Back in time to 14th century in the Groningse manor house 'Menkemaborg'...



...เที่ยวคฤหาสน์เก่า Menkemaborg กับแม่และยาย(ข้างบ้าน)...




ทำงานเสร็จไปหนึ่งอย่างแล้วววว แอบดีใจ เลยคิดว่ามาอัพบล็อกเสียหน่อย หลังจากไม่ได้มาเขียนเสียนาน แอบออกแบบหัวบล็อกให้ Cerulean Blue ใหม่ด้วย ดูสวยคลาสสิคขึ้นไหมจ้ะ ^_^

มีงานและสิ่งที่ต้องทำเยอะแยะมากมาย ทั้งงานจริงบ้าง(ได้ตังค์) งานไม่จริงบ้าง(ไม่ได้ตังค์ ทำสนุกๆ เพลินๆ ซึ่งมีเยอะกว่า เหอๆๆ) แต่ค่าของงานจริงๆมันก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินอย่างเดียว..ใช่ไหม [มัวแต่คิดแบบนี้สุดท้ายเลยกลายเป็นคนรวยแต่ความสุข ไม่รวยเงินทอง เดี๋ยวเอาไว้ตอนปลายเดือนหรือต้นๆเดือนบิลต่างๆโผล่มาก็ค่อยเหงื่อตกกันไป ได้สัมผัสชีวิตจริงกันเป็นระลอกๆ...เคลียร์บิลเสร็จก็กลับสู่โหมดโลกความฝันต่อ ชีวิตเป็นเช่นนี้เอง]


ขอแอบคิดเสียงดังนิดนึงให้เพื่อนๆอ่านได้ไหมนะ....เวลาฉันบอกใครว่ายุ่ง บางทีก็แอบแปลกใจที่หลายคนมักจะมองฉันอย่างงงๆ พร้อมกับตามมาด้วยคำพูดที่ค่อนข้างเป็นแพทเทิร์นแบบเดียวกับที่ได้ยินมาจากอีกหลายคนก่อนหน้านี้ "เธอจะยุ่งอะไร ลูกก็ไม่มี งาน(ประจำ)ก็ไม่ได้ทำ..." หรือแม้แต่เวลาที่ฉันจัดการกับบ้านช่องของตัวเองไม่ว่าจะซ่อมแซมบ้าน หรือแค่การย้ายข้าวของไปมา... "มันเป็นเรื่องปกติล่ะที่เธอจะทำสิ่งพวกนี้ได้ เพราะเธอมีเวลามากมายนี่ ลองเธอมามีงานประจำ หรือมีลูกอย่างฉันบ้าง...."

ง่าาาา....-_-'

ปกติฉันไม่ค่อยมีอคติกับใคร ไม่ค่อยชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครด้วย เรารู้ตัวดีเราทำอะไรอยู่ แต่บางทีก็อดไม่ได้ที่อยากจะพูดอะไรกลับบ้างเวลาได้ยินคำพูดเหล่านี้ แต่คิดอีกที ถ้าทำก็เท่ากับเราเอาความมีอคติเข้าตัวเอง สุดท้ายเลยได้แต่เงียบ แล้วก็ลืมๆไป คนบางคนไม่รู้จักเรา หรือเจอะเจอกันเพียงผิวเผิน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ฉันก็ไม่อยากเสียเวลามานั่งอธิบาย เพราะเอาเข้าจริงเขาจะมีเวลามานั่งฟังคำตอบไหมนะว่า....
ถ้าหากไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านี้ที่เขากำลังวิจารณ์(อย่างมีอคติ)...
แล้วฉันจะสร้างธุรกิจเล็กๆของตัวเอง...
ได้ทำงานเขียนที่รักและใฝ่ฝันนักหนา...
หรือได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง...ได้อย่างไร...


และสุดท้ายการที่ฉันเลือกทางเดินชีวิตในแบบของตัวเอง รวมไปถึงการตัดสินใจแหกกฎชีวิตบางอย่างที่หลายคนอาจจะไม่กล้าคิดหรือทำ แล้วมีความสุขกับมัน ....ฉันทำด้วยวิธีไหน เขาจะสนใจมาเสียเวลานั่งฟังเหมือนที่เขาเสียเวลามาวิจารณ์ชีวิตคนอื่นไหมนะ...?? เดาว่าคงไม่



