I am back!







สวัสดีจ้ะผู้อ่านที่น่ารัก เหตุที่หายเฮดไป(อีกแล้ว)เพราะฉันพึ่งกลับไปเที่ยวเมืองไทยมา ก่อนไปก็ยุ่งๆเลยไม่มีเวลามาทิ้งข้อความบอกกล่าวกันไว้ ช่วงระหว่างที่อยู่เมืองไทยก็กะว่าจะมาอัพบล็อกคุยสั้นๆ แต่อินเตอร์เน็ตที่บ้านนอกก็ไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ ตกลงเลยหายไปนานอย่างที่เห็น ขออภัยและขอบคุณที่เพื่อนๆยังผ่านเข้ามาและทิ้งข้อความทักทายกันไว้นะจ้ะ


กลับบ้านคราวนี้ตรงกับช่วงสงกรานต์พอดี ไม่มีสุขใดเท่ากับการได้อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาและฉลองปีใหม่ๆแบบไทยด้วยกันจริงๆเนอะ เสียอย่างเดียวที่เวลาผ่านไปเร็วเกินไป เพลินๆอยู่รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาต้องกลับซะแล้ว

อืม....วันหยุดหมดไปแล้ว ตอนนี้ก็กลับมาสู่โหมดใช้ชีวิตปกติกัน มาคุยและเขียนเรื่องแต่งบ้านเหมือนเดิมเนอะ


รูปข้างบนจริงๆอยากอวดผ้าปูโต๊ะผืนใหม่ลายพืชผักสวนครัวที่ฝากเวลส์(รุ่นน้องที่น่ารักจากฟินแลนด์) ซื้อมาให้ ขนาดผ้าพอดีเป๊ะกับตู้สีขาวนี่เลย ตอนเห็นภาพในเว็บก็ชอบอยู่แล้ว และพอเห็นของจริงๆยิ่งชอบไปอีก แถมลายนี้ก็เข้ากับห้องครัวมากๆ และเห็นถ้วยแดงเนสกาแฟบนชั้นกันมั้ย ถ้วยใบนี้ฉันกับแพทริคซื้อตอนสมัยยังอยู่ไทยหลายปีก่อน พอกลับไปคราวนี้เลยขนกลับมาใช้ที่ฮอลแลนด์ด้วย อิอิ

เอาไว้เราไปคุยเรื่องทริปเมืองไทยกันคราวหน้าดีกว่า วันนี้จริงๆอยากคุยเรื่องชิลๆ อย่างเรื่องชีวิตหลังจากวันหยุดยาว อะไรแบบนี้...




ตอนเปิดประตูเข้าบ้านมาก็เห็นแจกันดอกไม้พร้อมกับการ์ดต้อนรับกลับบ้านวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว อ่านดูมาจากคุณยายเพื่อนบ้านนั่นเอง คุณยายใจดีมากๆเลย ประทับใจจัง ตอนเราไม่อยู่ก็ฝากบ้านไว้กับคุณยายด้วย


.
.
.




เราไปเมืองไทยกันในช่วงที่ยังไม่หมดหนาวดีเลย ต้นไม้ก็ยังหัวโกร๋นอยู่ กลับมาอีกทีอากาศก็อุ่นขึ้น มองไปทางไหนก็เห็นสีเขียวเต็มไปหมด สดชื่นดีแท้ๆ


















และนอกจากนั้นหญ้าในสวนก็ขึ้นเพียบ สวนรกนิดหน่อย ก็ต้องมาจัดการสวนกันด้วย
ดอกหลากสีที่เห็นทั้งหมดนี่เอามาจากสวนที่บ้านเช่าหลังเก่าของตัวเอง ตอนขนย้ายกันมาปลูกที่นี่ก็นึกว่าจะพากันตายหมดนะเนี่ย ดีจังที่ยังอยู่รอดปลอดภัย ให้ดอกสวยกว่าเดิมอีก (ดอกลาเวนเดอร์นี่ต้องรอซักพัก ตอนนี้ยังดูแห้งๆอยู่ พุ่มเค้าจะงามและดอกจะบานตอนซัมเมอร์นู่นแน่ะ)













เรากลับมาไม่ทันเห็นดอกทิวลิปล่ะ แต่ไม่เป็นไร ดอกไม้หน้าร้อนอื่นๆก็เริ่มทะยอยเบ่งบานกันแล้ว เห็นแล้วคันไม้คันมืออยากไปร้านขายต้นไม้เพื่อหาต้นใหม่ๆมาลงปลูกจริงๆ ในบ้านก็ต้องจัดการ นอกบ้านก็ด้วย ทำไงดี อยากมีตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีกซัก 4-5 คน จะได้ช่วยๆกัน ฮะ ฮะ











เผื่อคนอ่านจะสงสัยกันว่าแล้วโทบี้ล่ะใครดูแลให้ คือเราเอาไปฝากที่เค้ารับฝากหมาน่ะ ก่อนไปห่วงโทบี้มากๆ เพราะตั้งแต่เอาเค้ามาเลี้ยง เราไม่เคยจากกันเลย ห่วงมากและเศร้ามากขนาดว่าหลังจากเอาไปฝากแล้วกลับเข้าบ้านมาเห็นที่นอนเปล่าๆกับของเล่น ก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรทันที มันเป็นธรรมดาเนอะ หมาก็เหมือนลูก เราเลี้ยงเค้ามาเราก็รักก็ห่วง และเศร้าเวลาต้องห่างกัน

จากกันหลายอาทิตย์ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านด้วยดี ไม่มีปัญหา โล่งอกไป... แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือป่าว หลังจากไม่เจอกันนาน พอมาเจออีกทีรู้สึกว่าโทบี้ดูน่ารักน่าหยิกขึ้นกว่าเดิมแฮะ ฮี่ๆๆ










เล่นกับหมาเพื่อนบ้าน






รูปเยอะดูกันจุใจไปเลย...

