กรึ๊บกรึ๋ย.............................. บรึ๋ยส์
Group Blog
 
All blogs
 

::::: ตุลา’เดือนแห่งลูกหมาหลงบ้านหรือไร :::::

มันมาอีกแล้วครับทั่บ ไอ้สี่ขาตัวเท่าเมี่ยง
มันพากันชักแถว ออกมาเดินกระดุ๊กกระดิ๊กๆอยู่ริมถนนอีกแล้ว เจ้าข้าเอ๊ย...


ระยะทางยี่สิบกิโล’จากบ้านไปตลาด หรือไปกิจธุระอื่นใด
วันไหนก็วันนั้น...
ถ้าไม่เจอเจอหมาเป่งปี๋ นอนเอาหลังแอบฟ้า มีสี่ขาชี้โด่เด่ตรงข้ามพื้นดิน นิ่งๆอืดๆอยู่สองข้างทาง
ก็จะเจอเศษหมา กระจุยกระจายอยู่กลางถนน สดมั่ง เปื่อยมั่ง สุดแล้วแต่โอกาสจะอำนวย

อย่างว่าแหละ... คนแถวนี้เขาขับจรวดกัน

เดือนอื่นๆ เจอแต่หมาใหญ่
แต่พอเข้าช่วงปลายฝนต้นหนาว ตุลา’ พฤศจิกา’
เป็นต้องมีหมาย่อส่วนมาเพ่นพ่านผ่านสายตาอยู่เรื่อยเลย ทำไมน้อ...

กระดูกอ่อนๆ ตาแป๋วๆ ไม่เดียงสา พ้นเต้าแม่หรือยังก็ไม่รู้
เที่ยวออกมาเดินเพ่นพ่านริมถนน เห็นครั้งใดลมจะใส่ทุกที



23 ตุลา’ 48...
ฝนพรำฉ่ำแฉะ กระดืบรถกลับบ้าน บนทางที่เคยผ่านนั่นแหละ
มองเห็นไฟเบรกคันข้างหน้าสว่างวาบ พร้อมกับเบี่ยงขวาหลบเล็กน้อย
พอรถนั้นพ้นไป เลยได้เห็นเจ้าสองตัวต้นเหตุ วิ่งกระดุ๊กๆจากไหล่ทางเข้าไปหลบในพงหญ้า
ทีแรกนึกว่าลูกแมว ค่าที่ตัวมันเล็กจิ๋วหลิว

“ลูกหมาหรือลูกแมวคะนั่น” ลูกค้าที่กลายมาเป็นเพื่อนถามมาจากด้านหลัง
“น่าจะเป็นหมานะฮะ” คุณสามีผู้เป็นสารถีในวันนั้นตอบไป

ในละแวกใกล้ ไม่มีบ้านพักอาศัย มีวัดและโรงเรียนอยู่ห่างออกไป
ข้างทางเป็นพงหญ้า ...และไม่มีวี่แววแม่หมา

เจ้าสองตัวนี่คงพากันเที่ยวเดินหากำบัง ไว้ซุกกายหนีเม็ดฝนอยู่แน่ๆ

เหลียวหลังกลับไปสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง...

ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
ห้านาทีหลังจากนั้น ไอ้สองเปี๊ยกตาแป๋วๆ
ก็ระเห็จขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอดสองสาวที่เบาะหลัง



ระหว่างทาง...
สองสาวข้างหลังจับพลิกคว่ำพลิกหงายแล้วรายงานว่า
“ตัวเมียทั้งคู่ค่ะ”
“ท่าทางยังไม่อดนมเลยด้วยหละ ปากหอมๆๆๆๆๆ”



ถึงบ้าน...
ทีแรกคิดว่าจะเช็ดตัวและเป่าให้แห้งเท่านั้นเป็นพอ
ที่ไหนได้ เจอหมัดตัวเล็กๆมากมาย ไต่ซอนชอนไชแทรกอยู่ทุกอณูรูขุมขน
สุดท้าย ตัดใจจับมันลงถังน้ำอุ่นๆ ขยี้แชมพูหมา และสางหมัดเป็นการมโหฬาร
กลัวมันจะเป็นหวัดปอดบวมก็กลัว แต่กลัวหมัดบุกตัวเองมากกว่า
ต่างปลอบใจกันว่า ไหนๆมันก็เปียกฝนมาแล้ว จะเปียกอีกซักหน่อยคงไม่เป็นไรน่า



หัวค่ำ...
หลังจากซักนมกันจนเต็มคราบ บรรดาลูกค้าที่รู้ข่าวการเก็บหมา โผล่มาชมโฉมไอ้พุงกลมกันเป็นแถว
แต่ไม่มีใครอยากพามันกลับบ้านด้วยเลย ธ่อ....



ดึกอ่อนๆ...
งึ๊ดๆๆๆๆ ร้องกินนมอีกแล้ว



ดึกแก่ๆ...
งึ๊ดๆๆๆๆ สงสัยไม่รู้จักคำว่าอิ่มมั้งนั่นเอ็ง!!



