Group Blog
 
All Blogs
 

Chapter 18 - ชีวิตในแอลเอ

จริงๆแล้วผมอยากให้บทนี้เป็นบทจบการผจญภัยของผมนะ มันเหมือนจะสรุปทุกๆอย่างดี แต่ผมยังมีเรื่องให้โม้อีกเยอะ เลยไม่รู้ว่าผมจะเลิกเขียนเมื่อไร เอาเป็นว่าบทนี้จบภาคแรกแล้วกัน ยังมีEpisode2ต่อ (เพื่อรสชาติในการอ่านกดเล่นเพลงไปด้วยคับ อุตสาห์ไปหามาให้ฟังกัน)

คนที่ผมรู้จักมักจะถามว่าตอนอยู่ที่แอลเอผมอยู่ยังไง นอนยังไง กินยังไง ขี้ยังไง ผมก็เล่าให้เขาฟังนะเขาก็เหมือนจะสนใจกัน บางคนที่ไม่เคยไปอเมริกาแล้วกำลังจะไปเรียนต่อก็ถามแบบกลัวๆว่าแล้วถ้าเขาไปแล้วเขาจะอยู่ได้ไหมเนี่ย บางคนก็อยากจะไปหางานทำที่นั่นมั่งเห็นผมบอกว่ารายได้ดี ที่ร้ายกว่านั้นบางคนวางแผนจะหาผัวฝรั่งสักคนมาแต่งงานจะได้ย้ายไปอยู่ที่นั่นได้... ก็ว่าไปนั่น

ผมอยากจะบอกว่าที่นั่นมันไม่ได้เป็นสวรรค์หรอกนะคับ บางคนคิดว่าถ้าได้ไปนอกแล้วจะมีชีวิตที่สุขสบาย หาเงินได้ง่ายๆ มันไม่ทุกคนหรอก บางคนก็ไปแล้วอยู่ไม่รอดก็มี ต้องเสียเวลา เสียเงิน บางทีเสียตัวกลับมาด้วย ผมเห็นนักเรียนไทยหลายคนที่มาเรียนที่แอลเอแต่แอบทำงานไปด้วย ทำไปทำมาเห็นว่ารายได้ดีไม่ไปเรียนมันซะเลย ออกมาทำงานเต็มตัว ในที่สุดก็โดนส่งกลับประเทศ ไม่ได้ปริญญากลับไปบ้าน ได้แต่เศษเงินดอลลาห์กลับไป

สำหรับชีวิตของผมในแอลเอ ผมอยากจะบอกว่ามันเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งการเรียนรู้และผจญภัยมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของเงินหรือภาษาที่ได้
ผมมาที่นี่แบบกระเหรี่ยงคอไม่ยาวคนนึง มาแรกๆก็เอ๋อๆคล้ายๆกับ หม่ำ จ๊กมก เดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพครั้งแรก จากนั้นก็ค่อยๆเรียนรู้ที่จะปรับตัวไปเรื่อยๆจนทุกอย่างผมรู้จักและคุ้นเคยกับมันซะหมด ความกลัวความไม่รู้เปลี่ยนกลายเป็นความสนุกสนานที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนางฟ้าแห่งนี้
ในแต่ละวันผมก็ตื่นนอนไปทำงานที่สวนสนุก กลับมาถึงบ้านก็จะไปที่Food4Less เป็นซูเปอร์มาเก็ตที่ขายของกินขนาดใหญ่ เดินซื้อของไปทำกินกันที่บ้าน จากนั้นก็แบกของกินไปขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้าน ระหว่างทางโฮมเลสเดินเข้ามาขอเงินเลยอุดหนุนค่าอาหารไปซะ1เหรียญ
ในรถก็เจอสาวคนดำเมายาบ้าเต้นรูดเสาในรถไฟให้ดูจนถึงสถานีที่ต้องลง โบกมือขอบคุณสาวคนนั้นสำหรับโชว์แล้วก็เดินไปรอรถเมย์ ที่หัวมุมถนน เจอสาวน้อยสเก็ตบอร์ดคนนั้นอีกแล้ว กระโดดโชว์ผมอยู่นั่นแหละ เดี๊ยวพากลับบ้านด้วยซะเลยนี่... ไม่ดีไม่ดี ค่าทนายที่นี่แพง
ยืนรอรถเมย์สักพัก ทำไมไม่มาสักทีวะ แก็งค์เม็กซิกันก็วิ่งไล่ตีกัน ต่อยกันอยู่กลางถนนสักพักตำรวจขับรถมาไล่ โอวววว.. แบบนี้แถวบ้านไอก็มี เด็กเทคนิคมันก็ล่อกันกลางถนนแบบนี้แหละ เห็นมาประจำไม่ตื่นเต้นเท่าไรหรอกแต่ยังไงก็ขอขอบคุณสำหรับการที่ได้ดูคนตีกันตอนนั่งรอรถเมย์ ในที่สุดรถเมย์ก็มา พระเจ้ารอเกือบชั่วโมง 2ทุ่มกว่าแล้ว รถเมย์ก็แสนจะรู้สึกถึงความปลอดภัยไม่มีใครมาทำร้ายเราได้เพราะนั่งกันอยู่4คนทั้งคันมีผมกับเพื่อน คนขับ และผู้หญิงแก่ๆนั่งอยู่ข้างหลังรถ
ลงจากรถเมย์ก็เจอกับผับเม็กซิกัน สาวเม็กซิกันแสนสวยหยิบตาให้เข้าไปเที่ยว แต่ไม่เอาหรอกไม่สเป็คอ่ะ ถ้าเป็นญี่ปุ่นละก็ไม่กลับมันแล้วบ้าน
ถึงบ้านซะ3ทุ่มกว่า เพื่อนๆเข้านอนกันหมดแล้ว ผมจึงเข้าครัวทอดไข่เจียวกินกับน้ำพริกตาโย่ง กินเสร็จจึงออกไปชมดาวที่ระเบียง พร้อมกับเอากล้องไปถ่ายรูปตึกที่ดาวน์ทาวไว้ซะหน่อย จิบเบียร์ไปพลางๆด้วย แต่กินเท่าไรแม่งก็ไม่เมาทำไมดีกรีมันอ่อนจังวะ ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับวิวแอลเอในยามราตรี ปรากฏว่ารถตำรวจขับไล่จับคนร้ายเปิดหวอซะเสียงดัง หมดอารมณ์สุนทรีกันเลย...เซ็ง
เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำทันที ยังไม่วายเอาเบียร์ขวดใหม่มาเปิดจิบระหว่างนอนแช่ในอ่าง "แหมชีวิตนี้มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ" พูดยังไม่ทันจบหม้อต้มน้ำอุ่นเสือกไม่ทำงาน น้ำในอ่างเย็นลงเรื่อยๆจนหนาวทนไม่ไหว ต้องรีบขึ้นจากอ่างเตรียมตัวเข้านอน อ้าววันนี้เวรกรูล้างจานนี่หว่า ทำไมมันต้องเป็นเวรทุกวันที่จานเยอะวะ ล้างเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน เข้านอนทันที นอนไม่หลับอีกเพราะหนาวบวกกับไอ้ข้างๆมันกรนดัง กว่าจะหลับล่อไปตี1

ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดใสเต็มที่ หันไปดูนาฬิกาอ่านค่าได้ว่า9โมงเช้า ตายห่า...ทำไมไม่มีใครปลุกกูวะ น้ำไม่ต้องอาบเอาชุดทำงานมาใส่ทันทีแล้ววิ่งลงไปขึ้นรถเมย์ วิ่งขึ้นรถไฟใต้ดิน ไปถึงรถที่จะรับไปทำงานทันพอดี แต่หิวอ่ะยังไม่ได้กินอะไรเลย แวะซื้อแมคสักหน่อย ระหว่างรอรับของก็เกิดปวดฉี่จึงเข้าห้องน้ำของแมคโดนัล ค่าบริการ25เซ็นเองถูกๆ จากนั้นจึงขึ้นรถไปทำงาน

งานที่ผมทำนั้นเรียกได้ว่างานชั้นต่ำของคนอเมริกัน ทำงานเพื่อแลกค่าแรงชั่วโมงละ7.5เหรียญ และต้องยืนตลอด8ชั่วโมงในการทำงาน ผมทำงานในสวนสนุกแท้ๆแต่ผมกลับไม่รู้สึกสนุกเลยตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ งานของผมแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยขายของได้วันละไม่กี่ชิ้น เพราะไม่มีใครเข้าร้านหรอกร้านขายของเด็กแบบBabyในสวนสนุกRoller Coasterเนี่ยนะ ผมรู้เลยว่าเวลาที่น่าเบื่อที่สุดในชีวิตคนคือเวลาที่ไม่รูจะทำอะไร ผมเดินไปเดินมาอยู่ในร้านเล็กๆของผมคนเดียว คุยกับใครไม่ได้ เพราะไม่มีคนอื่นยกเว้นผมคนเดียวที่อยู่ในร้าน ผมจึงมีเวลาที่จะคิดอะไรมากมาย ผมคิดที่จะวางแผนไปเที่ยวหลังจากจบงานแล้ว ผมคิดค่าแรงที่ผมจะได้ลบออกจากต้นทุนที่ผมบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาคิดยังไงผลก็ออกมาว่าขาดทุนแน่นอน แต่ผมดีใจนะที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้เวลานี้ ถึงจะน่าเบื่อยังไงผมก็รักมันนะ รักร้านบ้าๆนี่ที่ไม่มีใครอยากมาทำหรอก เขาจึงส่งผมมาทำไง รักตุ๊กตาทุกตัวและขวดนมเด็กทุกใบที่อยู่ในร้าน มันทำให้ผมรู้ว่าผมสามารถที่จะอดทนได้แล้วกับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะต้องเจอในชีวิต ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเข้ามาท้าทายผมยังไงผมไม่กลัวแล้ว
ผมจะยกนิ้วกลางให้มันแล้วบอกว่าผมเคยติดคุกอยู่ในสถานที่ที่สนุกที่สุดในโลกนี้มาแล้วเว้ย 555

"I'm a working man
I don't understand why clockout
come so slow everytime
That's one line I stay right behind"





 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2550 1:37:26 น.
Counter : 1142 Pageviews.  