ก่อนไปอยากพูดถึงบล็อกก่อนหน้านี้... ฉันดีใจมากเลยที่มีหลายคนชอบแกรนนี่ฯลาย spring blossom ช่วงที่กลับเมืองไทยฉันก็เอาติดตัวไปถักด้วยนะ ก็ได้เพิ่มมาอีกหลายแถว แต่ก็ยังเหลืออีกเยอะกว่าจะกลายเป็นผ้าคลุม(คาด)เตียง ที่เห็นนี่คงเสร็จแค่ 1/10 ของทั้งหมดมั้ง ก็ถักมือหงิกกันต่อไป อิอิ
ขอบคุณคุณแม่ของตัวเองด้วยที่ช่วยเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ให้นะจ้ะ ฮิ ฮิ










ไว้คุยกันใหม่บล็อกหน้าจ้าาาา






 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 1:51:41 น.
Counter : 2419 Pageviews.  

Café curtains...


Breakfast by the window...



เมื่อเช้าตอนกลับมาจากไปเดินเล่นกับโทบี้ แล้วเดินผ่านหน้าบ้านตัวเอง แอบสังเกตผนังอิฐบ้านและคิด..."อิฐบ้านเราเก่ามากๆเลย..." บางจุดปูนยาแนวระหว่างอิฐแต่ละก้อนเริ่มกร่อน ตรงมุมหนึ่งของบ้านที่เป็นจุดที่รางน้ำฝนรั่ว ตรงนั้นก็มีตระไคร่น้ำขึ้นด้วย ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้ล่ะ ถ้าหมดหนาวแล้วคงต้องจัดการกับตัวบ้านด้านนอกด้วย คงต้องแก้ไขด้วยตัวเองก่อน(ถ้าทำได้นะ) เพราะไม่มีงบจ้างช่างมาช่วยอ่ะเนอะ

บ้านที่เราสองคนอยู่เป็นบ้านเก่าสร้างตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 อายุตอนนี้ก็เกือบร้อยปีแล้วล่ะ ความเก่า ความขลัง และความมีเอกลักษณ์เลยยังเหลืออยู่เยอะ(รวมไปถึงความโทรมด้วย อิอิ) และด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย แถมงบปรับปรุงบ้านก็ไม่มีอีก เวลาแต่งบ้านเลยพยา่ยามคิดอยู่ตลอดว่าทำยังไงให้ปัจจัยทั้งสามอย่างนี้ออกมาสมดุลกัน

- แต่งยังไงไม่ให้บ้านสูญเสียความมีเอกลักษณ์
- แต่งยังไงให้บรรยากาศเข้ากับต่างจังหวัดแบบนี้ (บ้านนอกแต่ไม่ล้าหลังน่ะ)
- และจะแต่งยังไงให้ออกมาดูดีโดยไม่ต้องกระเทือนกระเป๋าตังค์ตัวเองมาก

สุดท้ายเลยค่อยๆออกมาอย่างที่เห็น... พอจะตอบโจทย์สามข้อได้ไหมน้อ..















ถึงจะชอบแต่งบ้านก็จริง แต่จริงๆบ้านฉันไม่ได้ออกแนวเนี้ยบ แบบที่ทุกอย่างจะต้องดูเพอร์เฟ็ค อะไรแบบนี้ ไม่ใช่เลย ถ้าเข้ามาจริงๆจะเห็นรอยตะปู รอยนั่นรอยนี่เต็มไปหมด สายไฟ หรือปลั๊กก็ยั้วเยี้ย จะว่าไปฉันเองไม่ใช่คนเรื่องมากด้วยมั้ง บางทีอะไรมองข้ามได้ก็มองข้ามไป อะไรเฉยได้ก็เฉย มีบางที(หลายที)เหมือนกันเวลาจะลงมือทาสี แต่ว่าขี้เกียจปิดรูตะปู หรือขี้เกียจขัดกระดาษทรายก่อน ก็ทาทับลงไปแบบนั้นเลย ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องและมักง่ายก็จริง แต่มันก็อยู่ทนทานนานหลายปีโดยไม่หลุดไม่ลอกนะ อันนี้ลองมาแล้วจากบ้านเช่าหลังเก่า ส่วนรอยตะปู หรือรอยนั่นๆนี่ๆพอมาอยู่บ้านโบราณแบบนี้เลยยิ่งเฉย บางทีพูดเล่นกับแพทริค "ไม่ต้องเนี้ยบก็ได้เนอะ เสริมคาร์แร็คเตอร์ให้บ้านเก่าเราไง" ฮาาาา...

รอยตำหนิเหล่านี้ จุดเล็กๆพวกนี้สำหรับตัวฉันเองฉันมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยน่ะ เวลาแต่งบ้านจะชอบดูภาพรวมมากกว่าว่าออกมายังไง บรรยากาศโดยรวมในบ้านให้ความรู้สึกแบบไหนกับคนอยู่หรือแขกที่มาเยี่ยม อะไรแบบนี้ เหมือนนิสัยคนเหมือนกัน ไม่มีใครเพอร์เฟ็คหรอกใช่ไหม แต่ละคนก็มีนิสัยเสียหรือข้อเสียแตกต่างกันไป สำหรับฉันจะชอบดูที่ภาพรวมของคนนั้นมากกว่า(เหมือนบ้านแหละ) ยกตัวอย่าง คนบางคนองค์ประกอบอะไรๆก็ดูดี๊ดีไปหมด นิสัยดี หน้าตาดี ฐานะดี พูดจาดี การศึกษาดี แต่ภาพรวมคือเป็นคนน่าเบื่อ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกเบื่อ ยังไงมันก็เบื่ออยู่ดี แต่กับบางคนมีข้อเสียบ้าง แต่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อยู่ด้วยแล้วสนุก แบบนั้นกลับชอบมากกว่าแฮะ แปลกดีเนอะ นึกภาพกันออกไหม
(หมายเหตุ : แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลิมิตความดีความชั่วด้วยนะ ไม่ใช่พูดแบบนี้แล้วจะพากันคิดว่างั้นแบบนี้ถ้าสมมติไปอยู่กับฆาตกรฆ่าคนตายมา แต่เพราะอยู่ด้วยแล้วสนุกเลยมองข้ามเรื่องที่เค้าทำไป อย่างงั้นหรือป่าว? อันนั้นก็ไม่ใช่)

อันนี้เล่าให้ผู้อ่านฟังเฉยๆน่ะจ้ะ คืออยากให้เข้าใจและมองเห็นด้านอื่นของฉันด้วยน่ะ อิอิ

มาเข้าเรื่องแต่งบ้านต่อ...







