All Blog
รายงานพิเศษ 8 ตอน “หลับ-ฝัน-เผลอ-เพ้อ-ละเมอ-ตื่น-กลุ้ม-คลุ้มคลั่ง“
รายงานพิเศษ 8

ตอน “หลับ-ฝัน-เผลอ-เพ้อ-ละเมอ-ตื่น-กลุ้ม-คลุ้มคลั่ง “
หลับ (*อาการพักผ่อนของร่างกาย ที่มีการรับรู้สภาพแวดล้อมน้อยลง) * พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต

อ้าง ภยเภรวสูตร เล่ม 17 หน้า 327-336 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน ) ... วิธีถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง การมอบตน ได้แก่ การยอมสละตนแด่พระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ( ด้วยการกล่าว )อย่างนี้ว่า นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอมอบตนถวาย แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม และแด่พระสงฆ์.

มะนุสโสสิ --- อามะ ภันเต วันที่ท่านโกนผม นุ่งผ้ากาสายะ ตั้งแต่เวลานั้น ท่านคือบรรพชิต เป็นสมมุติสงฆ์ที่มีคนเคารพกราบไหว้ ซึ่งตามความตั้งใจแล้ว ท่านต้องการที่จะปฏิบัติให้ดีที่สุด วันคืนผ่านไป เจอใครก็ก้มกราบตีน จะกินก็มีคนประเคน อยากได้อะไรก็ง่าย อยากใช้อะไรก็มี รู้สึกตัวลอยได้นิดๆ สมมุติสงฆ์กลายเป็นมารเดินดินตัวพ่อ ศึกษาทุกอย่าง ยกเว้นธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ตรัสสั่ง ทำทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสสอน ศีลมีไว้งั้นๆใครจะสน

ลาภ ยศ สรรเสริญ ไหลมาเทมา ชีวิตช่างเพลิดช่างเพลิน เช้าไปบิณฑบาต รับกิจนิมนต์กินข้าวฟรีมีเงินกลับวัด บ่ายไปห้างดูมือถือรุ่นใหม่ แวะธนาคารสละเงินออกเข้าบัญชี เสร็จเข้าเซ่เว่น เย็นซื้อลิโพแล้วดูมวย ถ้าโชคช่วยสองชั้นวันนั้นมีคนตายได้สวดเย็น (ซองเป็นของจำเป็นทำให้เสียงไม่ตก ขอบอก ) วันหยุดล้างส้วมวัดรอโยม รอเอาน้ำพรมคน (พรมหมดแหละเต่าปลา รถ โฉนด ปืน ปลัดขิก อีเป๋อ
ก็โยมเขาขอ ขัดได้ไง ) สวดพึมพำ แจกด้ายหลากสี หลอกแดกแลกซองกับถังเหลือง

คำข้าพเจ้า ขอมอบตนถวาย แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม และแด่พระสงฆ์.......ลืมสนิท ก็แค่ไปทำตามที่ถูกสอนกันว่า อาบัติเล็กๆน้อยๆ ....... ปลงตกหมด ง่ายจะตาย ไม่แน่ใจก็แสดงว่าผิดหมดแล้วปลงให้หมดไปเลย และถ้าท่านยังระแวง เดี๋ยวปลงเบิ้ลให้อีกรอบจะได้สบายใจ(นะจ๊ะ) กลับมานอนดูสมุดบัญชีธนาคาร ก่อนเข้านอนหลับ (อาการพักผ่อนของร่างกายที่มีการรับรู้สภาพแวดล้อมน้อยลง) จากสภาพรอบข้างที่กล่อมให้เคลิ้ม หลับนาน หลับสนิท เริ่มฝัน

*******************************

ฝัน (* เห็นเป็นเรื่องราวเมื่อหลับ, นึกเห็น, นึกเห็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้) * พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต

อ้างเหตุแห่งความฝัน (สุปินสูตร) เล่ม 36 หน้า 433-434 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน ) ... ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เพราะธาตุกำเริบ ๑เพราะเคยเป็นมาก่อน ๑ เพราะเทวดาดลใจ ๑ เพราะบุรพนิมิต ๑.