.... อีกอย่างคงเพราะฉันไม่ชอบมานั่งคุยเรื่องผลลัพธ์ให้ใครฟัง แต่เน้นสิ่งที่เราทำระหว่างนั้นมากกว่า บางทีหลายคนเลยอาจจะไม่รู้ หรือไม่ได้ติดตามในหลายๆเรื่องจนถึงที่สุดว่าเราไปถึงไหนต่อไหนบ้าง

ฉันเชื่อว่าคนเราแต่ละคนนั้นมีความสามารถ สติปัญญา ทัศนคติ รวมไปถึงความอดทนไม่เท่ากัน ฉันรู้ข้อนี้ดีเพราะฉะนั้นถึงไม่ชอบไปวิจารณ์ชีวิตของใครอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า หากแต่เรารู้ตัวเราเองก็เพียงพอแล้ว ตัวฉันเองฉันยอมรับว่าฉันอาจจะไม่ใช่คนอดทนมากพอที่จะใช้ชีวิตกับงานประจำเหมือนใครต่อใครได้ หรือต้องรับฟังคำสั่งตลอดเวลา หรือใช้ชีวิตแบบเดิมๆทุกๆวัน ฉันทำไม่ได้ ฉันถึงเลือกทางเดินอีกทางแทน ที่เหมาะกับฉันมากกว่าและทำให้ฉันมีความสุขมากกว่า แต่ถ้าให้สมมตินะ สมมติถ้าให้เขา(คนที่วิจารณ์)ลองมีข้อแม้ของชีวิตเหมือนกัน แล้วให้เขามาทำสิ่งที่ฉันทำทุกวันนี้ เขาจะทำเท่าฉันได้ไหม ฉันเดาว่าอาจจะไม่ ก็เป็นไปได้ ต้องลองคิดทั้งสองแง่มุมดูก่อนจะวิจารณ์คนอื่นเนอะ จะได้แฟร์กับทุกฝ่าย

อันนี้เล่าให้ฟังเฉยๆ ไม่ได้เจาะจงเพื่อนๆที่เป็นแม่คนหรือมีงานประจำนะ อย่าเข้าใจผิดกันนะจ้ะ แค่หมายถึงกับคนที่เค้าไม่เปิดใจเฉยๆ พอดีได้ยินบ่อย เลยแอบเซ็งบ้าง แต่จริงๆไม่ได้เครียดหรือใส่ใจหรอก แค่อยากพูดครั้งเดียวจบ ^^' เดี๋ยวเพื่อนๆจะคิดว่าวันนี้ cerulean blue ออกแนวดราม่า เปล่านะ.. เราต่างคนต่างมีหนทางของตัวเองใช่ไหม ฉันถึงคิดว่ามีแต่คนอ่านบล็อกของฉันเท่านั้นที่เข้าใจ ... พวกเขานี่ล่ะที่เป็นคนที่ฉันใส่ใจ ขอบคุณมากๆที่ติดตามและกำลังใจที่ให้กันมาตลอด





...แม่...:-)



กลับมาเรื่องบล็อกต่อ หายหน้าไปจากบล็อกพักใหญ่ๆเลย ไหนว่ากลับมาเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัวอีกครั้งแล้วจะขยันขึ้นไง...แหะ แหะ

จริงๆคือเพราะว่าแม่อยู่ด้วย เลยไม่ค่อยสะดวก อีกอย่างฉันอยากใช้เวลากับแม่ให้มากที่สุดเพราะเราไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อย 1-2 ปีเจอกันครั้งนึงแบบนี้เนอะ สรุปว่าปีนี้ได้เจอหน้าพ่อ แม่ พี่ ครบทั้งสามคนเลย ตอนแรกแม่มากับพ่อ แต่พ่ออยู่นานได้แค่สองสัปดาห์ก็กลับเมืองไทยล่วงหน้าไปก่อน ส่วนแม่อยู่ที่นี่ต่อถึงสองเดือนกว่าเลย ส่วนสิบวันสุดท้ายก่อนแม่จะกลับ พี่ชายก็ตามมาสมทบ แล้วหลังจากนั้นพาแม่เดินทางกลับเมืองไทยไปด้วยกัน งงกันไหม อิอิ... (ภายในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาเราเดินทางไปสนามบินเป็นว่าเล่น เดี๋ยวไปรับ เดี๋ยวไปส่ง เวียนกันไป นับจำนวนครั้งทั้งหมดที่เข้าออกสนามบินแล้วน่าจะมากกว่าเอาห้าปีที่ผ่านมารวมกันเสียอีก อิอิ)

