Group Blog
 
All Blogs
 

เที่ยวเป็นครอบครัว ย่านชัมซิล ทัวร์เกาหลี

สำหรับใครที่มีแผนพาครอบครัวไปเที่ยวเกาหลี ทัวร์เกาหลีเรามีสถานที่แน่ะนำสำหรับเพื่อนๆที่ไปเที่ยวเป็นครอบครัว ย่านชัมซิล เป็นย่านที่มีไว้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของบรรดาผู้คนทุกรุ่นทุกวัย

ทัวร์เกาหลี
เนื่องจากมีสวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ ซึ่งเป็นสวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ที่มีไว้คอยต้อนรับผู้คนมากมายอยู่ที่นี้ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยหากว่าเราเดินไปแล้วไปเจอะกับบรรดาเหล่าเด็กๆและพ่อแม่ ที่พาลูกหลานมาที่นี้เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด และที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของ Star Avenue ที่มีเหล่าซุปเปอร์สตาร์จากแดนโสมทั้งหลาย มานั่งรอ ยืนรอ ให้เหล่าบรรดาแฟนๆไปประทับรอยฝ่าและเก็บรูปแบบแนบชิดกับหุ่นขนาดเท่าตัวจริง กันเลยโดยบริเวณรอบ ๆ สถานีชัมซิล ตรงทางรถไฟใต้ดินสาย 2 หรือสาย 8 จะถือเป็นศูนย์ย่อยของกรุงโซล ณ ที่นี่ เราจะพบ สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ (สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุด) และมีเยาวชนมาเที่ยวกันมากมาย สวนนี้จะประกอบด้วยการผจญภัยในสวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ และเกาะมหัศจรรย์ซึ่งลอยอยู่กลางทะเลสาป มีศูนย์การค้า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน โรงหนัง ลาน สเก็ตน้ำแข็ง โรงแรม และศูนย์กีฬาหอประชุมนอริมาดังซึ่งอยู่กลางแจ้ง ริมทะเลสาปด้านหลังล็อตเต้เวิลด์ เป็นที่แสดงศิลปต่าง ๆ ถ้าเราเดินเล่นต่อไปทางตะวันออก เราก็จะมาถึงแท่นหลุมฝังศพ หินซกชนดง ของยุคแพ็กเจตอนต้น ซึ่งเราจะได้เห็นร่องรอยของเมืองหลวงฮันซองของอาณาจักรแพ็กเจยุคแรก รวมทั้งสุสานแพ็กเจในย่านบังอีดง และความเป็นอยู่ของผู้คนซึ่งอาศัยอยู่ริมน้ำ

ในบริเวณใกล้เคียงจะมีตลาดขายส่งผลิตภัณฑ์ทางน้ำและการเกษตรชื่อว่าคารักดง และที่ถนนมุน จองดง โรดิโอ ก็มีสินค้าผลิตในเกาหลี และสินค้าต่างประเทศหรู ๆ ด้วยราคาย่อมเยาว์ ศูนย์กีฬาชัมซิลคือ สถานที่แข่งกีฬาเอเซียนเกมส์ในปี ค.ศ.1986 และกีฬาโอลิมปิคที่กรุงโซลในปี ค.ศ.1988




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2558    
Last Update : 29 สิงหาคม 2558 1:24:57 น.
Counter : 351 Pageviews.  

เที่ยวเกาหลี เยี่ยมชมบ้าน Full House

Full House ละครสุดฮิตจากเกาหลี ถึงแม้จะล่วงเลยมาเป็นเวลานานแล้ว แต่คิดว่าใครๆก็อดอมยิ้มกลับละครเรื่องนี้ไม่ได้
ที่ Sido Full House บ้านแสนสวยที่ได้เนรมิตขึ้นบนเกาะ Sido เมืองอินชอน ปัจจุบันเปิดให้แฟนละครเข้าชมบ้าน เพื่อระลึกถึงเรื่องราวความรักที่เติมเต็มขึ้นในบ้านหลัวนี้ บ้านตั้งอยู่ริมหาดเกาะ Sido หนึ่งในเกาะที่สวย บรรยากาศดี ของ เมืองอินชอน ตัวบ้านดีไซน์ทันสมัย กรุกระจกใสรอบด้าน ดูโปร่งตา โดยสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง ซึ่งบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อถ่ายทำละครเรื่องนี้โดยเฉพาะ  ใช้งบประมาณในการสร้างบ้านสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ ตัวบ้านติดกับบริเวณชายหาดมองเห็นน้ำทะเล ทำให้แฟนละครได้สัมผัสถึงบรรยากาศความรักและความอบอุ่นของพระเอกและนางเอกที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้

cr: //www.lukchang.com/เที่ยวเกาหลี-เยี่ยมชมบ้/ 




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2556    
Last Update : 5 สิงหาคม 2556 0:57:49 น.
Counter : 480 Pageviews.  

