คนดี คนชั่ว คือคนเดียวกัน
Group Blog
 
All blogs
 

เรื่องเล่าของคนอกหักจากการทัวร์ยุโรปครั้งแรกของชีวิต 5

           หลังจากอิ่มท้อง ก็ได้เวลาล้อ หมุน ไปตามโปรแกรม ต่อไป ไกด์ท้องถิ่นที่ตามมาด้วย บอกว่าวันนี้เป็นวันชาติ ของออสเตรีย ร้านต่างๆ จะหยุดเป็นส่วนมาก เธอบอกว่าจะนำเราไปที่ๆหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรม ที่นั่น จะมีทุกมุมให้ถ่ายรูป ได้สวยงาม เป็นอาคารที่นักธุรกิจปรับปรุงอาคารเก่าขึ้นมา แล้วไกด์ท้องถิ่นคนไทยก็พาพวกเราไป หยอดไว้ แต่ไกด์เขาคงหมดเวลาที่ไกด์ ของเราว่าไว้ก็เลยจากไป ไกด์คนนี้มืออาชีพจริงๆ ตลอดระยะที่อยู่กับทัวร์เขาชี้ชวนให้ดูนั่นดูนี่ ใส่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเข้าไปให้หนุกหนานเฮฮาตลอด แล้วรู้ลึกรู้จริง ก็ยังงง อยู่จนบัดนี้ว่าทำไมเขาจ้างแค่ครึ่งวัน แล้วอีกครึ่งวันที่จะไปชม วิหาร เซนต์สเตฟาน ใครหน้าไหนจะเล่าเกร็ดสารพัดให้พวกตูฟังอีกหว่า

และแล้วเป็นไปดังคาด ไปต่อที่ถนน คาร์ทเน่อร์ ย่านการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง กับวิหารเซนต์ สเตฟาน ไกด์ไฮโซของเรา ก็บอก ชาวเหยื่อทั้งหลายว่า

” นี่นะฆ้า...เราจะปล่อยให้เดินที่นี่ 45 นาทีใครใคร่ช้อปๆ ใครใคร่เข้าชมโบสถ์ชม ถึงเวลา เจอกันที่นี่นะฆ้า...ตามสบายฆ่า” คราวนี้ไกด์ โชคดีที่คนที่ไกด์ต้องดูแลเป็นพิเศษต้องการนั่งรถม้าชมเมือง ไกด์กับผู้ช่วยก็ได้ลั่นล้า เดินเที่ยวเดินชมตามสบาย ประหนึ่งว่าเป็นนักท่องเที่ยวโดยที่ไม่สนใจผู้ใดในทัวร์ว่าอยากไปไหน ต้องการอะไร ฉันนี่ไม่นิยมซื้อของอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไอ้ของที่ระลึกบ้าบอคอแตกฉันอยากได้ซื้อเอาเวลาเขาจัดงานรวมสถานทูตเอาก็ได้

แต่ที่มานี่เพราะอยากจะมาดูมาเห็นให้เป็นบุญตาถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโบราณที่มีศิลปะงดงาม โดยที่น่าจะมีไกด์ที่ทรงความรู้คอยอธิบายให้กับคนที่สนใจที่มาด้วย นี่มันเล่นทิ้งให้ดูชมตามยถากรรมอย่างเดียว เดินชมไปก็นึกไป เวรจริงหนอตัวฉัน เพราะเชื่อใจชื่อเสียงและเกียรติ ของคนจัดตั้งบริษัททำทัวร์แท้ๆ ไม่คิดว่าตั้ง บริษัทจัดทัวร์ แล้วมีไกด์ห่วยแตกดีจริงๆ มันโกรธไปหมด จนหมดอารมณ์เดินกับพวกพ้อง ตอนนี้เลยชมโบสถ์แบบ กูมาคนเดียว ใครหน้าไหนอย่ามาวานกูถ่ายรูปนะ กูไม่ได้ยิน เดินไปจนถึงทางลงไปชมสุสานเก็บพระศพห้องใต้ดิน อยากลงไปใจแทบขาด แต่ข้า มาคนเดียวและข้ากลัวผีด้วย เจอพื่อนทัวร์บางคน แต่เขาไม่ลงไป จะเสียเงินให้ เขาก็ไม่ลง กลัวลงไปคนเดียวแล้วไร้คนเดิน เดินอยู่คนเดียว บรื๋ออออ... แล้วพาลโมโหขึ้นมาอีก ไอ้ทัวร์ ship หาย มีไกด์มาทำ เหว อะไรวะ โอย หงุดหงิด วันนี้ขอนับถือคริสต์ละ บริจาค 1 เหรียญจุดเทียนแล้วนั่งสมาธิปรับจิตใหม่หน้าแม่ชีเทเรซ่า ครู่ใหญ่ แล้วเดินออกมา เห็นไกด์สองนาง ยืนสวยอยู่ที่จุดนัดพบ มีท่านของนางคุยขโมงโฉงเฉงว่า นั่งรถม้าดูเมืองสวยดี ตอนนี้สมาธิมาปัญญาเกิด เลยเข้าไปแกล้งซ้อมคางถามโน่นนี่กับไกด์ผู้ช่วย จึงได้ความลับมาขยายหลายเรื่อง แต่ตอนนี้พิมพ์ไปโกรธไปอีกนะนี่ ไม่เอาไม่เอา สติมาปัญญาเกิด สติมาปัญญาเกิด.......

