อัพเดทวันให้กำเนิดหนูน้อย
ห่างหายไปนาน กลับมาเขียน blog อีกทีหนูน้อยแองเปา (ชื่อเล่น)ของแม่ก็อายุ 3 เดือนแล้ว...

หลังจากคลอดหนูน้อยออกมา ก็ไม่ค่อยได้มีเวลาเลย มีเพื่อนๆ ญาติๆ มาเยี่ยมตลอด
ช่วงนี้ก็เพลาๆลงมาบ้างแล้ว ปีมังกรทองนี้ มีลูกเล็กเด็กแดงเกิดกันมาเยอะแยะมากมายยย ฮ่าๆๆ น้องหนูเลยจะมีเพื่อนเล่นวัยเดียวกันเยอะแยะเลย...

ในวันพุธที่ 4 เมษายน 2555 แม่มีนัดตรวจครรภ์ คุณหมอได้ตรวจปากมดลูก คุณหมอว่า "ปากมดลูกเปิด 2 cm แล้วค่ะ ไม่น่าจะเกินอาทิตย์นี้ "(กำหนดคลอดหนูวันที่ 7) คุณหมอว่า อาจจะมีเลือดออกเป็นผลจากการตรวจภายใน พอตรวจเสร็จ แม่ก็ไปช้อปปิ้ง ลัลลล้าา...พอตกเย็น เลือดออกจริงๆ (แต่เอ มันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!??) ก็ไม่ได้กังวลอะไร ตกค่ำอาการปวดท้อง และหลังช่วงล่าง ก็มาเยือน ปวดถึ่ๆ นานๆ มาก แต่ยังไม่รุนแรงเท่าไหร่ เวลาผ่านไป ก็ยังปวดอยู่ ปวดถึ่ ทุก 3 นาที นาน 1 นาทีเต็มๆ เป็นแบบนี้ทั้งคืน แม่กับแด้ดดี้ไม่ได้นอนกันทั้งคืนเลย (แด้ดดี้นอนไม่หลับเพราะว่าแม่พลิกตัวไปมา) พอประมาณตีห้าครึ่ง ของวันรุ่งขึ้น คิดว่าปวดท้องจะคลอดลูกจริงๆ เลยตัดสินใจโทรหาคุณหมอ มีพยาบาลรับสาย สอบถามอาการ วันกำหนดคลอด แล้วก็โอนสายให้คุณหมอ คุณหมอก็นัดแนะไปเจอที่ รพ.

ไปถึง รพ. ประมาณ 7 โมงเช้า เปลี่ยนชุด พยาบาลเข้ามาตรวจ ต่อสายโน่นสายนี่ วัดความดัน การเต้นของหัวใจหนูน้อย โอเค ทุกอย่างปรกติ สักพัก หมอฝึกงานก็เข้ามาคตรวจ บอกว่า ปากมดลูกเปิด 3 cm  ไอ้เราก็ โอววว ปวดท้องทั้งคืนเพิ่มแค่ 1 cm

ในระหว่างที่อยู่ที่ รพ. คุณพยาบาลก็ดีมากๆเลยคะ พยายามหาวิธีให้เรารู้สึกสบายที่สุด เอาโยคะบอล มาให้ แด้ดดี้ก็นวดเอว สะโพกบ้าง พาเดิน ช่วงเช้าของวันนั้นหิมะตกปรอยๆ วิวนอกหน้าต่างสวยมาก แต่อาการปวดท้องนี่สิ ทำให้ไม่อยากทำอะไรๆเลย แม่เตรียม laptop, ipod และ หนังสือต่างๆ มาไว้อ่านมากมาย..แต่ไม่ได้ใช้อะไรสักกะอย่างเดียว ฮ่าๆๆ ราวๆ 11 โมงเช้า แม่ก็ลงอ่างน้ำอุ่น ก็ผ่อนคลายอาการปวดหลังได้บ้าง พอนานๆเข้า ปวดหนักเข้าไปอีก ปวดนานๆ แต่ถึ่กว่าเดิม แทบจะไม่ได้พัก แม่กรี้ดไปหลายรอบ จนแด้ดดี้ระอาาา (ตอนนี้ใครพูดอะไร ทำอะไรก็ไม่ได้ช่วยแล้ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) พอราวๆ บ่ายสองครึ่ง บอกคุณหมอว่า ขอ Epideral ล่ะกัน ไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่สนใจแล้วว่าปากมดลูกจะเปิดได้แค่ไหนแล้ว ตอนนั้นรู้สึกจะเป็นลม เพราะความเหนื่อยล้า ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ทานอะไรเลย ตั้งแต่หัวค่ำของวันพุธ ได้แต่ดื่มน้ำ ดื่มนม (รอดมาได้เพราะนมถั้วเหลืองเนี่ยแหละ) เพราะทานอะไรไม่ลงเลย ความตั้งใจที่จะคลอดหนูในน้ำ ก็ล้มเหลว... แต่ถ้าหากแม่ดันทุรัง เราสองคนอาจไม่รอดก็ได้...

