All Blog
ตอนที่ 23 อาหารอีสาน เมนูที่ 21 แกงอ่อมสารพัดผัก 27-9-59















ตอนที่ 23

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  21

แกงอ่อมสารพัดผัก








ถึงคุณคนแปลกหน้าที่บักอ้ายบ่เคยฮู้จัก หากคุณได้แวะเวียนเข้ามาอ่านแล้ว

คุณจงฮู้ว่าถึงเฮาบ่เคยได้เห็นหน้าฆ่าตากันมาก่อน แต่อย่างน้อยเฮากะยังเคย

ได้ติดต่อกันผ่านทางตัวอักษรพวกนี้ บักอ้ายหวังว่าทุกตัวอักษร ทุกคำเว้า

สิสามารถเฮ็ดให้คุณมีความสุขไปพร้อมกับบักอ้ายได้

ตามมาเด้อ สิพาบินเข้าไปสู่ โลกของบักอ้าย


ตีห้าแล้วบักอ้ายยังนอนบ่หลับ นอนพลิกไปพลิกมาหลายร้อยหลายพันรอบ

แค่กะบ่สามารถข่มตาให้นอนหลับลงไปได้  เปลี่ยนจากนับแกะมานับช้างเพราะมันโตใหญ่กว่า

กะยังนอนบ่หลับ สุกท้ายกะเลยตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งเขียนถึงคุณๆคุผู้คุคน


คุณเคยจ้องเข้าไปในดวงตาของคุณทั้งๆที่คุณยังหลับตาอยู่บ่ครับ ถ้าหากว่าเคย

คุณเห็นอีหยังในความมืดนั่นบ่ นอกจากเส้นสีขาวระยิบระยับพวกนั้น

คุณได้ยินเสียงอีหยังดังมาจากความว่างเปล่าบ่ คุณได้ยินเสียงหัวใจของเจ้าของเต้นอยู่บ่

บ่หน้าเชื่อแม่นบ่ว่าแค่อาการนอนบ่หลับสิสามารถเฮ็ดให้คนๆหนึ่งมองเห็นโลก

อีกโลกหนึ่งที่หลบเร้นอยู่ใต้เปลือกตาของตัวเฮาเอง



เสียงเห่าบ๊อกๆของลูกชายบักอ้ายดังขึ้น พร้อมๆที่แสงสว่างส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

เจ้าหมาสีขาวจอมขี้ดื้อ หากแต่ว่ามันฮักบักอ้ายหล๊ายหลาย บักอ้ายกะเลยถือโอกาส

เอามันมาแนะนำให้พวกคุณๆได้ฮู้จัก มันชื่อว่า  “จุ้งจิ้ง” อายุอานามกะเกือบขวบหนึ่งแล้ว

จุ้งจิ้งมันคือหมู่ที่ดีที่สุดที่คอยอยู่เคียงข้าง ถึงแม้สิเป็นช่วงเวลาที่บักอ้ายมีความทุกข์

ที่สุดหรือมีความสุขที่สุดกะตาม จุ้งจิ้งกะยังฮักบักอ้ายโดยที่บ้มีเงื่อนใข อย่างที่เขาบอก

ใจของหมามันมีแค่ห้องเดียว คันเฮาโชคดี มื้อหนึ่งเฮาอาจสิได้พ้อคนใจหมาที่สิฮัก

และภักดีต่อเฮาผู้เดียวไปจนตลอดชีวิตกะเป็นไปได้





เอาล่ะ ล้อมวงกันเข้ามา มื้อนี้บักอ้ายจะพาย้อนตำนานความฮักของอ้ายชายกับสาวนวล

ที่ซึ่งบักอ้ายเคยเว้าค้างเอาไว้ คันเคยเว้าให้ฟังแล้วกะอยากเว้าให้ฟังให้มันจบ

ก่อนที่สิเฮ็ดแนวกินให้เบิ่งเป็นการปิดท้ายตามระเบียบเนาะครับ

ขยับเข้ามาใกล้ๆคันนั่งไกลไปมันสิบ่ได้ยินเด้ มาฟังความฮักของลูกผู้ชายผู้หนึ่ง


พ่อชายผู้นั้นกะคืออ้ายชาย ซึ่งในปัจจุบันเป็นอีพ่อของบักอ้ายเอง


หลังจากที่อ้ายชายตามง้อสาวนวลด้วยการช่วยตำแจ่วจนครกแตกแล้ว

กะมาติดตามกันต่อได้เลยว่าเกิดอีหยังขึ้นกับความฮักของคนทั้งสอง

คันผู้ได๋หัวแต่เปิดเข้ามาอ่าน บักอ้ายกะขอแนะนำให้กลับไปอ่าน

ตอนที่ 15 อ่อมอีกะปูนา กับ ตอนที่ 16 มนต์ฮักแจ่วบักพริกดิบ เสียก่อนเนาะครับ

สิได้เข้าใจเรื่องราวชัดเจน เพื่อเพิ่มอรรถรสและความม่วนชื่นให้แก่คุณๆอย่างสูงที่สุด



ลมหัวกุดพัดลัดทุ่งมา กวาดเอาใบไม้ใบหญ้าให้ลอยขึ้นปลิวว่อนในอากาศ

ลานตีข้าวข้างเถียงนาน้อยที่เทจากขี้ควาย ถูกนำเอามัดข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยว

แล้วมาเทิ้นกองกันเอาไว้จนสูงเป็นพะเนิน ราวภูเขา ครอบครัวของสาวนวลกะเลย

ต้องพากันมานอนนาเฝ้าข้าวเปลือก ย่อนว่ามีแต่ลูกสาวหมดทั้งสามนางทั้งอีพ่ออีแม่

ของสาวนวลจำต้องพาลูกสาวทั้งสามมานอนนานำกันหมด


คืนนั้นกะเป็นคืนเดือนมืด มีแค่แสงดาวดวงน้อยๆที่ส่องแสงสุกใสอยู่เต็มไปหมด

กองไฟถูกจุดเอาไว้ไล่ยุงให้ควายที่ผูกอยู่ข้างเถียงนาน้อย อ้ายชายเองกะมานอนนาคือกัน

หลังจากไปยามเป็ดจนได้ปลาจนเกือบเต็มฆ้อง เลาเห็นว่าหัวแต่สองทุ่มกะเลยคิดว่า

สิแวะเอาปลามาให้ผู้สาว พร้อมกับคึดว่าสิมาเฮ็ดให้ผู้สาวแปลกใจนำเนาะ

ที่จู่ๆกะโผล่หน้ามาโดยที่บ่ได้บอกเอาไว้ก่อน อ้ายชายย่างเลาะคันแถนามามืดๆ

เห็นสาวนวลกำลังยืนหันหลังถือตะเกียงก้มๆเงยๆอยู่ข้างกองข้าวเปลือก

อ้ายชายเลากะคึดอยากกอดผู้สาวเบิ่งจักเทื่อ ไส่ๆกะคิดดีแล้วว่าขายข้าวได้ปีนี้

กะสิมาสู่ขอสาวนวล เลาเลยค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ วางฆ้องใส่ปลาลง

แล้วรวบตัวสาวนวลเข้ามากอดเอาไว้แน่น

“ว้าย”

เสียงผู้สาวฮ้องขึ้นด้วยความตกอกตกใจ พร้อมปล่อยตะเกียงน้ำมันก๊าชในมือหลุด

ลงไปใส่กองข้าวเปลือก ไฟลุกพรึ่บไหม้กองเข้าเปลือกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

แสงสว่างจ้าจากเปลวไฟเฮ็ดให้อ้ายชายถึงกับหน้าถอดสี เพราะว่าผู้สาวที่เลากอด

อยู่บ่แม่นสาวนวล หากแต่ว่าเป็นสาวจันทร์เมืองน้องสาวของสาวนวล


เอาแล้วเด้ บัดที่นี่ งานเข้าอ้ายชายของเฮาเต็มๆเปา ทั้งเฮ็ดไฟไหม้ข้าวเปลือกเพิ้น

ทั้งกอดผู้สาวผิดตัว แบบนี้สิบ่เอิ้นว่างานเข้าได้จั่งได๋เนาะอ้ายเนาะ


“ช่อยแน่ๆ ไฟไหม้ๆ”เสียงฮ้องของสาวนวลเฮ็ดให้อ้ายชายฟ้าวปล่อยมือจากผู้สาวผิดคน

จากนั้นคนทั้งหมดต่างกะช่วยกันแล่นไปเอาน้ำมาดับไฟ หากแต่ว่ามัดข้าวเปลือกถือว่าเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

