Group Blog
 
All blogs
 

ทัวร์วิบาก ห้วยน้ำดัง - ปาย - ปางอุ๋ง ตอนที่1

ความจริงแล้วทริปนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปลายเดือนธันวา ปี 50 แระ กลับมาดูรูปทีไรก็ยังนั่งขำอยู่ไม่รู้เบื่อ คนเริ่มเรื่องเลยน่าจะมาจากการชักชวนของ รมณี เพื่อนในแก๊งค์อาจุมม่า (เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า ป้าแก่ ... ) ว่าเราหาเวลาไปเที่ยวปายกันเหอะ...กรูยังไม่เคยไปเลย...(ขออภัยที่ต้องใช้ภาษามิสุภาพ เพื่อให้ได้อรรถรสในการเล่า) ครั้งแรกที่ได้ยินอยากจะหัวเราะกร๊ากกกก เพราะไรนะหรอ ก็คุณนายรมณี เจ๊แกเมารถเป็นงานประจำเลยนะสิ ยิ่งไอ้เรื่องเดินทางคดโค้งเนี่ยอย่าให้เม้าเลย...โอ้กกกก กระจาย....แต่เอ้า.. ในเมื่อเพื่อนอยากแล้วเราจะไม่..ได้อย่างไร...ก็เป็นอันตกลงกันว่าเราจะไปหา ออยกันที่เชียงใหม่ แล้วก็ค่อยเดินทางต่อกัน เมื่อแก๊งค์สาวโฉดอันประกอบด้วยอาจุมม่าทั้ง 4 คือ โอ๊ต รม ออย และ โบว์ รวมตัวกันแล้ว ไอ้ครั้นจะระหกระเหินโบกรถโบกราไปก็เห็นจะผิดคอนเซป ถึงแม้ว่าเราจะตกลงจะไปกันแบบลุยๆ ก็ตาม เราต้องหาสารถีและมาให้เราโขกสับ ที่สุด หวยก็ไปออกที่ ...ก้าว...ชายชะตาตกผู้น่าสงสารเป็นที่สุดของทริปนี้...หุหุ
พวกเราตกลงกันว่าจะไปเจอ ก้าว กันที่ พิษณุโลก โดยที่ รมกับโอ๊ต เดินทางมาจากกรุงเทพ ส่วนเราเองมาจากเพชรบูรณ์เนื่องจากต้องไปดูสถานที่จัดงานแต่งงานให้หลานนาย จากนั้นก็ไปหาออยที่เชียงใหม่...แล้วทัวร์วิบากของเราก็เริ่มต้นขึ้น



หลังจากที่ออกเดินทางจากพิษณุโลก สู่เชียงใหม่ แล้วก็ไปเบียดเบียนบ้าน
ออย ที่สันกำแพง 1 คืน นั่งวางแผนก่อนเดินทางประมาณ 15 นาที (คิดดูเอาละกันว่าเตรียมตัวกันมาล่วงหน้าขนาดไหน 555) ตั้งใจว่า 7 โมงเช้าหลังจากหาอะไรใส่ท้องแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางสู่ที่หมายแรก ที่เราจะพักกันคืนนี้ คือที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ที่จริงทริปนี้ ก็ทำใจไว้แล้วว่าเรามากันช่วง long weekend คงได้สู้กับคลื่นมนุษย์แน่นอน เราตกลงกันไว้ก่อนเลยก็คือ
ชิงไปถึงก่อนได้เปรียบ ตามแผนเดิมน่ะต้องไปถึงห้วยน้ำดังให้ได้สักประมาณ บ่ายโมง
....แต่....ถ้าทำอะไรได้ตามแผน ก็ไม่ใช่แก๊งสาวนรกอย่างพวกเราสิ...ท้ายสุดกว่าจะเสด็จออกจากสันกำแพงได้ ก็เกือบๆ 8 โมง...5555555 เอาน่าเรามีสารถีใจเย็นอย่าง ก้าว อยู่ทั้งคน ยังไงซะ ก็น่าจะยังพอรักษาเวลาได้...หายห่วง



