So cute!...(ห้องครัว กับ ผู้โชคดี)





Cute and cozy...



มาแล้ววว ฉันโผล่มาแล้ว หายไปเกือบเดือนเลยนะเนี่ยคราวนี้...
โผล่มาวันนี้ก็มีเรื่องแต่งบ้านของตัวเองมาคุย(โม้)เหมือนเดิมอีกแล้ว หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันนะ
(สงสัยเรื่องแต่งบ้านจะเป็นเรื่องคุยหลักๆของบล็อก ~ Cerulean Blue ~ ไปแล้วเนอะ)

บล็อกก่อนพูดถึงการเอาไม้เก่ามาแปะผนังในครัว แต่ตรงส่วนนั้นยังทำไม่เสร็จเลย เพราะกับแพทริคต่างคนต่างยุ่ง แถมเวลาว่างไม่ค่อยจะตรงกันอีก งานแปะไม้บนผนังต้องช่วยกันทั้งสองคน อีกอย่างต้องพึ่งแรงแพทริคให้ช่วยเลื่อยไม้ แต่ไม่เป็นไรเนอะ ถึงว่างไม่ตรงกันฉันก็หามุมอื่นของบ้านทำรอไปพลางๆก่อน และคราวนี้ก็เลือกมุมโล่งๆตรงอีกด้านนึงของห้องครัวที่ก่อนหน้านี้เราใช้แค่เป็นที่วางตู้เย็น มุมนี้ตอนแรกคิดหนักว่าจะทำยังไงกับมันดีเพราะว่าเป็นมุมอับและแสงน้อยกว่าส่วนอื่นของบ้าน อีกทั้งตรงส่วนผนังเจ้าของเดิมเค้าแปะไม้อัดและทาสีส้มๆเหลืองๆทับ ซึ่งจะว่าไปก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราไม่มีงบทำผนังใหม่(อยากได้ผนังฉาบมากกว่า) อีกทั้งไม่มีเวลางัดไม้อัดออกมาด้วย เลยคิด คิด คิด ว่าจะแต่งยังไงให้ออกมาดูดี...

สุดท้ายเลยตัดสินใจว่าทาสีทับไปเลยดีกว่า และใช้ของแต่งบ้านมาช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูดีน่าอยู่เอาทีหลัง ทำไปทำมาก็ออกมาหน้าตาอย่างที่เห็นในรูป...อิอิ

จริงๆยังทำไม่เสร็จหรอก แต่ว่าตื่นเต้นเลยรีบถ่ายรูปมาให้ดูกันเล่นๆก่อน














บล็อกก่อนหน้านี้บอกไว้ว่าจะทำห้องครัวให้ออกมาแนว country kitchen แต่ทำไปทำมาสุดท้ายก็หนีไม่พ้นออกมาเป็นสไตล์น่ารักหวานแหววเหมือนเดิมอยู่ดี สงสัยนี่แหละมั้งสไตล์แต่งบ้านของตัวเอง มันเป็นไปโดยอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัวจริงๆนะเนี่ย

จริงๆหน้าตาของห้องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโชว์รูมของมุมครัวมุมหนึ่งของ Ikea สาขาใกล้บ้าน ซึ่งของจริงน่ารักมากๆ เลยขอยืมไอเดียมาแต่งบ้านของตัวเองซะเลย ผนังของห้องโชว์ต่างๆตาม Ikea จะมีข้อมูลของโค้ดสีและยี่ห้อของสีแปะไว้ให้ลูกค้าที่สนใจอยากได้สีแบบเดียวกันด้วย ฉันเลยจดโค้ดสีมาแล้วไปร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง ไม่ได้ไปซื้อสีเค้าหรอกนะ แต่ไปหยิบแผ่นตัวอย่างสีที่เค้าแจกฟรีน่ะ แล้วก็เอาตัวอย่างนี่แหละมาเทียบสีดูตอนจะผสมสีเอง พอดีมีสีอยู่ที่บ้านแล้วน่ะ ก็ไม่อยากเปลืองตังค์ไปซื้อใหม่อีกเนอะ นี่เป็นวิธีประหยัดวิธีหนึ่งเพราะราคาสีจะว่าไปก็ไม่ใช่ถูกๆนาาา

ผนังสีชมพูอ่อนนี้ฉันผสมเองโดยใช้สีบานเย็นหยดลงบนสีขาว (ใช้สีขาวประมาณครึ่งกระป๋อง และสีบานเย็นประมาณสี่ห้าหยด แบบว่ากะเอาเองน่ัะ) ผสมๆกันจนได้สีเหมือนตัวอย่างเป๊ะเลย










เฟอร์นิเจอร์ที่เอามาใช้แต่งห้องนี้ก็เอามาจากของเดิมที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ตู้สีขาวนี้เคยใช้เก็บแฟ้มเอกสารในห้องทำงานตอนอยู่บ้านหลังเก่า ความยาวพอดีเป๊ะกับผนังด้านนี้เลย ตู้นี้สารพัดประโยชน์จริงๆ แถมจะวางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ ตอนตัดสินใจจะใช้ตู้นี้ก็พยายามคิดอีกว่าจะเปลี่ยนหน้าตามันยังไงไม่ให้มันดูเหมือนตู้เอกสารอย่างที่เคยเป็น แล้วก็มาลงตัวที่เย็บผ้าม่านติดครึ่งนึงดีกว่า อิอิ

ผ้าม่านลายตารางก็เข้ากับบรรยากาศห้องครัวมากๆ (พยายามคันทรี่สุดๆแล้วน้าาาา ฮี่ๆๆ) ที่ตั้งใจเลือกสีแดงเพราะอยากให้เข้ากับผนังสีชมพูอ่อนน่ะ ติดม่านเสร็จก็เอามาใช้เป็นที่เก็บผ้าเช็ดมือและผ้าเช็ดจาน ช่องที่เหลือก็เก็บแม็กกาซีนและของแต่งบ้านจุกจิก ส่วนชั้นไม้นี่หาซื้อตาม Ikea ได้ แต่แบบที่ฉันใช้นี่ฐานกับแผ่นไม้ซื้อแยกกัน แล้วเอามาทาสีขาวเองและประกอบเข้ากันเองทีหลัง ถ้าซื้อชั้นแบบสำเร็จราคาจะแพงกว่านิดนึง