Chapter 17 - Sex shop & Arcade !!?!!

มาอเมริกาทั้งทีผมก็อยากที่จะเห็นให้หมดทุกซอกทุกมุม ทั้งสถานที่ควรโคจรและอโคจร ใครจะว่าผมยังไงก็แล้วแต่แหละแต่ผมอยากไปเห็นว่าSex Shopนี่มันเป็นยังไง เพราะบ้านเรามันไม่มีนี่ ที่เราไปเที่ยวต่างประเทศกันก็เพื่อให้ได้เห็นสิ่งที่มันแตกต่างจากบ้านเราไม่ใช่หรือทั้งวัฒนธรรม และภูมิอากาศ ผมก็เลยหาโอกาศว่างๆไปสำรวจโลกของวงการนี้ซะหน่อยจะได้รู้ไว้ใช่ว่าใส่กระเป๋าแบกกลับ 555
หลายคนคงจะรู้จักว่าSex Shopเป็นยังไง แต่ผมเชื่อว่าไม่มีใครรู้จักArcadeหรอกว่าเป็นยังไง ถ้าอยากรู้ผมจะนำเสนอให้แล้วกันคับ
Sex Shopในแอลเอหาได้ทั่วไปคับเยอะแยะไปหมด ผมก็เลือกซะที่นึงแล้วก็เดินเข้าไปเฉยๆเลย ไปถึงหน้าประตูร้านซึ่งทำด้วยเหล็กแบบปิดสนิท ผมพยายามจะผลักประตูเข้าไปแต่ผลักไม่ได้คับ ก็งงว่าทำไมร้านมันปิดหรือไง แต่ป้ายมันก็บอกว่าเปิด24ชั่วโมงนี่หว่า หันหน้าขึ้นไปมองข้างบนจึงเห็นกล้องอยู่ตัวนึง ผมก็เลยถึงบางอ้อว่ามันต้องกดเปิดประตูจากข้างใน ผมเลยยิ้มให้กล้องทีนึงและมือขึ้นมาชู2นิ้วให้กล้อง จากนั้นประตูก็เปิดได้คับ ผมจึงเดินเข้าไปได้

เข้าไปถึงคนดูแลร้านมองผม เหมือนกับว่าไอ้นี่มันอายุถึงยังวะ เพราะหน้าผมเด็กคับ จริงๆผมถึง21นานแล้วแหละ แต่ฝรั่งหน้าแก่เร็วไงคับเขาเลยมองผมนานหน่อย ในร้านผมก็เจอคนกำลังหาเลือกซื้อสินค้าอยู่สัก2-3คน

ร้านแห่งนี้ก็เหมือนกับที่ผมนึกภาพเอาไว้เลยคับ คือจะมีหนังโป๊เรียงกันเป็นแถวเลย แยกของฝรั่ง ญี่ปุ่น คนดำ แขก กระเหรี่ยง มีหมดคับแล้วแต่รสนิยม นอกจากนั้นยังมีของเทียมอีกใส่กล่องไว้อย่างสวยงามทั้งของท่านชายและท่านหญิง Vibratorก็มีคับMade in Japan ตุ๊กตายาง ชุดหนัง แส้ หน้ากาก จะเอาอะไรแหละคับที่นี่มีบริการแบบครบวงจร แต่หนังโป๊เรื่องนึงแบบDVDแพงอยู่คับถ้าเทียบกับที่เมืองไทย เรื่องนึงถูกๆก็19.99เหรียญแล้ว
แค่นี้ก็เห็นแล้วว่ามันเป็นยังไง พอแล้วคับจะออกจากร้านแล้วอยู่นานมันรู้สึกไม่ดี

แต่ว่าผมมองเข้าไปหลังร้านมันเขียนไว่ว่าArcadeนี่สิ มันคืออะไรวะArcadeเกมส์ตู้เหรอ ทำไมมันมาอยู่ในร้านSex shopวะ ต้องเดินไปดูสักหน่อย
ปรากฏว่าผมเห็นตู้เล็กๆแบบตู้คาราโอเกะบ้านเราเต็มไปหมด ผมงงว่าทำไมมันมีคาราโอเกะให้ร้องในร้านSex shopด้วยเหรอ ใครมันจะเข้ามาร้องวะ
หันไปดูข้างฝาจึงถึงบางอ้ออีกที(บางอ้อจริงๆแล้วมันอยู่แถวไหนวะ)ตกตะลึงเลยคับ เห็นภาพหน้าปกหนังโป๊อยู่50เรื่อง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมจึงรีบเข้าไปในตู้ที่ว่างอยู่ทันที ข้างในตู้จะมีทีวีอยู่เครื่องนึงและมีปุ่มให้กดเลือกหนังว่าจะดูเรื่องไหนใน50เรื่องที่มีอยู่ และผมก็ตกตะลึงอีกทีคับเมื่อเห็นกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วจำนวนมากตกอยู่บนพื้น พร้อมกับกลิ่นคาวที่รุนแรงมาก จนผมแทบทนไม่ได้ ไม่รอช้ารีบหยอดเหรียญ25เซ็นทันที เพื่อให้รู้ว่ามันเป็นยังไง มันก็เหมือนหนังโป๊บ้านเรานั่นแหละเลือกเรื่องได้มันจะเล่นไปเรื่อยๆ และเวลาดูของเราก็จะลดลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดเวลาจอก็จะดับถ้าจะดูอีกก็ต้องหยอดเพิ่ม