 

เวลาบ่ายสามครึ่งได้ Epideral แม่ก็หายปวดหลังเป็นปลิดทิ้ง เหมือนขึ้นสวรรค์ คุณหมอตรวจ ปากมดลูกเปิดไป 7 cm เหลืออีก 3 cm ช่วงนั้นก็มี คุณปู่ คุณย่า คุณลุงลี เอริก้า และ ป้าแอมมี่ เข้ามาเยี่ยม ราวๆบ่ายสี่ ด้วยความเหนื่อยล้า แม่กับแด๊ดดี้ ก็พล่อยหลับไป ด้วยความเพลีย ราวๆ หกโมง อาการปวดหลังมันเริ่มมาอีกแล้ว ทนปวดหลังได้สักพัก พยาบาลก็สงสัยว่าทำไมถึงยังปวดอยู่ ปรากฎว่าคุณหมอที่บล๊อคหลังให้ ไม่ได้ต่อสายยาชาเข้ากับ ไอวี (ซะงั้น) แต่พอต่อสายเข้าแล้ว ก็ยังคงปวดอยู่ดี แต่ก็โอเค อย่างน้อยก็ได้พักผ่อนไปอย่างน้อย 2 ชั่วโมงแหละ อีกอย่าง ตอนนั้นปากมดลูกเปิด ประมาณ 9 cm

เวลาประมาณ 19.15 น. คุณหมอทำคลอดก็เข้ามาอีก โอเคค่ะ ได้เวลาเบ่งแล้ววว
ไอ้เราก็ โอววว ในที่สุด ก็ถึงวินาทีนี้แล้ว...

คุณหมอก็จัดการเจาะน้ำคล่ำบริเวณศรีษะของหนู (น้ำคล่ำแตกเป็นบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด)  คุณพยาบาลก็อธิบายวิธีการเบ่ง และ หายใจควบคู่กันไป โอเค เบ่งงงงงงง พักกก เบ่งงงงง พักกกกก  คุณหมอว่า "เห็นศรีษะเด็กแล้วค่ะ"  ไอ้เราก็ หา เบ่งตั้งนานเพิ่งจะเห็นศรี๋ษะ เราก็เลยขอดู คุณพยาบาลจะส่องให้ดูในกระจก...คราวนี้เราก็เลยยิ่งเบ่งใหญ่เลย เพราะอยากจะเห็นหนูเร็วๆ

เอ้า เบ่งงงงงงงงงงงง พักกกกกกก เบ่งงงงงงงงงงงงงง พักกกกกกก (แม่ไม่ค่อยจะพัก เพราะยังรู้สึกอย่างเบ่งอยู่ ฮ่าาา) คุณหมอก็บอก ให้เบ่งไปกับ  contraction นะคะ เอ้า เบ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง (พยายามบอก อย่าเพิ่งหยุดนะคะ) แด้ดดี้อยู่ข้างช่วยพยาบาลจับขาแม่  เบ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  "ศรีษะเด็กออกมาแล้วคะ" ตอนที่ส่วนที่กว้างที่สุดของศรีษะหนูออกมา แม่พยายามเบ่งสุดแรงแล้วก็ไม่หยุดเลย เพราะถ้าหยุดหนูจะกลับเข้าไปใหม่ พอศรีษะทั้งหมดออกมา  มันรู้สึกแสบๆ ร้อนๆ คุณหมอก็ว่า อย่ากังวลกับ burning sensation  ให้เบ่งต่อไป เอ้า เบ่งงงงงงงงง แขนหนูออกมาแล้ว เบ่งงงงงงงงงงงงงงง ขาออกมาแล้ว อุแว๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  แม่ได้ยินเสียงหนูแล้ว เฮ้อ ในที่สุด.... พยายาลก็ว่าเบ่งอีกครั้งหนึ่งค่ะ เบ่งงง ถุงน้ำคล่ำออกมา...