เปลวไฟกะเลยเผาพลาญมันไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

ทั้งอีพ่ออีแม่กับสามสาวแล้วกะอ้ายชายต่างกะนั่งลงหอบแฮ่กๆกันทั่วหน้า

สาวนวลบ่หันแม้มาเบิ่งอ้ายชายแม่แต่ปลายหางตา

“หมดกัน ข้าวของกรู”อีพ่อสาวนวลว่า

“ข้อยบ่ได้ตั้งใจเด้อีพ่อ ข้อยขอโทษเด้อจ้า”สาวจันทร์เมืองก้มลงไปกราบพ่อ

น้ำตาไหลออกมาอาบสองแก้ม แนมไปเบิ่งหน้าเอื้อย แต่เอื้อยกะหันหนีไปทางอื่น

เอื้อยนวลเพิ้นคือสิเห็นหมดคุสิ่งคุอย่างแล้วเนาะ

“เป็นความผิดของผมเอง  ผมเฮ็ดให้จันทร์เมืองตกใจจนตะเกียงหลุดมือ ผมยอมรับผิดครับ”

อ้ายชายเว้าขึ้น ตายังพยายามแนมไปเบิ่งผู้สาว

“โตไปเฮ็ดท่าได๋ล่ะ ชายเอ้ย ไฟคือได้ไหม้ข้าวจนหมดแบบนี้”อีแม่สามสาวถาม

“  ผมกอดจันทร์เมือง”อ้ายชายเว้าความแท้

“อีหยังเกาะ”อีพ่อลุกขึ้นยืน

“เมงมักอยู่กับอีนวลบ่แม่นบ่ แล้วจั่งได๋จั่งไปกอดอีจันทร์เมือง บักขี้ฆ่าเอ้ย”

“ผมขอโทษหลายๆเด้อครับ พ่อ ผมสิเอาข้าวเปลือกที่ผมเฮ็ดได้ทั้งหมดในปีนี้

มาแทนให้ก่อน ถึงมันสิบ่หลายท่อที่ไฟไหม้ไปกะตาม ส่วนเรื่องของจันทร์เมือง

พ่อสิให้ผมเฮ็ดจั่งได๋กะบอกผมมาโลด ผมผิดไปแล้ว ผมยอมหมดคุอย่าง”

อ้ายชายจำต้องยอมรับในสิ่งที่ได้เฮ็ดผิดพลาดลงไป ถึงแม้สิบ่ได้ต้องการกะตาม

เพราะคนในสมัยนั้น แค่กอดกันกะถือว่าผิดผีแล้ว

สาวนวลใจหายวูบบ่เคยคึดเคยฝันว่าเรื่องราวสิลงเอยแบบนี้

“เมงบ่ต้องมารับผิดชอบลูกสาวกรูดอก กรูสิบ่ยอมให้พ่อชายแบบเมงมาเป็นผัว

ลูกสาวกรูเด็ดขาด แค่กอดคึดเสียว่าเฮ็ดบุญให้หมามันกินสาอีจันทร์เมือง

เมงฟ้าวไปเกณฑ์ผู้คนขนข้าวมาแทนกรูให้ไวที่สุด กรูสิฮ้อมฮั้วกั้นระหว่าง

นาเมงกับนาของกรู ต่อจากนี้ไปเมงอย่าเหยียบเข้ามาที่นาของกรูอีก”

อ้ายชายก้มลงกราบอีพ่อของสาวนวล คว้าเอาฆ้องใส่ปลาย่างหนีจากไป



ดวงหน้าสาวเจ้ายังจ้องหนีไปอีกทาง ทิ่มไว้เพียงปริศนาว่าสิเกิดเรื่องราว

อีหยังขึ้นต่อไปนับจากนั่น เพราะหลังจากอ้ายชายขนข้าวเปลือกทั้งหมด

มาชดใช้คืนให้บ้านสาวนวล ข้าวเปลือกที่เทื่อหนึ่งเคยคิดว่าสิขายเอาเงินเอาทอง

มาสู่ขอสาวนวลไปเป็นเมีย  อีพ่อของสาวนวลกะสร้างฮั้วกั้นระหว่างที่นาขึ้นมาอีหลี

อ้ายชายกับสาวนวลกะเลยบ่ได้แม้แต่พ้อหน้ากันอีกเลย เดี๋ยวค่อยมาติดตามเรื่องราว

กันต่อในตอนหน้าเนาะครับเนาะ บ่ต้องย่านไปดอกเด้อครับเพราะว่าความมักความฮัก

ของคนทั้งสองจั่งได๋กะต้องได้ลงเอยกัน บ่จั่งสั่นบักอ้ายสิได้เกิดมาบ่

ขึ้นชื่อว่าเนื้อคู่กันแล้ว สุดท้ายจะต้องบ่แคล้วคลาดกันไปได้

บ่ว่าสิเกิดอุปสรรคอันใดขึ้นมาขวางกั้นกะตามช่าง




วกมาสำหรับเมนูมื้อนี้บักอ้ายขอบอกว่ามันเป็นเมนูที่บักอ้ายคิดขึ้นมาเอง

เพราะว่าบักอ้ายมักกินผักกับเนื้อปลาคักหลาย เมนูแกงอ่อมปลาสารพัดผัก

นอกจากสิมีรสชาตินัวแล้วยังมีรสชาติกะขมอ่ำล่ำกำลังดี(บักอ้ายมักหล๊ายหลาย)

เพราะหน่อไม้สดที่เฮาใส่ลงไปบักอ้ายบ่ได้เอาไปต้มก่อน

ย่อนต้องการความขมธรรมชาติจากมันนั่นเอง


มาเบิ่งส่วนผสมกันก่อนเด้อครับ ส่วนแรกส่วนของพริกแกง กะมี
กระเทียม
กระชาย
หอมแดง
ตะไคร้
ข่า
บักพริกดิบ
และกะเคล็ดลับที่บ่เคยบอกไผ๋เด นั่นกะคือ
บักเขือขื่น(นี่ขนาดบ่เคยบอกไผ๋มาก่อนแล้วเด้)



ส่วนผสมทั่วไปกะมี
เนื้อปลากะพงแดง หรือใช้เนื้อปลานิลกะได้คือกัน
หน่อไม้หวาน
บักบวบ
บักเขือพวง
บักอึ
ผักขา
ผักอีตู่







เครื่องปรุง
เกลือ
น้ำปลา
น้ำปลาร้า
น้ำตาล
น้ำมันพืช








วิธีเฮ็ดกะมีดังต่อไปนี้

หั่นเนื้อปลาให้พอดีคำเตรียมเอาไว้





หั่นเครื่องพริกแกงทั้งหมดพร้อมปอกเอาแต่ในบักเขือขื่น แล้วเอาเครื่องบักพริก

มาตำให้พอแหลก เติมเกลือจักหน่อย แล้วกะใส่ในบักเขือขื่นลงไปตำ












หั่นผักต่างๆเตรียมไว้





ใส่น้ำมันพืชลงไป ท่าให้กระทะฮ้อน  ตักพริกแกงลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม

ใส่น้ำลงไป ใส่หน่อไม้สดก่อน ท่าให้หน่อไม้สุก ให้น้ำขมมันออกมาในน้ำแกง

ใส่บักอึตามลงไป ตั้งต่ออีกจักหน่อย กะค่อยปรุงรสชาติ ด้วยน้ำปลา

น้ำตาลกับน้ำปลาร้า ชิมเบิ่งให้นัวๆแล้วกะขมอ่ำล่ำ

จั่งเอาปลาใส่ตามลงไป ท่าให้น้ำเดือดก่อน อย่าฟ้าวคน มันสิคาว

พอน้ำเดือดกะเอาผักที่เหลือ คือ บักเขือพวง  บักบวบ ใส่ตามไป พ

อทุกอย่างสุกดีแล้วกะใส่ผักขากับผักอีตู่







ยกลงมา ตักใส่ถ้วย  เสร็จเรียบร้อย

น่าตาแกงอ่อมสารพัดผักของบักอ้ายกะออกมาประมาณนี่ล่ะครับผม












จบแล้วครับ มื้อนี้มาง่ายๆไปเร็วๆเนาะครับ

เอาไว้พ้อกันใหม่ในตอนต่อไปเด้อครับผม

คันฮักคันมักกะสามารถติดตามอ่านได้เด้อครับ



Create Date : 27 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:31:16 น.
Counter : 462 Pageviews.