ตอนนี้แม่กลับไปแล้ว แอบเหงานิดๆเพราะเหมือนได้ใช้เวลากับแม่แบบ 24/7 มาตลอดสองเดือนกว่าๆ ตื่นมาก็เห็นหน้าแม่ ก่อนนอนอีก แถมตอนนอนบางคืน(หลายคืน)ก็แอบหนีแพทริคไปนอนกอดแม่ด้วย อิอิ หุงข้าว ทำกับข้าว ล้างจาน แม่ก็ทำให้หมด นอกจากนั้นยังช่วยดูแลบ้าน เก็บกวาดสวนอีก เยอะแยะสารพัดมากมายที่แม่ทำให้ (รวมถึงพ่อและพี่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆด้วย) พอวันนึงตื่นมาเจอความจริงว่า แม่ไม่อยู่แล้ว แม่กลับเมืองไทยไปแล้ว น้ำตาไหลพรากทุกที วันสองวันแรกก็แอบไปนอนห้องที่แม่นอน ไปดมกลิ่นผ้าห่มของแม่ T_T ตอนนี้แม่กลับไปแล้วเกือบเดือนแล้วก็ยังไม่ได้เก็บห้องเลย เอาไว้แบบนั้นก่อน เดี๋ยวค่อยเก็บ









ตอนนี้ก็ค่อยๆเริ่มชิน อาจจะเป็นเพราะว่าฉันพยายามหาอะไรทำ ให้ยุ่งเข้าไว้ ช่วงนี้เลยบ้าพลังมาก (มากกว่าเก่าอีกเรอะ?!? -- คนอ่านสงสัย) ทำนู่นทำนี่ จุกจิกยุกยิกตลอด จะได้ไม่คิดถึงพ่อกับแม่และพี่ชายมาก

ดีใจที่พ่อแม่และพี่ได้มาเห็นชีวิตจริงๆของฉันที่นี่เสียที ก่อนหน้านี้เวลาฉันเล่าถึงอะไรก็อาจจะได้แค่นึกภาพ แต่ตอนนี้ทุกคนได้มาสัมผัสของจริงแล้ว เอาตั้งแต่การกินอยู่ ไลฟ์สไตล์ แนวคิด(ที่สุดโต่งบ้างในบางครั้ง) รวมไปถึงสังคมที่ฉันมีที่นี่ ทั้งบรรดาเพื่อนๆคนไทย คนฮอลแลนด์ ครอบครัวสามี ญาติๆสามี คนละแวกบ้าน งานที่ฉันทำ ฯลฯ เดาว่าอาจจะมีหลายครั้งพ่อแม่และพี่อาจจะไม่เก็ตบ้าง แรกๆอาจจะกังวลบ้าง ด้วยเหตุผลที่ว่าฉันจากบ้านมาหลายปี และเราไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันหลายปี แต่พออยู่ด้วยกันไปซักพักก็ชิน ตัวฉันเองก็ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับพ่อแม่เยอะเหมือนกัน

พูดเรื่องชีวิตเยอะไปไหมเนี่ย แต่จริงๆอยากพูดแทรกสิ่งเหล่านี้ไปด้วย น่าเป็นประโยชน์กับคนอ่านมากกว่า เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านจะได้ไม่ได้แค่เกร็ดแต่งบ้านอย่างเดียว แต่รวมไปถึงวิธีการใช้ชีวิตในแบบ Cerulean Blue ไปด้วย ฉันคงไม่มานั่งแจกแจงถึงวิธีการใช้ชีวิตเป็นข้อๆให้อ่านกัน เหมือนการนั่งอ่านตำรา คงไม่กล้าขนาดนั้น เพราะตัวฉันเองจริงๆก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบและยังมีข้อผิดพลาดมากมายที่ต้องปรับปรุง อีกอย่างฉันมองว่าแต่ละคนมีหนทางการใช้ชีวิตของตัวเองอยู่แล้ว Everyone makes their own choice เขาว่างั้นเนอะ

.
.
.