สองเดือนต่อมา...
ประกาศหาบ้านก็แล้ว หว่านข่าวไปตามคนรู้จักก็แล้ว ยังไม่มีวี่แววได้บ้าน
ครั้นจะเก็บไว้เอง ก็เกรงจะไม่รอด มีเพื่อนบ้านจากนรกจ้องวางยาอยู่แน่ๆ
อีตาคนนี้ก็สุดแสนจะบรรยาย หมาละแวกบ้านตายไปนับสิบเพราะตานี่คนเดียว



สุดท้าย...
นังสองหมา แม่กระถินกับแม่ทองกวาว จำต้องย้ายไปอยู่กับป้าสำรวยเป็นการถาวร
เฮ้อ...................................................................................................
ถ้ามาให้เก็บหลังจากนั้นซักปีจะดีมากเลย
ฆาตกรฆ่าหมามันย้ายไปจากแถวนี้แล้วน่ะ
ถินเอ๊ย กวาวเอ๊ย... ขอโทษนะ





อาทิตย์ที่แล้ว...
ไม่ไกลจากที่เคยเก็บไอ้สองหมา มันมาอีกแล้ว
ขนาดเท่าเดิมเปี๊ยบๆ วิ่งเล่นกับรถซะอย่างกับเป็นเพื่อนเล่น

เช็ดมารดาท่านเอ๊ย... สุดแสนหวาดเสียว
รู้บ้างไหมไอ้หมา หัวใจจะวายโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

...ทำใจแข็งผ่านไป
มารดาเกิดนึกขึ้นได้ ว่าควรแวะซื้อทรายตรงร้านที่ผ่านมาตะกี๊
เวรละสิ เกิดจะมามีเหตุให้อุเทนรถกลับไปซะงั้น

“แม่... เห็นเหมือนลูกปะ”
“อะไรเหรอ”
“ลูกหมาอะ... ตัวปิ๊ดเดียว เกือบโดนรถแป๊ดเข้าให้แล้ว”
“เหรอ... เอาไงดี เอากลับมั้ย”

น่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน...

“เดี๋ยวแม่ซื้อทรายเอง ลูกไปเอามันมานะ”
“ค่า...........................”

ระหว่างเดินย้อนกลับไปฉกหมา ด้วยความเร็วเต่า กับอีแตะหนืดโคลนชวนลื่น
ทันใดนั้นเอง มีมอตะไซสีเทาๆ พุ่งปริ๊ดไปที่ไอ้เปี๊ยกนั่นยืนอยู่
...จอดฉึก เรียกไอ้เปี๊ยก อุ้มขึ้นมาคลอเคลียอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ขับบรึ๊นๆจากไป

เกือบจะแจ้งตำรวจตรงป้อมใกล้ๆกันนั่นแล้ว ว่ามีคนวิ่งราวหมาค่ะ ช่วยอิชั้นด้วย !!!




ฮี่ฮี่ฮี่






 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2550 3:35:49 น.
Counter : 178 Pageviews.  

::::: PA - LE - MA : พา - เหล่ - หมา :::::

ยังจำหนูได้มั้ยคะ ...หนูชื่อแตงกวา
ถ้ายังจำไม่ได้ กรุณากลับไปตั้งต้นใหม่อีกครั้งที่กระทู้นี้ค่ะท่านผู้ชม
//topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2006/01/E4026062/E4026062.html





หนูเคยมีอดูดอันขืนข่ม
สมัยเด็กๆ อาศัยอยู่ในเวิ้งว่างๆเวิ้งหนึ่ง
วันดีคืนดีก็มีมือมืดหน้ามืด จับหนูและพี่น้องไปส่งสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
ที่มี ผอ.ใจดี๊ใจดี ชื่อ ผอ.ป้าสำรวย กับ ผอ.ป้าอนงค์

ต่อมา มีป้าอ้วนๆ กับลุงอ้วนๆ จับหมาเด็กมาส่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกสองตัว
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนู แถมมีสีเหมือนกันเปี๊ยบเลย
นังสองตัวนั้นชื่อแม่กระถินกับแม่ทองกวาว
มาถึงก็ขึ้นแท่น เป็นที่รักใครเอ็นดูของ ผอ. ทั้งสอง
หนูละอิจฉ้า อิจฉา... เชอะ

ต่อมาเป็นรอบที่สอง
พี่ๆน้องๆของหนู รวมทั้งแม่กระถิน ก็ถูกโรคท้องร่วงเล่นงาน ซี้ม่องเท่งไปหมด..
หนูพยายามออเซาะป้า ผอ. หวังจะไต่อันดับกะเขาบ้าง
แต่นังทองกวาวน่ะสิ... ออดอ้อนอี๋อ๋อป้า ผอ. ไม่เปิดช่องว่างให้หนูเลย... เชอะ

ต่อมาเป็นรอบที่สาม
พอที่บ้านของป้าอ้วนๆ รู้ข่าวว่าแม่กระถินซี้ม่องเท่ง ก็ต๊กกะใจ !!!
ไปบอกป้า ผอ. ว่าขอรับตัวแม่ทองกวาวกลับไปเป็นลูกบุญธรรม ณ บัดนาว...

เชอะ เชอะ เชอะ... ไม่เห็นมีใครสนใจมารับหนูไปเป็นลูกบุญธรรมกับเค้าเลย เชอะ เชอะ เชอะ...