2 comment
ตอนที่ 22 ขนมหวาน เมนูที่ 2 ข้าวปาดข้าวโพด ขนมโบราณของคนอีสาน 24-9-59












ตอนที่ 22

ขนมหวาน  เมนูที่  2

ข้าวปาดข้าวโพด ขนมโบราณของคนอีสาน








เวียนมาบรรจบครบถ้วนอีกปีหนึ่งแล้วเนาะ สำหรับวันเกิดของบักอ้าย

ผู้บ่าวหน้ามนคนหล่อ แถมปลาข่อกะยังใหญ่พร้อม (เว้าแล้วกะอยากอายเจ้าของเด้)

24 กันยายน คือวันเกิดของบักอ้าย วันที่อีแม่เพิ้นเจ็บปวดที่สุด

อ้ายกะเลยฟ้าวไปตลาดมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อเตรียมข้าวของเอาไว้ไปทำบุญที่วัดในมื้อนี้

ตั้งใจว่าสิเฮ็ดแกงเขียวหวานไก่ ส่วนขนมกะอยากได้ขนมอีสานบ้านเฮาที่แทบบ่มีไผ๋เฮ็ดกินกันแล้ว

บักอ้ายเองกะบ่อยากสิลืมเลือนขนมแนวนี้ไปคือกัน กะเลยเป็นที่มาของเมนูมื้อนี้

“ขนมข้าวปาดข้าวโพด”

มื้อวานอ้ายกะฟ้าวไปตลาด แล้วฟ้ามกลับมาเฮ็ดเตรียมเอาไว้ เพราะว่าหลังจากกลับมาจากวัด

กะว่าสิเฮ็ดแนวกินเลี้ยงอีแม่ กับอีพ่อ เพื่อเป็นการขอบในพระคุณอันใหญ่หลวงที่ให้กำเนิดบักอ้าย

ออกมาเป็นตัวเป็นตน แถมยังเลี้ยงดูอย่างดี ส่งเสียให้บักอ้ายได้เรียนสูงๆ

เอ้านำมาเบิ่ง อีหลีแล้ว ขนมข้าวปาดข้าวโพดมันกะบ่ได้เฮ็ดยากเด้

ส่วนผสมกะมีแค่

ข้าวโพดเหลือง
เลือกเอาข้าวโพดอ่อนที่อยู่ในช่วงที่เม็ดมันกำลังสร้างแป้งเป็นน้ำนมเด้อ
เอาฝักที่บ่อ่อนเกินไป แล้วกะบ่แก่จนเม็ดแข็งเป็นไต

น้ำตาลทราย

เกลือ กับ บักพร้าว แค่นั่น







ส่วนวิธีเฮ็ด

เริ่มจากจัดการปอกเปลือก  เก็บไหมออกให้หมดแล้วก็ฝานแบบนี้

ฝานๆๆๆๆ....ออกมาแบบนี้ แล้วเอาไปตำให้ละเอียด แต่มื้อนี้บักอ้ายขอใช้ทางลัด เอาไปปั่นเอาโลด

เอาข้าวโพดใส่เครื่องปั่นพร้อมกับน้ำเปล่า สัดส่วน 38 24 36 โอ้ย มันบ่แม่นนางสาวไทยเด้บักอ้าย

สัดส่วนข้าวโพด ใส่ข้าวโพดที่ฝานแล้วลงไปประมาณครึ่งโถปั่น  เติมน้ำ ให้พอท่วมข้าวโพดกะเอา

ให้สูงกว่าข้าวโพดจักข้อนิ้วหนึ่ง คือยามเฮาหุงข้าวเจ้านั่นละ แล้วกะปั่นให้มันแหลก













แล้วกะเทใส่ชาม เอาผ้าข้าวบางมากรอง  ฮั่งกรอกละเอียดขนมเฮาสิฮั่งเหนียวและรสชาติดีเด้

พยายามกรอกเอาน้ำให้หมด อย่าทิ่มเด้ เสียดาย ปั้นเอาจนน้ำสุดท้ายออกให้หมด








ได้น้ำข้าวโพดมาแล้วบัดที่นี้กะเอาเทลงกระทะ ตั้งไฟอ่อนๆพอเด้อ ค่อยๆกวนไปเรื่อยๆใจเย็นๆ

บ่ต้องใจฮ้อน (บักอ้ายต้องขอขอบคุณผู้บ่าวหน้ามน นอกจากเพิ้นที่หล่อป่านอ้าย บอย ปกรณ์แล้ว

เพิ่นยังน้ำใจงามมาช่อยบักอ้ายกวนขนม เพิ้นบอกว่าอยากช่อยเฮ็ดบุญ ฮ่าเที่ยชาติหน้าสิได้เกิด

มาฮ่วมชาติกับบักอ้ายอีก แจ่แม่นเจ้าปากหวานหลายเนาะ ขนมคือสิบ่ต้องใส่น้ำตาลแล้วล่ะบัดนี้)

หลังจากกวนจนเนื้อขนมเริ่มเข้าที่  ก็เติมเกลือ กะคราวๆ  ประมาณช้อนชาเดียว

แล้วกะน้ำตาลทราย  2ส่วน3 ถ้วยตวง คันบ่แน่ใจหลังเติมแล้วกะลองชิมรสเบิ่ง คันมักชอบความหวาน

กะเพิ่มน้ำตาลลงไปอีกกะได้







ผู้บ่าวคนมนคนนั้นกะยังกวนขนมวนไปวนมา อยู่คือเก่า

“พยายามอย่าให้แป้งข้าวโพดผสมกับน้ำตาลให้มันทั่วๆเด้อ”บักอ้ายบอก

“ครับแฟน”พะนะ

บักอันนี้แม้ แม่บักอ้ายกะนั่งเบิ่งอยู่ แจ่แม่นหน้าด้านหลาย บ่รู้จักอยากอายผู้เฒ่าผู้แก่


กวนต่อไปเรื่องๆครับ อย่าหยุดมือ เดี๋ยวสิไหม้ก้นกระทะ.... กวนจนเนื้อขนมเนียนงาม

แล้วกะใสแวววาวปานอีเกิ้งขึ้นมา ใช้เวลากวนโดยประมาณกะครึ่งชั่วโมง

คนหน้าคืออ้ายบอย ปกรณ์ เลาบ่เมื่อยแขนดอก เลากล้ามใหญ่

อ้ายเห็นเลายอมเสียเงินเพื่อที่สิไปยกลูกเหล็กหนักๆ เลายังยกได้เลย

แปลกเนาะคนเฮาอยู่ดีๆกะยอมเสียเงินเสียทองเป็นหมื่นๆต่อปี

เพื่อที่สิไปยกลูกเหล็กให้เจ้าของเมื่อยแม้


พอกลิ่นหอมเริ่มมาแล้ว ขนมข้าวปาดของเฮากะเริ่มเป็นสีเหลืองป่านทองคำ

กะยกลงมาได้โลด หันมาเตรียมชามเอาไว้





เทลงไปในชามแบบนี้ แล้วกะปาดหน้าขนมให้มันทั่วๆ นี่ล่ะคือที่มาของชื่อขนม

“ขนมปาด”เข้าใจแล้วบ่

หลังจากนั้นกะทิ่มเอาไว้ให้มันเย็น ให้มันเชทตัว  









เฮากะค่อยหันไปจัดการกับบักพร้าว ผู้ช่อนกล้ามใหญ่ของบักอ้ายจัดการฟ้าวผ่าครึ่งหน่วยบักพร้าวให้

แล้วอ้ายกะใช้มือแมวแบบนี้ขูดๆจนได้เนื้อบักพร้าวงามๆ เอาเนื้อบักพร้าวขูดคลุกกลับเกลือนิดหน่อย

พร้อมน่ำตาลจักช้อนโต๊ะ ขยำให้มันเข้ากันแน่แล้วเอาไปนึ่งก่อนจักคราวเด้อ










แล้วค่อยเอามาแต่งหน้าขนมปาดของเฮา  พอแต่งหน้าเรียบร้อนจนเจ้าหญิงขนมปาด

งามหลายแล้วกะค่อยเอามาตัดเป็นชิ้น  ใส่ลงไปในใบตองที่บักอ้ายพยายามเย็บให้มัน

เป็นกระทงแบบนี้   นี่ล่ะครับ “ขนมปาดข้าวโพด”เมนูอนุรักษ์ของบักอ้าย

ตรบมือชวดๆให้บักอ้ายแย่ครับ












บักอ้ายตื่นแต่เช้าลงมือเฮ็ดแกงเขียวหวานไก่เรียบร้อย แล้วจั่งเอาขนมปาดออกมาจากตู้เย็น

จัดขนมและกะแกงเขียวหวานไก่ พร้อมข้าวถุงหนึ่ง ดอกไม้ ธูป เทียน น้ำนำขวดหนึ่ง

เตรียมเอาไปถวายพระก่อนเด้อครับเด้อ









ผิดตกขออภัยหลายๆ บักอ้ายฟ้าวไปวัด กลับมาจากวัดสิเอาบุญมาฝาก

พร้อมกับกลับมาตรวจทานให้ใหม่อีกจักเทื่อเด้อครับ

สำหรับมื้อนี้ขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับผม



Create Date : 24 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:30:16 น.
Counter : 1564 Pageviews.

