On the move!...[ย้าย...บ้านจ้าาาา]






"...the new home..."



สวัสดีจ้าาาาทุกๆคน

แว้บเข้ามาส่งข่าวว่าจขบ.จะหายหน้าจากบล็อกไปซักพัก เพราะช่วงนี้ทั้งทำงาน ทั้งต้องจัดการย้ายข้าวย้ายของเข้าไปอยู่บ้านใหม่ (จริงๆก็บ้านเก่าน่ะ ใหม่ของเราแต่เก่าของคนอื่น) หลังย้ายไปอยู่แล้วก็ต้องจัดการทำบ้านไปด้วย อยู่ไปทำไป ต้องทำกันเองทั้งหมดเพราะค่าจ้างแพง ไม่มีตังค์จ้าง เหอๆๆ ถึงเวลาต้องจับแปรงสีและเลื่อยไม้อีกแล้ว ถ้าอะไรเข้าที่เข้าทางคงได้กลับมาเขียนเรื่อง "บ้าน..บ้าน" มาให้อ่านกันอีก

เขียนเรื่องถนัดแบบนี้ แค่คิดก็สนุกแล้วเนอะ









บ้านหลังนี้จะว่าไปก็ถือเป็นบ้านในฝันของเราสองคนเลยล่ะ บ้านของตัวเองหลังแรก...เป็นปลื้มมมมเพราะตามล่าหากันมานานมากๆๆๆ (เรื่องมาก+เลือกมากกันนั่นเอง) ตั้งปีกว่าแน่ะกว่าจะเจอบ้าน"ที่ใช่"หลังนี้ เพราะแบบนี้เราสองคนเลยยอมลงทุนลงแรง ถึงไม่มีงบจ้างช่าง เราก็บ่ยั่นที่จะทำอะไรกันเอง สู้ๆๆๆ....









เอาล่ะต้องขอตัวลา(ชั่วคราว)ก่อน

ขอบคุณทุกๆคนที่ยังนึกถึงและแวะเวียนมาทักทายกันเสมอ และขออภัยที่ช่วงนี้อาจจะตามไปคุยด้วยไม่ทั่วถึง อ้อ...หากใครคิดถึงบ้านหลังเก่าของเรา ก็เข้าไปดูรูปในบล็อกเก่าๆได้ตามสบายเลยจ้าา


ไว้เจอกันใหม่น้าาา







 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 1:54:16 น.
Counter : 1385 Pageviews.  

You are what you wear...








ช่วงนี้คิดว่าจะลดๆเรื่องช้อปลงหน่อยเพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ อีกทั้งที่ผ่านมาช้อปไปค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน
แต่วันก่อนตอนเดิน(เล่น)เข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าก็ไปถูกใจเดรสตัวนึง (รูปอยู่ข้างล่าง) หลังจากลองๆใส่ดูแล้วก็ชอบมากๆ แถมราคาก็ไม่แพงด้วย สุดท้ายเลยตัดสินใจซื้อ

พอกลับมาถึงบ้านก็มาลองใส่ให้แพทริคดู หมุนซ้ายหมุนขวาแล้วพยายาม convince แพทริคสุดฤทธิ์ว่า "มันเหมาะกับฉันมากๆนะเธอ" แพทริคได้ยินก็ตอบ(แกมหยอก)กลับมาว่า "ประโยคนี้คุ้นๆเหมือนเคยได้ยินมาก่อนนะ "


เอิ๊กๆๆๆ...



ถึงฉันออกแนวติสท์ๆวาดรูป หรือทำงาน DIY ต่างๆ
แต่จริงๆขอสารภาพว่าเป็นคนที่ชอบแต่งตัวและให้ความสำคัญกับการแต่งกายค่อนข้างมาก คือพูดง่ายๆว่าเป็นคนรักสวยรักงามนั่นเอง
วันไหนที่ต้องออกไปข้างนอกโดยไม่แต่งหน้า จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปและไม่ค่อยมั่นใจ...จริงๆนะ

และเพราะชอบแต่งตัว ตอนใกล้จะเรียนจบมหาวิทยาลัยก็เคยคิดจะลองไปสอบแอร์โฮสเตสอยู่เหมือนกัน
แบบว่าอยากแต่งตัวสวยๆอยู่ตลอดเวลาน่ะ แต่พอนั่งอ่านคุณสมบัติอะไรหลายๆอย่างก็รู้ตัวว่าขาดเยอะ อย่างเช่นว่ายน้ำไม่เป็น
แถมเป็นคนขี้เมาเครื่องอีกต่างหาก เลยคิดว่าคงทำอาชีพนี้ไม่ได้แน่


ทำไมถึงรักสวยรักงาม?