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ทั้งหมดก็พากันเดินขึ้นรถ เพื่อจะเดินทางข้ามพรมแดนออสเตรีย ไปประเทศ ฮังการี สู่กรุงปูดาเปสท์




 

Create Date : 03 มีนาคม 2556    
Last Update : 3 มีนาคม 2556 12:15:22 น.
Counter : 763 Pageviews.  

เรื่องเล่าของคนอกหักจากการทัวร์ยุโรปครั้งแรกของชีวิต 4

วันต่อมาเป็นวันที่สาม.....

ไป ชม พระราชวัง เชิงบรุนน์ พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ ไม่ลงรายละเอียดละในนี้มีคนมาเล่าเยอะแล้ว วันนี้ชีวิตมีความหมายดูเป็นการท่องเที่ยวที่มีคลาสสมราคาหน่อย เพราะมีไกด์เดี่ยวมือหนึ่งเป็นคนไทยคนเดียวในอาชีพไกด์ของที่นั่นที่พูดภาษาไทยได้มาให้ความรู้ มีลูกเล่นลูกชนสนุกสนานได้เกร็ดความรู้มากมาย (แต่อย่าหวังว่าทัวร์ที่แพงแบบนี้จะได้ดูมากกว่าทัวร์ที่ถูกกว่านะ เพราะเรื่องกำไรเป็นนโยบายของบริษัท) และแล้วเวลาออกกำลังกายของเราเริ่มขึ้นอีกแล้ว เขาปล่อยเราชมสวน ยี่สิบนาที !! โอ้วว ตามที่แอบดูรีวิวมาก่อนหน้าอยากร้องแบบฝรั่งว่า impossibility แล้วครวญครางในใจว่าทำไมหนอ ฉันไม่หนีบเอาสเก็ตบอร์ดมาด้วยฟร๊ะ แต่ฉันก็สามารถ วิ่งด้วยสองขา กับเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสอง สามคน เพื่อประหยัดเวลา เพื่อจะชมรูปปั้นต่างๆให้มากที่สุด ไม่มีเวลาเดินไปที่เนินเขาด้านหลัง เพื่อมองลงมาให้เห็นภาพกว้างดังที่เคยชมจากโปสการ์ด และที่ชาวบลู เอามารีวิวให้ชม ในที่สุดสภาพฉันคล้ายหมาหอบแดดตัวหนึ่ง และช่างอิจฉา หนุ่มสาวฝรั่งที่คล้องแขนกันเดินอ่านกลอนให้กันฟังอย่างเนิบๆเสียยิ่งนัก ออกมาเกือบเป็นชุดเกือบสุดท้ายอีกตามเคย กลายพันธ์เป็น หมาหอบแดดเรียบร้อย เพราะกระหายอาหารตาเกินไป ในขณะที่ไกด์และผู้ช่วยพร้อมกลุ่มท่านๆ ยิ้มสวยอยู่ที่ทางออกเรียบโร้ยย

วันนี้ได้ทานอาหารไทยมื้อเที่ยง ความรู้สึกเลยตีตื้นขึ้นมาหน่อย ชีวตคงจะไม่เลวร้ายไปนาน