2 comment
ตอนที่ 21 อาหารอีสาน เมนูที่ 20 ป่นกุ้ง 23-9-59










ตอนที่ 21

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  20


ป่นกุ้ง







มันเป็นงึกงึกงักงัก โอ๊ย
งึกงึกงักงัก
มันเป็นงึกงึกงักงัก
มันเป็นกะอึ๊กกะอั๊ก
มันเป็นจึ๊กจึ๊กจั๊กจั๊ก
มันเป็นอยากได้จักกั๊ก
มันเป็นบ่คึกบ่คัก


มันสิเป็นอีหยัง คันบ่แม่นเมาค้าง กะย่อนส้มหมูห่อใบตองเมื่อวานนี่ละ ตัวเป็นเหตุ

หลังจากบักอ้ายดวลผู้เดียวหมดไปสองขวดกับส้มหมู เพิ่นเอิ้นว่าไหลแม่นบ่

บักอ้ายกะไหลโทรหาหมู่ให้มากินส้มหมู เหอๆ ผลกะคือ เมากันถั่วหน้า

ตื่นขึ้นมามันกะเลยเป็นงึกงึกงักงักจั่งซี้ล่ะเนาะ


พอตื่นขึ้นมาแล้วกะหิวเข้าหลาย ฟ้าวแล่นเข้าไปเบิ่งในครั ว บ่มีอีหยังกินจักย่างแม้

แนมเบิ่งกะบ่มีผู้ได๋อยู่บ้าน เหลือแต่บักอ้ายผู้เดียว กะเลยเปิดตู้เย็นออกมาเบิ่ง

มีกุ้งแช่แข็งอยู่ บักพริกสดกะมี  เอาคันจังสั่นกะมาป่นกุ้งกินกะแล้วกันเนาะ

สำหรับเมนูที่ยี่สิบเฮ็ด บักอ้ายขอเสนอเมนูขี้คร้าน เมนูตามมีตามเกิด ให้ชื่อว่า

“ป่นกุ้ง”

ตามขี้เมามาเบิ่งว่าเมนูคนเมาค้างสิเป็นจั่งได๋

ควานหาส่วนผสมที่มีในตู้เย็นมาวางถ่ายรูปก่อน

มี กุ้งแช่แข็ง บักพริกสด หัวหอมบั่ว กระเทียม และกะต้นผักบั่ว





ส่วนเครื่องปรุงกะพื้นๆที่เฮามีอยู่ในครัวนั่นล่ะ

ปลาร้า น้ำปลา เกลือ น้ำตาล และกะบักนาว







ท้องกะฮ้องจ๊อกๆเนาะ หัวกะปวดตึ๊บๆ ห่าคั่วเอ้ย บักอ้ายสิบ่กินอีกแล้วเหล้ายาปาปิ้งนี่

(ตรูเห็นเมงพูดแบบนี้ทุกที สุดท้ายเมงก็ยังดื่มอยู่ดี)

วิญญาณคนไทยในตัวของบักอ้ายเว้าออกมา เว้าบ่เกรงใจข่อยเลยเนาะ

บักอ้ายคนไทยเอ๋ย  ฟ้าวเอากุ้งมาละลายน้ำแข็ง ล้างให้มันสะอาด

แล้วกะดึงเอาหางมันออกให้หมด ต้นหอมบั่วกะหั่นเตรียมไว้





เอาหัวหอมบั่วมาหั่นแล้วเอาไปคั่วกับบักพริกสด แล้วกะกระเทียม คั่วพอให้หอมพอ

หิวหลายสิเป็นลมแล้ว ข่อยน่ะ

ตั้งน้ำปลาร้า เอากุ้งลงไปต้มให้สุก






เอาบักพริก หัวหอมบั่ว กระเทียมที่คั่วไว้มาตำให้แหลกก่อน  ใส่เกลือลงไปจักหน่อย

เกลือจะช่อยดึงรสหวานของแนวกินออกมาเด้ แล้วค่อยเอากุ้งมาตำต่อให้มันแหลก

ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เอาน้ำปลาร้าที่ต้มพร้อมกุ้งตักใส่ ชิมเบิ่ง

แล้วจั่งบีบบักนาวลงไป เอาต้นผักบั่วหั่น แล้วใส่ลงไป ตักขึ้นมาใส่ถ้วย












แล้วจั่งแล่นไปเก็บผักที่พอหาได้จากริมฮั้ว บักถั่วพู ผักขา

มีอีหยังกะเอามากิน เอ้า มีบักแตงอยู่หน่วยหนึ่งเอามากินนำ ยกมาโลด

เอาข้าวเหนียวจ้ำลงไป ป้าด++++แซ่บอีหลี ฮั่งกินฮั่งแซ่บ

นี่ล่ะเพิ้นค่อยบอกว่าคันยามหิวข้าวกินอีหยังกะแซ่บ

คันสิกินเพื่ออยู่บ่ต้องไปหาของเริ่ดหรูกินดอก กินเข้าไปแล้วสุดท้ายกะขี้ออกมาคือกัน













กินอิ่มแล้วกะขอโตไปนอนต่อก่อนเด้อ ฝนกะตกริน บรรยากาศเป็นใจที่สุด

ขาดแต่คนนอนกอดนี่ละ  หัวกะปวดหลาย ฟ้าวไปก่อน

เดี๋ยวแม่ใหญ่นวลกลับมา เราสิจ่ม เดี๋ยวสิบ่ได้นอน



Create Date : 23 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:29:16 น.
Counter : 626 Pageviews.

5 comment
ตอนที่ 20 อาหารอีสาน เมนูที่ 19 ส้มหมูห่อใบตอง (แหนมหมู) 22-9-59

















ตอนที่ 20

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  19


ส้มหมูห่อใบตอง(แหนมหมู)






พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี

ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ทางการเขาสั่งมาว่า

ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด

สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดา...หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา



เคยร้องเพลงนี้กันบ่ครับสมัยที่ยังเป็นเด็กน้อย เกิดทันกันบ่น้อ

คันพอเกิดทันกะคือสิอายุไล่ๆกับบักบักอ้ายนี่ล่ะ แม่นบ่


เปิดมามื้อนี้พร้อมกับเพลงพ่อใหญ่ลีกะบ่แม่นอีหยังดอก สิมาเว้าเรื่องพ่อใหญ่ลีให้ฟัง

พ่อใหญ่ลีเลามาเกี่ยวอีหยังกับการเฮ็ดส้มหมูห่อใบตองแม่นบ่  อีหลีแล้วเลากะบ่ได้เกี่ยวโดยตรงดอก

เพียงแต่ว่าบ้านพ่อใหญ่ลีเพิ้นเฮ็ดส้มหมูขาย เพิ้นกะเลยปลูกต้นกล้วยไว้หล๊ายหลาย

บ้านเพิ้นกะอยู่หลังท้ายสุดของหมู่บ้านนำเนาะ ส้มหมูพ่อใหญ่ลีกะขายดีขนาด

ย่อนว่ามันแซ่บคัก อีพ่อกับอีแม่ยังใช้ให้บักอ้ายไปซื้อมากินอยู่เป็นประจำเด้

พ่อใหญ่ลีเลามีลูกชายชื่อว่าอ้ายสิน อ้ายสินหัวแต่แต่งงานกับเอื้อยอ้อยคนงามได้ยังบ่ทันโดน

  พ่อใหญ่ลีเลากระมาชิงตายไปก่อน ส่วนเป็นอีหยังตายบักอ้ายกะจำบ่ค่อยได้แล้ว

มันโดนเติบแล้วเนาะ พอพ่อตายอ้ายสินกับเมียกะเลยต้องสืบต่อกิจการส้มหมูของพ่อใหญ่ลี

หน้านั้นกล้วยกะกำลังออกปลีจนเต็มป่ากล้วยของพ่อใหญ่ลีจนเต็มไปหมด

พวกผู้บ่าวซ่ำน้อยขี้ดื้อหลาย หลังจากตระเวนเล่นสาวจนค่ำมืด กะพากันไปลักกล้วย

ในป่ากล้วยของพ่อใหญ่ลีแม้ สิเหลือบ่ล่ะ ระหว่างที่กำลังดึงต้นกล้วยที่มีเครือกล้วยงามๆ

ลงมาอยู่นั่น ผีพ่อใหญ่ลีกะโผล่พรวดออกมาจากป่ากล้วย หน้านี่เน่าจนเละ

พวกผู้บ่าวซ้ำน้อยเห็นซั่มนั่นกะโกยตีนหมาบ่คิดชีวิต แล่นกลับไปนอนคลุมโปงอยู่บ้าน

ผมตั้งโด่ป่านในละครทีวีพุ่นแหล่ว ผีพ่อใหญ่ลีเฮี้ยนขึ้นคุมื้อ ขนาดค่ำๆแม่ใหญ่สาย

ที่อยู่ข้างบ้านไปลักตัดใบตองสิเอามาหมกปลาซิว กะยังถึกผีผู้ใหญ่ลีหลอกจนจับไข้

ไปหลายมื้อ พอตกกลางคืน บักอ้ายกะสิฟ้าวอาบน้ำแล้วกะขึ้นมานอน ย่อนย่านผีพ่อใหญ่ลีหลาย