แต่แว่...
วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...
วันที่ป้าอ้วนๆกับทางบ้าน บึ่งรถหน้าตาตื่นมาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เป็นวันที่ป้า ผอ. ทั้งสองคนถูกรายการเจาะรูหัวใจ จับตัวไปเที่ยวซะงั้น

โฮะ โฮะ โฮะ...
ตอนที่พี่ๆที่คอยดูแลพวกเราเหล่าเด็กกำพร้า มาร้องเรียกหาตัวแม่ทองกวาว
หนูก็สวมรอย วิ่งตื๋อ กระโดดเข้าอ้อมแขนพี่เขา
พี่เขาก็คว้าหมับมาส่งให้ป้าอ้วนๆในเวลาไม่เกินสามนาทีครึ่ง

โฮะ โฮะ โฮะ...
พี่เขาจำไม่ได้หรอกว่าเป็นหนู
ก็บอกแล้วไง ว่าอายุกับสีน่ะ เปี๊ยบๆ...




ในที่สุด... ฝันของหนูก็เป็นจริง
ถึงไม่ได้จัดกระเป๋า ถักเปีย นุ่งกระโปรงบานๆ
หนูก็ร้องเพลงงึมงำเบาๆ
"นี่คือสถาน... แห่งบ้านทรายทอง ที่ชั้นปองมาสู่"

แต่แว่... ระหว่างนั่งรถปุเลงๆออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นเอง
ลุงหนวดเฟิ้มๆที่มาด้วย ก็เกิดสงสัยว่าหนูไม่ใช่ทองกวาวตัวจริง

หนูละใจเต้นระทึกไปหมด กลัวถูกจับได้ว่าปลอมตัวมา
รีบทำหน้าตาพริ้มๆ ยื่นไปจบจมูกกับป้าอ้วนๆ
จนป้าอ้วนๆตายใจ ยืนยันกับลุงหนวดเฟิ้มๆว่าไม่ผิดตัวแน่ๆ
คุณยายใส่แว่นที่แม่ทองกวาวเคยเล่าให้ฟังว่าเคยเหยียบหล่อนดังแป้ด ก็หันไปบอกลุงหนวดเฟิ้มๆ ว่าจำหนูได้อีกคนนึง



โฮะ โฮะ โฮะ... เป็นไงคะ เลิศที่สุด แผนการของหนู
ป้าอ้วนๆกับคุณยายใส่แว่นยังหลงกลหนูเลย... คิดดูละกัน

หนูครวญเพลงอีกครั้ง เมื่อมาถึงบ้าน
"วังน้ำวนสายชลวนเชี่ยวเป็นเกลียวรักวน ฮื้อ ฮือ ฮื้อ ฮือ"
อุ๊ยตายตาย... แย่แล้ว หนูนึกว่าจะได้เป็นที่หนึ่งในบ้าน
ที่แท้ ที่บ้านนี้มีป้าอายุเยอะอีกสองตัว
เอ๊ะ.. เรียกป้ายังสาวไป
ระดับนี้ หนูว่าเป็นทวดแล้วหละ




ทวดถั่วเหลืองอายุ 12 ขวบ
แต่ชีหน้าเด็กกว่าหนูอีกค่ะ
ไม่รู้ชีไปทำหน้ากับเขียงไหน เด้งซ้า...

บางทีหนูก็อิจฉาชีอยู่เหมือนกัน
ดูสิ... หนูเป็นเด็กแข็งแรง ชอบวิ่งขึ้นวิ่งลงบันไดทั้งวัน
แต่ทำไมนะ ให้หนูนอนชั้นล่าง
แล้วให้ทวดแก่ๆไปอยู่ข้างบน



ขึ้นบันไดแต่ละที หอบแฮ่กๆ
หนูงี้แอบหัวเราะตั้งหลายครั้ง...

หนูแอบได้ยินป้าอ้วนๆบอกว่าทวดถั่วเหลืองน่ะ ชีเป็นโรคหัวใจ
แล้วชีก็ไอแค๊กๆทั้งวันด้วยหละ



แถมชียังชอบนั่งหลับ ดูสิ หัวโงกเงกเลย

สู้หนูก็ไม่ได้...
ลั๊ลลา รื่นเริง เก๋กู้ดที่ซู้ดดดด...



แล้วทวดถั่วเหลืองยังขี้บ่นด้วยหละ
หนูแกล้งงับคอทีไร ชีร้องโวยวายบ้านแทบแตก

ป้าอ้วนๆก็ขี้บ่น
ชีชอบบ่นเสียงดังอย่างงี้
"ไอ้แต๊งงงง... อย่าแกล้งถั่วเหลือง"

บางทีก็บ่นอย่างงี้
"ไอ้แต๊งงงง... อย่าแกล้งมะไฟ"

เฮ้อ... หนูละเบี่ยจริงๆ



ส่วนอีกทวด ชื่อมะไฟ
นี่ก็หน้าเด้ง ทั้งๆที่อายุ 13 ขวบแล้ว
วันๆชีก็เอาแต่นอนด้วยเหมือนกัน

แต่แว่... นอนพื้นไม่ได้
สงสัยชีจะเป็นหมาหัวสูง ต้องนอนบนเก้าอี้เท่านั้น



ตอนนี้หนูฝึกวิชาประจบประแจงร้อยกระบวนท่าจนเกือบสำเร็จแล้ว
มีท่าไม้ตาย ชื่อท่า "ไก่ย่างริมรั้ว"


เอาไว้วันไหน ที่หนูประจบได้ถ้วยชนะเลิศ
หนูจะมารายงานตัวอีกครั้งนะเคอะ โฮะ โฮะ โฮะ...



ขอบคุณที่หลงเข้ามาชมเค่อะ...



