากจะระบุไว้ในหีบห่อ วอลเปเปอร์บางชนิดสามารถทำความสะอาดได้ด้วยผ้าชุบน้ำด้วย ดังนั้นเพื่อนๆควรจะอ่านรายละเอียดที่มากับสินค้าให้เข้าใจก่อน


การคิดคำนวณวอลเปเปอร์ก็ใช้หลักคณิตศาสตร์ธรรมดา คือ พื้นที่ของผนังที่ต้องการติด / พื้นที่วอลเปเปอร์หนึ่งม้วน
ยกตัวอย่าง : วอลเปเปอร์โดยปกติจะมีขนาดมาตรฐานคือ 0.53 x 10 m = 5.3 ตร.ม
ผนังห้องที่จะติด ยกตัวอย่าง สมมติ กว้าง x ยาว = 4 x 3 = 12 ตร.ม
เพราะฉะนั้นจำนวนวอลเปเปอร์ที่ต้องใช้จะเท่ากับ 12 / 5.3 = 2.26 คือสองม้วนกว่าๆนั่นเอง












อุปกรณ์ที่ใช้หลักๆก็ตามรูปเลย ได้แก่

- วอลเปเปอร์
- โต๊ะสำหรับทากาว หาซื้อได้ตามร้านก่อสร้างทั่วไป ใช้สะดวกเพราะพับเก็บได้ด้วย
- กาวสำหรับติดวอลเปเปอร์โดยเฉพาะ จริงๆเค้ามีแบบเป็นผงๆแล้วมาผสมน้ำเองด้วย แต่ฉันชอบแบบสำเร็จมากกว่า ก่อนซื้อดูฉลากด้วยว่ากาวอันไหนใช้กับวอลเปเปอร์อะไร โรงงานเค้าจะทำมาแยกกันโดยเฉพาะเลย บางประเทศมีวอลเปเปอร์ที่มีกาวด้านหลังมาให้เรียบร้อยก็อาจจะสะดวกขึ้น (แต่ที่ประเทศฮอลแลนด์ยังไม่เห็นมีแพร่หลาย ยังใช้วิธีติดกาวอยู่จ้ะ)
- แปรงทากาว
- กรรไกร ดินสอ ไม้บรรทัด และตลับเมตร
- บันได หรือเก้าอี้ สำหรับปีนขึ้นไปติด

เมื่ออุปกรณ์พร้อมก็ลงมือกันได้เลย แต่ก่อนลงมือต้องเช็คสภาพของผนังก่อนว่าเรียบพอมั้ย ย้ำ...ว่าต้องเรียบ ไม่งั้นจะมีปัญหาตอนติดมากๆ ที่ย้ำเพราะตัวเองเคยมีประสบการณ์ติดวอลเปเปอร์กับผนังที่ไม่เรียบมาแล้ว มันไม่สนุกเลย :-( ถ้าผนังมีตำหนิ อย่างรูหรือรอยแตกร้าว ก็ควรจะจัดการกับตำหนินั้นเสียก่อน และผนังต้องสะอาดด้วย ไม่ควรมีฝุ่นหรือหยากไย่ เราสามารถติดวอลเปเปอร์ได้ทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นไม้ หรือพลาสติค หรือปูน อะไรก็ได้ขอให้พื้นผิวเรียบแค่นั้นเอง สำหรับผนังปูนฉาบใหม่ควรต้องรอซัก 2-3 สัปดาห์ ให้ปูนแห้งดีถึงจะติดวอลเปเปอร์ได้

ส่วนผนังที่มีปลั๊กหรือสวิชท์ไฟ ก็ควรถอดออกให้หมดก่อน หลังติดวอลเปเปอร์เสร็จถึงค่อยใส่กลับเข้าไปใหม่









...แล้วก็ถึงขั้นตอนติด...

- วัดและตัดขนาดวอลเปเปอร์ให้พอดีกับความสูงของผนัง
- ขั้นตอนทากาว วอลเปเปอร์บางยี่ห้อเราสามารถทากาวที่ผนังแล้วติดไปได้เลย แต่บางยี่ห้อก็ต้องทากาวด้านหลังของแผ่นวอลเปเปอร์ก่อนติด เพื่อนๆควรอ่านคำแนะนำที่ติดมากับหีบห่อให้เข้าใจเสียก่อน
- ทิ้งให้กาวชุ่มซัก 5 นาที ก่อนจะนำมาติดบนผนัง ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นๆ ถ้าไม่มั่นใจว่าทำคนเดียวได้ ก็ต้องหาผู้ช่วย แต่โดยปกติงานแบบนี้ฉันชอบทำคนเดียว ถ้ามีคนมองจะทำงานไม่ถนัด มันไม่ค่อยมีสมาธิ อิอิ

- ตอนติดก็ค่อยๆใช้มือรีดแผ่นวอลเปเปอร์ให้แนบกับผนังมากที่สุด จริงๆขั้นตอนนี้เค้าจะมีเครื่องมือช่วยรีด คล้ายๆแปรง แต่ฉันถนัดใช้มือมากกว่า เพราะเราจะรู้สึกได้ง่ายกว่าว่าตรงไหนเรียบหรือไม่เรียบ แต่จุดไหนที่รีดแล้วรีดอีกก็ไม่เรียบซักที ก็ไม่ต้องห่วงนะจ้ะ เพราะถ้ามั่นใจว่าทากาวทั่วถึง ก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวถ้ากาวแห้ง กระดาษจะกลับมาตึง และเรียบสวยโดยอัตโนมัติเอง

- การติดวอลเปเปอร์อาจจะมีกาวเลอะตรงผิวบ้าง ปัญหานี้แก้ไขด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดออกเบาๆ แต่ต้องทำทันที อย่าปล่อยให้กาวที่เลอะแห้ง ไม่งั้นจะเอาออกยากและอาจจะทำให้ผิวกระดาษเสียได้

- การต่อลายวอลเปเปอร์ต้องทำก่อนทากาว วิธีการคือเอาวอลเปเปอร์มาทาบดูก่อน พยายามให้ลายต่อกันพอดีเป๊ะ แล้วถึงจะลงมือตัด อาจจะมีส่วนเกินที่ต้องตัดทิ้งบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

- การติดวอลเปเปอร์ตรงมุมที่เข้าถึงยาก และวัดขนาดยาก อาจจะใช้วิธีวัดและตัดคร่าวๆไปก่อน ตอนติดค่อยมาเก็บละเอียดอีกที ขั้นตอนนี้ควรเตรียมมีดคัตเตอร์ที่คมไว้ด้วยจะสะดวกกว่าใช้กรรไกรเยอะมากๆ

- ทำซ้ำไปจนทั่วผนัง ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว



...การติดครั้งแรกอาจจะออกมาไม่เพอร์เฟคเลยทันที แต่ลองทำไปๆรับรองว่าฝีมือเพื่อนๆจะพัฒนาขึ้นแน่นอน ยังไงเป็นกำลังใจให้นะคะ :)...









