Group Blog
 
All blogs
 

Visa America : ได้วีซ่าแล้วค้าาาาาาา

และแล้ว 3 วันทำการก็มาถึง ไปรษณีย์ส่ง visa มาแล้วได้มา 10 ปีค่ะ ดีใจมากๆค่ะ พอได้ก็ต้องเช็คเอกสารตามที่แนบมาว่า ชื่อ นามสกุล วันเกิด วันออก หมดอายุ ภาพต่างๆ เป็นต้น ถูกต้องป่าวค่ะ เป็นอันเสร็จภารกิจอันยาวนานนี้เสียที

ต่อไปก็วีซ่าแคนาดาต่อค่ะ ภารกิจต่อไป




 

Create Date : 17 กันยายน 2554    
Last Update : 20 กันยายน 2554 16:36:40 น.
Counter : 389 Pageviews.  

Visa America : วันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา

และแล้วก็มาถึงวันสัมภาษณ์ค่ะ เตรียมตัวก่อนไปคือ
1. เอกสารต่างๆ
- passport เล่มเก่าเล่มใหม่เอาไปหมดอ่ะค่ะ แต่เขาดูแต่เล่มใหม่ของเราอ่ะค่ะ
- ใบ confirmation วันเวลาที่นัดสัมภาษณ์ค่ะ
- ใบเสร็จค่าธรรมเนียมขอวีซ่าชั่วคราว
- ใบรับรองการทำงาน
- บัตรประชาชน ไว้แลกก่อนเข้าและฝากของค่ะ
- อื่นๆที่เราเอาไปด้วยแต่ไม่ได้ใช้เลยค่ะเช่น ตั๋วเครื่องบินลงวันไปกลับชัดเจน สมุดเงินฝากมีตังค์ประมาณ1xx,xxx บาทค่ะ

2. เตรียมอ่านข้อมูลที่เคย print ของ DS 160 ค่ะว่าเราลงอะไรไป มีคนบอกว่าเขาก็ถามตามนั้นล่ะค่ะ เราเน้นตอบความจริงไปก็ไม่มีอะไรต้องกังวลค่ะ แต่แหมเราก็ต้องตื่นเต้นบ้างอะไรบ้างเนอะ

3. เตรียมใจให้สบาย นอนให้พอ สวดมนต์ให้ใจสงบ

4. เตรียมชุดสุภาพเรียบร้อย รองเท้ารัดส้น เว่อร์ไปมั้ยเนี้ย แต่เราว่าให้เกียรติสถานที่ราชการก็ดีค่ะ บางคนใส่แขนกุด กางเกงขาสั้นก็ไม่สุภาพมั้ยค่ะเพราะเป็นสถานที่ราชการเนอะๆ

*** วันสัมภาษณ์ค่ะ******
1. ไปก่อนเวลานัดครึ่งชม.ค่ะแต่เราไปก่อน 1 ชม.ค่ะกลัวรถติด

2. อ้อ สถานทูตอยู่ถนนวิทยุค่ะ เราไป taxi ค่ะแต่ไปทาง BTS ได้เหมือนกันค่ะ

3. พอถึงหน้าประตูก็เข้าแถวค่ะ ผ่านประตูกระจกที่มีคุณยามเยอะๆเข้าไปทีละ 7-10 คนได้ค่ะ

4. มีจนทเสื้อชมพูดูเอกสาร ขีดเขียนยิกยิกในใบจองของเรา ไม่นานเลยค่ะ

5. จากนั้นฝากของและให้บัตรประชาชนคุณจนทไปค่ะ สิ่งที่ต้องฝากคือมือถือที่ปิดเครื่อง กล้องถ่ายรูป flash drive อุปกรณ์electronic ต่างๆ และร่มค่ะ เราจะได้กุญแจมาหนึ่งอันค่ะ เพราะของเราจะอยู่ในซองที่มีกุญแจล็อคค่ะ

