All Blog
คนดียิ่งกว่าคนดี เป็นไฉน ?
ทุติยปาปธัมมสูตร พระไตรปิฎก(เล่ม 35 หน้า 559-560)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ความเห็นผิด ดำริผิดเจรจาผิด ทำการงานผิด เลี้ยงชีพผิด เพียรผิด ตั้งสติผิด ทำสมาธิผิดมีญาณผิด
มีวิมุตติผิด นี้เรียกว่า คนชั่ว.

คนชั่วยิ่งกว่าคนชั่ว เป็นไฉน ? บุคคลบางคน ตนเองเป็นผู้มีความเห็นผิด ฯลฯ มีวิมุตติผิด ยังชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้นด้วย
นี้เรียกว่าคนชั่วยิ่งกว่าคนชั่ว

คนดี เป็นไฉน? บุคคลบางคนเป็นผู้มีความเห็นชอบ ฯลฯ
มีวิมุตติชอบ นี้เรียกว่า คนดี.

คนดียิ่งกว่าคนดี เป็นไฉน ? บุคคลบางคน ตนเองเป็นผู้มีความเห็นชอบ ฯลฯ
มีวิมุตติชอบ ยังชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้นด้วยนี้เรียกว่าคนดียิ่งกว่าคนดี.จบ



Create Date : 19 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 พฤษภาคม 2554 19:58:07 น.
Counter : 265 Pageviews.

0 comment
การได้เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นของยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พระไตรปิฎกเล่ม 31 หน้า 476
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนมหาปฐพีนี้(โลกใบนี้ทั้งใบ)มีน้ำเป็นอันเดียวกันบุรุษโยนแอก(นึกว่าเป็นห่วงยางขนาดพอดีให้คอเต่าลอดเข้าได้)ซึ่งมีช่องเดียวลงไปในมหาปฐพีนั้น

ลมทิศบูรพา (ตะวันออก) พัดเอาแอกนั้นไปทางทิศประจิม(ตะวันตก)
...ลมทิศประจิมพัดเอาไปทางทิศบูรพา
ลมทิศอุดร (เหนือ) พัดเอาไปทางทิศทักษิณ (ใต้) ลมทิศทักษิณพัดเอาไปทางทิศอุดร ...

เต่าตาบอดมีอยู่ในมหาปฐพีนั้น ต่อล่วงร้อยปี ๆ มันจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่ง ๆ
เธอทั้งหลาย จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เต่าตาบอดนั้น ต่อล่วงร้อยปี ๆ มันจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่ง ๆ จะสอดคอให้เข้าไปในแอกซึ่งมีช่องเดียวโน้น ได้บ้างหรือหนอ?

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่เต่าตาบอด ต่อล่วงร้อยปี ๆ มันจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่งๆ จะสอดคอเข้าไปในแอกซึ่งมีช่องเดียวโน้นเป็นของยาก.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ฉันนั้นภิกษุทั้งหลาย การได้ความเป็นมนุษย์เป็นของยาก พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติในโลกเป็นของยาก
ธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้วจะรุ่งเรืองในโลก ก็เป็นของยาก

ความเป็นมนุษย์นี้เขาได้แล้ว พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติแล้วในโลก และธรรมวินัยที่ตถาคตประะกาศแล้ว ก็รุ่งเรืองอยู่ในโลก

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกข นิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา. จบ

ความคิดส่วนตัว กว่าที่เราจะได้เกิดเป็นมนุษย์นี้ก็ยากแสนยากแล้วยังมาหลงอยู่กับความอยากไปทางโน้นทางนี้อยู่

การได้เกิดมาเจอคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ก็ยากอีก บางที่เกิดมาได้ยินคำว่าพุทธะแล้วก็ไม่ได้เรียนอย่างถูกต้อง ทำแบบผิดๆ และตายไปพร้อมกับความคิดเห็นที่ผิด อยู่ที่ประเทศกาน่า คนกาน่าน้อยนักที่จะรู้จักพุทธะ

พุทธะคืออะไร พุทธะคือความรู้รอบ รู้กว้างไกลไม่มีประมาณ เราเป็นคนไทยเราได้ยินอยู่บ่อยๆ ขึ้นอยู่ที่ตัวเราจะสนใจเรียนในพระไตรปิฎก และทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกไหม? จะได้ไม่ขึ้นชื่อว่าเกิดมาโมฆะ คือเกิดมาตายเปล่าไม่ได้อะไรกลับไปเลย



Create Date : 16 พฤษภาคม 2554
Last Update : 16 พฤษภาคม 2554 16:47:46 น.
Counter : 288 Pageviews.