เกือบลืมเรื่องสำมะคันไปเลย หนูขอกลับมาเล่าต่อนะคะ ลุงๆ ป้าๆ ทั้งหลาย...

พักหลังๆมานี้ คุณยายใส่แว่นชอบออกไปวิ่งไล่กวดความผอมที่สวนสาธารณะใกล้ๆบ้านเกือบทุกเช้า
วันดีคืนดี ก็พาหนูออกไปวิ่งด้วย...
หนูช้อบชอบ ได้เดินลั๊ลลาหนุกหนานมากมาย

มาเที่ยวกันบ่อยๆเข้า วันหนึ่ง คุณยายนึกสนุก
ปลดเชือกสีรุ้งออกจากสายรัดตัวของหนู
สงสัยชีอยากให้หนูเป็นตัวของตัวเอง...

กรี๊ดค่ะกรี๊ด... หนูขอยืมกรี๊ดพี่เดือนหยาดมาใช้นิดนุงค่ะ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด... อีกที
ไม่มีสายใยรักตึงๆระหว่างคุณยายกับหนูอีกต่อไปแล้ว

ลั๊ลลา ลั๊ลลา.. หนูเดินห่างจากคุณยายใส่แว่นออกไปไกลขึ้นๆ

ในที่สุด.. ขอกรี๊ดอีกทีค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดด...
หนูมองไม่เห็นคุณยายแล้ว
คุณยายหายไปไหน
งือ... แตงกวาไม่อยากเป็นตัวของตัวเองอีกแล้วค่ะ


"แตงกวา กลับมานี่.. แต๊งงงงงง ช่วยจับหน่อยค่ะๆ"
หนูได้ยินเสียงคุณยายแว่วๆ มาจากทางโน้น... เอ๊ะ หรือมาจากทางนี้นะ
มีคนมายืนล้อมตัวหนูมากมาย
ไม่เอาหละ เผ่นดีกว่าเรา...

"ปิ้น ปี้นนนนนน"
"เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด..."
ว๊าย ตาเถรหก ยายชีหล่น ในที่สุดหนูก็วิ่งหนีรถฝูงใหญ่พ้น

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หนูไม่มีนาฬิกา...
รู้แต่ว่าพระอาทิตย์สูงปรี๊ด หนูก็เลยไปหลบร้อน นอนนิ่งๆอยู่ในพุ่มไม้

แล้วหนูก็ได้ยินคุ้นเคยอีกครั้ง เสียงรถของคุณตานี่หน่า...
คุณตามาได้ยังไงเนี่ย ตรงนี้ไม่ใช่บ้านเราซักกะหน่อย
หนูอยากทำไก่ย่างจังเลย แต่ไม่รู้จะทำตรงไหนดี
รั้วตรงนี้สูงท่วมหัวหนู เลยทำได้แค่ยื่นจมูกผ่านซี่เหล็กไปให้คุณตาเห็น

"แตงกวา... นิ่งๆนะ นิ่งๆ"

คุณตาเดินมาหาหนู... อ๋อ จะเล่นกันใช่มั้ยล่า... มาสิคุณตา ตามมาๆ

"ฮัลโหลๆ เจอแล้วๆ"
"โรงเรียนนายเรืออากาศ มันอยู่ข้างนอก พี่อยู่ข้างใน"
"รู้แล้วๆ ยังจับไม่ได้ ...มีรั้วกั้น กำลังเดินตามมันไปเรื่อยๆ"
คุณตาพูดกับอากาศ สนใจหนูหน่อยสิ มาเล่นไล่จับกัน...
จ้างก็จับไม่ได้ อิอิอิ


"แตงกวา... แตงกวา..."
ว้ายตาเถร คุณยายขับรถมาแถวนี้อีกคนนึงแล้ว
จะพาไปเที่ยวที่ไหนอีกเหรอคุณยาย เปิดประตูรอรับหนูเลยเชียว

"ฮัลโหลๆ... มันขึ้นรถมาแล้ว"
"ฮื่อ... โชคดีไม่มีรถผ่าน มันเดินข้ามมาขึ้นรถเอง"
คุณยายคุยกะใครอีกละเนี่ย กลับบ้านเหอะ วันนี้หนูเหนื่อยแล้ว..

...คร่อกกกกกกกกกกกกก


"เฮ้อ... แตงกวา ต่อไปนี้ชั้นจะไม่พาแกวิ่งด้วยอีกแล้ว"

เสียงคุณยายใส่แว่นดังแว่วๆ แต่หนูไม่อยากออกไปคุยแล้ว... หนูจะนอน
เหนื่อย เครียด นอน เหนื่อย เครียด นอน เหนื่อย เครียด นอน



//topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2006/09/E4752552/E4752552.html





 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550    
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 18:49:30 น.
Counter : 298 Pageviews.  

::::: 25 ส.ค. 47 :::::






คัดลอกจาก

+++ กาทู้... เสียหมา น้ำตาตก ... +++ 25 ส.ค. 47
//topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/E2979525/E2979525.html



อิอิ...
วันนี้ขอเล่าอะไรให้ฟัง(อ่าน) ยาวหน่อยนะคะ

หลายๆคนคงทราบแล้วว่าชื่อของแม่หนูนวลมีที่มาจากไอ้สี่ขาลูกรัก...