เข้าเรื่องเที่ยวได้หรือยังนะ.. ^^

ไปเที่ยวกันดีกว่า.... ช่วงที่แม่อยู่ ก็พาแม่เที่ยวรอบๆประเทศฮอลแลนด์อยู่หลายที่ (ไม่ได้ไปนอกประเทศด้วยความไม่พร้อมหลายๆอย่าง) คงเอามาเขียนเล่าในนี้ไม่หมด เลยเลือกเอาทริปที่ประทับใจๆดีกว่า อย่างทริปเที่ยวคฤหาสน์ Menkema ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ มาบล็อกนี้เห็นแต่บ้านตัวเอง ลองไปเที่ยวบ้าน...เอ่อ คฤหาสน์ของคนอื่นบ้าง :-)


ก่อนอื่นขอเล่าประวัติอย่างย่อมากๆของที่นี่ให้ฟังกันนิดนึง Menkemaborg (อ่านว่า เมนเก้อมาบอร์ก) อยู่ที่เมือง Uithuizen ซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศนั่นเอง และห่างจากบ้านเราไปประมาณ 45 นาที เป็นคฤหาสน์ชนบท (Manor house, mansion, country house หรือแล้วแต่จะเรียกกันไป) ของตระกูล Alberda van Menkema ตระกูลชั้นสูงของดัตช์ตระกูลหนึ่ง ประวัติของบ้าน (ขอเรียกง่ายๆว่าบ้านล่ะกันเนอะ) ลากยาวไปจนถึงศตวรรษที่ 14 นู่นนนเลย หลังจากนั้นมีการปรับปรุงมาเรื่อยๆตามระยะเวลาที่ผ่านไป และหลังจากเจ้าของบ้านคนสุดท้ายเสียชีวิตไปเมื่อปี 1902 บรรดาลูกหลานผู้สืบตระกูลจึงตัดสินใจยกบ้านและที่ดินทั้งหมดให้พิพิธภัณฑ์โครนิงเงิ่นดูแล


ตอนอ่านประวัติให้แม่ฟัง แม่แอบแย้ง "เป็นแม่นะจะไม่ยกให้เลย ของบรรพบุรุษเราแท้ๆนะ ยกให้คนอื่นได้ยังไง... " เลยต้องอธิบายให้แม่ฟังว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษาคฤหาสน์หลังนึงมันไม่ใช่น้อยๆเลย ขนาดบ้านปกติๆคนทำงานปกติยังถือว่าหนัก แต่นี่เป็นคฤหาสน์ ถ้าเจ้าของรับภาระไม่ไหว จะเอาสมบัติเก่ามาขายก็คงดูไม่ดีแน่ๆ ทางที่ดีที่สุดก็ต้องยกให้เป็นสมบัติของชาติดูแลต่อไป ก็ถือเป็นการรักษาสมบัติของบรรพบุรุษวิธีหนึ่งใช่ไหม... :-)

และหลังจากปรับปรุงบ้านทั้งหลังและสวนของบ้าน ทางพิพิธภัณฑ์ก็เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี 1927 เป็นต้นมา

จริงๆฉันไม่ได้รู้จักที่นี่มาก่อน แต่ตอนคุณยายเพื่อนบ้านอาสาพาฉันและแม่เที่ยว คุณยายเสนอที่นี่มาเพราะคุณยายไปมาบ่อย และไม่ไกลจากบ้านเรามาก ฉันฟังแล้วคิดว่าน่าสนใจดีเลยตอบตกลง และมาแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ... จริงๆต้องเสียค่าเข้าด้วย คนละ 6.50 ยูโร แต่คุณยายออกให้หมดเลย ทั้งพาเที่ยว ทั้งจ่ายค่าเข้า ใจดีที่สุด เดี๋ยวพอเข้าไปชมบ้านแล้ว ยายก็เป็นไกด์ให้พวกเราด้วยนะ ฉันยกตำแหน่งเพื่อนบ้านที่น่ารักที่สุดในโลกให้ยายไปเรียบร้อยแล้ว แถมครองแชมป์มาสามปีติดกันด้วย นับตั้งแต่ที่ฉันย้ายมาเป็นเพื่อนบ้านของยายเลย จากแค่เพื่อนบ้าน ตอนนี้ยายกลายเป็นเหมือนยายแท้ๆของฉันไปแล้ว พอแม่มาเยี่ยม ยายก็เอ็นดูแม่ไปด้วย
(เพื่อนๆคนไหนที่สนใจการผจญภัยตามหาบ้านในฝันของฉัน จนมาเจอบ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันนี้และเจอยาย บ้านของยายคือบ้านฟาร์มสวยๆหลังมหึมาที่อยู่ติดกัน ลองเข้าไปอ่านเรื่องราวที่ฉันเขียนไว้ใน บล็อกนี้...ได้เลยนะจ้ะ)

