จาก Sheung Wan ไปจนถึง Central
วันนี้มีภารกิจ หาซื้อหอยเชลล์แห้งตัวหย่ายๆ จากญี่ปุ่น ให้ป๊ะป๋าก็ต้องมุ่งหน้าไป Sheung Wan "C"ออกมาจากสถานี มุ่งหน้าไปทางซ้าย ผ่าน Western Market ไปถึงหัวมุมถนน เงยหน้าขึ้น เจอป้ายเลี้ยวซ้ายไปตาม Des Voeux Rd West หันกลับไปซักรูปมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ซ้ายมือเป็นร้านของทะเลแห้งล้วนๆหอยเชลล์เพียบ เลือกไม่ถูกนอกจากหอยเชลล์ ก็มี ปลิงทะเล หูฉลาม ฯลฯ และก็ ปลาเค็มย้อนกลับมา เข้าถนน Ko Shing ดูร้านขายยาจีน มีไม่เยอะเท่าไหร่นึกว่าจะอลังการกว่านี้แฮะเข้าไปดู Wing Lok กับ Bonham ถนนสายรังนก และโสมถนนเหล่านี้เป็นซอยแยกๆ จาก Des Voux West ทั้งหมดเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นป้ายได้เองไม่ต้องกลัวหลงจาก Bonham เราตามป้าย มุ่งหน้าไปทาง Hollywood Rd ที่รวมร้านค้าของโบราณทางคดเคี้ยว ขึ้นลง เหนื่อยง่ะตามถนนสายแอนทีคนี้ จะมีทางแยกซ้าย ลงไป Cat Street ซึ่งเป็นซอยสั้นๆ เป็นแผงลอยขายบรรดาของที่ระลึกแบบจีนๆ วันที่ไปยังไม่เปิดแผงกันเยอะเท่าไหร่ เมื่อย หยุดดูป้ายแผนที่ หาทางไปวัด Man Mo ก่อน เลยทางแยก Cat ไปนิดเดียวหาป้ายแบบนี้ก็ได้ มีอยู่เป็นระยะๆ ตลอดทาง สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว มากมายถึงวัด Man Mo หรือเทพเจ้า บุ๋น บู๊ ถนนหน้าวัดคือ Hollywood Rdจากฝั่งตรงข้ามวัด จะมีทางลงบันไดซ้ายมือ ลงไปที่ Queens Rd.ถึง Queens Rd เลี้ยวขวา ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าเขต Central ละจะเจอทางแยกนิดนึง ที่สามารถเลี้ยวขวาได้ 2 แยก แยกขวาสุด เข้าไปที่ Wellington St แยกนี้ เดินตรงไปจะเจอ Lin Heung อยู่ซ้ายมือแยกขวา แต่เป็นอันซ้าย (งงมั้ยเนี่ย) ก็จะเป็น Queens Rd เดินเลยตึกนี้ (ถ้าจำไม่ผิด เป็นตึก Millennium) ไปก็จะเจอทางเลื่อนคร่อมข้ามถนนไปแล้วก็เข้าย่านช็อปปิงโฮะ โฮะ โฮะ ณ วันที่ 26 มิ.ย. 2552 ลด 50% ซะแร้วววคนเพียบจร้าตรงหัวมุมเป็นร้าน Coach ฝั่งตรงข้าม Coach เป็นซอย ที่ไปสถานี Centralถ้าออกมาจากประตู D2 สถานี เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้ายมาก็จะเจอ แยกนี้ถ้าตรงจากแยกขึ้นไปตามทางที่เห็น แยกที่1 เป็นถนน Stanley เดินตรงเข้าไปถึงใต้บันไดเลื่อน จะเจอ ร้านชานม ตรงข้าม 7-11 เยื้องๆกันเป็นร้านเป็ดย่าง