แต่งบ้านนี่จะว่าไปก็ใช้ความคิดเยอะเหมือนกันนะเนี่ย หรือว่าตัวเองเป็นอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ ต้องคอยคิดถึงเรื่องความกลมกลืนกัน คิดเรื่องโทนสี เรื่องแสง ไหนจะเรื่องงบประมาณอีก ยิบย่อยไปหมด แต่สรุปคือแต่งบ้านเป็นอะไรที่สนุกมากๆๆ ฮี่ๆๆๆ













ลืมถ่ายภาพหน้าตาห้องก่อนหน้านี้มาเปรียบเทียบกันเนอะ มาคิดได้ก็ตอนทาสีเสร็จแล้ว สีห้องเดิมก็ประมาณสีประตูที่เห็นนี่แหละคือโทนเหลืองๆส้มๆทึมๆน่าเบื่อๆแบบเดียวกัน อ้อ..ลืมบอกไปว่าประตูบานนี้เปิดไปสู่บันไดขึ้นชั้นบนของบ้าน คนที่ไม่เคยเข้ามาในบ้านหลังนี้มาก่อน จะไม่มีใครเดาถูกเลยว่ามันคือประตูอะไร ตอนฉันกับแพทริคมาดูบ้านกันครั้งแรกก็เดาไม่ถูก เพื่อนที่มาเที่ยวหาก็เดาไม่ถูก ที่แท้มันก็คือบันไดขึ้นไปชั้นบนนี่เอง มาแอบอยู่ในครัวเนอะ แปลกดี ไม่เหมือนใคร อิอิ... บ้านโบราณก็มักจะมีอะไรแปลกๆให้ฉงนสนเท่ห์แบบนี้แหละ ซึ่งเป็นอะไรที่ถูกโฉลกกับเราสองคนมากๆ (เป็นประเภทชอบของแปลก หุๆๆ)

ตอนนี้ตรงมุมนี้ก็เหลือที่ต้องทำให้เสร็จคือทาสีประตูและผนังที่เหลือ อ้อ...สีเพดานด้วย เปลี่ยนผ้าม่านหน้าต่างใหม่ ติดที่คลุมแผงฮีทเตอร์ และติดโคมไฟตรงเพดานใหม่ แต่ขนาดยังไม่เสร็จตอนนี้ก็ออกมาน่ารักน่าอยู่มากๆแล้วเนอะ ว่ามั้ยๆ ฮี่ๆๆๆ (ชื่นชมผลงานตัวเองอย่างไม่ค่อยจะออกนอกหน้าเลยนะเนี่ย)




.
.
.
.










เปลี่ยนมาคุยเรื่องเคาท์เตอร์ทำครัวบ้าง...
(รูปที่เห็นผนังยังเป็นสีส้มอยู่ ถ้าแปะไม้เสร็จและทาสีขาวคงดูดีกว่านี้เยอะ)

ตรงนี้ไอเดียก็บรรเจิดอีกเหมือนกันด้วยการเปลี่ยนหน้าตากระเบื้องสีขาวธรรมดาๆมาเป็นสีสันสดใสอย่างที่เห็น ด้วยวิธีง่ายๆคือแปะสติกเกอร์ที่ซื้อมาจากร้านที่ตัวเองทำงาน ไอเดียนี้เกิดแบบไม่ตั้งใจเพราะตอนแรกตั้งใจจะซื้อสติกเกอร์ที่ว่า่มาติดอย่างอื่น แต่ไปๆมาๆมีเช้าวันนึงขณะล้างจานไปก็มองกระเบื้องสีขาวไปอย่างเบื่อๆ เบื่อในที่นี้คือไม่ชอบสีขาวแบบนี้น่ะ จากนั้นก็คิดถึงสติกเกอร์ที่ซื้อไว้ขึ้นมา

สติกเกอร์ที่ว่าหน้าตาคล้ายๆวอลเปเปอร์ติดผนังทั่วไป แต่ว่าทำมาจากพลาสติคและกาวติดแน่นดีมากๆเพราะเป็นสติกเกอร์อย่างดีนะจะว่าไปแล้ว ถ้าเป็นพลาสติคแบบนี้ก็หมายความว่ากันน้ำได้ นั่นล่ะ...คิดได้แบบนั้นเลยเอามาติดกระเบื้องซะเลย ตอนแรกติดลายสีขาวไปก่อน แต่ติดไปๆรู้สึกว่ามันเชยจัง ผนังอีกด้านเลยเปลี่ยนมาเป็นสีฟ้าแทน ออกมาก็ชอบมากกกกกก กรี๊ดกร๊าดอยู่คนเดียวเพราะว่าสีสันออกมาได้ดั่งใจจริงๆ
ส่วนด้านที่ติดสีขาวไปแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ไปก่อน อาจจะลอกออกทีหลัง หรือยังไงไว้ค่อยตัดสินใจอีกที

อ๊ะ...เกือบลืม เห็นที่จับตู้กันมั้ยยยย เริ่ดซะไม่มี ฮี่ๆๆ
อ้อ...ประตูตู้ครัวตอนแรกว่าจะเปลี่ยนใหม่ แต่ไปๆมาๆลองทาสีขาวทับดูปรากฏว่าออกมาดูดีกว่าที่คิด เลยเปลี่ยนใจเก็บของเดิมไว้ดีกว่า หน้าตาก่อนหน้านี้ของกระเบื้องและตู้ครัวดูได้ในรูปห้องครัวจากบล็อกนี้ เจ้าของเดิมท่าทางจะชอบสีโทนครีมๆส้มๆแบบนี้นะเนี่ย ทั้งบ้านเลยมีแต่สีนี้













.
.
.
.



แล้วก็มาเรื่องสุดท้ายของวันนี้...
ประกาศผลผู้โชคดีกับเกมส์ทายปัญหาในบล็อกก่อนหน้านี้!

ปรากฏว่ามีผู้ตอบถูกเยอะมากกับชื่อเดิมของโทบี้ ซึ่งก็คือมิสเตอร์มากู
เลยต้องจับสลากหาผู้โชคดี(ฉันใช้โปรแกรมสุ่มน่ะ) และผู้โชคดีที่ได้ที่จับตู้ไปก็คือ แอ่น แอ่น แอ๊นนนนน...คุณ Bigcrab จ้าาาาาาา ยังไงหลังไมค์มาเลือกของรางวัล (ที่จับตู้สองอัน) พร้อมทั้งที่อยู่อีกทีนะคะ ส่วนที่จับตู้อีกอันที่เหลือที่ไม่ได้ถูกเลือก ใครสนใจหาของมาแลกก็แจ้งมาอีกทีนะคะ

สนุกดีเนอะเล่นอะไรแบบนี้ ตื่นเต้นๆ ตอนสุ่มหาผู้โชคดีก็ให้แพทริคเป็นคนคลิก แพทริคเองก็ตื่นเต้น ลุ้นไปกับพวกเราด้วย เป็นเอามาก ฮะๆๆๆ คราวหน้าเอาอีก อิอิ


โม้มาเยอะแล้ว ไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า ไว้โอกาสหน้าค่อยมาคุยเรื่องบ้านๆกันอีก บายๆจ้าาาา







 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 1:28:31 น.
Counter : 4053 Pageviews.  

