ขอเกิดและตายบนแผ่นดินไทย
Group Blog
 
All blogs
 

หนาวนี้ ที่ Stockholm

Photobucket

มีนาคม (อีกแล้ว) ของปี 2008 เพื่อนสาวคนสวยของเราได้ตั๋วเครื่องบิน ที่ถูกที่สุดตั้งแต่เราเคยเห็นมาของ Ryan Air มาฝาก (นั่นก็คือ ณ เวลานั้น เพราะเราเจอตั๋วที่ถูกที่สุดมาแล้ว ฮี่ๆๆ) สายการบินไรอันแอร์ เริ่มให้บริการไฟลท์โลว์คอสมาตั้งแต่ช่วงปี 2001 แล้ว เมื่อเราไปเวนิส (ม่ายยยย เราไม่ได้บินไรอันแอร์ เราบินกะซาบีน่าแอร์ไลน์ ซึ่งทุกวันนี้เจ๊งไปแล้ว กั๊กๆๆๆ)

Photobucket

เช่นเดียวกับไฟลท์ถูกๆส่วนมาก รอบนี้เราและสาวๆ ก็ต้องไปขึ้นเครื่องบินที่ Eindhoven อีก แต่ขาลง เครื่องไม่ได้ไปลงที่หนี่งในสนามบินใหญ่ใน Stockholm แต่ไปจอดที่ Stockholm Skavsta ซึ่งอยู่ห่างจากสต็อกโฮล์มไปหนึ่งชั่วโมงครึ่งด้วยรถบัส ตั้งอยู่ที่เมืองชื่อ Nykoping เวบไซต์สำหรับการจองตั๋วรถบัส Flygbussarna ถ้ายังไม่ได้ซื้อตั๋วออนไลน์ ก็ไปซื้อได้ที่บูธที่ข้างประตูทางออก ตั๋วขาเดียวราคา 150 SEK ถ้าซื้อไปกลับเลยจะถูกกว่านิดหนึ่ง 249 SEK ออกมาหน้าประตูทางออก ก็จะเจอรถโค้ชคันเบ้อเริ่มจอดรออยู่เลย รถออกทุกนาทีที่ 0,20 และ 40 ถ้าเป็นช่วงเช้ากะดึกๆ ก็จะมีความถี่รถน้อยลงหน่อยจ๊ะ

ทริปนี้เราต้องรอเพื่อนสาวอีกคน ที่จะบินด้วยไรอันแอร์เหมือนกัน แต่มาจากไอร์แลนด์ ในเมื่อเพื่อนสุดเลิฟจะมาไฟลท์ช้ากว่า เราก็เลยต้องติดแหง็กทำการวิจัยสนามบิน ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสวีเดนไปจนเกือบจะห้าทุ่ม

มาถึงเรื่องแลกเงิน เพราะสวีเดนยังไม่ใช้เงินยูโร (ถ้าใช้คงแพงสยองน่าดู) เราต้องเอาเงินยูโรไปแลก ร้านแลกที่ไว้ใจได้ และมีอยู่ทั่วไปชื่อร้าน Forex ร้านแลกเงินที่นี่นอกจากแลกเงินตามอัตราแล้วก็มักจะมีค่าบริการอีกประมาณ 25 SEK ด้วย

ที่พักของเรา ตลอด 5 วันนี้เป็นโฮสเทลที่ตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้กับเมโทรและสถานีรถไฟหลัก ชื่อ City Lodge Hostel เราจองห้อง 18 คนไว้ คืนละ 21 ยูโร (แพงโคดๆเลย) ไม่มีอาหารเช้าด้วย โฮสเทลที่สวีเดนมักจะไม่รวมค่าปลอกหมอนและที่นอน ถ้าไม่เอาไปเองก็จะต้องเสียเพิ่มประมาณ 5 ยูโร แต่เราไม่มีปัญหา เอาไปเองได้

วันรุ่งขึ้น วันเที่ยวจริงๆ เราเริ่มต้นจากการเที่ยวในย่านเกาะใหญ่ ลงรถไฟใต้ดิน ที่เรียกว่า ทันเนิ่ลบาน่า Tunnelbana (ทำไมฟังดูคล้ายกล้วยล่ะ หรือเราคิดไปเอง) ที่นี่ใช้ตั๋วคล้ายกับในฮอลแลนด์ คือเป็นกระดาษทำเป็นแถบๆมี 16 แถบ ราคา 180 SEK เวลาใช้ขึ้นรถทีนึง ก็เว้นช่องหนึ่งแล้วตอกบนช่องถัดไป ตั๋วใบเดียวใช้ร่วมกันหลายคนได้ เวบไซต์ของการขนส่งสต็อกโฮล์มคือ www.sl.sr

ที่พักของเราใกล้กับจตุรัสใหญ่ เราก็เลยใช้วิธีการเดินไปยัง Kulturhuset คำว่า huset แปลว่า House นั่นเอง ภาษาคล้ายๆกับดัตช์ และเยอรมันแบบนี้ เราเดาได้ไม่ยาก ตรงจุดนี้เป็นลานใหญ่ มีบันไดลงไปในชั้นใต้ดิน และเป็นที่ลงเมโทร ป้าย T-Centralen ตรงใกล้ๆ Kulturhuset มีร้านกาแฟน่ารักๆให้นั่งมากมายเลย แผนที่เมืองนั้นมีให้ขอได้ฟรีจากรีเซฟชั่นของโรงแรมจ๊ะ ไม่งั้นก็เช็คที่ //www.minimap.se

Photobucket

เมืองเก่าของสต็อกโฮล์มตั้งอยู่บนเกาะรูปหัวใจ เรียกว่า Gamla Stan กัมล่า สตัน จากคัลเตือร์ฮูเส็ทเราเดินตรงไป บนถนนสายช้อปปิ้ง Dottninggaten ถนนสายนี้จะพาทะลุกลาง Riksdagshuset ขึ้นบนเกาะเล็กๆ ชื่อ Helgeandsholmen ก่อนจะลงสะพานอีกด้าน เข้าสู่กัมล่าสตัน

บนเนินสูงๆ มีกำแพงล้อมรอบ คือตึก Royal Palace หรือที่ภาษาสวีดิชเรียกว่า Kungiga Slottet ข้างๆเป็นโบสถ์ Storkyrkan คำว่า Kyrkan แปลว่าโบสถ์ จุดที่ตั้งของโบสถ์นั้นเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะ ถนนสายเล็กๆแคบๆ บนกัมล่าสตัน อัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารเล็กๆที่เราแวะไปใช้บริการมา และอยากบอกต่อ คือร้าน Movitz ถนน Tyska Brinken อาหารไม่แพง ร้านเล็กๆน่ารัก โคซี่มาก และเต็มไปด้วยคนท้องถิ่น เพราะเมนูไม่มีภาษาอังกฤษเลย ลองเดาดูว่าจะกินอะไรดี :)

Photobucket

เราอยากถ่ายรูปวิวสวยๆของท่าเรือ กับ Stadhuset ของสต็อกโฮล์ม ที่ที่จัดงานมอบรางวัลโนเบลแต่ละปี ก็จะต้องเดินเลี้ยวออกทางซ้ายมาหน่อยนึง บนถนนสาย Myntgatan ข้ามถนนสายใหญ่ไป ด้านล่างเป็นทางรถเมโทรที่จะไปจอดตรงท้ายเกาะ ป้ายชื่อเดียวกับเกาะ Gamla Stan

Photobucket

ตรงจุดที่ยื่นออกไปของกัมล่าสตัน เป็นที่ตั้งของ Riddarhuset ตรงหัวมุม และโบสถ์ Riddarkyrkan อีกฝั่งหนึ่งของถนน ตรงจุดนี้นับแยกเป็นอีกเกาะหนึ่ง ชื่อว่า Riddarholmen ทีนี้รู้แล้วสินะ คำว่า Holmen แปลว่าเกาะ (ได้เรียนภาษาสวีดิชไปอีกคำ :)

Photobucket

เลยไปไม่ไกลโบสถ์สตอเคียร์กั้น เป็นจตุรัสเล็กๆที่ตั้งของ Nobelmuseum และร้านช็อกกะแลตที่ใครๆก็บอกว่าอร่อยที่สุดในสต็อกโฮล์ม ชื่อร้าน Chokoladkoppen ถ้าหาไม่เจอก็ถามคนแถวนั้นว่าถนน Stortorget อยู่ตรงไหน เห็นตึกสีแดงๆนี้แล้วไม่น่าจะหลง ช็อกกะแลตร้อนแก้วละ 30 SEK แน่ะ กาแฟแก้วนึงยังไม่ถึง 20 SEK เลย

