Group Blog
 
All blogs
 

บอกเล่าหนังสือการ์ตูนในกล่อง 5

สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ที่ติดตามอ่านมาตลอด ต่อไปหลักการให้คะแนนจะเปลี่ยนไปนะครับ คำอธิบายจะมีเฉพาะในข้อที่มีคะแนนสูง หรือต่ำมาก เท่านั้น ถ้าไม่เป็นการลำบากรบกวนเพื่อนๆ ช่วย comment ด้วยนะครับ หรือ อยากให้ review การ์ตูนเรื่องไหนบอกได้นะครับ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจะมาบอกเล่าให้เพื่อนๆฟัง







yu yu hakusho(แนว action-fantasy)

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มจอมเกเร อุราเมชิ ยูสึเกะ จากการเข้าไปช่วยเด็กน้อยให้พ้นจากอุบัติเหตุกลับทำให้เขาต้องเสียชีวิต (อย่างไร้ค่า) แทน ด้วยความดี (โง่ซะไม่มีมากกว่า เพราะเป็นการตายสูญเปล่า) นี้ทำให้โลกวิญญาณให้โอกาสเขาฟื้นคืนชีพได้ (เป็นกรณีพิเศษร้อยปีมีครั้ง จะได้จากการตายที่แม้แต่พระพุทธเจ้ายังคิดไม่ถึง เพราะยูสึเกะทำไปโดยไร้ความคิด) และมีชีวิตอยู่ในฐานะของ "นักสืบโลกวิญญาณ" คอยจัดการกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิญญาณและปิศาจต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์

-อ่านง่าย 9/10
-ภาพ 8/10 ( อยู่ในระดับพอใช้แถมงานไม่ค่อยสมำ่เสมอ เเต่มีเสน่ห์ครับ )
-เนื้อเรื่อง 9.5/10( เนื้อเรื่องดีน่าติดตาม สนุก เสียตอนท้ายมันเผาไปหน่อย )
-ตัวละคร 10/10 ( ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงาน ที่ตัวละครมีเสน่ห์และโดดเด่นค่อนข้างมาก )

-ตัวละครที่ชื่นชอบ : ฮิเอ เป็นตัวละครที่อยู่ในใจใครหลายๆคนที่อ่านการ์ตูนเรื่องนี้
ดูเหี้ยมๆหน่อย ท่าไม้ตายก็เท่ห์ แต่ก็มีมุมที่บ่งบอกถึงความเป็นคนดี/10
-น่าเก็บสะสม 10/10 ( คอการ์ตูนต่อสู้ไม่ควรพลาดครับ รอ big book อยู่เหมือนกัน )
-ความยากในการเก็บ (D)


( ส่วนตัวครับ เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ผมว่าถือเป็นการ์ตูนระดับตำนาน พอๆกับ dragonball เลยเพียงงานของ อ.โทงาชิ แกค่อนข้างอารมณ์ศิลป์ ทำให้งานในช่วงหลังๆ มันดูเผาๆไปหน่อย รวมถึงอาการหมดมุกของ อ.แกด้วย แต่ถ้ามองผ่านๆไป งานแกถือว่าสร้างตัวละครที่มีเสน่ห์ระดับตำนานขึ้นมาเลยทีเดียว ซึ่งผมว่ามันเป้นส่วนที่สำคัญที่สุดทำให้ผลงานของ อ.โทงาชิ เรื่องนี้โด่งดังเป็นอย่างมาก )
















BM อสูรพันธุ์เขมือบโลก (แนว survival)

การ์ตูนแนววิทยาศาสตร์ เมื่อในอนาคต มนุษย์ได้สร้าง สิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหาร สิ่งมีชีวิตสังเคาะห์ที่เรียกว่า b.m. และเมื่อ เจ้า b.m. ที่กินได้เกือบทุกอย่างรวมถึงมนุษย์ด้วยอะไรจะเกิดขึ้น นี่คือบทลงโทษของมนุษย์ที่ริอ่านทำตัวเป็นพระเจ้าซะเอง

-อ่านง่าย 9/10
-ภาพ 8/10
-เนื้อเรื่อง 10/10( สมบรูณ์แบบครับ ทั้งการดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ สมดุลของเรื่องดีมากครับ)
-ตัวละคร 9/10

-ตัวละครที่ชื่นชอบ : โตโจ เขาเป็นตัวร้ายที่แสดงความเป็นตัวตนอย่างชัดเจน
ยึดติดในอุดมการณ์ของเขาอย่างชัดเจน
ยอมตายดีกว่าถ้าต้องอยุ่อย่างไม่มีอุดมการณ์ /8

-น่าเก็บสะสม 10/10 ( สุดยอดการ์ตูนแนวเอาตัวรอดแล้วครับ )
-ความยากในการเก็บ (A)

( ส่วนตัวครับ อ่านการ์ตูนแนวนี้มาเยอะนะครับแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมประทับใจได้มากที่สุด
เนื้อเรื่องในแต่ละส่วนค่อนข้างสมดุลมาก ไม่เยิ่นเย้อ ตอนจบค่อนข้างดี
ซึ่งการ์ตูนที่มีความสมดุลแบบนี้ไม่ได้หาอ่านได้ง่ายๆครับ )









เดือดเป็นคู่ DOUBLE HARD(แนว action)


ฮายามิ ไดกิ นักเรียนไฮสคูลซึ่งกลับมาจาก L.A. เป็นนักสู้ผู้แข็งแกร่งที่รักความยุติธรรม
ทูแมนอาร์มี่ การจับคู่ที่ร้ายกาจที่สุดระหว่างเขาและทากายามะ จิน “นักเลง”มืออาชีพ
ผู้โด่งดังอยู่ในวงการใต้ดิน เหล่าอันธพาลทั้งญี่ปุนต้องหลบให้กับพวกเขาทั้งคู่

-อ่านง่าย 9/10
-ภาพ 7/10 (ถ้าเป็นงานในช่วงประมาณ 10 เล่มแรกผมอาจจะให้คะแนนสูงกว่านี้
แต่ลายเส้นในช่วงหลัง ทำให้ผมต้องลดคะแนนลงบ้าง )
-เนื้อเรื่อง 7/10( ยาวเกินไป เนื้อเรื่องค่อนข้างซ้ำไปซ้ำมา
แม้จะไม่เลวร้ายเหมือนการ์ตูนบางเรื่อง แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ )
-ตัวละคร 9/10

-ตัวละครที่ชื่นชอบ : ทากายามะ จิน หนุ่มผมทอง แว่นดำ แนวกวนๆ เท่ห์ๆ
ทำให้ผมอยากใ่ส่แว่นดำบ้างจัง
-น่าเก็บสะสม 7/10
-ความยากในการเก็บ (A)
( ส่วนตัวครับ เป็นการ์ตูนที่ผมชอบมาตั้งแต่เป็นฉบับไพเรท แต่เหมือนเป็นงานที่มีพัฒนาการที่ไม่เดินหน้า แถมในส่วนของภาพดูด้อยลงไปด้วย แต่ภาพก็ถือว่าอยู่ในระดับดีพอสมควร ผมว่าถ้าการ์ตูนเรื่องนี้ไม่เกินซัก 20 เล่ม คะแนนน่าจะดีกว่านี้ )




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 19:54:00 น.
Counter : 1321 Pageviews.  