ปล 1. ห้องนี้ถึงจะออกแนวเรโทร แต่ฉันไม่อยากให้มันออกมาดูหลุดโลกแบบเรโทรจ๋า เลยเลือกภาพกุหลาบมาตกแต่งบนผนัง ลดโทนให้ดูโรแมนติคนิดนึง ซึ่งผลออกมามันก็เข้ากับวอลล์เปเปอร์ดีมากๆเลยทีเดียว :-)
ปล 2. เทคนิคการตกแต่งบ้านโดยใช้วอลเปเปอร์ให้ดูออกมาสวยงามและน่าสนใจคือการที่เลือกติดเฉพาะบางผนัง ไม่ติดทั้งห้อง ส่วนผนังที่เหลือก็ใช้การทาสีเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้อง ส่วนวิธีการเลือกคู่สีให้เข้ากับลายของวอลเปเปอร์นั้นควรเลือกสีใดสีหนึ่งจากลายที่มี วิธีนี้จะทำให้ห้องออกมาดูกลมกลืนกัน ไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง


...................................




หวังว่าบล็อกนี้จะให้ประโยชน์กับเพื่อนๆคนอ่านที่น่ารักไม่มากก็น้อย อย่าลืมนะคะ บ้านสวยด้วยสองมือเรา ^___^
แล้วเจอกันใหม่คราวหน้าค่ะ

Enjoy decorating!





 

Create Date : 07 มิถุนายน 2556    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 1:35:31 น.
Counter : 5938 Pageviews.  

The Little Groningse Kitchen...






ตั้งหัวข้อเลียนแบบหนังสือทำอาหารของ Rachel Khoo อิอิ.. Groningse (โครนิงเซ่อะ) มาจากชื่อของจังหวัด Groningen ที่เราอยู่ (อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศ) แล้วเอาคำมาทำเป็น adjective อีกที ^^ ตอนนี้ใกล้ฤดูใบไม้ผลิเข้าไปทุกทีแล้ว อารมณ์จัดเก็บบ้านก็ตามมา ช่วงเวลานี้คนทางตะวันตกจะมีศัพท์เรียกโดยเฉพาะว่า spring cleaning ซึ่งมันก็มีความหมายตามนั้นจริงๆ ตอนนี้ผ่านบ้านไหนเริ่มเห็นคนออกมาจัดเก็บสวน ล้างบ้าน ล้างหน้าต่างกันแล้ว คุณยายข้างบ้านก็เห็นทำมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ทำต่ออีก

อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะเพราะเป็นอารมณ์ของคนที่เก็บกดมาตลอดฤดูหนาว ทำกิจกรรมนอกบ้านไม่ถนัด พออากาศเริ่มอุ่นแล้วเลยต้องจัดการซะหน่อย วันนี้ฉันเองก็เอาผ้าออกตากแดดครั้งแรกในรอบหลายๆเดือน ตอนอยู่เมืองไทยก็บ่นว่าแดดร้อน พอมาอยู่เมืองหนาว แสงแดดกลับกลายว่าเป็นสิ่งที่หายากและมีค่ามหาศาลมากๆแทนซะงั้น ^^







...Oeufs en Cocotte...





...Navarin d'agneau printanier (spring lamb stew)...



กลับมาเรื่องครัวของเรา เพื่อนๆลองเข้าไปอ่านบล็อกนี้ ถึงที่มาที่ไปว่าเป็นไงมาไงฉันถึงหันมาสนใจการทำอาหาร พอได้หนังสือมาก็ลองมาหัดทำอาหารมั่วๆไป ผิดถูกไม่เป็นไรเพราะยังอยู่ในขั้นตอนฝึกฝนฝีมือ เครื่องปรุงก็หาได้เท่าที่มี หรือไม่ก็แอบปรับเปลี่ยนบ้างเพราะของบางอย่างราคามันแพงไปนิดสำหรับการเอามาฝึกทำ ทุกครั้งที่ทำก็ต้องบังคับให้แพทริคกินด้วย แล้วก็ต้องวิจารณ์กันตรงๆว่าอร่อยมั้ย ถ้าเมนูไหนแพทริคบอกไม่อร่อย ก็จะแอบมีงอนบ้าง หรือถ้าโกหกเวลาชิมแล้วไม่ชอบแต่บอกว่าชอบ แบบนั้นก็งอนเหมือนกัน.... -_-' ตกลงคนชิมทำตัวไม่ถูกเลย โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง... 55





...Quiche Lorraine...





... Salade Tiede de Pommes de Terre et Pommes avec des Miettes de Boudin Noir (Warm potato salad with black-pudding crumbs)...




จริงๆก็แอบขำตัวเองที่พึ่งมาค้นพบความสุขของการทำอาหาร ทั้งที่เมื่อก่อนจะเป็นคนขี้เกียจทำอาหารมากๆ ประกอบกับมีเวลาน้อย และทำออกมาไม่ค่อยอร่อย(อันนี้สำคัญ) เลยชอบกินนอกบ้านหรือกินอาหารสำเร็จรูปเป็นประจำ หรือไม่ก็ไปกินบ้านเพื่อนๆพี่ๆที่สนิทกันที่นี่ มาตอนนี้พฤติกรรมเปลี่ยนไป คิดว่ามันอาจจะมีเหตุผลอื่น/ส่วนประกอบอื่นแอบแฝงด้วยที่ทำให้รู้สึกว่าอยากเข้าครัว อย่างเช่น การทำครัวด้วยเครื่องครัวน่ารักๆเป็นต้น เกี่ยวกันมั้ยน้อ.... ต้องมีเครื่องล่อใจเหมือนเด็กๆเวลาได้ของเล่นเลยอ่ะ เป็นเอามาก ถ้ามองในแง่จิตวิทยา (วิเคราะห์ตัวเองอีกแล้วววว) ฉันคิดว่าเพราะตัวเองชอบแต่งบ้านและชอบของสวยๆงามๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่เลยเป็นตัวกระตุ้นให้อยากทำอาหารไปด้วย แต่เครื่องครัวใหม่ๆทันสมัยก็ไม่ชอบอีก ต้องเป็นของดั้งเดิม (เหมือนเรเชล ^_^) เก่าบ้าง ปุปะบ้าง มันให้อารมณ์การทำอาหารได้ดีมากๆ