Basil เขียวสด กับ basil ใกล้ตาย อิอิ


...ก็ยังวนเวียนอยู่ในห้องครัวเหมือนเดิม ไม่ไปไหนเลยเนอะ จริงๆต้องทำผนังต่อและทาสีเก็บรายละเอียดอะไรให้เรียบร้อยก่อนนะ แต่ว่าวันก่อนลุกขึ้นมาเย็บผ้าม่านแทนซะงั้น ข้ามขั้นตอนไปหน่อยตามอารมณ์ตัวเอง อิอิ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวถ้าจะทาสีต่อค่อยถอดม่านออกก็ได้ ง่ายนิดเดียวเนอะ

ผ้าม่านสำหรับห้องครัวฉันเลือกผ้าม่านแบบ café curtains (café curtains คือม่านแบบแขวนกับราวประกอบด้วยผ้าสองชิ้น หรือชิ้นเดียว สั้นๆที่ไม่เต็มบานหน้าต่าง) และเหตุผลที่เลือกทำผ้าม่านแบบนี้เพราะความน่ารักของมันนี่แหละ อีกอย่างฉันไม่ชอบอะไรที่ทึบๆด้วย เลยมาลงตัวที่ผ้าม่านหน้าตาแบบนี้ แถมเย็บง่ายมากๆอีกต่างหาก คือถ้าเย็บเป็นทำแป๊บเดียวก็เสร็จ










มีภาพเบซิลเยอะเลย ชอบอ่ะ..



ลายผ้านี่จริงๆก็ตั้งใจเอาลายตารางอยู่แล้วตั้งแต่แรกเพราะอยากได้ครัวแนวคันทรี่หน่อยๆ แล้วยิ่งไปเห็นบ้านแม่สามีน้องที่น่ารักคนนึงจากฟินแลนด์ ก็ยิ่งปักใจว่ายังไงก็เอาลายตารางนี่แหละ แต่พอถึงตอนไปซื้อผ้าที่ตลาดผ้าแถวบ้านจริงๆ ก็ดันไปเห็นผ้าลายดอกสวยมากๆ เกือบจะเปลี่ยนใจแล้วเชียว แต่โชคดีที่ฉุกคิดได้ก่อนว่าผนังกระเบื้องครัวก็ดอกเยอะอยู่แล้ว ถ้าม่านลายดอกอีก คงไปกันใหญ่ สุดท้ายก็กลับมาลงตัวที่ลายตารางเหมือนเดิม

วิธีเย็บคงไม่ต้องอธิบายมากมายก็ได้เนอะ แค่ติดหมุด แล้วเย็บปรู๊ดดดดเดียว ก็เสร็จแล้ว ทำง่ายมากๆ















ส่วนอีกด้านของครัวตรงเหนืออ่างล้างจาน ฉันใช้ผ้าม่านลูกไม้สีขาวที่ซื้อมาจากร้านขายของเก่า ราคาแค่ยูโรเดียวเอง แต่ยังใหม่อยู่และสวยมากๆ ตอนแรกว่าจะเอาไปใช้กับอีกห้อง แต่ไปๆมาๆเปลี่ยนใจเอามาใช้ในครัวดีกว่า







ถามว่าทำไมถึงไม่ใช้ม่านลายเดียวกันด้านนี้ด้วย? เหตุผลเพราะไม่อยากให้ความเด่นค่อนไปด้านใดด้านหนึ่งของห้องน่ะ ไม่อย่างงั้นห้องจะขาดความสมดุล ลองนึกภาพตามว่าสมมติถ้าเหนืออ่างล้างจานใช้ผ้าม่านลายตารางแดงด้วย ก็จะออกมาแบบลายตารางกับลายดอกบนกระเบื้องอยู่ด้วยกัน ถ้าดูภาพรวมทุกอย่างมันจะค่อนไปรวมกันอยู่ด้านนั้นด้านเดียวน่ะ แถมลายตารางกับลายดอกคงตีกันเอง แย่งความเด่นกันเอง ซึ่งไม่ดี แต่พอตอนนี้ฉันเปลี่ยนมาใช้ผ้าม่านลูกไม้สีขาวแบบนี้แทน ทุกอย่างก็อยู่กันอย่างกลมกลืนมากขึ้น ไม่มีอะไรแย่งความเด่นกัน คือทุกอย่างมีความเด่นเท่าเทียมกันนั่นเอง

ได้กฏอีกข้อนึงแล้วใช่ไหมของการแต่งบ้านให้ดูดี... "ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจับวางอย่างมีเหตุผลเสมอ"...



...โทบี้ขอมีส่วนร่วมในบล้อกด้วยคนน้าาาา....



"หม่ามี้ไปทำอะไรอยู่ข้างนอกล่ะนั่น เข้ามานะ อย่าปล่อยป๋มไว้คนเดียววว..."


"บิดขี้เกียจ ออกกำลังกายชมวิวนอกหน้าต่างไปด้วยยยย..."


หลับอยู่ข้างๆตอนเย็บผ้า..น่ารักเนอะ (น่ากวนให้ตื่นด้วย อิอิ)



ก่อนจากกัน...เอารูปโปรเจ็คที่ทำค้างไว้มาให้ดูด้วย ชั้นครัวที่เคยเกริ่นไว้ในบล็อกนี้นั่นเอง ตอนนี้เอาแขวนติดผนังเรียบร้อยไปก่อนแล้ว เดี๋ยวค่อยทาสีและเก็บรายละเอียดทีหลัง (ปกติเค้าต้องทาสีชั้นก่อนแล้วถึงเอาไปติดผนัง นี่ข้ามขั้นตอนอีกแล้ว ฮ่าาาๆ) เอาไว้ถ้าทำเสร็จแล้วจะอัพเดตให้ดูกันอีกที

แล้วคุยกันใหม่บล็อกหน้าจ้าาาา










 

Create Date : 04 มีนาคม 2554    
Last Update : 5 มีนาคม 2554 0:00:55 น.
Counter : 8360 Pageviews.  