วันนั้น ตัวฉันหลงฝูง ไปนั่งในกลุ่มหนึ่งซึ่ง เป็นผู้มีฐานะ มากันเป็นครอบครัว 6 ท่าน พ่อดูเป็นชายทำงานแต่รักและตามใจลูกเมียม้าก+ภรรยาสวยมาก+ลูกสาว+ลูกชาย+ลูกชาย(น่ารักแก้มแดงกันทุกคน)+พี่เลี้ยง กลุ่มนี้ แรกๆอาจจะเป็นบุคคลิกส่วนตัวที่ จะไม่สนิทกับคนง่ายๆ

แต่บังเอิญเช้าวันหนึ่ง ฉันไปที่เขาทำออมเลต เสริฟ ฉันอยากทานไข่ดาว แต่เวรกรรม นึกศัพท์ไข่ดาวไม่ออก ยังไม่สนิทกับใครเลย พูดออกไปแบบใช้ความพยายามเต็มที่

“อะ อะ ไอ ไอ ด้อท ว้อน ว้อน อืมม. เอเวอรี่ทิง อิน เอ้ก.. อีเอ้กเอ้ก (เปล้า.. อันหลังฉันไม่ได้พูดไปแค่นึกว่าอยากพูด )”

พนักงาน ฝรั่ง “ หืมมม. ว้อท ดู ยู ว้อน “ อะไรวะคำง่ายๆ ยังไม่เข้าใจ เอาใหม่ อะ อะ ยังไม่ทันจะพูด พลันเสียงมาทางข้างหลังเบาๆว่า “ไข่ดาวเขาเรียก ฟรายเอ้ก “ ฉันบอกพนักงานเสียงดังทันที “ฟรายเอ้ก พรีส” แล้วหันไปยิ้มหวานกับคนข้างหลัง คนที่มาช่วยชีวิตฉันคือลูกชายคนกลางของชนชั้นมีฐานะยืนรอจะสั่ง ไอ้ไข่ออมเลต นี่อยู่ คงคิดว่า หากรอให้ไอ้ป้าคนแก่นี่นึกเอง ชาตินี้คงไม่ได้กินเป็นแน่ ฮื่อ......แต่ไม่หรอกน่าแกเป็นเด็กดี แกคงสงสารกลัวฉันไม่ได้กินไข่ที่ต้องการ “ ขอบใจนะลูก วันหลังจะกินอะไร มายืนไกล้ๆ ป้านะ จุฟ”

เมื่อได้โอกาสนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกัน เพราะนั่งโต๊ะละ 10 คน จึงมีอีกครอบครัว ที่มากัน สามคนพ่อแม่ลูก ( กลุ่มนี้ฉันจะลงรายละเอียดในตอนต่อไป ขอกระซิบว่าเด็ด ) ซึ่งฉันเลยถือโอกาส ตีสนิทเล่าให้ทุกคนในโต๊ะฟัง พ่อแม่ ขำกันใหญ่ เลยสั่งให้พี่เลี้ยงตักข้าว บ้างอะไรบ้าง ให้ฉันเอาละตีกำแพงทะลุแล้ว สองชุด พอทานเสร็จออกมา ทุกคนในก๊วน ถามว่า

มื้อนี้อิ่มไหมพี่

โฮ้ย สบายมาก




 

Create Date : 03 มีนาคม 2556    
Last Update : 3 มีนาคม 2556 11:56:04 น.
Counter : 634 Pageviews.  