จริงๆก็ไม่ได้มีแต่ยาย แต่ยังมีเพื่อนบ้านหลังอื่นๆอีกหลายคนที่ดีกับเรามากๆๆๆๆๆๆ เดี๋ยวฉันค่อยเล่าในคราวต่อไป พ่อแม่ยังประหลาดใจ ที่ไปๆมาๆสังคมที่ฉันอยู่ไม่ต่างจากที่พ่อแม่อยู่เท่าไหร่ ตอนแรกพ่อแม่คิดว่าฉันคงโดดเดี่ยวน่าดู แต่ไม่ใช่เลย ผู้คนรอบตัวฉันน่ารักกันมากๆทุกคนและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากมายกับเรา มันเหมือนถูกหวยจริงๆนะการที่เรามาจากไหนไม่รู้ พอมาอยู่แล้วได้เจอเพื่อนบ้านน่ารักและสังคมคนท้องถิ่นดีๆแบบนี้











ชักลากยาว เข้าชมคฤหาสน์กันจริงๆแล้ว....

เริ่มกันที่สวนสวยก่อน เนื้อที่ของสวนค่อนข้างกว้างมากและสวยมากๆ และมีโซนจัดแบ่งที่ชัดเจนอย่าง Pleasure garden, Sundial garden, Geometric paths, the Maze, fruits garden และ kitchen garden ฉันขอไม่อธิบายมากเกี่ยวกับสวน ให้เพื่อนๆดูรูปรวมๆไปก่อน มันสวยทุกโซนเลย คนสมัยก่อนเขาช่างคิดจริงๆ แต่ว่าลึกๆใจจดใจจ่อกับบ้านมากกว่าน่ะ แหะ แหะ ก็คนแต่งบ้านเนอะ เลยอยากเห็นในบ้านมากกว่าไง ^^....

ชมสวนเสร็จก็มาหน้าบ้าน จะพาเข้าประตูบ้านแล้วน้าาาา..... ยินดีต้อนรับสู้บ้าน Cerulean Blue เอ๊ยยยยย Menkema จ้าาาา....










ตรงก่อนทางเข้าหน้าบ้าน เพื่อนๆจะเห็นคาเฟ่/ร้านอาหารทางซ้ายมือด้วย สมัยก่อนอาคารที่เป็นร้านอาหารตอนนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนงานของบ้าน ทั้งคนสวน ภารโรง คนขับรถม้า รวมไปถึงเป็นที่เก็บข้าวของ โรงม้า และโรงเก็บรถม้าด้วย...









Drawing room

Drawing room เข้ามาในบ้านปุ๊บก็จะเป็นโถงทางเดินยาวแล้วห้องหับเรียงกันไปเป็นลำดับ เริ่มกันทางขวามือก่อนที่ห้อง Drawing room อันนี้ไม่ได้หมายถึงห้องวาดภาพนะจ้ะ แต่คำนี้มาจากคำว่า withdrawing ถือเป็นห้องสำหรับพักผ่อนของเจ้าของบ้าน (เน้นผู้หญิงนิดนึง) หรือใช้ต้อนรับแขกที่สนิทสนมจริงๆ บางทีนายหญิงของบ้านอาจจะมาทำการเย็บปักถักร้อย แอบเห็นกล่องเย็บผ้าและผ้าปักด้วย หรืออ่านหนังสือที่ห้องนี้ หรือใช้สันทนาการแขก(ที่สนิทๆ) แนวกันเองๆสบายๆ ส่วนแขกแบบเป็นทางการหน่อยจะไปห้องรับรองอีกห้องมากกว่า















The Hall/reception room

The Hall/reception room อันนี้ล่ะห้องรับรองแขกจริงๆ บางทีเจ้าของบ้านก็ใช้ร่วมกับห้อง drawing room ด้วย เพราะมีประตูเชื่อมผ่านถึงกันสะดวกโดยไม่ต้องเดินอ้อมไปประตูหน้าห้อง การตกแต่งอลังการมากๆทั้งงานแกะสลักไม้ตรงเตาผิง ภาพเขียนสีน้ำมัน เฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊ค (เป็นงานของดัตช์ทั้งหมด) ตู้เครื่องเล่นออร์แกน เครื่องกระเบื้องจีนราคาแพง พรมเปอร์เซีย และ chandelier ฯลฯ สรุปคือหรูหรามากๆ















