Group Blog
 
All Blogs
 

พระจอมเกล้าลาดกระบังอวดโฉมนวัตกรรมช่วยผู้ป่วยหอบหืด รับวันงดสูบบุหรี่โลก


“300 ล้าน” คือจำนวนของผู้ป่วยโรคหอบหืดจากทั่วโลกโดยผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งในจำนวนตัวเลขดังกล่าวมีผู้ป่วยที่เป็นคนไทยรวมอยู่กว่าสามล้านคนและมีคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณปีละ 1,000 คนอีกทั้งยังมีการคาดการณ์ไว้ว่า อีกประมาณสิบปีข้างหน้าโรคหืดจะกลายเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขของโลกเนื่องจากจะมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นเป็น 400 ล้านคนและสาเหตุของโรคยังเกิดจากปัจจัยใกล้ตัวอย่างการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่มือสอง

ในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้นอกจากการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงพิษภัยจากการสูบบุหรี่แล้วประเทศไทยจึงมีสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรเร่งเตรียมการให้พร้อม นั่นคือการผลิตเครื่องมือการแพทย์ที่มีความทันสมัยและสามารถรองรับผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทยที่กำลังจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อป้องกันการเสียชีวิตของผู้ป่วยจากภาวะหลอดลมตีบได้อย่างทันท่วงทีและยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมเนื่องจากโรคหอบหืดนั้นเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และเป็นอันตรายถึงชีวิต

สิ่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดค้นนวัตกรรมเครื่องขยายหลอดลมด้วยคลื่นความร้อนสำหรับบำบัดผู้ป่วยหลอดลมตีบโดยความร่วมมือของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒภายใต้ความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้และยังเป็นการพัฒนาวงการสาธารณสุขไทยในด้านการเป็นต้นแบบของการผลิตเครื่องมืออันทันสมัยโดยฝีมือคนไทยเป็นครั้งแรก


ผศ.ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.ผู้ดูแลงานวิจัยนวัตกรรมเครื่องขยายหลอดลมผู้ป่วยหอบหืดด้วยคลื่นความร้อนเปิดเผยว่า ปัญหาโรคหอบหืดของคนไทย กำลังเป็นปัญหาใหญ่เพราะปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคนี้เป็นจำนวนมาก และการป้องกันตัวเองจากการสูดดมควันได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นเป็นไปได้ยากเนื่องจากสภาพแวดล้อมของเรา เต็มไปด้วยมลพิษรอบตัวมากมายโดยเฉพาะพิษภัยจากควันบุหรี่นั้นนับว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้มากขึ้นเพราะอาการหอบสามารถเกิดขึ้นได้จากการสูบบุหรี่โดยตรง รวมทั้งการสูดควันบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบ และควันบุหรี่ยังเต็มไปด้วยสารพิษกว่า 4,000 ชนิด อีกทั้งยังก่อห้เกิดอาการะคายเคืองของระบบทางเดินหายใจทำให้หัวใจเต้นผิปกต และเกิดภาวะหลอดลมตีบได้ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้ป่วยโรคหอบหืดจะต้องพกยาพ่นสำหรับขยายหลอดลมติดตัวไว้ตลอดเวลาแต่หากมีอาการรุนแรงมาก การใช้าขยายหลอดลมเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่สามารถลดการตีบแคบลงของกล้ามเนื้อหลอดลมได้


“วิธีการบำบัดโรคหืดด้วยเครื่องมือขยายหลอดลมด้วยคลื่นความร้อนจะถูกนำมาบำบัดผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก ซึ่งหลักการทำงานของเครื่องมือจะเป็นการอาศัยความร้อนจากพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ(RadiofrequencyAblation) ในย่านความถี่ 375 - 500 กิโลเฮิรตซ์และใช้อุณหภูมิประมาณ 55– 65 องศาเซลเซียสโดยส่งความร้อนผ่านเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นเข็มซึ่งปลายเข็มนั้นสามารถกางออกได้คล้ายกับร่ม จึงช่วยแพร่ความร้อนไปยังจุดต่างๆของกล้ามเนื้อเรียบหลอดลม และลดการตีบได้อย่างมีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกับหลักการบำบัดก้อนมะเร็งโดยใช้ความร้อน ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าวิธีนี้ช่วยลดการบวมของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดลมตีบได้ถึงร้อยละ 50จึงช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการหอบน้อยลงและสิ่งที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย” อาจารย์สุพันธุ์กล่าวเสริม