อืม...ก็ไม่ใช่คนสวยน่ารักมาตั้งแต่เกิดนี่เนอะ เพราะฉะนั้นการแต่งแต้มนิด ดูแลตัวเองหน่อย มันก็ทำให้ดูดีขึ้นมาและช่วยเสริมบุคลิกภาพด้วยใช่ไหม

จะว่าไปแล้วส่วนหนึ่งก็ได้อิทธิพลมาจากแม่ด้วย ถึงแม้แม่ของฉันจะเป็นแค่แม่บ้านธรรมดา
แต่ทุกเช้าภาพที่ชินตาตลอดตั้งแต่จำความได้คือแม่นั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผัดหน้าทาปาก หรือเวลาที่ต้องออกงาน รสนิยมการแต่งตัวของแม่จะดูดีเสมอทั้งในสายตาของเราเองและในสายตาของคนอื่น
หลายคนก็มักจะมาขอคำแนะนำจากแม่เรื่องการแต่งตัวหรือเวลาที่จะเลือกตัดหรือซื้อเสื้อผ้า

...ลูกไม้เลยหล่นไม่ไกลต้น ฉันเลยซึมซับเอาความเป็นแม่ตรงนั้นมาด้วย










คุยกันถึงรูปข้างบนดีกว่า...
จริงๆอายตัวเองนะเนี่ย หน้ากลมๆแบบนี้แต่ก็ยังอยากจะโชว์ แต่ไหนๆคนกันเองก็เห็นโฉมหน้าจขบ.ในบล็อกก่อนหน้านี้แล้วอ่ะเนอะ เห็นกันอีกรอบจะเป็นไรไป ใช่มั้ย อิอิ...

ที่เห็นเหมือนเป็นภาพตัดแปะก็เพราะว่าตอนที่ลองชุดนี้เล่นๆเดินไปเดินมารอบบ้าน มันไม่มีคนถ่ายรูปให้อ่ะ พอลองถ่ายเองแบบตั้งโหมดอัตโนมัติ รูปที่ออกมากลับไม่ได้ดั่งใจ พอจะลองถ่ายหน้ากระจก ที่บ้านก็ไม่มีกระจกแบบเต็มตัวอีก
สุดท้ายเลยคิดว่าถ่ายแบบเป็นส่วนๆหน้ากระจก แล้วเอารูปมาประกอบเข้าด้วยกันทีหลังแบบนี้ดีกว่า ออกมาแล้วก็เท่ห์ดีเหมือนกันเนอะ

เวลาแต่งตัวมีสไตล์ของตัวเองไหม? (ถามเองตอบเองก็ได้ ฮะๆๆๆ )

คิดว่ามีมั้ง ส่วนมากจะเน้นหวานเรียบร้อยและแอบคลาสสิคนิดๆ(อันนี้มั่วเอง) เพราะหลังๆมานี้รู้สึกตัวเองจะหลงใหลการแต่งกายแนววินเทจเป็นพิเศษ เลยเน้นใส่กระโปรงซะส่วนใหญ่ และใส่ถุงน่องหรือไม่ก็ leggings ตลอด ส่วนรองเท้าก็ใช้สลับกันระหว่างบู้ทกับส้นสูงธรรมดา ซึ่งแต่งแบบนี้มาได้สามสี่ปีแล้วล่ะ แต่ก่อนหน้านี้ใส่ยีนส์กับผ้าใบตลอดเลย


รูปในบล็อกคราวก่อน หลายคนคิดว่าฉันออกแนวสาวเซอร์ๆมั่นๆ
แต่ไม่แน่ว่าพอมาอ่านบล็อกนี้แล้วอาจจะเปลี่ยนความคิดกัน เพราะจริงๆออกจะหวานขนาดนี้...อ่ะเนอะ