ผมดูไปสักพักจนผมทนกับกลิ่นไม่ไหวจริงๆแล้ว ผมจึงเดินออกมาจากตู้ เวลาก็ยังไม่หมด พอออกมาปุ๊บคนแก่คนนึงคล้ายๆกับโฮมเลสรีบเดินเข้าไปในตู้ของผมทันที สงสัยไปดูหนังต่อจากผมเพราะผมยังมีเวลาดูเหลืออยู่(มันจะมีป้ายที่แสดงให้รู้ว่ามีคนดูอยู่ในห้อง จะขึ้นว่าOccupied) จากนั้นผมรีบเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกร้านทันทันที
แหวะไม่เข้าไปอีกแล้วจะอ้วกเอา




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 10 กรกฎาคม 2550 14:53:21 น.
Counter : 580 Pageviews.  

Chapter 16 - Police (LAPD)

ตำรวจ ประเทศไหนๆก็ต้องมีตำรวจทั้งนั้นแหลคับเพราะตำรวจเป็นLaw enforcementหรือผู้บังคับใช้กฏหมาย ถ้าประเทศไหนมีกฏหมายอย่างเดียวแต่ไม่มีผู้ที่ทำให้กฏหมายนั้นมันศักสิทธิ์คนก็คงจะไม่ปฏิบัติตามกฏหมายกันหรอกคับ

เรื่องตำรวจที่อเมริกาผมก็รู้และเห็นมาพอสมควรคับ จึงอยากจะเอามาเล่าสู่กันฟังหนุกๆคับ Police, Cop, Officerเหล่านี้ใช้เรียกตำรวจได้หมดแล้วแต่จะถนัดแบบไหน
เชื่อไหมคับว่าตลอดเวลาที่ผมอยู่แอลเอแทบจะไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่ได้ยินเสียงไซเรนจากรถตำรวจ มีอยู่คืนนึงกลางดึกแล้วผมอยู่ทีบ้านBenton Wayยังไม่ได้นอน อยู่ๆก็ได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจ หวอๆๆๆๆๆ ไม่รู้จะหวอไปถึงไหน เลยเดินมาชะโงกกูที่หน้าต่างบ้าน ต้องบอกก่อนว่าบ้านหลังนี้สร้างอยู่บนเนินถ้ามองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นHigh Way101ได้อย่างชัดเจน ปรากฏว่าผมเห็นรถตำรวจวิ่งด้วยความเร็วสูงเหมือนกับไล่กวดอะไรสักอย่าง แต่ที่น่าตกใจคือมันไม่ได้มีคันเดียวสิคับ มันมีเป็นสิบคัน วิ่งไล่อะไรสักอย่างเรียงแถวกันเป็นขบวนพาเรดเลย ยังกะในหนังฮอลลีวู๊ดทีเดียว
โถช่างน่าสงสารไอ้คนที่มันขับหนี มันคงจะเลวขนาดตำรวจแอลเอทุกคนต้องการตัวมันขนาดนี้เชียวนะ
แล้วก็มีอยู่คืนนึงอยู่ๆเฮลิคอปเตอร์ตำรวจบินอยู่เหนือบ้านBenton Wayของผมแล้วส่องไฟสปอร์ตไลท์มาในซอยหลังบ้าน เหมือนกับว่าหาคนร้ายที่กำลังหลบหนีอยู่ บินลอยอยู่ตั้งนานกว่าจะไป ไม่รู้หาเจอป่าว เพื่อนผมบอกให้ออกไปยกนิ้วกลางให้มันเพราะหนวกหู แต่ผมไม่ได้ออกไปเพราะกลัวมันยิงเอา

ตำรวจที่แอลเอหรือเรียกว่าLAPDนั้นหุ่นล่ำบึกสูงใหญ่ทุกคนคับ ดูเท่ดี ไม่มีประเภทพุงพลุ้ยยืนเขียนใบสั่งอยู่ข้างถนนเหมือนกับบ้านเราหรอก
ตำรวจที่นี่จะมีความแตกต่างจากบ้านเราคือจะมีต้นสังกัดอยู่กับเมืองที่เขาทำงานคับ รับเงินเดือนจากภาษีท้องถิ่นที่คนในเมืองเสียให้ เหมือนกับจ้างตำรวจมาทำหน้าที่พิทักษ์ทรัพสินและชีวิตกันตรงๆเลย ไม่ต้องผ่านศูนย์กลางเหมือนบ้านเรา ทำให้ตำรวจของเขามีความใกล้ชิดกับประชาชนมากเพราะเขาจะตระหนักได้ว่าเงินเดือนของเขาก็มากจากภาษีของคนในเมืองนั้นๆโดยตรง

