All Blog
ตอนที่ 19 อาหารอีสาน เมนูที่ 18 แกงเปอะ (แกงหน่อไม้ใส่ในยานาง) 21-9-59
















ตอนที่ 19

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  18

 แกงเปอะ(แกงหน่อไม้)







หอมผักกะแยง
ผู้ใดหนอแกงหน่อไม้
กลิ่นหอมลอยมาซูนใจ
ให้คึดฮอดอ้ายคนนั้น.
วันกินข้าวป่า
ก่อนลาไปขายแรงงาน
อ้ายบอก เราต้องห่างกัน
เพื่อฝัน และวันของเรา.


สอยๆ ผู้สาวซำน้อยบ่ฮู้จัก แกงหน่อไม้
พอผู้บ่าวแล่นใส่ ไปกินแกงหน่อไม้นำกันบ่น้ออ้าย
อันนี้สอยเด้อครับ.....

ซวีดัด แปลว่า สวัสดี  เด้อครับเด้อ    

มื้อนี้มาพร้อมกับ“สอย” หลังกลอนที่ชื่อว่า “ส่งฮักส่งแฮง”

ของ เอื้อยนาง ศิริพร สาวหมอลำในดวงใจของบักอ้าย




มาฮอดกะต้องมาเว้ากันก่อนน้อครับนอ หลังจากที่หนีไปเว้าไทยมาเมื่อตอนที่แล้ว

เว้าไทยไปต้มไก่ไป กะเจ็บกกลิ้นหล๊ายหลาย “แบบว่ามันบ่ใช่”

กะเลยกลับมาเว้าอีสานบ้านเฮาคือเก่านี่ล่ะ มันจั่งสิแม่นแนว



ก่อนที่จะเข้าสู่เมนู “แกงเปอะ” หรือที่คนอีสานแบบเฮาๆเอิ้นว่า แกงหน่อไม้

บักอ้ายขอย้อนกลับไปสมัยที่บักอ้ายยังเป็นนักเรียนชั้นประถม บักอ้ายสิเอาความเก่ามาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว

คนมันเฒ่าแล้ว กะเลยมักสิคึดฮอดแต่ความเก่าหนหลังแบบนี้ล่ะ หมู่บ้านที่บักอ้ายอาศัยอยู่ เป็นหมู่บ้านน้อยๆ

สองฝั่งมีภูเขาขนาบอยู่ (วิวงามๆเดสู อยากให้ไปเห็นนำกันเนาะ)  จั่งซั่นการขึ้นภูเพื่อที่สิไปหาหน่อไม้มาเฮ็ดแนวอยู่แนวกิน

กะเลยเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ หล๊ายหลาย(เน้นเสียงยาวๆเด้อครับ)ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของชาวบ้านภายในหมู่บ้าน

ยิ่งหน้าฝน ฝนตกคุมื้อแบบนี้ หน่อไม้กะแฮ่งผุดขึ้นมาหลายจนเต็มไปหมด หลายจนเก็บกินบ่ทัน

ต้องเอามาเฮ็ดหน่อไม้ส้มใส่ไหเอาไว้กิน พุ่นแล้ว  นอกจากหน่อไม้แล้วเวลาบักอ้ายขึ้นไปทั้งภูเขา

บักอ้ายกะสิถือโอกาสหาแมงคาม(แมงกร่าง)ที่มันกำลังกินปลายยอดหน่อไม้ที่มันยาวเกินสิหักมาแกงได้แล้ว

เว้าง่ายๆกะคือหน่อที่มันกำลังสิกลายเป็นต้นไม้ไผ่นั่นล่ะ แมงคามกะสามารถเอามาตำป่นกินกะได้เนาะ(ตำน้ำพริก)

หรือว่าสิเอามาคั่วใส่เกลือกินกะแซ่บคือกัน(แต่ว่าบักอ้ายมักสิเอาโตที่มีเขาใหญ่ๆ เอาไปท้าชนกับหมู่ๆเด็กน้อย  ม่วนอีหลีเด้)


กลับเข้ามาถึงเรื่องหน่อไม้ กันต่อดีกว่า ยามได้เว้ากะเว้าไปทั่วทีปทั่วแดน อีแม่เฮาด่าบักอ้ายหลายเทื่อยุ