มื้อหนึ่งลุงดำพ่อบักเขียวเลาไปไต้กบ เลาเป็นคนบ่ย่านผีท่อได๋เนาะ หลังจากได้กบ

หลายพอสมควรแล้วเลากะย่างลัดทุ่งขึ้นมา เดือนกะมืดๆ มีแค่แสงไฟที่พ่วงเข้ากับแบตตารี่

ที่ลุงดำเลาผูกไว้ตรงหน้าผากท่อนั้น ที่ส่องนำทางพอให้ลุงดำเห็นหุ่ง พอย่างมาฮอดป่ากล้วย

ของพ่อใหญ่ลี ลมมันกะพัดมาแฮงๆ ลุงดำที่เคยบอกว่าบ่ย่านผี กะกำด้ามฉมวกแทงกบเอาไว้แน่น

“เอ้า คันมาหลอกข่อย ข่อยสิแทงเจ้าคือแทงกบโลดเด้อพ่อใหญ่ลี”

ลุงดำฟ้าวสาวขาให้ไวขึ้น เสียงหมาเริ่มส่งเสียงหอนต่อกันไปเป็นทอดๆ ลุงดำเริ่มรู้สึกย่าน

เพราะฮู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องมองเจ้าของอยู่ จนเลาย่างมาฮอดกอกล้วยตานีกอใหญ่ที่สุด

ร่างสูงใหญ่ขาวโพลนของผีพ่อใหญ่ลีกะโผล่พรวดออกมา ตานี่ลึกโป๋

“เห้ย”ลุงดำฮ้องสุดเสียง เอาด้ามฉมวกในมือฟาดไปที่หัวของผีพ่อใหญ่ลีเต็มเปา

“โอ้ย”ผีฮ้องพร้อมลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้นดินตรงหน้าลุงดำ ลุงดำยกฉมวกหวังสิแทง

ให้ผีผู้ใหญ่ลีตายไปอีกจักเที่ย แต่ผู้ที่นอนอยู่ฟ้าวดึงผ้าคลุมสีขาวออกมา

“ข่อยเอง อ้ายดำ อย่าแทงๆ”ลุงดำชะงักฉมวกเอาไว้ทัน

อ้ายสินดึงหน้ากากผีออก หัวแตกเลือดไหลอาบ ดีเด้ที่ลุงดำเพิ้นบ่ได้เอาฉมวกแทงแต่แรก

คันสั่นอ้ายสินคือสิได้เป็นผีสมใจเด้ นั่นกะคือเรื่องราวของผีผู้ใหญ่ลี อีหลีแล้วกะเป็นอ้ายสิน

ลูกชายเลา ที่เอาผ้าขาวกับหน้ากากผีมาห่มหลอกชาวบ้าน เพราะว่าบ่อยากให้ชาวบ้านมาลัก

ตัดกล้วยกับใบตองในสวน



บัดที่นี่กะมาเบิ่งเมนูในมื้อนี้ของเฮาเนาะครับ บักอ้ายขอนำเสนอเมนูที่ ซาว พอดิบพอดี

อีกสิบเอ็ดเดือนกับอีกแปดสิบเมนู บักอ้ายคงสิสามารถเฮ็ดได้แน่นอน

ว่าสิเขียนสูรแนวกินอีสานบ้านเฮา ได้ครบร้อยเมนู ภายในหนึ่งปี ตามที่เคยขี้คุยเอาไว้

คันบ่เชื่อกะต้องเบิ่งเอาแล้วกัน

(เหอๆ หลอกให้เขามาติดตามอ่านของเจ้าจองกะเป็นแม้ ข่อยล่ะอยากหัว)



เมนูที่ซาวแล้วเนาะ ตัวเลขกะงามๆ บักอ้ายกะเลยขอนำเสนอ เมนูที่ดีที่สุดเมนูนี้

“ส้มหมูห่อใบตอง” แนวกินที่อยู่ในระดับท๊อบเท็นในหัวใจของบักอ้าย เฮ็ดกะง่าย

ส่วนประกอบกะมีน้อย วัตถุกะหาได้ง๊ายๆ แต่เฮ็ดแล้วรสชาติมันลืมบ่ลงอีหลีเด้

บักอ้ายสิบอกให้ แถมยังต่อยอดไปเอาเฮ็ดเมนูอื่นได้ๆอีกหลายเมนู



ว่าแล้วกะไปตลาดโลด ซื้อหมูสับหรือว่าหมูบด 8 ขีดเลือกเอาเนื้อแดงๆอย่าให้ติดมันหลายเด้

มันบ่แซ่บ  หลังจากนั้นกะซื้อหนังหมูต้มที่เพิ้นเฮ็ดสำเร็จแล้ว บ่ต้องเอาไปเฮ็ดเองให้เสียเวลาดอก

จัดมา 2 ขีด ที่บอกส่วนประกอบนี้กะเป็นเพราะว่ามีอีน้องผู้หนึ่งเพิ้นขอมา กะเลยจัดให้เพิ่นแน่จักหน่อยเนาะ

กระเทียม 70 กรัม

ข้าวเหนียว 1 ปั้นใหญ่ ท่อกำมือผู้บ่าว กำมือผู้สาวบ่ได้ มันน้อยไป

เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

แล้วกะน้ำตาลทราย  ช้อนโต๊ะหนึ่ง

บักพริกดิบ

แล้วกะใบตอง บักอ้ายไปตัดเอาในสวนพ่อใหญ่ลี

(เหอๆๆ ย่านหลายเด้ ผีนี่ คุมื้อกะยังย่านอยู่เนาะ)

หนังยาง











ครบแล้วบัดที่นี่กะมาลงมือเฮ็ดนำกันเนาะ เฮ็ดไปพร้อมๆกันกะได้

อ้ายสิพยายามบอกวิธีเฮ็ดให้เข้าใจง่ายที่สุด

อย่างแรกเตรียมเครื่องปรุงเอาไว้ก่อนเด้อครับ

เอากระเทียมไทยเด้ มันหอมแฮง กลีบน้อยๆเอามาตำให้มันแหลก







ข้าวเหนียวเฮาเอาไปล้างน้ำก่อน  ผึ่งให้มันงวดน้ำพอประมาณ

หนังหมูกะล้างก่อน ทิ่มไว้ให้สะเด็ดน้ำเด้อ

ขั้นตอนต่อไป เอาหนังหมูมานวดให้มันนิ่มจักหน่อย จั่งใส่กระเทียมตำ เกลือ น้ำตาล

นวดให้เข้ากัน จากนั้นกะเอาหมูของเฮาลงไป  แล้วกะ นวด นวด นวด นวด นวด แล้วกะ

นวด นวดไปเรื่อยๆจนฮู้สึกว่าหมูเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเนื้อกะเหนียวจนปั้นเป็นก้อนได้

คันย่านบ่แซ่บกะลองชิมเบิ่งกะได้ ให้มันออกรสเค็มๆแน่เด้อ เดี๋ยวรสส้มกะสิตามมาเองในภายหลัง

(อีส้มมันมักมาสายตลอด)









บัดที่นี่กะเอามาห่อ เอาใบตองไปนึ่งก่อน เวลาห่อสิได้บ่แตก

ตัดแต่งให้พอดีห่อ เช็ดใบตองให้เรียบร้อย







ตักแหนมมาวางลงไป ใส่บักพริกดิบลงไปห่อละหน่วย แล้วกะห่อตามบักอ้ายแบบนี้เด้







บักอ้ายกะพอห่อเป็นแต่กะบ่ได้งามดอก ห่อกินเอง บ่ต้องคึดยังหลาย

ห่อแล้วกะเอาหนังยางมัดหัวมัดท้าย เป็นอันเรียบร้อย









ทิ่มห่อหมูเอาไว้คนเดียวจักสามมื้อ อย่าฟ้าวไปยุ่งกับมัน ให้มันท่าอีส้มหมู่มันมาก่อน