แต่การที่จะเข้าเป็นตำรวจที่นี่ไม่ได้ง่ายเลยนะคับ ต้องตรวจประวัติกันตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว มีเพื่อนผมคนนึงเขาอยากจะเป็นตำรวจมากคับ แต่เขาเคยโดนจับข้อหาเสพกัญชา อันนี้ก็หมดมีสิทธิ์ไปเลยคับถือว่าประวัติไม่ดีแล้ว
คนที่จะมาเป็นตำรวจจะต้องผ่านการทดสอบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ นอกจากนั้นเขายังให้ความสำคัญกับเรื่องของข้อสอบจิตวิทยามากในการที่จะผลิตตำรวจออกมารับใช้ประชาชนสักหนึ่งคน
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับตำรวจในอเมริกา เรื่องมีอยู่ว่า ในการคัดเลือกตำรวจของเมืองๆนึงซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเมืองอะไรนะในอเมริกานี่แหละ ผู้เข้าสมัครเป็นตำรวจคนนึงผ่านการทดสอบหมดทุกอย่างแล้ว เตรียมที่จะบบรจุเข้าเป็นตำรวจอยู่แล้วแหละ แต่ครูฝึกของเขาสังเกตุว่าในการทดสอบยิงปืนทุกครั้งไอ้หมอนี่มันยิงเป้าที่เป็นรูปคน มันเลือกที่จะยังแต่ส่วนหัวทุกครั้ง ทั้งๆที่เขาให้ยิงตรงหน้าอก ครูฝึกคนนั้นไม่ยอมให้ไอ้หมอนี่จบออกมาเป็นตำรวจ เพราะเห็นถึงความรุนแรงในจิตใจของมัน หลัวจากที่มันเป็นตำรวจไม่ได้แล้ว ไม่กี่ปีให้หลังไอ้หมอนี่มันก็ไปเป็นโจรและยิงตำรวจตาย
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในการสรรหาคนที่จะมารักษากฏหทายและดูแลประชาชนได้เป็นอย่างดี ตำรวจมี3อย่างคับที่ประชาชนไม่มีคือ อาวุธ กฏหมาย และอำนาจ

หลังจากที่ผลิตตำรวจออกมาได้คนนึงแล้วตำรวจต้องรับหน้าที่ที่หนักมากๆ ไม่มีใครอยากให้ลูกเป็นตำรวจหรอกคับที่อเมริกาน่ะ เพราะสถิติตำรวจที่อมเริกาตายกันแทบทุกวัน อาชญากรรมที่นี่มันรุนแรงมากทั้งพวกแกงค์ พวกค้ายา มาเฟีย ตำรวจที่นี่จึงต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในการทำงานทุกวัน
อีกอย่างนึงที่อเมริกาปืนนั้นหาง่ายมากแค่เป็นคนอเมริกันมีอาชีพและที่อยู่ที่แน่นอนประวัติดีหน่อยก็ซื้อปืนได้แล้ว เหมือนกับซื้อปืนฉีดน้ำเลย เพราะเนื่องมากจากรัฐธรรมนูญอเมริกันเขียนไว้ว่าอเมริกันชนมีสิทธิ์ที่จะครอบครองอาวุธปืนได้อย่างเสรี เพราะประเทศอเมริกานั้นตั้งแต่ตั้งประเทศมาก็ต้องต่อสู้มาโดยตลอด การเข้ามาบุกเบิกประเทศก็ต้องสู้กับสัตว์ป่า หมาป่า สู้กับอินเดียนแดง สู้กับพวกอังกฤษ ปืนจึงเป็นของคู่คนอเมริกันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้รัฐธรรมนูญก็เขียนเอาไว้อย่างงั้นไม่มีใครคิดที่จะเปลี่ยนแปลง
เร็วๆนี้ที่Virginia Techก็เพิ่งโดนฆ่าไปหลายศพเพราะปืนมันมันหาง่ายเหมือนของเล่นไง

บทหนักเลยมาตกอยู่กับตำรวจอเมริกัน เพราะทุกคนสามารถมีปืนที่จะยิงต่อสู้กับตำรวจได้ ยิ่งเป็นที่แอลเอด้วยแล้วยิ่งหนักเข้าไปใหญ่คนมาจากหลายชาติมารวมกันอยู่ที่นี่ร้อยพ่อพันแม่ย่อมขัดแย้งกันเป็นธรรมดา ตกลงกันไม่ได้ก็ปืนนี่แหละคับเอาไว้ตัดสิน ไหนจะพวกแกงค์เม็กซิกันอีก ที่นี่ถ้าไม่ใช่โจรกระจอกปล้นเล็กๆน้อยๆแล้ว ปล้นกลางๆปล้นนะยะไม่มีนะคับ ปล้นทีก็ต้องเอาไปแบบรวยใช้ได้ทั้งชาติเลย สามารถที่จะเอาเงินหนีไปใช้ตลอดชีวิต เพราะกฏหมายมันแรงคับโจรมันไม่ยอมให้ตำรวจจับหรอกยิงสู้กับตำรวจดีกว่า