หนูนวลเป็นสาวโพธาราม
เจ้าของเขาว่าแม่เป็นมิเนเจอร์ฯ แต่ตัวพ่อนั้นมิปรากฏกายให้เห็น...
คาดว่าเป็นหมานินจา ที่แอบแฝงมาในยามวิกาล... อิอิ

ที่เขาว่ากันว่าคนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่งก็คงไม่ผิดนัก...
ไม่เชื่อลองไปดูหน้าหนูนวลที่เคยเอามาอวดสิคะ... สวยจะตายไป... เน๊อะ

วันที่เราพบหน้ากันครั้งแรก คือ 8 มีนา'45
ตอนนั้นไอ้ลูกหมานี่ตัวบางเฉียบ หน้ายาวแหลม หูใหญ่
แต่ตั้งกางเด่นเป็นสง่าอยู่บนหัวเล็กๆ
และมีขนสีนวลๆอ่อนๆ สั้นแต่ไม่เกรียน และนุ่มละมุนมือ

เมื่อพิจารณาดูใกล้ๆ ก็พบว่าคุณเธอเดาะใส่ถุงเท้าสีขาวทั้งสี่ข้าง
มีหางดอกสีขาว และแต้มยาวๆสีขาวกลางหน้าผาก
และชื่อนวลนั้นก็ได้มาจากสีขนนั่นเอง...

คืนแรกที่เรานอนด้วยกัน
เจ้าตัวน้อยนี่พยายามตะกายออกจากตะกร้า
มุดเข้ามาซุกในผ้าห่มผืนเดียวกับเรา พ่อและแม่หนูนวล...

เป็นเวลานานนับเดือนที่เราต้องคอยจับมันออกจากที่นอนไปใส่ตะกร้า...

แต่อย่างที่คนเลี้ยงหมาทุกคนทราบดี
ผลสุดท้ายเจ้าหมาตัวดีเป็นฝ่ายชนะ

หนูนวลเป็นหมาที่นิสัยเหมือนหมา...
ชอบคลุกคลีกับคน และในระยะหลังๆจะช่วยต้อนรับลูกค้าที่มาเที่ยวอยู่เสมอ...
ครั้งแรกที่หนูนวลพบหน้าใครก็ตาม มักต้อนรับด้วยเสียงเห่าทุ้มต่ำ
จนใครๆนึกว่าคุณเธอเป็นตัวผู้
แต่หลังจากถูกดุพอเป็นพิธี เจ้าตัวดีจะเข้ามาพลิกคว่ำพลิกหงาย ประจบประแจงคนแปลกหน้า...
ใครเรียกหาเป็นโผล่หน้าไปเมียงมองทันที
และอาจจะจัดอยู่ในประเภทหมาว่าง่าย กับคนอื่น... ยกเว้นเจ้าของ

ช่วงขวบปีแรกของนวล ได้เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-สามร้อยยอดแทบทุกอาทิตย์
มันจึงชินกับการนั่งชูคอบนตักที่เบาะข้างคนขับ
และนอนคอพับอยู่เบาะหลังเมื่อเริ่มเลี้ยวเข้าสู่แยกวังมะนาว...


มีอยู่คราว... ราวค่ำวันอาทิตย์ ในช่วงเดินทางกลับกรุงเทพฯ
หนูนวลนอนหลับปุ๋ยอยู่เบาะหลังเช่นเคย
และแทบไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ
ก๊าซไข่เน่ามหาประลัยลอยกรุ่นจากเบาะหลัง ท่วมท้นมาถึงเบาะหน้า
ระลอกแล้วระลอกเล่า...
ฝนเม็ดหนาหนักภายนอก ทำให้ไม่สามารถยื่นจมูกไปสูดอื่นใดได้แม้แต่น้อย

โอ... ลูกเอ๋ย... เจ้าช่างทำพ่อกับแม่ได้ลงคอ...


**********

เมื่อหนูนวลเริ่มหอม มีหนุ่มมาตอมให้หึ่ง...
แม่หนูนวลเริ่มมองหาวิธีป้องกัน
ก็แหม... วัยรุ่นสมัยนี้ ไว้ใจได้ที่ไหนกัน

เจ้ากางเกงอนามัย คืออุปกรณ์ช่วยเหลือที่ดีทีเดียว
สีชมพูแปร๋น กับระบายจีบฟูฟ่องดูไม่ค่อยเข้ากับหมาหน้าแหลมเท่าใดนัก
แหม... ถ้าเปลี่ยนเป็นหนูปอมหรือพูเดิ้ล คงจะรับกับกางเกงที่ว่านี้...

แต่เจ้ากรรม วันนั้นที่ไซท์งาน... ด้วยความกลัวว่าลูกจะท้องไม่มีพ่อ
แม่หนูนวลเลยปล่อยไอ้ลูกหมาไปวิ่งเล่นอย่างสบายใจเฉิบ ทั้งกางเกงสีชมพูฟูฟ่อง
ลืมนึกไปว่าคุณเธอจะฉี่จะอึอย่างไร
จนเมื่อบ่ายคล้อยนั่นแล้ว จึงเรียกให้มันกลับมาใกล้ตัว
หนูนวลมาถึงก็กระโดดให้อุ้มปั๊บ... ตามประสาหมาสุดเลิฟ

... อย่างที่คิดนั่นแหละค่ะ
หอมรัญจวนเต็มอ้อมแขนกันทั้งแม่ทั้งลูก
เป็นอันว่าวันนั้นหมดสบู่ไปเกือบหนึ่งก้อน เพราะมันฝังแน่นเกินกว่าที่เห็น