หมูแดง น่ากินมั่กๆแยกที่ 2 เป็นถนน Wellington เลี้ยวขวาไปเจอร้าน หย่งเก และ หว่องชี่เกถ้าตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอถนน Lyndhurst เลี้ยวซ้ายเข้าไปก็จะเป็นร้านทาร์ตไข่ Tai Cheongเข้าไปในสถานี Central หาทางออก A ก็จะมีสะพานลอยข้ามไปฝั่งตรงข้ามใต้ถุนตึกเป็นท่ารถเมล์ Exchange Square เดินเลยไปอีกก็จะเจอท่าเรือ Ferry ไป Tsim Tsa Tsui และไปเกาะต่างๆอันนี้ถ่ายย้อนกลับมาที่สถานี Central จะเห็นบันไดเลื่อนขึ้นสะพานลอยอยู่หน้าสถานีร้านชานมที่ว่า Lan Fong Yuen (คนชงหล่อนะ จะบอกหั้ยยยย)
หมู่บ้านชาวประมง หลี่หยุ่นหมุ่น หลี่หยีหมุน Lei Yue Mun
เมื่อก่อน จะไปหลี่หยุ่นหมุน ลำบาก ลำบนต้องนั่งแท็กซี่ไปแสนไกลเดี๋ยวนี้เหรอรถไฟใต้ดินไปถึงแล้วจ้าเริ่มจากฝั่งฮ่องกง นั่งรถใต้ดินไปโผล่ที่สถานี Sai Wan Ho ทางออก Aออกมาก็เจอแท็กซี่ฮิปคันนี้ตามป้าย Ferry หรือ Hong Kong Film Archive ก็ได้ ทางเดียวกันทางไปโอบล้อมด้วยตึกสูงตามป้าย Sam Ka Tsuenพอพ้น Bus Terminal ออกมาเลี้ยวขวาก็เจอตรงหัวมุมข้างหน้านั่น เป็นอ่าว Junk Bayเลี้ยวซ้ายไปเจอแถวร้านอาหาร ตรงข้ามท่าเรือแวะทักทายเจ้าถิ่นข้ามถนนไป เข้าท่าเรือ เอาบัตรปลาหมึกแปะเข้าไป เท่าไหร่ไม่รู้ ลืมดูมา4เหรียญ ครึ่งได้มั้งพื้นที่นั่งคอย มีห้องน้ำให้เข้าเรือจอดรออยู่แล้ว เป็นเรือสองชั้น open air ทั้งสองชั้นบ๊าย บาย ฮ่องกงสวัสดี เกาลูน เรากำลังจะมาไม่ถึง 5 นาทีเลยมั้ง เรือก็มาถึงฝั่งละท่าจอดเรือประมง ดูๆแล้วเหมือนตรงนาเกลือบ้านเราเลยแฮะถึงแล้ว เหล่ย หยี หมึ่น หลี่หยุ่นหมุ่น หลีหยีเหมิน โอ๊ย เรียกไม่ถืกตึกหลังประตูนั่นเป็น ตลาดสด กับ ห้องสมุดดูป้ายกันชัดๆ มาถึงแล้วจริงๆเดินตรงไปทางนี้ จะเข้าสู่พื้นที่ร้านขายของทะเลสดๆถ้าอยากไปไกลกว่านี้ ก็สามารถข้ามไปเกาะลัมมา ร้านอาหารทะเลเพียบเหมือนกัน ได้นั่งเรือไกลกว่า ได้ไปกินเต้าฮวย กะลูกชิ้นต้ม อร่อยๆขอบคุณที่มาเยือนคร้าบบบขากลับ ไม่ต้องนั่งเรืออีกเดินไปขึ้นรถไฟสายเขียวเข้าเมืองฝั่งเกาลูนได้เลยความจริงขามา จะไม่นั่งเรือก็มีรถไฟสายสีม่วงจาก North Point แต่ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งทะเล ก็มาตามทางที่บอกเลยจ้า
สำนักชีชีหลิน และ สวนหนานเหลียน