เครื่องตีไฟฟ้าของ Philips (made in Holland) รุ่นเก่าแบบมือถือที่ป้าแพทริคให้มาเมื่อหลายปีก่อนและเก็บซุกในกล่องมาหลายปี ก็ได้เอาออกมาใช้จริงๆจังๆช่วงนี้เอง จริงๆมีเครื่องตีไข่แบบที่เป็นมือหมุนเองจากยุค 60's, 70's ด้วย แต่ยกให้คนอื่นไปแล้วอ่ะ ตอนนั้นมันไม่ทันคิดว่าจะเอามาทำอะไรแบบนี้ ไว้เดี๋ยวค่อยหาใหม่ก็ได้เนอะ หม้อไหจานชามเก่าๆที่ซื้อเก็บมานานและไม่เคยคิดว่าจะเอามาใช้ ก็ได้เอาออกมาใช้ตอนนี้เหมือนกัน หม้ออีนาเมลรุ่นเก่าๆที่ไม่มีเคลือบผิวเทฟล่อน เวลาเอามาทำต้ม ผัด หรือทอดอะไรทีนี่อาหารติดก้นหม้อเต็ม แต่คนทำก็ไม่หวั่น ติดเป็นติด เดี๋ยวก็ล้างออก (ถ้ามันออกนะ เอิ๊กๆๆ) อยากใช้เครื่องครัวเก่าเก๋นี่นา ก็ต้องทำใจแบบนี้เนอะ

นอกจากนั้นก็มีผลพลอยได้เรื่องของการขยันล้างจานขึ้นด้วย เมื่อก่อนไม่ค่อยจะกินเสร็จแล้วล้างเลย ไม่มีเครื่องล้างจานอ่ะ บางทีมันเลยขี้เกียจ กินเสร็จแล้วเอาทิ้งไว้ในอ่างก่อน -_-' แต่ตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวหม้อเก่าจะผุไวถ้าแช่น้ำหรือเศษอาหารไว้นาน เห็นมั้ย ยิงปืนนัดด้วยได้นกหลายตัวเลย เหมือนดัดนิสัยเสียของตัวเองไปด้วย










สรุปว่าพอทำอาหารบ่อยตอนนี้เครื่องครัวเลยมีจำนวนมากขึ้น เคาท์เตอร์ตู้ครัวที่เอาไว้เก็บของได้ก็มีเท่าที่เห็น ของที่ล้นๆออกมา(แต่ใช้บ่อย)เลยต้องอาศัยพื้นที่นอกตู้โดยใช้วิธีแขวนข้างนอกแทน วิธีการแขวนก็แขวนด้วยตะขอธรรมดาที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป และเพราะของใช้กระจุ๊กกระจิ๊ก หรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเราสองคนส่วนมากเป็นของเก่ามือสอง เลยไม่ต้องรู้สึกถนุถนอมอะไรมาก อย่างชัันไม้เปิดโล่งที่แขวนผนังใบนี้ที่ฉันซื้อมาไม่กี่ตังค์ อยากเจาะ อยากงัดแงะอะไรนี่ไม่มีหวงหรือห่วงหรือเสียดายของเลย จริงๆนะ อันนี้คือข้อดีของการจัดบ้านแบบใช้ของมือสอง พวกกระป๋องกระแป๋ง หม้อ จาน ชาม แก้ว ถ้วย ฯลฯ ก็เช่นกัน เราแทบไม่มีอะไรเป็นของใหม่เลย ส่วนมากถ้าไม่ได้มาจากร้านของเก่า ก็ตามตลาดนัด ก็ต้องเอามาทำความสะอาดอย่างดีมากๆก่อนนำมาใช้







Before...ครัวเมื่อสามปีก่อนตอนย้ายมาใหม่ๆ ในรูปนี่ถ่ายตอนทาสีตู้เป็นสีขาวแล้ว จริงๆของเดิมมันเป็นสีเหลืองๆส้มๆน่ะ >,<...






After...ครัวปัจจุบัน...



อืมมม...เกือบลืม อยากบอกเพื่อนๆคนอ่านที่น่ารักด้วยว่าอันนี้มันเป็นไลฟ์สไตล์อย่างนึงที่เราสองคนแค่ชอบใช้ของเก่า ชอบที่คุณค่าของมัน (ไม่ใช่มูลค่า) ชอบที่ของแต่ละชิ้นมีเรื่องราวของตัวมันเองผ่านกาลเวลาแต่ละยุคก่อนจะตกมาถึงมือเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเอาของสกปรกๆขยะๆมาใช้น่ะ บางคนที่ไม่ชินก็อาจจะมองเราแปลกไปบ้าง หรือบางทีก็แอบคิดเล่นๆว่า...'จะมีใครอยากมากินข้าวบ้านเรามั้ยน้อ?' แต่ปกติเราก็มีแขกมากินข้าวด้วยไม่บ่อยนัก ยิ่งถ้าเค้ารู้กันแบบนี้ก็คงยิ่งไม่มีใครกล้าแน่ๆเลย เดาว่าบางคนเค้าอาจจะถือหรือเปล่านะ อิอิ แต่ไม่เป็นไร เราอยู่เพื่อตัวเอง คนอื่นจะคิดอย่างไรมันไม่สำคัญเท่ากับว่าเราเชื่ออะไรใช่มั้ยจ้ะ ^^'

ในแง่ของการแต่งบ้าน ของมือสองก็ไม่ใช่ว่าจะเก่าเก๋ไปซะทุกอย่าง ก็อาจจะเลือกและใช้จินตนาการช่วยนิดนึงเวลาเอามาจัดวางรวมกัน การเลือกโทนสีก็สำคัญ ของหน้าตาดียังไงแต่ถ้าวางผิดที่ หรือผิดโทนปุ๊บก็อาจจะดูแปลกๆไม่เข้ากัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉันว่ายังไงความสวยมันก็ไม่มีกฏตายตัว ขึ้นอยู่กับรสนิยมของใครของมันด้วยว่าชอบแบบไหน หรือไม่ชอบแบบไหน ใช่มั้ยเอ่ย เพราะฉะนั้นอย่าได้แคร์ อิอิ มีความสุขก็ทำไปเนอะ...