บอกเล่าหนังสือการ์ตูนในกล่อง 4 ( ภาค ไม่น่าสะสม )

เขียนเกี่ยวกับหนังสือการ์ตูนที่น่าสะสมมาหลายเรื่องแล้ว คราวนี้มาลองดูหนังสือการ์ตูนที่ผมคิดว่า ไม่น่าสะสมซะเท่าไรครับ ( เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้นนะครับ )



GET BACKER อย่างนี้ต้องเอาคืน

เรื่องของ 2 คู่หู get backer นักทวงของ มิโด้ บัน ผู้มีพลังตาทิพย์ กับ อามาโนะ กินจิ ราชา ผู้มีพลังสายฟ้า ที่มีอาชึพ ทวงของคืนให้กับทุกๆคน ไม่ว่าอะไรก็ตามสามารถตามทวงคืนกลับมาได้หมดทุกอย่าง

-อ่านง่าย 4/10 ( ช่วงแรกพออ่านรู้เรื่อง ช่วงหลังออกทะเล แถมไปไกลจนไม่รู้เรื่อง )
-ภาพ 8/10 ( ถ้าเป็นเพียงรูปภาพอย่างเดียวผมให้เต็มเลย
แต่มันเป็นหนังสือการ์ตูนจนทำให้บางที มันดูยากเกินไป )
-เนื้อเรื่อง 5/10( ไม่มีแกนของเรื่อง เนื้อเรื่องเข้าใจยาก )
-ตัวละคร 8/10 ( มีเสน่ห์ เเละมีบุคลิกของแต่ละตัว ออกแบบตัวละครแต่ละตัวได้ค่อนข้างดี )
-ตัวละครที่ชื่นชอบ : มิโด้ บัน ดูฉลาด และเจ้าเล่ห์ ที่สำคัญ เท่ห์

-น่าเก็บสะสม 5/10 ( คิดดูดีๆครับตั้ง 30 กว่าเล่มนะ ประมาณ 39 ถ้าจำไม่ผิด )
-ความยากในการเก็บ (C)

( ส่วนตัวครับ ผมเคยหยุดซื้อมาครังหนึ่งแล้วครับ ประมาณเล่มที่ 14-15 ไม่แน่ใจ แล้วก็กลับมาซื้อใหม่จนครบ (ไม่น่าเลย) ที่กลับมาซื้อจำได้ช่วงนั้นไม่มีอะไรอ่านเลยสานต่อซะหน่อย พออ่านจบ ทำให้ได้รู้ว่า ผมตัดสินใจถูกแล้วในรอบแรก และ ตัดสินใจผิดในรอบหลัง )














อินุยาชะ จิ้งจอกเงิน

คาโกเมะ สาวมัธยม ที่บังเอิญหลุดไปยังโลกอดีต ได้ไปพบกับ อินุยาชะ จิ้งจอกเงิน ที่เธอเคยมีความผูกพัน กับ คิเคียว คนทรงที่เป็นอดีตชาติของ คาโกเมะ โดยเนื้อเรื่องหลักคือการ สะสมลูกแก้ว 4 วิญญาณ เพื่อป้องกันไม่ให้ นาราคุ ปีศาจร้ายที่แปลงมาจากจิตใจอันชั่วร้ายของโจรป่าที่ คิเคียว เคยช่วยเอาไว้ สามารถรวบรวมได้

-อ่านง่าย 9/10 ( การ์ตูนต่อสู้ธรรมดา เนื้อเรื่องไม่สลับซับซ้อน )
-ภาพ 9/10 ( มีเอกลักษณ์ สบายตา รูปแบบการถ่ายทอดที่ดี )
-เนื้อเรื่อง 5/10( เนื้อเรื่องหลักดีครับ แตเนื้อเรื่องย่อยๆ ่การเล่าเรื่องยืดครับ วนไปวนมา )
-ตัวละคร 7/10 ( ตัวละครมีบุคลิกภาพ มีเสน่ห์ แต่ตัวประกอบในเรื่องมันเยอะไป
ตัวละครประกอบที่เข้ามาและผ่านไปตามเนื้อเรื่องที่วนไปวนมา )

-ตัวละครที่ชื่นชอบ : เซทโชมารุ ผมว่าเค้าค่อนข้างมีเสน่ห์มากดูร้ายกาจ
แต่แอบมีมุมที่อ่อนโยนอยู่ข้างใน

-น่าเก็บสะสม 4/10 ( มันโคตรยืดเลยครับ วนไวนมา จบตั้งแต่ 20 เล่มแรกจะดูดีมากเลย
นี่มันจะ 50เล่มแล้ว )
-ความยากในการเก็บ (D)

( ส่วนตัวครับ ปกติผมค่อนข้างชื่นชอบ ผลงานของ อ.รูมิโกะ ทาคาฮาชิ ไม่ว่า จะเป็น รันม่า หรือ
ลามู แต่เรื่องนี้ ในตอนแรกผมค่อนข้างชอบมากนะครับ แต่ด้วยเรตติ้งในช่วงแรกที่มันคงดูดี
ทำให้เนื้อเรื่องมันยืดไปยืดมา นาราคุ แยกร่างแล้วแยกร่างอีก ดาบอันเดียวปรับนู่นปรับนี่
คิเคียวตายแล้วฟื้น หายไปหายมา จบเถอะครับ ตอนนี้ผมเหมือนขึ้นหลังเสือลงไม่ได้แล้ว 48
เล่มแล้ว )









prince of tennis

เอจิเซ็น เรียวมะ ลูกชายของ เอจิเซ็น นันจิโร่ อดีตนักเทนนิสระดับโลก ได้ย้ายเข้ามาเรียนที่มัธยมต้นโรงเรียนเซชุน หรือ เซงาคุ โรงเรียนดังที่มีชื่อเสียงด้านเทนนิส ที่นี่ เรียวมะ ต้องพยายามเอาชนะทุกคน เพื่อก้าวไปสู่มือหนึ่งของโลกแห่งเทนนิสให้ได้

-อ่านง่าย 7/10 ( ลักษณะการ์ตูนกีฬาที่เน้นภาพเยอะ ถ้าไม่ดูต่อเนื่องอาจะทำให้ลืมไปบ้าง )
-ภาพ 8/10 ( ไม่โดดเด่นเท่าไร แต่ก็สื่อออกมาได้ค่อนข้างดี )
-เนื้อเรื่อง 5/10( ถ้าเรื่องอื่นเรียกว่าออกทะเล สำหรับผมว่าเรื่องนี้ถึงอวกาศแน่ๆ )
-ตัวละคร 7/10 ( เทห์่ เท่านั้น แต่เสน่ห์ของตัวละครกลับไม่กล่าวถึง
เพราะตัวละครค่อนข้างเยอะไป จำไม่ได้ )

-ตัวละครที่ชื่นชอบ : ฟูจิ ครับ ดูนิ่ง แต่แอบเก่ง ตกลงผมยังไม่รู้เลยว่า เทะซึกะ กับ ฟูจิ
ใครเก่งกว่ากันแน่

-น่าเก็บสะสม 5/10 ( ผมว่าน่าจะขัดใจหลายๆคน เพราะว่าถ้าไม่ดีจริงคงไม่มี ภาค 2 แน่ )
-ความยากในการเก็บ (D)

( ส่วนตัวครับ ผมว่า อ.ทาเคชิ โคโนมิ เขาพยายามทำให้เป็นการ์ตูนสมัยใหม่
ตัวละครไม่มีใครเก่งตลอดเวลา มีผลัดแพ้ผลัดชนะ แต่เขียนไปเขียนมา เริ่มให้ความรู้สึกของ
สึบาสะ เจ้าหนูสิงห์นักเตะ และก้าวข้าม ไปสู่ดราก้อนบอล ได้เลย ออกอวกาศแน่ๆครับพี่น้อง
ส่วนตัวไม่ค่อยชอบการ์ตูนที่มันเปลี่ยนแปลงไปมากจนสิ้นเชิงขนาดนี้ ดู 3 เล่มแรกต่างกับ
การ์ตูนช่วงหลังยังกับคนละเรื่อง )







 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 19:54:15 น.
Counter : 1137 Pageviews.  