เรื่องเล่าของคนอกหักจากการทัวร์ยุโรปครั้งแรกของชีวิต 3

ตามกำหนด ทานข้าวเที่ยงก่อน แต่คงจะมาถึงก่อนเที่ยง และอาหารคงอยู่ในที่จะเดินไปอยู่แล้ว ไกด์คนฮ่าม บอกว่าเดินตามอิฉันมานะฆ้า(ไม่ได้เขียนผิด แต่อยากใช้ ระฆัง ดูดีกว่ากะลา หน่อย)เที่ยวที่นี่เราไม่ชู ธงแสดงความเป็นชาติไทยนะฆ้า เพราะเราจะเป็นแค่นักท่องเที่ยวอิสระ ไม่ได้มากับทัวร์ เพราะเราไม่มีไกด์ท้องถิ่นฆ่า(เอ๊ะทำไมถึงไม่มีไกด์ท้องถิ่น ก็หากมีไกด์เราพวกเหยื่อจ่ายเองไม่ใช่หรือจะว่าประหยัดให้เราก็ไม่ใช่ เพราะอ่านแล้วที่โฆษณาไว้มันรวมแล้วนี่หว่า)ฉันคงจะเป็นคนเดียวที่สงสัย แต่ไม่มีใครตอบได้ก็กลอกตากันไปมาแล้วเดินตามๆกันไป แบบ ปูนาขาเก พอเข้าสวนมิราเคิ่ลเอ้ย มิราเบล ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสีสัน (มีอยู่ สองสี ขาวกับแดง)หน้าพระราชวัง???อะไร เอ้อ คงจะมิราเบล เหมือนกัน ไกด์ไม่บอกเลยว่าเป็นฉากที่นางเอกมาวิ่งเล่นกับเด็กๆ(สิ้นหวังกับไกด์คนนี้จริงๆ) ไม่มีไกด์อธิบายเลยเดาเอา เอ้อ เอ๋อ ความสวยของสวนห่างจากพระตำหนักของไทยเราม้าก เอาละวะ ไหนๆก็ไหนๆ ถ่ายรูปมันไป อะไรๆก็ไม่มีใครให้ถามถ่ายไปก่อนแล้วไปหาความรู้เอาในอากู๋ จะพึ่งพาไกด์ก็โน่น เขาบอกว่ารีบหน่อยอย่าเพิ่งถ่ายเดี๋ยวกลับมาจะผ่านอีก แล้วเธอก็พาเราข้ามสะพานข้ามถนน เดินไปจนถึงที่แห่งหนึ่ง เธอชี้ให้ดูแล้วเธอบอกว่า ร้านนี้นะที่เราจะมากินกับรับประทาน จำทางให้แม่นนะ ฉันเลยถ่ายรูปร้านเผื่อหลงจะได้ถามคนแถวนั้นได้(คนแถวนั้นพูดภาษาไทยได้รึเปล่าหว่า ช่างมันเหอะไม่ได้ถามเพราะเก่ง)แล้วก็พาเดินต่อไป

ไกด์คนฮ่าม สองนาง ก็พาเดินๆๆๆๆต่อไปผ่านถนนGetreidegasseอ่านเอาเองเน้อผู้ชม ไปจนถึงอะไรก็เดินตามคนฮ่ามไปก่อน เธอก็พาข้ามถนนไปๆๆๆๆ พอถึงหน้าจัตุรัส อะไรไม่รู้ เป็นจัตุรัส มีโบสถ์ มีอาคาร มีรูปปั้น มีรถม้า ไกด์บอกว่าเที่ยวชม แล้วถ่ายรูปนะคะ แล้วอีกครึ่งช..เจอกันที่ร้านอาหาร ฉันถามว่าแล้วไม่เข้าชมหรือ เธอบอกว่าแล้วแต่ แต่ซื้อตั๋วเองนะ ไกด์ยืนถ่ายรูปกับผู้ช่วย สองสามรูป แล้วก็หายไปจากสายตาเลย สี่ชีวิตที่เหลืออยู่ ถ่ายรูปไปถ่ายรูปมา มองตากันว่า เขาทอดทิ้งเราแบบนี้เลยหรือ แล้วทำไมไม่ให้เราเข้าชม หรือมันไม่มีในโปรแกรม แล้ว แล้ว โมสาร์ทอยู่ไหนบ้านโมสาร์ทอยู่ไหนที่อ่านๆมามันลืมหมดแล้ว มาเที่ยวอยากจะพึ่งพาความรู้ของไกด์ แต่เขาไม่มีให้ นี่เรามากับทัวร์หรือเราให้เขาจองเครื่อง กับที่พัก พร้อมอาหารสองมื้อ และรถบัส และเขาแค่มาอำนวยความสะดวกให้ คนมาอย่าถามมาก หาความรู้เอาเอง คนโง่ตามมาเฉยๆ เอาละวะ ถ่ายรูปสถานที่ก่อนแล้วค่อยไปหาเอาในอากู๋อีกถ่ายรูปไป ก็เม้ามอยส์ไกด์ไป แล้วกะเหรี่ยงทั้งสี่ก็พากัน เดินกลับมาหาทางไปร้านอาหารจีนเลี้ยวจะผิดจะผิด สองครั้ง จึงถึงร้านอาหาร ที่ทัวร์ไทยชอบลง เพราะเจอสองกรุ๊ปทัวร์