อ้าง เรื่องภิกษุชาวเมืองภารุกัจฉะฝัน พระวินัยปิฎก เล่ม 1 หน้า 678 (ชุดเล่มสีน้ำเงิน ) ... ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุชาวเมืองภารุกัจฉะรูปหนึ่ง ฝันว่า ได้เสพเมถุนธรรมในภรรยาเก่า แล้วคิดว่า เราไม่เป็นสมณะ จักสึกละ แล้วเดินทางไปสู่เมืองภารุกัจฉะ พบท่านพระอุบาลีในระหว่างทาง จึงกราบเรียนเรื่องนั้นให้ทราบ ท่านพระอุบาลีกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส อาบัติไม่มีเพราะความฝัน.


++++ เหตุแห่งความฝันมีหลายเหตุ ... ในเมื่อฝันนั้นไม่อาบัติ ก็ไม่แปลกที่ท่านจะเริ่มฝัน ++++

ฝันว่า ... เดือนนี้ยอดเงินฝากจะเข้าเป้าที่ตั้งไว้ >> ( ประหยัด อดออม เข้ายุคสมัยเศรษฐกิจพอเพียง )
ฝันว่า … ถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่นานคงซื้อที่นาให้โยมแม่ได้ >> ( กตัญญูเข้าไว้ จะได้เจริญ )
ฝันว่า … ลงทะเบียนเรียนสุโขทัย ถ้าผ่านไปไม่นาน คงรุ่ง รึ? ว่าจะลงราม ? ? ? >> (ใฝ่ ก้าวหน้า )
ฝันว่า … ภาระทางบ้านหมด ยกระดับการศึกษาเสร็จ หาเงินอีกสักก้อนแล้วไปกรุงเทพฯ บางวัดเขา บอกต้องจ่ายค่า
เข้าหลายแสน แต่ก็คุ้ม สวดทุกวันวันละหลายสิบศาลา เวียนเทียนถังกับดอกไม้ วันละห้าร้อยคืนละพัน
แป๊บเดียวก็คุ้มทุน คราวนี้หละ รถไฟฟ้าเอย พันทิปเอย นั่งเครื่องบินเอย… แหล่ม
>> ( กล้า หา ความเจริญใส่ตัว )
ฝันว่า … ถึงตอนนั้นจะไปต่อ doctor เผื่อได้เป็นพระธรรมทูต ไป London …….? >> (wow !!โกอินเตอร์ )


++ เจ้าอาวาสก็ฝัน ++...............

ฝันว่า … กฐินปีนี้คงมาตามนัด ( มุสา=บาป / กับพระ = บาปมาก / กับเจ้าอาวาส = บาปสุดๆ ) >> ( แม่นศีล )
ฝันว่า … กุฏิหลังนี้ก็เก่าแล้วแอร์ก็ดัง จัดงานลอยกระทงเสร็จว่าจะปลูกใหม่ให้สมฐานะ >> ( นักพัฒนา )
ฝันว่า … ที่หน้าวัดให้เขาเช่าสร้างตึกเอาแป๊ะเจี๊ยะ จะเก็บรายปี หรีอจะเก็บรายเดือน >> ( เก่งคำนวณ )
ฝันว่า … จ่ายเงินไปก็ไม่น้อย พัดอันเดียวทำไมมันน๊านนาน มาเมื่อไหร่จะเอาขบวนแห่ไปรับพัด
มันก็ตัดสินใจยากอยู่นาว่าพัดดี หรือว่ารถคันใหม่ดี อายวัดใกล้ๆ เขามีทั้งพัดทั้งรถ
>> (เข้มแข็ง สมเป็นผู้นำ กระจายรายได้สู่สังคม มีเหตุผลในการตัดสินใจ มีวิสัยทัศน์ผู้นำ)

++ ฝันนานไปนานไปมันเลย ++ …………………… เผลอ

*******************************

เผลอ ( *หลงลืมไปชั่วขณะ เช่น เผลอตัว เผลอสติ, เลินเล่อ, ไม่ระวังตัว) * พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต

อ้าง ภยเภรวสูตร. เล่ม 17 หน้า 327-336(ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน ) … ข้าพเจ้าขอสละตนแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า แด่พระธรรม แต่พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอสละชีวิตแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า แด่พระธรรม(และ) แด่พระสงฆ์ ข้าพเจ้าสละคนแล้วทีเดียวแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าแด่พระธรรม ( และ) แด่พระสงฆ์ข้าพเจ้าสละชีวิตแล้วทีเดียวแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า แด่พระธรรม ( และ ) แด่พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า(พระธรรมและพระสงฆ์) ว่าเป็นสรณะ โดยขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันขอพระพุทธเจ้า ( พระธรรมและพระสงฆ์ ) จงเป็นที่ระลึกที่พึ่ง เป็นที่อาศัย เป็นที่ต้านทานของข้าพเจ้า.

ท่านทั้งหลายข้าเจ้าเผลอพูดไป ตอนกล่าวคำขอบวช หวังว่าท่านทั้งหลายคงเข้าใจ บาลีมันแปลยาก ยิ่งตอนรับศีล 10 ข้อ ข้อสุดท้าย “ ชาตะรูปะ ระชะตะ ปฏิคคหณา เวรมณี “ แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ?มารู้ทีหลังว่าแปลว่า เว้นจากการรับเงินและทอง ก็รู้ตอน เริ่มผ่อนรถ บัตรเครดิตแล้ว เลยปล่อยเลยตามเลยเผลอ นิดหน่อย เจริญพร

*******************************

เพ้อ (*พูดโดยไม่มีสติ, พูดโดยไม่รู้ตัว) * พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต

อ้าง อรณวิภังคสูตร เล่ม 23 หน้า 329 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน ) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในอรณวิภังค์นั้น การปรักปรำภาษาชนบทและการล่วงเลยคำพูดสามัญ นี้เป็นธรรมมีทุกข์ มีความคับใจ มีความแค้นใจมีความเร่าร้อน เป็นความปฏิบัติผิด เพราะฉะนั้น ธรรมนี้จึงยังมี กิเลสต้องรณรงค์ ( พระพุทธเจ้าให้กล่าวธรรม-วินัย ด้วยภาษาที่เข้าใจ)


สวด...........ใครคิดว่าไม่สำคัญ สวดอย่างเดียวเท่านั้นที่ทำให้พระมั่นใจ (ดูจากท่า) เพราะพระบางท่านเข้าใจบางท่านอาจไม่เข้าใจแต่ที่แน่ๆคือเราไม่รู้เรื่องเลย ดังนั้นเมื่อพระสวด คนก็สวด สวดเจอสวด ก็เรียกได้ว่าต่างคนต่าง................ ……… …เพ้อ (*พูดโดยไม่รู้ตัว)

*******************************
ละเมอ (*พูด ทํา หรือแสดงในเวลาหลับ) * พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต

อ้าง “แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ “ พระวินัยปิฎก เล่ม 4 - หน้าที่ 476 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน )
[๑๘๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้ ต้องอาบัติในวันอุโบสถ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหา
ภิกษุรูป ๑ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่งประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า แน่ะเธอ ผมต้องอาบัติมีชื่อนี้ ผมแสดงคืนอาบัตินั้น.ภิกษุผู้รับพึงถามว่า ท่านเห็นหรือ ?
ภิกษุผู้แสดงพึงตอบว่า ครับ ผมเห็น.
ภิกษุผู้รับพึงบอกว่า ท่านพึงสำรวมต่อไป.

“.....ปลงอาบัติ เป็นกิจวัตรประจำวันของพระภิกษุ แม้จะไม่ได้ล่วงละเมิดพระวินัยแต่ก็ปลงอาบัติกันเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ในกรณีที่ตนทำผิดพระวินัยโดยไม่รู้ตัว” คัดจากการตอบคำถามของ พระธรรมกิตติวงศ //www.kalyanamitra.org/daily/data05_47/kamwat_26_05_04.html (มีอ้างอิง จากweb ด้วยไม่ได้พูดเขียนนั่งเทียนใส่ร้าย ) ไม่ทำแต่ปลง…งง???……………ทำโดยไม่รู้ตัว นี่แหละเขาเรียก…………… ละเมอ

*******************************

ตื่น ( ฟื้นจากหลับ, ไม่หลับ; ตกตะลึง, แปลกใจ) * *พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต

หยุด! ทำร้ายพุทธศาสนา หยุดถวายเงินทองแก่ภิกษุและสามเณร … ฟื้นจากหลับ เสียงอะไรกวนหนวกหู ไอ้พวกนี้นรกจะกินหัวมาร้องตะโกนอยู่ได้ ไม่รู้จักพระสงฆ์องค์เจ้า มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว พระพุทธเจ้าห้ามรับเงินทองเป็นก้อนๆโว้ย ที่รับนี้เป็นสิ่งสมมุติกระดาษเปื้อนหมึกเฉยๆ รับมาก็สละเข้าธนาคารแล้วไงไม่ให้จับก็ไม่จับ ยืนยันเอาไม้จิ้มฟันเขี่ยนับเอา รับมาเพื่อการศึกษากำลังเรียนรัฐศาสน์อยู่จำเป็นไม่งั้นเอาที่ไหนจ่ายค่าหน่วยกิต ปลงอาบัติเบิ้ลให้ก็แล้วต่างคนก็ต่างอยุ่ซิโยม.............มากวนกันทำไม พระไปทำอะไรให้ คนเขาถวายเงินมาเขาได้บุญมาก มากวนแบบนี้บาปมากนะโยม แต่ก็แก้ไขได้นะต้องถวายเงินล้างบาป ทำสิ่งใดได้สิ่งนั้น

ไม่หลับ … ใครจะไปหลับลงมันคุยว่า อ้างอิงพระไตรปิฎก ความลับที่เคยเผลอจะ
ถูกเปิดเผย หม้อข้าวจะแตก พัดยศ รถหาย ความฝันจะสลาย ยากจะข่มตาให้หลับลง
ตกตะลึง … มันคุยว่าไปมาแล้ว 68 จังหวัด 573 อำเภอ ประกาศมาเป็นปี แจกไปทั่วเป็นล้านฉบับแล้ว
เจ้าคณะตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ไปมัวทำอะไรอยู่ ไหนจะสำนักพุทธฯ ไหนจะมหาเถรฯ รัฐบาล
ไม่ทำงานเอาซะเลย ชาวบ้านรู้ไปทั่วแล้ว แบบนี้ แย่แน่ๆ แย่แน่ๆๆๆๆ
แปลกใจ … พวกนอกศาสนามั๊ง ? ... พวกไหนว่ะเนี่ย? (สงสัยทุกอย่างยกเว้นตัวเอง ลืม เจริญพร)

*******************************

กลุ้ม (* รวมประดังคับคั่ง) *พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต


อ้าง ทุสสีลสูตร เล่ม 36หน้า 36 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน )

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายสัมมาสมาธิของภิกษุผู้ทุศีล มีศีลวิบัติแล้ว ย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยขาดแล้ว เมื่อสัมมาสมาธิไม่มี ยถาภูตญาณทัสนะของภิกษุผู้มีสัมมาสมาธิวิบัติย่อมเป็นธรรมมีอุปนิสัยขาดแล้ว

คิดๆๆ ………….. เอาไงดีว๊า? นรก?…สวรรค์?....ศีล?....วินัย?....แล้วเงินฝาก? .....บาป?... นาโยมแม่?... พระพุทธเจ้า?...พัดยศ?.... รถเบนซ์ ?...ปลงอาบัติ?....กรุงเทพ?... London?.... กุฏิใหม่ ?........น้ำขึ้นให้รีบตัก ตอนนี้น้ำท่วมต้องรีบสูบ แล้วค่อยมาปลงอาบัติแบบสามเด้งก็แล้วกัน เอายังงี้แหละโยมจ๊ะฟังพระนะจ๊ะ....