โฉมหน้าแก๊งค์อาจุมม่า และ ชายผู้น่าสงสารของเรา



แวะพักถ่ายรูปกันที่จุดชมวิวนิดนึง


ในที่สุด เราก็เดินทางมาถึงห้วยน้ำดังกันประมาณ บ่าย2 ถือว่ารักษาเวลาได้ดีแม้ว่าจะแวะถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ ตามประสาลูกอีบ้าถ่าย จากแยกทางหลวงเข้ามาสู่บริเวณที่ตั้งเต๊นท์ของอุทยาน แม้จะลึกอยู่พอประมาณ แต่ก็มีจุดบริการของเจ้าหน้าที่อยู่เป็นระยะๆ คอยอำนวยความสะดวก แต่พวกเราเองก็ไม่วายหลงแยกเข้าไปตรงสำนักงานอุทยาน อาจจะด้วยความโง่ส่วนตัว อันนี้ไม่โทษใคร อ่อลืมบอกไปว่า ตรงทางเข้าต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ด้วย จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไร ประมาณ คนละ 70 บาทหรือไงเนี่ยแหละ และที่นี่ก็มีอุปกรณ์แคมปิ้งไว้บริการอย่างดีเลยล่ะ เรียกว่ามาแต่ตัวกะหัวใจ ก็สามารถนอนที่นี่ได้สบายๆ เลยทีเดียว


จุดบริการนักท่องเที่ยว ที่มีที่นอนหมอนเต๊นท์ บริการให้ครบครันจ้า



ค่าเช่าอุปกรณ์แคมปิ้งต่างๆ ก็ไม่แพงเลย แถมมีเบาะรองนุ่มๆให้ด้วยล่ะ


ตอนที่พวกเรามาถึง ก็เริ่มมีคนมาจับจองพื้นที่จองเต๊นท์กันเยอะพอควรแล้ว โดยเฉพาะรอบๆ อาคารบริการนักท่องเที่ยว เพราะคงสะดวกและใกล้ที่จอดรถ เพราะอาการติสต์แ_ก ของเจ๊ๆ ทั้งหลาย ใกล้ๆไม่ ลำบากๆน่ะชอบ พวกเราก็เลยเลือกที่จะไปนอนกันที่ ผากิ่วลม ซึ่งเป็นผาที่อยู่ลึกสุดในบริเวณกางเต๊นท์ เห็นว่าคนยังไม่มากนัก น่าจะสะดวกต่อการลั้ลลาของพวกเรา แม้จะไกลห้องน้ำกะที่จอดรถไปหน่อย เอาวะพลังของหนุ่มสาว แรงยังเยอะเฟ้ย...


นี่ไงผากิ่วลม



จุดที่เราจะตั้งเต๊นท์กัน


พอมาถึงพิกัดที่คิดว่า จะปักหลักกันแล้วก็ลงมือตั้งเต๊นท์กันทันที ความรู้สึกเหมือนตอนที่ไปเข้าค่ายเนตรนารีตอนเด็กๆ ไม่มีผิดเลย หลังจากที่ไปทำหน้าแหกกางเต๊นท์กันไม่เป็นที่งานเลิฟอิสที่เขาใหญ่มาแล้ว ครั้งนี้ก็พอจะกล้อมแกล้มกันไปได้เพียงแต่ว่า...เต๊นท์เรามันขยุกขยุยไปหน่อย
"...เอ้ยไอ้โป้ เต๊นท์มรึงทำไมมันไม่สมประกอบงี้ฟระ ผ้าคลุมกันน้ำค้างเหมือนมันไม่ได้ผลิตมาพร้อมกะเต๊นท์มรึงเลยว่ะ..."
เราตัดสินใจโทรไปหา เพื่อนโป้ ที่อนุเคราะห์เต๊นท์กะเตาแก๊ส หลังจากที่ยืนปลงสังเวชกะสภาพเต็นท์ที่เยินๆ แถมกลิ่นอันแสนประหลาด
"...เออ...มรึงก็ต้องทำใจ เต็นท์ขี้เมา จะเอาไรหนักหนาฟระ มีให้ครบก็บุญแล้ว..."
เพื่อนโป้ตอบกลับมาได้น่ารักซะจนอยากจะถวายป้าบเข้าให้สักที มาถึงตรงนี้แล้ว ไอ้ครั้นจะกลับไปยืมเต๊นท์อุทยาน ก็จะเสียหน้าจนเกินไปอุตส่าห์ขนมาจนถึงนี่แระ เอาวะ ถึงจะขี้เหร่ไปหน่อย แต่ก็ภูมิใจเฟ้ย...