สมัยเด็กๆ หนูนวลเป็นหมาไว้หุ่น อกตึงเอวคอด แต่ดูแข็งแรงอยู่ในที

จนสาวแรกผ่านไปและหายหอมแล้ว
แม่หนูนวลก็จัดแจงหอบหิ้วไปขึ้นเขียงที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตร ที่พึ่งพิงเสมอมาตั้งแต่หมาก่อนๆ
หมอและเจ้าหน้าที่ใจดีทุกคน ชอบพูดคุยกับหมามากกว่าเจ้าของไข้... อิอิ
เจ้าน้อยหน่า มะนาว มะเฟือง มะไฟ ถั่วเหลือง ไอติม และถ้วยฟู ล้วนเคยมาเที่ยวที่นี่แล้วทั้งนั้น
บางตัวมาตั้งแต่ตรงนี้ยังเป็นอาคารเก่าๆเล็กๆแต่อบอุ่น
ส่วนหนูนวล มาครั้งแรกที่ตึกใหม่นี้เลย

คิวนัดที่ทำไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่เสียเวลารอนาน
หนูนวลได้ขึ้นเขียงสมใจนึกของแม่มันในช่วงสาย
ระหว่างรอผ่าตัดอยู่นั้น เจ้าของไข้บางรายดูกระวนกระวายใจ บ้างก็พูดคุยซักถามกันให้อุ่นใจ
คนที่พาสัตว์เลี้ยงมาทำหมันอย่างแม่หนูนวล ดูค่อนข้างผ่อนคลายกันแทบทุกคน เพราะรู้ดีว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

วันนั้นบังเอิญโชคดี ได้พี่คนขับรถเขียวเหลืองใจดี พามาส่งอย่างนุ่มนวลถึงบ้าน
แม่หนูนวลชอบใจนักที่มักจะเจอคนขับใจดี จอดอยู่ในจุดที่เจ้าของไข้มักพาสัตว์เลี้ยงมายืนรอ
คุณยามที่นั่นยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
เห็นใครหอบหิ้วพะรุงพะรังลงมาจากหน้าตึก
ก็จะกุลีกุจอออกไปโบกรถให้มาจอดใกล้ๆ จนแทบจะเกยอยู่ตรงหน้า...


และแล้ว... ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น
หนูนวลก็เปี๋ยนไป๋...

อกที่ตึงอยู่แล้วก็ยิ่งหนั่นนูนจนแทบปริ เอวคอดสวยเริ่มย้วยแต่แข็งปั๋ง
เนื้อน่องฟีบๆหายไป กลายเป็นมัดตึงเป่ง

หนูนวลในยามนี้ดูมั่นใจ เต็มไปด้วยพละกำลัง...
ยิ่งกระแสนักยกน้ำหนักหญิงมาแรงอย่างนี้
หากมี Animolimpic เมื่อไหร่ พี่ป้าน้าของหนูนวล คงได้มาร่วมฉลองชัยกันแน่ๆ

สิ่งพิสูจน์กำลังกายของหนูนวลอย่างหนึ่ง ที่เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ...

...คือเมื่อราวต้นเดือนพฤศจิกา'46 หลังจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในแถบนี้เริ่มลดระดับลงจนเกือบเป็นปกติ
ที่บ้านแม่หนูนวลก็เริ่มถมกลบถนนที่ขุดไว้เป็นทางระบายน้ำชั่วคราว

หนูนวลและพี่ย่นก็ออกมาสนุกกับเค้าด้วย...
ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับจอบและพลั่ว
กระบะ D4D สีบรอนซ์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วต่ำอย่างเกรงใจคนทำงานริมถนน

พี่ย่นนำหน้าหนูนวล วิ่งไล่กวดด้วยความคะนอง
หนูนวลเห็นดังนั้นไม่รอช้า ปาดหน้ารถด้วยความเขลา
กันชนหน้ากระแทกปังแบบเบาๆ แต่หนูนวลกลับหลุดเข้าไปใต้ท้อง
ขณะนั้นคนขับเหยียบห้ามล้อไว้หนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อยๆออกรถเพราะเข้าใจว่าหนูนวลไปพ้นวิถีรถแล้ว

ด้วยความตกใจ ไอ้หมานวลจึงวิ่งออกมาหมายจะให้พ้นท้องรถ
แต่ด้วยจังหวะรถและความกลัวจับใจของหมา
ทำให้มันเลือกโผล่ออกมาระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง

ด้วยตาสี่คู่ และเสียงดังเหมือนรถหล่นจากหลังเต่าดังตึบ
ทำให้ทุกคนมั่นใจว่าฝังแน่ๆ...
แต่มันก็รอดมาได้ พร้อมรอยเย็บเล็กๆ จำนวนสามเข็ม ที่ขาหน้าข้างขวา
และยังทิ้งรอยแผลเป็นมาถึงทุกวันนี้...

