Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •   
ทำไง?เมื่อน้องหมา-น้องแมวติดกาวดักหนู o_o"



อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ เมื่อความซนของเจ้าเหมียวไม่มีขีดจำกัด จึงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อน้องแมวติดกาวดักหนู

จากประสบการณ์จริงที่เจอกับตัวเองค่ะ เมื่อน้องแมวที่เพิ่งรับมาเลี้ยงเกิดติดกาวดักหนู ซึ่งไม่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ขอบอกเลยว่าสติแตก.. รู้เพียงว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ดึงลูกแมวออกมาจากถาดกาวดักหนูก่อนอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าถ้าดิ้นมากกว่านี้จะยิ่งทำให้ดึงยาก (ซึ่งโชคดีมากที่กาวดักหนูเป็นอันใหม่) แล้วทำอย่างไรต่อล่ะ ไปต่อไม่เป็นเลยเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

อย่างแรกที่คิดออกคือ ลองน้ำอุ่น เนื่องจากเคยอ่านมาว่าสามารถอาบน้ำแมวได้แต่ต้องโตหน่อย ซึ่งในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ต้องรอให้โตแล้วล่ะ (น้องแมว 3 เดือน) รีบไปเตรียมน้ำอุ่น แล้วเอาน้ำอุ่นล้างออก แต่มันไม่ออกนี่สิ แล้วก็กังวลมากขึ้นเมื่อลูกแมวร้องไม่หยุด (ก็เข้าใจหรอกนะ) คิดๆๆๆ ต้องทำยังไง ด้วยความที่ลูกแมวยังตัวเล็กอยู่ และกำลังติดกาวเหนี่ยวๆ ก็เลยเอามาแปะไว้ที่แขนตัวเองเพื่อให้มือว่าง 555 ทำไปได้ จากนั้นก็มาหาผู้ช่วยผู้รอบรู้ทุกอย่าง GOOGLE

จากข้อมูลที่ได้ ให้ใช้น้ำมันมะกอกถูๆ พยายามเอากาวออกให้หมด แล้วเอาไปอาบน้ำอุ่น แต่ชั่วโมงนี้เที่ยงคืนแล้ว น้ำมันมะกอกจะเอาที่ไหนล่ะ เอาอย่างนี้ละกันน้ำมันพืชนี่ล่ะ น้ำมันเหมือนกันลองดูอีกซิ เริ่มละเลงน้ำมันลงบนตัวลูกแมวทันที ได้ผล!!! กาวค่อยๆ หลุดออก  ด้วยความเครียดก็ทำไปบ่นไป ต่อว่าลูกแมวไปด้วย เมื่อกาวหลุดออกเท่าที่จะออกได้แล้ว ก็พาลูกแมวไปอาบน้ำอุ่นต่อ คราวนี้ก็ยาสระผมเรานี่ล่ะ เอามาอาบน้ำให้ลูกแมวเลย เมื่อลูกแมวโดนน้ำเข้าไปก็ร้องบ้านแตกเลยทีเดียว หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ต่อด้วย การไปเอาไดร์เป่าผมมาเป่าให้แห้ง ตรวจสอบว่ายังมีตรงไหนที่กาวออกไม่หมดก็พยายามเล็มตัดให้ออกไปได้มากที่สุุด 

สรุปขี้นตอน ที่ควรทำเมื่อน้องแมวติดกาวดักหนูดังนี้
1. พยายามดีงแมวออกมาจากกาวดักหนู ด้วยการเทน้ำมันลงไปแล้วค่อยๆ แซะออกมา
2. น้ำน้ำมันทาที่ตัวแมวให้ทั่ว ทาไปเรื่อยๆ ให้กาวหลุดออกให้ได้มากที่สุด
3. พาแมวไปอาบน้ำอุ่น ถ้ามียาอาบน้ำแมวก็ใช้ยาอาบน้ำของเค้า ถ้าไม่มีก็ยาสระผม หรือครีมอาบน้ำเรานี่เลย
4. เช็ดและเป่าขนน้องแมวให้แห้ง
5. ตรวจเช็คครั้งสุดท้ายว่ายังมีกาวหลงเหลืออยู่หรือไม่ พยามยามใช้กรรไกรเล็มออกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวเลียกาวดักหนูเข้าไปค่ะ


สภาพน้องแมวเราหลังจากเล็มกาวออก แหว่งเป็นหย่อมๆ 
V
V









Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2557 22:52:16 น.
Counter : 9670 Pageviews.