My 'kitsch' kitchen...และชีวิตช่วงนี้







ช่วงนี้ในขณะที่แบ่งเวลาไปทำงานจุกๆจิกๆอย่างอื่นบ้าง อย่างทำผ้าคลุม หรือถักโครเชท์ แต่จริงๆก็ไม่ได้ทิ้งงานทำบ้านนะ ก็ยังทำนู่นทำนี่ ซ่อมนู่นซ่อมนี่ แต่งนู่นแต่งนี่่ไปด้วยเหมือนเดิม เหมือนจะมีเวลาอยู่บ้านเยอะ แต่จริงๆก็เหมือนไม่ได้หยุดเลย

วันก่อนตอนไปซื้ออาหารจีนเทคอะเวย์ร้านเจ้าประจำ เราคุยกับเจ้าของร้านเรื่องที่จะกลับไปเที่ยวไทยเร็วๆนี้ ฉันบอกเธอว่าฉันเองก็ต้องการเวลาพักผ่อนเหมือนกัน ช่วงที่กลับไทย เลยลางานเดือนนึงเลย เจ้าของร้านอาหารจีน(ซึ่งจะว่าไปก็คุ้นเคยกันในระดับหนึ่งเพราะเราเป็นลูกค้าประจำ)หัวเราะออกมาและพูดแซวฉันทันทีว่า "จินนี่ เธอทำงานแค่อาทิตย์ละสองสามวันเอง แถมลูกเต้าก็ไม่มี ยังจะต้องการเวลาพักผ่อนอีกเหรอเนี่ย ฮะๆๆ" พอได้ยินแบบนี้ฉันเลยเล่าให้เธอฟังว่าฉันทำอะไรบ้างเวลาอยู่ที่บ้าน ฟังเสร็จเธอถึงกับอึ้งไปเลย พร้อมกับขอเข้ามาดูบล็อกด้วยเพราะอยากเห็นงานที่ฉันทำ (หรือเธออาจจะไม่เชื่อเลยต้องขอดูหลักฐาน..หรือเปล่า ฮะๆๆ)

แต่ใครแซวแบบนี้ฉันก็ไม่ถือนะ จะคุยเหมือนเรื่องขำๆมากกว่า คือปกติคนทั่วไปอาจจะไม่มีงานอดิเรกหรือกิจกรรมจุกจิกๆในบ้านเยอะแบบนี้ หรือเวลาใครถามว่าเธอทำอาชีพอะไร ฉันมักจะบอกสั้นๆว่าทำงานร้านอาทิตย์ละไม่้กี่ชั่วโมง นอกจากนั้นก็เป็นแม่บ้าน และคำว่า"แม่บ้าน"นี่แหละ ที่คนส่วนใหญ่มักจะติดภาพว่าแม่บ้านคงไม่ทำอะไรนอกจากอยู่บ้าน ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ทำกับข้าว รอสามีกลับจากทำงาน ออกแนวชีวิตผู้หญิงวัยกลางคนที่ไร้สีสันและน่าเบื่อ...เนอะ

แต่ฉันไม่ใช่แนวนั้นไง พูดแล้วก็เหมือนอวยตัวเอง แต่จริงๆมันก็จริงนะ ฉันว่าคนเราจะมีความสุขกับแต่ละวันของชีวิตได้ ก็ต้องรู้จักค้นหาศักยภาพของตัวเอง...ใช่ไหม? สำรวจตัวเองว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง สังคมกำหนดบทบาทให้เราก็จริง อย่างฉันที่เป็นแม่บ้าน และสามีเป็นตัวหลักที่หารายได้มาเลี้ยงครอบครัว แต่เราจะหยุดตัวเองที่การเป็นแม่บ้านอย่างเดียวแบบนั้นเหรอ แบบนั้นชีวิตคงเฉาน่าดูเนอะ


ฉันว่าชีวิตช่วงนี้ของตัวเองค่อนข้างจะลงตัวและมีความสุข อาจจะเป็นเพราะว่าค้นหาจุดสมดุลของตัวเองพบแล้วมั้ง ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว สภาพจิตใจ และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง คือถ้าจะบอกว่าสุขได้ทุกสถานการณ์ก็คงจะได้มั้ง อย่างเวลาอยู่ในบ้านก็มีความสุขกับงานจุกจิกของตัวเอง โทรหาแม่ คุยกับเพื่อน ตอนเย็นหลังแพทริคกลับจากทำงาน ก็เป็นเวลาของครอบครัว กินข้าว พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดูทีวี พาหมาออกไปเดินเล่นด้วยกัน หรืออะไรก็ว่าไป

หรือวันที่ต้องออกนอกบ้าน ต้องไปพบปะผู้คน เจอสังคมนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้า เพื่อนร่วมงานที่น่ารัก หรือเพื่อนฝูงที่สนิทกัน คือก็ออกไปอย่างสบายใจ แถมเอนจอยกับช่วงเวลาตรงนั้นด้วย จริงๆก็มีบ้างที่อาจจะมีสิ่งรบกวนใจเข้ามา หรือไปพบเจอคนที่ไม่ถูกใจ แต่ของแบบนี้เรา"เลือก"ได้ และ"เลี่ยง"ได้นี่นา ใช่ไหม ถ้าไม่เก็บเอามาคิดมาจนเป็นคนอมทุกข์ สิ่งรบกวนเหล่านั้นมันก็ไม่มีผลอะไรกับการดำเนินชีวิตของเราเอง ฉันเชื่อแบบนั้นนะ

.
.
.