Photobucket

เกาะกัมล่าสตันเป็นเกาะไม่ใหญ่ เดินได้รอบใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง หลังจากเราเที่ยวทางซ้ายของตัวเกาะเสร็จ ก็เดินอ้อมถนนแคบๆ ผ่านตรอกเล็กตรอกน้อย ไปอีกฝั่งของเกาะ ที่เป็นที่จอดเรือใหญ่ทั้งหลาย ตรงหน้าท่านี้เรียกว่า Skeppsbrokajen

Photobucket

จากมุมนี้มองไปเห็นเกาะเล็กอีกสองเกาะคือ Skeppsholmen และ Kastellholmen ที่ต่อติดกันด้วยสะพาน บนเกาะสเก็บโฮล์มเมิ่น เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณท์ Arkitekturmuseet พิพิธภัณท์สถาปัตย์ เดี๋ยวเราจะพาไปดู

Photobucket

ขากลับออกจากเกาะ เราใช้สะพานฝั่งขวาของเกาะ Strombron บรอน คือ สะพาน แล้วเดินเลียบริมน้ำมาเรื่อยๆ ผ่าน Nationalmuseum ทางซ้ายมือ ขึ้นบนสะพาน Skeppsholmsbron ที่บนสะพานมีมงกุฏติดอยู่ด้วย พอขึ้นตัวเกาะ ก็เจอโบสถ์ชื่อเดียวกับสะพานตั้งเด่นเป็นสง่า Skeppsholmskyrkan นอกจากพิพิธภัณท์สถาป้ตย์แล้ว ก็ยังมี Moderna Dansteatern โรงละครโมเดิร์นแดนซ์ และ Modernamuseet ค่าเข้า 80 SEK ตั้งอยู่ในคอมเพล็กซ์นี้ด้วย ติดๆกันไปหมด ด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณท์อาร์คิเท็กนั้น มีผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดังคือ Jean Tingerly

Photobucket

จากฝั่งขวาของเกาะ เรามองไปยังเกาะใหญ่ ที่ตั้งของอีกหลายพิพิธภัณท์ (รู้สึกว่าสต็อกโฮล์มมีพิพิธภัณท์เยอะจริงๆ และเราไปเข้ามาเกือบหมดเลย ฮือๆๆ เกือบหมดตัว) ที่เห็นมีเสากระโดงเรือโผล่ขึ้นมาคือ Vasamuseet

Photobucket

และที่เลยไปหน่อยเป็น Aquaria vattenmuseum และสวนสนุก Gröna Lund Tivoli (คล้ายกับ Prater ที่เวียนนานั่นแหละ)

Photobucket

เราเดินชมจากฝั่งเกาะสเก็บโฮล์มเมิ่น แล้วก็ข้ามสะพานเล็กๆ Kastellsholmsbron ขึ้นไปบนเกาะเล็กๆ ที่มีป้อมปราสาทเล็กๆ อยู่บนยอด

Photobucketแสงไฟของตัวเมืองสต็อกโฮล์มเวลากลางคืนนั้นสวยมาก ไม่แพ้วิวที่เห็นในตอนกลางวัน เสียดายที่เราถ่ายมาให้ดูกันไมได้ เพราะว่ากล้องเราไม่ได้เอาขาตั้งไป จึงไม่สามารถ

Photobucket

วันรุ่งขึ้น เราก็ไปเที่ยวฝั่งเกาะใหญ่กัน เกาะสีเขียวนี้เป็นที่ตั้งของ Djurgården และพิพิธภัณท์เปิดที่เก่าแก่ของสวีเดน Skansen ค่าเข้าชม 70-130SEK (ราคาอัพเดทแล้วปี 2009) นอกจากมีบ้านเรือน ร้านค้า และตัวอย่างที่อยู่จากทุกมุมของสวีเดนแล้ว ข้างในก็ยังมีสวนสัตว์สแกนดิเนเวียนให้ดูด้วย รอบนี้เราไปไม่เจอคุณลุงแซนต้า เจอแต่เลื่อนจอดอยู่กะเจ้ากวางเรนเดียร์

Photobucket

ขอเตือนว่าไปสกันเซ่นที่เดียว ก็ทำให้เมโมรี่เต็มได้ โดยเฉพาะถ้าอากาศดี เพราะมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก ถ้าเดินจนทั่วอาจหมดไปได้ไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ขอบอก Photobucket

ออกมาด้านนอก เราเดินย้อนกลับไปทางต้นเกาะ ไปยังพิพิธภัณท์ Nodiskamuseet แล้วก็แวะไปต่ออีกที่ ที่ Vasamuseet ค่าเข้าชม 95 SEK สำหรับวันนี้วันเดียว (เข้าไปหลายที่ เสียเงินตรึมแต่คุ้ม) ภายในพิพิธภัณท์เรือวาซ่า นอกจากมีเรือเก่าแก่โบราณมาตั้งไว้ให้ดูกลางพิพิธภัณท์แล้ว ก็มีข้อมูลความรู้การเดินเรือ ให้เล่นกับคอมพิวเตอร์ สนุกสนานได้ประโยชน์มาก ตัวพิพิธภัณท์เองมีหลายชั้นและทำได้เหมือนอยู่บนเรือจริงมากๆ เดินไปสักพักเราเริ่มเมาเรือเลยเชียว

Photobucket

ต่อไปจะขอพาไปลงเมโทรบ้าง สถานีเมโทรสต็อกโฮล์มนั้นสวยแปลกดี คือแทนที่จะทำให้ออกมาดูโมเดิร์น กลับปล่อยฝาปนังและกำแพงไว้ให้ไม่เรียบ เหมือนเป็นถ้ำ แล้วทาสีเอาไม่ให้เหมือนกันสักสถานี สถานีสีฟ้านี้คือสถานีหลัก T-Centralen

Photobucket

แม้ว่ารถเมโทรในสต็อกโฮล์มจะมีหลายสาย แต่สถานที่ส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ง่ายกว่าด้วยรถบัส และการเดิน เดินนี่แหละเจ้า ช่วยให้ประหยัดเงิน และได้เห็นอะไรมากกว่าการมุดใต้ดินเป็นตัวตุ่นยิ่งนัก แหม พูดเป็นหนังจีน

Photobucket

เราข้ามกลับมาฝั่ง Kungsholmen มาชมวิวจากซิตี้ฮอลล์บ้าง มองกัมล่าสตันจากตรงนี้ แม้สต็อกโฮล์มจะไม่ใช่เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค แต่ตึกรามบ้านช่องแบบนี้ก็ดูอลังการไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจของสวีเดนดีกว่าหลายประเทศในยุโรปมากๆ การมาเยือนที่นี่สักห้าวัน ก็กลายเป็นการใช้เงินเยอะไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

Photobucket

พาไปดูโน่นนี่และให้ข้อมูลไปบ้างแล้ว สำหรับที่เที่ยวกลางคืนนั้น แน่นอนว่าต้องมีมาบอกกัน ที่เขาลือว่าสาวสแกนฮอต และหนุ่มหล่อมากนั้น ขอยืนยันว่าเป็นความจริง ฮี่ๆๆ ที่เที่ยวกลางคืนของคนที่นี่(และนักท่องเที่ยว แบบเราๆ)นั้น อยู่ในย่านที่เรียกว่า Sodermalm ทางใต้ของสต็อกโฮล์ม เลยเกาะกัมล่าสตันไปนั่นแล

ในตัวเมืองสต็อกโฮล์มยังมีอีกหลายโบสถ์และหลายพิพิธภัณท์ที่เราไม่ได้ถ่ายรูปมา แม้ว่าจะเดินผ่าน หรือเข้าไปข้างในแล้ว มันเลยทำให้นึกไม่ค่อยจะออก ขอแนะนำซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อน Hemkop City เป็นที่ที่เราไปใช้บริการอยู่ทุกวัน เพราะว่าเปิดถึงสามทุ่ม และวันอาทิตย์ก็เปิด ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ Kulturhuset นั่นเอง ข้างบนเป็นย่านช้อปปิ้ง แต่ใช่ว่าของที่นี่จะถูก ราคาก็เป็นราคาปกติของสวีเดนนั่นเอง อย่าไปคาดหวังอะไรกับมันมาก เอาไว้ให้เงินไทยแข็งๆบ้าง เราไปถล่มสแกนดิเนเวียนกันสักที ดีไม๊




 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 21 เมษายน 2552 4:40:36 น.
Counter : 1066 Pageviews.  