The Study

The Study อันนี้จุดประสงค์ของห้องก็ตามชื่อห้องเลย เป็นห้องที่เด็ก ลูกหลานเจ้าของบ้านใช้เป็นที่ศึกษาหาความรู้ สมัยก่อนไม่มีโรงเรียนแบบปัจจุบัน คนมีกะตังค์เขาก็จัดครูมาสอนที่บ้าน มีห้องเรียนที่บ้านแบ่งแยกชัดเจน รวมไปถึงเป็นห้องนั่งเล่นของเด็กๆด้วย เพื่อนๆเห็นของเล่นเด็กไหม.... มี miniature ของเครื่องกระเบื้องด้วย น่ารักจัง ตอนอยู่ห้องนี้แอบๆคิดคนเดียวว่าชีวิตวัยเด็กของคนมีชาติตระกูลสูงศักดิ์แบบนี้จะเป็นยังไงน้าาา เหมือนทุกอย่างประเคนอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาคิดอย่างไรกับวัยเด็กแบบนี้หนอ มีความสุขไหม หรืออึดอัดกับกฎระเบียบ .....อยากรู้ :-)










The (guest)Bedroom


The (guest)Bedroom ห้องนอนรับรองแขก (ห้องนอนเจ้าของบ้านจะอยู่ชั้นบน แต่เขาไม่เปิดให้ชมน่ะ ทั้งหมดที่เห็นอยู่แค่ชั้นล่างทั้งหมด แต่เดาว่าหน้าตาห้องไม่ต่างกันเท่าไหร่) หรูมากกกกกก ม่านและเครื่องนอนทั้งหมดทำจากไหม Damask สีเหลือง ในศตวรรษที่ 19 กษัตริย์ William III ของอังกฤษก็มาพักที่ห้องนี้และเตียงนี้ด้วย ฉันและแม่แอบสังเกต ถึงแม้เตียงจะดูกว้าง แต่ทำไมความยาวของเตียงดูสั้นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกเดาว่าคนสมัยก่อนอาจจะตัวเตี้ยมากหรือเปล่านะ เลยไม่ต้องใช้เตียงยาว

แต่ยายรีบอธิบายว่า...."เพราะคนสมัยนั้นนั่งหลับ......"
หาาาา....นั่งหลับ!?! ฉันนึกว่าฟังดัตช์ผิด เลยถามซ้ำ
ยายตอบเหมือนเดิม "นั่งหลับจริงๆ... เขาไม่นอนราบแบบเราปกติ แต่จะนอนแบบพิงหมอนนอน....นอนเอนๆอะไรแบบนี้ เลยไม่ต้องมีปลายเตียงยาวมากก็ได้"
ฉันแปลให้แม่ฟังและแอบขำกับแม่ ทำไปได้นะเนี่ย มันไม่ปวดหลังแย่เหรอ... แต่ก็ถือเป็นความรู้ใหม่ เหอๆๆๆ แต่แม่บอกว่าดูๆแล้วเตียงนุ่มสบายมาก ถึงนอนแบบนั้นเขาคงไม่ปวดหลังแน่ๆ อิอิ
(ยายเคยเป็นครูมาก่อนน่ะจ้ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลย ทำไมยายเต็มไปด้วยความรู้วิชาการมากมายแบบนี้)


.
.
.
.










Kitchen


จบจากห้องนี้เราก็มาส่วนที่เขาเรียกว่า Servants' Quarters หรือบริเวณคนใช้และบริวารของบ้านนั่นเอง ห้องครัว ห้องใต้ดิน และห้องนอนคนรับใช้ก็จะอยู่ในนี้ทั้งหมด ส่วนนี้จะกึ่งๆใต้ดิน หรือถูกขุดต่ำกว่าผิวดิน ต้องเดินผ่านทางบันไดปูนที่มุดลงใต้อาคารมานิดนึง อย่างกับกลัวคนใช้ไม่รู้ว่าเขาอยู่ชนชั้นต่ำจริงๆหรือเปล่านะ ชื่อดูไม่ดี ดูชั้นต่ำ แต่สุดท้ายจะบอกว่านี่เป็นส่วนที่ฉันชอบมากที่สุดของบ้านก็ว่าได้ มันรู้สึกจับต้องได้ รู้สึกถึงความมีชีวิตจริงๆที่ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยเปลือกทองและความหรูหราแบบห้องอื่นๆที่ผ่านมาน่ะ


















The Kitchen.... the heart of the home!!! ไม่น่าเชื่อบ้านหรูหราอลังการมาก แต่ครัวช่างดูบ้านๆ น่ารัก น่าใช้ซะไม่มี ถูกใจมากๆ ชอบที่สุดในสามโลก ^___^/ มีเตาผิง ปั๊มน้ำแบบที่เก็บน้ำฝนที่ใช้ดื่ม กับน้ำบาดาลสำหรับชะล้าง อ่างล้าง ชั้นเก็บหม้อไห เครื่องครัว (มีแต่ทองเหลืองกับทองแดง) และเดินไปอีกนิดจะเป็นห้องนอนของเมด (มีแต่หญิง) ที่เห็นสามช่องกั้นด้วยผ้าม่านนั่นนอนได้หกคน นอนช่องละสองนั่นเอง เบียดๆกัน