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง


ทัวร์พม่า พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง


พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Pagoda)


เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางไปพม่าจะต้อง

เข้าไปเยี่ยมชมและสักการะ เจดีย์ชเวดากองที่แปลว่า

พระเจดีย์ทองคำแห่งเมืองตะเกิง

เป็นพระเจดีย์ทองคำที่สร้างขึ้นบนเนินเขาที่ชื่อว่า Thienguttara Hill หรือ

Singuttara Hill

เจดีย์นี้จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นมากในย่างกุ้ง

โดยขนาดของเจดีย์ชเวดากองนี้มีความสูงทั้งหมดประมาณ 48 เมตร

มีความกว้างโดยประมาณ 105 เมตร

เจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะซึ่งสวยงามมาก

เนื่องด้วยความศรัทธาในองค์พระเจดีย์ของชาวพม่า

ที่มักจะนิยมการบริจาคเพชรพลอยของมีค่าต่างๆ ให้กับพระเจดีย์

ทำให้เจดีย์องค์นี้มีเครื่องประดับมีค่าเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 ชิ้น

โดยเฉพาะเพชรที่ประดับอยู่บนยอดเจดีย์นั้น

กล่าวกันว่าขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือคนเลยทีเดียว ส่วนด้านล่างรอบๆ

เจดีย์จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปจำนวนมาก

และมีไม้แกะสลักประดับอยู่อย่างสวยงาม


ขอกล่าวถึงตำนานในการก่อสร้างเจดีย์ชเวดากองคือ มีพ่อค้าชาวมอญ 2 คน คือ

ตปุสสะและภัลลิกะ ที่เกิดความเลื่อมใสในคำสอนของพระพุทธเจ้า

จากการที่ได้ไปเข้าเฝ้าถวายข้าวสัตตูและถวายตัวเป็นปฐมอุบาสก

เมื่อจะจากมาก็กราบทูลขอให้พระพุทธองค์ประทานสิ่งใดเป็นอนุสรณ์สำหรับบูชา

แทนพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงได้ประทานเส้นพระเกศาธาตุ 8 เส้นของพระองค์ให้

เมื่อชาวมอญทั้งสองกลับมาจึงได้ก่อสร้างเจดีย์บนเนินตะเกิงเพื่อบรรจุพระ

เกศาธาตุและให้นามเจดีย์ว่า เจดีย์พระเกศาธาตุ


พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง


การนมัสการเจดีย์ชเวดากอง



ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทาง

เข้า ให้เดินตามเข็มนาฬิกา ขึ้นอยู่กับดวงวันเกิดของผู้เข้าที่จะดูตาม 12

นักษัตร รอบๆพระเจดีย์ก็มีศาลเจ้าเล็กๆอยู่รายรอบ ปัจจุบัน เจดีย์ถูกทำลาย



“ชเว” คือ ทอง ส่วน “ดากอง” คือชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง

สมัยที่พระเจ้าอลองพญาสถาปนาเมืองเล็กริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี

พ.ศ.2298 กล่าวกันว่า “ทอง” แห่งมหาเจดีย์มหาศาลกว่าทองในธนาคารแห่งอังกฤษ

ซึ่งน้อยคนปฏิเสธความเป็นไปได้



ประวัติความเป็นมาของมหาเจดีย์องค์สำคัญนี้

ที่มีผู้ค้นคว้าและบันทึกไว้อย่างน่าอ่านก็คือ ข้อมูลจากหนังสือ “พม่า”

ในชุด “หน้าต่างสู่โลกกว้าง”



ตามตำนานกว่า 2,500 ปี

ของเจดีย์แห่งนี้กล่าวไว้ว่าเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุทั้งแปดเส้นของพระ