ขึ้นไปเห็นเขานั่งกันอย่างพร้อมเพรียงแล้ว โถ กระเหรี่ยงสี่คนเพิ่งมาทานเสร็จ พวกเราพากันเดินตามๆกันไป เดินมาจะกลับไปที่สวนมิราเกิดเหตุการณ์ที่พระเจ้าทดสอบนิสัยสะเพร่าของฉันและพิสูจน์ความเป็นเพื่อนแท้ของเพื่อนใหม่ที่ฉันรู้จัก โดยบันดาลให้หนังสือเดินทางฉันหาย!!! พาสพอร์ตหาย!!! ขอหยุดดื่มน้ำและเข้าห้องน้ำชั่วครู่ เพราะคิดถึงแล้วคอแห้งอีกครั้ง





 

Create Date : 03 มีนาคม 2556    
Last Update : 3 มีนาคม 2556 11:20:23 น.
Counter : 400 Pageviews.  

เรื่องเล่าของคนอกหักจากการทัวร์ยุโรปครั้งแรกของชีวิต 2

 ในที่สุดเครื่องลงที่ มิวนิค ตอนนี้มีเพื่อนแล้วอบอุ่นกว่า ลากกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องมาตรวจเอกสารเข้าเมืองรับกระเป๋าเสร็จ ไกด์ถือธงให้ไปรวมกลุ่มกัน ครบแล้วออกไปขึ้นรถ ฉันเป็นคนว่องไวขึ้นรถได้เป็นคนแรก จะนั่งข้างหน้า ไม่ได้คิดจะจองให้ใครแต่คิดว่ายังไงๆน้องคนนอนร่วมคงจะชอบเพราะเขาบอกฉันตอนบนเครื่องว่าเขาชอบนั่งดูวิว ไกด์ขึ้นมาตามหลัง บอกว่า ขอที่นั่งข้างหน้านะคะ แล้วเธอก็วางกระเป๋าจองไว้ หกที่ ฉันถามเธอว่า ที่นั่งไกด์สองที่ไม่ใช่หรือ เธอไม่ตอบ ฉันถามซ้ำ เธอก็ไม่ตอบ และเดินลงไป

ฉันขุ่นใจเล็กน้อย แต่ไม่อยากเสียอารมณ์ในวันแรกของการเดินทาง(เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ของไกด์ ฉันเจอมาสองครั้งแล้วที่ฮ่องกงและจีน แต่ที่ฮ่องกงฉันไปกับครอบครัวฉันเลยไม่สน ที่จะย้าย ไกด์คงเกลียดฉันจนวันนี้) ฉันเลยได้ที่แถวที่สาม รอเรียกน้องคนสวย(ขี้เกียจพิมพ์สามพยางค์แล้ว ต่อไปจะเรียกว่า สวย นะ)แล้วฉันก็เห็นอภิสิทธิ์ชนที่ไกด์มอบตำแหน่งให้เดินขึ้นมา 5 คน(ไกด์ เรียก ท่านแต่ฉันเห็นว่าไม่ได้เป็นพระเลยเรียกเป็นคน)ไม่ได้มองหน้าเพราะขุ่นใจเลยช่างมันเหอะ น้องสวยค่อนข้างจะพอใจเพราะฉันให้เขานั่งติดหน้าต่างและอยู่แถวหน้า แต่พอทุกคนพร้อม ไกด์บอกว่าไม่ต้องรีบกันนะคะที่นั่งเหลือเฟือรถคันนี้ที่นั่ง 40 ที่ ลูกเหยื่อ 30 เหยื่อ ด้วยความที่ฉันขุ่นใจเล็กน้อย ดูไปข้างหลังทุกคนนั่งเป็นคู่ที่นั่งว่างเยอะเลยชวน สวย ว่าเราไปนั่งหลังกันเหอะ ได้ 8 ที่นั่งเลย ด้านหลังยาวไว้นอนอีก 2 ที่ไว้นั่งติดหน้าต่างชมวิว และบอกเพื่อนของน้องว่าจองติดหน้าต่างคนละที่เลยน้องที่เหลือเยอะ สรุปกลุ่มเราสบายกว่าทุกคน พระคุ้มครอง กราบ