ตั้งแต่รอดชีวิตคราวนั้น... หนูนวลได้ชื่อใหม่ว่าอีเหนียว

อีเหนียวมีอาการฝ่อรถราขวักไขว่อยู่แค่ไม่กี่เดือน
เมื่อแผลใจหายสนิท กิจกรรมไล่กวดรถก็กลับคืนมาเหมือนเก่า
จนทุกคนทำใจไว้ว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...
เราคงได้แซะมันออกจากถนนเป็นแน่แท้


สิ่งที่แม่หนูนวลเป็นห่วงที่สุด หากนวลจากพวกเราไปในวันใดวันหนึ่ง คือพ่อหนูนวล
เพราะนี่คือหมาตัวแรกในชีวิตที่ได้เลี้ยงและอุ้มชูมาตั้งแต่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
แต่สำหรับแม่หนูนวล การเสียน้ำตาให้หมาดีๆ เป็นเรื่องปกติของชีวิตมาตั้งแต่จำความได้


อยากจะบอกว่า... คืนนี้แม่หนูนวลต้องนอนคนเดียวค่ะ

ไม่มีไอ้จอมซนให้ทะเลาะด้วยอีกต่อไปแล้ว.....
ไม่มีหมาขี้เล่นมาคอยแย่งงับรองเท้าเวลาแม่หนูนวลเดินไปมา...
ไม่มีไอ้ปากเหม็นมาเลียหน้าเลียตาตอนเช้า...
ไม่มีอีกแล้ว...


ตอนนี้หนูนวลหลับสบายแล้วค่ะ... และคงจะไม่มีวันตื่นมาให้แม่หนูนวลเห็นหน้าอีก...


ตอนนี้เหลือแต่พี่ย่น... ตัวใหญ่ใจดีที่มักจะนอนเฝ้าอยู่หน้าห้องเสมอ
พี่ย่นจะไม่ลุกไปไหนจนกว่าแม่หนูนวลจะเปิดประตูห้องออกมาทักทาย

แต่ไม่รู้ว่าวันสองวันนี้ พี่ย่นจะยังอยู่เป็นเพื่อนแม่หนูนวลต่อไปหรือเปล่า


เมื่อช่วงสามทุ่ม พี่ย่นมายืนกระวนกระวายใจอยู่ที่หน้าประตูกระจก
แม่หนูนวลนึกว่าพี่ย่นคิดถึงหนูนวลที่เพิ่งหลับยาวไปเมื่อเย็น
เลยเปิดประตูไปทักทาย... แต่พอเห็นพี่ย่นทำท่าขย้อน พร้อมกับกล้ามเนื้อขาหลังกระตุกสั่นอย่างแรง
จึงรีบกรอกไข่ดิบล้างท้องเป็นการด่วน

สิ่งที่ขย้อนออกมาคือกระดูกไก่สองสามชิ้น
ไก่มรณะนี้เป็นผลงานของเพื่อนบ้านตัวแสบ...ที่พาลทุกกระบวนท่า...
เพราะรู้ว่าแม่หนูนวลรักหมายิ่งนัก...


ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตสองขาหลังตรงที่มีจิตใจหยาบกระด้าง ยังหลงเหลือรอดไว้เป็นสายพันธุ์แสบ

แค้นเคืองกับคน ก็น่าจะมาประลองกันอีกซักรอบ

ไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี ทำตัวลอบกัดเยี่ยงต่ำหยาบช้า...

คนพาลสันดานโฉดนั้นเคยเจอมาก็มาก

แต่ไม่เคยพบถ่อยทรามอย่างนี้มาก่อน...



เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีเสียงลอยลมอย่างเจาะจงมาเข้าหูว่าจะจัดการหมาที่เข้าไปถ่ายมูลไว้ให้สิ้นซาก
แม่หนูนวลตอบไปว่า ของที่บ้านนั้นถูกฝึกสอนมาให้ไปจัดการธุระในทุ่งฝั่งตรงข้าม
และไม่เคยก่อปัญหาให้ใครในย่านนี้ ด้วยล้วนมีหมาในครอบครองกันทั้งสิ้น ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกันตามประสา
และที่ทางแถวนี้ออกกว้างขวาง สวนมะพร้าวและทุ่งท่าอีกมากมายมีให้หมาถ่ายมูล

แม้จะระมัดระวังและออกเตือนเพื่อนบ้านอื่นๆ
ก็ไม่วาย...

แต่ช่างมันเถิดค่ะ...
คนพรรค์นั้นน่ะ ไม่ควรค่าให้ใส่ใจ แม่หนูนวลตีค่าเป็นศูนย์...
คนพาล... มักมีเรื่องร้อนมาให้เสมอ
หากยิ่งร้อนกลับไป จะกลายเป็นดึงให้ตัวเราต่ำเทียมเขา...

แม่หนูนวลเชื่อว่าสิ่งใดที่กระทำไว้ ย่อมคืนสนองแต่ตัวตนของผู้นั้น

สงสารแต่นวลค่ะ... ตัวเกร็งและกระตุกอยู่พักใหญ่ๆ
แม่หนูนวลกับน้าเทืองช่วยกันกรอกไข่ไปมากทีเดียว... แต่มันสายเกินไป
ตัวของนวลร้อนระอุเหมือนไฟทีเดียว...
มีแต่เมือกเหนียวที่ขย้อนออกมาได้เท่านั้น

น้าเทืองว่าเป็นแลนเนต... นิยมใช้กันมาก เพราะหาซื้อง่าย ไม่มีกลิ่นให้ชวนสงสัย

ตอนนี้แขนของแม่หนูนวลตรงส่วนที่นวลขย้อนใส่ ยังแสบอยู่เลยค่ะ
แค่เราโดนผิวนิดๆยังแสบร้อนขนาดนี้
แล้วเจ้าหนูนวลจะเจ็บขนาดไหนก็ไม่รู้....