พอสามมื้ออีส้มมาแล้ว กะเอามาแกะกินได้แล้ว แกะออกมาหน้าตากะสิเป็นแบบนี้










คันมักกินดิบกะกินได้เลย รับรองว่าสูตรของบักอ้ายรสชาติกำลังแซ่บ

แต่คันมักอีส้มหลายๆกะทิ่มเอาไปอีกหลายมื้อกะได้ ส่วนคนบ่กินดิบ

กะเอาไปย่างไฟ บักอ้ายสิย่างแบบบ่ต้องดังไฟให้เบิ่งเด้อ แหนมสองห่อที่แกะแล้ว

บักอ้ายกะมาห่อใหม่ ตั้งกระทะแบนๆทั้งเตาแก้สจั่งซี่ แล้วกะเอาแหนมที่ห่อไว้ลงไปจี่

ผ่านกระทะ แค่นี้กะได้ส้มหมูแบบสุกแล้ว










หมอทั้งกลิ่นส้มหมู หอมทั้งกลิ่นใบตอง โอ้ยไปหาซื้อไอ้น้ำเหลืองๆก่อนเด้อ

เอามากินแกล้มกัน ป้าด+++น้ำลายไหล ว่าแล้วกะฟ้าวไปร้านค้าก่อน

จัดมาจักสองขวดคือสิดีงามพระรามแปดคักแท้

หรือว่าสิกินกับตำบักหุ่งแบบนี้กะเข้ากันคักขนาด






แถมให้อีกเมนูหนึ่งเนาะครับเนาะ

บักหุ่งผัดกับส้มหมู

ส่วนผสมกะมี

บักหุ่ง เอามาสับให้เป็นเส้นๆ

กระเทียม กับ พริกไทย แล้วกะเกลือ เอามาตำให้แหลก

เครื่องปรุงกะมี

น้ำปลา น้ำตาล เกลือ กับ น้ำม้นหอย

ส่วนวิธีเฮ็ด กะแค่ เอากระเทียมกับพริกไทยมาผัดให้มันหอม

เอาส้มหมูใส่ลงไป ผัดอีกจักหน่อย

ใส่เส้นบักหุ่ง ปรุงรสด้วย  น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันหอย อย่างละน้อยพอ เดี๋ยวมันเค็ม

ผัดจนกว่ามันสิเข้ากัน

ซั่มนี้กะสิได้เมนู ส้มหมู เมนูใหม่อีกเมนูหนึ่ง

ขอให้มีความสุขกับแนวกินเด้อครับ












Create Date : 22 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:28:14 น.
Counter : 832 Pageviews.

2 comment
ตอนที่ 19 อาหารอีสาน เมนูที่ 18 แกงเปอะ (แกงหน่อไม้ใส่ในยานาง) 21-9-59
















ตอนที่ 19

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  18

 แกงเปอะ(แกงหน่อไม้)







หอมผักกะแยง
ผู้ใดหนอแกงหน่อไม้
กลิ่นหอมลอยมาซูนใจ
ให้คึดฮอดอ้ายคนนั้น.
วันกินข้าวป่า
ก่อนลาไปขายแรงงาน
อ้ายบอก เราต้องห่างกัน
เพื่อฝัน และวันของเรา.


สอยๆ ผู้สาวซำน้อยบ่ฮู้จัก แกงหน่อไม้
พอผู้บ่าวแล่นใส่ ไปกินแกงหน่อไม้นำกันบ่น้ออ้าย
อันนี้สอยเด้อครับ.....

ซวีดัด แปลว่า สวัสดี  เด้อครับเด้อ    

มื้อนี้มาพร้อมกับ“สอย” หลังกลอนที่ชื่อว่า “ส่งฮักส่งแฮง”

ของ เอื้อยนาง ศิริพร สาวหมอลำในดวงใจของบักอ้าย




มาฮอดกะต้องมาเว้ากันก่อนน้อครับนอ หลังจากที่หนีไปเว้าไทยมาเมื่อตอนที่แล้ว

เว้าไทยไปต้มไก่ไป กะเจ็บกกลิ้นหล๊ายหลาย “แบบว่ามันบ่ใช่”

กะเลยกลับมาเว้าอีสานบ้านเฮาคือเก่านี่ล่ะ มันจั่งสิแม่นแนว



ก่อนที่จะเข้าสู่เมนู “แกงเปอะ” หรือที่คนอีสานแบบเฮาๆเอิ้นว่า แกงหน่อไม้

บักอ้ายขอย้อนกลับไปสมัยที่บักอ้ายยังเป็นนักเรียนชั้นประถม บักอ้ายสิเอาความเก่ามาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว

คนมันเฒ่าแล้ว กะเลยมักสิคึดฮอดแต่ความเก่าหนหลังแบบนี้ล่ะ หมู่บ้านที่บักอ้ายอาศัยอยู่ เป็นหมู่บ้านน้อยๆ

สองฝั่งมีภูเขาขนาบอยู่ (วิวงามๆเดสู อยากให้ไปเห็นนำกันเนาะ)  จั่งซั่นการขึ้นภูเพื่อที่สิไปหาหน่อไม้มาเฮ็ดแนวอยู่แนวกิน

กะเลยเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ หล๊ายหลาย(เน้นเสียงยาวๆเด้อครับ)ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของชาวบ้านภายในหมู่บ้าน

ยิ่งหน้าฝน ฝนตกคุมื้อแบบนี้ หน่อไม้กะแฮ่งผุดขึ้นมาหลายจนเต็มไปหมด หลายจนเก็บกินบ่ทัน

ต้องเอามาเฮ็ดหน่อไม้ส้มใส่ไหเอาไว้กิน พุ่นแล้ว  นอกจากหน่อไม้แล้วเวลาบักอ้ายขึ้นไปทั้งภูเขา

บักอ้ายกะสิถือโอกาสหาแมงคาม(แมงกร่าง)ที่มันกำลังกินปลายยอดหน่อไม้ที่มันยาวเกินสิหักมาแกงได้แล้ว

เว้าง่ายๆกะคือหน่อที่มันกำลังสิกลายเป็นต้นไม้ไผ่นั่นล่ะ แมงคามกะสามารถเอามาตำป่นกินกะได้เนาะ(ตำน้ำพริก)

หรือว่าสิเอามาคั่วใส่เกลือกินกะแซ่บคือกัน(แต่ว่าบักอ้ายมักสิเอาโตที่มีเขาใหญ่ๆ เอาไปท้าชนกับหมู่ๆเด็กน้อย  ม่วนอีหลีเด้)


กลับเข้ามาถึงเรื่องหน่อไม้ กันต่อดีกว่า ยามได้เว้ากะเว้าไปทั่วทีปทั่วแดน อีแม่เฮาด่าบักอ้ายหลายเทื่อยุ

ว่าบักอ้ายเว้าน้ำไหลไฟดับ เว้าจนคนนั่งฟังมึนตึบ มื้อหนึ่งผู้บ่าวพาขับรถไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่แม้

บักอ้ายกะนั่งเว้าตั่งแต่ขับรถออกจากบ้านจนฮอดเชียงใหม่ บ่ยอมหลับยอมนอน หมดคืนจนส๋อดแจ้ง

จนคนขับรถถามว่า “เหนื่อยไหมครับ”เพิ้นเป็นผู้บ่าวกรุงเทพเด้

“ไม่เหนื่อยดอก เพราะอยากนั่งเป็นเพื่อนคุณ กะเลยหาเรื่องมาเว้าให้ฟัง กลัวคุณขับรถแล้วอยากนอน มันอันตราย”

พุ่นเด้!!!!เรื่องหาเหตุผลดีๆมาอ้างล่ะ ถนัดหลาย อีหลีกะแค่อยากเว้าให้มันม่วนๆกะซัมนั่น

เห็นบ่ สิได้เว้าเรื่องหน่อไม้ต่อบ่ละนี่  เอ้า++++เรื่องหน่อไม้ กะเรื่อง หน่อไม้ อย่าฟ้าวเบื่อเด้อ


บักอ้ายตื่นขึ้นมาในมื้อหนึ่งพ่อใหญ่บ้านกะประกาศผ่านเสียงตามสาย กะคือหอกระจายเสียงที่ตั้งอยู่

ศาลากลางบ้านนั่นล่ะ เพิ้นบอกว่าสิมีพ่อค้าเอารถมารับซื้อหน่อไม้ คันผู้ได๋อยากมีรายได้พิเศษกะให้ขึ้นภู

ไปหาหน่อไม้มาขาย กะเลยเฮ็ดให้การขึ้นภูไปหาหน่อไม้ กลายเป็นอาชีพเสริมของคนภายในหมู่บ้านไปโดยปริยาย

แน่นอนคักแท้ บักอ้ายสิพลาดได้จั่งได๋ กะมาเตรียมตัวขึ้นภูไปหาหน่อไม้มาขายนำเพิ้นโลดแหล่ว  

ส่วนขั้นตอนการขึ้นภูไปหาหน่อไม้ของบักอ้าย กะสิเกิดขึ้นแค่ในวันเสาร์กับวันอาทิตย์ที่บ่ได้ไปโรงเรียนท่อนั่น  

พอคืนวันศุกร์บักอ้ายกะสิฟ้าวเข้านอน เพราะเช้าวันเสาร์บักอ้ายต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า เตรียมถุงปุ๋ย มีดอีโต้ มีดสองคม

ไม้ขีดไฟ ไม้คาน หยิบเอาเสื้อผ้าแขนยาวขายาวมานุ่งให้มันมิดชิด มีหมวกอีโม่งนำพร้อม ป่านว่าสิไปปล้นธนาคารแม้