ชักจะโม้อีกแล้ว กลับมาเข้าเรื่องบล็อกกันต่อดีกว่า

เคยบอกในบล็อกนี้ถึงไอเดียการนำสติคเกอร์มาติดในครัวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศครัวเก่าๆโดยไม่ต้องลงทุนหรือสิ้นเปลืองอะไรมาก และแล้วตอนนี้ก็ติดเสร็จเรียบร้อย ออกมาก็ถูกใจมากๆๆ แถมออกแนว kitsch ไปเลยโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเพราะฉันเป็นคนชอบสีสันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมั้งเลยแฮ้ปปี้กับผลงานมากๆ แถมเนื้อสติคเกอร์ก็กลืนและเนียนไปกับผิวกระเบื้องดีมากๆด้วย คือถ้าไม่บอกว่าติดสติคเกอร์ทับ คนอาจจะคิดว่านี่เป็นลายของกระเบื้องจริงๆ

ดูรูปแล้วหลายคนอาจสงสัย แล้วมันทนมั้ยกับติดสติคเกอร์ในครัวแบบนี้? เพราะห้องครัวถือเป็นห้องที่ผ่านการใช้งานเยอะ ทั้งน้ำ ทั้งอาหาร ทั้งความร้อน คืออธิบายก่อนว่าก่อนที่ฉันจะติดจริง ฉันลองเอาเศษสติคเกอร์ติดหน้าเตาทดสอบดูแล้วน่ะ ติดทิ้งไว้น่าจะประมาณสองเดือนได้ ความร้อน ไอร้อน หรือเศษอาหาร ไม่มีผลอะไรกับสติคเกอร์เลย ก็ยังติดแน่น ไม่หลุดลอก และทำความสะอาดง่ายมาก

ผลที่ออกมาน่าพอใจแบบนี้พอร้านได้สติคเกอร์ล็อตใหม่มา ฉันเลยไม่รีรอ ก็ซื้อมาติดเพิ่มจนเสร็จทันที (หมายเหตุ: ที่สติคเกอร์ติดทนอาจจะเป็นเพราะว่าเตาที่เราใช้เป็นเตาไฟฟ้าแบบกระจก ถ้าบ้านไหนใช้เตาแก๊สที่มีเปลวไฟ แบบนั้นฉันก็ไม่แน่ใจและไม่รับประกันว่ามันจะติดทนเหมือนเตาที่เราใช้ตอนนี้มั้ย)












เห็นฉันใช้คำว่า kitsch หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้ว kitsch คืออะำไร และแบบไหนถึงจะเรียกว่าสไตล์ kitsch เผื่อคนที่ยังไม่คุ้นกับคำๆนี้ งั้นขออธิบายนิดนึงดีกว่าเนอะ...

Kitsch decor style หมายถึงการตกแต่งที่เน้นการใช้สีสันจัดๆ โดดเ่ด่น สะดุดตา ในรูปแบบที่ไม่ดูเป็นทางการ และค่อนข้างแหวกแนวจากการตกแต่งปกติ สีที่นิยมในสไตล์นี้ยกตัวอย่างเช่น สีชมพูบานเย็น เหลืองเข้ม ฟ้า เขียว และแดง วัสดุที่นำมาเป็นของตกแต่งส่วนมากทำมาจากพลาสติค หนัง หรือลวด หรือบางทีเน้นรูปร่างแปลกๆด้วย บางครั้งเลยมีความก้ำกึ่งกันระหว่าง แนว kitsch กับ retro หรือบางคนอาจจะเน้นที่การนำของตกแต่งแนว exotic จากจีนหรืออินเดีย (ที่สีสันจัดๆ) มาเป็นส่วนประกอบเวลาต้องการให้สไตล์ kitsch ของตัวเองดูโดดเด่นมากขึ้น

จะว่าไปการตกแต่งแนว kitsch แสดงถึงความมีเอกลักษณ์และความเป็นตัวของตัวเองของคนแต่งค่อนข้างสูง บางทีก็ออกแนวสุดโต่ง ไม่ใช่แนวที่คนเห็นแล้วจะชอบกันได้ง่ายๆ สไตล์นี้ถ้าคนชอบก็จะชอบไปเลย แต่ถ้าเกลียดก็จะเกลียดไปเลย


จริงๆ kitsch ในสไตล์ที่ฉันนำมาใช้ไม่ได้สุดโต่งแบบที่อธิบายไปข้างบนหรอกนะ เหมือนเป็นหางๆของ kitsch ถือว่าออกแนวซอฟท์ๆหวานๆมากกว่้าเนอะ สีสันเยอะก็จริง แต่คิดว่ายังอยู่ในระดับพอรับได้นะ (อันนี้แพทริคช่วยยืนยันมาน่ะ อิอิ)









กับห้องครัวจริงๆฉันยังต้องทำอะไรเพิ่มอีกเยอะ ทำเพิ่มไปทีละส่วนๆ ไปทีละนิดๆ ผนังห้องที่ตั้งใจจะแปะไม้ก็ยังไม่เสร็จ เดี๋ยวอาทิตย์หน้านี่จะไปหาซื้อผ้ามาเย็บผ้าม่าน ห้องครัวของเรามีหน้าต่างกว้างๆตั้งสามบานแน่ะ คงต้องใช้ผ้าเยอะพอสมควร ไว้ติดตามดูกันต่อไปเนอะว่าจะออกมาเป็นยังไง


.
.
.



ก่อนจากกัน ขอลาด้วยรูปรอบๆบ้านซะหน่อย

ช่วงนี้อากาศดี แม้จะหนาวอยู่ก็ตามแต่บางวันก็แดดสวยมากๆ วันไหนถ้าไม่ได้ไปทำงานแล้ววันนั้นอากาศดีด้วย ฉันจะชอบจูงโทบี้ออกไปเดินเล่นข้างนอก รับอากาศบริสุทธิ์ บางทีัวันนึงก็ออกไปหลายรอบเลย ฮิๆๆๆ อดไม่ได้น่ะ ถ้าแดดสวยๆ ฟ้าใสๆ มองไปทางไหนมันก็สบายหู สบายตา สบายใจเนอะ....




...บ้านของ Grietje คุณยายเพื่อนบ้าน และวิวจากสวนหลังบ้าน...



