2 comment
ลำปาง - จับสึกพระบวชใหม่ ปฏิเสธไม่รับอาหารบิณฑบาต แต่ขอเปลี่ยนเป็นเงินแทน
วันนี้ (11 พ.ค.) หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.ลำปาง รับแจ้งมีเหตุพระเรี่ยไรเงิน บริเวณตลาดสดอัศวิน เขตเทศบาลนครลำปาง จึงได้เข้าตรวจสอบตามรับแจ้ง เมื่อไปถึงพบกับ พระเจษฎา ธาราศรี (ฉายา สุเมโท) อายุ 43 ปี เป็นชาวบางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก อ้างว่า ตนเองเป็นพระลูกวัด ของวัดห้วยแก้ว อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ได้เดินทางมาจากพิษณุโลก มาพักที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเมืองลำปาง

ซึ่งช่วงเช้าวันนี้ ก็ได้มีชาวบ้านได้ทยอยใส่บาตรกับพระเจษฎา โดยหนึ่งในชาวบ้านที่นำอาหารมาถวายบอกว่า เมื่อตนนำอาหารมาใส่บาตร พระเจษฎา บอกปฏิเสธ ว่า อาตมารับอาหารไม่ได้ ขอเปลี่ยนเป็นปัจจัย จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความสงสัย และรีบกดโทรศัพท์แจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ

สอบถาม ทราบว่า พระเจษฎา เป็นพระเพิ่งรับการอุปสมบทหมู่ ช่วงกลางเดือนเมษายน 54 ที่ผ่านมาจริง แต่ยังไม่มีใบสุทธิ เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการ

จากนั้นตำรวจจึงได้นำตัว พระเจษฎา ไปทำการสึกกับ พระครูโสภณ พิพัฒน์นาทร เจ้าคณะตำบล สบตุ๋ยเมืองลำปาง ทันที





ยินดีในบุญกับตำรวจที่จับพระด้วยค่ะ



Create Date : 11 พฤษภาคม 2554
Last Update : 11 พฤษภาคม 2554 19:53:15 น.
Counter : 439 Pageviews.

2 comment
พระไตรปิฏก เป็นสิ่งที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นหูที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นกายที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นใจที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง

จากวัดสามแยก



๑.พระไตรปิฎก เป็นตาวิเศษอันยิ่ง บุคคลไดสาธยายพระไตรปิฎกแล้วสามารถที่จะรู้ได้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควรทำ ทำให้เป็นสัมมาทิฎฐินำไปสู่ความสำเร็จและเข้าถึงความเป็นอริยบุคคลคือตั้งแต่ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามีและอรหันต์ เข้าสู่นิพพาน (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐)>>

๒.พระไตรปิฎก เป็นหูที่วิเศษอันยิ่ง ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สอนให้บุคคลนั้นดำรงค์ชีวิตด้วยความถูกต้องที่เป็นสัมมาทิฎฐิ อย่างน้อยไม่ทำบาปทำแต่กุศล ได้ฟังแต่สิ่งที่เป็นมงคล การเป็นก็ดี สุขภาพจิตก็ดี มีจิตใจที่ผ่องใส เมื่อจิตใจผ่องใสความคิดก็ดี ความจำก็ดีขึ้นมีสติไม่ทำให้เกิดอกุศล หน้าตาผ่องใสเป็นต้น (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔)>>

๓.พระไตรปิฎก เป็นจมูกที่วิเศษอันยิ่ง กลิ่นหอมที่ว่าหอมแม้จะลอยตามลมไปได้ ๑๐๐๐ โยชน์ แต่ไม่สามารถที่จะทวนลมได้ แต่กลิ่นของความดี กุศลนั้นสามารถจะทวนลมและกระจายออกไปได้ทุกทิศ จะเป็นมีจมูกที่ได้กลิ่นของกุศลที่กระจอนไปทุกทิศ และไม่หลงติดอยู่กับกลิ่นหอมอย่างอื่น (พระไตรปิฎกเล่ม ๙และ ๑๖)>>