เริ่มที่ MTR สถานี Diamond Hill ออก Exit C2ออกมาก็เจอนี่เลย Plaza Hollywoodขึ้นบันไดไปก็เจอ Marks & Spencer ขวามือ (ลด50%ด้วยแหละ ^ ^)ชั้นบนสุด (3) มี UNIQLO กับ Food Republicยังไม่ช็อป' ไปเที่ยวก่อน เดินไปทางขวาเจอป้าย ตามไปทางซ้ายเลยเจอทางเดินแบบนี้ ตามเจ๊ไปถึงทางแยก เจอป้ายอีก รู้สึกเที่ยวนี้ ป้ายเยอะดีมากๆไม่เหมือนเมื่อก่อน จะไปไหนมาไหน ต้องมั่วเองตลอดป้ายบอกให้ไปทางขวา ก็คือต้องข้ามถนน เห็นประตูสีน้ำตาลข้างหน้านั่นแหละ สวนหนานเหลียนฝั่งตรงข้ามสวนเป็นสำนักชี จะเข้าไปเที่ยวอันไหนก่อนก็ได้เราเลือกเข้าสวนก่อน ขี้เกียจข้ามถนนเวลา เปิด - ปิดสวนแห่งนี้มีพื้นที่ 3 หมื่น5 พัน ตรม. สร้างในแบบสถาปัตยกรรมยุค ถังป้ายชื่อภาษาจีน หนาน เหลียน สวน สระทางเข้าประดับด้วยหินใหญ่ๆ แปลกๆ งามๆ มากมายเป็นสวนหิน + ต้นไม้บางก้อนเหมือนมันกลายพันธุ์มาจากตอไม้บางจุดมีทำเอฟเฟคท์ซะด้วยมีศาลาไม้สักหลังใหญ่ ริมสระ สวยมั่ก มั่กสวนนี้สร้างโดย สำนักชี ชีหลินเปิดเมื่อ เดือน พ.ย. ปี 2006การจัดวาง และตกแต่งทั้งหมด ยึดรูปแบบสวนในสมัยราชวงศ์ถังภายในมีส่วนจัดแสดง 3 ส่วนส่วนแรกเป็นที่จัดแสดง สถาปัตยกรรม ไม้สัก ของจีนข้างในมีรูปจำลองของ วิหารต่างๆในประเทศจีน ทำด้วยไม้สักงดงามมาก และห้ามถ่ายรูปส่วนที่สอง เป็นการจัดแสดงงานศิลปกรรม เช่นภาพวาด ฯลฯตรงอาคารนี้มีห้องน้ำให้เข้าส่วนที่สามเป็นห้องจัดแสดงหินรูปทรงแปลกๆนอกจากนี้ ก็มีสวนบอนไซ สวยๆมากมายศาลางามๆ รอบสระปลาตัวใหญ่มากๆห้ามให้อาหาร น้ำใสแจ๋วสวนบอนไซมองเห็นสำนักชีวนรอบก็กลับมาที่ส่วนแสดงสถาปัตย์ ไม้สักตรงนี้เป็นทางขึ้นที่สร้างข้ามถนนไปสู่สำนักชีสำนักชีแห่งนี้ ก็แน่นอน สร้างในแบบยุคถังสร้างมาตั้งแต่ช่วง 1930 และมีการบูรณะใหม่ในปี 1980หลังพิงเขา หน้าหันออกสู่ทะเล ทางทิศใต้ ฮวงจุ้ยดีสุดๆชาวจีนมีความเชื่อว่า การเอาไม้มาสร้างบ้าน เป็นการยืดชีวิตให้ไม้และในทางกลับกัน ก็ให้ชีวากับบ้านการสร้างสำนักแห่งนี้ ไม่ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว (จริงดิ??)ด้านในเป็นที่บูชา พระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า และ เทพต่างๆหลวงพี่ที่นี่ แต่งตัวเหมือนหลวงพี่ที่หมู่บ้านพลัมเลยเวลา เปิด - ปิด สวยงาม และ สงบเงียบ ทั้งสวน และ วัดจนไม่น่าเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในฮ่องกง
วัดกังหัน ... วัดแชกง ... Che Kung Temple...