และแล้วการเดินทางเริ่มขึ้น รถพา พวกเราไปถึง รร.ที่พักคืนแรกดูชื่อเสียงตอนจองทัวร์ ดูดีมีระดับในเมืองไทยละนะ แต่พระพุทธ คืนแรกฉลองชัย ส่งตัวเข้าหอ โอ๊ะโอ๋ ห้องเหม็นบุหรี่มากที่สุด เราสองคนหันไปมองหน้ากัน น้องบอกว่าเดี๋ยวเปิดแอร์คงจะดีกว่านี้ น้องเลยเดินไปเปิดหน้าต่าง เราบอกว่าเปิดหน้าต่างไว้ เราทั้งสองต้องไข้แน่เลยพรุ่งนี้เพราะอากาศมันเย็นมาก ประมาณ 8 องศา ฉันเดินไปดูห้องคนอื่น ทุกคนเดินอยู่รอกระเป๋าที่พนักงานจะยกมาให้ บางห้องก็เหม็นมาก บางห้องก็ไม่มีกลิ่นเลยบอกน้องสวยว่า เปลี่ยนห้องเถอะเราอย่านอนดมกลิ่นอันไม่พึงใจนี่เลย และบอกอีกคนที่ได้ห้องเหม็นว่าเปลี่ยนไหม เขาบอกว่าไม่เป็นไรมั้ง เกรงใจไกด์ เกรงใจไกด์ เกรงใจไกด์ คำนี้ก้องอยู่ในใจไกด์เป็นใครที่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้น นี่เราซื้อบริการที่คิดว่าเจ๋งสุดนะ แล้วการที่ห้องเหม็น มันไม่เกี่ยวกับความผิดไกด์สักหน่อย ทำไมต้องเกรงใจ รร. นั่นต้องเกรงใจเราเพราะเราจ่ายเงินให้เขา ฉันเลยเดินลงไปแบบเท้าเปล่า ขี้เกียจใส่รองเท้า ฝรั่งที่นั่งอยู่ที่ล็อบบี้ มองหน้าแล้วมองเท้าฉันแบบ ขำๆ ไม่สน เป้าหมายคือเปลี่ยนห้อง ไปแจ้งไกด์ให้บอกพนักงานว่าขอเปลี่ยนห้อง เราเลยได้ย้ายห้อง ได้ห้องที่ไม่มีกลิ่นแม้แต่น้อย หลับสบายแน่ๆ แต่ผิดคาดฮ้าเวลาเปลี่ยน หรือตื่นเต้นที่ได้เที่ยวก็ไม่แน่ใจ นอนไม่หลับกัน

สนิทเลยทั้งคู่ ความสะอาดของห้องไม่ช่วยอะไรได้เลย พอ เวลาท้องถิ่น 02.45 เราทั้งคู่ถามกันและกันว่า เราจะเอาอย่างไรดี นอนไม่หลับแน่ๆ นั่งคุยกันจน ตีสามกว่าๆ ก็ชวนกันอาบน้ำ กะว่าเดี๋ยวจะออกไปถ่ายรูปกันเล่นก่อนแล้วเข้ามาทานอาหารเช้าก่อนที่จะเดินทางต่อไป

วันที่สองของการเดินทาง........

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ชวนกันลงมาข้างล่าง จ๊ะเอ๋ เจอ สาวสวยที่ฉันชวนเปลี่ยนห้องนั่งตาคมอยู่ที่ ล็อบบี้ถามไปถามมาก็นอนไม่หลับเหมือนกัน เลยชวนกันออกไปถ่ายรูปเล่น ได้เพื่อนอีกคน กลับมาทานอาหาร รร. แล้วล้อหมุนสู่โปรแกรมแรก ของวันที่สอง

ข้ามแดนทางทิศตะวันออกของเยอรมัน ระยะทาง 130 กม.เข้าสู่เขตแดนประเทศออสเตรีย ลัดเลาะเส้นทางต้นกำเนิดของเทือกเขาแอลป์ ถึงเมือง ซาลบวร์ก ศูนย์กลางการค้าเกลือ ไหนเหมืองเกลือ???ไหนเหมืองเกลือที่ชาวบูลรีวิว กลับมาอ่านรายการ อ้อ เขาแค่บอกความรู้