.๔.พระไตรปิฎกเป็นลิ้นที่วิเศษอันยิ่ง ลิ้นคนเราแม้จะจำรสต่างๆได้ ไม่ช้าก็ลืมมีความสุขชั่วคาว ทำให้คนขาดสติ แต่ลิ้นที่ลิ้มรสของพระธรรมนั้นไม่มีความอิ่มในรสของพระธรรม เมื่อคนเราได้รับลิ้มรสของพระธรรมแล้ว จะทำให้ร่างกายผ่องใสทั้งภายในและภายนอก และจะช่วยรักษาโรคได้ทุกชนิด (พระไตรปิฎกเล่ม ๙และ ๑๖)>>

๕.พระไตรปิฎก เป็นกายที่วิเศษอันยิ่ง เมื่อบุคคลได้สาธยายแล้วทำให้มีสภาพที่ผ่องใสทั้งภายในและภายนอก มีกายที่เบาไม่เชื่องช้า เลือดลมในตัวเรา ที่เรียกว่าธาตุ ๔ นั้นก็สมบูรณ์ ทำให้มีอายุยิ่งยืนนาน สามารถหายจากโรคที่เกิดแต่กรรมได้ (พระไตรปิฎกเล่ม ๙และ ๑๖)>>

๖.พระไตรปิฎก เป็นใจที่วิเศษอันยิ่ง ใจดี ใจผ่องใส ใจเป็นหัวหน้า เมื่อใจเบิกบาน จิตใจเป็นกุศลก็สามารถเข้าถึงความเป็น โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และพระอรหันต์ในที่สุด(พระไตรปิฎกเล่ม ๙และ ๑๖)>>

๗.พระไตรปิฎก เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษอันยิ่ง สามารถที่จะสอนให้เรารู้ว่าอะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สอนให้เรานำเอาหลักธรรมไปประพฤติปฎิบัติ อันเป็นทางที่มีความสำเร็จในชีวิต นำทางไปเพื่อเข้าถึงพระนิพพาน (พระไตรปิฎกเล่ม ๙, ๑๖,๓๖)>>

๘.พระไตรปิฎก เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษอันยิ่ง สอนบุคคลไม่เลือกพ่อแม่ไม่ได้หวังค่าตอบแทนจากลูกฉันใด พระไตรปิฎกเป็นผู้ที่สอนให้เรารู้ทุกอย่างที่เรายังไม่เคยรู้ นำทางให้เราเข้าถึงความเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ แล้วแต่ทางดำเนินชีวิตอันทำให้ถึงจุดหมายปลายทางคือพระนิพพาน(พระไตรปิฎกเล่ม ๑๒และ ๑๔)>>

๙.พระไตรปิฎกเป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษอันยิ่ง เมื่อบุคคลได้สาธยายก็จะมีแต่มิตรนำทางไปสู่ที่ดี นำชีวิตไปสู่ความสุขทั้งตัวเองและครอบครัวและสังคมที่ดี นำทางไปแต่สู่ความเจริญรุ่งเรืองทั้งในทุกสถานในกาลทุกเมื่อ (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๖) >>

การสาธยายพระไตรปิฎก>>จึงถือได้ว่าเป็นการได้เข้าเฝ้าพระศาสดาต่อเบื้องพระพักตร์ ทั้งนี้เพราะในครั้งหนึ่งพระศาสดาได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า :-

ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา

อ้างอิง >> มมร ชุด 91 เล่ม เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐



Create Date : 11 พฤษภาคม 2554
Last Update : 11 พฤษภาคม 2554 19:30:12 น.
Counter : 267 Pageviews.

0 comment
ผู้ที่จะเรียนธรรมของพุทธเจ้าให้เข้าใจได้ ต้องมีอุปนิสัยที่สั่งสมมานาน
ผู้ที่จะเรียนธรรมของพุทธเจ้าให้เข้าใจได้ ต้องมีอุปนิสัยที่สั่งสมมานานแล้ว

พระไตรปิำกเล่ม 43 หน้า 44 (เป็นบทสนทนาระหว่างพระอานนท์กับพระพุทธเจ้า)

...อานนท์. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์ย่อมแทรกอวัยวะทั้งหลาย มีผิวเป็นต้น (เข้า) ไปจดเยื่อในกระดูกตั้งอยู่
เพราะเหตุไร อุบาสกเหล่านี้แม้เมื่อพระองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ จึงไม่ฟังโดยเคารพ ?พระศาสดา. อานนท์ เธอเห็นจะทำความสำคัญว่า ธรรมของเราอันบุคคลพึงฟังได้โดยง่ายกระมัง ?