อ้อ... you are what you wear การแต่งกายบ่งบอกถึงตัวตนของคนๆนั้นจริงไหม ฉันว่าจริง ถึงแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่การแต่งกายสามารถบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับคนๆนั้น อย่างเช่น เขาเป็นรักคนสะอาดไหม? มีระเบียบหรือซกมก? มีรสนิยมยังไง? เป็นคนหัวโบราณหรือสมัยใหม่? เซ็กซี่หรือเรียบร้อย? ชอบของแพงหรือของถูกหรือกลางๆ? ประพฤติตัวถูกกาลเทศะไหม? ฯลฯ

คนบางคนอาจจะให้ความสำคัญกับการแต่งกายแค่เพื่อให้มีอะไรปกปิดร่างกาย ในขณะที่บางคนทุ่มทุนมหาศาลเพียงเพื่อให้ตัวเองดูดี(?) มันไม่ผิดทั้งนั้นแหละที่เราจะเลือกเป็นแบบไหน ขอเพียงแค่รู้จักตัวเอง อยู่ในความพอดี หรือทำแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนเท่านั้น
อ้อ...และอย่าลืม เวลาใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่งตัวสวยๆ อย่าลืมทำใจให้"สวย"ตามด้วย เพราะถ้าใจ"ไม่สวย"อย่างเสื้อผ้า แต่งเริ่ดหรูมายังไงมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี


ปล1. ดูสิ...แม้แต่โทบี้เองก็ยังให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าและการแต่งกายนะเนี่ย ไม่รู้ได้มาจากใคร อิอิ...
ปล2. บล็อกนี้เริ่มมั่ว มีทั้งวาดรูป งานถักโครเชท์ งาน DIY เขียนกลอน ทำสวน แล้วตอนนี้มาเรื่องการแต่งตัวอีก แต่ไม่เป็นไรเนอะ ถือว่าเขียนให้คนกันเองอ่าน จะได้รู้จักกันมากขึ้น หรือได้รู้จักตัวตนด้านอื่นๆของจขบ.ไปด้วย ใช่ไหม...





 

Create Date : 14 มีนาคม 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 2:12:36 น.
Counter : 35 Pageviews.  

"......not as bad as you might think"





...Egmond aan Zee oct 2009...




วันนี้ไปอบรมเป็นครั้งที่สามจากทั้งหมดที่ต้องไปสิบครั้ง
เป็นการอบรมเกี่ยวกับการเตรียมตัวทำงานที่ทางการจัดให้กับคนต่างชาติ
ได้ยินหลายคนบ่นว่าน่าเบื่อ แต่ฉันกลับรู้สึกสนุกแฮะ...
สนุกที่ได้คุย สนุกที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
แถมได้ฝึกภาษาไปด้วย


วันนี้เราคุยกันเรื่องการเขียน CV และการวิเคราะห์บุคลิกภาพและความถนัดของแต่ละคน
Grieteke เทรนเนอร์ของเรา ให้เล่นเกมส์สนุกๆ
โดยที่แต่ละคนจะได้การ์ดบุคลิกภาพคนละห้าใบ
แต่ละใบจะมีคำที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพและนิสัยใจคออยู่
อย่างเช่น ใจกว้าง อดทน เป็นคนริเริ่มสร้างสรรค์ มีน้ำใจ สุภาพ ถ่อมตน ฯลฯ อะไรเทือกนี้
ในห้าใบที่ได้ ถ้าหากว่าใบไหนที่เราคิดว่าไม่ตรงกับที่สิ่งเราเป็น
เราก็สามารถมอบใบนั้นให้กับเพื่อนในห้องที่เราคิดว่าเหมาะสม

พูดเก่ง, โน้มน้าวคนอื่นได้ดี, นักเจรจา, ระมัดระวัง, และแกร่ง นี่คืิอห้าใบที่ฉันได้
ทุกใบค่อนข้างตรงกับที่ฉันเป็น ยกเว้น "แกร่ง"
ฉันไม่เคยมองตัวเองเป็นคนแกร่งเลยซักนิด
เลยหันไปหา Laura สาวสวีดิช ที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล
จากนั้นก็มอบ "แกร่ง" ให้กับเธอ
เพราะอะไรน่ะเหรอ?
เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน และเริ่มคุยทำความรู้จักกัน
ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นคนห้าวๆ ออกแนวร็อคเกอร์สาว
และใช้ชีวิตค่อนข้างโลดโผนพอสมควร
เลยคิดว่าคำว่า "แกร่ง" น่าจะเหมาะกับเธอมากกว่า