*******************************

คลุ้มคลั่ง (* กลัดกลุ้มในใจจนแสดงอาการอย่างคนบ้า) ) *พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต
อ้าง จุลศีล สามัญญผลสูตร เล่ม 11หน้า 315-316 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑ชุดเล่ม สีน้ำเงิน ) ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ …ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่าบูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต …แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง

เอกสารประกอบ (อดทนอ่านซักนิด รู้เลยว่า “ คลุ้ลุ้ลุ้มมมคลั่ลั่ลั่งง!!!” เป็นอย่างนี้นี่เอง )
ขอเชิญร่วมพิธีสืบชะตา พิธีตัดผม ลอยเคราะห์ ตัดกรรม รับโชค สะเดาะเคราะห์ประจำปีเกิด สะเดาะเคราะห์นอนในโลง และร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์ใหญ่ สวดเจ้าแม่กวนอิม สวดภาณยักษ์ใหญ่ สวดอาพาธพินาศ บังสกุลตาย-เป็น บูชาเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย แก้เคล็ดอาธรรพ์ปีชง และอักษร ม ,อ,ว,ส,ร ปีที่เป็นอริไม่ดี มีปีขาล ปีวอก ปีมะ ปีกุน หรือมีรอบช่วงอายุ 93 , 84 , 75 , 66 , 51 , 42 , 33 , 24 , 15 , 6 ปี ซึ่งชงกับปีขาล โดยตรงหรือท่านที่เกิดปีอื่นๆ อยากร่ำรวย ดวงเด่น ดวงดี มาทำพิธีถวายมหาสังฆทาน อุทิศบุญกุศล สักการะต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง โดยพระเกจิอาจารย์จากล้านนา เป็นเจ้าพิธีรับเครื่องสักการะแล้วสวดพระคาถาสืบชะตา เพ่งจิตอฐิษฐานถึงบาปเคราะห์ทั้งหลาย การทำพิธีขอขมาลาโทษ จักต้องสละสิ่งของที่หวงแหนที่สุดในร่างกายคือ เส้นผม พิธีกระทำโดยให้ตัดปลายผมของผู้เข้าพิธี นำใส่ดอกบัวอฐิษฐาน ลอยทุกข์ ลอยโศก ลอยโรค ลอยภัย ลอยเสนียดจัญไร ลอยความยากจนต่างๆ และลอยโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ร้อนกายร้อนใจ ให้หายจากสิ่งอัปมงคลต่างๆ โดยพระพิธีกรรมจากพระอารามหลวง ชุดเดียวกับที่เคยสวดออกรายการ เรื่องจริงผ่านจอทางช่องเจ็ดสี ทำพิธีสวดยัญญกิจ มหาเทพ สวดภาณยักษ์ใหญ่ ครอบเศียรปู่ฤาษี , พระพิฆเนศ บูชารับส่งพระราหู ในปรากฎการณ์เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกิดภัยพิบัติน้ำท่ามเฉียบพลันในรอบ 50 ปีโหราจารย์เตือนให้ระวังเพราะเป็นปี”เสือดุ”ใกล้ส่งท้ายปีเราควรมาร่วมพิธีเพิอแก้อาธรรพ์ จากร้ายให้กลายเป็นดี และในงานนี้ ทางวัดจัดพิธีขออโหสิกรรมดวงวิญญาณเด็กที่ถูกทำแท้ง แล้วนิมนต์พระสงฆ์สวดมาติกา บังสุกุล เผาชื่อนามสกุล กระดาษเงิน-กระดาษทอง ส่งดวงวิญญาณทารกให้ไปเกิดภพภูมิที่ดี

อ้าง “จุลศีล” สามัญญผลสูตร เล่ม 11หน้า 309 (ในพระไตรปิฎกชุด๙๑เล่ม สีน้ำเงิน ) ... เธอละคำเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดถูกกาล พูดจริงพูดเป็นอรรถ พูดเป็นธรรม พูดเป็นวินัย พูดมีหลัก มีที่อ้าง มีที่สุดประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

เธอละคำเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ … น้อมรับด้วยเศียรเกล้าพระพุทธเจ้าข้า

พูดถูกกาล …. ”โมฆะบุรุษ”ที่พระองค์ตรัสเรียกบัดนี้เต็มแผ่นดิน ราชบุรุษกล่าว ปฏิญาณคำเท็จ เว้นหน้าที่ มหาชนเดือดร้อน ภัยพิบัติรุมเร้า สมควรแก่กาลแล้ว พระพุทธเจ้าข้า

พูดเป็นธรรม พูดเป็นวินัย พูดมีหลัก มีที่อ้าง … อ้างเป็นธรรม เป็นวินัย ครบทั้งเล่ม ทั้งหน้า และพยัญชนะ พระพุทธเจ้าข้า