พูดถึงตำรวจแอลเอก็อดพูดถึงตำรวจสายเลือดไทยหนึ่งเดียวแห่งLAPDไม่ได้ แหมใครพูดว่าคนไทยที่อเมริกาทำเป็นแต่เปิดร้านอาหารไทยกับถือถาด ไม่จริงใช่ไหมคับ
ตำรวจสายเลือดไทยนายนี้ชื่อพีทคับ ผมเรียกพี่พีทแล้วกัน ผมรู้จักเขาแต่เขาไม่รู้จักผมหรอกผมเคยเห็นเขาที่งานสงกรานต์ไทยทาวน์ พี่พีทเป็นตำรวจที่ตัวสูงใหญ่เท่คับ หล่อด้วยก็ได้ คนไทยในแอลเอรู้จักกันทุกคน เดินไปไหนก็เหมือนกับเป็นดาราฮอลลีวู๊ด คนไทยด้วยกันจะเข้าไปทักทายชื่นชม เข้าไปจับมือ ผมเห็นพี่พีทก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแบบบอกไม่ถูกเลยคับ ที่เห็นคนไทยด้วยกันในชุดเครื่องแบบแถมตัวใหญ่ซะด้วยเห็นว่าสูง190 เร็วๆนี้พี่พีทก็เพิ่งกลับมาเมืองไทยคับ มาในโครงการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจLAPD แล้วก็มาออกรายการมหาชนด้วย พี่พีทเล่าว่าเคยสู้กับพวกเม็กซิกันค้ายาแบบมือเปล่าโดนรุม3ต่อหนึ่ง ผลปรากฏว่าพี่พีทสอนมวยไทยพวกไอ้เม็กไปซะซี่โครงหักเข้าโรงพยาบาลซะเรียบเลย แหมก็เล่นสูงซะ190แบบนี้เตะทีจะเหลือหรือ
ผมชอบประโยคของพี่พีทประโยคนึงที่บอกว่า "ปืนฆ่าคนไม่ได้ แต่มือของคนต่างหากที่จับปืนมาฆ่าคน"




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2550 11:34:36 น.
Counter : 1234 Pageviews.  

Chapter 15 - ซูชิที่รัก

ผมอยู่แอลเอ3เดือนกินอาหารฝรั่งนับครั้งได้เลย
ผมรับทุกอย่างที่มาจากตะวันตกได้ยกเว้นเรื่องเดียวคือเรื่องอาหาร ผมว่าอาหารตะวันตกสู้ของตะวันออกไม่ได้หรอก พิซซ่างี้กินลงไปได้ยังไงแค่ได้กลิ่นชีซก็จะอ้วกแล้ว แฮมเบอร์เกอร์ก็ไม่เห็นจะอร่อย แต่ชอบกินเฟรนไฟรด์คับ ที่แอลเอก็มีอาหารขยะแบบนี้เต็มไปหมด
แมคดอนัลด์จะหาได้แทบจะทุกที่ เวนดี้เอย แจ็คอินเดอะบ็อก แต่เคเอฟซีไม่ค่อยจะเห็น ร้านโปรดของผมคือPanda Expressเป็นร้านขายอาหารจีน จริงๆมันก็เหมือนอาหารไทยนี่แหละตักข้าวราดกับ2อย่าง ผมกินที่Panda Expressบ่อย หาได้ทุกมุมถนนแหละ แต่สั่งกล่องเดียวผมกินได้เกือบ2มื้อ ไม่รู้มันจะให้อะไรกันมากมาย ก็ต้องเข้าใจว่าฝรั่งกินเยอะ กระเหรี่ยงแบบผมเลยต้องเก็บไว้เข้าเวฟกิน2มื้อ นอกจากนั้นผมก็ไปนั่งร้านอาหารไทยบ่อยๆ บ่อยที่สุดคงเป็นร้านกานดา ร้านดังเลยใครๆก็รู้จักกันหมดแหละอยู่ตรงThailand Plaza Thaitown