ว่าบักอ้ายเว้าน้ำไหลไฟดับ เว้าจนคนนั่งฟังมึนตึบ มื้อหนึ่งผู้บ่าวพาขับรถไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่แม้

บักอ้ายกะนั่งเว้าตั่งแต่ขับรถออกจากบ้านจนฮอดเชียงใหม่ บ่ยอมหลับยอมนอน หมดคืนจนส๋อดแจ้ง

จนคนขับรถถามว่า “เหนื่อยไหมครับ”เพิ้นเป็นผู้บ่าวกรุงเทพเด้

“ไม่เหนื่อยดอก เพราะอยากนั่งเป็นเพื่อนคุณ กะเลยหาเรื่องมาเว้าให้ฟัง กลัวคุณขับรถแล้วอยากนอน มันอันตราย”

พุ่นเด้!!!!เรื่องหาเหตุผลดีๆมาอ้างล่ะ ถนัดหลาย อีหลีกะแค่อยากเว้าให้มันม่วนๆกะซัมนั่น

เห็นบ่ สิได้เว้าเรื่องหน่อไม้ต่อบ่ละนี่  เอ้า++++เรื่องหน่อไม้ กะเรื่อง หน่อไม้ อย่าฟ้าวเบื่อเด้อ


บักอ้ายตื่นขึ้นมาในมื้อหนึ่งพ่อใหญ่บ้านกะประกาศผ่านเสียงตามสาย กะคือหอกระจายเสียงที่ตั้งอยู่

ศาลากลางบ้านนั่นล่ะ เพิ้นบอกว่าสิมีพ่อค้าเอารถมารับซื้อหน่อไม้ คันผู้ได๋อยากมีรายได้พิเศษกะให้ขึ้นภู

ไปหาหน่อไม้มาขาย กะเลยเฮ็ดให้การขึ้นภูไปหาหน่อไม้ กลายเป็นอาชีพเสริมของคนภายในหมู่บ้านไปโดยปริยาย

แน่นอนคักแท้ บักอ้ายสิพลาดได้จั่งได๋ กะมาเตรียมตัวขึ้นภูไปหาหน่อไม้มาขายนำเพิ้นโลดแหล่ว  

ส่วนขั้นตอนการขึ้นภูไปหาหน่อไม้ของบักอ้าย กะสิเกิดขึ้นแค่ในวันเสาร์กับวันอาทิตย์ที่บ่ได้ไปโรงเรียนท่อนั่น  

พอคืนวันศุกร์บักอ้ายกะสิฟ้าวเข้านอน เพราะเช้าวันเสาร์บักอ้ายต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า เตรียมถุงปุ๋ย มีดอีโต้ มีดสองคม

ไม้ขีดไฟ ไม้คาน หยิบเอาเสื้อผ้าแขนยาวขายาวมานุ่งให้มันมิดชิด มีหมวกอีโม่งนำพร้อม ป่านว่าสิไปปล้นธนาคารแม้

ที่ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนั้นกะเพราะว่าหน่อไม้มันมีขน มันเฮ็ดให้เกิดการคันคายได้ แห่งผิวบอบบางผู้ดีๆแบบบักอ้าย

แห่งต้องระวังเป็นพิเศษ แถมทั้งภูยุงกะหลายๆ เพราะว่าสภาพยังเป็นป่ารกชื้นอยู่ แสงแดดแทบส่องลงมาบ่ถึงพื้นดิน

หลังจากเตรียมห่อข้าวกับแจ่วกระปุกหนึ่งได้กะมุ่งหน้าขึ้นไปทั้งภูกันเลย ที่ต้องรีบไปตั้งแต่ไก่ยังบ่ตื่นมาขัน

กะเพราะว่าย่านคนอื่นสิไปเก็บเอาหน่อไม้ไปหมดก่อน  พอไปฮอดทั้งภูแล้วเฮาก็จะหาสถานที่มั่นเอาไว้เป็น

ฐานทัพนั่งแหลวบัดนี้ ฐานทัพฟังป่านเป็นทหารที่กำลังออกรบเนาะสู  เอาข้าวของทุกอย่างเก็บไว้หม่องที่เฮา

เลือกเอาไว้แล้ว ก่อนสิออกย่างหาหน่อไม้พร้อมถุงปุ๋ยใบหนึ่ง หาไปเรื่อยๆจนกว่าสิได้เต็มถุงปุ๋ย