ตัวเองให้คนอื่นไปใบเดียว แต่คนอื่นให้ฉันมาสองใบ
คนแรก Annabella สาวโปรตุกีส ให้ "รีแลกซ์" (หรือ "สบายๆ') กับฉัน
พร้อมกับอธิบายเหตุผลไปด้วย
ตอนแรกก็พยายามคุยกันเป็นภาษาดัตช์ดีอยู่หรอก
แต่พอ Grieteke เผลอ
Annabella ก็เปลี่ยนมากระซิบเป็นภาษาอังกฤษแทน
"The way you act is so smooth and so natural."
เธอทำท่าประกอบไปด้วย โดยการตวัดมือสองข้างไปมาอย่างช้าๆเหมือนอาการล่องลอยในอากาศ
"And you look so......"
เธอเงียบไปสองวินาทีก่อนจะพูดต่อ
"so vrouwelijk.... I mean ladylike."
ฉันได้ยินแล้วแทบจะกระอักและขำก๊ากออกมา
"Really? I never knew that." ฉันบอกไป
"Really. That was my first impression of you since we first met."

ฉันพึ่งรู้นะเนี่ยว่าตัวเองมีมาด ladylike (นึกแล้วก็ขำ)
เลดี้แบบ smooth and natural อีกต่างหาก....


แต่ถึงกระนั้นก็อดที่จะขอบใจแอนนาเบลล่าไม่ได้
เพราะถือว่าเป็นมุมมองที่ดีที่คนอื่นมองเห็นเราใช่ไหม


และอีกคน Monika สาวโปลิช มอบคำว่า "mild" ให้
โมนิก้าอธิบายสั้นๆว่าบุคลิกฉันดูซอฟท์ๆ อ่อนหวานๆ
โชคดีที่เรายังไม่รู้จักกันดีพอ
เพราะถ้าหากโมนิก้ามาเห็นตอนฉันโกรธหรือโมโหขึ้นมา
เธอคงไม่มองว่าฉันเป็นคนซอฟท์หรืออ่อนหวานนิ่มนวลอีกต่อไปแน่ๆ อิอิ...

ดีจัง...ทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้
รู้สึกได้อะไรมากกว่าที่คาดไว้แต่แรกเยอะ
ในชีวิตประจำวันเราไม่มานั่งคิดหรือนั่งวิเคราะห์หรอก
ว่าเราเป็นคนแบบไหนหรือแสดงออกมาแบบไหนใช่ไหม
คือมันเป็นไปโดยอัตโนมัติโดยที่เราไม่รู้ตัว
แต่พอมาทำอะไรแบบนี้.... ฉันว่าสนุกดี
เหมือน expedition อย่างหนึ่งถ้ามองในแง่การพยายามค้นหาตัวเอง
บางอย่างเราคิดไม่ถึงว่านั่นคือสิ่งที่เราเป็นหรือแสดงออกมา
แต่พอคนอื่นเห็นและบอกมาเท่านั้นแหละ
ก็รู้สึกเหมือนได้รู้จักตัวตนอีกด้านของตัวเอง


หลังเสร็จอบรม ฉันไปเดินเล่นต่อในเมืองกับแอนนาเบลล่า
ระหว่างนั้นก็คุยกันไป
เธอเล่าเรื่องนู่นนี่เกี่ยวกับชีวิตเธอให้ฟัง
ฉันว่าชีวิตเธอน่าสนใจมากๆ และเธอผ่านอะไรมาเยอะมากๆ
เห็นแบบนั้นแล้วทำให้ย้อนกลับมาดูตัวเอง
ปัญหาอะไรต่างๆที่ฉันเจอมาและคิดว่ามันหนักหนาสาหัส
แต่พอมาเทียบกับชีวิตของแอนนาเบลล่าแล้วมันเทียบกันไม่ติดเลย

คิดแล้วอยากมีการ์ด "แกร่ง" อีกใบ
และใบนี้จะมอบให้ "แอนนาเบลล่า"



อีกหนึ่งการค้นพบวันนี้...