...อากาศดีแบบนี้ ไปเดินเล่นแถวนี้กันมั้ย?...


















แล้วคุยกันใหม่บล็อกหน้าจ้าาาา






 

Create Date : 30 มกราคม 2554    
Last Update : 4 มีนาคม 2554 22:37:39 น.
Counter : 3030 Pageviews.  

Santa Wood(s), Christmas tree and a few tips of choosing colours for your home...






ฉันสัญญาไว้ในบล็อกก่อนว่าถ้าทำแซนต้าเสร็จเมื่อไหร่ก็จะเอามาให้ดูกัน วันก่อนมีเวลาได้หยุดอยู่กับบ้าน เลยจัดการกับท่อนไม้ที่แพทริคเลื่อยทิ้งไว้ให้ ตอนแรกเลยต้องเลื่อยกิ่งตะปุ่มตะป่ำออกก่อน จากนั้นก็ขัดหน้าแซนต้าด้วยกระดาษทรายให้พอเรียบ เสร็จแล้วก็จัดการทาสี สีที่ใช้คือสีอะคลีลิคทาไม้ธรรมดาๆที่เรามีอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว แล้วก็จุดตาด้วยปากกาเมจิกสีดำ แค่นี้ก็เป็นอันว่าเสร็จ ไม่ยากเลยเนอะ แถมออกมาได้ดั่งใจและน่ารักมากๆๆด้วย

ผลงานคราวนี้ฉันแอบตั้งชื่อให้เรียบร้อยแล้วว่า Santa Wood












ราวๆอาทิตย์นึงแล้วที่เราสองคนเริ่มแต่งบ้านให้เข้ากับบรรยากาศคริสต์มาส ไม่ได้ทำทีเดียวเสร็จแต่ค่อยๆแต่งไป ไปไหนเห็นอะไรที่เข้าตาก็เอามาเพิ่มเติมทีหลัง จะว่าไปนี่ก็เป็นอีกเทศกาลนึงที่เราค่อนข้างจะตั้งหน้าตั้งตารอ โดยเฉพาะการหาซื้อต้นสน(ต้นจริง)ที่จะเอามาแต่งต้นคริสต์มาส แพทริคต้องขับรถพาตระเวณไปหลายร้านแน่ะกว่าฉันจะตัดสินใจได้ อิอิ ที่เลือกมากเพราะส่วนมากรูปทรงต้นจะไม่ถูกใจ ต้นห่างบ้าง ทรงสามเหลี่ยมเบี้ยวๆบ้าง หรืออะไรแบบนี้

การซื้อต้นสนก็เหมือนการซื้อบ้าน การซื้อรถ หรือแม้กระทั่งการเลือกคนที่จะคบหา ต้องใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ให้ดีๆก่อน ฉันถือหลักข้อนี้ไว้ในใจเสมอเวลาที่ต้องตัดสินใจอะำไรซักอย่าง ถ้าเจออะไรที่ไม่ใช่ แต่ต้องฝืนใจอยู่กับมัน ชีวิตก็ไม่มีความสุขใช่ไหม

และสำหรับปีนี้ฉันเลือกธีมสีแดงและขาว(เงิน)ให้กับต้นคริสต์มาสของเรา แต่ละปีเราพยายามที่จะไม่ทำอะไรซ้ำๆเดิมๆน่ะ และเหตุผลที่เลือกสีแดงขาวให้กับปีนี้ก็เพราะเจ้า Santa Wood นั่นเอง อีกอย่างโทนสีนี้ก็เข้าการห้องนั่งเล่นของเราด้วย









พูดถึงเรื่องสี...เวลาแต่งบ้านการเลือกสีนั้นสำคัญมากๆ ต้องพยายามคิดถึงความกลมกลืนกันเป็นหลัก บ้านถึงจะออกมาดูลงตัว และหนึ่งในหลักการง่ายๆของความกลมกลืนที่ว่าก็คือ พยายามนึกถึงของในห้องซักอย่างเป็นหลักสำหรับการเลือกสี จากนั้นของตกแต่งอื่นๆก็เลือกโทนสีเดียวกัน

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ อย่างฉันเอาสีแดงขาวของ Santa Wood เป็นหลัก คริสต์มาสบอลเลยเป็นสีแดงและขาว(เงิน)ตาม หรือตัวหนังสือ COZY มีสีฟ้่าเทอคอยซ์และบานเย็นเป็นส่วนประกอบ โคมไฟข้างล่างเลยเป็นสีฟ้าและผ้าห่มควิลท์ที่โซฟาเป็นสีชมพู (บานเย็นกับชมพูถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน) เป็นต้น ของที่เป็นตัวหลักที่ว่า อาจจะมีมากกว่าหนึ่งอย่างก็ได้ แต่พยายามอย่าให้โทนสีต่างกันมากเกินไป ไม่ใช่ว่ามุมนึงของห้องเน้นขาวดำ แต่อีกมุมเป็นสีสดใส แบบนี้ก็คงออกมาแปลกๆ


จริงๆการเลือกสีที่ฉันใช้อยู่มีหลายหลักการ การ repeating โทนสีก็สำคัญ อย่างสีแดงในห้องนี้จะเห็นว่าไม่ใช่มีแค่หน้าแซนต้าอย่างเดียว แต่ตู้วางทีวีก็สีแดง กระถางตรงหน้าต่างก็แดง ส่วนสีส้ม นอกจากหมูออมสินกับแจกันที่ให้ในรูปแล้ว โคมไฟลายดอกที่หน้า่ต่าง กับเก้าอี้ข้างๆชั้นหนังสือบิลลี่ก็ส้มเหมือนกััน อะไรแบบนี้ การเลือกสีซ้ำๆกันแบบนี้จะทำให้ห้องทั้งห้องมีความเป็น unity มากขึ้น

















