ชีวิตนี้ ขออยู่อย่างพอเพียง ไม่คิดมากเกินไป
Group Blog
 
All Blogs
 

ความหมายของเลขในบัตรประจำตัวประชาชน

ความหมายของเลขประจำตัวประชาชนทั้ง 13 หลัก
________________________________________

หลักที่ 1 หมายถึงประเภทบุคคลซึ่งมี 8 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2527)
ประเภทที่ 2 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2527)
ประเภทที่ 3 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก (1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2527)
ประเภทที่ 4 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าวแต่แจ้งย้ายเข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชนในสมัยเริ่มแรก (1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2527)
ประเภทที่ 5 ได้แก่ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจหรือกรณีอื่น ๆ
ประเภทที่ 6 ได้แก่ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฏหมาย แต่จะอยู่ในลักษณะชั่วคราว
ประเภทที่ 7 ได้แก่ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย
ประเภทที่ 8 ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฏหมาย คือ ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว คนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย
หลักที่ 2 ถึงหลักที่ 5 หมายถึงรหัสของสำนักทะเบียนที่ท่านมีชื่อในทะเบียนบ้านในขณะให้เลข สำหรับเด็กเกิดใหม่จะหมายถึงถิ่นที่เกิดเลยทีเดียว โดยหลักที่ 2 และ 3 หมายถึงจังหวัด หลักที่ 4 และ 5 หมายถึงอำเภอ หรือเทศบาล
หลักที่ 6 ถึงหลักที่ 10 หมายถึงกลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภทตามหลักแรก หรือหมายถึงเล่มที่ ของสูติบัตร แล้วแต่กรณี
หลักที่ 11 และ 12 หมายถึงลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภท หรือหมายถึงใบที่ของสูติบัตรแต่ละเล่ม แล้วแต่กรณี
หลักที่ 13 คือ ตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องของเลข 12 หลักแรก




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2550    
Last Update : 6 ธันวาคม 2550 15:45:23 น.
Counter : 149 Pageviews.  

สาระสำคัญกฎหมายเกี่ยวกับการหย่า

การหย่า ( เหตุแห่งการฟ้องหย่า )

เหตุแห่งการฟ้องหย่า ( ป.พ.พ. มาตรา 1516 )
ข้อ 1. สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ข้อ 2. สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
ก. ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
ข. ได้รับการดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
ค. ได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
ข้อ 3. สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
ข้อ 4. สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
ข้อ 5. สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปี ในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิด หรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
ข้อ 6. สามีหรือภริยาสมัครใจแยกกันอยู่ เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ข้อ 7. สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่
เป็นเวลาเกินสามปี โดยไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ข้อ 8. สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
ข้อ 9. สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ อีกทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ข้อ 10. สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ข้อ 11. สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่ง และโรคมีลักษณะเรื้อรัง ไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
ข้อ 12. สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ข้อสังเกต เหตุการฟ้องหย่าข้อที่ 1และ 2 นั้นถ้าภริยายอมหนือรู้เห็นเป็นใจให้สามียกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือยอมให้สามีอุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นอย่างนี้ ภริยาจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้ เช่นเดียวกันถ้าสามียอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้ภริยาของตนไปมีชู้ได้อย่างนี้ สามีไม่สามารถอ้างเหตุการฟ้องหย่าหาได้ไม่เช่นกัน




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2550    
Last Update : 6 ธันวาคม 2550 15:41:49 น.
Counter : 879 Pageviews.  

สาระสำคัญกฎหมายสัญชาติ

พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535

เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการได้มา การเสียไป และการกลับคืนซึ่งสัญชาติไทยของบุคคล โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวได้มีการปรับปรุงแก้ไขสองครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2535 ดังนี้