มีที่สุดประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร … มีที่สุดประกอบด้วยเพื่อประโยชน์ดำรงศาสนาให้ยืนนาน กาลอันควรแก่มหาชน นั้นได้มาถึงแล้ว พระพุทธเจ้าข้าด้วยกุศลผลบุญที่ข้าเปิดเผยพระธรรมวินัยนี้ขอให้ข้าพ้นทุกข์ทั้งปวง
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าความดับนั้นมีอยู่ขอให้ ข้าพเจ้าถึงซึ่งความดับนั้นด้วยเทอญ




Create Date : 13 ธันวาคม 2553
Last Update : 23 มกราคม 2554 14:46:36 น.
Counter : 742 Pageviews.

1 comments
  
สาธุ ธรรมะคุ้มครองผู้ปฏิบัติ ทุกท่าน ครับผม
โดย: Kavanich96 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:13:04:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

shada
Location :
น้ำหนาว เพชรบูรณ์ , เกาะพงัน สุราษฯ  Ghana

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นหูที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นกายที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นใจที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง พระไตรปิฏก เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง.....พระไตรปิฏก เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง
พระไตรปิฏก เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง

ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเปิดเผย ไม่กำบังจึงรุ่งเรือง (เล่ม ๑๐ หน้า ๔๖๕_ปกน้ำเงิน)
บัญญัติของพระพุทธเจ้า จากพระไตรปิฎกชุด 91 เล่ม ของมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 3
(ปกสีแดง หน้า 887 ปกสีน้ำเงิน หน้า 940)
พระบัญญัติ อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่ง ทอง-เงิน หรือยินดี ทอง-เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ก็ดี เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์(นิสสัคคียปาจิตตีย์ 1 ตัว ต้องตกโรรุวนรก 1 ชั่วอายุ คือ 4,000 ปีของนรกขุมนี้ เท่ากับ 840,960,000 ล้านปีมนุษย์)

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้ มาตรา 15 ตรี มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
...(4)รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
**หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา(โยมควรเรียนรู้) ทำบุญแล้วเป็นบาป ตกนรกทั้งพระและโยม
1.ตักบาตรด้วยเงินและทอง
2.ตักบาตรด้วยสิ่งของที่ต้องห้าม ข้าวสารอาหารแห้ง-ดิบ
3.ทำบุญกับพระทุศีล(ผิดศีลธรรมและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย)รับเงิน รับทอง มีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นของตนเอง มีบัตรเอทีเอ็ม มีบัตรเครดิต
4.ฯลฯ
จากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลไทยฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย 91 เล่ม
**ชาวพุทธทั้งหลาย ขอให้อธิษฐานเพื่อถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
"ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญของข้าพระพุทธเจ้าให้เข้าไปรวมเป็นพระราชกุศลของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลังบุญทั้งหลาย ที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพสกนิกรและราชอาณาจักร ขอบุญนั้นทั้งหมด จงเป็นพลังขับดันโรคภัยทั้งหลายที่กำลังเกิดในพระวรกายของพระองค์ให้อันตรธานไป"

จากหลักฐานเทียบเคียงของการใช้สัจอธิษฐาน ในพระไตรปิฎก 91 เล่ม ฉบับมหามกฎราชวิทยาลัย เล่ม 74 หน้า 447-479 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 1, 3, 341, 342 และ 343 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ (www.samyaek.com) ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ขอจงพิจารณาเอาเถิด เพราะไม่บังคับให้ใครมาเชื่อหรือทำตาม เพียงแต่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย เพื่อให้ชาวพุทธปฏิบัติได้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ยินดีในบุญกับทุกท่านที่รวมใจกันเปิดเผยพระธรรมวินัยให้รุ่งเรือง ค่ะ

ชฎา มีโครงการ จะเปิด บ้านพักตากอากาศ ติดถนน ติดทะเล ไม่ไกลจาก ท่าเรือ ท้องศาลา บรรยากาศ เหงียบ สงบ เป็นธรรมชาติ ให้เช่าที่เกาะพงัน

"สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"