Budapest ในวันฟ้าใส

เรามีเวลาห้าวันในบูดาเปสต์ ปีนี้ 2007 เราวางแผนจะเที่ยวแถบยุโรปตะวันออกก่อน เริ่มจากบูดาเปสต์ 5 วันในเดือนมีนาคม และเชคอีก 10 วัน ถูกละ ดูไม่ผิดหรอก บูดาเปสต์อย่างเดียว 5 วัน เรามันพวกเที่ยวไปเรื่อย เหนื่อยก็หยุด ไม่ค่อยได้กินแรงเยอร์เลยไม่มีอารมณ์จะเที่ยวเมืองใหญ่ๆแบบบูดาเปสต์ให้หมดได้ภายในวันเดียว เมื่อเราจะไปในเดือนมีนาคม เราก็ต้องจองตั๋วตั้งแต่เดือนตุลาคม (ล่วงหน้าไปหกเดือน) เพื่อให้ได้ตั๋วถูก ขาละ 10 ยูโรเอง อิอิ

Photobucket

ขั้นแรกไปจองตั๋วเครื่องบิน สายการบินประจำที่ผูกขาดเส้นทางไปบูดาเปสต์ก็คือ Wizz Air เราก็ต้องนั่งรถไฟไกลหน่อย ไปขึ้นที่สนามบิน Eindhoven สนามบินเล็กๆในฮอลแลนด์ แต่ถ้าไม่นับเรื่องราคาค่ารถที่แพงแล้ว การไปถึงสนามบินก็แสนสะดวก จากสถานีรถไฟเอนโฮเฟิ่น ต่อรถบัส 401 แค่สุดสาย ประมาณ 15 นาที ก็ถึงแล้ว

Photobucket

สนามบิน Budapest Ferihegy ในปี 2007 ยังไม่มีรถไฟวิ่งให้บริการเข้าเมือง เราไปติดต่อรถมินิบัสเพื่อซื้อตั๋วไปกลับ ตั๋วขาละ 1900HUF ต่อคน รถมินิบัสจะไปส่งให้ถึงที่พักในเมือง สะดวกดีเหมือนกัน ใช้เวลารอประมาณสิบนาที

Photobucket

รถวิ่งไปตามถนนสายหลักเข้าเมือง โชคดีไม่มีใครนั่งไปกับเราด้วย (เขารังเกียจกันขนาดนี้เลยเหรอ) ที่พักเราอยู่ใกล้ๆกับ Hero Square รถไปถึงใช้เวลาอยู่บนถนนประมาณ 40 นาที ในช่วงที่ไปเจ้านัท Picike ก็เตือนแล้วว่าเขาอาจจะเดินขบวนกันได้ ผ่านไปเห็นเต็มๆเลย มาเป็นกองทัพ

Photobucket

ที่ใกล้ๆฮีโรสแควร์นั้น เป็นปาร์ค ทางซ้ายมือเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ หอที่เห็นนี้เป็นบ้านที่อยู่ของช้าง

Photobucket

ปาร์คเล็กๆนี้ มีร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ ในฤดูหนาวก็จะเปลี่ยนเป็นลานสเก็ต ส่วนฝั่งขวามือนั้นเป็นคอมเพล็กซ์ปราสาท

Photobucket

สถานที่แรกที่เราจะข้ามไปยังฝั่ง Buda ก็คือ Citadella ที่อยู่บนเขา Gallert Hill นั่งรถแทรมสาย 19 ข้ามสะพานไป แล้วลงที่หน้าโรงแรมแกลเลิร์ต ค่อยๆปีนเขาขึ้นไป (จริงๆเขาก็มีบันไดนั่นแล)

Photobucket

บนยอดเขามีอนุสาวรีย์ชูใบปาล์มอยู่ ตอนแรกเราก็ตอบไม่ได้ว่าทำไม เพิ่งได้อ่านหนังสือบูดาเปสต์แบบฉบับเต็มๆไปเมื่อต้นปีนี้เอง อิอิ เราไม่เอามาบอกหรอก ใครอยากอ่านไปหาซื้อกันเอาเอง บอกหมดเจ้านัทเตะเราแน่นอน อีกฝั่งมองไปเห็นพระราชวังบนเขา ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำดานู้บก็คือรัฐสภาแสนสวย

Photobucket

ถ้ามีเวลาลองมองอะไรข้างทางบ้าง ระหว่างทางเดินลงเขา เราพบคุณป้านั่งปักผ้าอยู่ งานผ้าปักแม้จะเป็นงานฝึมือที่ใช้เวลานาน แต่ราคาที่ขายได้ ไม่ได้แพงนักหนาอะไร อย่างน้อยมันก็เป็นงานที่นักท่องเที่ยวหาซื้อได้ในฮังการีล่ะ ช่วยคนท้องถิ่นให้มีรายได้กันเถอะ :)

Photobucket

แผนที่สำหรับเมโทรในเมืองบูดาเปสต์ เมโทรสายแรกในยุโรปคอนติเนนทัลก็คือสายสีเหลือง ที่เป็นสายสั้นๆ และตรง เริ่มต้นจาก Vorosmarty Ter ไปสิ้นสุดเลยสระน้ำแร่ Szechenyi ไปป้ายหนึ่ง ซึ่งเราจำชื่อไม่ได้เพราะไม่เคยลงปลายทางสักทีนี่นะ

Photobucket

ถ้าจะมาเที่ยวบูดาเปสต์ อย่าขี้เหนียว ให้ซื้อตั๋ววันใช้ไปเลย แล้วจะขึ้นรถแทรม ลงรถบัส หรือเมโทรกี่สิบหนก็สบายใจ ตั๋ววันไม่ได้แพงเป็นพิเศษ เฉลี่ยแล้วเท่ากับใช้ตั๋วปกติขึ้นรถ 5 เที่ยวเท่านั้นเอง ใช้เกินห้าเที่ยวก็คุ้มแล้ว บนรถแทรม และรถบัสไม่เจอคอนดัคเตอร์ แต่ที่สถานีเมโทร ฮีพาพรรคพวกมายืนคุมทั้งขาลง และขาขึ้นเลยทีเดียว อย่าเสี่ยง

Photobucket

ของฝากสวยๆ หาดูได้ตามหน้าร้านค้าที่ถนนสายช้อปปิ้ง Vaci Utca ของหลากหลายละลานตาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ายี่ห้อ หรือของที่ระลึก ของฝาก

Photobucket

เอาป้ายชื่อถนนมา เผื่อใครมีปัญหาเดียวกะเรา คือหลงทาง เพิ่งจะรู้ว่าไอ้ลูกศรกะหมายเลขนี่ เขาบอกหมายเลขตึกให้แล้ว อย่างกระนั้นก็ตาม เราก็ยังหลงอยู่ดี เพราะที่พักบางทีมันไปซ่อนอยู่ในคอร์ทยาร์ดของตึก กว่าจะหายโง่ รู้วิธีการหาบ้านเลขที่ เพราะฉะนั้น ใครระวังอย่าให้โดนอย่างเราเชียวแหละ

และที่พลาดไม่ได้ ฝาปิดท่อบูดาเปสต์ (แต่เอ เราดูตรงไหนก็ไม่เจอคำว่าบูดาเปสต์เลยล่ะ)

Photobucket

เดินมาจนสุดถนน Vaci Utca ก็เจอกับตลาดนัดในร่ม ที่ฝากท้องของเรา Market Hall ข้างในนอกจากขายอาหาร (แบบร้านข้าวแกงเมืองไทย) และของที่ระลึกของฝากชั้นบน ชั้นล่างก็ขายพวกผักผลไม้ เนื้อ และเครื่องเทศ

Photobucket

เดินจากนี้ไปอีกนิดหน่อยจนสุดถนน ก็จะเจอรถแทรมสาย 2 หรือ 2A วิ่งเลียบริมแม่น้ำดานู้บไป (ตลอดทั้งวันทั้งคืน) เป็นรถแทรมสายชมวิวที่ไม่ควรพลาด (แม้ว่าจะต้องขึ้นๆลงๆ ไปตลอดสาย)

Photobucket

พอรถแทรมสาย 2 ไปจนสุดสายที่เลยรัฐสภาไปหน่อยนึง เราก็เริ่มเดินข้ามสะพาน Margarid Hid ไปยังฝั่ง Castle Hill แต่ยังไม่ขึ้นไปบนเขา ก็เลยใช้บริการรถแทรม 19 นั่งชมวิวริมน้ำฝั่งนี้สลับกันไปบ้าง

Photobucket

ตึกรัฐสภาแสนสวย

Photobucket

ส่วนนี่ก้อ Chain Bridge ที่มีชื่อเสียง คนอื่นเขาคงถ่ายกันได้สวยกว่านี้ แต่เราฝีมือไม่เอาไหนเอง ทั้งสองด้านมีสิงโตนอนหมอบอยู่ สะพานนี้สร้างโดยสถาปนิกคนเดียวกับที่ขุดอุโมงค์ใต้เขา Castle Hill เป็นคนอังกฤษชื่อ Adam Clark

Photobucket

ยังมีต่อเดี๋ยวพาไปดูต่ออีกนะจ๊ะ ไปนอนก่อน




 

Create Date : 20 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 5:43:24 น.
Counter : 1274 Pageviews.  