6. วางกระเป๋าสะพายในตระกร้าให้จนทสแกนค่ะ จากนั้นเดินผ่านเครื่องสแกนเช่นกัน

7. รับกระเป๋าสะพายคืนแล้วเดินผ่านประตูออกไป เลี้ยวซ้ายไปตามทางเดินค่ะ มีร้านดอยตุงทางขวามือค่ะ

8. เดินไปเจอจนทเสื้อชมพูอีกกลุ่มค่ะ ยืนรอตามคิวค่ะ จนทเขาจะดูและจัดเอกสารที่จำเป็นของเราใส่แฟ้มใสค่ะ เราก็เดินไปต่อแถวรอเจอจนท.คนไทยอีกค่ะ

9. จากนั้นต่อคิวรอเจอจนท.คนไทย เราก็ยื่นเอกสารที่ใส่แฟ้มแล้วให้เขาค่ะ แล้วเขาจะคอยถามอะไรเนักน้อยค่ะเช่น เราโดนถามว่าไปทำอะไร ทำงานหรือยัง ที่ไหน มีญาติอยู่อเมริกาหรือเปล่า แล้วให้เราสแกนนิ้วค่ะ โดยสแกนนิ้วชี้ถึงก้อย 4 นิ้วพร้อมกันข้างขวาจากนั้นซ้าย แล้วนิ้วโป้งสองมือกดสแกนพร้อมกันค่ะ ก็เสร็จค่ะ แต่เราว่าจนท.ด่านนี้ดุอ่ะค่ะ เราไม่โดนหรอกแต่คนก่อนๆเราโดนอ่ะค่ะ แบบจนท.เขาใช้ไมค์ พูดก็เลยได้ยินทั่วถึงกันเลยอ่ะค่ะ อ้อ!จะได้บัตรคิวและซองเอกสารของเรามาเพื่อรอสัมภาษณ์กับกงสุลค่ะ

10. จากนั้นก็นั่งรอค่ะ กงสุลจะเริ่มสัมภาษณ์รอบบ่าย ตอน13.30 ค่ะและเรียกทีละ 10 คนค่ะเรานั่งตื่น
เต้นมาก กลัวฟังไม่รู้เรื่องอ่ะ แตเตรียมคำตอบภาษาอังกฤษมาบ้างแล้วจากpantip นี้เลยค่ะ //topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2011/07/H10811439/H10811439.htmlขอบคุณมากๆค่ะ

11. พอถึงคิวเราได้คุณฝรั่งใจดี เราก็ใส่เอกสารไปที่หลุมตื้นๆหน้าเราถามดังนี้
A: คุณชื่อ(แล้วนิ่งไป)ถามภาษาไทยเราดีๆนี่เองค่ะ ไม่ได้เลือกเลยค่ะว่าสัมภาษณ์ไทยหรืออังกฤษ
B: .....ค่ะ (ถามไทยก็ตอบไทยค่ะอิอิ)
A: ไปทำอะไรที่อเมริกาครับ
B: เที่ยวค่ะ
A: ไปกับใครครับ
B: เพื่อนค่ะ
A: เขาก็นั่งนิ่งๆพิมพ์ก็อกแก็ก ไอ้เราก็กลัวจะแย่ว่าจะไม่ผ่าน แล้วก็ถามต่อว่า ทำงานที่ไหน
B: ....ค่ะ
A: เขาก็เปิดอ่านเอกสารรับรองการทำงานของเราสักพัก แต่เราว่านานจัง กลัวนะเฟ้ย และแล้วเขาก็เก็บเอกสารทั้งหมดของเราใส่ซองช้าๆ ดราได้แต่ภาวนาว่าอย่าคืนมานะ อย่าคืนมานะ สุดท้ายเขาก็ให้ใบมาบอกว่าเอาไปที่ไปรษณีย์ด้านนอกนะครับ ไม่บอกว่าได้หรือไม่ได้ แต่ไม่คืนpassport เราก็เหมาว่าได้ล่ะกัน เย้เย้ ได้กี่ปีก็ไม่สนล่ะ ครั้งนี้ชั้นได้ไปแน่ 555
B: ขอบคุณมากค่ะ thank you 555 ได้พูดอังกฤษแล้ว