นอกเหนือจากอาหารจีนและไทยแล้วผมยังชอบไปกินซูชิที่ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกต่างหาก ไฮโซคับอยู่เมืองนอกนั่งรถเมย์ไปกิน ร้านที่เข้าบ่อยก็TodaiคับสาขาGlendaleชอบไปนั่งกินกับเพื่อนๆมันเป็นบุฟเฟ่กินไม่อั้น แล้วผมก็ไปเจอวัฒนธรรมเมืองนอกอย่างนึงที่ไม่เหมือนบ้านเรา กินไม่หมดมันก็ไม่ปรับคับ ตักมากินทิ้งกินขว้างยังไงก็ได้ ไม่เหมือนบ้านเราที่กินไม่หมดจะโดนปรับ ผมชอบกินซูชิที่แอลเอกว่าที่เมืองไทย ที่แอลเอเนื้อแซลมอนคนละเรื่องกับกินที่เมืองไทยเลย ที่นี่สดกว่าเยอะ ผมเคยไปกินซูชิที่ร้านShogunแถวSanta Monica Beachอันนั้นไม่ใช่บุฟเฟ่ ต้องสั่งเป็นชิ้นเลย ชิ้นนึงก็แพงอยู่ถ้ามาขายเมืองไทยคงไม่มีใครซื้อกินหรอก เนื้อแซลมแนที่นี่สดมาก เหมือนกับเพิ่งจับมาแล่สดๆเลย กินแล้วประทับใจมากๆเป็นบุญปาก พอกลับมาเมืองไทยำด้กินแต่ซูชิอันละ10บาท กัดไปคำนึงยังไม่รู้สึกเลยว่ามันมีแซลมอนอยู่ด้วย นึกว่ากินข้าวปั้นจิ้มโชยุ

นอกจากอาหารไทย จีน และญี่ปุ่นที่กินตามร้านแล้ว ผมยังเป็นพ่อครัวประจำบ้านอีก เมนูที่ถนัดคือมั่ว เช่น"ไข่น้ำ" แต่ไข่ยังไม่สุกละลายหายไปกับสายน้ำ "ปลาทอด"แต่ปรากฏว่ากินได้ข้างเดียวอีกข้างแห้งติดแหง็กกับกะทะ
ผมโชคร้ายอีกอย่างนึงที่ไม่กินเนื้อ ที่แอลเอมันมีแต่เนื้อวัว ไม่มีเนื้อหมูขาย จะมีก็เป็นเนื้อไก่ที่กินได้แต่ดันมีแต่ไก่งวง จะซื้อหมูต้องไปที่ตลาดบางรักอยู่ที่ไทยทาวน์ มาม่าที่นี่ก็มีนะเป็นแบบรสชาติไทยๆเลยเหมือนบ้านเรา
แต่ไอ้มาม่าท้องถิ่นมันรสชาติห่วยแตกมาก เปิดซองมาก็ได้กลิ่นเครื่องเทศแบบเม็กซิกันก่อนเลย ยิ่งกินแล้วรสชาติเหมือนน้ำล้างจานคับ

เพื่อนๆในบ้านหอบน้ำพริกมาจากเมืองไทยคนละหลายกระป๋อง ไม่รู้มันคิดกันได้ไง หนักกว่านั้นมีคนเอาปลาเค็มทอดกรอบมาด้วย ช่างกล้านะ ดีที่ไม่โดนตม.เล่นงานเอา
ทำให้ผมติดน้ำพริกที่แอลเอเนี่ยแหละ ก่อนหน้านั้นไม่เคยคิดจะกินเลย กลับมาเมืองไทยถึงรู้บุญคุณของน้ำพริกบ้านเรานี่แหละ ใครจะไปเมืองนอกนานๆอย่าลืมนะ เอาน้ำพริกไปด้วย แล้วจะเห็นประโยชน์ของมัน "มีติดตัวไว้ใช้ อุ่นใจค่ะ"
จริงๆนะไม่ได้โม้




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2550 12:56:09 น.
Counter : 399 Pageviews.  

Chapter 14 - Venice Beach

เคยไปเที่ยวที่ไหนมั่งไหมคับ ที่รู้สึกประทับใจเอามากๆแต่ไม่รู้ว่าจะได้กลับไปอีกหรือเปล่า
ผมก็มีสถานที่นึงคับที่นั่นก็คือVenice Beach
เวนิสบีชอยู่ทางตะวันตกของแอลเอคับ เป็นบีชที่ชื่อของแอลเอเลยทีเดียว ผมต้องวางแผนการเดือนทางเอาไว้ก่อนตั้งแต่ตอนกลางคืนวันเสาร์เพื่อที่วันอาทิตย์หยุดทำงานจะได้ไปได้อย่างไม่มีปัญหา ผมศึกษาเส้นทางรถเมย์และเวลาที่รถจะมาถึงป้ายเพราะไม่อยากจะพลาดเหมือนครั้งที่ผ่านมา ก็ล่อมาชั่วโมงละคัน พลาดไปก็รอตูดบานแหละคับ