เหมือนฝันไป ใน Bled

เย้ ในที่สุดเราก็ได้ไป Bled เบล็ดเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆที่มีปราสาทเก่าอยู่บนเขาและมีทะเลสาบน้ำใสสีฟ้า ที่มีโบสถ์อยู่บนเกาะกลางน้ำ รู้สึกว่าเราเห็นรูปจากใครสักคนที่ไปทัวร์สโลเวเนีย แล้วเราก็นั่งตั้งหน้าตั้งตารอ ว่าเมื่อไหร่หนอ รถไฟ Oebb ของออสเตรียจะมีโปรโมชั่นอีก เพราะว่าค่ารถไฟไปกลับน่ะ มันไม่ถูกเลย สำหรับคนบ่อจี๊มะมีเงินถุงเงินถังอย่างเรา

Photobucket

โปรโมชั่นรถไฟที่ว่านี้เรียกว่า Sparschiene สปาชีน เป็นรถไฟเฉพาะคัน เฉพาะเวลา และมีเฉพาะวันเท่านั้น โดยตั๋วรถพวกนี้จะมีราคาถูกเป็นพิเศษตั้งแต่ 19, 29 หรือ 39 ยูโรสำหรับขาเดียว เราเองได้ราคารถไฟ Wien-Ljubjlana มาในราคา 29 ยูโร เราก็พอใจแล้ว เพราะมันถูกกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วจริงๆ แต่เราต้องไปในเที่ยวที่เขาระบุไว้เท่านั้น แล้วเช้านั้นเราก็เลยพยายามฝืนให้ลืมตาตั้งแต่เช้าเพื่อไปขึ้นรถที่สถานี Sudbahnhof

Photobucket

รถไฟไปจอดที่สถานี Ljubljana ลู้บบลิยาน่า แล้วเราก็แบกกระเป๋าน้อยของเราไปต่อยัง Hostel Tabor ที่ตั้งอยู่ไม่ถึงห้านาทีเดินเท้าจากสถานีรถไฟ ที่นี่เดิมเป็นหอพักนักเรียน เพราะว่าไม่มีครัวให้ใช้ (แม้ว่าจะมีห้องอาหารเช้า) แต่สะดวกดีสำหรับคนที่ขับรถมาเที่ยวเพราะมีที่จอดรถใหญ่มาก

Photobucket

วันรุ่งขึ้นเราเตรียมตัวไปเที่ยว ก็ต้องไปขอตารางเดินรถบัสจากรีเซฟชั่น เอามาเช็คเวลาทัวร์ ซึ่งสุดท้ายเราซื้อทัวร์ไป เพราะประหยัดเวลากว่า และมีไกด์ด้วย แถมได้ไปหลายที่กว่า ไม่ต้องวุ่นวายใจกับการหลงทาง แต่ถ้าใครจะไปเองนั้น รถบัสที่จะไป Bled มีออกจากสถานีรถบัส(หน้าสถานีรถไฟ) ทุกชั่วโมง เวลาที่เป๊ะๆ นั้นขอได้จากรีเซฟชั่นที่โรงแรมที่คุณพักนั่นแหละค่ะ คนท้องถิ่นเขารู้กันทุกคน ไปถึงรถบัสแล้วซื้อตั๋วจากคนขับได้เลย

ไปถึงเบล็ด มองเห็นปราสาทบนเขา มาแต่ไกล เดี๋ยวเราจะขึ้นไปบนนั้น

Photobucket

ค่าเข้าชมปราสาท 7 ยูโร ลืมบอกไปว่าที่สโลเวเนีย ก็ใช้เงินยูโรเหมือนกัน เริ่มใช้มาพักใหญ่แล้วด้วยค่ะ ราคาสินค้าและบริการต่างๆ จึงแพงพอๆกันกับฝั่งตะวันตกเลย

Photobucket

เข้าไปชมภายในปราสาท ซึ่งไม่ค่อยมีอะไรเหลือให้ดูมากเพราะกว่าจะผ่านสงครามหลายต่อหลายครั้งมา ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงจะถูกปล้น ขโมยไปขายในประเทศอื่นเสียหมด ที่ริมเทอเรสมีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆเยอะเลย ถ้าเบื่อแล้ว ก็นั่งกินขนมเค้ก และกาแฟรอทัวร์ต่อ

วิวเกาะกลางทะเลสาบ หลังจากรอจนคนอื่นเขาถ่ายกันเสร็จหมดแล้ว โอ้โฮคนเยอะมากจริงๆ รอตั้งนาน

Photobucket

ลงจากหน้าผาแล้ว เราก็ไปรอเรือ ในทะเลสาบนี้เรือที่จะข้ามไปเกาะได้มีแต่เรือคายัค แคนู ไม่ก็เรือพายสำหรับนักท่องเที่ยวนี่เท่านั้น ถ้าไปเอง ค่าเรือต่อคน คนละ 12 ยูโรค่ะ พายเรื่อยเปื่อยไม่ถึงยี่สิบห้านาทีก็ถึงเกาะกลางทะเลสาบแล้ว

Photobucket

ออกจากทะเลสาบแล้ว ขบวนทริปเราก็ไปเดินป่ากันต่อ ที่ Vintgar Gorge ช่องเขาที่มีทางเดินไม้เรียบลัดเลาะริมผาไป ถ้าใครดูหนังเรื่อง Narnia ภาค 2 เจ้าชายแคสเปียนล่ะ มันเป็นแบบนั้นเลย น้ำสีเขียวใสปิ๊งๆ อดใจไม่ได้ รีบถ่ายตั้งแต่หน้าทางเข้าเลย

Photobucket

คนที่มาเที่ยวเอง ขับรถมาจะสะดวกที่สุด เพราะว่ารถบัสเข้ามาไม่ถึง มีให้ใช้บริการแค่วันละเที่ยว ถ้าไม่ขึ้นรถบัสนักท่องเที่ยว ตามตารางในรูปนี้ ก็ต้องใช้บริการรถโลคอล แล้วต้องเดินเท้าอีกประมาณสามกิโลเมตร

ละ 4 ยูโรค่ะ สองข้างทางมีที่พักพวกโรงแรมและโฮสเทลให้บริการ แต่ตอนเราหาข้อมูลในเน็ทไม่เจอให้จองออนไลน์เลย ก่อนเดินทางเช็คอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก็ดีนะ เพราะเราไปมาเกือบปีนึงแล้ว ตั้งแต่หน้าร้อนปี 2008 แน่ะ

Photobucket

เนี่ยแหละ น้ำสีเขียว และทางเดินระหว่างช่องเขา ใครที่ปีนป่ายไม่ไหว ก็พอจะเดินเข้าได้ ที่สุดทางจะมีน้ำตกสูง และมีร้านอาหารบนเขาด้วย ก็ช่วยๆกันรักษาความสะอาดละกันน้อ น้ำจะได้ใสสะอาดตลอดไป

Photobucket

หลังจากเหนื่อยกับการเดินป่า และเที่ยวทะเลสาบแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังอีกทะเลสาบหนึ่ง ทะเลสาบ Bohinj อยู่ในเขต Trivlag National Park เช่นเดียวกับทะเลสาบ Bled ที่นี่น้ำใสพอๆกัน มีคนมาเล่นน้ำ เยอะกว่าที่เบล็ด โดยเฉพาะเด็กๆกระโดดน้ำจากสะพานกันตูมๆ เราก็อยากเอาบ้าง แต่อายคน ฮี่ๆๆ

Photobucket

ทะเลสาบ Bohinj นี่ มีโบสถ์เก่าแก่อยู่ข้างสะพานหิน ที่สร้างตั้งแต่สมัยยุคกลาง เป็นเพราะขนาดทะเลสาบใหญ่กว่า จึงมีเรือล่องพาชมทะเลสาบให้บริการด้วย หรือถ้ามีเวลาน้อย ก็ไปเช่าเรือคายัคมาพายเล่นเย็นๆใจได้

Photobucket

หลังจากโดนพาไปตากแดดจนเกรียมไปครึ่งตัวแล้ว ทัวร์เราก็หันหัวเข้ากลับเมือง ก่อนไปแวะชมโบสถ์สวยๆที่ข้างทาง แล้วไกด์ก็จะพาไปเที่ยวเมืองเก่าอีกเมือง ชื่อ Škofja Loka

เมืองเก่าตั้งแต่ยุคกลางเมืองนี้ เสียที่เดินทางไปไม่ง่ายนัก เลยไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จัก หากไม่ได้ไปกับทัวร์ก็แทบจะไม่รู้เลยว่าไม่ไกลจากลู้บลิยาน่ามีเมืองเก่าๆเล็กๆ น่ารักซ่อนอยู่

Photobucket

อีกสักรูป บ้านเรือนในเมืองเก่า

Photobucket

เย็นนี้กลับไปถึงที่พักก็เย็นแล้ว วันรุ่งขึ้นเรามีเวลาอีกวันในการเดินสำรวจเมืองหลวงของสโลเวเนีย ตื่นเช้ามา รีบออกจากโฮสเทล ไปถ่ายรูปกับสะพานมังกรก่อนเลย จากที่พักเรา เดินไปประมาณเจ็ดนาทีถึง

Photobucket

วันแรกตอนบ่ายแก่ๆ เราไปปีนเขาชมพระราชวังมาเรียบร้อยแล้ว วันนี้เลยไปดูราคาของเคเบิลคาร์ขึ้นเขามาฝากคนอื่น ถ้าเดินลงมา ก็จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ถ้าขี้เกียจขาขึ้นก็มาขึ้นตรงจตุรัสเล็กๆข้างโบสถ์ที่เห็นในรูปนี้ก็ได้ ค่าบริการ 1.5 ยูโรต่อคน

ข้างๆนี้จะมีตลาดนัดด้วย เสียดายเราไปไม่ทันเมื่อวันแรก ตลาดวายซะก่อน พอเริ่มบ่ายก็วายแล้ว แต่ตลาดนัดของที่ระลึกที่ระเบียงริมแม่น้ำ ลู้บลิยานิตซ่า Ljubljanica นั้น เปิดตลอดจนถึงค่ำๆเลย

Photobucket

สะพานคู่สามสาย ตัวเมืองลู้บลิยาน่านั้นไม่ใหญ่เลย ใช้การเดินเท้าจะสะดวกรวดเร็วกว่าพยายามหารถโดยสารสาธารณะ ประเมินเวลาเดินเที่ยวทั่วเมือง และขึ้นเขาด้วย ไม่เกินสองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น สถาป้ตยกรรมส่วนใหญ่ของลู้บลิยาน่า ออกแบบโดยสถาปนิกมือหนึ่งชาวสโลเวเนียเอง Jože Plečnik
โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเวียนนาเป็นส่วนใหญ่

Photobucket

หาข้อมูลทางประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมเองจาก www.visitljubljana.si/en ค่ะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมบอกมา ถ้าเราหาได้ เราจะจัดมาให้นะคะ ไปเที่ยวเมื่อไหร่ ชวนกันด้วยค่ะ อย่าลืม




 

Create Date : 20 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 3:56:30 น.
Counter : 1103 Pageviews.  

Bratislava เมืองน้องของเวียนนา

แม้ว่าบราติสลาว่า //www.bratislava.sk จะเป็นเมืองหลวง (ย้ำ) ของประเทศใหม่ในอียู Slovakia อดีตที่ยิ่งใหญ่จากเชคโกสโลวาเกีย แต่บราติสลาว่ากลับเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวน้อยมาก ไม่ว่าจะไปแบบเช้าเย็นกลับ หรือไปค้างคืน

Photobucket

เราเองชอบบราติสลาว่าตรงที่สนามบินอยู่ใกล้ตัวเมือง นั่งรถบัสสาย 61 ไปจากในเมืองใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ค่ารถ 70 ยูโรเซนต์เท่านั้นเอง นอกจากสนามบินใกล้แล้ว ก็ยังมีตู้กดกาแฟแสนจะถูกแค่ 30 เซนต์และ wifi ฟรีให้ใช้ที่สนามบินระหว่างรอเครื่องบินออกอีกด้วย ระหว่างรอเรานั่งกินไอติมเล่นเน็ทฟรีที่ร้านอาหารบนสนามบิน ทั้งเด็กเสิร์ฟแต่งตัวเป็นกัปตันและแอร์โฮสเตส ทำเอาสับสนว่ากัปตันจริง หรือเด็กเสิร์ฟ ฮ่า

Photobucket

สนามบินบราติสลาว่าห่างจากตัวเมืองไปประมาณไม่ถึงสิบกิโล รถบัสสาย 61 และ 63 จะวิ่งในเส้นทางนี้โดยสาย 63 จะไปจอดหน้าห้างสรรพสินค้าใหญ๋ คนที่ขึ้นมาบนรถนอกจากนักท่องเที่ยวที่จะไปสนามบิน สังเกตได้จากกระเป๋าสัมภาระแล้ว ก็ยังพวกที่ไปหอบสินค้ามากมายมาจาก Ikea ที่อยู่ระหว่างทางด้วย สรุปว่ารถสายนี้คนและของแน่นไปหมด

Photobucket

เข้าเมืองมาแล้ว ถ้าจะค้างคืนในบราติสลาว่า ก็มีโฮสเทลไม่แพงให้เลือกหลายที่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะที่เดินจากสถานีรถไฟได้ หรือไม่งั้นก็ใช้บริการรถแทรม ตั๋ว 15 นาทีนั้นถูกมาก ราคาแค่ 50 เซนต์เท่านั้นเอง โฮสเทลที่เราพัก ชื่อ Patio Hostel ต้องเดินมุดเข้าไปในคอร์ทยาดอีกแล้ว ไม่ได้อยู่ติดริมถนนเหมือน Hostel Blues ซึ่งทั้งสองที่ก็ราคาพอๆกันสมกับคุณภาพดี ที่ข้างๆโฮสเทลทั้งสองนี้ คือ Tesco ที่เปิดเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ไปซื้ออาหารเช้า โดยเฉพาะพวกขนมปังอร่อยๆ หรือจะไปกว้านเบียร์หลากชนิดมาชิมก็สะดวกดีแท้ เบียร์ขวดละ 50 เซ็นต์เท่านั้นเอง

Photobucket

ที่สโลวาเกียมีเครื่องดึ่มชนิดหนึ่ง คล้ายกับซาซี่ (ใครเคยกินซาซี่คงรู้นะว่าเราเกิดรุ่นไหน) เรียกว่า Kofola เจ้าโคโฟล่านี้รสชาติคล้ายๆกับเปบซี่ทวิสต์มากกว่า คือมันเหมือนกับใส่มะนาวมาแล้วอย่างเยอะ รสชาติก็หวานปะแล่มๆ บอกไม่ถูก ถ้ามาถึงบราติสลาว่ากันแล้ว ก็ลองหาดึ่มดู จะได้ไม่เสียเที่ยวมาแล้วก็กินของแปลกๆซะ

Photobucket

สำหรับการเที่ยวในเมืองเก่า ต่อให้เดินทุกถนนก็ยังไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเต็ม เพราะมันเล็กมากจริงๆ อย่าได้เอาไปเทียบกับปราก เมืองหลวงของเชคเลย เพราะมันคนละเรื่องกัน จตุรัสในบราติสลาว่า ที่ใหญ่ๆเป็นหลักได้ก็คือจตุรัสที่มีรถแทรมหลายสายมาตัดผ่านกันที่ใกล้ๆที่พักของเราเอง Namesti แปลว่าจตุรัส ตามป้ายรถบัสและแทรมจะมีตู้สีส้มๆนี่ตั้งอยู่ มันคือตู้ขายตั๋วค่ะ เวลาออกไปนอกเมือง จะไม่มีถ้ารู้ว่าจะไปแถวบ้านนอก ให้ซื้อตั๋วเปล่าใส่กระเป๋าเก็บไว้ กันโดนปรับ 50 ยูโรนะ

ครั้งแรกที่เรามาบราติสลาว่า (จากเวียนนา) ตอนนั้นไปเที่ยวปราสาทเก่าที่ Devin มาแล้ว เดี๋ยวไปหารูปก่อนแล้วจะเอามารีวิวให้ดูกัน

Photobucket

รอบนี้เราดูในข่าว เห็นลูกเสือโคร่งขาวของสวนสัตว์บราติสลาว่ากำลังโตได้หกเดือนพอดี (อืม สำหรับลูกแมวหกเดือนคงตัวเบ้อเริ่ม แต่ลูกเสือนี่มันก็ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของแม่มานพอดี) ว่าแล้วต้องไปดู //www.bratislavazoo.sk สวนสัตว์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่ วิธีไปให้สะดวกก็คือไปขึ้นรถสาย 32 จากสถานีรถไฟ ใช้ตั๋วรถ 60 นาที ค่าเข้าชมสวนสัตว์ถูกมาก ไม่ถึง 4 ยูโร ในช่วงเดือนที่เราไป (มีนาคม) หลังจากนั้นจะแพงขึ้นมาเป็นสี่ยูโรสามสิบ ซึ่งเมื่อเทียบกะสวนสัตว์ที่ข้างบ้านเราแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว ข้างในนอกจากมีสัตว์ (ไม่เยอะนัก) แล้วก็ยังมีสวนไดโนปาร์ค ที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเดินเที่ยวกัน สวนนี้อยู่ด้านในของสวนสัตว์ บนเนินเขา ก็ต้องเดินกันหน่อยนึงล่ะ ราคาค่าเข้าชมรวมไปแล้วในค่าเข้าสวนสัตว์ที่ว่า