ที่อุ่นเตียงหน้าหนาว(ให้เจ้านายนะ) ที่เขาเอาถ่านใส่ไปแล้วเอาไปสอดใต้ผ้าห่มให้อุ่นก่อนจะนอน อันนี้เคยเห็นบ่อยๆตามหนังพีเรียดของฝรั่ง









กาแฟแบบคั่วและไม่คั่ว และเครื่องเทศนานาชนิด





ถ้ามาอีกด้านก็จะเป็น cellar หรือห้องใต้ดิน ซึ่งใช้เก็บพวกไวน์ ผัก อาหารถนอม ผลิตภัณฑ์นม ชีส เปรียบเสมือนตู้เย็นของบ้านนั่นเอง กว้างขวางและเย็นมากๆ












ยายอธิบายเพิ่มว่า นายกับบ่าวเขาจะไม่ยุ่งกัน บ่าวอยู่ส่วนบ่าว นายอยู่ส่วนนาย ถ้าต้องการสื่อสารกัน หรือนายต้องการอะไร ก็จะสั่งผ่าน butler อีกที

แล้วเราก็ลาบริเวณคนใช้ กลับขึ้นมาสู่โลกหรูหรากันต่อ.... :(










The Dining room


The Dining room ห้องอาหารของเจ้าของบ้าน ที่เต็มไปด้วยเครื่องจานชามกระเบื้องราคาแพงจากตะวันออกไกล แก้วคริสตัล ช้อนส้อมมีดจากเงิน wine cooler จากหินอ่อนอิตาลี (จะรวยไปถึงไหนน้อออออ.... >,<) ห้องเล็กๆด้านขวามือเป็นที่เตรียมสำรับอาหารที่ส่งมาจากครัวอีกทีนั่นเอง ทางขวามือจากโต๊ะอาหาร มีประตูเปิดเชื่องต่อไปห้องถัดไปด้วย









The Gentlemen's room

The Gentlemen's room ชื่อห้องก็บอกเลย สำหรับคุณสุภาพบุรุษ เพราะในนี้จะมีแต่ข้าวของเครื่องใช้และของสะสมแนวแมนๆทั้งนั้น อย่างคอลเลคชั่นฟอสซิล หิน และเปลือกหอยหายาก รวมไปถึงเหรียญรางวัลต่างๆ ไปป์ยาสูบ (หลังมื้ออาหารยายเล่าว่าพวกผู้ชายจะมาห้องนี้กัน มาสูบไปป์ คุยย่อยอาหาร ประมาณนี้ ส่วนพวกผู้หญิงจะไปต่อกันที่ drawing room) ภาพแกะสลักเหนือเตาผิงเป็นรูปเฮอร์คิวลิสเจ้าพลังพิชิต Hydra ตามตำนานกรีกนั่นเอง เข้าใจว่าเค้าคงอยากเน้นความเป็นบุรุษแมนมากๆจริงๆ หญิงไม่เกี่ยว อิอิ...:P


.
.
.
.




จะจบทัวร์และออกจากบ้านแล้วน้าาา.... ขอบคุณเพื่อนๆที่มาเที่ยวคฤหาสน์แบบดัตช์ๆด้วยกัน อาจจะดูธรรมด๊าธรรมดา ไม่หรูหราเท่าฝั่งอังกฤษ แต่ความประทับของคนเที่ยวนั้น....บอกได้คำเดียวว่า "เต็ม".... อิ่มอกอิ่มใจมาก













แม่ขอถ่ายรูปคู่คุณเจ้าของบ้านและขอบคุณพวกท่านทั้งหลายที่อนุญาตให้เราเข้ามาชม แม้จะแอบขนลุกบ้าง (บ้านเก่านี่เนอะ ของแบบนี้ต้องมีอะไรอยู่แล้ว ฉันเชื่อแบบนั้นนะ แต่เรามาดี เขาไม่ทำอะไรเราหรอก :) แม่บอกว่าถือเป็นบุญตาของแม่จริงๆได้มาเห็นอะไรแบบนี้ (ของฉันด้วย) ขอบคุณยาย Grietje มากๆที่เป็นทั้งโชเฟอร์ ทั้งไกด์ที่น่ารักตลอดทริปเล็กๆแต่ประทับใจที่สุดของเราครั้งนี้ แม่ซึ้งในความใจดีของยายมาก ก่อนแม่กลับเมืองไทยแม่บอก(สั่ง)ให้ฉันฝึกขับรถให้เป็นไวๆ เผื่อวันนึงยายขับรถไม่ไหวแล้ว(ยายอายุ 72 แต่แข็งแรงอยู่นะ) เราจะได้เป็นฝ่ายพายายเที่ยวบ้าง

