ข้าวคลุกกะปิ By BUNGKYy*~

สวัสดีค่าาาาาา เพื่อนๆชาว bloggang ทุกคน Smiley


ก่อนอื่นต้องขอกล่าว สวัสดีปีใหม่ 2555 นะคะ


วันนี้บุ้งกี๋จะมาเข้าครัว โชว์ฝีมือ Smiley ทำ "ข้าวคลุกกะปิ" สูตร บุ้งกี๋เองค่า


แถมด้วย "แกงจืดหัวไชเท้า สีชมพู" ด้วยค่าๆๆๆๆๆ Smiley


ไปชมกันเล๊ยยยยย..... Smiley


หัวไชเท้า ก็คือหัวผักกาด ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนมาหลายพันปีแล้ว


หัวผักกาดมีหลายสี แต่เราคุ้นเคยกับสีขาว และเราก็เรียกว่า "หัวผักกาดขาว"


อันที่จริงมีหัวผักกาดสีชมพู สีแดงและสีม่วงด้วยนะคะ


ตำราจีนถือว่าหัวผักกาดเป็น "ยาเย็น" มีรสเผ็ดร้อน


มีประโยชน์ต่อการทำงานของปอด กระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่


บรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องผูก กระเพาะอาหารไม่ย่อย


ช่วยขับปัสสาวะ และช่วยลดความร้อนในร่างกาย


ในหัวผักกาดมีสารประเภทลิกนิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ


ที่สามารถปกป้องเซลร่างกายของเราจากความเสื่อมทุกประเภท


หัวผักกาดสดมีวิตามินซีสูง มีสารเสริมภูมิต้านทาน ต้านมะเร็ง


และยังช่วยรักษาฝ้าและกระได้ด้วยนะคะ


ก่อนอื่นนะคะ ล้างหัวไชเท้า ให้สะอาด และ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเลยค่ะ


เราใช้ กระดูกหมู และ แอบเพิ่ม แครอท "จิ๋ว" เข้าไปด้วย Smiley


พอดีตอนปีใหม่ที่ผ่านมานี้ เรา ไปเที่ยว ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ มาค่ะ


เลยได้มีโอกาส ไปซื้อ เจ้าหัวไชเท้า และ แครอทจิ๋วมา


ที่นั่นเค้าขายกันถูกมากๆเลยค่ะ เพราะ ชาวบ้านเค้า ปลูกเอง ขายเอง


เราก็เลยได้ซื้อผัก สดๆ ราคา แสนจะถูกกลับบ้านมาด้วย Smiley 



ต่อมาก็ใส่รากผักชีลงไป เพื่อ เพิ่มความหอมนะคะ


เราแอบต้มหมูสามชั้นที่จะเอามาทำหมูหวานลงไปในหม้อแกงจืดด้วย หมูจะได้นุ่มๆ Smiley



จากนั้นเราก็มาเริ่ม ทำเครื่องเคียงข้าวคลุกกะปิ กันค่ะ


กุ้งแห้ง หอมแดง กุนเชียง ไข่เจียว มะม่วงเปรี้ยว และ หมูหวานนนนน Smiley



มะม่วงก็จัดการสับบบบบบ เป็นเส้นๆ คล้ายๆ สับมะละกอเลยค่าๆๆๆๆ



ต่อมาก็ เจียวไข่กันเล๊ยยยยย Smiley




กุ้งแห้ง กับ กุนเชียงก็ทอดดดดด เลยนะคะ 



ต่อมาเรามาทำหมูหวานกันค่ะ


เราเอาหมูสามชั้นไปต้มในนำแกงซักพักก่อนนะคะ


พอเอาขึ้นมาจากหม้อน้ำแกง เสร็จแล้วก็พักไว้ให้เย็นค่ะ


แล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วก็ลงกระทะเลยค่า


เจียวหอมแดงให้เหลือง และ ใส่หมูลงไป ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และ ซีอิ๊วดำ(หวาน) ค่ะ




ต่อมาก็มาผัดข้าวกันค่ะ เราใช้วิธีละลายกะปิ กับน้ำอุ่นก่อนนะคะ จะได้ไม่จับเป็นก้อน


ใช้เวลาผัดข้าวไม่นาน และ ข้าวไม่เละด้วยค่ะ เพราะ ไม่ต้องยีมาก


ในตอนผัดข้าวเราเติมน้ำตาลทรายลงไป นิดหน่อยนะคะ เพื่อตัดความเค็มของกะปิค่ะ





ท๊าดา!!!! เสร็จแล้วค่าๆๆๆๆๆๆๆ Smiley




เป็นไงคะ น่าทานมั๊ยเอ่ยยยยยยย Smiley



วันนี้ขอลาไปแต่เพียงเท่านี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ



XOXO~





BK..~









Create Date : 08 มกราคม 2555
Last Update : 8 มกราคม 2555 20:15:25 น.
Counter : 294 Pageviews.

3 comment

megumi_xx
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Bungky S. Junploy



MY Email ~ bungkybarbie@gmail.com

MY Twitter ~ @megumi_xx

MY Instagram ~ @bungkyy