บอกเล่าหนังสือการ์ตูนในกล่อง 3 ( ภาคกีฬา )

สวัสดีครับ เพื่อนๆ อยากเขียนเกี่ยวกับการ์ตูนกีฬามานานแล้ว แต่กลัวว่าจะอ่านกันไปหมดแล้ว เลยตัดสินใจยังไม่เขียน แต่พอดีในงานหนังสือที่ผ่านมา เห็นหลายๆคนถาม เรื่องเหล่านี้เเสดงว่ายังมีหลายคนที่ไม่ได้อ่านอยู่เหมือนกัน เลยลองเขียนดูครับ นี่คือการ์ตูน ที่ติด 3 อันดับของการ์ตูนกีฬาที่ผมว่าเป็นสุดยอดเเล้วครับ




Slamdunk สูงเสียดฟ้าข้าก็จะ...ฮึ่ม

เรื่องของ ซากุรางิ ฮานามิจิ หนุ่มผมแดง อันธพาลมีชื่อ ที่เกิดรักแรกพบกับ ฮารุโกะ ที่มาชักชวน ฮานามิจิ เพราะว่าเห็นแววในตัวเขา (หรือว่า แค่ตัวสูงมั้ง) ด้วยความรักทำให้ซากุรางิ ตัดสินใจเข้าชมรมบาสเก็ตบอล โดยต้องผ่านการทดสอบจาก กัปตันทีม อาคางิ ทาเคโนริ พี่ชายของ ฮารุโกะจัง โดยมีคู่แข่งเป้น รุคาว่า อัจฉริยะหน้าใหม่ที่พึ่งเข้ามาเป็นน้องใหม่ของชมรมบาสเช่นกัน และมีรุ่นพี่เจ้าปัญหา อย่างมิยางิ ที่มีปัญหากับอันธพาลของโรงเรียน อย่างมิสึอิ ที่มีอดีตฝังใจกับ ชมรมบาสโชโฮคุ จุดเริ่มต้นอันสุดมันส์ของวงการบาส ม.ปลาย ได้เริ่มขึ้นแล้ว

-อ่านง่าย 10/10 ( สำหรับ คนที่ไม่รู้กติกาของบาสเก็ตบอล
มีการสอดแทรกกติกาอยู่ในเนื้อเรื่องอย่างเนียนตา
ทำให้ดูแล้วเข้าใจง่ายจริงๆ )
-ภาพ 9/10 ( ในช่วงประมาณ 5-6 เล่มแรก ลายเส้นอาจยังไม่เข้าที่
แต่หลังจากนั้นค่อนข้างสมบูรณ์มาก ทั้งตัวละครและลายละเอียดต่าง )
-เนื้อเรื่อง 9.75/10( เนื้อเรื่องง่ายๆ น่าติดตาม แต่เสียนิดเดียว
ตัวละครหลายๆตัวที่เหมือนจะมีบทบาทในตอนหลัง แต่กับให้มันจบซะงั้น
แล้วจะมีมันมาทำไมไม่รู้ )
-ตัวละคร 10/10 ( ถือเป็นการ์ตูนที่มีตัวละครที่มีบุคลิกรวมถึง มีเสน่ห์มาก
ซึ่งเสน่ห์นี้แหละถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถหาได้ในการ์ตูนทั่วๆไป
บางเรื่องอาจมีบุคลิกที่แตกต่างชัดเจน
แต่ไม่สามารถทำให้ตัวละครมีเสน่ห์ได้ในเกือบๆทุกตัวละครขนาดนี้ )
-พัฒนาการ 10/10 ( ลายเส้นที่แสดงถึ่งพัฒนาการที่ชัดเจน
เนื้อเรื่องที่มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 9/10 ( ลายเส้นอาจจะไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก รวมถึงเนื้อหา
แต่เอกลักษ์ของ อ.ในเรื่องอื่นๆหลังจากนี้ก็มาจากเรื่องนี้นี่เเหละ )
-น่าเก็บสะสม 10/10 ( อยากให้มีแบบ big book จัง )
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ น่าจะเป็นการ์ตูนกีฬาที่ถือเป็นอันดับ 1 ในใจใครหลายๆคน มันมีทุกเรื่องราวจริงๆ ผลงานที่มีความสมบูรณ์อย่างนี้หายากจริงๆ รวมถึงพัฒนาการที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องที่สามารถนำพามันไปสู่ความเป็นอมตะอย่างง่ายดาย แต่ผมยังสองใจกับตอนจบของเนื้อเรื่อง ใจนึงก็มองว่ามันดีแล้วที่จบอย่างนี้ แต่อีกใจนึงก็อยากดูตอนต่อของการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆ อยากรู้ว่าพระเอกจะเอาชนะไอ้ตัวใหญ่นั่นยังไง )










สิงห์นักปั่น

ผลงานของ อ.โซดะ มาซาฮิโตะครับ ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ชอบขี่จักรยานมาก โดยในวัยเด็กเขาย้ายไปอยู่ในเมืองแห่งเนิน ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเนิน ซึ่งไม่เหมาะแก่การขี่จักรยานเลย แต่ "โนโนมูระ เทรุ" เด็กประถมพูดน้อย
คนหนึ่ง พยายามขี่ขึ้นเนินมาตลอดจนสามารถขึ้นเนินที่ 1 ที่ชันที่สุดของเมืองได้ ทำให้เขาเป็นคนดังของเมือง แต่ เมื่อเทรุได้พบ "ยูตะ" ลูกชายของ
นักขี่จักรยานทีมชาติ Rocket Yuta เป็นโค้ชให้ เทรุได้พบกับคู่แข่งที่นอกเหนือจากเนิน แม้ว่ายูตะที่เป็นนักขี่ทางราบที่ไม่ถนัดขึ้นเขาแต่ก็สามารถแซงเขาได้ ดังนั้นเทรุจึงต้องหาทางเอาชนะ และรู้ว่าโรงเรียนคาเมโคที่โยโกฮาม่าเป็นโรงเรียนที่ยูตะกำลังจะเข้า เขาจึงพยายามไปสอบเข้า ( แน่นอนเพื่อขี่จักรยาน ) เทร ุกำลังเริ่มต้นเส้นทางการปั่นที่สะท้านทั้งวงการจักรยาน