Photobucket

กลับมาจากสวนสัตว์กลับเข้าเมือง จะผ่านที่พักของประธานาธิบดีสโลเกีย ตั้งอยู่กลางเมืองเลยทีเดียว ที่สวนด้านหน้ามีธงสโลวาเกียปลิวไสว เราเองสงสัยว่าประเทศเล็กๆนี้อยู่ได้ยังไง แถมเริ่มใช้เงินยูโรแล้วด้วยตั้งแต่ปีใหม่ปี 2009 ที่ผ่านมานี้ ก็พบว่าคนท้องถิ่นส่วนมาก ก็ไม่ได้มีรายได้สูงนักหรอก ค่าครองชีพที่นี่จึงต่ำ ทำให้บรรดาคนออสเตรียข้ามถิ่นมาซื้อบ้าน และรถยนต์ด้วย (เพราะสโลวาเกียมีอุตสาหกรรมต่อรถ)

แม้ว่าจะใช้เงินยูโรด้วยกันเหมือนเมืองพี่ เวียนนา แต่ถ้าดูค่ารถไฟไปกลับเวียนนาแล้ว จะเห็นว่า ขามาจากเวียนนา Sudbahnhof นั้น ค่าตั๋ว 13.40 ยูโร แต่พอขากลับ ซื้อตั๋วจากบราติสลาว่ากลับไป ค่าตั๋วเหลือแค่ 9.20 ยูโรเท่านั้นเอง รถไฟก็คันเดียวกัน ระยะทางก็เท่ากันแท้ๆ แปลกแต่จริง เพราะงั้นถ้าใครมาเที่ยว ขอแนะนำให้นั่งรถไฟจากบราติสลาว่ากลับ แต่ขามาจากเวียนนา ให้ล่องเรือชมวิวมา จะผ่านซากปราสาทเก่าที่เดวินด้วย ล่องเรือใช้บริการของ Twin city Liner ได้ รอบค่ำ และรอบเช้าสุดจะมีราคาพิเศษด้วย ส่วนรถบัสเช็คได้จาก //www.gratislava.at บริษัท Eurolines Slovakia ก็มีบริการเดินรถด้วย ราคาประหยัดกว่ารถไฟนิดหน่อย

เวบการรถไฟของสโลวาเกีย //www.zsr.sk ถ้าจะไปกลับเวียนนา ให้เช็คจากเวบของออสเตรียดีกว่า //www.oebb.at

เดี๋ยวเราจะพาไปปีนเขาชมวิวจากปราสาทบราติสลาว่ากัน ช่วงปีสองปีนี้ปราสาทกำลังปิดซ่อมแซม แม้จะเข้าไปเดินชมข้างในไม่ได้ จุดนี้ก็เป็นจุดชมวิวที่สวยมากอีกแห่งหนึ่งในตัวเมือง

Photobucket

ลงมาจากบนเขาแล้วก็กลับเข้ามาในตัวเมือง โบสถ์หนึ่งของบราติสลาว่า มีมงกุฏทองคำแท้ หนักเกือบสามร้อยกิโลกรัม ติดอยู่บนยอดหลังคาด้วย เดิมนั้นเมื่อออสเตรียนและฮังการีเป็นอาณาจักรเดียวกัน บรรดากษัตริย์ของฮังการีจะเดินทางมาทำพิธีครอบมงกุฏกันที่โบสถ์แห่งนี้ แล้วก็จะมีขบวนแห่แหนไปรอบเมือง ถ้ามองบนทางเดินเท้า ก็จะเจอสัญลักษณ์รูปมงกุฏบรอนซ์เล็กๆอยู่บนถนน แต่เรามองหาไอ้นี่ ฝาปิดท่อของสะสม

Photobucket

เดี๋ยวพาไปเดวินตามสัญญา Devin เป็นหมู่บ้านเล็กๆถ้ามาทางเรือจากเวียนนาจะผ่านที่นี่ก่อน จากบราติสลาว่า มีรถบัสสาย 28 กับ 29 วิ่งไปทางตะวันตก และผ่านหน้าทางเข้าปราสาทเก่า อย่างที่เห็นในรูป คอนเนคชั่นจากในเมืองเลือกจากรถบัสสาย 70 หรือรถแทรมสาย 1 จะเข้าไปเดินชมได้ ต้องผ่านที่ขายตั๋วก่อน ค่าตั๋ว 130sk ปัจจุบันเทียบราคาให้เป็นยูโรกันเองที่นี่นะ //www.xe.com

Photobucket




 

Create Date : 19 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 0:09:26 น.
Counter : 998 Pageviews.  

Vienna คราละเจ็ดวัน

Photobucket

ขึ้นหัวเรื่องไว้เหมือนกะไปเวียนนาซะครั้งละอาทิตย์ จริงๆก็เป็นอย่างนั้นนี่แหละ เพราะว่าชีพจรลงเท้าอย่างเรา เวลาจะไปเที่ยวไหน มักจะไปตั้งต้นที่เวียนนาก่อนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อสายการบินขาประจำของเรา Skyeurope ใช้เวียนนาเป็นฮับ เราจึงท่องไปซะทั่ว แถมใช้บริการโฮสเทลมาเสียเกือบจะครบทุกแห่งในเวียนนา เพราะฉะนั้นวันนี้จะพาไปทัวร์เวียนนา แบบผู้คุ้นเคย สไตล์คนไม่ค่อยมีเงิน มาดูกันว่าเที่ยวเวียนนายังไงถึงจะประหยัด และคุ้มค่าที่ซู้ด ปกติตั๋วที่เราเรียกว่าถูกนั้นคือ ขาละไม่เกิน 6 ยูโรรวมภาษีและค่าเครดิตการ์ด fee แล้วค่ะ ถ้าเกินกว่านั้น เราจะเรียกว่าแพงทันที (โอ้ววว)

Photobucket

นี่เลยประหยัดค่าตั๋วเครื่องบิน มากินกาแฟบนเครื่องแทน แก้วละ 2.5 ยูโรเอง แต่มันอร่อยได้อารมณ์มากเลยนะ

ใครที่เรียนวิชาโลกของเราตอนม.3 คงจำกันได้ว่าเวียนนาเป็นเมืองหลวงของประเทศเล็กๆที่ชื่อออสเตรีย ออสเตรียนั้นแม้จะเล็กแต่อดีตเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรฮับสเบิร์กที่ยิ่งใหญ่ สถาปัตยกรรมในเวียนนาจึงต้องอลังการกันหน่อย โดยเฉพาะเมื่อเวียนนาเป็นที่ตั้งของปราสาทและราชวังมากมาย ใครที่มีเวลาเพียงแค่วันเดียว อาจจะเที่ยวเวียนนาให้ทั่วได้ยากสักนิด เราขอแนะนำสถานที่ด้วยการใส่ดาวค่ะ อันไหนมีดาวเยอะหน่อย ก็พลาดไม่ได้นะ

Photobucket

อันดับแรกที่ทุกคนอยากรู้ *** สนามบินแห่งชาติเวียนนา Schwechat อ่านว่าชเวชัท และตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านชื่อเดียวกัน นอกเวียนนาไปประมาณ 20 นาที ถ้าคุณบินมาลงที่เวียนนา ให้เดินลงบันไดไปทางลงรถไฟที่ใต้ดิน ไม่จำเป็นต้องใช้รถไฟ CAT ยกเว้นคุณรีบจะเข้าเมืองให้ถึงสถานีรถไฟกลางภายใน 15 นาที (เพราะมันแพงกว่ารถไฟ S-bahn เยอะทีเดียว) ทุกครั้งที่เรามา เราใช้บริการ S-bahn ไม่สาย 7 ก็สาย 9 ทั้งสองสายนี่จะเข้าเมือง และจอดที่สถานีหลัก Landstrasse (Wien Mitte) ที่มีรถเมโทรสายเขียว U4 วิ่งด้วย

*** ราคาค่าตั๋วปกติเข้าเมือง 3.40 ยูโร (คือสองโซน) แต่ถ้าคุณกะว่าจะใช้เวลาเที่ยว และขึ้นรถโดยสารเยอะแน่ๆ ก็ให้เลือกซื้อตั๋วออกมาเป็นตั๋วโซนเดียว 1.7 ยูโร แล้วซื้ออีกใบเป็นตั๋ววัน 24 ชั่วโมง 5.7 ยูโร 48 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมงตามใจชอบ เครื่องขายตั๋วเป็นตู้ทัชสกรีนสีแดงๆ เลือกภาษาอังกฤษได้ค่ะ เวลาเปิดจอตั๋วยี่สิบสี่ชั่วโมง จะมองไม่เห็นในหน้าแรก ให้เลื่อนลูกศรลงไปหน้าที่ 2 นะคะ ***