A Little Update...





หลังๆมานี้ความถี่ในการอัพบล็อกเริ่มน้อยลง นานๆโผล่มาที อัพบล็อกเสร็จก็จะหายไปอีกเป็นเดือน ช่วงไหนที่หายไปนานจะด้วยเหตุผลเพราะว่าขี้เกียจ ยุ่ง หรืออะไรก็ตาม บางทีก็แอบคิดอย่างเข้าข้างตัวเองพร้อมกับกระตุ้นต่อมขยันให้ทำงานว่า "ควรจะเข้ามาเขียนอะไรได้แล้ว เผื่อไม่แน่ว่าอาจจะมีใครสักคน(หรือหลายคน)ในโลกไซเบอร์กว้างๆใบนี้กำลังรออ่านบล็อกของเราอยู่..." จะว่าไปคิดแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอกเนอะเพราะขนาดตัวเองยังเป็นแฟนประจำของบล็อกบางบล็อกเลย(ทั้งแบบเปิดเผยตัวและไม่เปิดเผยตัว) ช่วงไหนที่เจ้าของบล็อกเงียบไป มันก็อดคิดไม่ได้ "เค้าหายไปไหนน้อ...? เมื่อไหร่เค้าจะมาเขียนอะไรให้เราอ่านอีกน้า...?"

เป็นเหมือนกันใช่ไหม?



ส่วนมากทำอะไรเวลาที่ไม่เขียนบล็อก?
สมมติถูกถามแบบนี้ คำตอบก็คงมีร้อยแปดถ้านับรวมกิจกรรมไร้สาระต่างๆเข้าไปด้วย อิอิ... แต่ถ้าจะเอาคำตอบที่มีสาระและพอพูดถึงได้หน่อยก็คงบอกว่าที่หายไปส่วนมากเพราะไปทำงาน เวลาว่างจากงานก็อยู่บ้าน ทำหน้าที่แม่บ้าน เล่นกับหมา คุยโทรศัพท์กับเพื่อน ถ้ามีอารมณ์ทำบ้าน-แต่งบ้านก็ทำบ้านแต่งบ้านไป ซึ่งกิจกรรมนี้หลังๆมาชักจะเริ่มไม่อยากทำคนเดียวแล้วล่ะเพราะมันเหนื่อย แต่จะรอแพทริคให้มาช่วยกันช่วงเสาร์อาทิตย์มากกว่า

พูดถึงเรื่องความคืบหน้ากับบ้าน... หลายๆอาทิตย์มานี้เราสองคนยังยุ่งๆอยู่กับห้องครัว อย่างที่เห็นในรูปข้างบนซึ่งเสร็จแบบครึ่งๆกลางๆ ตอนนี้กำลังพยายามทำห้องครัวให้ออกมาสไตล์ country kitchen ด้วยการนำแผ่นไม้เก่า(ที่เคยเป็นรั้วจากบ้านหลังเก่า)มาทำเป็นผนัง ถ้าติดแผ่นไม้เสร็จทั้งห้องแล้วขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการทาสีขาวทับแบบบางๆให้ออกมาดูธรรมชาติๆ แฝง authentic หน่อยๆ เหมือนเราอยู่บ้านฟาร์มเก่าๆ จากนั้นก็ติดผ้าม่านสไตล์คอทเทจเก๋ๆ อาจจะเป็นลายสก็อตสีแดง หรือลายดอกเล็กๆก็ยังไม่แน่ใจ อ้อ...ต้องทำประตูตู้ครัีวใหม่และที่คลุมแผงฮีทเตอร์ด้วย ฮึมมม...สิ่งที่ต้องทำมีเยอะแยะไปหมดแฮะ

ว่าแต่...นึกภาพตามกันออกไหม? อิอิ...

การจะทำงานแบบนี้ให้ออกมาดูดีได้ต้องเป็นคนที่มีจินตนาการสูงส่งพอสมควร จริงๆนะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสุดท้ายจะออกมา country kitchen สมใจมั้ย อาจจะออกมาเละตุ้มเป๊ะ ไม่เข้าท่าก็เป็นได้ ก็คอยดูกันต่อไปเนอะ


จำไม่ได้ว่าฉันเคยเล่าหรือเปล่าว่าสภาพภายในบ้านหลังนี้จะว่าไปก็ห่างไกลกับคำว่าเรียบร้อยอยู่มาก โดยเฉพาะผนังและเพดานที่เจ้าของเดิมทำไว้แบบลวกๆโดยใช้แผ่นพลาสติคหรือไม้อัดซะส่วนใหญ่ ซึ่งโดยส่วนตัวเราสองคนจะชอบผนังแบบฉาบมากกว่า ถ้าต้องแก้ไขจริงๆคงต้องทำบ้านทั้งหลังเลย รวมไปถึงหลังคาและบานหน้าต่างใหม่ที่ต้องเปลี่ยนด้วยในอนาคตอันใกล้ ต้องใช้ทั้งแรงงานและแรงเงิน แต่ตอนนี้เราสองคนยังไม่พร้อมกับการเิริ่มโปรเจ็คใหญ่ๆแบบนั้น ดังนั้นเลยเลือกแก้ไขในจุดที่ทำได้ด้วยตัวเองไปก่อน ซึ่งจะว่าไปทำแบบนี้ก็ท้าทายความสามารถของตัวเองพอสมควร ต้องคอยลองผิดลองถูกเพื่อแก้ไขความไม่เพอร์เฟ็คในจุดต่างๆของบ้าน ไอเดียอะไรที่เก็บสะสมไว้ก็ได้งัดเอามาใช้ตอนนี้แหละ

ความไม่พร้อมสอนให้เราเป็นคนคิดเป็น...และในหลายๆครั้งก็ออกนอกกรอบจากสิ่งที่ควรจะเป็นจริงๆนะ พูดง่ายๆคือสอนให้เราขยายขอบเขตของการคิดนั่นเอง


.
.
.







ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาว นอกจากทำงานนอกบ้านและงานในบ้านแล้ว มือขยันถักก็กลับมาทำงานอีกครั้งด้วย และครั้งนี้ไม่ใช่แค่ถักโครเชต์เหมือนทุกที แต่มาจับไม้นิตแทน จริงๆเริ่มหัดถักนิตติ้งช่วงเดียวกับหัดโครเชต์(ตอนเด็กๆเห็นผู้ใหญ่เค้าทำอะไรตัวเองก็อยากรู้ อยากเรียน อยากลองทำด้วยหมด สงสัยเป็นคนไฮเปอร์มาตั้งแต่เด็กนะเนี่ย) ไม่ได้จับงานนิตติ้งมาเป็นสิบๆปี แต่ก็ยังไม่ลืมแฮะ ที่เห็นในรูปตั้งใจจะถักผ้าพันคอใช้เอง แต่ดันถักแน่นและหนาเกินไป สงสัยสุดท้ายจะกลายเป็นปลอกหมอนแทนแน่ๆ

อ้อ...ลายนี้คิดขึ้นมาเองด้วยล่ะ ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ชั้นม.ต้นและทางโรงเรียนมีนโยบายให้พวกยุวกาชาดถักผ้าพันคอหรือหมวกให้คนยากไร้ ตอนนั้นเริ่มเข้าวัยรุ่นตอนต้นแล้วล่ะ เลยนึกฮึกเหิมคิดลายถักขึ้นมาเอง ลองถักพันมั่วไปมั่วมา ลายนี้ก็เลยเกิดขึ้น จริงๆไม่แน่ว่าอาจจะไปซ้ำกับลายที่คนอื่นเค้าคิดค้นไว้อยู่แล้วก็ได้ใครจะรู้เนอะ


.
.
.







เห็นรูปข้างบนนี่ไหม...? It's my very first GIVEAWAY!

จริงๆอีกเหตุผลนึงที่ตั้งใจมาเขียนบล็อกวันนี้ก็นี่แหละ... ฉันมีของขวัญเล็กๆน้อยๆมาแจกคุณผู้อ่านที่น่ารัก อิอิ...
พอดีฉันซื้อ porcelain door knob หรือลูกบิดสำหรับตู้หรือลิ้นชักที่ทำจากพอซเลน(ในภาษาไทยเค้าเรียกลูกบิดใช่มั้ย? ไม่แน่ใจ)ลายจุดน่ารักๆจากร้านที่ตัวเองทำงานเก็บไว้หลายอัน เลยอยากเอามาแบ่งให้เพื่อนบล็อกวันนี้ แต่ขออนุญาตมีกติกาเล็กๆน้อยๆหน่อยดังนี้...
๑. ต้องตอบคำถามเล็กๆน้อยๆกันก่อน ตอบในกล่องคอมเม้นท์หน้าบล็อกนี่แหละง่ายดีเนอะ คนที่ตอบถูกก็จะได้ลูกบิดนี้ไป (ถ้ามีมากกว่าหนึ่งคนก็ใช้วิธีจับฉลาก)
๒. ผู้ชนะที่ตอบคำถามได้สามารถเลือกลูกบิดที่เห็นได้สองชิ้น
๓. ส่วนลูกบิดอีกชิ้นที่เหลือ ถ้าหากว่ามีคนอยากได้ฉันก็จะยกให้เหมือนกัน แต่คราวนี้ไม่ได้ให้ฟรี เอาเป็นว่าถ้ามีของเล็กๆน้อยๆมาแลกกัน เราก็มาแลกกันดีกว่าเนอะ
๔. วันหมดเขตร่วมสนุก... อืมม เอาเป็นว่าไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ฉันจะอัพบล็อกใหม่ครั้งหน้าก็แล้วกัน ซึ่งคงเหมือนๆทุกที ราวๆซักสามอาทิตย์หรือไม่ก็เดือนนึง (จขบ.เริ่มมั่ว เหอๆๆ)

กติกาชัดเจนไม่งงใช่ไหม มาเริ่มเลยดีกว่่า...











คำถามไม่ยากเลย เกี่ยวกับพ่อหนุ่มหนวดเครารุงรัง(แต่น่าร๊ากกกก)ของเราตัวนี้ คนที่อ่านบล็อกนี้มาบ้างก็น่าจะหาคำตอบได้ไม่ยาก คำถามถามว่า "ชื่อแรกของโทบี้ก่อนที่จะมาเป็นโทบี้คืออะไรคร้าบบบบบบบบ?"

ตอบถูกมีสิทธิ์ได้รางวัล!







 

Create Date : 27 ตุลาคม 2553    
Last Update : 27 ตุลาคม 2553 6:56:01 น.
Counter : 1369 Pageviews.  

My fireplace...ริมเตาผิง...



วันนี้ฝนตกหนักทั้งวันเลยแฮะ...
โชคดีจังที่ได้อยู่บ้านและไม่ต้องไปทำงาน



แต่อากาศครึ้มๆชื้นๆแฉะำๆแถมหนาวเย็นแบบนี้ ถ้าได้เตาผิงอุ่นๆมาคลายหนาวก็ดีสิเนอะ
แอบนึกถึงบรรยากาศแบบนอนซุกตัวในผ้าห่มดูทีวีบนโซฟานุ่มๆ จิบชาร้อนๆ ข้างเตาผิงอุ่นๆ...

อืม...บรรยากาศสุดแสนจะคลา่สสิค

.
.
.









บ้านที่เราอยู่มีเตาผิงที่ตอนแรกเราเข้าใจว่าเป็นเตาผิงจริงๆ ตอนมาดูบ้านหลังนี้กันครั้งแรกก่อนจะตัดสินใจซื้อเมื่อช่วงหน้าหนาวตอนต้นปี ตอนนั้นจำไม่ได้แฮะว่าได้ถามเค้าหรือเปล่าว่าเตาผิงนี้ใช้งานได้จริงๆมั้ย สงสัยเพราะมัวแต่รู้สึกตื่นเต้นกับบ้าน เลยลืมถามรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆไปหมด

หลังจากนั้นพอตัดสินใจซื้อและย้ายเข้ามาอยู่จริงๆ ก็ได้มีโอกาสสำรวจดูดีๆ ปรากฏว่าเป็นเตาปลอมแถมไม่มีปล่องไฟอีก ถ้าอยากมีเตาผิงที่ใช้งานได้จริงๆก็ต้องจ้างบริษัทเตาผิงมาจัดการทำใหม่หมด ซึ่งก็แน่นอนว่าตอนนี้คงต้องรอไปก่อนเพราะงบเราไม่มี แต่ไม่เป็นไร เราอยู่กันได้แบบ"อุ่นๆ"กับเตาผิงปลอมๆของเราไปพลางๆก่อนก็ได้ ไม่มีปัญหา