-อ่านง่าย 10/10 ( กติกาที่ไม่วุ่นวายอยู่เเล้ว ใครถึงก่อนคือ ผู้ชนะ )
-ภาพ 10/10 ( มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ตั้งเเต่ ต้นจนจบ สวยงามเสมอ )
-เนื้อเรื่อง 10/10( เล่าเรื่องได้น่าติดตาม ซึ่งน่าจะทำได้ยาก เนื่องจาก เนื้อเรื่องง่ายๆ
ทำให้ยากต่อการทำให้ชวนติดตาม )
-ตัวละคร 9/10 ( เน้นตัวพระเอกมากเกินไป ทำให้ตัวละครอื่นๆดูด้อยไปเลย
แต่สิ่งนี้ก็ทำให้พระเอกเป้นตัวละครที่มีเสน่ห์เหลือร้ายทั้งที่ไม่ค่อยพูดเท่าไร
และผมเชื่อว่าน่าจะเป็นพระเอกที่พูดน้อยที่สุดในโลกของหนังสือการ์ตูน )
-พัฒนาการ 9/10 ( ดำเนินเรื่องจาก วัยเด็ก ไปสู่ ผู้ใหญ่ ได้ตามผลงานจริง
แต่ส่วนตอนจบของเรื่องผมว่ามันง่ายไปนิดนึง )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 9/10 ( เล่าเนื้อเรื่องที่บ่งบอกถึงพระเอกที่มีความตั้งใจ แล้วต้องทำให้ได้
นี่เเหละงานของ อ. เค้าเเหละ )
-น่าเก็บสะสม 10/10
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ การ์ตูนกีฬา สำหรับผมว่ามันยากในการทำให้น่าติดตาม แต่เรื่องนี้กลับทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรยากถ้าตั้งใจครับ หลายๆ ฉากในเรื่องนี้ สร้างความประทับใจให้ผมมากครับ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่พระเอกแบกจักรยานวิ่ง ฉากที่เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน เรื่องราวหลังการผ่าตัด ความพ่ายแพ้ของพระเอก และการลุกขึ้นสู้ใหม่ ซึ่งหาดูไม่ได้ง่ายๆ ในการ์ตูนที่ออกไปในทางรู้สึกดีๆซึ่งมักจะไม่มีฉากเหล่านี้ ฉากเหล่านี้มักจะอยู่ในการ์ตูนที่ให้อารมณ์ความรู้สึกสมจริง อย่าง การ์ตูนเรื่อง REAL ของ อ.ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ ผู้วาด slamdunk ที่ให้อารมณ์หนักๆมากกว่า ซึ่งมันทำให้การ์ตูนเรื่อง สิงห์นักปั่น มีเสน่ห์ดึงดูดมากมายเหลือเกิน )












มันคิจิ เก๋าโจ๋โก๋ขาแรง หรือ เก๋าซะอย่างพลังนมสด

เรื่องราวของ คาซามิ มันคิจิ นักกีฬาทศกรีฑาตัวแทนจาก จังหวัดนิงาตะ ที่มาจากร้านขายนม เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ทศกรีฑาประเทศญี่ปุ่น ด้วยคะแนนรวม 6020 โดยมีคู่แข่ง เป็นแชมป์ประเทศญี่ปุ่นหลายสมัย กับ โอโอโยชิ ตัวเต็ง เจ้าของฉายา เดก้าฟ็อก ไอ้หนูพลังนมสด อย่าง มันคิจิ จะสามารถฟันฝ่าไปสู่ตำแหน่งแชมป์ เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน และจุดสูงสุดของเขาจะไปได้ถึงไหนกันแน่

-อ่านง่าย 9/10 ( วุ่นวายในเรื่องของคะแนนบ้าง แต่ถ้าไม่สนใจก็ไม่ใช่สาระสำคัญครับ )
-ภาพ 7/10 ( ไม่ค่อยสวยเท่าไร แต่ถ่ายทอดออกมาได้ถึงใจมาก )
-เนื้อเรื่อง 10/10(ตอบโจทย์ที่เหมือนยาก แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ก้าวก่อน คุณก็จะก้าวไปได้ก่อนใคร
เรื่องแบบที่ไม่มีคนไหนทำ และมันก็ใหม่มากสำหรับโลกการ์ตูน )
-ตัวละคร 9/10 ( มีเก่งบ้าง อ่อนบ้าง ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม
ตัวละครในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนในจุดนี้ )
-พัฒนาการ ?/10 ( ไม่ให้ละกัน เพราะ พึ่งอ่านเรื่องนี้เรื่องแรก
รวมถึงเรื่องนี้ยังสั้นเกินไปที่จะให้คะเเนในจุดนี้ )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 10/10 ( เขียนในเรื่องที่คนอื่นคาดไม่ถึง ถ่ายทอดได้ดี )
-น่าเก็บสะสม 9.75/10 ( ถ้าเป็นลิขสิทธ์น่าจะดีกว่านี้ แต่ก็ไม่เลวร้ายเกินไปละ )
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ ผมชอบที่อาจาร์ยเขียนช่วงหนึ่งที่ พระเอกบอกว่าถ้ากีฬาอย่างหนึ่งดีไม่พอ แต่ถ้าทั้ง10 อย่างละจะเป็นเช่นไร ผมรู้สึกได้ถึงว่าถ้า อ.แก เขียนการ์ตูนเกี่ยวกับกีฬาชนิดใดชนิดนึงแล้วออกมาไม่ดีพอกับความต้องการของ อ.แกเลยคิดว่าแล้วถ้าแกเขียน ทศกรีฑาละ มันจะเป็นเช่นไร ซึ่งผมว่ามันสะท้อนอะไรได้หลายๆอย่าง คนเราอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จในเรื่องที่เรากำลังทำอยู่เสมอไปแม้ว่าเราจะทำมันอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
แต่ถ้าเราลองทำหลายๆอย่างด้วยความตั้งใจมันน่าจะมีสักอย่างที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ )









 

Create Date : 22 เมษายน 2552    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 19:55:37 น.
Counter : 1266 Pageviews.  

บอกเล่าหนังสือการ์ตูนในกล่อง 2

สวัสดีครับ หายไปหลายวัน พอดีกำลังเพลิดเพลินกับหนังสือการ์ตูนที่พึ่งไปซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็เลยไม่ได้เข้ามา update เลย ตอนนี้อ่านจบหมดแล้ว เข้าใจอารมณ์คนเขียนเลย เขียนตั้งนน อ่านแป็บเดียวเอง blog คราวนี้จะเป้นการ์ตูนที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือทั้งหมดเลยครับ
ขอบคุณทุกๆ comment และหลายๆคนที่ช่วยบอกต่อ นะครับ ทำให้มีกำลังใจเขียนขึ้นเยอะเลย รวมถึงทุกๆคนที่เข้ามาดูครับ ขอบคุณครับ ( จะพยายามเขียนให้เร็วขึ้นกว่านี้นะครับ พอดีช่วงนี้งานเยอะไปหน่อย )





หุ่นเชิดสังหาร


สารภาพเลยครับ เคยซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้ มาแล้วครั้งหนึ่ง จากสำนักพิมพ์ไพเรท line art planning ถ้าจำไม่ผิด ซื้อเล่ม 1 และคิดเลยว่า ไม่สนุกเลย
เหตุผลที่ซื้อเพราะ ชอบผลงานเก่่า ของ อ.ฟูจิตะ คาซุฮิโระ ท่านนี้ เรื่องล่าอสูรกาย แต่ ด้วยการเดินเรื่องทำให้รู้สึกว่าเนื้อหาเดินช้า ไม่ตื่นเต้นเท่าไร ตัวละครไม่มีเสน่ห์เลย ถ้าเทียบกับ ล่าอสูรกาย ไม่อ่านจะดีกว่า จนเมื่อไม่นานมานี้ เดินไปร้านการ์ตูนที่ไปประจำเห็นว่า มันจบแล้ว ตั้ง 43เล่ม มันต้องมีอะไรดีบ้างละ ประกอบกับไม่มีอะไรอ่านแล้ว จึงตัดสินใจไปซื้อที่บูธ SIC ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และ เมือได้อ่าน การ์ตูนทั้งหมดที่ซื้อมาแล้ว ในความคิดผม เรื่องนี้ไม่ผิดหวัง ดีที่สุดเท่าที่ได้ไปเสียตังค์มา
เรื่องราวของ ไซงะ มาซารุ เด็กน้อยผู้ไดรับมรดกหลายแสนล้าน จากพ่อเขาเอง ทำให้ตัวเขาเดือดร้อนจาก พี่ๆ และ ญาติ ของเขา โดยเขาต้องตามหา ชิโรงาเนะ นักเชิดหุ่น เพื่อมาปกป้องเขาตามคำสั่งเสียของปู่ ไซงะ โชจิ โดยระหว่างทางก็ได้มาพบกับ นารุมิ ชายผู้ป่วยเป็น โรคโซนาฮ่า ( โรคที่ต้องทำให้คนอื่นหัวเราะ ซึ่งไอ้โรคนี้แหละที่ตอนแรกทำให้ผมรู้สึกว่ามัน
เป็นส่วนที่ทำให้หนังสือการ์ตูนเล่มนี้ไม่น่าดูเลย แต่ อ่านมาเรื่อยๆถึงจะเห็นความสำคัญของมัน และเป็นแกนส่วนหนึ่งของเรื่องเลยทีเดียว ) เหมือน โชคชะตา ทำให้ ทั้งสาม ต้องร่วมเผชิญชะตากรรมร่วมกัน ในการปกป้อง มาซารุ โดยที่
ไม่รู้เลยว่า ยังมี อันตราย และ สายใยแห่งความผูกพัน จากอดีต มาสู่ปัจจุบัน ศัตรูที่แท้จริง คือ ใคร นักเชิดหุ่น ,ออโตมาต้า หรือ ชิโรงาเนะ กันแน่