การได้มาซึ่งสัญชาติไทย มีด้วยกัน 3 วิธี คือ
1. โดยการเกิด หมายความว่า ผู้ที่เกิดมาย่อมได้รับสัญชาติไทยภายใต้หลักการพิจารณา 2 หลักการ ได้แก่
1.1. หลักสืบสายโลหิต เช่น ผู้ที่เกิดโดยบิดา หรือมารดาเป็นคนไทยย่อมได้สัญชาติไทย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักร
1.2. หลักดินแดน เช่น ผู้ที่เกิดในประเทศไทยย่อมได้รับสัญชาติไทย เว้นแต่ผู้ที่เกิดในประเทศไทยโดยบิดา หรือมารดาเป็นคนต่างด้าวและในขณะที่เกิดบิดา หรือมาดาของผู้นั้นเป็น
1.2.1. ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยกรณีพิเศษเฉพาะราย
1.2.2. ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว
1.2.3. ผู้ที่ได้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
1.2.4. หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางทูต
1.2.5. หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุลหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางกงสุล
1.2.6. พนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญขององค์การระหว่างประเทศ
1.2.7. คนในครอบครัวซึ่งเป็นญาติอยู่ในความอุปการะหรือคนใช้ซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศมาอยู่กับบุคคลใน 1.2.4 ถึง 1.2.7
2. โดยการขอมีสัญชาติไทยตามผู้เป็นสามี คือ หญิงซึ่งมิใช่คนไทยที่สมรสกับชายไทย ถ้าประสงค์จะได้สัญชาติไทยก็สามารถยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีมหาดไทยเพื่อขอมีสัญชาติไทย การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ได้สัญชาติไทยนั้นอยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรีมหาดไทย
3. โดยการแปลงสัญชาติ หมายความว่า บุคคลที่มิใช่ผู้มีสัญชาติไทยขอมีสัญชาติไทยโดยการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ถ้าหากมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้
3.1. บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ
3.2. มีความประพฤติดี
3.3. มีอาชีพเป็นหลักฐาน
3.4. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
3.5. มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรีมหาดไทย เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรก็ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ปฎิญาณตนว่าจะมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย

การเสียสัญชาติไทย มีด้วยกัน 2 วิธี คือ
1. สละสัญชาติไทย คือ การที่ผู้มีสัญชาติไทยคนใดคนหนึ่งมีความประสงค์จะขอสละสัญชาติไทยในกรณีดังต่อไปนี้
1.1. หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าวและอาจถือสัญชาติของสามีได้จามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของสามี ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทยก็สามารถยื่นความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
1.2. ผู้เกิดมามีสองสัญชาติเมื่อมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์หากประสงค์จะสละสัญชาติไทยก็สามารถแสดงความจำนงสละสัญชาติไทยต่อรัฐมนตรีมหาดไทยได้ ในกรณีนี้รัฐมนตรีอาจสั่งระงับการสละสัญชาติไทยไว้ก่อนก็ได้หากว่าประเทศไทยอยู่ในระหว่างการรบหรืออยู่ในสถานะสงคราม
1.3. ผู้ที่ได้สัญชาติไทยโดยการแปลง หากประสงค์จะสละสัญชาติไทยก็สามารถยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีมหาดไทย การอนุญาตหรือไม่อนุญาตอยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี
2. ถูกถอนสัญชาติไทย คือ ผู้มีสัญชาติไทยถูกถอนสัญชาติไทยในกรณีดังต่อไปนี้
2.1. หญิงที่ได้สัญชาติไทยโดยการสมรสอาจถูกถอนสัญชาติไทยถ้าหากว่า
2.1.1. การสมรสนั้นเป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงความเท็จอันเป็นสาระสำคัญ
2.1.2. กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
2.1.3. กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศิลธรรมอันดีของประชาชน
2.2. ผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าวอาจถูกถอนสัญชาติไทยถ้าหากว่า
2.2.1. ไปอยู่ต่างประเทศที่บิดาเคยมีหรือเคยมีสัญชาติเป็นเวลาติดต่อกันเกิน 5 ปี นับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะ
2.2.2. มีหลักฐานแสดงว่าใช้สัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น หรือฝักใฝ่อยู่ในสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น
2.2.3. กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
2.2.4. กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศิลธรรมอันดีของประชาชน
2.3. ผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติถ้าหากว่า
2.3.1. การแปลงสัญชาตินั้นเป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความเป็นเท็จอันเป็นสาระสำคัญ
2.3.2. มีหลักฐานแสดงว่าผู้แปลงสัญชาตินั้นยังใช้สัญชาติเดิม
2.3.3. กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
2.3.4. กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน
2.3.5. ไปอยู่ต่างประเทศโดยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยเป็นเวลาเกิน 5 ปี
2.3.6. ยังคงมีสัญชาติของประเทศที่ทำสงครามกับประเทศไทย

การกลับคืนสัญชาติไทย มีด้วยกัน 2 กรณี คือ
1. หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สละสัญชาติไทยในกรณีสมรสกับคนต่างด้าว ถ้าขาดจากการสมรสแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ย่อมมีสิทธิขอกลับคืนสัญชาติไทยได้
2. ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้เสียสัญชาติไทยตามบิดาหรือมารดาในขณะที่ตนยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็สามารถยื่นคำขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะ การอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามกรณีนี้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรีมหาดไทย




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2550    
Last Update : 6 ธันวาคม 2550 15:39:39 น.
Counter : 1818 Pageviews.  


buagyees
Location :
เพชรบูรณ์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พระอาทิตย์กำลังขึ้นที่ดอยตงลู บ้านเข็กน้อย เพชรบูรณ์ สวยงามมากท่ามกลางธรรมชาติที่เย็นจับใจ
Friends' blogs
[Add buagyees's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.