ที่ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนั้นกะเพราะว่าหน่อไม้มันมีขน มันเฮ็ดให้เกิดการคันคายได้ แห่งผิวบอบบางผู้ดีๆแบบบักอ้าย

แห่งต้องระวังเป็นพิเศษ แถมทั้งภูยุงกะหลายๆ เพราะว่าสภาพยังเป็นป่ารกชื้นอยู่ แสงแดดแทบส่องลงมาบ่ถึงพื้นดิน

หลังจากเตรียมห่อข้าวกับแจ่วกระปุกหนึ่งได้กะมุ่งหน้าขึ้นไปทั้งภูกันเลย ที่ต้องรีบไปตั้งแต่ไก่ยังบ่ตื่นมาขัน

กะเพราะว่าย่านคนอื่นสิไปเก็บเอาหน่อไม้ไปหมดก่อน  พอไปฮอดทั้งภูแล้วเฮาก็จะหาสถานที่มั่นเอาไว้เป็น

ฐานทัพนั่งแหลวบัดนี้ ฐานทัพฟังป่านเป็นทหารที่กำลังออกรบเนาะสู  เอาข้าวของทุกอย่างเก็บไว้หม่องที่เฮา

เลือกเอาไว้แล้ว ก่อนสิออกย่างหาหน่อไม้พร้อมถุงปุ๋ยใบหนึ่ง หาไปเรื่อยๆจนกว่าสิได้เต็มถุงปุ๋ย

อย่าลืมจำฐานทัพเจ้าของเฮาเด้ คันลืมจนหลงป่ากะบ่มีไผ๋ช่อยได้ทั้งนั้น เอาหน่อไม้กลับมาเทเอาไว้ที่ฐานทัพ  

หาใบไผ่มาปกกองหน่อไม้เอาไว้ เดี๋ยวคนมาพ้อ เพิ้นสิมาลักเอาหน่อไม้เฮาไปได้

เรียบร้อยแล้วกะออกไปหาหน่อไม้อีกหลายๆเที่ยวจนกว่าสิถึงมื้อเที่ยง หรือบ่จั่งซั่นคันหาหน่อไม้ได้หลายพอสมควรแล้ว

กะพอที่พักกินข้าวเที่ยงได้แล้ว จกปั้นข้าวจ่ำแจ่วจนอิ่มหมีพีมันแล้วกะค่อยไปหาฟืนมาดังไฟ

เก็บเอาพวกไม้เก่าๆทั้งภูนั่นล่ะ เอามาเป็นเชื้อไฟ ตัดไม้มาเฮ็ดเป็นคานยาวๆ และจั่งเอาหน่อไม้มาเผา

เผาแล้วเสร็จหมดกะใช้มีดสองคมปอกเปลือกออก เฮ็ดแบบนั้นจนกว่าสิครบทุกหน่อ

เอาหน่อไม้ที่ปอกเปลือกแล้วทั้งหมดใส่ลงในถุงปุ๋ยทั้งสองข้างๆให้มันท่อๆกัน ใช้ไม้คานหาบลงมาจากภูเขา

แจ่แม่นมันทั้งฮ้อนทั้งคันหลายเนาะ หนักกะหนัก  พอหาบหน่อไม้ผ่านห้วยน้

ำ บักอ้ายกะอดบ่ได้ ฟ้าว!!!!วางหาบลง แก้ผ้าโดดลงเล่นน้ำ โอ้ย!!!แจ่แม่นมีแฮงหลายบัดที่นี่

ซำบายอกซำบายใจซำบายตัวแล้วกะขึ้นมานุ่งผ้า แล้วจั่งหาบหน่อไม้ต่อ จนไปฮอดรถของพ่อค้าที่มาดักรอท่า

ซื้อหน่อไม้อยู่ก่อนแล้ว  ซึ่งพวกพ่อค้าสิรับซื้อหน่อไม้โดยให้ราคาต่อกิโล ขึ้นอยู่กับกลไกทางตลาดเนาะ  

เด็กน้อยแบบอ้ายแต่ล่ะมื้อหาได้ประมาณสี่สิบห้าสิบโลต่อมื้อกะถือว่าเก่งแล้ว คันได้หลายกว่านี้

กะคงสิหาบลงมาจากภูบ่ไหมดอก มื้อหนึ่งกะได้เงินเกือบร้อยอยู่เด้ ตอนนั้นกะคือว่าหลายๆสำหรับบักอ้าย

ดีใจหลายที่หาเงินได้เองตั้งแต่น้อย ได้เงินมาแล้วกะเก็บเอาไว้ บ่ค่อยได้ใช้อีหยังดอก

นอกจากสิไปตลาดนัดในตำบลคุมื้อวันพระ จั่งสิได้ซื้อเสื้อใหม่จักโต


การหาหน่อไม้ขายยังดำเนินมาทุกปีๆ  จนผ่านมาหลายๆปี ป่าไผ่ที่เคยขึ้นหนาแน่นอยู่ทั้งภูเขาก็เริ่มหดหายไปจนหมด

เพราะว่าชาวบ้านขึ้นไปเก็บหน่อไม้มาขาย จนลืมคิดไปว่า หน่อไม้มันกะสิใหญ่ขึ้นกลายเป็นต้นไผ่ในอนาคต

พอเก็บหน่อไม้มาจนหมด กะบ่มีไม้ไผ่รุ่นใหม่ๆ กอไผ่กะเริ่มตายลงเที่ยละกอสองกอ

จนสุดท้ายภูเขากะเปลี่ยนเป็นภูเขาหัวโลน แนวกินที่เคยได้มาจากป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็พลอยหดหายไปจนเกือบหมด

การที่พวกมนุษย์แบบเฮาๆช่อยกันหยิบฉวยเอามาจากธรรมชาติหลายจนเกินไป กะเฮ็ดให้ทุกอย่างสูญสลาย

ไปได้ในช่วงเวลาเพียงบ่กี่ปี คือจั่งผืนป่าไผ่ทั้งภูเขาที่หมู่บ้านอ้าย



ปัจจุบันนี้เวลาอ้ายไปเที่ยวต่างจังหวัด อ้ายขับรถผ่านเส้นทาง เห็นชาวบ้านเอาหน่อไม้มาวางขายเต็มสองข้างถนน

กะเลยอดคิดบ่ได้ว่า  ถ้าผู้คนมัวแต่เอาประโยชน์จากป่า โดยที่บ่คิดที่สิดูแลรักษา ในวันหนึ่งข้างหน้ามนุษย์ขี้เหม็น

อย่างเฮาๆท่านๆอาจสิบ่มีหน่อไม้กินอีกเลยกะเป็นไปได้


ขอบคุณภาพนี้จากเพจ ออนซอนอีสาน ครับผม



บัดที่นี่บักอ้ายกะสิเว้าเรื่องที่มาที่ไปของ “แกงเปอะ”ให้ฟังกันก่อนจักเนาะครับ ก่อนที่สิลงมือเฮ็ดกัน “แกงเปอะ”

“ต้มเปอะ” หรือ “แกงเปรอะ”ต้องเขียนแบบได๋ จั่งสิถูกต้อง ความจริงแล้วคนอีสานขนานแท้แบบอ้าย

สิเอิ้นแกงเปอะว่าแกงหน่อไม้ใส่ใบยานาง บ่เคยได้ยินผู้ได๋ในหมู่บ้านเอิ้นว่าแกงเปอะ  จนมาอยู่กรุงเทพนั่นล่ะ

จั่งค่อยได้ยิน อ้ายคิดว่าเมื่อคนอีสานบ้านเฮาได้เดินทางเข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพเมืองฟ้าอมร

เฮากะได้นำเอาแนวกินเมนูนี้ติดตามเข้ามานำ กะเลยเฮ็ดให้คนไทยภาคอื่นๆได้รู้จักแกงหน่อไม้ใส่ใบยานาง

และได้ลองชิมรสชาติแสนสิแซ่บของมันนำ ด้วยหน้าตาของแกงหน่อไม้ที่ใส่ใบยานางจนน้ำเป็นสีดำคล้ำ

รวมทั้งผักหลายอย่างหลายแนวที่เอาใส่ลงไป เลยเฮ็ดให้คนไทยทางภาคกลางเรียกแกงชนิดว่า

“แกงเปรอะ” ซึ่งน่าสิได้ที่มาที่ไปจากคำว่า “เปรอะเปื้อน” นั่นเอง แต่เมื่อคนภาคอีสานนำกลับไปเอิ้น

ด้วยตัวพยัญชนะตัว “ร” เฮ็ดให้คนไทยภาคอีสานเว้ายากลำบาก บางคนถึงกลับเว้าหรือออกเสียงบ่ได้กะมีเด้

(ขนาดบักอ้ายยังดัดลิ้นเว้า รอ เรือ แทบบ่ได้เลย)ชื่อแกงหน่อไม้ใส่ใบยานางสำหรับคนไทยภาคอีสาน

