Group Blog
 
All Blogs
 
Chapter 30 - The way to Grand Canyon & $40 Lesson

หลังจากที่นอนไปซะเต็มอิ่มในนครเมกะแห่งการพนัน ผมตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดชื่น(กว่าเมื่อวาน) ร่างกายและใจก็พร้อมที่จะลุยต่อ วันนี้พวกผมจะไปGrand Canyonกัน จากเวกัสก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาสักกี่ชั่วโมง ผมจึงต้องรีบออกกันเร็วหน่อยไม่อยากให้สายมาก เผื่อจะต้องใช้เวลาเดินทางนาน ผมCheck outออกจากโรงแรมและได้ถามข้อมูลเส้นทางจากพนักงานในโรงแรม พนักงานบอกเส้นทางคร่าวๆซึ่งผมแน่ใจว่าน่าจะพอคลำๆไปถูก
หลังจากCheck outออกแล้วผมเพิ่งจะมารู้ว่าผมมีสิทธิ์เล่นBingoได้ฟรี2รอบ น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาพอที่จะมานั่งเล่นแล้ว เลยอดไปตามระเบียบ

ผมขับรถออกมาจากโรงแรมและได้เห็นเมืองLas Vegasตอนกลางวันครั้งแรก ผมถึงรู้ว่าเมื่อคืนผมนอนอยู่กลางทะเลทรายดีๆนี่เอง มองไปทางไหนมันร้อนไปซะหมด เมืองที่เมื่อคืนเห็นสวยๆพอตอนกลางวันมันกลับไม่มีเสน่ห์หลงเหลืออยู่เลย แล้วผู้คนก็เหมือนกับว่าจะหายไปกันหมด คงจะนอนตอนกลางวันและออกมาเที่ยวกันตอนกลางคืน

ผมขับรถขึ้นทางยกระดับตามแผนที่ที่มีอยู่เพื่อมุ่งหน้าไปGrand Canyonทิ้งเมืองLas vegasไว้ข้างหลัง เมืองแห่งการพนันที่ทำให้คนหมดตัวได้เพียงชั่วข้ามคืน ไว้มีโอกาสผมจะกลับมาเที่ยวใหม่ คราวหน้าหวังว่าจะได้มีวาสนาไปนอนในโรงแรมหรู5ดาวบ้างนะ เ(มื่อคืนแอบปวดหลังที่ต้องนอนบนโซฟา)

บรรยากาศข้างทางมุ่งหน้าไปGrand Canyonก็เหมือนกับเมื่อวานนี้ที่ผมขับมาLas Vegasไม่มีผิด สองข้างทางมีแต่ทะเลทรายทุ่งหญ้า แล้วก็มีก้อนไม้อะไรกลมๆไม่รู้วิ่งอยู่บนทะเลทรายด้วย แปลกตาดี
ผมขับไปเรื่อยๆจนต้องออกจากถนนสายใหญ่เพื่อเข้าทางแยกที่จะมุ่งหน้าไปGrand Canyon ตอนนี้ผมฝากชีวิตไว้กับหนังสือแผนที่ทางหลวงของอเมริกาเล่มละ9เหรียญที่ซื้อมาจากร้าน7Elevenแล้ว ในแผนที่มันบอกให้ผมต้องเข้าเส้นทางนี้ผมก็เลี้ยวเข้าไปเลย ถ้ามันทำผมหลงผมจะไปฟ้องบริษัทมัน1ล้านเหรียญเป็นค่าเสียเวลาและน้ำมัน

ถนนสายเล็กๆสายนี้เป็นเส้นตรงยาวตลอดสองข้างทางไม่มีทีท่าว่าจะมีหมู่บ้านหรือจุดแวะพักให้เลยเลย แต่ยังพอที่จะมีเพื่อนร่วมทางอยู่บ้างนิดหน่อย
ผมขับไปสักพักนึงก็รู้สึกโดยสัญชาติญาณว่าผมทำผิดพลาดซะแล้ว ทั้งๆที่ผมกลัวเรื่องนี้มาตลอดในการขับรถที่นี่เลย ?!?
ผมลืมที่จะเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออกมาจากLas Vegas
แล้วผมก็รู้แล้วว่าตอนนี้ผมกำลังโดนลงโทษจากความผิดพลาดนั้น