อย่าลืมจำฐานทัพเจ้าของเฮาเด้ คันลืมจนหลงป่ากะบ่มีไผ๋ช่อยได้ทั้งนั้น เอาหน่อไม้กลับมาเทเอาไว้ที่ฐานทัพ  

หาใบไผ่มาปกกองหน่อไม้เอาไว้ เดี๋ยวคนมาพ้อ เพิ้นสิมาลักเอาหน่อไม้เฮาไปได้

เรียบร้อยแล้วกะออกไปหาหน่อไม้อีกหลายๆเที่ยวจนกว่าสิถึงมื้อเที่ยง หรือบ่จั่งซั่นคันหาหน่อไม้ได้หลายพอสมควรแล้ว

กะพอที่พักกินข้าวเที่ยงได้แล้ว จกปั้นข้าวจ่ำแจ่วจนอิ่มหมีพีมันแล้วกะค่อยไปหาฟืนมาดังไฟ

เก็บเอาพวกไม้เก่าๆทั้งภูนั่นล่ะ เอามาเป็นเชื้อไฟ ตัดไม้มาเฮ็ดเป็นคานยาวๆ และจั่งเอาหน่อไม้มาเผา

เผาแล้วเสร็จหมดกะใช้มีดสองคมปอกเปลือกออก เฮ็ดแบบนั้นจนกว่าสิครบทุกหน่อ

เอาหน่อไม้ที่ปอกเปลือกแล้วทั้งหมดใส่ลงในถุงปุ๋ยทั้งสองข้างๆให้มันท่อๆกัน ใช้ไม้คานหาบลงมาจากภูเขา

แจ่แม่นมันทั้งฮ้อนทั้งคันหลายเนาะ หนักกะหนัก  พอหาบหน่อไม้ผ่านห้วยน้

ำ บักอ้ายกะอดบ่ได้ ฟ้าว!!!!วางหาบลง แก้ผ้าโดดลงเล่นน้ำ โอ้ย!!!แจ่แม่นมีแฮงหลายบัดที่นี่

ซำบายอกซำบายใจซำบายตัวแล้วกะขึ้นมานุ่งผ้า แล้วจั่งหาบหน่อไม้ต่อ จนไปฮอดรถของพ่อค้าที่มาดักรอท่า

ซื้อหน่อไม้อยู่ก่อนแล้ว  ซึ่งพวกพ่อค้าสิรับซื้อหน่อไม้โดยให้ราคาต่อกิโล ขึ้นอยู่กับกลไกทางตลาดเนาะ  

เด็กน้อยแบบอ้ายแต่ล่ะมื้อหาได้ประมาณสี่สิบห้าสิบโลต่อมื้อกะถือว่าเก่งแล้ว คันได้หลายกว่านี้

กะคงสิหาบลงมาจากภูบ่ไหมดอก มื้อหนึ่งกะได้เงินเกือบร้อยอยู่เด้ ตอนนั้นกะคือว่าหลายๆสำหรับบักอ้าย

ดีใจหลายที่หาเงินได้เองตั้งแต่น้อย ได้เงินมาแล้วกะเก็บเอาไว้ บ่ค่อยได้ใช้อีหยังดอก

นอกจากสิไปตลาดนัดในตำบลคุมื้อวันพระ จั่งสิได้ซื้อเสื้อใหม่จักโต


การหาหน่อไม้ขายยังดำเนินมาทุกปีๆ  จนผ่านมาหลายๆปี ป่าไผ่ที่เคยขึ้นหนาแน่นอยู่ทั้งภูเขาก็เริ่มหดหายไปจนหมด

เพราะว่าชาวบ้านขึ้นไปเก็บหน่อไม้มาขาย จนลืมคิดไปว่า หน่อไม้มันกะสิใหญ่ขึ้นกลายเป็นต้นไผ่ในอนาคต

พอเก็บหน่อไม้มาจนหมด กะบ่มีไม้ไผ่รุ่นใหม่ๆ กอไผ่กะเริ่มตายลงเที่ยละกอสองกอ

จนสุดท้ายภูเขากะเปลี่ยนเป็นภูเขาหัวโลน แนวกินที่เคยได้มาจากป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็พลอยหดหายไปจนเกือบหมด

การที่พวกมนุษย์แบบเฮาๆช่อยกันหยิบฉวยเอามาจากธรรมชาติหลายจนเกินไป กะเฮ็ดให้ทุกอย่างสูญสลาย

ไปได้ในช่วงเวลาเพียงบ่กี่ปี คือจั่งผืนป่าไผ่ทั้งภูเขาที่หมู่บ้านอ้าย



ปัจจุบันนี้เวลาอ้ายไปเที่ยวต่างจังหวัด อ้ายขับรถผ่านเส้นทาง เห็นชาวบ้านเอาหน่อไม้มาวางขายเต็มสองข้างถนน

กะเลยอดคิดบ่ได้ว่า  ถ้าผู้คนมัวแต่เอาประโยชน์จากป่า โดยที่บ่คิดที่สิดูแลรักษา ในวันหนึ่งข้างหน้ามนุษย์ขี้เหม็น

อย่างเฮาๆท่านๆอาจสิบ่มีหน่อไม้กินอีกเลยกะเป็นไปได้


ขอบคุณภาพนี้จากเพจ ออนซอนอีสาน ครับผม



บัดที่นี่บักอ้ายกะสิเว้าเรื่องที่มาที่ไปของ “แกงเปอะ”ให้ฟังกันก่อนจักเนาะครับ ก่อนที่สิลงมือเฮ็ดกัน “แกงเปอะ”

“ต้มเปอะ” หรือ “แกงเปรอะ”ต้องเขียนแบบได๋ จั่งสิถูกต้อง ความจริงแล้วคนอีสานขนานแท้แบบอ้าย

สิเอิ้นแกงเปอะว่าแกงหน่อไม้ใส่ใบยานาง บ่เคยได้ยินผู้ได๋ในหมู่บ้านเอิ้นว่าแกงเปอะ  จนมาอยู่กรุงเทพนั่นล่ะ

จั่งค่อยได้ยิน อ้ายคิดว่าเมื่อคนอีสานบ้านเฮาได้เดินทางเข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพเมืองฟ้าอมร

เฮากะได้นำเอาแนวกินเมนูนี้ติดตามเข้ามานำ กะเลยเฮ็ดให้คนไทยภาคอื่นๆได้รู้จักแกงหน่อไม้ใส่ใบยานาง

และได้ลองชิมรสชาติแสนสิแซ่บของมันนำ ด้วยหน้าตาของแกงหน่อไม้ที่ใส่ใบยานางจนน้ำเป็นสีดำคล้ำ

รวมทั้งผักหลายอย่างหลายแนวที่เอาใส่ลงไป เลยเฮ็ดให้คนไทยทางภาคกลางเรียกแกงชนิดว่า

“แกงเปรอะ” ซึ่งน่าสิได้ที่มาที่ไปจากคำว่า “เปรอะเปื้อน” นั่นเอง แต่เมื่อคนภาคอีสานนำกลับไปเอิ้น

ด้วยตัวพยัญชนะตัว “ร” เฮ็ดให้คนไทยภาคอีสานเว้ายากลำบาก บางคนถึงกลับเว้าหรือออกเสียงบ่ได้กะมีเด้

(ขนาดบักอ้ายยังดัดลิ้นเว้า รอ เรือ แทบบ่ได้เลย)ชื่อแกงหน่อไม้ใส่ใบยานางสำหรับคนไทยภาคอีสาน

กะเลยลดเหลือแค่คำว่า “แกงเปอะ”ท่อนั้น  และนี่กะคือที่มาที่ไปทั้งหมดของ แกงหน่อไม้ใส่ใบยานาง

ที่เขาเรียกขนานนามกันว่า “ต้มเปอะ” หรือ “แกงเปอะ”เด้อครับ นิน นิน นิน

(บ่ต้องแปลกใจบักอ้ายมักเบิ่ง นิจจาฮาโตริ มันกะเลยติดปากมาเด้อขอรับ ลาวอยากเป็นนินจาแม้ นิน นิน นิน)




คนอีสานพอเห็นหน่อไม้กะคึดฮอด “แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง”อยู่แล้วล่ะเนาะ บักอ้ายกะคือกัน

(ควักเงินเด้อบ่ได้ควักอย่างอื่น)ควักเงินออกมาขอซื้อหน่อไม้มาจากแม่ค้า “เอาหน่อหนึ่งพอ”

ตั้งใจว่าสิเอาเอามา “แกงเปอะ”ให้อีแม่กิน อีแม่เพิ้นจ่มอยากกินมาหลายมื้อแล้ว พอเลาอายุอานามหลายขึ้น

สิขยับไปซื้อหาอีหยังมาเฮ็ดเองกะลำบาก ลูกแบบบักอ้ายนี่ล่ะ จั่งกลายเป็นผู้จัดการแทนหมดคุอย่าง

อีหยังเฮ็ดให้กินได้กะเฮ็ดให้หมด พาไปเที่ยวได๋ได้กะพาไปหมด ย้อนว่าฮักอีแม่หล๊ายๆ

แต่เลาบ่มักไปเที่ยวดอก พาไปเที่ยวประเทศฮ่องกง เลาบอกว่า

“เที่ยหน้าพาแม่ไปเบิ่งหมอลำกะพอเด้ออ้าย”คึดเบิ่งเอาโลด

มาเริ่มเฮ็ดแกงเปอะ(แกงหน่อไม้ใบยานาง)กันเนาะทีนี่





ส่วนผสมของบักอ้ายมีดังต่อไปนี้เด้อครับ
(ย้ำเด้อว่าส่วนผสมของบักอ้าย เพราะว่าแกงเปอะแต่ละหม๋องมักสิมีส่วนผสมที่
แตกต่างกันออกไป แล้วแต่สิหาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ)

หน่อไม้หวานที่ซื้อมาหน่อหนึ่ง
บักอึ (ฟักทอง)
เห็ดขอน(คือเห็ดที่ขึ้นตามขอนไม้)
บักบวบ
หมากแข้ง(มะเขือพวง)
ยอดบักบวบ
ผักขา(ชะอม)
ผักอีตู่(ใบแมงลัก)
ใบยานาง
ผักบั่ว(ต้นหอม)
พริกกะเหรี่ยงดิบ เอาไว้ใส่เป็นลูกโดด
(แต่เวลาอีแม่เลากัดไปถึก เลากะโดดโด่งๆคือกันเด้ ย่อนว่าเลาเผ็ดหลาย
บ่แม่นแค่ลูกที่โดด แม่กะโดดคือกัน บ่หัวบ่ ต๊ายๆ ตลกฝืดอีกแล้วบักอ้าย)
ผักขะแยง (ขาดบ่ได้ แกงอีสานแท้ๆต้องใส่)
ข้าวหม่า(ข้าวเหนียวแช่น้ำค้างคืน)







ส่วนของเครื่องปรุง
  น้ำปลาร้า (หัวใจเลยเด้)
น้ำปลา
น้ำตาล
เกลือ






ส่วนประกอบของบักพริกแกงมีดังต่อไปนี้
หัวผักบั่ว(หอมแดง)
หัวคิงไค(ตะไคร้)
ข่าอ่อน
กระชาย
พริกชี้ฟ้าดิบหน่วยแดงๆเด้อ






ขั้นตอนวิธีทำค่ะคุณขา(โปรดเว้าไทยนะคะ)

เตรียมน้ำใบยานางก่อนหมู่โลด เอาใบยานางไปล้างให้มันสะอาด ล้างหลายๆน้ำฮั่งดี
ล้างแล้วเอามาคั้นจนได้น้ำใบยานางข้นๆ กองเอากากออก พักน้ำใบยานางเอาไว้ก่อน




หันมาตำข้าวเบือที่แช่เอาไว้ ตำให้ละเอียดที่สุด
น้ำแกงเปอะสิได้ข้นๆแล้วกะเนียนงามคือผิวสาวสิบห้า




เตรียมหน่อไม้
ปอกเปลือกหน่อไม้หวาน แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นฝานให้เป็นชิ้นหรือต้อนบางๆ
เอาลงไปแช่น้ำเกลือเอาไว้เพื่อบ่ให้หน่อไม้ดำและยังช่วยลดความขมของหน่อไม้นำ
หลังจากนั้นกะนำหน่อไม้ไปต้มกับน้ำใบยานาง ต้มจนสุกและความขมลดลง กะตักออกมาพักเอาไว้