ไปไหว้พระขอพรกับเทพแชกงกันก่อนอื่นนั่ง MTR ไปลงที่สถานี "ตายไว" ^ ^ "Tai Wai"ใหญ่โตอย่างที่เห็นนี่แลมองหาทางออก Bโผล่ออกมา จะเจอเข้ากับสถานีรถบัส แสนสะดวกสำหรับคนเดินทางเดินไปทางซ้าย โอ๊ะ..สถานีรถบัสของเค้ามีไอ้นี่ด้วย... ให้ทายว่ามันคืออะไรแต๋ แน มันคือแผนผังสถานีแบบอักษรเบรลล์ สำหรับคนตาบอดนั่นเองเป็นงายล่ะ มีเรื่องให้ต้องอิจฉาคุณภาพชีวิต คนฮ่องกงอีกแล้วสิ ต่อ ต่อ ต่อเดินไปทางซ้ายจนสุดทาง เพื่อออกจากสถานีรถออกมาก็เจอวิวนี้ก่อนฝั่งตรงข้าม เป็นโรงเรียนก็เดินตรงไปเรื่อยๆ เจอไฟแดง มองเห็นกำแพงสีแดงๆ หลังไฟแดงแมะพอข้ามถนนมา ก็จะเจอ subway ที่ใช้ลอดใต้ถนน กำแพงสีแดงๆ ใกล้เข้ามาละ เห็นไหมเราก็เดินลง subway ไป พอลอดมาได้ ก็เจอป้ายอีกป้ายเยอะหยั่งงี้ หลงก็แย่ละเลี้ยวซ้ายขึ้นไปเลยเดินให้ถูกฝั่งนะจ๊ะ เดี๋ยวจักรยานชนถึงแล้วววอันนี้มองจากริมถนนเข้าไป น่าจะเป็นด้านข้างวัดก็เลยเดินไปเข้าประตูฝั่งที่ติดถนนใหญ่โผล่เข้าไปกลายเป็นด้านข้างซะงั้นไม่ดี ไม่ดี ผิดธรรมเนียมกลับไปเข้าด้านหน้าใหม่ข้างซ้ายขายธูป ข้างขวาขายเครื่องรางอยากได้กังหันกลับบ้าน ก็ซื้อตรงนี้ได้เลยซื้อแล้วก็เดินไปจุดธูปไหว้ ปักกระถางละ 3 ดอก เอากังหันที่ซื้อถือไว้เหนือกระถางใบกลาง วนขวา 3 รอบ เป็นอันเสร็จพิธีตอนไป อาเฮียที่วัดเค้าเดินมาทำให้ อารามตื่นเต้น ลืมถ่ายรูปซะงั้นกังหันเต็มเลยมองไปด้านซ้าย เป็นหอกลองมองไปด้านขวา เป็นหอระฆังบางตำราบอกว่า ก่อนออกจากวัดให้ตีกลองกับตีระฆังแต่เดินอยู่หลายรอบ ก็ไม่เจอทางขึ้นหรือจะมีใบอื่นให้ตีก็ไม่เห็นเลยออกมาเฉยๆอย่างนั้นแล้วจะถูกหวยอย่างคนอื่นมั้ยเนี่ยเราลาล่ะค่ะกลับทางเดิมประวิติและขั้นตอนการบูชาโดยย่อวัดนี้มีอายุกว่า 300 ปีมาแล้ว เป็นสถานที่บูชาเซียนแชกงที่ขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกไป และนำสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต วัดเดิมป็นวัดเล็ก ๆ อยู่ทางด้านหลัง ส่วนวัดที่เห็น สร้างเสร็จในปี 1993 ด้านในมีรูปปั้นสูงใหญ่ของท่านแชกงซึ่งเป็นเทพประจำวัดแห่งนี้ (ถ่ายรูปไม่ได้)ด้านข้างมีอาวุธรบของทหารแบบโบราณ และมีกังหันอยู่ข้างละตัว หลังจากจุดธูปไหว้เสร็จแล้วให้หมุนกังหัน ที่อยู่สองด้านข้าง ๆ รูปปั้นท่านแชกง วิธีหมุนให้หมุน สามครั้ง และตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งที่เราอยากได้ กังหัน 4 ใบ มีความหมายคือใบที่ 1. เดินทางปลอดภัยใบที่ 2. สุขภาพแข็งแรง ใบที่ 3. โชคลาภ เงินทองใบที่ 4. คิดหวังสิ่งใด สมความปรารถนาทุกประการถ้าจะซื้อเครื่องรางกังหันกลับมา ดูให้ดีดี ว่า มี 4 ใบเพราะมีบางอัน มีแค่ 3 ใบเองใบไหนหายไปก็ไม่รู้ .. แฮ่..