ลึกๆคิดไว้ว่าถ้ามีงบก็อยากเปลี่ยนครัวใหม่ทั้งหมด เวลาไปเดินเล่น Ikea ทีไรใจเต้นแรงทุกที แต่คิดไปคิดมาก็เสียดายเงินอีก ครัวเก่าเราก็แต่งให้สวยได้ไม่แพ้ครัวใหม่เนอะ ต้องพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และทำสิ่งที่ตัวเองมีให้ดูมีค่ายิ่งขึ้นไป บ้านสวยด้วยมือเราเองมันน่าจะดีกว่า ค่อยๆเป็นค่อยๆไป สบายใจจังตังค์อยู่ครบด้วย เค้าว่างั้น... หรือไม่ก็เก็บเงินไว้ซื้อของแต่งบ้านกับไปเที่ยวแทนดีกว่า อิอิ







Enjoy cooking and decorating ค่ะ



คลิกอ่านบล็อกก่อนหน้านี้ "My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2" ได้ที่นี่ค่ะ




 

Create Date : 06 มีนาคม 2556    
Last Update : 7 มีนาคม 2556 4:20:04 น.
Counter : 4104 Pageviews.  

My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2'...







เพื่อนๆคนไหนอยากอ่านอะไรที่ยาวๆคราวนี้คงได้อ่านสมใจ เตือนไว้ก่อนว่ายาวจริงๆนะจ้ะ... ^^
ก็อัพบล็อกคราวเดียวแต่คุยดับเบิ้ลไปสองเรื่องเลย แบบนี้จะไม่ให้ยาวได้ไงเนอะ... อิอิ

ห้องลายจุดนี้เคยโพสต์รูปลงในเฟซบุคไปหลายรอบ แต่ยังไม่เคยคุยเป็นเรื่องเป็นราวเลยว่าไปไงมาไงถึงมาเป็นห้องหน้าตาแบบที่เห็น แต่ก่อนอื่นขอคุยเรื่องการถักก่อนเนอะ เพราะสัญญาไว้กับคนอ่านมานานมาก แต่ไม่ได้มาโพสต์ซักที ขออภัยที่มาช้าจ้าาา









นึกชื่อเหมาะๆให้แกรนนี่สแควร์ลายนี้ไม่ออก เลยเอาชื่อนี้ไปก่อนเพราะลายมันจะคล้ายๆกับ แกรนนี่ลายก่อนหน้านี้ที่เคยลงไป (เมื่อนานมาแล้ว )
เพื่อนๆอย่าเข้าใจผิดว่าฉันคิดลายนี้เอง เปล่าหรอกจ้ะ จริงๆก็หามาจากอินเตอร์เน็ตอีกที แต่ส่วนมากเค้าไม่ได้เขียนแพทเทิร์นอย่างละเอียดไว้ หรือเขียนแล้วอ่านไม่เข้าใจก็มีเยอะ เลยเอามาแกะลายเองอีกทีนึง และดัดแปลงนั่นนี่ไปอีกนิดหน่อย ส่วนขั้นตอน how to คราวนี้ก็มีการปรับอีกนิดจากของเดิมที่ทำไว้ประมูล (โพสต์ใน บล็อกนี้) ตอนนั้นเวลาทำค่อนข้างจำกัด เลยรู้สึกว่าการนับจะไม่เป๊ะๆ แต่คราวนี้มานั่งทำดีๆก็ลงตัวมากขึ้น งานตอนเสร็จอาจจะดูต่างกันซักเล็กน้อย แต่เพื่อนๆที่อยากลองทำก็เอาไปปรับเองได้ทีหลังนะจ้ะ ชอบแบบไหนก็เลือกตามสบายเลย จริงๆการถักแกรนนี่สแควร์มันสนุกที่ตรงนี้นี่เอง คือต้องไม่ยึดติดกับแพทเทิร์นมาก ยิ่งปรับเองได้มากเท่าไหร่ จะทำให้การถักสนุกมากขึ้นเท่านั้น










สำหรับความยากง่ายของลายนี้อยู่ในระดับปานกลางจ้าาา เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานการถักมาบ้าง

ไม่พูดพล่ามทำเพลงมาเริ่มกันเลยดีกว่า ขอใช้ภาษาง่ายๆเวลาอธิบายน้าา บวกกับดูรูปประกอบไปด้วยจะได้เข้าใจง่ายเนอะ


.
.
.










เริ่มแรก ตั้งวงก่อน (พูดอย่างกับจะไปรำ ฮ่าาา)... ch 5
ถักโซ่ 5 รอบ จากนั้นปิดวง


.
.
.







แถวที่ 1... 3 tr + ch 1
ทำซ้ำไปแปดรอบ แล้วก็ปิดวง (ฉันทำมาร์คไว้ในรูป เพื่อนๆจะได้ดูชัดๆว่ามีแปด) จริงๆจะเลือก double crochet ก็ได้ แต่เกสรดอกมันจะดูเล็กลงไปอีกนิดนึง


.
.
.










แถวที่ 2... 2 tr + ch 2 + 2 tr
ถักตรงแต่ละช่องไฟของแถวแรก (ไหมสีน้ำเงิน) ครบรอบแล้วก็จะออกมาเป็นแปดคู่ดังรูป (และเช่นกันว่า จะเลือกถัก double crochet แทน treple crochet ก็ได้ แต่ขนาดดอกมันก็จะเล็กตามลงมาเช่นกัน)


.
.
.










แถวที่ 3... 6 dc
ถัก double crochet หกครั้งตรงแต่ละช่องไฟของแถวที่สอง ออกมาจะได้ดังรูป ตรงนี้ถ้าเพื่อนๆอยากให้กลีบดอกดูแน่นขึ้นแบบชิ้นที่ฉันทำไปประมูล ก็ถักไปแปดครั้งก็ได้จ้าา


.
.
.