คุยเพิ่มเติม: อิฐตรงเหนือเตาผิงกับกรอบไม้รอบๆเตาจริงๆฉันอยากจะทาสีทับให้เข้ากับส่วนอื่นของห้อง แต่แพทริคขอไว้ บอกว่าเขาชอบแบบไม่ทาสีแบบนี้มากกว่า เพราะมันดู authentic มากกว่า ฉันพยายามอธิบายไปว่ามันออกจะดูเชยไปหน่อยนะโดยเฉพาะสีไม้ทึมๆแบบนี้ อีกอย่างไม้แบบนี้มันล้าสมัยไปแล้วน่ะ มันไม่ใช่ไม้ชนิดที่เราไม่ต้องทาสีก็ดูสวยหรือทันสมัยได้น่ะ แพทริคก็บอกอีกว่าฉันอยากทำอะไรในบ้านก็ได้ เขาไม่ว่าทั้งนั้น แต่ขอแค่เตาผิงนี้เท่านั้นแหละ งั้นโอเคก็ได้จ้าาา ฮะๆๆๆ

ฉันได้คุยกับแม่บ้านหลายคนที่สนใจการแต่งบ้านแนวๆนี้เหมือนกัน (หรือสนใจเรื่องการหาเฟอร์นิเจอร์มือสองเอามาใช้แต่งบ้านอย่างที่ฉันทำด้วย) หลายคนเลยทีเดียวที่บอกว่าอยากทำบ้างแต่ส่วนมากคุณพ่อบ้านมักจะไม่เห็นด้วย สุดท้ายเลยไม่ได้ทำอะไร... ถ้าถามฉันว่าแล้วแพทริคล่ะ เคยว่าเคยทักหรือบ่นอะไรบ้างมั้ยกับการที่ฉันแต่งบ้านแบบนี้ คำตอบคือแทบจะไม่เคยว่าอะไรเลย (ยกเว้นเรื่องเตาผิงนี่แหละที่ขอไว้ ฮะๆๆ) แถมตัวแพทริคเองยังบอกอีกด้วยว่าชอบสไตล์ที่ฉันแต่งแบบนี้ล่ะ อิอิ เลยโชคดีไป ไม่ต้องมานั่งเถียงกันเรื่องหยุมหยิมแบบนี้ อีกอย่างแพทริคบอกด้วยว่าของแบบนี้มันเป็นเรื่องของแม่บ้าน ส่วนเขาเป็นพ่อบ้านก็ไม่อยากเข้ามายุ่งมาก เลยยกหน้าที่ทุกอย่างในบ้านให้กับฉันไปโดยปริยาย และเชื่อใจ+เชื่อมั่นว่าฉันต้องทำออกมาได้ดีแน่นอน









ริมเตาผิงอีกด้าน...

มุมนี้ตอนแรกคิดว่าจะทำชั้นหนังสือบิลลี่ให้สูงขึ้นตามความสูงของเพดาน แต่คิดไปคิดมาคิดว่ามันจะยิ่งทำให้ชั้นดูสูงชะลูดแปลกๆ เลยเปลี่ยนใจ รอให้มีหนังสือเยอะกว่านี้ มีจำนวนบิลลี่เยอะกว่านี้ แล้วค่อยไปเพิ่มความสูงตอนนั้นจะออกมาดูดีกว่า ส่วนผนังปล่อยโล่งไว้แบบนี้ก่อนเพราะยังหารูปติดผนังที่ถูกใจไม่ได้น่ะ

(ดูรูปมุมนี้หน้าตาก่อนหน้านี้ได้ที่นี่จ้าาา)


.
.
.


ช่วงนี้ยังยุ่งๆอยู่กับบ้าน หลายห้องยังไม่เสร็จ หรือเสร็จแบบค้างๆคาๆ งานเดินไปอย่างช้าๆเพราะเวลาได้หยุดทีก็พากันหลั่นล้าทำตัวไร้สาระ ลืมตัวไปบ้างว่าเรายังต้องทำบ้านกันให้เสร็จก่อนนะ แต่ไม่เป็นไร ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเนอะ







วันก่อนไปบิดชั้นหนังสือเก่าหน้าตาขี้เหร่(แต่ฉันชอบอ่ะ)อันนี้จากเว็บขายของมือสองมาอีกแล้ว ราคาถูกมากอย่างกับได้เปล่ายังไงยังงั้นเลย ได้มาแล้วกะว่าจะเอามาทาสีใหม่และจะเอามาแขวนบนผนังในห้องครัว ทำเป็นชั้นวางถ้วยจาน มีภาพจินตนาการตอนงานเสร็จอยู่ในหัวเรียบร้อยเสร็จสรรพด้วย คิดว่าคงออกมาดูดีแน่ๆ อิอิ...







ห้องนี้เป็นห้องซักรีด + ห้องนอนของโทบี้ ติดวอลเปเปอร์ค้างไว้หลายอาทิตย์แล้วยังไม่เสร็จเลย หลายวันก่อนตอนเพื่อนมาเที่ยวหาที่บ้าน เพื่อนแซวว่าห้องหมาเริ่ดกว่าห้องคนอีกแน่ะ ฮะๆๆๆ...


.
.
.


วันนี้มาแบบสั้นๆเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน เลยต้องขอตัวไปนอนก่อน หลับฝันดีแล้วคุยกันใหม่จ้าาา







 

Create Date : 15 กันยายน 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 1:23:54 น.
Counter : 3172 Pageviews.  

Make it 'COZY'...