"Life is not as bad as you might think..."



...................................



...คุยท้ายบล็อก...


เขียนเรื่องถักโครเชท์แกรนนี่สแควร์ติดๆกันมาสองสามบล็อกแล้ว
วันนี้เลยขอเปลี่ยนบรรยากาศมาคุยเรื่องอื่นบ้าง
กลัวคนอื่นจะคิดว่ายัยนี่เขียนเป็นแต่เรื่องถักโครเชต์อย่างเดียว

อ้อ...บางทีฉันอาจจะพักงานโครเชท์ไว้ซักระยะ
เพราะใกล้สอบแล้วและมีอบรมอีก ประมาณเดือนหน้าอาจจะต้องไปฝึกงานด้วย
อีกอย่างคิดว่ามีนักเรียนขาประจำสองคนที่กำลังหมกมุ่นและเสพย์ติดการถักแกรนนี่อย่างหนัก
เลยส่งไม้ผลัดให้เธอทั้งสองคนไป (รู้ตัวเองเน้อว่าหมายถึงใคร อิอิ)
เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดถึงเรื่องถักๆ ก็ลองแวะไปที่บล็อกเธอทั้งสองดู
รับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ



ปล. เพลงข้างล่างนี้จขบ.แปะไว้เพราะอยากฟังเอง แบบว่าวงนี้คือวงโปรดน่ะ










 

Create Date : 19 มกราคม 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 2:12:12 น.
Counter : 29 Pageviews.  

Sit back and (try to)enjoy my day...



...Monday afternoon, September 21, 2009...


วันนี้ตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เพื่อรอช่างมาซ่อมหน้าต่างที่ถูกขโมยงัดเสียหายตั้งแต่ปลายปีก่อน (เกือบจะสิบเดือนผ่านไปแล้ว กว่าจะมาซ่อมให้ได้ต้องโทรตามแล้วตามอีกนะเนี่ย) ราวๆสิบโมงกว่าช่างมาถึง เช็คนู่นนี่และทำนู่นนี่แป๊บๆก็กลับ ก่อนกลับช่างบอกด้วยว่าวันจันทร์หน้าช่างสีจะมาทำที่เหลือต่อ...

หลังจากช่างกลับไปแล้วฉันก็ขึ้นมาชั้นบนที่ห้องทำงาน เปิดคอมเพื่อเช็คอีเมล อ่านข่าวสารนู่นนี่เรื่อยเปื่อย และก็โป๊ะเช้ะ! ได้เมลตอบจากบริษัทที่ฉันส่งจม.ไปสมัครงานด้วย... ซึ่งปรากฏว่าไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าประสบการณ์ฉันยังน้อยและไม่ตรงกับความต้องการของเค้า

เฮ้อ... สมัครไปสามที่ ได้คำตอบมาแล้วหนึ่งที่ ก็นั่งลุ้นที่เหลือต่อไป


แม้พึ่งจะเริ่มหางานอย่างจริงจังมาได้ไม่กี่วัน แต่ก็แอบมีความรู้สึกกังวลอยู่นิดๆแฮะ... จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ก้มหน้าก้มตาหางานแบบนี้ก็ราวๆห้าหกปีมาแล้ว แม้จะผ่านมาหลายปี แต่ความรู้สึกก็ไม่ต่างกันเลย (ลุ้น, ตื่นเต้น, กังวล) ลึกๆก็ทำใจไว้แล้วว่าคงจะหางานดีๆได้ยาก แต่ไม่เป็นไร สุดท้ายถ้าไม่ได้อะไรเลยก็คงทำหน้าที่แม่บ้านหัวฟูต่อไป...

ทั้งๆที่ปลอบใจตัวเองแบบนี้ แต่ก็อดที่จะอ่านเมลปฏิเสธฉบับนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่ได้ สุดท้ายรู้สึกดาวน์ๆยังไงชอบกล เลยตัดสินใจละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ซักพัก ลงไปชั้นล่าง หาอะไรทำเพื่อให้ลืม...