ปัจจุบันสถานีกลาง กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง หากใครจำเป็นจะต้องซื้อตั๋วรถไฟ หรือใช้บริการเจ้าหน้าที่ เขามีบูธเล็กๆตั้งอยู่ในอาคารชั่วคราวตรงกลางถนนคนเดินค่ะ มองตามสัญลักษณ์ OBB สีแดงบนตัวอาคารชั้นเดียวขาวๆ รับรองไม่พลาด

มาดูที่พักกัน สำหรับคนที่วางแผนไว้จะไปเที่ยว Schonbrunn เราขอแนะนำที่พัก Youth Hostel Hutteldorf ค่ะ สำหรับที่พักนี้เราให้ *** เพราะตั้งอยู่สุดสายเมโทร U4 ลงที่ป้าย Hutteldorf แล้วข้ามสะพานลอยมายังฝั่งภูเขา แล้วต้องเดินขึ้นเนินอีกประมาณ 500 เมตร ที่ใกล้ๆมีซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านเบเกอรี่ และร้านอาหารด้วย ถ้าเกิดว่าคุณโชคดีอาจเจอรถบัส (ที่วิ่งเป็นวง) ก็ขึ้นไปได้เลย ช่วยประหยัดเวลาเดินได้ด้วย (สำหรับคนที่ใช้ตั๋ววันอยู่แล้ว) ค่าที่พักรวมอาหารเช้า (แบบไม่อิ่ม) 10 ยูโรค่ะ ข้อด้อยคือเงียบเกินไป มีนักเรียนเล็กๆเยอะ และในห้องมีที่ชาร์จแบตเตอรี่น้อยมาก และ wi-fi มีเฉพาะที่ล็อบบี้เท่านั้น ในส่วนของความสะอาดและความปลอดภัยโอเคมากค่ะ

Photobucket

หากคุณพักที่นี่สถานที่เที่ยววันแรกก็คงไม่แคล้ว Schonbrunn Palace ***** ค่ะ ใช้รถเมโทร U4 ไปลงที่สถานีชื่อเดียวกัน แล้วเดินต่อไปยังทางเข้าหลัก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (จนถึงตัวตึก) ภายในมีทัวร์ให้เลือกตามความชอบ คุ้มค่าค่ะ ภายในสวยมาก (แต่ห้ามถ่ายรูป)

Photobucket

สำหรับหน้าร้อนสวนดอกไม้จะเหมาะแก่การออกไปเดินเล่น บนเนินเขายังมีจุดชมวิวที่พลาดไม่ได้ เรียกว่า Gloriette ขึ้นไปบนเนินนี้แล้วจะเห็นวิวเวียนนาโดยรอบสวยมากเลย แต่ก็เดินกันเหงื่อตกเช่นกัน เตรียมน้ำดึ่มไว้เสมอไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวในฤดูไหน สำหรับฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ไปจนถึงเดือนกันยายน ถ้าคุณอยากเล่นกับกระรอกเชื่องๆ ให้พกถั่วหรือลูกนัทมาด้วย ชนิดไหนก็ได้ เวลาเดินเล่นในสวนป่า กระรอกพวกนี้จะตามกลิ่นถั่ววิ่งมาปีนป่ายตัวคุณเอง น่ารักมาก

Photobucket

*** Schonbrunn Tiergarten สวนสัตว์เชินบรุน หนึ่งในสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ค่าเข้าชม 12 ยูโร บ้านสัตว์ที่นี่เก่าแก่สวยงาม และมีสัตว์แปลกๆให้ชมมากมาย ใครที่มีเวลาควรจะนำมาเป็น Combination คู่กับการชมพระราชวังเชินบรุน ดาวเด่นของที่นี่ก็คือหมีแพนด้า และหมีขั้วโลก ถ้าจะเข้าสวนสัตว์ก่อน ให้ลงที่สถานี Hietzing บน U4 (ป้ายหนึ่งก่อนถึงเชินบรุน)

Photobucket

เราชอบอะควาเรี่ยม ดูไม่เบื่อเลย แปลกดีเขาเอาส้ม กะเมล่อนให้ปลากินด้วย

Photobucket

ด้านหน้าสวนสัตว์มี Palm House เรือนกระจกสวยมาก พวกเราคนไทยเห็นต้นปาล์ม และมะพร้าวมาหลายชนิดแล้ว ต้นไม้ข้างในไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ผ่านต่อไปยังสวนสัตว์ได้เลย เมื่อเข้าไปแล้วเช็คเวลาให้อาหารของสัตว์แต่ละประเภทให้ดี และดูทางออกด้วย เพราะว่ามีหลายทาง จะได้ออกแล้วไปต่อพระราชวังเลย ไม่ต้องอ้อมไปมาเพราะมันไกลมากๆค่ะ ใหญ่จริงๆ

Photobucket

เที่ยวเชินบรุนแล้ว ตอนบ่ายก่อนตลาดวาย ยังมีเวลาค่ะ นั่งรถเมโทรสายเดิม U4 ไปลงที่สถานี Kettenbrückengasse ค่ะ ขึ้นมาข้างบนจะเจอกับ Naschmarkt ตลาดสดค่ะ ขนาดเราอยู่ในยุโรปเห็นตลาดมาเยอะ แต่เพิ่งเจอที่นี่ที่แรกที่ขายมังคุดและทุเรียนกันในตลาดแบบนี้เลย ตื่นเต้นมาก

Photobucket

ตลาดนี้จะมีแบ่งเป็นสองบล็อกถนน แต่ถ้าลงที่เคตเต้นบรูคเกิ้นกัสเซ่ ขึ้นมาจะเห็นบ้านที่มีฝาผนังเขียนลายสไตล์เวียนนีสเซเซสชั่นสวยมากๆเลย บ้านสวยๆที่ว่านี่อยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ เรียกว่าอพาร์ทเมนต์แวกเนอร์ เพราะว่าออกแบบโดย Otto Wagner ศิลปินผู้ออกแบบ Jugendstil บ้านหลังที่ 40 ที่วาดเป็นลายดอกไม้สีชมพูนั้นมีชื่อด้วยค่ะ เขาเรียกว่า Majolikahaus ยิ่งเดินผ่านตลาดไปก็จะเห็นตึกรามบ้านช่องสวยงามขึ้นๆ

Photobucket

หากเกิดเดินตลาดไปแล้วหิว เราขอบอกว่ากาแฟและขนมปังที่ร้านในตลาดนี่ไม่แพงค่ะ ถ้าหิวกินเสียเลย ระหว่างทางเดินตลาด เราได้กินฟรีไปหลายร้านค่ะ ใครส่งอะไรมาให้ชิม เราฟาดเรียบ อิอิ อิ่มค่ะอิ่ม

พอหมดตลาดจะเจอร้านขายไวน์ร้านเบ้อเริ่มอยู่ตรงหัวมุมถนน ถ้าใครที่เป็นคอไวน์และอยากหาของฝาก เราขอแนะนำร้านนี้ค่ะ มีไวน์ให้เลือกเยอะมาก ทั้งของออสเตรียและจากต่างประเทศ สนนราคาไม่ได้แพงเหมือนความหรูของร้านค่ะ จริงๆแล้วมีสาขาอื่นอีกทั่วเวียนนา แต่เรามีคติประจำใจค่ะ คือเจออะไรที่อยากซื้อต้องซื้อเลย เพราะเมื่อพ้นไปแล้ว เราไม่อยากจะเสียดายที่ไม่ได้ซื้อเพราะงั้นใครอยากซื้อ เข้าไปเลย ร้านชื่อ Wine & Co ค่ะ

Photobucket

เดินข้ามถนนไปยังตึกที่เห็นลูกกลมๆสีทอง Secession Building ข้างในเปิดแสดงผลงานศิลป์ค่ะ ที่ข้างๆมีรูปปั้นบรอนซ์ของมาร์ค แอนโทนี่อยู่ เราดูตั้งนานแน่ะ จำไม่ได้ว่าเป็นใคร ฮ่าๆ คนที่ไม่ชอบงานศิลป์คงไม่ถึงกับต้องเข้าไปดูข้างในค่ะ ชมจากด้านนอกแล้วมุดทางลงรถไฟใต้ดิน ข้ามไปอีกฝั่งของถนนค่ะ

Photobucket

ไปชม Karlskirche ****กันต่อ หากคุณไม่ได้เดินมาจากตลาด ก็มาถึงได้ด้วยรถเมโทรหลายสายค่ะ ลงที่ป้าย Karlsplatz ด้านหน้ามีสถานีรถแทรม Strassebahn ตั้งอยู่หน้าสถานีเมโทรเก่าแก่ สร้างเป็นแบบจูเก้นด์สติลเกือบทั้งหมดโดยออตโต้แวกเนอร์ สวยงามชวนถ่ายรูปมาก ไปไหนแต่ละที่ ถ่ายไปทีละสิบรูปเป็นอย่างต่ำเลยล่ะเราน่ะ