----------------27 ส.ค. 47---------------

แหะ แหะ ... วันนี้ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ

เมื่อวานไร้สติสุดๆ... สาวๆที่บ้านต้องคอยเตือนว่าลืมนู่นลืมนี่ อันนี้ทำหรือยัง... อะไรประมาณนี้อะค่ะ

พอตกเย็นพ่อหนูนวลกับยายหนูนวลมาถึง ก็พยายามไม่เจอหน้ากัน ทักกันแป๊บนึงแล้วก็แยกกันไปอยู่คนละส่วนของบ้าน
ทำงาน ทำงาน วุ่นวาย วุ่นวาย จนซักสี่ทุ่ม... เก็บของเรียบร้อย คุณลูกค้าแยกย้ายไปเข้านอนกันหมด ก็เลยมานั่งคุยกัน...จนน้ำตาท่วมบ้าน

เริ่มตั้งแต่หนูนวลพ้นสายตาไปไม่นาน แล้วพี่ย่นคาบถุงไก่ทอดคลุกยาออกมาให้น้าเทืองเห็น จึงได้ออกหาถุงไก่คลุกยาที่เหลือ
จนนำไปสู่หนูนวล... ที่กำลังนอนตัวเกร็งอยู่
น้าเทืองรีบแบกเค้าออกมาจากบ้านคนใจร้าย...
แม่หนูนวลรับช่วงต่อ จนเข้ามาเขตบ้านเรา...

แว่บแรกที่เห็นหนูนวล... คิดเอาไว้ในใจว่าคงไม่ได้วิ่งเล่นกับหนูนวลอีกแล้ว
แต่ก็พยายามเรียกชื่อหนูนวลตลอดเวลาที่พยายามกู้ชีวิตของเค้า
แม่หนูนวลบอกให้เค้าแข็งใจไว้ค่ะ... บอกให้สู้จนถึงที่สุด...

อย่างน้อย แม่หนูนวลก็ดีใจที่ได้อยู่เป็นเพื่อนเค้าจนวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิต...




วันนี้หายต่อมน้ำตาแตกไปแล้วค่ะ...
แต่มองไปทางไหนก็ยังเห็นหนูนวลอยู่เลย...
ตรงโน้นก็ที่นอน... ตรงนี้ก็ที่เกลือกกลิ้ง...
คิดแต่เพียงว่าเค้าอยู่กับเราอย่างมีความสุขที่สุดได้แค่นี้
และขอเก็บภาพความทรงจำทั้งหลายไว้เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงใจให้เบิกบานดีกว่า... เน๊อะ...



ขอบคุณทุกคนค่ะ
ขอบคุณ น้องไก่ ที่หลงเข้ามาน้ำตาตกเป็นอันดับแรก
ขอบคุณโอเล่สำหรับกำลังใจกลางดึก
ขอบคุณพี่ใช่ หนูอิน คุณ ตป. คุณ Lovable
ขอบคุณคุณตุ้มสำหรับเรื่องราวความผูกพันวัยเยาว์ รวมทั้งคุณตุ๊กกับบอย เจ้าแก้วฯ คุณAmante คุณฝัน
ขอบคุณแม่พี่อู๋ คุณผู้หญิงในแดดอุ่น คุณเศร้าครับ คุณนู๋นา คุณโสม ป๊อกพีศูนย์ S.F.H น้องนมก. คุณผมผ่านมาครับ คุณโย คุณLittle KaPom คุณ3ดา
ขอบคุณคุณก้อยสำหรับวิธีคั่วพริกกับเกลือ (อิอิ)
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านเรื่องของหนูนวล...

แม่หนูนวลขอให้กุศลจิตของทุกท่านที่มีต่อสัตว์เลี้ยง ช่วยน้อมนำและกล่อมเกลาจิตใจมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ให้มีจิตเมตตาสงสารชีวิตอื่นที่ร่วมทางกับเราใลกใบนี้...
อย่าได้คิดเบียดเบียนให้ตกเป็นกรรมอันจะผูกพันสืบเนื่องกันไปไม่รู้จบสิ้น

และขออโหสิกรรมในกับผู้หยุดลมหายใจหนูนวล เพื่อเป็นกุศลติดตัวแก่หนูนวลสืบไป...


ขอน้ำตาตกสั่งลาอีกทีเถอะค่ะ T.T อะฮือ...



-------------- 15 สิงหาคม 2550 -------------


ถึงวันนี้...แกยังอยู่ในใจฉันตลอดมานะไอ้หมานวล

และคิดว่า... คงอยู่ตลอดไป

จมูกดำๆชื้นๆ ขนนุ่มๆละมุนมือ

...ไม่เคยลืม จริงๆ





 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550    
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 18:39:16 น.
Counter : 156 Pageviews.  

::::: เขียวปี๋ ปะทะอีเหนียว :::::

คำเตือน...
ภาพที่ท่านเห็นต่อไปนี้ มีแต่งูเขียวกับตุ๊กแก

ไม่มั่นใจก็อย่าเลื่อนลงไปนะจ๊ะ...

เตือนแล้วนะ







































 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2550 15:46:34 น.
Counter : 183 Pageviews.  


แม่หนูนวล
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




::: ฮี่ฮี่ฮี่ :::
Friends' blogs
[Add แม่หนูนวล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.