.
.
.


ไม่รู้จะทำอะไรดี (จานชามก็ล้างเสร็จไปแล้ว พื้นบ้านก็ดูดฝุ่นไปแล้ว) พอดีเห็นกล่องที่ใช้เก็บตั๋วสะสมแต้มที่ตัดมาจากข้างถุงกาแฟ เลยคว้ามานั่งนับเล่นๆ...







...สะสมมาเป็นปีๆ แต่พอนับแล้วมีแค่สองร้อยกว่าแต้มเอง ฮะๆๆ ไม่พอที่จะไปแลกอะไรได้เล้ยยยยย ยกตัวอย่างอย่างเช่นถ้วยกาแฟถ้วยเดียว ถ้าจะเอาแต้มไปแลกก็ต้องมีอย่างน้อยห้าร้อยขึ้น อะไรทำนองนั้น ส่วนของใหญ่แบบเครื่องทำกาแฟ ถ้าแบบดีๆหน่อยก็ประมาณหมื่นแต้มขึ้นนู่น ง่าาา.... แบบนั้นคงต้องกินกาแฟไปจนเดี้ยงล่ะมั้งถึงจะมีแต้มมากพอจะไปแลกได้

วันก่อนคุยกับกิ๊ก KOok_k กิ๊กบอกว่าไม่รู้มาก่อนว่ามันมีแต้มให้สะสมด้วย เลยเอาถุงทิ้งไปเยอะมากกก อ๊ายยยยยยยย เสียดายชะมัด!!! มีหลายคนทักว่าจะตั้งหน้าตั้งตาสะสมไปทำไม๊ ถ้ามีตังค์ก็ไปซื้อเลยไม่ดีกว่าเหรอ ง่ายดีออก อืม...จริงๆมันก็ใช่ แต่มันง่ายเกินไปและไม่สนุกหรือตื่นเต้นอ่ะดิ (ทำอย่างกับว่าที่ผ่านมาชีวิตยังตื่นเต้นไม่พอ ฮาาา)







นับแต้มกาแฟเสร็จก็คว้าแม็กกาซีนมาอ่านแก้เซ็งต่อ อ่านไปก็ฝันหวานไป คิดอยากทำนู่นทำนี่ขึ้นมาอีกแล้ว ตกลงจะเอายังไงดีเนี่ยกับชีวิต? อ้อ...เมื่อวันก่อนเกิดไอเดียบางอย่างขึ้น(อีกแล้ว) แล้วก็เอาไปปรึกษาแพทริค แพทริคก็เห็นด้วยและสนับสนุนมากๆ แต่มันอาจจะต้องใช้เงิน+เวลานิดหน่อย ไม่เป็นไร ไม่รีบๆ ก็ค่อยๆคิดค่อยๆทำไปดีกว่า


.........................


นั่งอ่านแม็กกาซีนไม่ทันจบเล่มดี ตาก็เหลือบไปเห็นโทบี้เดินป้วนเปี้ยนไปมา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่เช็ดเท้าตรงประตูหลังบ้าน เห็นแล้วอดไม่ได้ เลยคว้ากล้องมาแชะๆซะหน่อย





ฮัลโหลๆๆ หันหน้าหล่อๆมาให้ถ่ายหน่อยจิ๊
(ดูท่านอนเค้าดิ เหมือนจิ้งจกไต่ข้างฝาไม่มีผิด )



ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็น เลยเอาเสื้อผ้าออกจากตู้มาสวมให้โทบี้ และโทบี้ยอมใส่แต่โดยดีด้วย สงสัยคงเพราะหนาว นี่ถ้าเป็นหน้าร้อนคงแทะทึ้งจนเสื้อพังเสียหายไปแล้ว





จ๊ะเอ๋......






เก๊กหล่อ......






ขอนอนก่อนนะ ง่วงงงง Zzzzzzz Zzzz......


.
.
.


...และก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ทำตัวไร้สาระอีกแล้ว...









 

Create Date : 21 กันยายน 2552    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 2:11:26 น.
Counter : 29 Pageviews.  