จ้าาาาแม่...สัญญา :)

จริงๆยายพาเที่ยวที่อื่นในวันเดียวกันนั้นด้วย แต่คนเขียนบล็อกพิมพ์จนปวดนิ้วแล้ว อิอิ เอาไว้เล่าในโอกาสต่อไปน้าาาา

ขอบคุณคนอ่านที่น่ารักทุกท่านเหมือนเดิมนะคะ :)












...หมายเหตุ...
เล่าๆมาทั้งหมดพร้อมกับภาพสวยๆ แต่ตอนออกมาแล้วมานั่งอ่านโบรชัวร์อย่างละเอียด จริงๆเค้าเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามถ่ายรูป อ้าววววววว....-_-' แต่ว่าก่อนเริ่มถ่ายฉันขออนุญาตเจ้าหน้าที่คนดูแลตึกเรียบร้อยแล้วนะ เขาไม่ว่าอะไรเลย เลยคิดว่าอาจจะกฎนี้คงจะไม่เข้มงวดเท่าไหร่ หรือไม่แน่ฉันอาจจะเป็นคนภายนอกคนเดียวที่เขาอนุญาตก็ได้เนอะ แอบเข้าข้างตัวเอง อิอิ


แล้วเจอกันใหม่ค่ะ




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2556    
Last Update : 13 สิงหาคม 2556 5:05:22 น.
Counter : 3530 Pageviews.  


~ Cerulean Blue ~
Location :
ลำปาง Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 118 คน [?]




:: About Me ::


A girl, her life, and the old little Dutch house. Oh, and possibly a few adventures...

Anyway feel free to drop by and say hi :)

:: decorating ::
:: sewing ::
:: crafting ::
:: painting ::
:: traveling ::
:: and Living! ::

"ผจญภัยในอ้อมแลนด์"













:: PREVIOUS POSTS ::


...My simple kitchen pantry storage and the most frequently asked questions about Cerulean Blue...

...The guest bedroom and how to hang wallpaper...ห้องนอนเล็ก และ how to การติดวอลเปเปอร์แบบง่ายๆ...

...Blog is more than you think... ชีวิตและการเขียนบล็อก...

...The Little Groningse Kitchen...

...My polka-dot room and how to crochet 'Spring Blossom granny square # 2'...

...My 'blue' and 'white' curtain...

...and I am back again, officially... นกน้อย คืนรัง ^^...

...Window seat project #2... มุมริมหน้าต่างเสร็จแล้ว + งานเล็กๆของช่างไม้มือสมัครเล่น ^_^...

...My kitchen, my pride...

...'Cute curtains' and a quick peek into my sewing room...

...My new sofa slipcover!... โปรเจ็คยักษ์ 'ผ้าคลุมโซฟา' ^^...

...One Year already!... ครบหนึ่งปีพอดี + รวมมิตรรูปบ้าน และเรื่องบ้านๆที่อยากแบ่งปันกัน...

...Shabby shabby...เก่านิดๆ ถลอกหน่อยๆ...

...That nice 'ugly' shelf...

...'The white fireplace' and my old glass cabinet...

...A bit of a change in the living room...

...'Spring Blossom' granny squares...แกรนนี่สแควร์ลายใหม่ ^-^...

...'Cerulean' crochet cushion... และคุยเล็กคุยน้อย...

...Café curtains...

...My 'kitsch' kitchen...และชีวิตช่วงนี้...

...Another armchair slipcover!...ผ้าคลุมเก้าอี้ (อีกแล้ว)...

...Armchair slipcover...โปรเจ็คแรกแห่งปี!...

...Santa Wood(s), Christmas tree and a few tips of choosing colours for your home...

...A Little Update...

...Make it 'COZY'...



:: All About My Home ::


...New Home...
































































...Old Home...




























:: งานเขียนและรูปภาพในบล็อกนี้
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาต ::


New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ~ Cerulean Blue ~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.