เราสังเกตว่าวันนี้มีสัมภาษณ์ 2 คนเป็นชายกลางคนหน้าตาหล่อและหญิงไม่แก่ดูใจดิทั้งคู่ค่ะ ถามภาษาไทยทั้งคู่ค่ะ ไม่ต้องเลือกค่ะ

12. เดินออกจากที่สัมภาษณ์ เปิดประตูเลี้ยวขวา ลงบันไดนิดหน่อยจะเจอไปรษณีย์เล็ก ยื่นใบสีฟ้าที่เรากรอกชื่อที่อยู่เลข passport ให้จนทค่ะ อ้อลืมบอกว่าเราจะได้ใบนี้ตอนเจอจนทเสื้อชมพูที่จัดเอกสารเข้าแฟ้มให้นะคะ จากนั้นจ่ายเงิน 75 บาท แล้วเขียนจ่าหน้าซองชื่อ นามสกุลภาษาอังกฤษ ที่อยู่ไทยก็ได้ค่ะ แล้วยื่นให้จนทอีกคนใส่กล่องค่ะ

***** เสร็จแย้ววววววว รอวีซ่า 3 วันทำการค่ะ ส่งถึงบ้านค่ะ เย้เย้*********




 

Create Date : 17 กันยายน 2554    
Last Update : 20 กันยายน 2554 16:37:59 น.
Counter : 1679 Pageviews.  

Visa America part I: ขั้นตอนเตรียมตัวเตรียมใจ

ไม่ได้ update blog นานมากกก แต่อยากเขียนเรื่องทำ visa ไว้เป็นที่ระลึกมั่กๆเพราะขอยากและวุ่นวายพอควร ก่อนอื่นขอขอบคุณ blog ของคุณ Susie ที่ทุกคนที่จะทำวีซ่าอเมริกาต้องเข้าไปอ่านค่ะ ได้ความรู้มากๆค่ะ และ web ของสถานทูตอเมริกาที่ให้ข้อมูลดีๆมากมายค่ะ

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกาแต่ขอแชร์ประสบการณ์ล่ะกันค่ะ เราแค่จะไปเที่ยวค่ะ ขอวีซ่าชั่วคราวอเมริกาค่ะ ดังนั้นข้อมูลต่อไปนี้ก็เป็นแบบท่องเที่ยวนะคะ

1. เตรียมเอกสาร
(1) Passport ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันหมดอายุ ซึ่งของเราหมดก่อนอ่ะแบบหมดเดือนเม.ย. 2012 แต่ไปอเมริกาพ.ย. 2011 ก็เลยต้องไปทำใหม่ค่ะ ไม่นานเลยค่ะ จัดส่งทางไปรษณีย์ 3 วันทำการก็ได้มากอดแล้วค่ะ

(2) รูปถ่าย โดยต้องอัพโหลดรูปถ่ายดิจิทัลลงในแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าDS-160 โดยรูปถ่ายจะต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้
(2.1) ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
(2.2) มีพื้นหลังสีขาว
(2.3) ถ่ายหน้าเต็ม โดยหันหน้าเข้ากล้อง ต้องอยู่ในรูปแบบ Joint Photographic Experts Group (JPEG หรือไฟล์ .jpg) โดยมีขนาด600x600 พิกเซล และ 1200x1200 พิกเซล
(2.4) ขนาดของไฟล์จะต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ 240 กิโลไบท์
(2.5) ต้องไม่ถูกปรับแต่งทางดิจิทัล

จะถ่ายเองก็ได้หรือไปถ่ายร้านก็ได้ แต่เราขอชัวร์โดยถ่ายร้านถ่ายรูปที่ใหญ่พอควร ซึ่งควรอัดออกมาด้วยนะคะ เอาไปเผื่อวันสัมภาษณ์หากรูปที่อัพโหลดไม่ผ่านและเราจะเอาไปสมัครวีซ่าาแคนาดาต่อด้วยเลยอัดมาด้วยค่ะ อ้อ... อย่าลืมขอ file ลง CD หรือ flash drive ด้วยนะคะเพราะต้องเอาลงใน DS 160