บอกอีก มีสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค-อิตาเลี่ยน โบสถ์วิหารงาม ป้อมปราการโฮฮานซาลบวร์ก ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ฉากของภาพยนตร์ชื่อก้องโลก “เดอะ ซาวด์ออฟ มิวสิค”

ตอนอยู่บนเครื่องดูไปสองรอบไม่นับดูเพราะความชอบส่วนตัวในยูทูปอีกหลายรอบ และนี่คือความหวังอยากสัมผัสกับวิว แต่ที่ได้รับ อะอึอะ อึก ( สะอื้น สองที) นึกภาพเอาเถอะ รถวิ่งอยู่บนทางด่วน หรืออะไรก็ไม่รู้ที่เขาเรียกกัน แล้วไกด์บอกว่า นี่แหละค่า ฉากของภาพยนตร์ ความรู้สึก หวืด หวืด เขาคงจอดให้เราถ่ายรูปที่ทะเลสาบมั่งละ ลุ้นอยู่ในใจ แต่ แป๋ว แหว่ว แหว่วๆๆๆๆ รถยังคงวิ่งด้วยความเร็วที่ชาวเขากำหนด จนไปจอดสนิทที่เมือง ซาลบวร์ก ซาลเบื้อก(อันหลังนี่เป็นฉัน)





 

Create Date : 03 มีนาคม 2556    
Last Update : 3 มีนาคม 2556 11:19:05 น.
Counter : 384 Pageviews.  

เรื่องเล่าของคนอกหักจากการทัวร์ยุโรปครั้งแรกของชีวิต

           เริ่มเดิมทีด้วยความคิดที่ว่ายุโรปนี่หนอ ใครๆเขาก็ไปกันครึกโครม แอบดูชาวบลูเขาไปเที่ยวกันหนุกหนานเฮฮา ตามดู รีวิว โน่นนี่นั่น อย่างอิจฉา จนความอิจฉาตกผลึกเต็มที่ เอาละวะ เป็นไงเป็นกัน ทำงานเลี้ยงคนในสังกัดให้อยู่เย็นเป็นสุขมาก็นานโข ให้รางวัลชีวิตสักที คราวนี้เราจะไปเดี่ยว และตั้งใจว่าจะหาทัวร์ที่มันดูเริ่ดหรูอลังการงานสร้างซะหน่อย ด้วยความที่เป็นแฟนนิตยสารฉบับหนึ่งมานาน น่าจะมีมาตรฐานในการนี้เพราะเขามี บทความ ท่องเที่ยวของคนกันเองอยู่ ไม่น่าจะนั่งเทียนจัด ว่าแล้วก็เปิดดูรายการ ไปจ๊ะเอ๋กับรายการยุโรปตะวันออก ดินแดนแห่งความโรแมนติก ตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง กลับมาห้องบลู เสริช์หารีวิวยุโรปตะวนออก โอ้โฮ โอ้โห อื้อฮือ อื้อหือ สวยจริงโว้ย สวยจริงเวย สมดั่งคำร่ำลือ กลับไปอ่านรายการทัวร์อีกครั้ง กลับมาดูรีวิวที่ที่ทัวร์จะพาไป ดูจนตาลาย เอาละวะ