หลังจากจับจองที่กางเต๊นท์กันเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินทางไปยังตัวเมืองปาย เพื่อไปหาสะเบียงกลับมากินกันเย็นนี้


ถ่ายรูป "หมู" กะป้ายอุทยานกันดีกั่ว


เราเองเคยมาปายครั้งนึงแล้วเมื่อสัก 5-6 ปีที่แล้ว การกลับมาคราวนี้พบกับปายที่เปลี่ยนไป จากเด็กสาวที่สดใสราวดอกไม้ป่ากลายเป็นหญิงกร้านโลกที่ถูกทำร้ายเพราะระบบทุนนิยม ที่เข้ามาที่นี่อย่างรวดเร็วเหลือเกิน ปาย เปลี่ยนไปมากจนเราตกใจ ก็ได้แต่หวังว่ามันคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้ หากเริ่มมีการควบคุมกันบ้าง พวกเราเดินเตร็ดเตร่กันไม่นานนัก ก็รอบเมือง ซื้อขนม แวะกินกาแฟ แล้วก็เขียนโปสการ์ด กันตาม step โดยที่ไม่ได้นึกประทับใจอะไรกับเมืองนี้มากมายนักอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ท้ายสุดแล้ว ปาย ก็คงเป็นแค่เมืองผ่านของพวกเราเท่านั้นเอง...เฮ้ออออออ....








พวกเราเดินทางกลับมาที่ห้วยน้ำดังอีกครั้งหลังจากได้สะเบียงสำหรับคืนนี้เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเรามาถึงก็ตกใจอย่างแรง โอพระเจ้า นี่มันอะไรกันเนี่ยระยะเวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง ฝูงชนพวกนี้มาจากไหนกันเยอะแยะเนี่ย ก็อย่างว่าอะนะมาช่วงหยุดยาว ต้องทำใจๆ ผากิ่วลมของพวกเราที่คิดว่าไกลสุด กลับแน่ขนัดขึ้นมาทันที แต่ก็ถือว่ายังโชคดีทีเดียว ที่ต่างคนต่างเคารพสิทธิ์ของกันแระกัน ไม่ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายจนเสียบรรยากาศ

การเตรียมอาหารเย็นของเรา ก็เริ่มขึ้น แต่พอจะจุดเตาแก๊สที่ยืมมาพร้อมกับเต๊นท์เจ้ากรรม ดันเปิดไม่ติดซะงั้น

".. เอ้ย ไอ้โป้ เตาแก๊สมรึงไมมันไม่ติดง่ะ..." กะเล่นงานไอ้โป้เต็มที่
"...เออ...มรึงใส่แก๊สดียัง...เป็นมั้ยเนี่ยๆ..." เสียงตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี
"...ดีแล้ว...เนี่ยทำตามที่มรึงสอนทุกอย่างเลยอ่ะ.." เฉ่งมันต่อ
"...ไอ้ก้าวล่ะ...มันช่วยไรพวกมรึงไม่ได้เลยหรือไง..."
"...ไม่รู้แหละ..ทำไงอ่ะๆๆๆ" งอแงใส่มันซะเลย
"...กูก็ได้แต่ให้กำลังใจมึงนะ...สู้ต่อไปเพื่อน..ชีวิตแค่โดนทำร้าย..555"

เพื่อนโป้ตอบกลับมาได้กวนตรีนเหมือนเดิม เวรกรรมแระวันนี้จะได้กินมั้ยน้อข้าวเย็นอุตส่าห์ซื้อข้าวกระป๋องเอย ไข่เอย ไส้กรอกเอย มาเต็มเลย ท้ายที่สุดเจ้าชายขี่ม้าขาวของเรา ก็ไม่พ้น ก้าว ของเรานี่เอง ที่มาขยับกระป๋องแก๊ส ที่สุดก็จุดติด ไม่เสียแรงที่มาด้วยกันจริงๆ 5555 (หลังจากด่ามันไปหลายรอบ เข้าทำนองตบหัวแล้วลูบหลังสุดๆ )