ดองบล็อกได้ที่ และหายหน้าไปหลายวันเลยคิดว่าเข้ามาเขียนอัพเดตอะไรนิดหน่อยดีกว่า วันนี้มีงาน DIY ง่ายๆสำหรับการแต่งบ้าน ใช้เวลาทำแป๊บๆแต่ให้ผลออกมาน่าพอใจมากๆ

เรื่องของเรื่องเริ่มต้นที่ว่าเพดานห้องนั่งเล่นของบ้านที่เราพึ่งย้ายเข้ามาอยู่นั้นสูงสามเมตร ซึ่งจะว่าไปก็สูงมากสำหรับบ้านทั่วไปในประเทศนี้ และพอเพดานบ้านสูง หน้าต่างก็เลยสูงไปด้วย แสงเลยส่องเข้ามาได้เต็มที่ทำให้ห้องดูสว่างไสว ถ้ามองในแง่ดีมันก็ดีอยู่เพราะห้องดูโล่งปลอดโปร่งดี แต่ปัญหาคือจะจัดบ้านอย่างไรไม่ให้มันดูโล่งโจ้งเกินไป และจะจัดวางข้าวของและเฟอร์นิเจอร์อย่างไรให้ดูสมดุลกับเพดาน(รวมไปถึงหน้าต่าง)ที่สูงแบบนี้



จริงๆฉันเองก็ลองผิดลองถูกอยู่หลายอย่างเหมือนกัน หลายวัีนมานี่ก็วุ่นกับการย้ายข้าวย้ายของ ย้ายโต๊ะตู้ไปมาตามมุมต่างๆของห้อง เวิร์คบ้างไม่เวิร์คบ้าง สุดท้ายก็มาลงตัวที่การเพิ่มขนาดความสูงของเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น (อย่างชั้นหนังสือบิลลี่ เป็นต้น) แล้วก็การใช้วิธีติดกรอบรูปเล็กๆแต่หลายชิ้นรวมๆกันบนผนังส่วนที่ว่างๆ ซึ่งพอลองแล้วก็ได้ผลที่น่าพอใจ จัดไปก็เพลินไป ความคิดก็ต่อยอดไปเรื่อยๆ จากการใช้กรอบรูปธรรมดาๆมาเป็นการหาำไอเดียใหม่ๆฉีกแนวไปจากกรอบรูปเดิมๆ

และนั่นก็คือที่มาของเรื่องที่จะเอามาคุยในบล็อกวันนี้... (เท้าความซะยาวเลย..อิอิ)
"ตัวอักษรไม้ประดับข้างฝาน่ารักๆ"

ไอเดียนี้เกิดขึ้นระหว่างทางที่นั่งรถเมล์ไปทำงาน นั่งรถเมล์ไปก็คิดหาไอเดียแต่งบ้านไป วัสดุที่เอามาทำก็หาซื้อจากร้านที่ตัวเองทำงาน จะว่าไปทำงานในร้านแบบนี้ก็ดีไปอย่าง เพราะเห็นอะไรใหม่ๆในร้านก็เอามาเป็นไอเดียได้ตลอด หรือไม่ของอะไรมาใหม่ ถ้าตัวเองเห็นปุ๊บแล้วถูกใจก็ซื้อตัดหน้าลูกค้าทันที ฮะๆๆ ตกลงตอนนี้เป็นทั้งคนขายและคนซื้อในเวลาเดียวกัน






อุปกรณ์ก็มีเฟรมผ้าใบ สี และตัวอักษรไม้ขนาด 12 ซม.ที่ซื้อมาจากที่ทำงาน (ราคาตัวอักษรละ 2.50 ยูโร) ที่เลือกคำว่า cozy เพราะคิดว่าคำนี้สะท้อนถึงสไตล์การแต่งบ้านของตัวเองได้ชัดเจนที่สุด

อืม...ว่าแล้วก็ขอคุย(โม้)เพิ่มเติมอีกหน่อย...

ตั้งแต่เริ่มหันมาสนใจแต่งบ้านอย่างจริงๆจังๆ ซึ่งนับดูก็ราวๆห้าปีตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ฮอลแลนด์ สิ่งหนึ่งที่ตัวเองยึดเป็นหลักอยู่เสมอเวลาลงมือแต่งบ้านคือการจัดอย่างไรก็ได้ให้บ้านดูน่าอยู่ (หรือ cozy นั่นเอง) โดยผสมผสานหลายๆสไตล์ให้กลมกลืนเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือใหม่ และเน้นการสร้างบรรยากาศในบ้านให้ดูสดชื่นอยู่เสมอด้วยการเน้นโทนสีสดใส









และเช่นกันสำหรับงานเล็กๆชิ้นนี้ก็ไม่พ้นสีสดใสเหมือนเดิม สีที่เลือกคือฟ้าโอปอล และชมพูเข้ม ชนิดสีที่ใช้เป็นสีอะคลีลิค เพราะทาง่าย แห้งไว และกลิ่นไม่ฉุน







งานนี้ทาสีสองรอบ อ้อ..ลืมบอกไป ก่อนทาสีก็ขัดไม้ให้เรียบก่อนด้วยกระดาษทราย







หลังจากสีแห้งดีแล้วก็ใช้กระดาษทรายขัดเบาๆให้ดูเหมือนรอยถลอกตรงริมๆซะหน่อย สร้างเอฟเฟคของ old look เพื่อไม่ให้งานออกมาดูตั้งใจเกินไปหรือแข็งกระด้างเกินไป







เสร็จแล้วก็จัดการทากาวสำหรับงานไม้ หรือซูเปอร์กลูธรรมดาก็ได้ และนำไปแปะบนเฟรมผ้าใบ แค่นี้ก็เป็นอันว่าเสร็จ เอาไปแขวนแต่งผนังได้เลย







หมายเหตุ: เคล็ดลับเพื่อให้งานออกมาดูดีคือการพยายามเลือกสีตัวอักษรให้เข้ากับโทนสีของห้องและของตกแต่งภายในห้อง




กับห้องนั่งเล่น+รับแขกนี้จริงๆเรายังไม่ได้ทำอะไรกับมันมาก แค่ทาสีผนังใหม่และเปลี่ยนผ้าม่านแค่นั้นเอง จริงๆอยากปูพื้นไม้ใหม่ด้วย แต่เพราะยังตกลงใจไม่ได้ว่าจะเอาพื้นแบบไหนดี เลยว่าทำในส่วนที่คิดว่าชัวร์ก่อนดีกว่าอย่างเรื่องทาสี ที่เหลือเราก็ใช้วิธีอยู่ไปให้อะไรๆมันซึมซับไป แล้วเดี๋ยวไอเดียใหม่ๆมันก็จะค่อยๆมาเอง แบบนี้ฉันคิดว่าดีกว่ารีบเร่งทำรีบเร่งตัดสินใจไปก่อนแล้วมาเปลี่ยนใจทีหลังเนอะ