ฝากกระเป๋าที่ Citygate Outlets
หลายๆคน เก็บCitygate Outlets ไว้เป็นจุดสุดท้ายก่อนอำลาฮ่องกงในขณะที่ หลายๆคน ก็ใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการช็อปปิ้งเนื่องจากที่ตั้งของห้างอยู่ตรงจุดต่อรถพอดีและยังอยู่ห่างจากสนามบินเพียงไม่ถึง 10 นาทีแต่อยู่ไกลจากในเมืองถึง 13.5 เหรียญ รถไฟใต้ดิน ^ ^จึงมักมีข้อสงสัยกันอยู่ว่า แล้วที่นี่ มันมีที่ฝากกระเป๋าใหญ่ไหมหนอวันนี้จะมานำเสนอล่ะก๊าก่อนอื่นเอาเว็บไปดูกันเองก่อน ว่าเค้ามีร้านอะไรมั่ง น่าสนใจแค่ไหน//www.citygateoutlets.com.hk/index.htmlเมื่อเข้ามาในห้างจากทางไหนก็ตามแต่ ให้ลงไปที่ชั้นล่างที่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้อยู่ซุปเปอร์ฯ นี้ จะครองชั้นนี้ เกือบทั้งชั้น รูปข้างบนที่เห็นนั้นเป็นทางเข้ากลับหลังหันมาอีกด้าน จะเห็นทางออกตรงหน้าทางออกจะมีบันไดเลื่อนลงข้างล่าง พอลงไปก็จะเจอเจ้านี่ตู้นี้จะมี 3 ไซส์ small, large, jumbo ค่าฝากก็แตกต่างกันไปเบอร์ 1 ที่เห็น คือ jumbo ที่เหลือเป็น largeเบอร์ 20 คือ large เบอร์ 16 คือ smallให้ดูตู้ที่เป็นไฟเขียว แสดงว่าว่างอยู่ เมื่อใส่ของเข้าตู้ปิดประตูตู้จนไฟแดงขึ้นแล้วหยอดเหรียญตามขนาดตู้ จะมีสลิป ที่มีโค้ดออกมาช่องหยอดเหรียญเวลาจะเอากระเป๋าออก ก็ไปที่ช่องหยอดเหรียญ กดโค้ดที่ได้มา ประตูตู้ของเราก็จะเด้งออกมา หยอดครั้งแรกได้ 2 ชั่วโมง ถ้าเกิน 2 ชั่วโมง ตอนที่มาคีย์โค้ดออก ก็ต้องหยอดเหรียญเพิ่มก่อน กระเป๋าเราเป็นเจ้าแก่ใบนี้ ใช้ large ก็พอ หยอดไป 10 เหรียญ ส่วนใบนี้ ได้มาจากTaste ซุปเปอร์มาร์เก็ต นั่นแหละ 790HKD วิ้ววว ออกลูกถ้าไปฝากคงต้องใช้ไซส์ jumboกลับบ้านกันนะลูกนะ