อากาศที่ห้วยน้ำดังหนาวมากๆ สะใจสุดๆ ให้เดาๆเอา ไม่น่าจะเกิน 18-20 C เห็นจะได้ ที่สำคัญดาวสวยมากๆ การล้อมวงกินเบียร์กับเพื่อนที่รู้ใจนี่ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ดูเหมือนจะไม่น่าทุกข์ใจเลยจริงๆนะ เรื่องราวต่างๆมากมายตั้งแต่สมัยเรียนเพื่อนแต่ละคน ถูกขุดมาเล่ากัน (สงสัยจะแก่แระ นั่งระลึกความหลังกัน) เพราะไม่มีแสงไฟฟ้า ไม่มีทีวี ไม่มีกิจกรรมอย่างอื่น ค่ำคืนก็เลยดูเหมือนจะยาวนานเหลือเกิน ถึงงั้น เราก็ยังนั่งถ่างตาเพื่อซึมซับบรรยากาศ ให้คุ้มค่า เพราะกว่าจะได้มาเที่ยวกันพร้อมหน้าแบบนี้อีก คงอีกนานเลยทีเดียว




จากที่ตกลงกันว่าจะตื่นขึ้นมาดูแสงแรกกัน เอาเข้าจริง บรรดาเจ๊ๆ ทั้งหลาย ก็ซุกตัวกันอยู่ในเต๊นท์กันอุตุ เพื่อนก้าวมาเขย่าเต๊นท์แล้ว เขย่าอีก ป้าทั้งหลายก็ยังไม่มีวี่แววจะลุกกันออกมา จนกระทั่งได้ยินเสียงจ๊อกแจ๊กๆ ของเต๊นท์ข้างๆ น่ะแหละ ถึงเริ่มสำนึกได้ว่า ควรจะลุกออกมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้แระ







อาหารมื้อเช้าที่อร่อยที่สุดในโลกของพวกเรา จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก "มาม่ารสแกงโฮ๊ะ" อะงงๆ ละสิ ไม่ใช่รสใหม่หรอก มันก็เป็นมาม่ารสต้มยำเนี่ยแหละเพียงแต่ส่วนผสมมันเกิดจากอาหารเหลือๆ จากเมื่อคืนมาเทรวมๆ กัน หน้าตาเหมือนจะกินไม่ได้นะ แต่หร่อยสุดยอด ขอบอก


แร้งลงค่ะพี่น้องที่เคารพ



อร่อยขนาดตะแคงหม้อกันเลยทีเดียว





หลังจากเติมพลังกันเรียบร้อย ก็ทะยอยขนของขึ้นรถ เพื่อเดินทางกันต่อไปที่ บ้านปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่วายอ้อยอิ่ง ชมทะเลหมอกกันอยู่พักใหญ่ๆ อากาศยามเช้าบนยอดดอยนี่มันสดชื่นจริงๆน้า...



...เรื่องราวของทัวร์วิบากของพวกเรายังไม่จบนะคะ...โปรดติดตามตอนต่อไป...




 

Create Date : 01 มีนาคม 2551    
Last Update : 1 มีนาคม 2551 10:01:31 น.
Counter : 776 Pageviews.  


Valentine's Month


 
โบว์ฮาบบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงหัวโปก เปรี้ยว ซ่า เฮฮาบ้าบอไปตามเรื่อง ทำงานหามรุ่งหามค่ำกับอาชีพรับจัดงานทั่วราชอาณาจักร ชอบสิ่งบันเทิงเริงใจทุกประเภท หนังสือ ดนตรี คอนเสิร์ต ละครเวที ถ้ามีรายการไหนดีๆ ก็แนะนำมากันได้นะคะ ^^
Friends' blogs
[Add โบว์ฮาบบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.