ไม่นานจากบ้านBenton Wayผมก็มารอขึ้นรถเมย์เพื่อไปเวนิสบีชได้ใช้เวลากว่าจะออกจากบ้านซะนานเหมือนกัน
ระหว่างทางผมก็เริ่มเก็บบรรยากาศข้างทางไปเรื่อยๆ ผมเห็นBeverly Hillเพราะมันเป็นทางผ่านแต่คราวนี้เห็นกลางวันแสกๆ โคตรจะสวยเหมือนเดิมคับน่าอยู่มากๆแต่คงไม่มีปัญญา พอรถเลยBerverly Hillไปก็จะพบกับบ้านเรีอนอีกแบบนึง แถวๆนั้นเป็นบ้านแบบชั้นเดียวซะส่วนใหญ่แต่ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี คล้ายๆกับบ้านที่เราเห็นกันบ่อยๆในหนังHollywood
จนผมสังเกตุว่าใกล้ที่จะถึงทะเลแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะลงป้ายไหนให้มันใกล้เวนิสบีชมากที่สุด ขี้เกียจเดินไกลเรื่องของเรื่อง ผมก็หันไปสังเกตุเพื่อนร่วมเดินทางบนรถคนนึงเขาแต่งตัวเป็นตัวตลกโบโซ่ ผมเลยมั่นใจเลยว่าไอ้นี่ต้องไปเปิดหมวกแสดงอะไรที่เวนิสบีชแน่ งั้นกุขอเกาะไปด้วย
แล้วก็ลงตามป้ายที่มันลง ปรากฏว่าใกล้เวนิสบีชจริงๆคับ

ที่เวนิชบีชจะมีกิจกรรมหลากหลายให้คนมาทำกัน เหมือนสวนสาธารณะนั่นแหละ มีลานสเก็ต สนามบาส สนามเด็กเล่น แต่ที่น่าสนใจคือมีโรงเพาะกายด้วย พวกพี่กล้ามทั้งหลายใส่กางเกงตัวจิ๋วมายืนโชว์กล้ามกันใหญ่ ผมเดินเล่นบนชายหาดซะรอบนึง จากนั้นก็มาเดินตรงWalking Streetที่มีร้านค้าตั้งอยู่หลายร้าน ขายบิกินี่บ้าง พิซซ่า เครื่องดื่ม แว่นกันแดน มีร้านให้เช่าจักรยาน สเก็ตบอร์ด แต่ไม่ยักกะมีคนเล่นเสิร์ฟ
ผมแวะเข้าร้านขายของที่ระลึกได้สติกเกอร์แบบที่รีดติดเสื้อมา2อัน แล้วก็ไปนอนเล่นตรงสนามหญ้าที่เขาจัดเป็นสวนสาธารณะ นอนไปได้สักพักนึงแดดส่องเลยร้อน ต้องขยับเข้าไปนอนใต้ต้นไม้เพื่อหลบแดด ปรากฏว่านอนได้แป็บเดียวหนาวแล้ว สั่นไปหมดเลยเพราะที่นั่นลมทะเลแรงมากๆบวกกับอากาศแถวนั้นที่หนาวกว่าบ้านเราอยู่แล้วคนไทยไม่ชินอากาศหนาวรับรองสั่นทุกคน นี่แหละน้าทำไมฝรั่งถึงชอบมาเที่ยวทะเลเมืองไทย เพราะอากาศมันอุ่นสบายกว่าทะเลบ้านมันเยอะ ไอ้เรื่องให้ไปว่ายน้ำทะเลผมไม่เอาด้วยหรอกขาจุ่มลงไปก็สะดุ้งแล้ว

ใครอยากเห็นเวนิสบีชไปเช่าหนังเรื่องLords of dogtown มาดูแล้วกันคับ ดูหนังเรื่องนี้แล้วผมรับรองว่าคุณต้องอยากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองสักอย่างให้ดีขึ้นแน่ๆ
ดูแล้วก็จะขำพวกเด็กสเก็ตบอร์ดบ้านเราคับที่ซื้อบอร์ดมาไถทีสองทีแล้วเรียกตัวเองว่าเด็กบอร์ด

พูดถึงสเก็ตบอร์ดผมเคยเห็นเด็กผู้หญิงคนนึงเป็นฝรั่งนะคับในแอลเอนี่แหละ ผมเจอเขาบ่อยเพราะต้องไปขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้านBenton Way น้องเขาอายุสัก10ปีต้นๆได้ตัวยังไม่โตเลย แต่เล่นบอร์ดได้น่าประทับใจมาก เธอชอบกระโดดโชว์ผมแล้วหันมามองหน้าผม ประมาณว่า เฮ้ยไอ้แม้ว มึงทำแบบนี้ได้ป่าววะ ผมเห็นเธอบ่อยบางทีก็ไถบอร์ดเบียดแซงหน้าผมไป (มันเป็นทางลงเนินคับ)แล้วหันมามองหน้าผมแบบกวนๆบ้างน่ารักดีคับเด็กอะไรเนี่ย น่าจับพรากผู้เยาว์จริงๆ...






 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 18:06:18 น.
Counter : 608 Pageviews.  

1  2  3  4  

Valentine's Month


 
CAsky
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




PK worked as a retailler in Totally Toddler store
Six Flags Magic Mountain Valencia California by himself (one man standing) Since March 2006 - June 2006

"In Some Situation the funninest place turn to be the borriest place"

"I'm a working man
I don't understand why clockout
come so slow everytime
That's one line I stay right behind"


free music
Friends' blogs
[Add CAsky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.