แถวที่ 4 ... sc รอบกลีบไปเรื่อยๆ อันนี้เค้าทำเพื่อเน้นขอบของกลีบดอกให้ดูชัดขึ้นเฉยๆ พอครบรอบก็ได้ดอกเป็นรูปเป็นร่างแล้ว


.
.
.




















แถวที่ 5 ... ตรงนี้เป็นขั้นตอนของการทำให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม ตรงยอดกลีบที่นูนขึ้นจะใช้การถักแบบ sc แต่ถ้าถักไปใกล้ร่องมากขึ้นก็จะใช้ tr แทน วิธีนี้ทำเพื่อให้ขอบเสมอกันให้มากที่สุด (จริงๆสี่เหลี่ยมโย้เย้บ้างก็ไม่เป็นไร เพราะคนสอนถักก็ถักโย้เหมือนกัน อิอิ )
ส่วนการถักเพื่อให้เกิดมุมสี่มุมก็ตามนี้เลย 2 tr + ch 2 + 2 tr
อ่านแล้วอาจจะดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าใครเข้าใจคอนเซ็ปท์ของการถักจริงๆก็จะง่ายมาก ฉันพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด แต่ถ้าใครอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ทิ้งข้อความถามไว้ได้เลยจ้ะ


.
.
.








แถวที่ 6 ... อันนี้เริ่มง่ายแล้ว เพราะแค่ถัก tr ไปเรื่อยๆรอบๆสี่เหลี่ยมแค่นั้นเอง ตรงมุมก็ทำเหมือนเดิมคือ 2 tr + ch 2 + 2 tr เสร็จแล้วก็ได้แกรนนี่สแควร์มาหนึ่งชิ้น เย้ๆๆๆ

จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆเลยว่าจะถักไปต่อไป หรือเอาแต่ละชิ้นมาต่อกันเองทีหลังก็ได้ ฟรีสไตล์เลยจ้าาา ชอบแบบทึบๆก็ต่อแบบทึบๆ ชอบแบบโปร่งๆ ก็ต่อแบบโปร่งๆเลย










Enjoy crocheting!

.
.
.
.


.
.
.









เสร็จแล้ววว แล้วก็มาเรื่องต่อไป ไม่ให้คนอ่านพักเลย...

"ห้องลายจุด..."

เพื่อนๆอาจจะงงๆว่าทำไมบ้านหลังนี้มันมีหลายห้องจริงๆน้อ...

บ้านหลังเล็ก แต่ห้องหับเล็กๆมันเยอะน่ะ ทั้งๆที่จริงๆขนาดของแต่ละห้องก็ไม่ได้ใหญ่มากมาย เยอะแค่จำนวนเฉยๆ ห้องนี้ถ้าจะอธิบายจริงๆมันก็ไม่ได้อยู่ในตัวบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโรงเก็บรถนอกบ้านอีกที เจ้าของเดิมที่เราซื้อบ้านต่อเค้ามีอาชีพเป็นช่างอิเล็คทรอนิคส์ เค้าเลยใช้ห้องนี้เป็นห้องซ่อมทีวี วิทยุ ฯลฯ ฉันยังจำได้เมื่อราวๆสามปีก่อนตอนที่เรามาดูบ้านก่อนจะตัดสินใจซื้อ ห้องนี้มีทีวีเก่าและชิ้นส่วนอะไรไม่รู้เยอะแยะอยู่เต็มเลย และที่ชอบมากๆคือเค้าทำฮีทเตอร์ต่อจากตัวบ้านไว้ให้เรียบร้อย หน้าหนาวไม่ต้องกลัวหนาวเลยถ้าจะใช้ประโยชน์ห้องนี้

และที่ชอบอีกอย่างเกี่ยวกับห้องนี้คือการที่ต้องเปิดประตูเข้าไปในโรงรถก่อนถึงเจอ มันให้อารมณ์เหมือนห้องลับมากๆ (อ้าววว มาบอกในนี้ก็ไม่เป็นห้องลับแระ) เหมาะสำหรับการปลีกวิเวกอย่างยิ่ง อิอิ...









ต่อมาพอซื้อบ้านและย้ายมาอยู่จริงๆ ห้องนี้ก็กลายเป็นห้องเก็บของไป.... -_-'

ตอนแรกแพทริคอยากใช้เป็นห้องทำงานส่วนตัว ใช้วางคอมพิวเตอร์และอะไรไม่รู้จิปาถะตามประสาหนุ่มเนิร์ด แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเพราะไม่มีเวลา+ ขี้เกียจรื้อและปรับปรุงเอง เลยปล่อยให้เป็นห้องเก็บของต่อไปแบบนั้น ตอนนี้แพทริคก็ไปใช้ห้องนอนที่สองของชั้นสองของบ้านเป็นห้องทำงานแทน

จนมาไม่นานมานี้ ตอนที่ Blossom Blue เริ่มมีของจำนวนมากและล้นบ้าน ความคิดที่จะปรับปรุงห้องนี้เลยเกิดขึ้นอีกรอบ คิดไว้ว่าจะเอามาใช้เป็นที่เก็บของขายกับเป็นที่แพคของ คิดเฉยๆก็ไม่ใช่ "อ้อม" สิเนอะ ก็ลงมือจัดการเองเลย...




















พัฒนาการของห้องก็ตามรูปข้างบน อธิบายแบบรวบรัด ดูง่ายๆ แต่จริงๆกินเวลาเยอะพอสมควรกว่าจะทำเสร็จ...