หลักการพวกนี้ฉันว่าน่าสนใจดี เดี๋ยวไว้มีโอกาสซักวันจะเขียนถึงเรื่องนี้ดูเผื่อมีคนอยากรู้เนอะ แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ใช่นักแต่งบ้านมืออาชีพหรืออะไร ทฤษฏีทั้งหลายที่พูดถึงนั้นส่วนมากมาจากการลองผิดลองถูกของตัวเองทั้งนั้น ถ้าหากว่าใครสนใจอยากให้บ้านออกมาหน้าตาแบบที่เห็นในบล้อกนี้ (จะมีคนชอบทำบ้านสีสันสดใสแบบนี้มั้ยน้อ)ลองทำตามหลักที่ฉันว่าดู คิดว่าคงไม่ยากเกินไป

หมายเหตุ : ปกติห้องนั่งเล่นสีสันอาจจะไม่เยอะขนาดนี้ แต่เนื่องจากเป็นช่วงคริสต์มาส ฉันเลยเน้นตกแต่งให้ห้องออกมาหลากสีเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แต่เรื่องแบบนี้อยู่ที่รสนิยมของคนเนอะ บางคนอาจจะชอบอะไรที่เรียบๆ ในขณะที่บางคนอาจจะชอบอะไรที่แตกต่างออกไป

วันนี้มาสั้นๆแค่นี้แหละจ้ะ ภายในหนึ่งอาทิตย์แต่อัพบล็อกตั้งสองบล็อกแน่ะ อิอิ ถ้าหาเวลาได้ฉันจะพยายามเข้ามาเขียนหรือคุยอะไรในนี้บ่อยๆ เผื่อใครรออ่านอยู่จะได้ไม่ต้องรอนานเนอะ

ขอบคุณเพื่อนๆและคนอ่านที่น่ารักทั้งหลาย ขอให้ทุกวันเป็นวันที่มีความสุขเหมือนเดิมจ้าาาา







 

Create Date : 11 ธันวาคม 2553    
Last Update : 12 ธันวาคม 2553 21:02:54 น.
Counter : 1896 Pageviews.  

'SNOW' time and a little project for Christmas...








หน้าหนาวมาถึงแล้วจ้าาาาาาา...

ถึงแม้ร่างกายของฉันจะไม่ค่อยสู้กับอากาศหนาว เพราะหนาวมาทีไรนิ้วเท้าและนิ้วมือจะชอบบวมทุกที แถมบางปีก็เป็นลมพิษด้วย อีกอย่างเวลาหิมะตกหนักไปไหนมาไหนก็ลำบากอีก ข้อเสียเยอะแยะไปหมด

แต่ถึงกระนั้นก็อดที่จะหลงรักฤดูนี้ไม่ได้อยู่ดี
หน้าหนาวมีอะไรดีหนอ...

หน้าหนาวมีหิมะสวยๆ
หน้าหนาวมีเทศกาลคริสต์มาส
หน้าหนาวคือช่วงที่ปีใหม่จะมาถึง
และหน้าหนาวมีกลิ่นควันหอมๆจากปล่องไฟ...

เสียดายที่บ้านของเราสองคนยังไม่มีเตาผิงที่ทำงานได้จริง แต่เวลาเอาโทบี้ไปเดินยามค่ำคืน กลิ่นควันฟืนจากปล่องไฟบ้านของคนอื่นนี่มันช่างหอมจริงๆ... แพทริคบอกว่าหน้าหนาวถ้าไม่ได้กลิ่นปล่องไฟ ก็เหมือนจะไม่ใช่หน้าหนาวที่สมบูรณ์แบบ เราเลยตกลงกันว่าซักวันเราจะมีเตาผิงและปล่องไฟของเราเองบ้าง





















ช่วงนี้หิมะเริ่มตกอย่างจริงๆจังๆแล้ว เลยได้มีโอกาสถ่ายรูปหิมะรอบๆบ้านเก็บไว้ บรรยากาศสวยและสงบมากๆ จะว่าไปก็ถือเป็นหน้าหนาวแรกกับบ้านหลังนี้ของเรา ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้จะครบห้าเดือนแล้ว เวลาผ่านไปไวมากๆ แม้จะมีอะไรมากมายให้ต้องจัดการให้เสร็จ ทำไปได้ไปทีละนิดๆ แต่ก็รู้สึกว่าตั้งแต่ย้ายมาชีวิตลงตัวขึ้นและมีความสุขมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ...





Home Sweet Home...มีน้องคนนึงบอกว่าบ้านของเราหน้าตาเหมือนบ้านขนมปังขิง ฮี่ๆๆ




อยากขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของบ้านของเราสองคนผ่านบล็อกนี้ แพทริคเองแม้จะอ่านไทยไม่ได้ แต่ก็ชอบที่ฉันเอาสิ่งที่เราทำมาเขียนในนี้ (ชอบดูรูปสวยๆที่ฉันถ่ายมาลงด้วยน่ะ) เวลาทำงานด้วยกันในบ้าน บางทีตัวแพทริคเองด้วยซ้ำที่เป็นคนกระตือรือร้นแนะนำว่าน่าจะเอาเรื่องของห้องนั้นห้องนี้มาเขียนบ้างนะ

จะว่าไปการเขียนบล็อกก็ช่วยผลักดันให้แพทริคเข้ามามีส่วนร่วมในการทำบ้านมากขึ้นมากๆด้วย ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านหลังก่อนของเราที่ส่วนมากฉันจะเป็นคนทำเองน่ะ เหมือนได้สามีคนใหม่เลยแฮะ ฮะๆๆๆๆ



















ดูรูปหิมะกันจุใจมั้ยเอ่ย...