Photobucket

โบสถ์เซนท์ชาร์ลส์นี้สวยตรงคอลัมภ์เสาสองข้างที่แกะสลักละเอียดสวยงามมาก ด้านหน้ามีสระน้ำ แล้วในฤดูร้อน คนท้องถิ่นจะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันในสวนสาธารณะตรงนี้กันเพียบ ภายในโบสถ์เข้าแล้วเสียเงินค่ะ ถ่ายรูปได้

Photobucket

มาถึงที่นี่แล้วอีกนิดเดียวก็ถึง Stephandom ค่ะ ***** โบสถ์ประจำเมืองที่สวยงามของเวียนนา แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว ก็ยังทำความสะอาดไม่เสร็จสักกะที โบสถ์เซนท์สตีเฟนนี้เป็นโบสถ์ทรงโกธิคที่มีจุดเด่นอยู่ตรงหลังคาที่ออกแบบเป็นลวดลายสีสันสวยงาม มาถึงได้ด้วยรถเมโทรสาย U1 Stephanplatz ค่ะ ข้างในถ่ายรูปได้ค่ะ มีค่าเข้าชม

Photobucket

ตึกทรงสมัยใหม่ที่อยู่ด้านหน้าสเตฟานดอม แม้ว่าหลายๆคนจะออกความเห็นว่าน่าเกลียด แต่เราว่าเป็นเพราะ Haashaus หลังนี้ โบสถ์ถึงได้ดูสวย และยิ่งเก่าแก่ขึ้นเป็นพิเศษเลยตังหาก

Photobucket

ที่ต่อไป เหมาะมากกับการไปเที่ยวในเวลาหัวค่ำค่ะ นั่นก็คือ **** Prater ใช้รถเมโทรสายหนึ่งสีแดงนี่แหละค่ะ ออกมาจากสถานีแล้ว เดินตามป้ายบอกทางไป Praterstern รอไฟเขียวให้คนข้ามถนนแล้วเดินตามเขาไป หน้าทางเข้าจะมีม้าหมุนอันใหญ่ (ที่ว่าใหญ่คือห้องเคบินที่นั่งค่ะ ใหญ่มาก) ที่นี่เป็นสวนสนุกที่ใครใคร่เล่นอะไร เสียตังค์แยกเป็นเครื่องเล่นไป มีทั้งเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ของเล่นชวนหวาดเสียว บ้านผีสิง และแม้แต่คาสิโน จะปิดในช่วงหน้าหนาว และเปิดประมาณปลายเดือนมีนาคมของทุกปีค่ะ

Photobucket

ถ้าไม่ได้มาเที่ยวเวลากลางคืน เราขอแนะนำให้เดินให้สุดสวนปราเตอร์ แล้วหาป้ายรถแทรมสาย 1 นั่งไปลงที่ใกล้ๆบ้าน **** Hundertwasserhaus ที่ถนน Lowengasse แทนจะได้ไม่ต้องอ้อมกลับไปทางเดิม

Photobucket

ฮุนเดิร์ดว้อสเซอร์ เป็นศิลปินยุคใหม่ที่เกิดในช่วงไม่ไกลกันนักกับเกาดี้ ไปชมสไตล์การออกแบบของเขาแล้วจะทึ่งในความกล้าคิด กล้าลอง ดีไซน์อะไรใหม่ๆ ปัจจุบันในเวียนนามีผลงานของเขาให้ดูสองที่ค่ะ ที่แรกคือที่ถนนโลเว่นกัสเซ่นี่เอง ลงป้ายรถแทรมแล้วเดินย้อนมา รับรองไม่หลงค่ะ

ด้านหน้ามีตู้โทรศัพท์อังกฤษสีแดงเชียว ไม่ว่าใครก็ใครจะต้องเข้าไปถ่าย แต่เราแนะนำว่าเดินตรงเข้าไปข้างในก่อนค่ะ ที่หมู่บ้านร้านขายของ Souvenirs ตรงกลางซอย มีคาเฟ่เล็กๆ และของฝากละลานตาไปหมด แม้ไม่ซื้อแวะไปดูก็ไม่เสียหลายค่ะ พลาดไม่ได้ สำหรับตัวอพาร์ทเมนต์นั้น ยังไม่มีเจ้าของบ้านหัวใสคนไหนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมแล้วเก็บเงินค่ะ ลองเลียบๆดูจากด้านนอกไปก่อนนะคะ

Photobucket

หากอยากผลงานออกแบบของฮุนเดิร์ดวอสเซอร์อีกที่ จะต้องนั่ง U4 หรือ U6 ไปลงที่ป้าย Spittelau ค่ะ ที่นั่นมีโรงงานนี้ให้ชมด้านนอกฟรี

สำหรับที่พัก ถ้าคุณต้องเดินทางต่อด้วยรถไฟไปฮังการี ขอแนะนำที่พักใกล้ๆ สถานีรถไฟ Sudbahnhof ค่ะ โฮสเทลสวยๆแห่งนี้ชื่อ Meiningen มีหลายสาขาในออสเตรียและเยอรมันนี ข้างในใหม่ ทันสมัย ในห้องคอมมอนรูมมี PS2 ให้เล่นด้วย ห้องดอร์มมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำข้างใน ใช้ระบบคีย์การ์ดปลอดภัยมากๆ ในห้องมีล็อกเกอร์ให้ด้วย (นำแม่กุญแจมาเอง) ในห้องลอบบี้มี wi-fi ฟรี ถ้าต้องการไปใช้แลบทอปบนห้อง ก็เสียค่า wi-fi ได้ในราคา 3 ยูโร สำหรับ 24 ชั่วโมง อาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ดีที่สุดตั้งแต่เราเคยพักโฮสเทลมาเลย จ่ายเพิ่มจากค่าห้องอีก 3 ยูโร

ที่ตั้งของโฮสเทล สามารถเดินทางไปด้วยรถเมโทร U1 หรือลง S-bahn ที่ซุดบานโหฟแล้วเดินไปตามถนนช้อปปิ้งด้านหลัง ข้างๆที่พักหาอาหารทานได้สะดวก ในห้างก็จะมีร้านซูชิที่เปิดทุกวัน มีอาหารเอเชียขายราคาไม่แพงด้วย

Photobucket

ครั้นย้ายที่นอนมาอยู่ฝั่งใต้ เราก็จะชวนไปเที่ยวที่พระราชวัง Belvedere ค่ะ เบลเฟอะเดเร่นั้นแบ่งออกเป็นสองอาคาร ถ้ามาถึงสถานีซุดบานโหฟเดินออกมาข้ามถนนก็จะเจอสวนเล็กๆทางเดินเข้าไป ก่อนจะผ่านประตูใหญ่เข้าไป มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ตัวอาคารทั้งสองหลัง Upper และ Lower ใช้เป็นที่แสดงผลงานศิลป์ค่ะ ใครที่เป็นคอภาพวาดสมัยเก่าไม่ควรพลาดชม ภายในห้ามถ่ายรูป แต่อนุญาตให้ถ่ายรูปวิวออกมาด้านนอกได้ค่ะ ใช้เวลาเดินชมทั้งสองตึกและสวนรวมกันประมาณ 3 ชั่วโมง สำหรับในหน้าร้อน สวนดอกไม้จะสวยมาก ทำให้ต้องใช้เวลาชมเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยนะคะ แฮ่ม



Belvedere เปิดทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าค่ะ ค่าเข้าชม 13 ยูโร (สำหรับคอมบิเนชั่นสองตึกรวมกัน) ด้านหลังนอกจากความอลังการของตัวพระราชวังและนิทรรศการของศิลปินหลากหลายที่จะหมุนเปลี่ยนเวียนกันมาแล้วก็ยังจะมีออรันเจอรี่เล็กๆข้างๆ Lower Beldvedere ที่สวยน่าชมมากในช่วงฤดูร้อน

ทางออกด้านหลังของเบลเวเดเร่ จะมีซุปเปอร์มาร์เก็ต Billa ร้านใหญ่ๆอยู่ด้านหลัง แวะไปหาเครื่องดึ่มและของกินเล่นเอาไว้ไปเที่ยวต่อในเมืองได้เลยจ๊ะ

Photobucket

ย้อนกลับมายัง Karlsplatz U1 เดินไปประมาณหนึ่งบล็อกก็จะเจอ Opern อยุ่ทางซ้ายมือ ถ้าเดินเลี้ยวซ้ายไปอีกนิดจะเจอ Albertina อีกแกลเลอรี่แสดงงานศิลป์ที่น่าสนใจทีเดียว

Photobucket


** ยังไม่เสร็จดีเลยจ้า อีกยาวค่ะ **





 

Create Date : 19 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 0:36:14 น.
Counter : 1216 Pageviews.  

1  2  

buaart
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add buaart's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.