แต่ว่าภูมิใจมากๆเพราะช่างอ้อมลงมือทำเองทั้งหมดเลยน้าาา ตั้งแต่เคลียร์ห้องให้โล่ง จากนั้นก็ทาสี ทาใหม่หมดทั้งผนังและเพดาน จากนั้นก็ปูพื้นลามิเนตเอง พื้นลามิเนตซื้อมาจาก IKEA ซึ่งราคาจะถูกกว่าร้านอื่นอยู่เยอะพอสมควร ทำให้ประหยัดไปได้เยอะเลย (เชียร์ผลิตภัณฑ์จาก IKEA อีกแล้ว จนใครๆอาจจะคิดว่าเป็นพรีเซนต์เตอร์ให้ IKEA ..แต่ป่าวน้าาาา ) ก่อนปูก็ต้องรองด้วยแผ่นฉนวนก่อน เวลาเปิดฮีทเตอร์จะได้เก็บความร้อนไว้ได้ดี

มีคนสงสัยว่าปูพื้นเองยากไหม.... ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วย มันไม่หนักเหรอ... ฉันว่าอะไรก็ตามถ้าไม่เคยทำมาก่อน มันก็ยากหมดล่ะเนอะ แต่พอดีฉันเคยทำมาแล้วบ้างตั้งแต่สมัยอยู่บ้านหลังก่อน เลยชินไปแล้วกับงานแบบนี้ แต่ถ้ามือใหม่คงต้องให้คนช่วย เพราะต้องมีเลื่อยไม้ ต้องตัดๆวัดๆ อาจจะยากตรงขั้นตอนนั้น แต่ทำไปๆมันจะคุ้นเคยไปเอง









แพทริคมาเห็นตอนเสร็จก็เปรยๆอยากได้ห้องคืนซะงั้น แต่สายไปแล้วจ้าาาา


อ้อ...จะเล่าว่าแต่แรกเลยฉันไม่ได้ตั้งใจทำห้องนี้เป็นเป็นลายจุดนะ จริงๆคือเลือกสีผิดน่ะ -_-' ก็สีเขียวๆที่เห็น ทาไปแล้วรู้สึกมันมืดไปหน่อย เพราะปกติห้องนี้ก็มืดทั้งกลางวันกลางคืนอยู่แล้ว หน้าต่างที่เห็นมันเปิดไปห้องเก็บห้องอีกห้อง (เริ่มงงแล้วใช่มั้ย เหอๆๆ) เลยไม่ได้รับแสงอาทิตย์เลย ต้องเปิดไฟเวลาจะเข้าไป พอทาสีเขียวไปอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่ แต่เสียดายตังค์ค่าสีที่จ่ายไปอ่ะ สีมันแพงเน้อออ... จากนั้นก็คิดๆว่าจะทำไงดีน้อ... แล้วจู่ๆก็ลองแต้มจุดขาวดู (ฉันมีสีขาวอยู่เยอะน่ะ เป็นสีที่เหลือจากทาโต๊ะตู้ ฯลฯ แล้วนอกจากนั้นก็มีถุง shopping ลายจุดของ ikea สีคล้ายๆกันด้วยเลยลองดู) แต้มไปเล่นๆ เริ่มมันมือและมันออกมาน่ารักโดยไม่ได้ตั้งใจ เลยแต้มไปจนเต็มผนังเลย












ห้องลายจุดเลยเกิดด้วยความบังเอิญเช่นนี้แล เพราะความงกแท้ๆเลยเนอะ ไม่งั้นก็ไม่ได้ห้องลายจุดน่ารักๆแบบนี้ อิอิ...



...และสุดท้ายพอห้องเกือบเรียบร้อย (เหลือเก็บรายละเอียดตรงพื้น และตกแต่งเพิ่มเติมนิดหน่อย แต่เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยๆทำไป) ก็หยุดขายของหน้าเพจอย่างที่บอกเพื่อนๆไป แต่ไม่เป็นไรห้องนี้เลยกลายมาเป็นห้องทำงานห้องที่สองแทน ที่เข้าไปใช้เวลาอยากปลีกวิเวก อิอิ..

สไตล์ของห้องนี้ตอนแรกอยากให้ออกแนวคอทเทจ แต่ไปๆมาๆก็มั่วอีกตามเคย ออกมาเป็นสไตล์เรียบๆน่ารักๆแทน

คนๆเดียวแต่มีห้องทำงานหลายห้องจริงจริ๊งงงงง...... อยากดูสภาพเจ้าของห้องมั้ยคะ เอารูปขาวดำดีกว่า ไม่งั้นจะเห็นความโทรมชัดเจนเกิน..







ขอบคุณที่มาอ่านจนจบนะคะ

แล้วคุยกันใหม่บล็อกหน้าจ้าาาา






 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2556 0:33:24 น.
Counter : 5240 Pageviews.  

My 'blue' and 'white' curtain....






ก่อนอื่นอยากบอกขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆและคนอ่านที่น่ารักกับข้อความดีๆ การต้อนรับกลับที่อบอุ่น ทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์ ทั้งในบล็อกและในโลกเฟซบุค พูดเหมือนตัวเองจากไปไหนไกลมากๆเลย แต่จริงๆทุกอย่างก็อยู่แค่ระยะคลิกเม้าส์ กับแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ (และหน้าจอมือถือในบางที) แค่นั้นเองเนอะ โลกเปลี่ยนไปแล้ว แม้จะเป็นแค่การเดินทางในความรู้สึก มันก็เหมือนการเดินทางจริงๆ รู้สึกถึงความใกล้-ไกล ไม่ต่างจากการออกเดินทางจริงๆเลยแม้แต่น้อย เหนื่อยจริง เจ็บจริง ทุกข์จริง และสุขจริงด้วยนะ

คิดเหมือนกันมั้ยคะ... :-)

การเป็นคนมีอารมณ์ศิลปินในตัวนี้มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เราจะจมปลักกับความเศร้าหรือความเคว้งคว้างได้ไม่นาน เพราะเรามักจะหาสิ่งทดแทนมาเติมเต็มความรู้สึกกลวงโบ๋นั้นได้เสมอ และอย่างรวดเร็วด้วย จากนั้นชีวิตก็ก้าวเดินต่อไป... และแม้เส้นทางนึงอาจจะไม่เหมาะกับเรา แต่ก็ยังมีถนนสายอื่นอีกเยอะแยะให้ลองเดิน