เข็มแสดงระดับน้ำมันแตะที่ตัวEแล้ว

แถวนี้มันที่ไหนวะเนี่ย ทำไมมันไม่มีปั๊มเลยวะ ไม่มีเลยจริงๆผมมองหามาเกือบจะร้อยไมล์แล้ว

ผมเข้าใจในบัดดลว่ารถญี่ปุ่นไม่เหมาะที่จะขับในอเมริกาเลยจริงๆถังน้ำมันเล็กนิดเดียวจุได้40ลิตร วิ่งไปไม่ถึงไหนก็หมดแล้ว อเมริกาเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ ต้องหารถที่มันคันใหญ่ เครื่องใหญ่และถังน้ำมันจุได้มากกว่านี้
โธ...เวรกรรมไอ้โคโรล่าลูกพ่อ ช่างน่าสงสาร เครื่องก็เล็กนิดเดียวเสือกโดนใช้งานให้วิ่งข้าม3รัฐ

ผมปิดแอร์และเปิดหน้าต่างรถ คิดแบบโง่ๆว่ามันคงจะช่วยประหยัดน้ำมันได้เปาะนึง กะจะวิ่งให้ได้ไกลที่สุดเผื่อจะฟลุ๊คเจอปั๊มเข้าสักที่นึง
จนกระทั่งไฟเตือนน้ำมันหมดมันขึ้นมาแล้ว
ผมคงจะขับต่อไม่ได้แล้ว มองไปสองข้างทางก็ทะเลทรายทั้งนั้น ยังโชคดีที่เป็นตอนกลางวันและมากัน4คนถ้าเป็นตอนกลางคืนแล้วมาคนเดียวคงจะแย่แน่ๆ

แต่ดวงของผมยังไม่ซวยซะทีเดียว ผมมองไปเห็นบ้านคนหลังนึงแล้วหน้าบ้านมันก็มีเครื่องจ่ายน้ำมันตั้งอยู่ซะด้วย ผมไม่รอช้ารีบพุ่งรถเข้าไปหาทันที
แต่พอเข้าไปใกล้ๆเท่านั้นแหละ ผมแทบจะร้องไห้
ไอ้เครื่องจ่ายน้ำมันที่เห็นมาแต่ไกลมันไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว พูดง่ายๆว่ามันเจ๊งแล้ว แล้วไอ้บ้านหลังนี้มันก็ดูไม่คล้ายบ้านสักนิดเลย มันดูคล้ายกับรังอะไรสักอย่างมีสุสานรถล้อมรอบอยู่ แล้วนี่กุจะไปหาน้ำมันที่ไหนวะเนี่ย ขับต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
แต่ในทันทีที่ผมกำลังคิดหาทางออกอยู่ เจ้าของบ้านก็เดินออกมาจากบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามีคนอยู่ในนั้นได้ด้วย
เจ้าของบ้านเป็นลุงแก่รูปร่างสูง มองดูคล้ายๆกับClint Eastwoodแต่งตัวเป็นคาวบอย ใส่เสื้อเชิร์ตกับกางเกงยีนเหมือนในหนังพวกคาวบอยตะวันตกเลย
เขาเดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า "Howdy!!!"
ถึงผมจะไม่ได้หูดีอะไรมากมาย แต่สำเนียงนั้นมันบ่งบอกถึงความเป็นตะวันตก(บ้านนอก)อย่างชัดเจนที่สุด

เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เพื่อความมันในการอ่านให้ทำเสียงตาลุงนั่นเป็นสำเนียงสุพรรณเด้อ

ลุง:ว่าอย่างรายล่าวอ้ายนู๋ มีอารายให้ลุงช่วยหมาย?

พวกผม:น้ำมันรถผมหมดคับ มีปั๊มน้ำมันแถวนี้บ้างไหม?

ลุง:อ๋อมีสิ พวกเองขับปายอีก30ไมล์ข้างหน้านะ ปะเดี๊ยวก็จะเจอเองแหละ พวกเอ็งปายด้ายหมายล่ะ?