อานนท์. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ธรรม (ของพระองค์) อันบุคคลพึงฟังได้โดยยากหรือ ?พระศาสดา. ถูกแล้ว อานนท์.อานนท์. เพราะเหตุไร ? พระเจ้าข้า.พระศาสดา. อานนท์ บทว่า พุทฺโธ ก็ดี ธมฺโม ก็ดี สงฺโฆ ก็ดี อันสัตว์เหล่านั้นไม่เคยสดับแล้ว ในแสนกัลป์ แม้เป็นอเนก เพราะฉะนั้น สัตว์เหล่านั้นจึงไม่สามารถฟังธรรมนี้ได้ แต่ในสงสารมีที่สุดอันใครๆ ตามรู้ไม่ได้ สัตว์เหล่านั้นฟังดิรัจฉานกถามีอย่างต่างๆ นั่นแล มาแล้วเพราะฉะนั้น สัตว์เหล่านี้จึงเที่ยวขับร้องฟ้อนรำอยู่ในที่ทั้งหลายมีโรงดื่มสุราและสนามเป็นที่เล่นเป็นต้น จึงไม่สามารถจะฟังธรรมได้….



Create Date : 11 พฤษภาคม 2554
Last Update : 11 พฤษภาคม 2554 19:17:52 น.
Counter : 271 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

shada
Location :
น้ำหนาว เพชรบูรณ์ , เกาะพงัน สุราษฯ  Ghana

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นหูที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นกายที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นใจที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง

ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเปิดเผย ไม่กำบังจึงรุ่งเรือง (เล่ม ๑๐ หน้า ๔๖๕_ปกน้ำเงิน)
บัญญัติของพระพุทธเจ้า จากพระไตรปิฎกชุด 91 เล่ม ของมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 3
(ปกสีแดง หน้า 887 ปกสีน้ำเงิน หน้า 940)
พระบัญญัติ อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่ง ทอง-เงิน หรือยินดี ทอง-เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ก็ดี เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์(นิสสัคคียปาจิตตีย์ 1 ตัว ต้องตกโรรุวนรก 1 ชั่วอายุ คือ 4,000 ปีของนรกขุมนี้ เท่ากับ 840,960,000 ล้านปีมนุษย์)

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้ มาตรา 15 ตรี มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
...(4)รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
**หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา(โยมควรเรียนรู้) ทำบุญแล้วเป็นบาป ตกนรกทั้งพระและโยม
1.ตักบาตรด้วยเงินและทอง
2.ตักบาตรด้วยสิ่งของที่ต้องห้าม ข้าวสารอาหารแห้ง-ดิบ
3.ทำบุญกับพระทุศีล(ผิดศีลธรรมและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย)รับเงิน รับทอง มีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นของตนเอง มีบัตรเอทีเอ็ม มีบัตรเครดิต
4.ฯลฯ
จากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลไทยฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย 91 เล่ม
**ชาวพุทธทั้งหลาย ขอให้อธิษฐานเพื่อถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
"ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญของข้าพระพุทธเจ้าให้เข้าไปรวมเป็นพระราชกุศลของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลังบุญทั้งหลาย ที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพสกนิกรและราชอาณาจักร ขอบุญนั้นทั้งหมด จงเป็นพลังขับดันโรคภัยทั้งหลายที่กำลังเกิดในพระวรกายของพระองค์ให้อันตรธานไป"

จากหลักฐานเทียบเคียงของการใช้สัจอธิษฐาน ในพระไตรปิฎก 91 เล่ม ฉบับมหามกฎราชวิทยาลัย เล่ม 74 หน้า 447-479 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 1, 3, 341, 342 และ 343 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ (www.samyaek.com) ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ขอจงพิจารณาเอาเถิด เพราะไม่บังคับให้ใครมาเชื่อหรือทำตาม เพียงแต่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย เพื่อให้ชาวพุทธปฏิบัติได้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ยินดีในบุญกับทุกท่านที่รวมใจกันเปิดเผยพระธรรมวินัยให้รุ่งเรือง ค่ะ

ชฎา มีโครงการ จะเปิด บ้านพักตากอากาศ ติดถนน ติดทะเล ไม่ไกลจาก ท่าเรือ ท้องศาลา บรรยากาศ เหงียบ สงบ เป็นธรรมชาติ ให้เช่าที่เกาะพงัน

"สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"