คุณพยายาลอุ้มหนูมาให้แม่ทันที ตอนที่แม่เห็นหนูครั้งแรก รู้สึกบอกไม่ถูก (นึกในใจหนูน้อยหน้าตาขี้ริ้วจริงๆๆ ฮ่าๆๆ) หน้ากลมบ๊อก ผิวใส ไม่มีไขเลย แข็งแรงมาก ดิ้นดุ๊กดิกเหมือนปลา แม่ลองให้นมหนูครั้งแรก หนูดูดสักแป๊บ แล้วก็ปล่อย แล้วก็มองหน้าแม่ คุณหมอก็ว่า ให้ลองอีก ดูท่าทางหนูน้อยจะสนใจ แม่ก็ลองอีกหนูน้อยก็ดูดนมได้ แต่ก็เก้ๆกังๆ ฮ่าๆๆๆ สักพักคุณหมอก็อุ้มหนูแล้วให้แด๊ดดี้ ตัดสายสะดือ ตอนแรก แด๊ดดี้ก็กล้าๆ กลัวๆ สุดท้ายก็ตัดสำเร็จ พยายาล พาหนูไปทำความสะอาด ชั่งน้ำหนัก วัดความยาว ยอดตา vitamin K  แล้วก็อุ้มหนูมาให้แม่ให้นมต่อ.... เป็นอันเสร็จพิธี :)

หนูน้อย เดวิน เดเนียล ราสโค่ว์  เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน 2555 เวลา 19.43 น. โรงพยาบาล Fletcher Allen  น้ำหนัก 7 lbs 11 ounces ยาว  21 นิ้ว สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ครบ 32 ครับ

แม่รักหนูที่สุดเลย  จุ๊บๆ

 

หลังจากทำความสะอาดและยอดตาแล้ว น้องแองเปาก็พร้อมที่จะกินนมแล้วฮับ

 

12 มิถุนายน สองเดือนกว่าๆ แม่จับหนูเล่นเครื่องบิน...คอแข็งแล้วฮับ




Create Date : 08 กรกฎาคม 2555
Last Update : 8 กรกฎาคม 2555 20:35:18 น.
Counter : 752 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boteos
Location :
Vermont  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เนื่องจากว่าโบทอยากเขียน Blog มานานแล้วแต่ก็ไม่เคยมีเวลาสักที ในที่สุดก็ได้ฤกธิ์สักที เย้ๆๆ ขณะนี้กำลังอุ้มท้องตัวน้อยที่อยู่ในครรภ์คะ ก็เลยมีแรงผลักดันเพิ่มขั้นที่อยากจะเขียน เกี่ยวกับประสบการณ์การตั้งครรภ์ อาหาร ท่องเที่ยว และ ประสบการณ์อื่นๆ เก็บเอาไว้อ่านเล่น แต่จะไปได้สักกี่น้ำก็ไม่ทราบล่ะคะ ฮ่าาๆๆ ^^;; ยังไงก็เอาไว้ติดตามดูกันไปนะคะ


My name is Boat...
I'm very quiet, shy and naive.

I don't have many friends, but I love all of my friends.I don't expect them to love me, but I'm always here when they need me.

Life can be very miserable, but it won't always be.So,never stop chasing your dream or believing in yourself.

Sometime you don't know what will come, sometime you do. Always be prepared and have fun with what you have got.

I never expected that I would be married to a very wonderful man. He was the missing part of my life, and We've found each other. He makes me feel like i am the luckiest women in the world ^_^

So, never loose you faith in love. Sometime you need to give somebody a chance. Don't judge people too quickly until you get to know them well.


Cheer up!