1 comment
เมื่อคนไม่ชอบแมว ต้องมาเลี้ยงแมว
 จากหัวเรื่อง "เมื่อคนไม่ชอบแมว ต้องมาเลี้ยงแมว" ก็เป็นตามนั้นเลยค่ะ 

เริ่มจากที่พี่สาวเก็บแม่แมวที่กำลังท้องมาเลี้ยงไว้ในอพาร์ตเมนท์ แบบหลบๆ ซ่อนๆ (ซึ่งเค้าก็ไม่ให้เลี้ยงอยู่แล้ว) ตอนกลางวันก็ปล่อยออกมาข้างนอก พอกลางคืนพี่สาวกลับจากที่ทำงานก็พาเข้าห้อง และแล้วเมื่อถึงวันคลอด คุณเธอออกลูกมาทั้งหมด 3 ตัว คือเจ้าเบอร์ 1 เบอร์ 2 และ เบอร์ 3




แล้วแล้วเมื่อถึงเวลาก็ประกาศหาบ้านใหม่ให้น้องๆ แต่ด้วยความน่ารัก และแสนรู้ของเจ้าเบอร์ 1 ก็เลยพยายามยัดเยียดมาให้เราเลี้ยง หว่านล้อมสารพัด สารเพ ซึ่งจริงๆ แล้วที่บ้านเรานั้นก็เลี้ยงน้องหมาอยู่แล้ว 1 ตัว ซึ่งก็แก่มากแล้ว และการจะเอามาเลี้ยงด้วยกันก็คงจะยาก เราเลยบอกพี่สาวไปว่าลองเอามาทดลองเลี้ยงก็ได้ ถ้าอยู่กับซูกัส (ชื่อน้องหมา) ได้เราก็จากเลี้ยง และแล้วพี่สาวก็หอบหิ้วลูกแมวใส่กรงใหญ่มาให้ พร้อมด้วยอาหารแมว 1 ถุง และทรายแมว 1 ถุง

วันที่ 1
เมื่อน้องแมวมาถึงบ้าน สิ่งแรกเลยคือ ขู่ฟ่อๆ ใส่น้องหมา ซึ่งน้องหมาเราก็ค่อนข้างผิดปกตินะ ไม่เห่า สนใจเดินด้อมๆ มองๆ แป๊บๆ แล้วก็เมินเฉย แต่น้องแมวค่อนข้างกลัว เราก็กลัวจะเครียด เลยต้องส่งซูกัสไปอยู่กับแม่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง

จากที่พบกันครั้งแรกบอกเลยว่ายังไม่ค่อยโอเคกับแมวเท่าไหร่ แทบจะไม่เคยเล่นกับแมว หรืออุ้มแมวด้วยซ้ำ พี่สาวก็พยายามเอาออกมาให้เล่น ให้อุ้ม และแล้วน้องแมวช่างรู้งานยิ่งนัก พอเราอุ้มเค้าเล่นซักพัก ก็เจอลูกอ้อนเข้าไปเลย เดินเข้ามาล้มแผละเแนบเท้า นอนหงายท้อง อ้อนสุดๆ เท่านั้นล่ะรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมพรางของเจ้าลูกแมวน้อยทันที (แล้วในใจก็คิดว่าสงสัยได้เลี้ยงแน่ๆ - -")