เอาผักต่างๆรวมถึงเครื่องพริกแกงไปล้างให้สะอาด





จัดการพริกแกงโลด
เอาข่า หัวคิงไค กระชาย หอมแดงมาหั่นเป็นต่อนเล็กๆ เตรียมครกมาตำ ใส่เกลือลงไปก่อน
ตามด้วยเครื่องหอมที่เฮาหั่นเอาไว้ ตามด้วยบักพริกดิบ
เอาจักหน่วยกะแล้วแต่ความมักเลย มักเผ็ดๆกะใส่หลายๆ ตำทุกอย่างรวมกันจนแหลก






เตรียมผักต่างๆสำหรับปรุง
เอาเห็ดขอนมาตัดโคนแข็งๆออกก่อน
บักอึ(ฟักทอง) ปลอกเปลือกแล้วกะหั่นชิ้นพองามเตรียมไว้
บักบวบตัดชิ้นพอดีเอาไว้คือกัน
ผักขา(ชะอม) ผักอีตู่(ใบแมงลัก) เอามาเด็ดยอดกับใบไว้
ต้นหอม ผักขะแยงเอาหั่นเป็นท่อนๆ
ส่วนมะเขืองพวงกะเอามาเด็ดขั้วออกให้หมดเหลือไว้แต่หน่วยมัน






ลงมือเฮ็ดกันบัดนี้
เอาน้ำยานางใส่กระทะตั้งไฟ เติมเครื่องแกงลงไป ตามด้วยบักอึก่อนมันสุกยาก
(รูปอาจสิมืดแน่เด้ ฝนมันตก แถมยังกลับมาฮอดบ้านสองทุ่มแล้ว เฮ็ดยามกลางคืนเนาะ แสงมันเลยบ่พอ)





พอเดือดกะใส่หน่อไม้ที่เฮาต้มเอาไว้แล้วลงไป คนๆท่าให้หน่อไม้อ่อนตัวลงจักหน่อย
กะค่อย เอาบักบวบ บักแข้ง เห็ดขอนใส่ลงไป




ขั้นตอนต่อไปกะปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาล แล้วกะพระเอกของเฮา “น้ำปลาร้า"
ชิมเบิ่งให้มันนัวๆเด้อ ตามด้วยข้าวเบือที่ตำเอาไว้แล้ว คนๆให้ข้าวเบือทั่วๆกระทะ
ท่าให้ข้าวเบือสุก กะใส่ยอดบักบวบ ผักอีตู่ ผักบั่ว กับผักขะแยงลงไป คนๆอีกเทื่อสุดท้าย
โยนบักพริกกะเหรี่ยงดิบๆลงไปแล้วยกลงมาตักใส่ถ้วยโลด





เสร็จแล้วครับ แกงเปอะ แต่บ่เลอะเทอะของบักอ้าย
เป็นจั่งได๋เป็นตาแซบบ่







ย่อนอยากเป็น Food Stylist แม้ กะเลยเอาใบตองมานั่งตัดเย็บเฮ็ดกระทง
“เฮ็ดหยังอ้าย”อีแม่ถาม
“อย่ามายุ่งกับฟู้ดสไตลิสเดอร์”
“อีหยังลิดๆเกาะ”อีแม่ฮั่งขยับเข้ามาเบิ่งใกล้ๆ

“กระทงตัว คือขี้ฮ้ายแท้บักอ้าย” อีแม่ว่า
ห่วย!!!คนหล่อๆเฮ็ดอีหยังกะบ่น่าเกลียดแม้
เจ้าสิเว้าเฮ็ดหยังน้อ แม่ใหญ่นวล








Create Date : 21 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:27:13 น.
Counter : 1014 Pageviews.

3 comments
  
อิจฉาคนอยู่ใกล้วัตถุดิบพื้นบ้านจัง คงได้ทานแต่ของอ่อนๆ ดีๆ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 21 กันยายน 2559 เวลา:16:39:06 น.
  
อ้ายทนายอ้วนบ้านอยู่ไส่น้อครับ
โดย: บักอ้าย วันที่: 21 กันยายน 2559 เวลา:20:49:26 น.
  
เป็นตาแซ่บแท้น้ออีาย เห็นแล้งคิดฮอดบ้าน

โดย: อาพูห์ (อาพูห์ ) วันที่: 22 กันยายน 2559 เวลา:16:29:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

บักอ้าย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



ทำอาหารทานเองไม่ใช่เรื่องยาก
ผมทำได้ คุณก็ทำได้
ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ
เชพฆฤณ