-อ่านง่าย 8/10 (ไม่ง่ายเท่าไร แต่ถ้าเทียบกับเนื้อเรื่องที่อัดแน่นเเละซับซ้อน ถือว่าเล่าเรื่องได้ดี)
-ภาพ 8/10 ( ตามสไตล์ของ อ.ฟูจิตะ มีสไตล์ แต่บางทีดูยากไปหน่อย )
-เนื้อเรื่อง 10/10( สุดยอด ครับวางโครงเรื่องได้ดี ซับซ้อน สอดคล้อง และสมบรูณ์ครับ )
-ตัวละคร 7/10 ( ผมว่าตัวละครในเรื่องนี้ ขาดเสน่ห์ไปหน่อย นี่ถ้าไม่มี มาซารุ กับ กริฟป๊อน
มาช่วยผมให้แค่ 5 เอง )
-พัฒนาการ 9/10 ( ในส่วนของลายเส้นคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้
แต่เนื้อเรื่องพัฒนาไปในทางที่ดี ลูกล่อ ลูกชน รวมถึงปริศนาที่ซ่อนไว้
ยอดเยี่ยมครับ )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 9/10 ( ลายเส้น รวมถึงตัวละคร ไม่มีซ้ำใครแน่นอน )
-น่าเก็บสะสม 9/10
-ความยากในการเก็บ (C)

(ส่วนตัวครับ อ่านไปประมาณ 13 เล่มแล้ว ยังไม่รู้สึกถึงความสนุกเท่าไรอ่านได้เรื่อยๆ
แต่ตั้งแต่เล่มประมาณ 14-30 กว่า สุดยอดมาก โดยเฉพาะการผูกเรื่องและการเล่าเรื่อง
จากอดีต สู่ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครในเรื่อง รวมถึง ความสำคัญของ
ศิลาไร้กระด้าง , อควอวีเต้ และที่มาของ โรคโซนาฮ่า แม้ตอนท้ายๆ จะเป็นไปตามคาดไปบ้าง
เเต่ก็เกินคุ้มครับ ถ้าชอบอ่านการ์ตูนที่มีปริศนาซ่อนอยู่ รับรองครับไม่ผิดหวัง )








ดาบล่าพญามาร โดโรโระ


ผลงานของ บิดาแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ถูกไปสร้างเป็นหนังใหญ่ เรื่องราวของ เฮียกกุมารุ ที่ถูก คาเงะมิตสึ ไดโกะ ซามูไรผู้เป็นพ่อทำข้อตกลงกับเหล่าปีศาจ ทั้ง 48 ตน
โดยมีเงื่อนไขให้ตนชนะสงครามและเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และไม่พ่ายแพ้แก่ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นการรบที่ไหนก็ตาม คาเงะมิตสึได้ใช้ 48 อวัยวะสำคัญของร่างกายของลูกชายที่ยังมิได้ถือกำเนิดของเขาคนนี้ไว้เป็นสิ่งค้ำประกันกับพวกปีศาจ
ต่อมาลูกของคาเงะมิตสึได้ถือกำเนิดขึ้น โดยไร้อวัยวะสำคัญของร่างกายทั้ง 48 จนดูเหมือนตัวหนอน แต่สามารถร้องได้ คาเงะมิตสึจึงนำเด็กน้อยใส่ตะกร้าแล้วปล่อยลอยไปตามน้ำ
แต่เด็กน้อยยังได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ จูไค เด็กน้อยที่ถูกเก็บมาได้รับการขนานนามจากจูไคว่า เฮียกกุมารุ จูไคได้ทำการคิดค้นเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะเทียมได้อย่างยอดเยี่ยมเอาไว้มากมายในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาทำให้เด็กน้อย เฮียกกุมารุ ดำเนินชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป และเฮียกกุมารุยังมีพลังเหนือธรรมชาติหลายประการทำให้เขาสามารถมองเห็น พูดคุยได้ยินทั้งที่ไม่มีตา ปาก หรือ หู และจูไคก็ได้ตีดาบขึ้นมา 2 เล่ม และติดเป็นแขนให้กับเฮียกกุมารุ พร้อมกับสอนเพลงดาบให้
เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่เฮียกกุมารุ ได้ออกเดินทางเพื่อกำจัดปีศาจทั้ง 48 ตน เพื่อนำเอาร่างกายของเขากลับคืนมา หลังจากเดินทางได้ไม่นานเขาก็ได้เพื่อนร่วมทางเป็นเด็กน้อยผู้มีความสามารถเกินวัย เป็นหัวขโมย โดโรโระ ทั้งเฮียกกุมารุและโดโรโระเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น ช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกกดขี่และต่อสู้กับเหล่าปีศาจ เพื่อที่จะนำอวัยวะของร่างกายทั้งหมดคืนกลับมาจากปีศาจ ทั้ง 48 ตน เมื่อเฮียกกุมารุฆ่าปีศาจไป 1 ตน ก็จะได้อวัยวะคืนมา 1 ชิ้น

-อ่านง่าย 8/10 ( โดยรวมอ่านไม่ยากเท่าไรครับ แต่ก็มีบางตอนที่อ่านยากเหมือนกัน )
-ภาพ 10/10 ( ในช่วงเวลานั้น ถือว่า เหลือเชื่อเเล้วครับ ที่วาดได้ขนาดนี้ )
-เนื้อเรื่อง 9/10( เนื้อเรื่องดีครับ มีความต่อเนื่อง แต่ค่อนข้างจะโหดไปสักหน่อย )
-ตัวละคร 9/10 ( นี่แหละ ต้นแบบของตัวละครแบบที่ว่าดูร้ายๆหน่อย ไม่ดีเกินไป )
-พัฒนาการ ?/10 ( ขอไม่ให้ละกันครับ เพราะไม่รู้จริงๆว่าผลงานไหนของแกก่อนหรือหลัง
แต่ถ้าในเรื่องความสม่ำเสมอ ก็ 10/10 ละครับ ดูไม่ออกจริงๆ )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 10/10 ( ไม่มีงานชิ้นไหนที่ อ.เทะซึกะ เขียน แล้วดูไม่ออกว่าเป็นของแก รวมถึงเนื้อเรื่องที่ถือเ้ป็นต้นแบบของการ์ตูนหลายๆเรื่องในปัจจุบัน )
-น่าเก็บสะสม 8/10
-ความยากในการเก็บ (B)