วันที่ 2
หลังจากตอนเช้าที่เอาน้องแมวออกเดินเล่นแป๊บๆ ทำความสะอาดกระบะทรายเรียบร้อย ก็เอาน้องแมวกลับเข้ากรงตามเดิม พอกลับมาจากที่ทำงาน แค่เปิดประตูเข้าบ้านเท่านั้น รีบร้องอยากออกจากกรงทันที พอออกมาแล้วก็ไม่ยอมจะอยู่ในกรงแล้วสิ พอจับใส่เข้าไปก็ร้องไม่หยุดจนต้องเอาออกมาอยู่ข้างนอกด้วย และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ระหว่างที่กำลังนั่งดูหนังอยู่นั้น นางปีนขึ้นบันไดไป และกระโดดร่อนลงมาใส่กาวดักหนูที่เพิ่งเอาออกมาวางไว้บนชั้น (ด้วยคืนนี้เตรียมปฏิบัติการล่าหนู) โอ้แม่เจ้า! ทำยังไงล่ะทีนี้ (ขอละไว้ก่อนส่วนนี้เราจะมาเล่าใน part ต่อไป)
⁞⁞

วันที่ 3
หลังจากผ่านวิกฤตกาวดักหนูมาได้ ก็ดูปกติดี และแล้วลูกแมวก็เริ่มที่จะไปอ้อนพ่อเป็นอันดับต่อไป ซึ่งพ่อก็บอกว่าอยากเลี้ยงไว้นะ แต่พวกเครื่องเสียงที่บ้านค่อนข้างเยอะ กลัวถูกทำลาย จะเลี้ยงแบบปล่อยก็ไม่ได้ แล้วถ้าเลี้ยงแบบนี้ก็ต้องขังกรงตลอด ก็น่าสงสาร

วันที่ 4
เริ่มพาซูกัส น้องหมาเรากลับมาจากบ้านแม่ ด้วยความคิดถึง เลยลองพยายามให้เค้าทำความคุ้นเคยกัน โดยเอาน้องแมวไว้ในกรง แล้วให้น้องหมาใช้ชีวิตตามปกติ 

วันที่ 5 
ลองอุ้มหมา อุ้มแมว สลับกันไปมาเรื่อย ๆ จนสามารถอุ้ม 2 ตัวพร้อมกันได้ แต่ก็ยังอยู่ด้วยกันไม่ได้นะ แต่ถ้าเราอุ้มแล้วเอามาอยู่ใกล้ๆ กันกลับอยู่กันเฉยๆ ได้ อาจจะเพราะน้องแมวเริ่มรู้แล้วว่าน้องหมาเราใจดีผุดๆ แถมยังค่อนข้างกลัวแมวอีกต่างหาก 555 น้องแมวขี้อิจฉามากจะคอยอยู่กับเราตลอดไม่ให้น้องหมาเข้าใกล้ 

วันที่ 7-8
บังเอิญว่าสุดสัปดาห์นี้เราต้องไปต่างจังหวัด เราจึงไปเอาน้องแมวไปฝากแม่เลี้ยง ซึ่งแม่เราก็เป็นแบบเราคือไม่ชอบแมวเลย แต่ด้วยความจำเป็นจึงต้องรับเลี้ยงในระหว่างที่เราไปต่างจังหวัด เลี้ยงทั้งน้องหมา และน้องแมวด้วยกันเหมือนกับเรา โดยปล่อยให้เค้าออกมาเดินได้ตามปกติไม่ต้องขังกรง เพราะเค้าเริ่มอยู่ด้วยกันได้แล้ว แต่ยังไม่สุงสิงกัน ประมาณว่าต่างคนต่างอยู่

ซึ่งในระหว่างที่เราไม่อยู่นั่นเอง ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น นั่นคือ น้องแมวเข้ามาเล่นกับน้องหมา และเล่นกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งพี่เราได้ถ่ายคลิปส่งมาให้ดู ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาแค่ 1 อาทิตย์จะทำให้หมาและแมวเป็นเพื่อนกันได้ กลายเป็นว่าต้องรับเลี้ยงอย่างถาวรไปโดยปริยาย.. แต่เป็นแม่เรานะที่เลี้ยง เพราะแม่เราหลงกับความฉลาด และความน่ารักเข้าอย่างจัง


ผ่านมา 5 เดือน ตอนนี้เป็นหนุ่ม ตัวใหญ่แซงหน้าน้องหมาเราไปแล้ว






Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2557 6:11:03 น.
Counter : 542 Pageviews.

1 comment

BunnyME
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments