All Blog
ตอนที่ 15 อาหารอีสาน เมนูที่ 15 อ่อมอีกะปูนา 13-9-59
















ตอนที่ 15

แนวกินอีสานบ้านเฮา 100 เมนู  เมนูที่  15

อ่อมอีกะปูนา





กลับมาพ้อกันอีกแล้วเนาะครับเนาะ พ่อแม่พี่น้องของบักอ้าย
สำหรับมื้อนี้กะกลับมาพร้อมกับแนวกินอีสานบ้านเฮา
ที่ถือได้ว่า หากินได้ยากพอสมควร สำหรับคนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมือง
ส่วนคนอีสานบ้านนา กะเริ่มหากินยากคือกัน ย้อนว่านาข้าว
คุมื้อนี้เต็มไปด้วยสารเคมี
กะเลยเฮ็ดให้จำนวนอีกะปูนาลดน้อยถอยลงไปนำ

แม่นแล้วครับ เมนูที่บักอ้ายที่เอามาฝากมื้อนี้ คือ
อ่อมอีกะปูนา

ตอนที่แล้วอ้ายกะได้เว้าพื้นแม่ใหญ่นวลให้ฟังไปแล้ว
ตอนนี้อ้ายกะสิเว้าพื้นพ่อใหญ่ชายให้ฟังอีกผุหนึ่ง
อ้ายชายเลาอยู่บ้านเหล่า ส่วนสาวนวลเพิ้นอยู่บ้านกุดจิก
 สองหมู่บ้านนี้อยู่ติดกัน

โดยเฉพาะที่นาของอ้ายชายกับสาวนวล
 เฮ็ดให้ทั้งสองต้องพ้อหน้ากันอยู่คุมื้อ



อ้ายชายเรามีน้องสาวผุหนึ่ง
ถ้านับญาติกับบักอ้ายกะต้องเอิ้นว่า อา

น้องสาวอ้ายชายชื่อว่า กาย
สมัยที่หัวที่เข้าโรงเรียนชั้น ปอ หนึ่ง
 เด็กหญิง กาย ก็ลุกขึ้นแนะนำโตหน้าชั้นเรียน

“สวัสดีค่ะ ชื่อว่าเด็กหญิง กาย ค่ะ”
“ชื่อเธอแปลว่าอีหยัง เด็กหญิงกาย”ครูถามขึ้น
“กาย ที่ แปลว่า ผู้ชาย ใช่บ่”
“บ่แม่นค่ะครู ตอนที่อีแม่เบ่งหนูออกมาจากท้อง อีพ่อบอกว่า
มีหนูมันแล่นกายมา อีพ่อเลยตั้งชื่อให้ว่า หนูกายค่ะ”
นั่นกะคือที่มาของชื่อเด็กหญิงกาย คือ
หนูวิ่งผ่านไปตอนลืมตาเบิ่งโลกนั่นเอง



เว้าเรื่องชื่อเสียงเรียงนามขึ้นมา อ้ายกะขอเว้าต่อแน่เนาะ
เด็กน้อยคุมื้อนี้มักตั้งชื่อมันเอิ้นยากๆ ชื่อไทยแบบสมัยอ้ายแทบบ่มีแล้ว

จักเช่น บักหมัก บักโจ่ย บักตึ๋ง บักเหมียน บักแหวง แบบนี้แม้

ส่วนนี้ยุคสมัยนี้กลายเป็น

บักแบรี่ บักเวียร์ บักอาร์ บักท๊อฟฟี่ โอ้ยมีแต่ชื่อฝรั่งๆ

ส่วนชื่อจริง กะสรรหาคำยากๆมาตั้ง
 ยกตัวอย่างเช่นลูกชายของญาติบักอ้าย

พ่อมันชื่อ มานะ ตั้งชื่อลูกชายว่า
 เด็กชาย นฤกฤษณะณ์ ชื่อเล่น น้องฟิวโล่

เป็นจั่งได๋ ตั้งชื่อลูกซะอ้ายอ่านบ่ออก

หลายๆคนกะคือจะเปลี่ยนชื่อเจ้าของมาเป็นลักษณะนี้คือกัน
เว้าเรื่องเปลี่ยนชื่อแล้ว อ้ายเว้าพื้นพ่อใหญ่ชายให้ฟังต่อเนาะ


หลังจากที่อ้ายชายเอาปลามาให้สาวนวลคุมื้อ
จู่ๆมื้อหนึ่งอ้ายชายเพิ้นกะหายหน้าไป

จากมื้อหนึ่ง เป็นสองมื้อ จากสองมื้อ
กลายเป็นหนึ่งสัปดาห์ สาวนวลกะเริ่มผิดสังเกต

จนอยู่บ่สุขแหลว ย่อนว่าเพิ้นมักอ้ายชายแล้วแม้ พอตกยามแลง
 ยามลงไปอาบน้ำในแม่น้ำมอ

หมดเพลงถ่านไฟฉายตากบ อ้ายชายกะยังบ่โผล่หน้ามา
สาวนวลกะสอดส่องสายตาแนมหา แต่กะบ่พ้อ
หัวใจของผู้สาวกะเริ่มห่อเหี่ยวฮั่นแหลว
อุตส่าห์เอาสบู่นกแก้วก้อนใหม่มาท่าให้เขามายืมถู แต่เขากะบ่มา

“กลับบ้านกันเถอะเอื้อย”สาวจันทร์เมืองชวน

มื้อนั่นหมดคืนสาวนวลกะถึงกับกินบ่ได้นอนบ่หลับ
พอตื่นเช้ากะฟ้าวย่างลัดทุ่งไปบ้านเหล่า โดยที่บ่ได้บอกผู้ได๋จักคน
ย่างตรงไปยังเฮือนของอ้ายชาย ปรากฏว่าพ้อแต่สาวกาย
 น้องสาวของอ้ายชาย


“อ้ายชายไปได๋จ้า”สาวนวลถาม

“อ้ายชายเพิ้นถืกเอิ้นไปลานตระเวนชายแดนสระแก้ว”
สาวกายตอบ ท่อนั้นล่ะกะเฮ็ดให้สาวนวลโล่งอกโล่งใจ


อ้ายชายเลาเป็นทหารพราน เลากะมักสิถูกเรียกตัวให้ไปช่อยงานราชการทหารอยู่บ่อยๆ
แต่เทื่อนี้กำลังลาดตระเวนเข้าไปในป่า จู่ๆ
 หมู่ของอ้ายชายที่ย่างนำหน้าไป กะเหยียบกับระเบิดดัง

“ตู้ม”
อ้ายชายต้องฟ้าวเขาไปช่อยหามออกมา ปรากฏว่าทหารพรานผุนั้นขาขาดต้องตัดทิ่ม


อ้ายชายกลับมาอีพ่ออีแม่เพิ้นกะเลยสู่ขวัญให้
แล้วๆหมอธรรมบอกว่าดวงอ้ายชายบ่ดี

ต้องแก้เคล็ดโดยการเปลี่ยนชื่อให้ใหม่
จากชื่อว่า "อ้ายชาย" เปลี่ยนให้เป็น "อ้ายเคน" แทน


พอแล้วธุระ อ้ายเคนกะฟ้าวมาหาสาวนวลด้วยความคึดฮอด
ในมือหอบหิ้วของฝากของต้อนมาเต็ม
สาวนวลกำลังนั่งเลี้ยงควายอยู่ใต้ต้นดอกจาน

พอเห็นหน้าผู้บ่าวกะดีใจแล่นเข้าไปหา
 ฮับเอาของฝากของต้อนมาด้วยหัวใจพองใหญ่


“สำบายดีบ่อ อ้ายชาย”สาวนวลถาม

“อ้ายเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วเด้ ชื่อ อ้ายเคน”
อ้ายเคนบอกทั้งอยากอายชื่อใหม่เจ้าของ


“เป็นหยังจั่งเปลี่ยน”

“หมอธรรมบอกอ้ายมีเคาะห์”ว่าสั่น

“ลองเอิ้นเบิ่งดู่”เพิ่นบอกผู้สาว

“อ้ายเคน”

“ปุด”เสียงดังมาจากทางอ้ายเคน เพิ้นยืนบิดไปบิดมาอยู่

“เป็นหยัง อ้ายเคน”

“ปู้ด”บัดทีนี้เสียงดังชัดเจน อ้ายเคนเพิ่นตด กะหยังว่า
อ้ายเคนหน้าแดงก่ำ ฟ้าวแล่นลงทุ่งไปทันที
สาวนวลนั่งลงหัวร่อจนท้องแข็ง


พอแล้วธุระ อ้ายเคนกะย่างกลับมา
อยากอ้ายผู้สาวหลายเด้บัดทีนี่


“อ้ายขอโทษเด้อ จู่ๆอ้ายกะเจ็บท้อง
 สงสัยมื้อเซ้ากินซุบหน่อไม้ส้มหลายโพด”


“อ้ายเคน”สาวนวลเอิ้นอีก

“ปุด”มันมาอีกแล้ว

“อ้ายเคน”
สาวนวลเป็นห่วง เห็นอ้ายเคนยืนตัวบิดไปมาอีกแล้ว


“ปู้ด”มาทั้งกลิ่นทั้งก้อน
อ้ายเคนหน้าเสีย กระโจนลงแม่น้ำมอแทบบ่ทัน


ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอ้ายชายบอกว่า
"คันผู้ได๋เอิ้นกรูว่าอ้ายเคนอีก กรูสิเตะปากมันให้แตก"
เลาประกาศก้อง


เพราะทุกทื้อที่เพิ้นได้ยินคำว่าอ้ายเคน
เพิ้นกะสิคิดเห็นภาพเพิ้นขี้แตกใส่ซ่งต่อหน้าต่อตาสาวนวล

สุดท้ายอ้ายเคนกะเลยเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นอ้ายชายคือเก่า

“เซ้าเว้าๆ พ่ออยากอาย”พ่อใหญ่ชายยกมือขึ้นห้ามบักอ้าย
ส่วนแม่ใหญ่นวลกะเคี้ยวหมากอยู่ ทั้งเคี้ยวไปทั้งหัวร่อไปนำ



แสงแดดยามเช้าส่งเข้ามา ผู้ใหญ่ชายกับแม่ใหญ่นวลกำลังสิเตรียมเฮ็ล

ลานตีข้าว
เอาไว้ก่อนที่สิเกี่ยวข้าว หนีบ่อพ้นอ้ายที่ต้องเป็นผู้ช่อยเพิ้น

ผู้ใหญ่ชายใช้บักจกถากพื้นนา
ที่อยู่ใกล้ๆเถียงนาให้เป็นลานดินกว้างๆ

ถากทั้งกอข้าว ทั้งกอหญ้าออกจนมันแปน
แล้วจั่งให้อ้ายไปช่อยกันขน

เอาขี้ควายที่ควายมันหัวแต่ขี้ ยังใหม่ๆออกมาจากคอก
เอามากองเอาไว้

เพื่อเฮ็ดลานนวดข้าว ส่วนแม่ใหญ่นวลกะไปหาบน้ำ
มาเทใส่ลานดิน

เพื่อบ่ให้หน้าดินมันแห้งเกินไป



“เหม็นบ่อ้าย”

พ่อใหญ่ชายหัวร่ออ้าย เพราะว่าเห็นขี้ความติดเต็มหน้าอ้าย


เพราะว่าอ้ายกำลังช่อยเอาสองขาย่ำลงไปที่กองขี้ควายสดๆ
เพื่อที่ให้ขี้

ควายละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนพ่อใหญ่ชายเลากะกำลัง
เอาไม้

ขัดมอญปัดกวาดผงดินออกให้ลานดินมันเรียบ


“พอแล้วหล้า”

แม่ใหญ่นวลว่า หลังจากวางกะคุน้ำลง เลาเทน้ำลาดไปจนทั่ว
แล้วกะ

เอากะคุมาตักเอาขี้ควายไปให้ผัว พ่อใหญ่ชายเลาบอกลูกชายหล้าเรา


ว่าขั้นตอนนี้เพิ้นเอิ้นว่า “ยาลาน”ว่าแล้วกะเอาขี้ควายทาไปทั่วๆหน้า

ลานดินจนเต็ม
แล้วจั่งทิ่มเอาไว้ให้ขี้ควายมันแห้ง ต้องทาให้ขี้ควาย

หนาและเรียบจักหน่อย
เพราะว่ายามตีข้าว เม็ดข้าวเปลือกสิได้บ่ต้อง

หลุดลงไปอยู่ในขุมในบ่อ
มื้อนั่นตัวของบักอ้ายกะเลยเต็มไปด้วยขี้ควาย

ทั้งเหม็นทั้งม่วนแม้
กว่าจะยาลานแล้วกะบ่ายคล้อย พ่อใหญ่ชายเลากะ

เลาะไปขอเอาฟางข้าว
มาจากนาข้างๆที่เพิ้นเกี่ยวข้าวและตีข้าวขึ้นเล้า

แล้วมาเฮ็ดเป็นกระท่อมเพื่อที่สิได้นอนนา
นอนเฝ้าข้าว เลาเฮ็ดสอง

หลัง หลังหนึ่งสินอนกับลูกชาย ส่วนอีกหลังสิให้เมียเลานอน
เมียเลา

กะแม่ใหญ่นวลแม่บักอ้ายนั้นล่ะ


“ไปๆสิพาไปขุดอีกะปูมากินแลง”สองผัวเมียว่า

“เหม็นขี้ควาย”บักอ้ายว่า

“ขุดอีปูแล้วค่อยกลับมากระโดดน้ำในสระ”

พ่อใหญ่ชายบอก
สามคนพ่อแม่ลูกกะเลยย่างไปหาขุดอีกะปูตามท้องนาที่เกี่ยวข้าวออกมาจนหมดแล้ว พอเห็นฮูกะขุดลงไป บ่โดนกะได้อีกะปูนามาหลายเติบ









“พอแล้วล่ะ”แม่ใหญ่นวลว่า
เวลาที่บักอ้ายรอคอยกะมาฮอดแล้ว ได้ไปกระโดดน้ำในสระข้างเถียงนาเล่น ดังต้ามๆ สมใจ

“อย่าเล่นโดนเด้อ เดี่ยวบักหอยหันมันกัดสิว่าแม่บ่บอก”
แม่ใหญ่นวลเอาอีกะปูไปขังให้มันคายดินออกเอาไว้ท่า ในขณะที่พ่อกับลูกยังลอยน้ำเล่นกันอยู่ แจ่แม่นปากแม่ใหญ่นวลเลาแม่นน้อ บ่ทันโดนทั้งบักอ้ายทั้งพ่อใหญ่ชายก็ต้องฟ้าวแล่นขึ้นมาจากน้ำ เกาะขาเกาแขน เพราะว่าถืกบักหอยคันกัดฮั่นแหลว





(ขอบคุณรูปงามๆจากออนซอนอีสานเด้อครับ)


บัดที่นี้กะมาเบิ่งแม่ใหญ่นวลเลาเฮ็ดแนวกินแลงนำกันเนาะ

อ่อมอีกะปูนาใส่บักฮุ่ง(บ่เฮิ่ม)
ส่วนผสมมีดังต่อไปนี้ (เลาหันมาเว้าไทยกับบักอ้าย)
ปูนา
ผักชีลาว
บักหุ่งที่เหลือจากตำบักหุ่งเมื่อวานนี้(เลายังพยายามเว้าไทยอยู่)
ต้นผักบั่ว
ผักอีตู่
บักเขือขื่น
บักพริกดิบ
หัวคิงไค
หัวผักบั่ว
ใบบักกูด
กระเทียม
ข้าวหม่า
น้ำปลา
น้ำตาล
เกลือ










แม่ใหญ่นวลเลาค่อยๆลงมือเฮ็ดแต่ละขึ้นตอนช้าๆ
เอาอีปูนาแช่น้ำเอาไว้ ให้มันคายขี้ดินออกมา
สับบักหุ่งให้เป็นต่อนๆ แม่ใหญ่นวลเลาประหยัด เลาหาบักหุ่งเฮิ่มบ่ได้
เลากะเลยเอาบักหุ่งที่ตำส้มกินเมื่อตอนกลางเว้นมาเฮ็ด บ่ต้องไปต่อยใหม่ปลอกบักเขือขื่น เอาแต่ในมัน ส่วนผักอีตู่กะเด็ดเอาแต่ยอดมัน
ผักชีลาวกับผักบั่วหั่นให้มันเป็นท่อนๆยาวจักหนึ่งนิ้วพอ






หั่นหัวคิงไค หัวผักบั่ว เอามาใส่ครกตำกับเกลือ บักพริกสด กระเทียม
ใส่บักบักกูดจักหน่อย ตำให้มันแหลก ค่อยใส่เม็ดบักเขือขื่นลงไป
ตำต่อให้ทั้งหมดเข้ากัน แล้วก็ตักเตรียมเอาไว้





“มาตำข้าวเบือให้แม่แน่หล้า”แม่ใหญ่นวลบอกอ้าย
คันอ่อมอีกะปูแซ่บหลายกะคงจะเป็นเพราะว่าบักอ้ายช่อยตำข้าวเบือนี่ล่ะ




ต่อไปกะหันไปเฮ็ดอีกะปู หลังจากล้างให้มันสะอาด
กะตั้งน้ำ ต้มอีกะปูให้สุก




เอามาแกะแยกกระดอง แยกตัว แล้วก็ขาและกล้ามออกจากกัน
เขาช้อนขูดมันปูออกจากกระดองใส่ถ้วยไว้




เอากระดองกับขาแล้วกะกล้ามไปตำรวมกันให้มันแหลก





เติมน้ำสะอาดลงไป คั้นเอาแต่น้ำปู ส่วนกากกะเอาทิ่มไป เฮากะสิได้น้ำปูเตรียมเอาไว้








ขั้นตอนต่อไป เอาน้ำปูที่เฮาคั้นไว้ มาตั้งไฟ
ใส่พริกแกงลงไป คนให้ทั่ว ท่าให้เดือด ค่อยเอาเนื้อปูที่แกะไว้เติมลงไป




พอเดือดอีกรอบ กะปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล และพระเอกของเฮา
น้ำปลาร้า แล้วค่อยใส่บักฮุ่งลงไป ตามด้วยข้าวเบือที่เฮาตำเอาไว้
คนให้ข้าวเบือเข้าเนื้อกับน้ำ
สุดท้ายก็เอาผักบั่ว ผักชีลาว กับผักอีตู่โยนลงไป
เมื่อทุกอย่างสุกหมด กะสำเร็จแล้ว







ตักใส่ถ้วยโลด





คันมีอีกะปูเหลือกะเอาโฮยเกลือ ใส่ไม้หีบไปย่างไฟ
พอสุกก็เอาข้าวเหนียวจิ้มกิน
อย่าให้บักอ้ายต้องเซดเลย













มื้อนี้เฮากะมากินเข้านอนนากันเนาะ พ่อใหญ่ชายเอาฟืนมาดั่งไฟ
ข้างกระต๊อบฟางข้าวช่อยให้แจ้งขึ้นหลาย เพราะว่ามื้อนี้อีเกิ้งมมันบ่ขึ้น
บักอ้ายเอาสาดมาปูแล้วกะเอาตะเกียงมาจุด ก่อนที่แม่ใหญ่นวลที่ยกพาข้าวมา ป้าด+++มีข้าวก่ำนำเด้

“มาเด้อพ่อแม่พี่น้อง มากินแลงนำกัน”


หลังจากอิ่มหนำสำราญ แม่ใหญ่นวลกะจัดการล้างถ้วยล้างจาน
พ่อใหญ่ชายกะหยิบเอาแคนขึ้นมาเป่า เสียงแคนดังลอดทุ่งไปในความมืดแม่ใหญ่นวลเรากะเลยลุกขึ้นฟ้อน
ก่อนสิฮ้องกลอนลำหากินของเลาออกมา


สาวหมอลำคือน้อง
นี้หมายปองแต่คุณพี่
บ่าวผู้ดี..ของน้องนี้เอ๋ย..
เฮ็ดจังใด๋หนอพี่
สิได้พั่วดอกซ้อนไปต้อน
อีแม่นาง....
ต่างหลางยามย่างนวยนาย
น้องอยากจูงแขนอ้ายไปซอน
ซ้อนเสื่อเบิ่งเด้..เด้..
ละแม่นได้อ้ายผู้เท่ห์
ละแม่นได้อ้ายผู้เท่ห์
ถึงไผสิเหล่ กะสิบ่เซา
กะจั่งว่างิ้ว งอยหง่า
บักตูมกาห่อยต่องแต่ง.
งิ้วต่องต้อนละแขนอยู่แปะปาย
งิ้วต่องต้อนละแขนอยู่แปะปาย
ลมพัดสีนวยนาย
พัดใบเอยตองงิ้ว
ตองงิ้ว.ตองงิ้ว
ว่านั้นเด้อ.ว่านั้นเด้อ
ละเจ้าผู้แพงสีสิ้ว แพงสีส่อย
นางอยากร่วม
ผู้สายนอย.สายแนน
ละเจ้าผู้แก้มแปนแวน
แปนแวน.แปนแวน
ซั้นแล้วพี่ซายเอ๊ย
แม้นได้ร่วมแผ่นแป้น
แสนชื่นเอ๊ยหมื่นทวี
แสนชื่นเอ๊ยหมื่นทวี
คนเท่ห์ๆจังพี่.มีราศีไสลเอย.
หวานใจเอย
ใครเอ๋ยเป็นแฟนของพี่
แม้นว่ายังไม่มี
น้องนี้ขอจองจะขัดข้องไหมเอย
สองเราต่างพึ่งเห็นกัน
มาเชื่อมสัมพันธ์ กันจะดีไหมเอย
ยุคไฮเทคอย่าเก๊กอยู่เลย
มัวเฉยเตยเวย
เดี๋ยวเขาคงเต้ย.ไปซ้อน..
งิ้วต่องต้อนละแขนอยู่แปะปาย
งิ้วต่องต้อนละแขนอยู่แปะปาย
นางกะนอนผู้เดียวดาย
บ่มีไผซ้อน ไผซ้อน ไผซ้อน
ว่านั้นเด้อ ว่านั้นเด้อ
ละนางอยากหยับสวนหม่อน
สวนหม่อน มาติดสวนมอน
สวนมอน ของอ้ายจั๊กหว่าง
จั๊กหว่าง จั๊กหว่าง
ซั้นแล้วคิงบางเอ้ย
เอ้ยเจ้าผู้พั่วดอกต้าง
สนน้องนี้แน่ทั่วแม้
สนน้องนี้แน่ทั่วแม้
ละเห็นแก่หน้าน้องแน่
พ่อสีแพเอ๊ยใส่เอียน

ผัวเป่าแคนวนไปรอบๆเมียฮ้องหมอรำ ฟ้อนอยู่ข้างกองไฟ แจ่แม่นคักเนาะ ผัวเมียคู่นี้
บักอ้ายนั่งเบิ่งตาปริบๆอดที่สิลุกขึ้นไปฟ้อนรอบกองไฟนำพ่อใหญ่ชายกับแม่ใหญ่นวลบ่ได้


“อ่อมอีกะปู ป่านได้สิได้กิน นั่งใจลอยอยู่นั้นล่ะ”
เสียงแม่ใหญ่นวลปลุกให้บักอ้ายตื่นขึ้น
อีกะปูนาที่ซื้อมาจากตลาดยังอยู่ในกะคุตรงหน้า


"ฮู้แล้วน่า อย่าจ่มหลายแม่ใหญ่นวล ข่อยแค่นั่งคึดฮอด
เรื่องเก่าๆท่อนั้น เดี๋ยวสิเฮ็ดให้กินตอนนี้ล่ะ”


“กรูบ่ได้ๆเป็นหมู่เมิงเด้บักอ้าย บอกหลายเทื่อแล้วว่าอย่า
เอิ้นแม่เอิ้นพ่อว่าแม่ใหญ่นวลกับพ่อให้ชาย
บอกบ่เคยจดเคยจำเลยเนาะ”


เอาอีกแล้ว แม่ใหญ่นวล โอ้ยบ่แม่น ต้องเอิ้นว่า อีแม่ เลาจ่มอีกแล้ว

จ่มเทื่อได๋ยาวคุเทื่อ อ้ายฟ้าวยกกะคุใส่อีกะปูเข้าไปเฮ็ดแนวกินในครัวดีกว่า ผู้ได๋ที่อยู่ฟังแม่ใหญ่นวลจ่ม กะอยู่โลด บักอ้ายไปก่อนเด้อ 



Create Date : 13 กันยายน 2559
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 6:23:21 น.
Counter : 1062 Pageviews.

1 comments
  
น้ำลายไหลเลยคราบบ น่ากินสุดๆ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 15 กันยายน 2559 เวลา:18:04:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



บักอ้าย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



ทำอาหารทานเองไม่ใช่เรื่องยาก
ผมทำได้ คุณก็ทำได้
ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ
เชพฆฤณ