พุทธเจ้า และพระบริโภคเจดีย์ของพระอดีตพระพุทธเจ้าทั้งสามองค์

องค์สถูปหุ้มด้วยทองคำทั้งหมด 8,688 แท่ง แต่ละแท่งมีค่ามากกว่า 400

ยูเอสดอลลาร์ ปลายยอดสถูปประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม นิล

และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยู่ตรงกลาง

เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

ทั้งหมดนี้ประดับอยู่ด้านบนเหนือฉัตรขนาด 10 เมตร

ซึ่งสร้างขึ้นบนไม้หุ้มทองเจ็ดเส้น ประดับด้วยกระดิ่งทองคำ 1,065 ลูก

และกระดิ่งเงิน 420 ลูก รอบองค์สถูปรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างกว่า 100

หลัง มีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ



เจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพวก บะกัน เรื่องอำนาจ พระเจ้าอโนรธา

เคยเสด็จประพาสชเวดากองระหว่างการรบพุ่งทางใต้ในศตวรรษที่ 11 พระเจ้าบญาอู

แห่งพะโค ก็ทรงบูรณะเจดีย์แห่งนี้ในปี พ.ศ.1925 และ 50 ปีต่อมา

พระเจ้าเบียนยาเกียนก็โปรดให้ยกองค์สถูปให้สูงขึ้นไปถึง 90 เมตร



ผู้สืบราชบัลลังก์ต่อจาก พระเจ้าเบียนยาเกียน คือ พระนางฉิ่นซอปู้ หรือ

นางพญาตะละเจ้าท้าว ได้ทรงสร้างลานและกำแพงล้อมรอบองค์สถูป

และพระราชทานทองคำเท่าน้ำหนักพระองค์เอง 40 กิโลกรัม

ให้นำไปตีเป็นแผ่นทองหุ้มสถูป เป็นแบบอย่างให้กษัตริย์รุ่นหลัง ๆ

ทรงประพฤติปฏิบัติตาม ทั้งนี้เพราะพายุลมฝนในช่วงมรสุมนั้นโหมแรง

จนทำให้แผ่นทองคำชำรุดหลุดร่วงลงมาอยู่บ่อย ๆ พระเจ้าธรรมเซดี

ผู้สืบราชสมบัติต่อจากพระนางก็ได้ทรงบริจาคทองคำหนักเป็นสี่เท่าของน้ำหนัก

พระองค์เอง เพื่อบูรณะซ่อมแซมพระเจดีย์



ในปี พ.ศ.2028

พระเจ้าธรรมเซดีทรงสร้างศิลาจารึกสามหลังเอาไว้บนบันไดด้านตะวันออกของ

เจดีย์ชเวดากอง บอกเล่าประวัติของเจดีย์เป็นภาษามอญ พม่า และบาลี

จารึกนั้นยังคงมีให้เห็นอยู่จนทุกวันนี้


เจดีย์ชเวดากองตกอยู่ภายใต้การยึดครองของอังกฤษนานถึง 77 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2395-2472 แต่ชาวพม่าก็ยังสามารถเข้ามาสักการะเจดีย์ได้



ในปี พ.ศ.2414 พระเจ้ามินดง แห่งมัณฑะเลย์

ทรงส่งฉัตรฝังเพชรอันใหม่มาถวายเป็นพุทธบูชา

มีการจัดงานฉลองและมีชาวพม่ากว่าแสนคนมาเที่ยวชมงาน

พระองค์จึงทรงถือโอกาสนี้ปรารถนาเรื่องเอกราชของพม่า

สร้างความไม่พอใจให้กับอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้



ช่วงศตวรรษที่ 20 มีภิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นกับพม่าหลายครั้ง

โดยเริ่มจากปี พ.ศ.2473 เกิดแผ่นดินไหวขึ้น

แต่ก็สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในปี พ.ศ.2474

เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จากฐานบันไดทางทิศตะวันตก ลุกลามต่อไปยังปีกด้านเหนือ

ดชคดีที่ดับไฟได้เสียก่อน แต่ก็ได้เผาผลาญศาสนสถานสำคัญไปไม่น้อย

ในปีพ.ศ.2513 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง นับเป็นภัยแผ่นดินไหวครั้งที่ 9

ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16

ส่งผลให้ทางภาครัฐต้องจัดทำโครงพิเศษเพื่อเสริมยอดเจดีย์ให้แข็งแรงขึ้น



เมื่อใดก็ตามที่เจดีย์แห่งนี้ชำรุดเสียหายก็จะได้รับการบูรณะให้งดงาม รุ่งโรจน์ยิ่งกว่าเดิม