หน้าตาห้องก่อนหน้านี้







หน้าตาห้องปัจจุบัน ดูสดชื่น สดใส และน่าอยู่กว่าเยอะเลยเนอะ







วิวจากหน้าต่างบานหนึ่ง (ห้องนี้มีหน้าต่างสูงๆสามบาน) โคมไฟนี้ซื้อมาจากร้านที่ตัวเองทำงานอีกเช่นกัน ส่วนผ้าม่านลูกไม้สำเร็จนี้ซื้อมาจากร้าน IKEA แพ็คนึงมีสองชิ้น ราคาแค่ 9.99 ยูโรเองถ้าจำไม่ผิด แต่งบ้านให้ดูดีได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองอะไรมากมายเลยเนอะ







ลากันด้วยรูปโทบี้รูปนี้ ดูท่านั่งขี่โซฟาดูวิวถนนเค้าดิ ตลกอ่ะ เห็นแล้วเลยรีบคว้ากล้องมาถ่าย ถนนหน้าบ้านเราเป็นเลนส์จักรยาน โทบี้เลยชอบมานั่งดูคนปั่นจักรยานผ่านไปมาแบบนี้แหละ อิอิ รูปนี้ถ่ายตอนยังเอาทีวีมาวางไว้ผนังด้านนี้อยู่เลย ภายในหนึ่งอาทิตย์เฟอร์นิเจอร์เปลี่ยนที่สลับไปสลับมาประมาณสิบรอบได้



ตอนนี้บ้านลงตัวแค่มุมนี้ มุมอื่นยังจัดแบบงงๆสับสนๆอยู่
เอาไว้คราวหน้าค่อยมาอัพเดตกันใหม่เนอะ

สุขสันต์วันหยุดสุดสัปดาห์จ้าาาาา








 

Create Date : 05 กันยายน 2553    
Last Update : 7 กันยายน 2553 4:21:13 น.
Counter : 3813 Pageviews.  

Life after moving: A 'messy' start... ย้าย...ยุ่ง



"สภาพห้องทำงานตอนนี้ ตอนแรกแค่จะทาสีผนังเฉยๆ แต่แพทริคบ้าพลัง รื้อๆแซะๆผนัีงเก่าออกหมด สุดท้ายเลยเหลือห้องเปลือยๆโล้นๆเละๆแบบนี้ แต่ดูไปดูมาโล้นๆแบบนี้ก็แอบเก๋เหมือนกันนะเนี่ย"




ข้อดีของการย้ายบ้านคือการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ณ.ที่ใหม่ กับผู้คนใหม่ๆ รวมไปถึงการพยายามปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น อย่างตัวฉันเองตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้จากที่เคยเป็นคนชอบนอนดึกตื่นสาย ตอนนี้ก็กลายเป็นคนนอนเร็วและตื่นเช้า เข้านอนห้าทุ่มและตื่นเจ็ดโมงเช้าทุกวันแม้จะไม่ใช่วันที่ต้องไปทำงานก็ตาม จนกลายเป็นคนกระตือรือร้นและไฮเปอร์ยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก

ส่วนแพทริค รายนั้นมีอะไรให้ได้เซอร์ไพรซ์หลายอย่าง ตั้งแต่การกล้าขับรถบรรทุกขนของเอง รวมไปถึงการ(พยายาม)เป็น DIY/handyman ตอนนี้บอกให้ทำอะไร ก็ทำให้โม้ดดดดด บ้านหลังก่อนฉันเป็นตัวหลักที่ทำอะไรในบ้านเองเพราะแพทริคทำอะไรไม่เคยได้ดั่งใจ แต่พอมาบ้านหลังนี้ แพทริคขอมีส่วนร่วมทุกอย่าง แถมทำแบบตั้งใจและออกมาดีด้วย อิอิ... ดีใจจัง ไม่ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียวแล้ว



พูดข้อดีจบไปแล้วก็มาถึงข้อเสีย.....

ข้อเสียของการย้ายบ้านคือความรู้สึกเหนื่อยโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร...... ตั้งแต่โตมาย้ายบ้านมาก็หลายรอบ แต่คราวนี้เหนื่อยสุดๆๆๆๆ เหนื่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ มากจนเราสองคนตกลงกันว่าตลอดชีวิตนี้จะไม่ย้ายกันอีกแล้ววววว เหอๆๆ จริงๆต้องโทษตัวเองแหละที่สะสมข้าวของไว้เยอะ และไม่ชอบทิ้ง พอจะย้ายทีเลยเป็นแบบนี้





ข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในโรงรถ





โชคดีจริงๆที่มีโรงรถให้เก็บของและทิ้งไว้รกๆแบบนี้ได้ ไม่ยังงั้นก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน











หัวเตียงที่เอาขึ้นบันไดไม่ได้เพราะบันไดแคบเกิน ต้องใช้วิธีขนแบบยกผ่านหน้าต่างชั้นบนอย่างเดียว แต่เอาไว้ก่อน ตอนนี้เลยนอนบนพื้นไปพลางๆก่อน



อีกอย่างที่รู้สึกเหนื่อยอาจจะเป็นเพราะว่าเราย้ายบ้านกันแบบไม่ได้ลาหยุดงาน ย้ายกันวันเสาร์อาทิตย์ พอเหนื่อยหรือเพลียจากการเก็บข้าวเก็บของ อีกวันก็ต้องไปทำงานอีก แทบจะไม่ได้พักกันเลย ยิ่งช่วงนี้ฉันทำงานอาทิตย์นึงติดกันหลายวัน แทบจะทำเอาน็อคไปเลยทีเดียว (แต่งกอ่ะ ไม่อยากหยุด ทำงานได้ค่าจ้างเป็นรายชม.ก็แบบนี้เนอะ ฮี่ๆๆ)









พูดถึงเรื่องบ้าน อยากจะบอกว่าบ้านหลังนี้ได้ดั่งใจมากๆ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีเวลาจัดการกับบ้านอย่างเต็มที่ แต่เท่าที่อยู่มาเกือบสามอาทิตย์ สิ่งที่รู้่สึกได้ทุกวันคือ "ใช่เลย" นี่ล่ะบ้านในฝันของเราจริงๆที่เราตามหากันมานาน ไม่ใช่เฉพาะตัวบ้านอย่างเดียว แต่ละแวกบ้านที่เราอยู่ด้วย บ้านช่องแถวนี้ช่างสวยงาม มีระเบียบเรียบร้อย แถมผู้คนก็ช่างเป็นมิตรกันดีเหลือเกิน เรามาอยู่ใหม่ก็จริง แต่กลับไม่รู้สึกแปลกแยกเลยซักนิด แต่ละคนที่เห็นเราต่างก็เข้ามาทักทายถามไถ่ หรือไม่ก็แนะนำตัว