กะเลยลดเหลือแค่คำว่า “แกงเปอะ”ท่อนั้น  และนี่กะคือที่มาที่ไปทั้งหมดของ แกงหน่อไม้ใส่ใบยานาง

ที่เขาเรียกขนานนามกันว่า “ต้มเปอะ” หรือ “แกงเปอะ”เด้อครับ นิน นิน นิน

(บ่ต้องแปลกใจบักอ้ายมักเบิ่ง นิจจาฮาโตริ มันกะเลยติดปากมาเด้อขอรับ ลาวอยากเป็นนินจาแม้ นิน นิน นิน)




คนอีสานพอเห็นหน่อไม้กะคึดฮอด “แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง”อยู่แล้วล่ะเนาะ บักอ้ายกะคือกัน

(ควักเงินเด้อบ่ได้ควักอย่างอื่น)ควักเงินออกมาขอซื้อหน่อไม้มาจากแม่ค้า “เอาหน่อหนึ่งพอ”

ตั้งใจว่าสิเอาเอามา “แกงเปอะ”ให้อีแม่กิน อีแม่เพิ้นจ่มอยากกินมาหลายมื้อแล้ว พอเลาอายุอานามหลายขึ้น

สิขยับไปซื้อหาอีหยังมาเฮ็ดเองกะลำบาก ลูกแบบบักอ้ายนี่ล่ะ จั่งกลายเป็นผู้จัดการแทนหมดคุอย่าง

อีหยังเฮ็ดให้กินได้กะเฮ็ดให้หมด พาไปเที่ยวได๋ได้กะพาไปหมด ย้อนว่าฮักอีแม่หล๊ายๆ

แต่เลาบ่มักไปเที่ยวดอก พาไปเที่ยวประเทศฮ่องกง เลาบอกว่า

“เที่ยหน้าพาแม่ไปเบิ่งหมอลำกะพอเด้ออ้าย”คึดเบิ่งเอาโลด

มาเริ่มเฮ็ดแกงเปอะ(แกงหน่อไม้ใบยานาง)กันเนาะทีนี่





ส่วนผสมของบักอ้ายมีดังต่อไปนี้เด้อครับ
(ย้ำเด้อว่าส่วนผสมของบักอ้าย เพราะว่าแกงเปอะแต่ละหม๋องมักสิมีส่วนผสมที่
แตกต่างกันออกไป แล้วแต่สิหาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ)

หน่อไม้หวานที่ซื้อมาหน่อหนึ่ง
บักอึ (ฟักทอง)
เห็ดขอน(คือเห็ดที่ขึ้นตามขอนไม้)
บักบวบ
หมากแข้ง(มะเขือพวง)
ยอดบักบวบ
ผักขา(ชะอม)
ผักอีตู่(ใบแมงลัก)
ใบยานาง
ผักบั่ว(ต้นหอม)
พริกกะเหรี่ยงดิบ เอาไว้ใส่เป็นลูกโดด
(แต่เวลาอีแม่เลากัดไปถึก เลากะโดดโด่งๆคือกันเด้ ย่อนว่าเลาเผ็ดหลาย
บ่แม่นแค่ลูกที่โดด แม่กะโดดคือกัน บ่หัวบ่ ต๊ายๆ ตลกฝืดอีกแล้วบักอ้าย)
ผักขะแยง (ขาดบ่ได้ แกงอีสานแท้ๆต้องใส่)
ข้าวหม่า(ข้าวเหนียวแช่น้ำค้างคืน)







ส่วนของเครื่องปรุง
  น้ำปลาร้า (หัวใจเลยเด้)
น้ำปลา
น้ำตาล
เกลือ






ส่วนประกอบของบักพริกแกงมีดังต่อไปนี้
หัวผักบั่ว(หอมแดง)
หัวคิงไค(ตะไคร้)
ข่าอ่อน
กระชาย
พริกชี้ฟ้าดิบหน่วยแดงๆเด้อ






ขั้นตอนวิธีทำค่ะคุณขา(โปรดเว้าไทยนะคะ)

เตรียมน้ำใบยานางก่อนหมู่โลด เอาใบยานางไปล้างให้มันสะอาด ล้างหลายๆน้ำฮั่งดี
ล้างแล้วเอามาคั้นจนได้น้ำใบยานางข้นๆ กองเอากากออก พักน้ำใบยานางเอาไว้ก่อน




หันมาตำข้าวเบือที่แช่เอาไว้ ตำให้ละเอียดที่สุด
น้ำแกงเปอะสิได้ข้นๆแล้วกะเนียนงามคือผิวสาวสิบห้า




เตรียมหน่อไม้
ปอกเปลือกหน่อไม้หวาน แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นฝานให้เป็นชิ้นหรือต้อนบางๆ
เอาลงไปแช่น้ำเกลือเอาไว้เพื่อบ่ให้หน่อไม้ดำและยังช่วยลดความขมของหน่อไม้นำ
หลังจากนั้นกะนำหน่อไม้ไปต้มกับน้ำใบยานาง ต้มจนสุกและความขมลดลง กะตักออกมาพักเอาไว้















เอาผักต่างๆรวมถึงเครื่องพริกแกงไปล้างให้สะอาด





จัดการพริกแกงโลด
เอาข่า หัวคิงไค กระชาย หอมแดงมาหั่นเป็นต่อนเล็กๆ เตรียมครกมาตำ ใส่เกลือลงไปก่อน
ตามด้วยเครื่องหอมที่เฮาหั่นเอาไว้ ตามด้วยบักพริกดิบ
เอาจักหน่วยกะแล้วแต่ความมักเลย มักเผ็ดๆกะใส่หลายๆ ตำทุกอย่างรวมกันจนแหลก






เตรียมผักต่างๆสำหรับปรุง
เอาเห็ดขอนมาตัดโคนแข็งๆออกก่อน
บักอึ(ฟักทอง) ปลอกเปลือกแล้วกะหั่นชิ้นพองามเตรียมไว้
บักบวบตัดชิ้นพอดีเอาไว้คือกัน
ผักขา(ชะอม) ผักอีตู่(ใบแมงลัก) เอามาเด็ดยอดกับใบไว้
ต้นหอม ผักขะแยงเอาหั่นเป็นท่อนๆ
ส่วนมะเขืองพวงกะเอามาเด็ดขั้วออกให้หมดเหลือไว้แต่หน่วยมัน






ลงมือเฮ็ดกันบัดนี้
เอาน้ำยานางใส่กระทะตั้งไฟ เติมเครื่องแกงลงไป ตามด้วยบักอึก่อนมันสุกยาก
(รูปอาจสิมืดแน่เด้ ฝนมันตก แถมยังกลับมาฮอดบ้านสองทุ่มแล้ว เฮ็ดยามกลางคืนเนาะ แสงมันเลยบ่พอ)





พอเดือดกะใส่หน่อไม้ที่เฮาต้มเอาไว้แล้วลงไป คนๆท่าให้หน่อไม้อ่อนตัวลงจักหน่อย
กะค่อย เอาบักบวบ บักแข้ง เห็ดขอนใส่ลงไป




ขั้นตอนต่อไปกะปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาล แล้วกะพระเอกของเฮา “น้ำปลาร้า"
ชิมเบิ่งให้มันนัวๆเด้อ ตามด้วยข้าวเบือที่ตำเอาไว้แล้ว คนๆให้ข้าวเบือทั่วๆกระทะ
ท่าให้ข้าวเบือสุก กะใส่ยอดบักบวบ ผักอีตู่ ผักบั่ว กับผักขะแยงลงไป คนๆอีกเทื่อสุดท้าย
โยนบักพริกกะเหรี่ยงดิบๆลงไปแล้วยกลงมาตักใส่ถ้วยโลด





เสร็จแล้วครับ แกงเปอะ แต่บ่เลอะเทอะของบักอ้าย
เป็นจั่งได๋เป็นตาแซบบ่







ย่อนอยากเป็น Food Stylist แม้ กะเลยเอาใบตองมานั่งตัดเย็บเฮ็ดกระทง
“เฮ็ดหยังอ้าย”อีแม่ถาม
“อย่ามายุ่งกับฟู้ดสไตลิสเดอร์”
“อีหยังลิดๆเกาะ”อีแม่ฮั่งขยับเข้ามาเบิ่งใกล้ๆ

“กระทงตัว คือขี้ฮ้ายแท้บักอ้าย” อีแม่ว่า
ห่วย!!!คนหล่อๆเฮ็ดอีหยังกะบ่น่าเกลียดแม้
เจ้าสิเว้าเฮ็ดหยังน้อ แม่ใหญ่นวล








Create Date : 21 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:27:13 น.
Counter : 1283 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  

บักอ้าย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



ทำอาหารทานเองไม่ใช่เรื่องยาก
ผมทำได้ คุณก็ทำได้
ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ
เชพฆฤณ