เจดีย์ชเวดากองสัญลักษณ์ของประเทศพม่าตั้งแยู่บนเนินเขาเชียงกุตตระ

สามารถมองเห็นได้จากทุกมุมเมือง เพราะสูงเด่นเป็นสง่า

ข้อสำคัญไม่มีตึกหรืออาคารสูงมาตั้งบดบังได้



นอกจากสถูปทองที่ส่องอร่ามไปทั่วแล้ว ยังมีองค์ประกอบโดยรวมอีก

ตั้งแต่ประตูทางขึ้นสู่บันไดทั้ง 4 ทิศที่ใหญ่โตมโหฬาร

ตัวหลังคาระเบียงวัดที่ทอดขึ้นสู่ฐานขององค์เจดีย์ก็มีลวดลายสลักเสลาเหมือน

ปราสาทลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ



เจดีย์ชเวดากองเปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 04.00-21.00 น.

การเปิดให้เข้าชมเป็นช้าวงเวลายาวขนาดนี้

ก็เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าไปก่อนอรุณรุ่งและกลับออกมาหลังตะวันยอ

แสง จะได้มีเวลาชมเต็มที่



บริเวณโดยรอบของทางเข้าทางทิศใต้

ซึ่งเป็นทางขึ้นสู่เจดีย์ชเวดากองที่ผู้คนนิยมใช้กัน มีบันไดทั้งหมด 104

ขั้น ทอดขึ้นสู่บริเวณลานของเจดีย์



ตามสองข้างทางบันได

เต็มไปด้วยร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากทางวัดให้เข้ามาตั้งแผงขายของให้กับผู้

คนที่มาสักการะบูชาด้วยความเลื่อมใส

สินค้าส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการทำบุญและก็มีสินค้าที่ระลึกวางขายด้วย



หน้าบริเวณทางเข้ามีรูปปั้นสัตว์ในตำนวนปรัมปราสองตัวทำหน้าที่เป็น

ทวารบาล คือ ชินเต้ หรือสัตว์ครึ่งสิงโตครึ่งนก เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

สีหปักษีทวารบาล และ ยักษ์ทวารบาล



รายรอบด้วยเจดีย์องค์เล็กองค์น้อย

ผู้คนจำนวนมากยังเดินทางมาที่นี่เพื่อกราบไหว้ สักการะ สรงน้ำองค์ปฏิมา

และทำทักษิณาวัตร ไม่ใช่เฉพาะคนแก่คนเฒ่า แต่ทั้งเด็กเล็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่

ทั้งชายและหญิง พากันมาน้อมใจสู่พระรัตนตรัยที่นี่

นอกจากจะมีทวารบาลที่หน้าประตูแล้ว ยังมีเหล่าเด็ก ๆ


ชาวพม่าวิ่งท้วงติงผู้ที่ใส่รองเท้าเข้ามาบริเวณวัด ให้ถอดรองเท้าถุงเท้า

แล้วให้ซื้อถุงก๊อบแก๊บใส่รองเท้าถือเข้าวัดไปด้วย

cr:  พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง




 

Create Date : 31 มีนาคม 2556    
Last Update : 31 มีนาคม 2556 22:16:54 น.
Counter : 367 Pageviews.  

สถานที่สำคัญของพม่า

ทัวร์พม่า

สถานที่สำคัญของพม่า สำหรับทัวร์พม่าควรไป

5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดมหาบูชาสถาน : ของประเทศพม่า

มหาบูชาสถานทั้ง 5 แห่งนี้ได้แก่  มหาเจดีย์ชเวดากอง ,  เจดีย์ชเวซิกอง ,  เจดีย์ชเวมอดอร์  ,  พระมหามัยมุนี , พระธาตุอินทร์แขวน

1.มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ รวม 8 เส้น ของพระพุทธเจ้า มีประวัติตำนานเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ตั้งแต่ครั้งที่ย่างกุ้งยังเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่า “ดากอง” หรือ “ตะเกิง” ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไป แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ย่างกุ้ง” “ชเวดากอง” แปลว่า “เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง” มหาเจดีย์แห่งนี้มีการบูรณปฏิสังขรณ์มาด้วยกันหลายครั้ง โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์ของมอญและพม่าที่จะขึ้นครองราชย์ บัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง เพื่อนำมาห้อหุ้มองค์พระเจดีย์ ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวพุทธ แห่งลุ่มน้ำอิระวดีที่สำคัญที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน

2.เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้าอโรรธามหาราชพระองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามเมื่อ 900 ปีเศษมาแล้ว ภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดี ได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และ ราชบัณฑิตมาที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพงศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว ดังเช่น รูปร่างของเจดีย์ชเวซิกอง ก็มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ก่อนที่จะมีพุทธศิลป์ สกุลช่างพุกามเกิดขึ้น “ชเวซิกอง” แปลว่า “เจดีย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย”

3.เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี หรือที่เราเรียกกันว่า พระธาตุมุเตา เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 2 เส้น มีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เป็นที่เคารพสักการะของทั้งกษัตริย์ มอญ พม่า และไทย เช่น พระเจ้าราชาธิราชของมอญ พระเจ้าบุเรงนองของพม่า และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย

4.พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์ เป็น พระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 เมตร เป็นที่ยอมรับกันว่า มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง “มหามุนี” แปลว่า “มหาปราชญ์” หล่อขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยชาวยะไข่ ชนกลุ่มน้อยในรัฐอาระกัน ทางทิศตะวันตกสุดของพม่าติดกับประเทศอินเดีย ต่อมาเมื่อพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกทัพไปตีเมืองยะไข่ได้ จึงโปรดให้ชะลอพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์ เมื่อ 200 ปีมาแล้ว มีตำนานเล่ากันว่า พระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายใจให้พระมหามุนี เป็นตัวแทนสืบทอดพระศาสนา จึงเชื่อกันว่า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้มีลมหายใจจริง จึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์ให้ทุกเช้า ซึ่งพิธีนึ้ก็ยังคงดำรงอยู่มาตราบจนถึงปัจจุบัน

5.พระธาตุอินทร์แขวน ”ไจก์ทิโย” เมืองไจก์โถ่ รัฐมอญ เชื่อกันว่าพระอินทร์เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ เพื่อนำเอาพระธาตุมาแขวนไว้ให้ผู้มีบุญมากราบไหว้ ใครได้มาสักการะก็เท่ากับได้ไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ และจะได้สั่งสมอานิสงส์ให้ไปเกิดร่วมยุคกับพระศรีอาริยเมตตรัย และผู้ที่มีบุญก็จะสามารถมองเป็นองค์พระธาตุลอยอยู่อย่างชัดเจน พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 1,200 เมตร สร้างตั้งไว้บนก้อนหิน สูงถึง 5.5 เมตร เส้นรอบวงของก้อนหินราว 17 เมตร มองดูคล้ายก้อนหินตั้งอยู่หมิ่นเหม่ใกล้จะตกลงมาเต็มที ด้วยศรัทธาอันมีพุทธธรรมน้อมนำใจ ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าสตางค์ของชาวมอญ และพม่าแทบทุกคน จะต้องมีรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อย 3 สิ่ง เคลือบพลาสติกไว้สำหรับ พกพาเป็นสิริมงคลอยู่เสมอ สิ่งแรกคือ พระมหาเจดีย์ชเวกาดองย่างกุ้ง พระมหามัยมุนี มัณฑะเลย์ และสามคือ พระธาติอินทร์แขวน “ไจก์ทิโย”

สถานที่ 5แห่งที่ได้กล่าวมา ชาวพม่านับถือเป็นมหาบูชาสถานสำคัญสูงสุดมีเพียง 5 แห่ง ที่เป็นความใฝ่ฝันของชาวพุทธพม่าว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้เดินทางไป สักการบูชาให้ครบทั้ง 5 แห่ง จึงจะนอนตายตาหลับหรือได้ขึ้นสวรรค์ และนักท่องเที่ยว และคณะทัวร์พม่า ควรเดินทางไป

cr:  สถานที่สำคัญของพม่า




 

Create Date : 31 มีนาคม 2556    
Last Update : 31 มีนาคม 2556 0:58:56 น.
Counter : 628 Pageviews.  