แต่เอ๊ะเดี๋ยวก่อน ลองไปดู .อื่นอีกที อ้าวเฮ้ย ทำไมไปที่เดียวกัน เหมือนๆ ดูใกล้เคียงกันมาก มันถูกกว่าตั้งหลายหมื่น ลองดูรายละเอียดค่าใช้จ่าย อืมม.ยี่ห้อเครื่องบิน ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น ค่าคนยกกระเป๋า บัตรเข้าชม อืมมม.นี่เราไปแบบเจ้าหญิงละสิ ฮูเร้..ฮูเรฮาฮา ฮูร้าฮูราเฮเฮ ฉันจะเป็นเจ้าหญิงชั่วคราว เพราะอยู่บ้านฉันเป็นนังแจ๋วตลอด แม้แต่เวลาเที่ยวเป็นครอบครัวฉันก็เป็นนังแจ๋วในทริป คราวนี้แหละเป็นโอกาสอันดีจองทัวร์นี้ล่ะแพงสักหน่อยคิดเสียว่านานๆเที่ยวที มันต้อง เลิศหรู หึ หึ ว่าแล้วก็โทรติดต่อแจ้งความจำนงจอง 1 ที่นั่ง จะนอนคนเดียวก็กลัวผีฝรั่งจะหลอกเอา บอกว่าใครก็ได้ที่ ชอบธรรมชาติ น้ำใจสะอาด รักเพื่อนมนุษย์ ที่สำคัญไม่รังเกียจคนจน นอนได้หมด(เรื่องกรนนิดหน่อยของฉันไว้ค่อยออกตัวตอนพบกัน) จองไปแล้วนั่งสบายใจ วัดดวงว่าหากเรามีโอกาสได้ไป จะต้องมีคนเป้าหมายเดียวกับฉัน มาแน่ๆ หากไม่มีก็ดีไม่ต้องเสียเงิน(ตอนนี้ชักไม่อยากไปขี้นมาเพราะอยากไปพร้อมครอบครัวขึ้นมาอีก)

หนึ่งเดือนผ่านไป . โทรมาบอกว่ามีคนยินดีจะแชร์ห้องนอนแล้ว ให้โอนเงินมัดจำพร้อมหลักฐานได้เลย โอ้ พระพุทธ ดวงไปยุโรปมาจริงๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ไปโอนเงินจองพร้อมส่งหลักฐานเรียบร้อย ตื่นเต้น เข้ามาอ่านในบลู เป็นไกด์ไลน์ จะได้เตรียมตัวถูก หมายมั่นปั้นมือว่า รูปที่เขาเอามารีวิว นนน้านนน ฉันจะได้ไปถ่ายมากับมือเองล่ะเที่ยวนี้ แล้ว...กระทู้นั้น ฉันจะเป็นนางเอกเสียที คนอื่นจะได้เป็นคนอิจฉาบ้าง คิดแล้วสุขใจจริงเอย

และแล้วแทร่ม แทรม วันเดินทางก็มาถึง จัดกระเป๋าเรียบร้อยไปสนามบินสุวรรณภูมิตามนัดหมายรับตั๋วเครื่องบินจากไกด์ เดินไปตรวจเอกสาร ผ่านตม.เข้าไปรอเครื่องบิน อย่างโดดเดี่ยว โดยที่ไม่รู้ว่าใครไปทริปเดียวกับฉันบ้าง แต่ช่างมันเหอะไม่กลัว เพราะเราคนเก่ง(ปลอบตัวเอง)เอกสารเครื่องไปกลับก็อยู่กับตัวกลัวไร ทัวร์ไม่ทิ้งเราแน่ อ้อเจอสามสาว ที่มีหนึ่งสาวนอนกับฉัน ทักทายกันเล็กน้อย ไม่พูดมากละ ไว้ฟอร์มก่อนเพิ่งรู้จักกัน ฉันอายุมากกว่าเขาเขาจะได้นับถือสักหน่อย แต่เราได้ที่นั่งติดกันกับน้องคนสวยที่ร่วมห้องและร่วมเดินทาง เลยได้ทำความรู้จักกัน และรู้ว่าไม่รังเกียจคนจนแน่นอน เฮ้อ..สบายใจเลยปลดฟอร์มเสียที

นับเนื่องจากการได้รับตั๋วแล้วจากไกด์ จากบัดนั้น จนถึงมิวนิคฉันไม่เจอหน้าไกด์อีกเลยยยยยยยยจนถึงมิวนิค 11 ชม. แม้แต่ทักก็ไม่มี เพราะเราขึ้นเครื่องแล้ว ทานอาหารที่เขาบริการแล้วอึดอัดก็ชวนกันเดินไปมารอบห้องโดยสาร ไปแวะที่นั่งว่างถ่ายรูปกันเล่นก็ไม่มีใครทักเราสักคน เลยนินทาไกด์กันวันแรกว่า สงสัยไกด์นั่งคนละชั้นกับเราหรือไกด์หลับยาว

 




 

Create Date : 03 มีนาคม 2556    
Last Update : 3 มีนาคม 2556 11:16:29 น.
Counter : 2786 Pageviews.  

1  2  

เจ้ากก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนดี คนชั่ว คือคนเดียวกัน
Friends' blogs
[Add เจ้ากก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.