คุยเรื่อยเปื่อย...อีกแล้ว



เมื่อวันก่อนขณะทำอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้องทำงาน โดยมีโทบี้นอนเล่นเป็นเพื่อนตรงขอบหน้าต่าง (ที่นั่งประจำของโทบี้) อยู่ๆก็ได้ยินเสียง "พรึ่บๆๆ" พอหันไปดู ปรากฏว่าเป็นผีเสื้อที่บินพลัดหลงเข้ามาผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้

เห็นกิริยาท่าทางที่แสดงความฉงนสนเท่ห์ของโทบี้แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ โทบี้นั่งจ้องผีเสื้อตาไม่กระพริบ ขณะที่ผีเสื้อเองก็บินพรึ่บๆไปมาอยู่หลังกระจกพยายามหาทางออก บางครั้งโทบี้ทำท่าจะเข้าไปดมๆดู แต่ก็ชะงัก คงจะกลัวๆมั้งเพราะไม่รู้ว่าตัวอะไร ถ้าโทบี้พูดได้คงพูดว่า "ตัวอะไรอ่ะ หม่ามี้?"

ดูแล้วน่ารักดี ฉันเลยรีบไปคว้ากล้องมาถ่ายรูปเก็บไว้ทันที





จดๆจ้องๆ






ขอดมหน่อยน้าาาา






ชอบรูปนี้จัง ดูไร้เดียงสาดี






มาดูผีเสื้อใกล้ๆกันดีกว่า ปีกผีเสื้อมีร่องรอยฉีกขาดเสียหายด้วย ไม่รู้ไปโดนอะไรมาเนอะ



ซักพักผีเสื้อก็หาทางออกไปได้และบินจากไป ปล่อยให้โทบี้นั่งฉงนสนเท่ห์ มองตามผีเสื้อผ่านกระจกหน้าต่างแบบงุนงง ในใจคงสงสัยว่าที่ไอ้ที่พึ่งเห็นนั่นมันตัวอะไร ฉันพูดบอกโทบี้ว่า "นั่นเค้าเรียกว่าผีเสื้อจ้าาาา...." แต่โทบี้ได้แต่มองหน้าฉัน และกระพริบตาปริบๆ ฉันเลยเข้าไปกอดและหอม คงจะดีไม่น้อยถ้าโทบี้พูดได้เนอะ....


............................


ชีวิตของฉันช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักเท่าไหร่ บางวันก็อ่านหนังสือ บางวันก็แต่งบ้าน บางวันก็ออกไปถอนหญ้า/ทำสวน ค่อนข้างจับฉ่ายพอสมควรเหมือนกันแฮะ และเปลี่ยนไปตามอารมณ์แต่ละวันด้วย สุดท้ายบ้านเลยยังแต่งไม่เสร็จ(ซะที) สวนก็ยังทำค้างๆอยู่ แต่ไม่เป็นไร ชิลๆเนอะ อย่าคิดอะไรมากดีกว่า ฮิๆๆๆ





ตอนนี้ฉันชอบไปซื้อแม็กกาซีนแต่งบ้านมาอ่านจากฝั่งเยอรมัน(จริงๆต้องบอกว่าดูรูปมากกว่า ฮะๆๆๆ) จริงๆที่ฮอลแลนด์ก็มีแนวนี้ให้อ่านเยอะ แต่ว่าส่วนมากแม็กกาซีนที่นี่เค้าห่อพลาสติคไว้ เลยไม่รู้ข้างในถูกใจหรือป่าว ราคาแม็กกาซีนก็ไม่ใช่ถูกๆเนอะ จะตัดสินใจซื้อทีฉันเลยอยากดูข้างในก่อนว่ามันมีเนื้อหาที่ตัวเองชอบไหม



อ้อ...จริงๆตอนนี้กำลัง(พยายาม)จัดการกับห้องทำงานของตัวเองอยู่ คิดจะจัดห้องนี้ให้ออกแนว retro แต่ไม่รู้สุดท้ายจะออกมา retro อย่างที่คิดหรือเปล่า ไว้ดูกันต่อไป พอดีโต๊ะแนวๆนี้ที่หามาได้จากเว็บขายของมือสองพึ่งทาสีใหม่เสร็จไป ฉันเลยจัดการลองเอามาวางในห้องดูว่ามันโอเคมั้ย ตอนวางลองถามแพทริคว่าเป็นยังไง แพทริคบอก "โอเคๆ" ฮะๆๆ งั้นก็โอเคตามนั้น :D