พระธาตุอินทร์แขวน

พระธาตุอินทร์แขวน มหาบูชาสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของพม่าซึ่งอยู่ในดินแดนแห่งรัฐมอญ
มีความหมายมาจากความเชื่อว่า พระอินทร์นำก้อนหินที่รองรับพระเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุมาตั้งแขวนไว้ ( ที่ตั้งเป็นหน้าผาที่หมิ่นเหม่ ) ส่วนคำว่าไจ้ติโย เป็นชื่อที่ชาวพม่าเรียก มีความหมายตามความเชื่อว่า เจดีย์ผ้าโพกหัวฤาษี
ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อเจดีย์ แห่งนี้เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะที่แปลกแตกต่างไปจากเจดีย์อื่นๆ คือเป็นลักษณะของก้อนหินที่ปิดทองไว้รอบๆ องค์เจดีย์ ตั้งวางอยู่บนปลายหน้าผาได้อย่างน่าอัศจรรย์  บนความสูงจากพื้นดินกว่า 1,200 เมตร พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต ตามคติแล้วเจดีย์องค์เล็กที่เลือกสร้างอยู่บนภุเขานั้นเปรียบดั่งสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ เจดีย์จึงเปรียบเป็นจุฬามณีเจดีย์ อันเป็นที่นิยมในพม่าและยังมีตำนานจากฝั่งไทย เกี่ยวกับพระธาตุอินทร์แขวน เรื่องเจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน เป็นตำนานที่เป็นเรื่องเล่าของความรักที่ไม่สมหวังซึ้งกินใจผู้อ่านมาก
พระธาตุเจดีย์ไจก์ถิโย
ในทางธรณีวิทยาอธิบายว่า แต่เดิมบริเวณแถบภูเขานี้อยู่ใต้ทะเลมาก่อน ต่อมาที่บริเวณนี้ได้ถูกยกตัวขึ้นสูงเป็นภูเขาก้อนหินนี้จึงถูกยกขึ้นมาด้วย ก้อหินนี้อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุ ชาวบ้านเห็นเป็นอัศจรรย์เชื่อว่าพระอินทร์ยกมาจากใต้ทะเล ก้อหินนั้นแยกส่วนจากภูเขาจึงโคลงเคลงได้
การเดินทางไปพระธาตุอินทร์แขวน จากเมืองย่างกุ้ง นั่งรถไปประมาณ 2 ชั่วโมง ผ่านเมืองหงสา และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง จึงถึงเมืองไจ้โต๋ ระหว่างทางผ่านแม่น้ำสะโตง แล้วต่อรถบันทุกเล็กไต่ภุเขาขึ้นไปอีก 1 ชั่วโมง จึงถึงเชิงเขาที่ตั้งพระธาตุอินทร์แขวน จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปอีก ประมาณ 2 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ( สามารถจ้างเสลี่ยงหามแบกขึ้นไปก็ได้ ค่าจ้าง 25$ ต่อคน ) จึงถึงพระธาตุอินทร์แขวน

คนพม่ามีความเชื่อว่าการได้มาสักการะพระธาตุอินแขวน 3 ครั้งจะโชคดีประสบความสำเร็จในชีวิต ในทุกๆด้าน

ควรจะเดินทางไปถึงตีนเขาก่อนขึ้นหกล้อประมาณบ่ายสามโมงเป็นอย่างช้า นั่งรถหกล้อ 1 ชม. เดินหรือนั่งเสลี่ยงอีก 1 ชม.
เมื่อถึงที่พักเก็บสัมภาระ เดินไปสักการะพระธาตุรอบที่ 1 พร้อมชมพระอาทิตย์ตก จากนั้นกลับมาทานอาหารเย็นพักผ่อนสักพัก แล้วออกไปสักการะรอบที่สอง รอบนี้ ปิดสี่ทุ่มนะครับรั้วพระธาตุ ห้ามผู้หญิงเช้า และก็กลับมานอนพักผ่อน ตื่นแต่เช้าประมาณตีสี่ ไปสักการะรอบที่สาม รอชมความสวยงามของพระอาทิตย์ยามเช้าครับ เพียงเท่านี้ เพื่อนๆก็สามารถได้สักการะพระธาตุอินแขวนครบ สามครั้งในรอบเดียวแล้วครับ

cr: พระธาตุอินทร์แขวน




 

Create Date : 26 มีนาคม 2556    
Last Update : 26 มีนาคม 2556 5:29:29 น.
Counter : 901 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

junedarkside
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สถานีเพลงไทย ออนไลน์จาก ออสเตรเลีย
Friends' blogs
[Add junedarkside's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.