ทั้งนี้ นอกจากประโยชน์ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหอบหืดแล้วการสร้างสรรค์นวัตกรรมชิ้นนี้ขึ้นมาโดยคนไทยเอง ยังสามารถช่วยลดต้นทุนของค่าเครื่องมือทางการแพทย์และสาธารณสุขได้เพราะโดยปกตินั้น เครื่องมือชนิดนี้จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้นทำให้มูลค่ารวมตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาอุปกรณ์ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการนำเข้ามีมูลค่ารวมกว่าล้านบาท ซึ่งหากอุปกรณ์ดังกล่าวมีการผลิตได้เองโดยในประเทศไทยเองก็จะช่วยลดงบประมาณได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์และยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยโรคหอบหืดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามเครื่องมือดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการวิจัยเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ให้ได้มาตรฐานและความปลอดภัยสูงสุดเพื่อเป็นการยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีคุณภาพเพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทัดเทียมกับระดับนานาชาติและนำไปสู่การปรับปรุงสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยต่อไปในอนาคตสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังประจำปี พ.ศ. 2557 ภายใต้แนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ” ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานด้านสาธารณสุขถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนเช่นเดียวกัน

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปผู้สนใจรายละเอียดงานวิจัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 0-2329-8111หรือคลิกเข้าไปที่ www.pr.kmitl.ac.th




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2557 15:46:17 น.
Counter : 182 Pageviews.  

เคทีซีจับมือโรงพยาบาลพญาไทร่วมดูแลสมาชิก จัดโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็ง

เคทีซีจับมือโรงพยาบาลพญาไทร่วมดูแลสมาชิกจัดโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็ง

รับคะแนนสะสมสูงสุด 4 เท่าพร้อมบริการแบ่งชำระ FLEXI0% นาน 3 เดือน

นางประณยานิถานานนท์ ผู้อำนวยการ - ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีและโรงพยาบาลพญาไทร่วมจัดโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งพร้อมรับคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับผู้ชายราคา 5,900บาท (จำนวน 16 รายการ) และสำหรับผู้หญิงราคา 6,900 บาท (จำนวน 17 รายการ) รับคะแนนสะสม3 เท่า เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งและ / หรือชุดตรวจสุขภาพตั้งแต่ 12,000บาทขึ้นไป และรับคะแนนสะสม 4 เท่า เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งและ /หรือชุดตรวจสุขภาพตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งชำระ FLEXI 0%นาน 3 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2557”

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone โทรศัพท์02-665-5000 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 11:56:21 น.
Counter : 84 Pageviews.  

ไปรษณีย์ไทย จับมือ ศิริราช พลิกโฉมการบริการเปิดบริการจัดส่งยาทางไปรษณีย์

ไปรษณีย์ไทยจับมือ ศิริราชพยาบาล พลิกโฉมการบริการด้านสาธารณสุขไทย

เปิดบริการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ทั่วไทย ครั้งแรก!! พร้อมเล็งตั้งเป้ารองรับโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดโครงการ
“ศิริราชก้าวไกล ส่งยาทั่วไทยทางไปรษณีย์” บริการ
จัดส่งยาทางไปรษณีย์ครั้งแรกในประเทศเทศไทยเพื่อเสริมความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยนอก โดยหลังเข้ารับการตรวจรักษาและได้รับใบสั่งยาจากแพทย์แล้วผู้ป่วยสามารถขอเข้าร่วมรับยาทางไปรษณีย์ โดยผู้ที่จะเข้ามารับบริการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ต้องได้รับการประเมินจากเภสัชกรในการใช้ยาว่าสามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และเป็นผู้ป่วยที่สามารถควบคุมอาการได้คงที่แล้ว ทั้งนี้บริการดังกล่าวใช้เวลาจัดส่งเพียง1 วันหลังรับบริการ สำหรับ กรุงเทพ-ปริมณฑล และ 2-3วันทำการ สำหรับปลายทางในต่างจังหวัด ค่าบริการอัตราเดียว 150 บาท ทั่วประเทศ ซึ่ง ปณท มั่นใจถึงคุณภาพของยาและเวชภัณฑ์ ที่ยังคงได้มาตรฐาน 100 % ทั้งนี้การส่งยาทุกกล่องจะมีสัญลักษณ์เฉพาะบ่งชี้ว่าพัสดุในกล่องดังกล่าวเป็นยาพร้อมทั้งเสริมด้วยอุปกรณ์การทำงานที่ได้มาตรฐานของเจ้าหน้าที่ และมีการโทรศัพท์นัดหมายก่อนนำจ่ายถึงบ้านทุกครั้งฯลฯ ตลอดจนกระบวนการจัดส่งภายในอื่นๆ ที่ได้มาตรฐานการส่งยา โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการเมื่อ17 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการจัดส่งยาไปยังผู้ป่วยในโครงการนี้แล้วรวมกว่า 300ราย คิดเป็นพื้นที่ปลายทางกทม.- ปริมณฑล 53.18% ต่างจังหวัด 46.82% อีกทั้ง ปณท ยังพร้อมรองรับบริการให้กับโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ


โดยปัจจุบัน ปณท ยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานของรัฐด้านสาธารณสุขอื่น ๆอีกหลายโครงการ อาทิ การจัดส่งน้ำเกลือที่นำเข้าจากต่างประเทศ กับองค์การเภสัชกรรม(อภ.) บริการจัดส่งน้ำยาล้างไต การจัดส่งวัตถุเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์ ฯลฯ ทั้งนี้ทั้ง 2 หน่วยงานได้จัดงานลงนามความร่วมมือ “ศิริราชก้าวไกล ส่งยาทั่วไทยทางไปรษณีย์” พร้อมเปิดตัวการให้บริการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ทั่วประเทศไทยอย่างเป็นทางการโดยมี
นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมลงนาม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นวันที่
20พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตึกอำนวยการ ชั้น 2 โรงพยาบาล ศิริราช กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายตลาดสื่อสารและขนส่ง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 111 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 - 0299 หรือเข้าไปที่ www.thailandpost.co.th




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2557 14:40:47 น.
Counter : 598 Pageviews.  

ดูแลผมให้ “สวยเด่นกว่าใคร” ดุจได้รับการปรนนิบัติจากซาลอน ... ทุกวัน


ดูแลผมให้ “สวยเด่นกว่าใคร” ดุจได้รับการปรนนิบัติจากซาลอน... ทุกวัน

ใครว่าการมีผมเป็นประกายเฉิดฉายชวนมองจะต้องเดินเข้าซาลอนเท่านั้นนั่นเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปแล้วเพราะในปัจจุบันการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีคุณภาพและเหมาะกับสภาพผมของคุณบวกกับการดูแลอย่างถูกวิธีทุกขั้นตอน เท่านี้คุณก็มีผมสวยเลิศทุกวันได้ไม่ยาก

1. ก่อนสระ

ควรหวีผมก่อนสระทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวผมเส้นเล็ก เส้นใหญ่ ผมมันหรือผมแห้ง เพราะการหวีผมก่อนสระจะช่วยทำให้ผมไม่พันกันระหว่างสระผมทั้งยังช่วยลดการแตกหรือขาดของเส้นผมได้ด้วย

2. ขณะสระ

ชโลมแชมพูลงบนเส้นผม แล้วถูให้เกิดฟองระหว่างสระผมควรเน้นการนวดบริเวณหนังศีรษะ มากกว่าเส้นผมโดยตรง

3. การล้างแชมพู

การล้างผมด้วยน้ำอุ่นจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกและความมันออกจากเส้นผมได้ง่ายควรเน้นการล้างบริเวณหนังศีรษะและโคนผมเพื่อการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก

4. การบำรุงผมอย่างลึกล้ำ

บีบผมเบาๆ เพื่อให้น้ำออกจากเส้นผมจนผมหมาด แล้วชโลมคอนดิชันเนอร์หรือมาส์กให้ทั่วโดยเน้นบริเวณปลายผมและส่วนที่แห้งเสียเป็นหลัก ไม่ควรเน้นบริเวณหนังศีรษะ ล้างคอนดิชันเนอร์หรือมาส์กให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำอุ่นโดยให้น้ำชะล้างคอนดิชันเนอร์หรือมาส์กตั้งแต่โคนผมไปสู่ปลายเส้นผม

5. การเช็ดผม

หลังจากเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูจนผมหมาด ควรชโลม ลีฟ-อิน ทรีทเมนท์ลงเส้นผมด้วยทุกครั้ง โดยเน้นที่ปลายผม เพื่อฟื้นบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง

6. การเป่าผมด้วยไดร์

การไดร์ผมอย่างถูกวิธี ควรเริ่มไดร์จากบริเวณผมด้านหลังและโคนผมจะช่วยให้ผมแห้งเร็ว จากนั้นให้ใช้ลมเย็นไดร์ผมเพื่อปิดเกล็ดผม

นอกจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม RepairTherapy สำหรับการฟื้นบำรุงผมแห้งเสียจากการย้อม ดัดไดร์ และรังสี UV ให้เงาสลวยมีสุขภาพดีแล้วไซออส (Syoss) ในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่พัฒนาและผ่านการทดสอบโดยช่างทำผมและนักออกแบบทรงผมมืออาชีพจากประเทศญี่ปุ่นยังมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SyossMoisture Intensive Care สำหรับผมธรรมดาซึ่งช่วยฟื้นฟูผมแห้ง เปราะบาง และขาดง่าย ให้เลือกใช้อีกด้วยคุณดูแลผมให้สวยได้เองที่บ้านได้ตามสะดวก





 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2557 9:32:56 น.
Counter : 106 Pageviews.  

ศูนย์คุณธรรม รุกจัดเวทีสมัชชาคุณธรรมทั่วไทย นำร่องปั้นผู้นำการขับเคลื่อนสันติสุขใน 4 ภูมิภาค

ศูนย์คุณธรรม ปลุกกระแสคนไทย คนคุณธรรม

รุกจัดเวทีสมัชชาคุณธรรมทั่วไทย พร้อมนำร่องปั้นผู้นำการขับเคลื่อนสันติสุขใน 4 ภูมิภาค

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เดินหน้าพัฒนาคุณธรรมคนไทยพร้อมกันทั้งประเทศ จัดเวทีสมัชชาคุณธรรมในพื้นที่ต่างๆ ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วไทย ตลอดเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน พ.ศ. 2557 นี้ พร้อมสร้างแผนฟื้นฟูคุณธรรมคนไทยหลังช่วงวิกฤตการณ์ทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ซ่อม สร้าง สังคมไทย ด้วยคุณธรรม” ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 40 หน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความบกพร่องทางด้านคุณธรรมของคนในสังคม อันเป็นต้นตอของวิกฤตการณ์ทางการเมืองในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมเตรียมปั้นทูตคุณธรรม เพื่อก้าวเข้ามาทำหน้าที่ฟื้นฟูคุณธรรมของคนในจังหวัดของตนเอง และเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนความสันติสุขกลับคืนสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูคุณธรรมใน 3 ประเด็นหลักด้วยกัน ได้แก่ คุณธรรมด้านความสามัคคี คุณธรรมด้านความซื่อตรง และคุณธรรมด้านความเสียสละต่อส่วนรวม โดยอาศัยแนวทางการดำเนินงานตามกรอบของแผนงานฟื้นฟูคุณธรรมของสังคมไทย อันประกอบด้วย 6 แนวทาง ได้แก่ 1. การสำรวจสภาพปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งในแต่ละพื้นที่ 2. การจัดทำแผนฟื้นฟูคุณธรรมคนในชุมชนที่เหมาะสมกับสภาพสังคมนั้นๆ 3. การสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน ในการทำหน้าที่ฟื้นฟูคุณธรรมของสมาชิกในพื้นที่ของตน 4. การสร้างกลไกการประสานงานในระดับตำบล จังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ 5. การผลิตและเผยแพร่สื่อที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเยียวยาสังคมไทย และ 6. การร่วมมือกับองค์กรอื่น ที่ดำเนินงานด้านการปฏิรูปประเทศไทยในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ศูนย์คุณธรรมคาดว่า หลังจากการจัดเวทีสมัชชาคุณธรรมทั่วประเทศเสร็จสิ้นลงแล้ว จะเกิดแผนการขับเคลื่อนคุณธรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาคุณธรรมของกลุ่มคนในชุมชนเล็ก ๆ ก่อนจะขยายไปสู่การแก้ปัญหาในระดับภูมิภาค และระดับประเทศได้จริง พร้อมกับเป็นการสร้างความตื่นตัวให้คนไทยทุกกลุ่มนำหลักคุณธรรมมาใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

สำหรับผู้สนใจองค์ความรู้ด้านคุณธรรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 02-644-9900 หรือ www.moralcenter.or.th

ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากสภาพปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองของสังคมไทยในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่มาของปัญหาดังกล่าวล้วนเกิดจากความบกพร่องในด้านคุณธรรม จริยธรรมทั้งสิ้น ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความขัดแย้ง ความแตกแยก ที่เป็นผลมาจากสถานการณ์ดังกล่าว จะยังคงตกค้างอยู่ในทุกพื้นที่ของสังคมไทย และอาจก่อให้เกิดค่านิยมของการเลือกข้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ซึ่งเป็นค่านิยมที่ไม่ส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการสร้างเสริมด้านคุณธรรมของสังคมไทย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการค้นหาแนวทางและเตรียมแผนการฟื้นฟูสังคมไทยโดยใช้หลักคุณธรรม  เพื่อช่วยซ่อมแซมสังคมไทยให้กลับมาเป็นสังคมแห่งความสามัคคี โดยที่ผ่านมา ได้มีการระดมความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงาน องค์กรภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการจัดทำแผนงานฟื้นฟูคุณธรรมของสังคมไทยภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ซ่อม สร้าง สังคมไทยด้วยคุณธรรม” ซึ่งในเบื้องต้น ศูนย์คุณธรรมและกลุ่มภาคีเครือข่าย มีแนวทางในการดำเนินแผนงานฟื้นฟูคุณธรรมของสังคมไทย โดยอาศัย 6 แนวทางหลัก ดังนี้

1. การสำรวจสภาพปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งในแต่ละพื้นที่ เพื่อแยกแยะระดับความรุนแรงของปัญหา และวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละพื้นที่ตามข้อเท็จจริงที่พบ

2. การจัดทำแผนฟื้นฟูคุณธรรมที่เหมาะสมกับสภาพสังคมนั้นๆ เนื่องจากคนในแต่ละพื้นที่มีพื้นฐานความเชื่อ และลักษณะวัฒนธรรมทางสังคมที่ไม่เหมือนกัน การคิดค้นวิธีการฟื้นฟูคุณธรรมที่ได้ผล จึงควรเป็นวิธีที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของคนในพื้นที่นั้นๆ รวมทั้งง่ายต่อการนำไปปรับใช้ และสามารถขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียงได้ที่มีพื้นฐานทางความคิดและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันได้

3. การสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกและสรรหาบุคคลในพื้นที่ เพื่อเข้ารับการอบรมความรู้ทางด้านคุณธรรม ก่อนจะออกไปทำหน้าที่ฟื้นฟูคุณธรรมให้กับสมาชิกในพื้นที่ของตน

4. การสร้างกลไกการประสานงาน ในระดับตำบล จังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ ในการฟื้นฟูคุณธรรมของคนทั้งประเทศพร้อมกัน จำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย โดยศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สภาองค์กรชุมชนตำบล สภาวัฒนธรรมประจำจังหวัด สภาพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นต้น

5. การผลิตสื่อเผยแพร่รณรงค์ ปัจจุบัน สื่อมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของคนในสังคม แต่หากมองในด้านวัตถุประสงค์ของการเผยแพร่ พบว่า การผลิตสื่อส่วนใหญ่ ทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการให้ข้อเท็จจริงต่อสังคม แต่ยังขาดการผลิตสื่อภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการฟื้นฟู เยียวยาสภาพจิตใจ หรือกล่อมเกลาสังคมโดยตรง จึงเป็นสิ่งที่ศูนย์ฯ เห็นความสำคัญ และจำเป็นต้องมีการผลิตสื่อในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เช่น การใช้สื่อออนไลน์ การสร้างเกมหรือกิจกรรมที่ทำให้การเรียนรู้เรื่องคุณธรรมเป็นเรื่องที่สนุกและน่าสนใจมากขึ้น

6. การร่วมมือและสนับสนุนองค์กรอื่น ที่ทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศไทยในด้านต่างๆ โดยการนำกรอบแนวทางของแผนงานฟื้นฟูคุณธรรมของสังคมไทยหลังวิกฤตการณ์ทางการเมือง เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงาน ในด้านการฟื้นฟูคุณธรรมควบคู่กับการฟื้นฟูประเทศไทยในมิติอื่นๆ เช่น สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2557 ศูนย์คุณธรรมจะเดินทางลงพื้นที่ไปจัดเวทีสมัชชาคุณธรรมในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณธรรมของคนไทยในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ซึ่งจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับที่ใหญ่ขึ้น และทำให้ได้แนวทางในการฟื้นฟูคุณธรรมที่มาจากความคิดเห็นของคนทั้งประเทศอย่างแท้จริง และมีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้จริงในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้สนใจองค์ความรู้ด้านคุณธรรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 02-644-9900 หรือ www.moralcenter.or.th




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2557 13:21:05 น.
Counter : 109 Pageviews.  

1  2  

green z
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add green z's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.