(ส่วนตัวครับ ผลงานของ อ.เทะซึกะ อาจจะบอกได้ว่่า ถ้าเทียบกับการ์ตูนสมัยนี้บางเรื่อง อาจจะให้รายละเอียดสู้กันไม่ได้ เพราะความต่างในเรื่องของยุคสมัย ลองมองย้อนกลับไปในสมัยนั้น วัตถุดิบต่างๆไม่ได้เยอะมากขนาดนี้ แต่สามารถถ่ายทอดในแง่ของจินตนาการ และลายเส้นได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ น่าจะเป้นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้กับวงการการ์ตูนญี่ปุนตลอดมา โดยผลงานที่เกี่ยวกับ ซามูไรอย่่างแนวของ ดาบปราบมารโดโรโระ ถ้าเทียบกับการ์ตูนสมัยนั้นผมว่ามันเล่าเรื่องได้ดีครับ และที่สำคัญตอนจบให้ความรู้สึกได้ดีกว่าการ์ตูนในยุคนี้หลายๆเรื่องเลยครับ )











saint seiya the lost canvas

ภาคต่อ ของ 1 ในการ์ตูนระดับมหากาพย์เรื่องหนึ่งของโลกหาร์ตูนเลยครับ เรื่องราวเล่าเรื่องของความผูกพันธ์ของ เทมมะ(เซย่า) ชาช่า(อาเธน่า) และ ฮาโรน(ฮาเดท)ในอดีตชาติ ก่อนที่ฮาเดธ จะถูกผนึก ว่าทำไม ต้องเป็นเซนต์เปกาซัส และมีความเป็นมาเช่นไร ในภาคนี้ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับรายละเอียดในเรื่อง รูปแบบความคิด
ตัวละครต่างๆที่ขาดหายไป หรือไม่ได้กล่าวถึงในภาคหลัก

-อ่านง่าย 8/10 ( ไม่ยากมาก แต่ก็วุ่นวายเรื่องชื่อบ้างเล็กน้อย )
-ภาพ 7/10 ( ตัวการ์ตูนออกไปในลักษณะการ์ตูนผู้หญิงไปบ้าง
ที่สำคัญตัวละครหลายตัวหน้าคล้ายๆกัน )
-เนื้อเรื่อง 7/10( ในภาคนี้มึรายละเอียดเยอะขึ้น แต่เนื้อหากลับไม่น่าติดตามเท่าไร )
-ตัวละคร 8/10 ( บุคลิกตัวละครในภาคนี้แหละ ที่ให้อารมณ์ และมีมิติในความคิด
ทำให้ดูสมจริืงมากขึ้น )
-พัฒนาการ ?/10 ( ขอไม่ให้ละกัน ไม่รู้จะให้ใครดี )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 5/10 ( เหมือนหนังภาคต่อ แล้วเปลี่ยนตัวเเสดง )
-น่าเก็บสะสม 7/10 ( ถ้าไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าๆ ยังน้อย
คุณยังได้ดูการ์ตูนเรื่องนี้ในอีกมิติหนึ่ง )
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ ชอบที่การวางโครงเรื่องที่ทำให้ได้เห็นการ์ตูนเรื่องนี้ในอีกรูปแบบหนี่ง แต่ผมว่าด้วยลายเส้นที่มีความต่างโดยสิ้นเชิง ทำให้เหมือนเป็นการ์ตูนคนละเรื่อง ให้ความรู้สึกได้คนละแบบ ภาคนี้ที่สำคัญเลยที่ขาดไปคือ เสนห์ครับ มันขาดแรงดึงดูด และผมก็มองว่ามันทำให้ไม่สามารถที่จะดีกว่าภาคหลักได้ ครับ ทั้งที่รายละเอียดหรืออะไรต่างๆก็ดี ไม่เข้าใจจริงๆ)
หมายเหตุ : ผมอ่านเรื่องนี้ไปเพียง 9 เล่มเท่่านั้น เดี๋ยว ถ้าอ่านจบ อาจจะมาแก้ไขบางส่วนนะครับ
( ที่มา บอกเล่าเรื่องนี้ก่อนเผื่อหลายๆคน ยังไม่ได้ซื้อ จะได้ช่วยในการตัดสินใจ )









Fairy tail

เรื่่องของ ลูซี่ ที่ออกเดินทางเพื่อหา กิลด์แฟรี่เทล เพื่อเข้าสมัครพรรคพวก ระหว่างทางได้รับการช่วยเหลือจาก นัตสึ ผู้ใช้เวทไฟ และ แมวบินได้ แฮปปี้ ที่เป็นสมาชิกของกิลด์แฟรี่เทล ทำให้ได้เข้าร่วมกับ แฟรี่เทล เรื่องราวการผจญภัยบนโลกเวทมนตร์ ของลูซี่ได้เริ่มขึ้นแล้ว

-อ่านง่าย 8/10 ( การ์ตูนต่อสู้ แนวเกมส์ภาษา พื้นๆไม่ซับซ้อน )
-ภาพ 7/10 ( สะอาด แต่ ยังไม่ดีพอ การให้รายละเอียดไม่ดีพอ )
-เนื้อเรื่อง 8/10( วางโครงเรื่องหลักได้ดี แต่เนื้อเรื่องรองในเรื่องยังเดาง่ายเกินไป )
-ตัวละคร 7/10 ( แต่ละตัวละครมีเอกลักษณ์ดี แต่ขาดเสน่ห์อยู่พอสมควรเลย )
-พัฒนาการ 7/10 ( ดูจากผลงานเก่าๆแล้วถือว่าพัฒนาไปได้ช้ามาก
ทั้งที่แต่ละผลงานมีไอเดียที่ดี แต่เหมือนเสนอผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 6/10 ( ลายเสันมีความเป็นตัวเองสูง แต่เนื้อเรื่องดูธรรมดาเกินไป )
-น่าเก็บสะสม 7/10
-ความยากในการเก็บ (D)

(ส่วนตัวครับ ผมค่อนข้างชอบผลงานหลายๆเรื่องของ อ. ท่านนี้พอสมควร ผมว่าแกมีไอเดียที่แปลก และผลงานของแกน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่การนำเสนอเนื้อเรื่องของแกธรรมดาเกินไป ทำให้ไม่ได้รับการติดตามมากเท่าที่ควร แต่ผมก็แอบหวังว่าตอนต่อๆไปของ แฟรี่เทล อาจจะทำให้ผมประทับใจได้มากกว่านี้ แม้ว่างานของแกจะมีพัฒนาการที่ช้าแต่ผมชอบในความตั้งใจในการดำเนินเนื้อเรื่องในแบบที่เป็นตัวแกเองจริงๆ )
หมายเหตุ : ผมอ่านเรื่องนี้ไปเพียง 10 เล่มเท่่านั้น เดี๋ยว ถ้าอ่านจบ อาจจะมาแก้ไขบางส่วนนะครับ
( ที่มา บอกเล่าเรื่องนี้ก่อนเผื่อหลายๆคน ยังไม่ได้ซื้อ จะได้ช่วยในการตัดสินใจ )




 

Create Date : 08 เมษายน 2552    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 19:55:23 น.
Counter : 1240 Pageviews.  