มาดูรูปกันดีกว่า





กำลังหาลายวอลเปเปอร์ที่เข้ากันอยู่ แต่ตอนนี้ยังหาไม่ได้ เลยปล่อยให้ผนังขาวๆแบบนี้ไปก่อน จะว่าไปก็ดูดีไปอีกแบบนะ ผนังขาวๆโล่งๆแบบนี้






มาดูกันใกล้ๆ บางคนอาจจะคิดว่าเอาโต๊ะอะไรมาใช้เนี่ย เชยจัง แต่ของแบบนี้ มันเป็นความชอบส่วนตัวเนอะ อิอิ






ลองเอาเก้าอี้แถวๆนี้มาวางด้วยกันดู จริงๆไม่ได้เข้ากันหรอก แต่อยากลองดูเฉยๆน่ะ :P



ถ้าสังเกตกันดีๆจะเห็นหนังสือแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ อยู่ด้วย คือเอามาเป็นพร๊อบถ่ายรูปเฉยๆน่ะ เห็นว่าช่วงนี้กระแสหนังของเค้ากำลังแรงอยู่ :D

จบการรายงานชีวิตอันเรื่อยๆเปื่อยๆของฉันไว้แค่นี้ดีกว่า ไว้คุยกันใหม่น้าาาา ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะจ้ะ ไว้คราวต่อไป (เมื่อไหร่ไม่รู้)จะมาอัพเรื่องห้องทำงาน retro แบบเวอร์ชั่นเต็มๆอีกที

บ๊าย บาย.......






 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 2:10:36 น.
Counter : 43 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

BlogGang Popular Award#13


 
~ Cerulean Blue ~
Location :
ลำปาง Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 118 คน [?]




:: About Me ::


A girl, her life, and the old little Dutch house. Oh, and possibly a few adventures...

Anyway feel free to drop by and say hi :)

:: decorating ::
:: sewing ::
:: crafting ::
:: painting ::
:: traveling ::
:: and Living! ::

"ผจญภัยในอ้อมแลนด์"













:: PREVIOUS POSTS ::


...My simple kitchen pantry storage and the most frequently asked questions about Cerulean Blue...

...The guest bedroom and how to hang wallpaper...ห้องนอนเล็ก และ how to การติดวอลเปเปอร์แบบง่ายๆ...

...Blog is more than you think... ชีวิตและการเขียนบล็อก...

...The Little Groningse Kitchen...

...My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2'...

...My 'blue' and 'white' curtain...

...and I am back again, officially... นกน้อย คืนรัง ^^...

...Window seat project #2... มุมริมหน้าต่างเสร็จแล้ว + งานเล็กๆของช่างไม้มือสมัครเล่น ^_^...

...My kitchen, my pride...

...'Cute curtains' and a quick peek into my sewing room...

...My new sofa slipcover!... โปรเจ็คยักษ์ 'ผ้าคลุมโซฟา' ^^...

...One Year already!... ครบหนึ่งปีพอดี + รวมมิตรรูปบ้าน และเรื่องบ้านๆที่อยากแบ่งปันกัน...

...Shabby shabby...เก่านิดๆ ถลอกหน่อยๆ...

...That nice 'ugly' shelf...

...'The white fireplace' and my old glass cabinet...

...A bit of a change in the living room...

...'Spring Blossom' granny squares...แกรนนี่สแควร์ลายใหม่ ^-^...

...'Cerulean' crochet cushion... และคุยเล็กคุยน้อย...

...Café curtains...

...My 'kitsch' kitchen...และชีวิตช่วงนี้...

...Another armchair slipcover!...ผ้าคลุมเก้าอี้ (อีกแล้ว)...

...Armchair slipcover...โปรเจ็คแรกแห่งปี!...

...Santa Wood(s), Christmas tree and a few tips of choosing colours for your home...

...A Little Update...

...Make it 'COZY'...



:: All About My Home ::


...New Home...
































































...Old Home...




























:: งานเขียนและรูปภาพในบล็อกนี้
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาต ::


New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~ Cerulean Blue ~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.