กิจกรรมในเพจ Blossom Blue ยังดำเนินไปปกติ ยกเว้นแค่ไม่มีการขายของแค่นั้นเอง ซึ่งจะว่าไปมันก็เป็นความสุขของตัวเองอีกรูปแบบนึงที่ได้โพสต์เล่านู่นนี่นั่น คือถึงไม่ได้ขายของ แต่ก็ยังเพลินกับสังคมเล็กๆในเพจ เหมือนเราได้บอกเล่าสิ่งที่มีอยู่ในใจที่เกิด ณ.ช่วงขณะนั้นๆ พร้อมกับรูปภาพ ใครบังเอิญผ่านไปผ่านมาเจอเข้า ถ้าถูกใจก็มาร่วมแจมบทสนทนาด้วย หรือใครจะแค่เข้ามาดูเฉยๆก็ไม่เป็นไร มันไม่ใช่การจับวาง มันไม่ใช่ความตั้งใจ แต่มันเป็นความรู้สึกร่วมที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย คงจะประมาณนั้น มันเป็นบรรยากาศอบอุ่นที่ฉันเองก็อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ฉันว่าตัวเองคงชินกับการสื่อสารกับผู้คนไปแล้ว และยังรักที่จะทำแบบนั้นอยู่ แม้จะไม่ได้ในเชิงการค้าเหมือนเดิมแล้วก็ตาม










ว่าแต่ว่า..วันนี้จะมาเล่า(เขียน)อะไรให้เพื่อนๆอ่าน...
วันนี้มีเรื่อง "ผ้าม่าน" ที่พึ่งเย็บเสร็จใหม่ๆมาเล่าสู่กันฟัง... ^^

ขอเอาเรื่องนี้มาเขียนตัดหน้า how to แกรนนี่สแควร์ไปก่อน เพราะว่ายังถ่ายรูปขั้นตอนถักไม่เสร็จเลย อิอิ เย็บม่านมันเสร็จไวกว่าการถักด้วย ทำแป๊บๆ ไม่กี่ชม.ก็เสร็จ ม่านลายตารางสีน้ำเงินขาวชิ้นนี้ฉันเย็บให้หน้าต่างห้องครัว (ไม่ไปไหนไกลอีกแระ ยังวนเวียนอยู่แถวนี้) เพื่อนๆยังจำม่านสไตล์คาเฟ่ที่ฉันเย็บไปคราวก่อนในบล็อกนี้กันได้ไหม จะว่าเบื่อก็ไม่เชิง แต่ว่าแค่รู้สึกอยากเปลี่ยนเฉยๆ (ก็เบื่อนั่นล่ะ ทำเป็นอ้อมค้อม 555) คือม่านสไตล์นี้คนข้างนอกจะเห็นเข้ามาข้างในบ้านชัดเจน เพราะมันปิดแค่ครึ่งเดียว ตอนนี้อารมณ์มันออกแนวอยากมีความเป็นส่วนตัวบ้าง ความคิดอยากทำผ้าม่านใหม่เลยเกิดขึ้น










การเปลี่ยนม่านถ้ามองในแง่ของจิตวิทยา (เป็นคนที่ชอบวิเคราะห์ตัวเองน่ะ) มันอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงสภาวะจิตใจของตัวเองในตอนนี้ คือที่ผ่านมาฉันอาจจะเป็นคนเปิดเผยมากเกิน หรือให้คนเข้ามาในชีวิตเร็วเกินไปในบางกรณี หรือไว้ใจคนเร็วเกินไป จนมีเหตุการณ์ให้เจ็บปวดใจทีหลัง เปรียบเทียบเหมือนม่านอันเก่า ใครมองเข้ามาก็เห็นทะลุปรุโปร่ง แต่พอผ่านประสบการณ์นั้นมา ความคิดใหม่เลยเกิดขึ้นว่าบางทีฉันควรจะรักษาระดับความเป็นส่วนตัวบ้าง อยากเปิดค่อยเปิด ไม่อยากเปิดก็ปิดไป เหมือนม่านอันใหม่นี่เอง....วิชาการซะ....ฮ่า ฮ่า

กลับมาเรื่องม่านที่เป็นม่านจริงๆ ไม่เกี่ยวกับจิตวิทยาล่ะนะ ม่านแบบนี้เย็บง่ายมากๆ เลยไม่ขอเขียนฮาวทูล่ะ ออกแนวคุยๆไปดีกว่า..
ผ้าลายตารางผืนนี้ฉันซื้อมาจาก IKEA ผ้าหนาดี เหมาะเอาไปทำผ้าคลุมโซฟาด้วย แอบๆคิดอยู่เหมือนกันว่าอาร์มแชร์สีแดงมีแล้ว น่าทำสีน้ำเงินคู่กันด้วยเนอะ ไว้มีเวลาคงได้ทำแน่ๆ และเหตุผลที่เลือกผ้าลายนี้เพราะลายมันจะดูดีทั้งสองด้าน และดูไม่ต่างกันมากระหว่างด้านผิดกับด้านถูก เวลามองจากข้างนอกก็สวย คือมองจากด้านไหนก็สวย ไม่เหมือนผ้าลายอื่นๆที่จะเห็นลายด้านเดียว สวยด้านเดียว อีกด้านขาวโล่ง








โทบี้ก็ชอบผ้าม่านใหม่มากๆคร๊าบบบบ เลยมานั่งชมวิวตรงนี้ทุกวันเลย ^^


ฉันตั้งใจทำให้เป็นม่านผ่ากลางแบบนี้ เพราะเวลาเราเปิดม่านแล้วผูกคนละด้าน (ใช้ภาษาถูกมั้ยน้อ เริ่มงงๆ) มันจะน่ารักมากๆ นอกจากนั้นด้านบนฉันยังทำระบายที่แต่งชายด้วยลูกไม้ถักน่ารักๆ ไม่ได้ถักเองน้าาา อิอิ พอดีฉันไปเจอที่ร้านของเก่าที่เบลเยี่ยมระหว่างทริปไปฝรั่งเศสกับเจ้านายฉันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เห็นมันน่ารักดี และประหยัดเวลา ไม่ต้องถักเอง เห็นตอนแรกก็คิดเลยว่าจะเอามาทำชายผ้าม่าน เหมือนอันนี้ที่เคยถักเองในบล็อกนี้ พอทำแล้วออกมาก็น่ารักเหมือนอย่างที่จินตนาการไว้ตอนแรกเลย ไม่ผิดหวังที่ซื้อมาจริงๆ ^^