พวกผม:โอย30ไมล์เลยเหรอ ไม่ได้หรอกอีก5ไมล์ยังไม่ได้เลย

ลุง:ถ้าอย๋างง้าน พวกเอ็งจาซื้อน้ำมันของข้าหมาย? ข้าจะขายให้พวกเอ็งก็ได้ แกลอนนึง40เหรียญ เอาหม๋ายเอา?

พวกผม:เอาสิลุง แหมดีจริงๆมีน้ำมันขายก็ไม่บอกแต่แรก
เอามาแกลอนนึงนะ
ราคา40เหรียญใช่ป่าวลุง?.... 40เหรียญ?!? 40เหรียญ???!!!!!!!!!!!
อ้ายยยยยยยเอี้ยยยยยยยยยยย แกลอนละ40เหรียญ พ่ออออเมิงงงงตายยย
ปั๊มทั่วไปมันขายแกลอนละ3เหรียญกว่าๆเท่านั้นเอง
อ้ายยยบ้า ไอ้Clint Eastwoodบ้า มาหักคอให้กุซื้อน้ำมันราคามหาโหดของมัน ไม่ซื้อตอนนั้นก็ไม่ได้ ต่อให้มันขาย100เหรียญก็ต้องซื้อ
ทันทีที่ผมDealกับมัน มันก็เอาถังน้ำมันยกมาบริการเติมให้ผมเสร็จสรรพ หลังจากนั้นผมก็ขอบคุณที่ขายน้ำมันพร้อมกับบริการเติมให้ด้วย แล้วผมเข้าไปนั่งในรถเตรียมตัวจะขับรถออก แต่ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมให้ทิปลุง ที่ใจดีบริการเติมน้ำมันให้รถผม นึกขึ้นได้ผมเลยเดินลงจากรถเพื่อไปให้ทิปแก่ลุงClintทันที

จากนั้นผมก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังGrand Canyondต่อ

เรื่องนี้ผมเก็บเอามาเล่าให้เพื่อนฟังเห็นประจำ มันเป็นประสบการณ์ที่บ้าๆดี ในการขับรถในอเมริกา ผมไม่เสียดายหรอกกับเงิน40เหรียญในการซื้อน้ำมัน1แกลลอน
ทั้งๆที่ราคาจริงๆมันแค่แกลลอลละ3เหรียญกว่าๆเอง
ถือว่าซื้อประสบการณ์และความทรงจำที่ลืมไม่ลง 55555
หวังว่าคงจะมีเหยื่อไปให้ลุงClintฟันอยู่บ่อยๆนะ ไม่งั้นลุงเขาเหงาแย่เลย




Create Date : 25 กรกฎาคม 2550
Last Update : 26 กรกฎาคม 2550 0:02:20 น. 2 comments
Counter : 249 Pageviews.

 
จะว่าโชคร้ายหรือโชคดีดีเนี่ย ถือว่าโชคดีละกันเน๊อะ ไม่ต้องเดินเข็นรถให้เหนื่อย เอาหน่า..อย่างน้อยก้อมีตัวหารค่าน้ำมัน เฮ้อ..ลุงเนี่ย แกลลอนละสิบ ยี่สิบ ก้อพอทนนะลุงนะ สี่สิบเนี่ยมากไปนะลุง

มาเล่าต่อนะว่าเป็นยังงัยถึงไหนแล้ว ติดตามอ่านอย่างใจจดใจจ่อ ลุ้นแทน


โดย: MeJayya วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:3:48:47 น.  

 
คิกๆ ร้านลุงดักเซียน (จิงๆ น่าจะแถมอาหารด้วยนะ)


โดย: Annenar IP: 158.108.2.8 วันที่: 30 กันยายน 2550 เวลา:17:13:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

CAsky
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




PK worked as a retailler in Totally Toddler store
Six Flags Magic Mountain Valencia California by himself (one man standing) Since March 2006 - June 2006

"In Some Situation the funninest place turn to be the borriest place"

"I'm a working man
I don't understand why clockout
come so slow everytime
That's one line I stay right behind"


free music
Friends' blogs
[Add CAsky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.