บ้านสไตล์ Dutch farmhouse ของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ส่วนของที่อยู่อาศัยจริงๆนั้นแค่ส่วนหน้าที่เห็นเป็นหลังคาสีดำ แต่โรงนาที่ปลูกติดกันยาวทอดไปด้านหลังทำให้บ้านดูใหญ่โตขึ้น





โทบี้เองก็แฮ้ปปี้กับบ้านใหม่นะคร้าบบบบบบบบ









วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้เราสองคนได้รับเชิญให้ไปร่วมงานปาร์ตี้บาร์บีคิว+ปั่นจักรยานด้วย จะจัดกันที่บ้านฟาร์มข้างบ้านเราน่ะที่เห็นรูปข้างบน ซึ่งเป็นประเพณีที่คนละแวกนี้รวมตัวจัดทุกซัมเมอร์ติดต่อกันมา 20 กว่าปีแล้ว จริงๆเราสองคนรู้สึกแปลกใจเพราะอะไรแบบนี้(ที่เพื่อนบ้านสามัคคีรวมตัวกัน)ไม่ใช่เรื่องปกติที่คนดัตช์จะทำกันเท่าไหร่ เท่าที่เห็นส่วนมากจะออกแนวต่างคนต่างอยู่มากกว่า

หรืออย่างช่วงนี้เป็นช่วงซัมเมอร์ มีเพื่อนบ้านคนนึงเล่าให้ฉันฟังว่า เวลาครอบครัวไหนออกไปเที่ยวพักร้อนติดกันหลายวัน เพื่อนบ้านก็จะมาช่วยดูแลบ้าน เป็นหูเป็นตาให้ ดูแลสัตว์เลี้ยงให้ หรือเมื่อถึงวันที่รถขยะของเทศบาลมาเก็บขยะ ก็เพื่อนบ้านอีกเช่นกันที่เป็นคนเอาถังขยะไปวางหน้าบ้านให้ โอวววว...นี่มันออกแนวชาวเมือง Stars Hollow ใน Gilmore Girls เลยนะเนี่ย กรี๊ดดดดดด..... นี่ล่ะที่เค้าพูดกันว่าได้เพื่อนบ้านดีเหมือนการถูกหวยเนอะ















บ้านหลังนี้มีอะไรให้ทำเยอะแยะจริงๆ แถมเป็นโปรเจ็คน่าสนุกๆทั้งนั้น สัปดาห์นี้เราตั้งเป้ากันไว้ว่าจะทำห้องนั่งเล่นกับห้องครัวให้เสร็จ และเหมือนเคยคือยึดหลัก cheap solution but nice...









เอารูปห้องครัวแปะรอไว้ก่อน ในรูปที่เห็นนี่ดูเหมือนว่าจะสะอาดเรียบร้อย แต่จริงๆก็มีอะไรให้จัดการหลายอย่างเหมือนกันตั้งแต่ทาสีตู้ครัวใหม่ (จริงๆอยากได้ครัวใหม่เลย แต่งบไม่มีอ่ะ เลยแก้ไขกันง่ายๆแบบไม่เปลืองเงินไปก่อน) ทำผนังใหม่ ติดผ้าม่าน แล้วก็ติดโคมไฟใหม่ตรงเพดาน เอาไว้รอดูกันต่อไปเนอะจะออกมาหน้าตายังไง

ปิดท้ายด้วยรูปเจ้าของบ้าน ถ่ายตอนวันได้กุญแจและเป็นเจ้าของบ้านอย่างเป็นทางการวันแรก เหนื่อยแค่ไหน เพลียแค่ไหน แต่ก็ยังยิ้ม(หวาน)ได้ อิอิ
ปล. ทำไมรูปนี้ดูอวบอิ่มก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ช่วงนี้น้ำหนักลดลงนะเนี่ย สงสัยเพราะชุดที่ใส่ล่ะมั้ง (โทษเสื้อผ้า ฮะๆๆๆ)








ไว้คุยกันใหม่จ้าาาาา....







 

Create Date : 16 สิงหาคม 2553    
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 14:31:11 น.
Counter : 1224 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

BlogGang Popular Award#14


 
~ Cerulean Blue ~
Location :
ลำปาง Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 118 คน [?]




:: About Me ::


A girl, her life, and the old little Dutch house. Oh, and possibly a few adventures...

Anyway feel free to drop by and say hi :)

:: decorating ::
:: sewing ::
:: crafting ::
:: painting ::
:: traveling ::
:: and Living! ::

"ผจญภัยในอ้อมแลนด์"













:: PREVIOUS POSTS ::


...My simple kitchen pantry storage and the most frequently asked questions about Cerulean Blue...

...The guest bedroom and how to hang wallpaper...ห้องนอนเล็ก และ how to การติดวอลเปเปอร์แบบง่ายๆ...

...Blog is more than you think... ชีวิตและการเขียนบล็อก...

...The Little Groningse Kitchen...

...My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2'...

...My 'blue' and 'white' curtain...

...and I am back again, officially... นกน้อย คืนรัง ^^...

...Window seat project #2... มุมริมหน้าต่างเสร็จแล้ว + งานเล็กๆของช่างไม้มือสมัครเล่น ^_^...

...My kitchen, my pride...

...'Cute curtains' and a quick peek into my sewing room...

...My new sofa slipcover!... โปรเจ็คยักษ์ 'ผ้าคลุมโซฟา' ^^...

...One Year already!... ครบหนึ่งปีพอดี + รวมมิตรรูปบ้าน และเรื่องบ้านๆที่อยากแบ่งปันกัน...

...Shabby shabby...เก่านิดๆ ถลอกหน่อยๆ...

...That nice 'ugly' shelf...

...'The white fireplace' and my old glass cabinet...

...A bit of a change in the living room...

...'Spring Blossom' granny squares...แกรนนี่สแควร์ลายใหม่ ^-^...

...'Cerulean' crochet cushion... และคุยเล็กคุยน้อย...

...Café curtains...

...My 'kitsch' kitchen...และชีวิตช่วงนี้...

...Another armchair slipcover!...ผ้าคลุมเก้าอี้ (อีกแล้ว)...

...Armchair slipcover...โปรเจ็คแรกแห่งปี!...

...Santa Wood(s), Christmas tree and a few tips of choosing colours for your home...

...A Little Update...

...Make it 'COZY'...



:: All About My Home ::


...New Home...
































































...Old Home...




























:: งานเขียนและรูปภาพในบล็อกนี้
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาต ::


New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~ Cerulean Blue ~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.