บอกเล่าหนังสือการ์ตูนในกล่อง 1

ขอบคุณทุกคนนะครับที่เข้ามาดู ขอบคุณคุณ piyo_kung สำหรับ comment แรก และ ทุก ๆ comment นะครับ(ทำให้มีกำลังใจเขียนเพิ่มขึ้นมากๆเลย)ต่อไป อาจจะไม่ได้ออนเอ็มนะครับ คือไม่ได้เล่นเอ็มเลยครับ เพราะเข้ามาดึกครับ ขอโทษด้วยนะครับ เริ่มบอกเล่าหนังสือการ์ตูนกันต่อนะครับ




ฮิคารุ เซียนโกะ เกมอัจฉริยะ
ผลงานของ อ.โอบาตะ ผู้เขียนการ์ตูนระดับตำนาน อย่าง death note ร่วมมือกับ อ.ยูมิ ฮตตะ เรื่องราวของเด็กหนุ่ม ฮิคารุ ที่บังเอิญไปพบกระดานโกะโบราณในห้องเก็บของ เเละสามารถเห็นวิญญาณ ฟูจิวาระ โนะ ซาอิ ผู้ยังยึดติดกับเกมโกะ เเละการก้าวไปสู่หัตถ์เทวะทำให้ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ แต่จะทำไงในเมื่อ ฮิคารุเด็กหนุ่มที่สามารถสื่อสารกับเขาได้ เล่นโกะยังไม่เป็นเลย เเถมยังไม่สนใจในเกมโกะซะด้วย แล้วซาอิจะสามารถก้าวไปสู่หัตถ์เทวะได้หรือไม่

-อ่านง่าย 8/10 ( ถ้าคนไม่เคยเล่นโกะหรือไม่รู้กติกา
ก็ไม่ต้องสนใจในส่วนของเนื้อหาตรงนั้นก็ได้ไม่สำคัญเท่าไร
ไม่มีส่วนกระทบกับเนื้อหาโดยตรงเท่าไร )
-ภาพ 10/10 ( สวยงามครับ ไม่มีที่ติ งานค่อนข้างละเอียด )
-เนื้อเรื่อง 9/10( เป็นเนื้อเรื่องที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนทำได้น่าสนใจมาก แต่ช่วงหลังๆ
เหมือนหมดมุขทำให้เนื้อเรื่องช่วงหลังหมดความน่าสนใจไปบ้าง )
-ตัวละคร 9/10 ( สวยงาม มีเสน่ห์ ครบสมบรูณ์แบบ เเต่ด้วยตัวละครน่าสนใจมันเยอะมาก
จนทำให้รู้สึกว่ามันบรรยายได้ไม่หมด )
-พัฒนาการ 10/10 ( ให้เต็มครับตัวละครดูโตขึ้นตามกาลเวลาจริงๆ ไม่ทันรู้สึกเลยครับ
แม้เนื้อเรื่องจะขาดอรรถรสไปบ้างแต่ในเรื่องของงานโดยรวมถือว่าดีมาก )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 10/10 ( ลายเส้นสวยงาม เนื้อเรื่องโดดเด่นไม่ซ้ำใคร )
-น่าเก็บสะสม 9/10
-ความยากในการเก็บ (C)

(ส่วนตัวครับ เป็นการ์ตูนที่ทำให้ ผมได้รู้ว่าแม้ผมจะไม่ค่อยเข้าใจในตัวเกมโกะ ก็ทำให้ผมสนุกกับมันได้ เล่าเรื่องได้ดี แต่ เสียดายแค่ ช่วงหลังของเรื่อง มันไม่สนุกเท่าช่วงแรก แถมตอนจบมันให้ความรู้สึกเหมือนจริงไปเหมือนไม่มีใครสามารถเป้นที่หนึ่งได้ตลอดไป คือ ตกลงแล้วพระเอกก็ไม่มีทางที่จะสู้พระรองได้ใช่ไหม )










ชิมปุย
หนึ่งในผลงานอมตะ ของผู้สร้าง โดราเอมอน ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เอริ เด็กหญิงธรรมดาคนหนึ่งได้ถูกรับเลือกให้เป็นเจ้าหญิงดาวอังคาร เจ้าชายแห่งดาวอังคาร จึงได้ส่งทูตจากดาวมาลมาชื่ชิมปุย โดชิมปุยมีอำนาจวิเศษที่สามารถใช้เวทย์มนต์วิทยาศาสตร์ได้ ชิมปุยพยายามใช้เวทย์มนต์ช่วยเหลือเอริหลายต่อหลายครั้ง สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างเพื่อให้เอาชนะใจเอริ ที่มีใจให้กับอุชิคิคุงอยู่เเล้ว ให้ไปดาวอังคารเพื่อเป็นราชินีของดาวอังคาร



-อ่านง่าย 10/10 ( การ์ตูนที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ )
-ภาพ 10/10 ( ผลงานช่วงหลังๆของ อ.ฟุจิโอะ ค่อนข้างสมบรูณ์มากครับ )
-เนื้อเรื่อง 9/10( อ่านง่าย ผูกเรื่องดี แต่ผมเดาตอนจบไม่ถูกจริงๆครับ
และเสียดายคงไม่มีตอนจบ)
-ตัวละคร 10/10 ( มีอุปนิสัยที่โดดเด่น ไม่ซ้ำแบบใคร ตัวละครไม่เยอะเกินไป กำลังพอดี )
-พัฒนาการ 10/10 ( ทั้งลายเส้น เเละเนื้อเรื่องค่อนข้างจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบแล้ว )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 10/10 ( ทั้งลายเส้น เนื้อหา และรวมถึงตัวละคร
กลายเป็นเอกลักษณ์ของ อ.ฟุจิโอะ ไปแล้ว )
-น่าเก็บสะสม 10/10 ( หายากหน่อยนะครับ )
-ความยากในการเก็บ (S) (ของหายากครับ)

(ส่วนตัวครับ ที่บอกเล่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เพราะชอบมากที่สุด ในผลงาน ของ อ.ฟุจิโอะ คือ
ทั้งการวางโครงเรื่อง ตัวละคร สำัคัญที่สุด คือ ไม่สามารถเดาตอนจบของเรื่องได้จริง
ซึ่งความจริงแล้วส่วนใหญ่ ผลงานของ อ.ฟุจิโอะ ก็ไม่ค่อยมีตอนจบซักเท่าไร
แต่คือเรื่องนี้พิเศษกว่าเรื่องอื่นตรงที่ว่า เหมือนจะบอกตอนจบว่า เอริ เเต่งงานกับเจ้าชาย
แต่ว่าเนื้อเรื่องมันเป็นไปไม่ได้เลย มันไปคนละทาง ทำให้ผมอยากรู้มากกก แต่
ผมคงไม่มีทางรู้ได้หรอกครับ ไม่มีทางเลยจริงๆ )






super dr.k
เรื่องราวของศัลยแพทย์อัจฉริยะ คาซุยะ ที่ตระกูลของเขาเป็นแพทย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ คอยช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากมาตลอด และต้องคอยต่อกรกับคนที่ใช้วิชาการแพทย์ไปในทางที่ผิด
แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของอาชีพหมอที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย


-อ่านง่าย 10/10 ( อ่านไม่ยากเลย ทำให้รู้ถึงมุมมองของอาชีพหมอในหลายรูปแบบ )
-ภาพ 10/10 ( พยายามเขียนให้ไม่น่ากลัว ดูง่าย และมีความสมจริงไปในตัวด้วย )
-เนื้อเรื่อง 9/10( การ์ตูนจบในตอน อ่านไปได้เรื่อยๆ มีสนุกมากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็ดีเกืบทุกตอน)
-ตัวละคร 8/10 ( มีบุคลิกในตัวเอง แต่บางทีรู้สึกว่า เขาดีเกินไปหรือเปล่า )
-พัฒนาการ 10/10 ( ทั้งในตัวเรื่อง ด้านภาพ และเนื้อเรื่อง มีพัฒนาการขึ้นอย่างชัดเจน )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 8/10 ( ในด้านภาพมีความเป็นตัวเองสูง
ส่วนเนื้อเรื่องแนวนี้ค่อนข้างมีอยู่เยอะ )
-น่าเก็บสะสม 10/10 ( หาไม่ยากครับ แต่ถ้าหาครบคงลำบากหน่อย )
-ความยากในการเก็บ (S)(ถ้าเก็บครบคงยากหน่อยนะครับ)

(ส่วนตัวครับ เป็นการ์ตูนหมอ เรื่องแรกที่เคยอ่าน และทุกวันนี้ก็ยังอ่านอยู่ ( มีภาค2แล้ว k2 ) อ่านแล้วทำให้รู้สึกได้ว่า โรคต่างๆไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่หมอดีๆ และเก่งอย่างนี้คงหายากน่าดู )







coco สลัดจอมลุย
การ์ตูนโจรสลัดขึ้นชื่อ อีกเรื่องหนึ่ง โคโค เด็กกำพร้า ที่มีโอกาสได้ขึ้นเรือโจรสลัดของ เครซี่ บาธ และพวกพ้อง ตามความฝันของเขา เพื่อตามหาตำนานฟอลคอนที่มีทั้ง สัตว์ยักษ์ สัตว์ปีศาจ โอลด์บลัด และ หินพลังขับ พวกเขาจะสามารถค้นหาสมบัติในตำนานของฟอลค่อนได้หรือไม่

-อ่านง่าย 9/10 ( ตามสไตล์การ์ตูนต่อสู้ครับ )
-ภาพ 10/10 ( สวยครับ สม่ำเสมอ ออกแบบตัวละครและสัตว์ในเรื่องได้ดี )
-เนื้อเรื่อง 9/10( ดีครับ ไม่ยืดดีเนื้อเรื่องกำลังพอดี โครงเรื่องทำได้ดีมาก )
-ตัวละคร 10/10 ( มีบุคลิกโดเดด่นแตกต่างมีมิติ สัตว์ต่างๆ รวมถึงอาวุธทำได้ดี )
-พัฒนาการ 9/10 ( งานมีความต่อเนื่องดี แต่บางส่วนรู้สึกขาดตอนไปบ้าง )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 8/10 ( ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไร เนื้อเรื่องดูไม่แตกต่างกับการ์ตูนต่อสู้ทั่วไป)
-น่าเก็บสะสม 9/10
-ความยากในการเก็บ (A)

(ส่วนตัวครับ สำหรับคนที่ชอบการ์ตูนต่อสู้ แบบผู้ใหญ่หน่อย น่าจะชอบครับ การ์ตูนไม่เยิ่อเย้อ
กำลังพอดีไม่ยืดจนเกินไป การออกแบบตัวละครค่อนข้างดีมีเสน่ห์
เนื้อเรื่องใช้ได้ไม่เสียดายตังค์ครับ )









HEAD

อีกหนึ่งผลงานของผู้วาดที่กำลังมีชื่อเสียงจาก อิคิงามิ สาสน์สั่งตาย head จะเป็นเรื่องของ นารุเสะ พนักงานบริษัทธรรมดา นิสัยดี ที่ไม่ชอบมีปัญหาอะไรกับใคร ที่ใช้ชีวิตแบบคนทั่วๆไป กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่ กับ เมงุ สาวพนักงานร้านขายอุปกรณ์วาดรูป แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ นารุเสะ ได้ไปช่วยชีวิตเด็็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้ทำให้เขาโดนยิงที่หัว อาการสาหัส และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เหมือนว่่า เขาจะเปลี่ยนไป อะไรทำให้เขาเปลี่ยนไปหลังการผ่าตัด มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา

-อ่านง่าย 7/10 (ตัวหนังสือเยอะ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนมาก แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบเท่าไร)
-ภาพ 9/10 ( สวยครับ แต่อาจจะไม่สบายตาเท่าไร ด้วยเนื้อเรื่องเป็นส่วนหนึ่งครับ )
-เนื้อเรื่อง 10/10( สมบรูณ์แบบครับ น่าติดตามและไม่ซับซ้อนเกินไป )
-ตัวละคร 9/10 ( เข้าใจออกแบบให้มีความแตกต่าง แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในตัวละคร )
-พัฒนาการ 9/10 ( งานตอนสั้นๆที่วางพล็อตไว้แล้ว โอเคครับ )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 9/10 ( ลายเส้นไม่เท่าไร แต่ เนื้อเรื่องสมบรูณ์แบบครับ )
-น่าเก็บสะสม 10/10 ( แนะนำครับ ตอนนี้ สัปดาห์หนังสือมีวางขายอยู่ครบชุด น่าจะลดประมาณ
50 เปอร์เซนต์ เกินคุ้มครับ เมื่อวานไปมาครับ )
-ความยากในการเก็บ (A)

(ส่วนตัวครับ ผมว่าเรื่องนี้สนุก และ ดูสมบูรณ์กว่า อิคิงามิ สักอีก ผมว่าคนที่ชื่นชอบผลงานอย่าง
monster กับ 20th century boy ไม่น่าพลาดครับ เหมือนอ่านนวนิยายแนว sci-
triller หรือ หนังฮอลลีวูด ดีๆสักเรื่อง )






ป๋าอัจฉริยะ ยานางิซาว่า

หนังสือการ์ตูนแนวปรัชญาชีวิต เรื่องราวการใช้ชีวิตของ ศาสตราจารย์ ยานางิซาว่า อาจารย์เศษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัย ที่มีหลักการในการใช้ชีวิตแบบปกติเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการนอนตอน 3 ทุ่ม ตื่น ตี5 ทุกๆวันและการคิดคำนวนทุกๆ เรื่องที่ผ่านมาในชีวิต เป็นหนังสือการ์ตูนที่เมื่ออ่านแล้วจะรู้สึก เออ.. จริงด้วย เออ.. ไม่ทันสังเกตุเลย
คุณจะเห็นส่วนที่ไม่เคยนึกถึงในชีวิตเลย

-อ่านง่าย 6/10 ( การ์ตูนแนวปรัชญา แค่นี้ก็เข้าใจยากแล้ว )
-ภาพ 7/10 ( ไม่โดดเด่นนัก แต่ทำให้เข้าใจได้ไม่ยากนัก )
-เนื้อเรื่อง 9/10( เป็นเรื่องยากจริง แต่เอามาทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น )
-ตัวละคร 8/10 ( ออกแบบตัวละครง่ายๆ เข้ากับเนื้อเรื่องโดยหลักของเรื่องๆได้ดี )
-พัฒนาการ 8/10 ( ในส่วนของภาพดูดีขึ้น แต่ส่วนของเนื้อเรื่องเหมือนจะเข้าใจยากขึ้น )
-ความเป็นเอกลักษณ์ 10/10 ( เนื้อเรื่องที่มีอยู่ไม่มาก เล่าเรื่องได้ยากแต่ทำให้รู้สึกดีได้มาก )
-น่าเก็บสะสม 9/10 ( น่าจะหายาก )
-ความยากในการเก็บ (A)

(ส่วนตัวครับ ด้วยวุฒิภาวะที่มากขึ้น ทำให้เข้าใจเนื้อหาของเรื่องได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่ชอบหนังสือการ์ตูนที่เข้าใจยากๆ ก็อาจจะไม่ชอบก็ได้นะ เพราะเนื้อหาจริงที่ซ่อนไว้มันอยู่ลึกมาก แต่ยิ่งอยู่ลึกเท่าไรมันก็ซ่อนแนวคิดที่มีสาระี่และหาได้ยากในหนังสือการ์ตูนทั่วๆไป)









 

Create Date : 26 มีนาคม 2552    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 19:55:06 น.
Counter : 996 Pageviews.  

1  2  3  

BtoC
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add BtoC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.