วันนี้อยากมาอัพเรื่องสั้นๆ แต่ก่อนไปขอคุยเกี่ยวกับโปรเจ็คเล็กๆ เล็กมากๆและง่ายมากๆด้วย อิอิ (แต่ทำไม่เสร็จซะงั้น) ที่เราสองคนตั้งใจทำสำหรับเทศกาลคริสต์มาสนี้กันดีกว่า โปรเจ็คที่ว่าก็คือตุ๊กตาท่อนไม้แซนต้า(แอบตั้งชื่อมั่ว)นั่นเอง





รูปนี้ถ่ายมาจากตลาดคริสต์มาส




แรงบันดาลใจนี้ได้มาจากตอนที่เราไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสกันเมื่อปีที่แล้ว มีร้านๆนึงขายของหน้าตาตามรูปข้างบนนี้ ฉันเห็นปุ๊บก็ปิ๊งไอเดียอยากทำตามบ้างขึ้นมาทันทีเพราะดูท่าทางทำง่ายมาก

ปีที่แล้วเราสองคนเองก็มีต้นคริสต์มาสในบ้าน ฉันเลยบอกกับแพทริคว่าหลังพ้นคริสต์มาสไปแล้ว เราอย่าทิ้งต้นมันดีกว่า เก็บลำต้นของมันไว้แล้วเอามาทำตุ๊กตาหน้าตาแบบที่เห็นที่ตลาดนัดกัน ทำแบบนี้ไม่เสียของ แถมมีความหมายด้วยถ้าแต่ละปีเราเก็บต้นของมันไว้แล้วเอามาทำตุ๊กตา แพทริคก็ตอบตกลง และหลังรื้อต้นคริสต์มาสเสร็จ แพทริคก็จัดการลิดใบสนออก เหลือแต่ลำต้น ตอนย้ายบ้านก็ขนท่อนนี้มากับพวกเราด้วย
















และเมื่อวานตอนสายๆอากาศค่อนข้างดี ถึงแม้จะหนาวแต่ก็มีแดดนิดๆ พวกเราเลยออกไปข้างนอก ตั้งใจกันดิบดีว่าจะทำตุ๊กตาท่อนไม้แซนต้ากัน แพทริคทำหน้าที่เลื่อยไม้ให้ โทบี้เป็นฝ่ายกองเชียร์ ฮิๆๆ ส่วนฉันหลังแพทริคเลื่อยเสร็จก็จะจัดการขัดกระดาษทรายและทาสี พวกเราสามคน ครบทีมดีมั้ย










แต่โชคร้าย...เพราะเลื่อยไม้ไปๆมาๆยังไม่เสร็จดีด้วยซ้ำ หิมะก็เริ่มตกกระหน่ำ แพทริคเลยรีบเลื่อยให้เสร็จ สุดท้ายจากไม้สนท่อนนึงเราก็ได้แซนต้าไร้หน้ามา 4 ตัว อิอิ จากนั้นก็รีบถ่ายรูปและรีบเข้าบ้าน ตกลงโปรเจ็คนี้เลยยังไม่เสร็จ เหลือขัดไม้และวาดหน้าให้แซนต้า วันนี้ก็ยุ่งๆกับการเคลียร์พื้นที่ในโรงรถเพื่อที่จะเอารถเข้าไปเก็บ(ก่อนหน้านี้โรงรถเต็มไปด้วยของ รถเลยต้องจอดตากหิมะข้างนอกน่ะ) เลยยังไม่มีเวลาได้ทำแซนต้าต่อ แต่ก็อยากเอามาเขียนเล่าในบล็อกนี้ก่อน

ก่อนไปลากันด้วยรูปพายุหิมะเมื่อวาน บล็อกหน้าฉันสัญญาว่าจะเอาตุ๊กตา่แซนต้าที่ทำเสร็จสมบูรณ์มาให้อ่าน/ดูกัน พร้อมๆกับรูปต้นคริสต์มาสที่แต่งเสร็จของพวกเราปีนี้ด้วย...

ไว้คุยกันใหม่จ้าาาา ขอให้ทุกวันเป็นวันที่มีความสุข บายๆๆ

















 

Create Date : 06 ธันวาคม 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2560 1:26:02 น.
Counter : 1090 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

BlogGang Popular Award#14


 
~ Cerulean Blue ~
Location :
ลำปาง Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 118 คน [?]




:: About Me ::


A girl, her life, and the old little Dutch house. Oh, and possibly a few adventures...

Anyway feel free to drop by and say hi :)

:: decorating ::
:: sewing ::
:: crafting ::
:: painting ::
:: traveling ::
:: and Living! ::

"ผจญภัยในอ้อมแลนด์"













:: PREVIOUS POSTS ::


...My simple kitchen pantry storage and the most frequently asked questions about Cerulean Blue...

...The guest bedroom and how to hang wallpaper...ห้องนอนเล็ก และ how to การติดวอลเปเปอร์แบบง่ายๆ...

...Blog is more than you think... ชีวิตและการเขียนบล็อก...

...The Little Groningse Kitchen...

...My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2'...

...My 'blue' and 'white' curtain...

...and I am back again, officially... นกน้อย คืนรัง ^^...

...Window seat project #2... มุมริมหน้าต่างเสร็จแล้ว + งานเล็กๆของช่างไม้มือสมัครเล่น ^_^...

...My kitchen, my pride...

...'Cute curtains' and a quick peek into my sewing room...

...My new sofa slipcover!... โปรเจ็คยักษ์ 'ผ้าคลุมโซฟา' ^^...

...One Year already!... ครบหนึ่งปีพอดี + รวมมิตรรูปบ้าน และเรื่องบ้านๆที่อยากแบ่งปันกัน...

...Shabby shabby...เก่านิดๆ ถลอกหน่อยๆ...

...That nice 'ugly' shelf...

...'The white fireplace' and my old glass cabinet...

...A bit of a change in the living room...

...'Spring Blossom' granny squares...แกรนนี่สแควร์ลายใหม่ ^-^...

...'Cerulean' crochet cushion... และคุยเล็กคุยน้อย...

...Café curtains...

...My 'kitsch' kitchen...และชีวิตช่วงนี้...

...Another armchair slipcover!...ผ้าคลุมเก้าอี้ (อีกแล้ว)...

...Armchair slipcover...โปรเจ็คแรกแห่งปี!...

...Santa Wood(s), Christmas tree and a few tips of choosing colours for your home...

...A Little Update...

...Make it 'COZY'...



:: All About My Home ::


...New Home...
































































...Old Home...




























:: งานเขียนและรูปภาพในบล็อกนี้
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาต ::


New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~ Cerulean Blue ~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.