พูดถึงทริปฝรั่งเศส อันนี้เป็นอีกเรื่องที่อยากเขียนลงบล็อก อาจจะตั้งชื่อหัวข้อว่า.. 'French brocante trip with my boss' ถือเป็นทริปหญิงๆที่สุดแสนประทับใจ ไม่มีวันลืม... ฉันว่าตัวเองโชคดีที่ได้เจ้านายที่น่ารักอย่างมาริอันเน่อ เธอไม่ได้เป็นแค่นาย แต่ยังเป็นเพื่อนที่จริงใจมากๆๆๆๆๆๆ ช่วงที่ฉันดาวน์ๆเกี่ยวกับปัญหาสารพัดใน Blossom Blue มาริอันเน่อก็ค่อนข้างเป็นห่วง และมาเยี่ยมถึงบ้าน มาช่วยคิด ช่วยแก้ไขว่าฉันจะทำยังไงต่อไปดีกับชีวิตและธุรกิจตัวเอง ดีจังเลยเนอะ ทั้งๆที่ตัวมาริอันเน่อเองก็มีภาระหนักอึ้งไม่ต่างกัน เธอเองก็อยู่ในสถานะที่ไม่ได้ดีกว่าฉันเลย เพราะร้านของแต่งบ้านที่เธอเป็นเจ้าของตอนนี้ (ที่ทำงานของฉันนั่นเอง) ก็อยู่ในภาวะย่ำแย่มากตามกระแสเศรษฐกิจที่ตกต่ำ จริงๆปัญหาของเธอสาหัสกว่าฉันอีก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจมาดูฉัน คนแบบนี้ล่ะที่จะเป็นเพื่อนตาย เพื่อนๆคิดเหมือนกันไหม

คุยเยอะอีกแล้ว แค่เรื่องม่านก็คุยได้เป็นตุเป็นตะเลยนะเนี่ย จริงๆต้องทำที่ผูกม่านสวยๆด้วย แต่เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยทำ และต้องทำให้หน้าต่างอีกบานด้วย แต่ว่ายังมีอารมณ์เสียดายและสงสารม่านคาเฟ่แดง เลยทิ้งไว้ซักพักก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนให้เหมือนกัน ไม่รีบๆ ^__^








ปิดท้ายด้วยรูป cupcakes กับ brownie หน้าตาดี (แต่รสชาติงั้นๆ เหอๆๆ) ที่ทำต้อนรับตอนมาริอันเน่อมาเยี่ยมที่บ้าน

แล้วคุยกันใหม่บล็อกหน้าจ้าาาา






 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2556 6:09:48 น.
Counter : 7367 Pageviews.  

Officially moved...!





Dear my blog reader(s),

I just want to announce that I have officially moved to the new blog.
If you would like to follow my decorating work and other stuff from me, you can go to my new website : www.myblossomblue.com

Thank you and hope to see you there!

Aom 'Cerulean Blue'



...........................................................


สวัสดีค่ะ ยังจำกันได้ไหมเอ่ย ^^

Blossom Blue เป็นชื่อบริษัทที่อ้อมก่อตั้งขึ้น ตอนนี้เลยย้ายไปเขียนบล็อกที่เว็บใหม่ทั้งหมดนะคะ www.myblossomblue.com
จริงๆย้ายไปเขียนที่นู่นพักใหญ่แล้ว แต่พึ่งมีโอกาสมาแจ้งอย่างเป็นทางการ
เพื่อนๆคนไหนที่คิดถึงกัน และยังสนใจงานแต่งบ้านแนวสดใสสไตล์ Cerulean Blue ขอเชิญที่เว็บใหม่เลยนะคะ
ขอบคุณที่ยังแวะเวียนและทิ้งข้อความทักทายเสมอ แล้วเจอกันค่ะ

อ้อม 'Cerulean Blue'

PS. ถึงไม่ได้เขียนที่นี่แล้ว แต่เพื่อนๆยังทิ้งข้อความไว้ได้ตลอดนะคะ :)








 

Create Date : 26 ตุลาคม 2555    
Last Update : 26 ตุลาคม 2555 7:00:37 น.
Counter : 2266 Pageviews.  

1  2  3  

BlogGang Popular Award#14


 
~ Cerulean Blue ~
Location :
ลำปาง Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 118 คน [?]




:: About Me ::


A girl, her life, and the old little Dutch house. Oh, and possibly a few adventures...

Anyway feel free to drop by and say hi :)

:: decorating ::
:: sewing ::
:: crafting ::
:: painting ::
:: traveling ::
:: and Living! ::

"ผจญภัยในอ้อมแลนด์"













:: PREVIOUS POSTS ::


...My simple kitchen pantry storage and the most frequently asked questions about Cerulean Blue...

...The guest bedroom and how to hang wallpaper...ห้องนอนเล็ก และ how to การติดวอลเปเปอร์แบบง่ายๆ...

...Blog is more than you think... ชีวิตและการเขียนบล็อก...

...The Little Groningse Kitchen...

...My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2'...

...My 'blue' and 'white' curtain...

...and I am back again, officially... นกน้อย คืนรัง ^^...

...Window seat project #2... มุมริมหน้าต่างเสร็จแล้ว + งานเล็กๆของช่างไม้มือสมัครเล่น ^_^...

...My kitchen, my pride...

...'Cute curtains' and a quick peek into my sewing room...

...My new sofa slipcover!... โปรเจ็คยักษ์ 'ผ้าคลุมโซฟา' ^^...

...One Year already!... ครบหนึ่งปีพอดี + รวมมิตรรูปบ้าน และเรื่องบ้านๆที่อยากแบ่งปันกัน...

...Shabby shabby...เก่านิดๆ ถลอกหน่อยๆ...

...That nice 'ugly' shelf...

...'The white fireplace' and my old glass cabinet...

...A bit of a change in the living room...

...'Spring Blossom' granny squares...แกรนนี่สแควร์ลายใหม่ ^-^...

...'Cerulean' crochet cushion... และคุยเล็กคุยน้อย...

...Café curtains...

...My 'kitsch' kitchen...และชีวิตช่วงนี้...

...Another armchair slipcover!...ผ้าคลุมเก้าอี้ (อีกแล้ว)...

...Armchair slipcover...โปรเจ็คแรกแห่งปี!...

...Santa Wood(s), Christmas tree and a few tips of choosing colours for your home...

...A Little Update...

...Make it 'COZY'...



:: All About My Home ::


...New Home...
































































...Old Home...




























:: งานเขียนและรูปภาพในบล็อกนี้
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาต ::


New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~ Cerulean Blue ~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.