(3) กรอกเอกสาร DS 160 ซึ่งต้องกรอกทาง website เท่านั้นค่ะ ไม่สามารถพริ้นมาเขียนได้ค่ะ

ตามlink นี้ค่ะ https://ceac.state.gov/genniv/

สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ใกล้ตัวขณะกรอกDS 160 ควรเตรียมให้พร้อมเลยค่ะ ไม่ควรกรอกไปวิ่งไปหาข้อมูลไป มันเสียเวลาและหากหน้าจอเราไม่ได้ทำงานใดๆนานเกิน 20 นาทีข้อมูลหายได้ แต่ก็ save ทีละหน้าได้อยู่ค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียมคือ

(3.1) ข้อมูลส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษ คือชื่อ นามสกุล ที่อยู่ (ชื่อตรอกซอกซอย ถนน แขวง เขต เตรียมภาษาอังกฤษไว้เลยค่ะ) อาชีพ/สถานศึกษา ที่อยู่ของสถานที่ทำงานหรือศึกษา เบอร์โทรศัพท์บ้าน มือถือ ที่ทำงาน/ศึกษา เงินเดือนด้วยค่ะสำหรับคนทำงาน
(3.2) ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด (ปีค.ศ.ด้วยนะคะ ) ของบิดา มารดา
(3.3) Passport ต้องลงเลขที่ ประเภท สถานที่ทำ วันเริ่มและหมดอายุของหนังสือเดินทาง
(3.4) ที่อยู่ที่อเมริกาที่เราจะไปพัก
(3.5) ชื่อ นามสกุลหรือชื่อองค์กรที่เราจะไปที่อเมริกา ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ E-mail
(3.6) ชื่อนามสกุลของคนที่ไปอเมริกาด้วย

*******เน้นทุกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษนะคะ*********

เอาล่ะ พร้อมไปกรอก DS 160 แล้ววววววค่ะ ตามมาเลย แต่ขอออกตัวก่อนว่าลำดับอาจไม่ถูกต้องนักนะคะเพราะจำได้ไม่ละเอียดมาก ^^

1.- หน้าแรกจะให้เลือกสถานที่ขอวีซ่า (select location where you will be applying for your visa) เราเลือก Thailand, Bangkok ค่ะ ( ที่ไทยมีที่กทม.และเชียงใหม่ค่ะ)
- ถัดลงมาจะให้เลือกภาษาสำหรับคำแนะนำค่ะ( select a tooltip language) เราเลือก: ภาษาไทย
( Thai) ซึ่งพอเราเลือกภาษาไทยพอเอาเม้าท์ไปวางค้างที่คำแนะนำภาษาอังกฤษ มันจะมีภาษาไทยด้วย
ค่ะเป็นอีกหน้าต่างหนึ่งค่ะ
- จากนั้นกดที่ start application ด้านล่างค่ะ

2. หน้านี้มีคำแนะนำมากมายค่ะ อ่านไปเรื่อยๆค่ะ ตรงหน้านี้มีให้ test รูปด้วยค่ะ
กด Start a new application ค่ะ กรณีเราทำค้างไว้และsave ไว้ก็กลับมาทำใหม่ได้ค่ะ เลือกตามคำแนะนำของหน้านี้เลยค่ะ เราไม่เคย save แล้วมาทำต่อค่ะ ทำให้เสร็จไปเลยเถอะค่ะ

3. มีคำแนะนำเช่นเคย ค่อยๆอ่านไปค่ะ สุดท้ายเป็นคำถามก็เลือกตามใจชอบ พร้อมใส่คำตอบค่ะ จากนั้นกด continue

4. Personal information
- ชื่อ นามสกุลภาษาอังกฤษและไทย
- sex: เพศ
- marital status ค่ะ จะ single แบบเราก็เอาเลยค่ะ
- date of birth วันเดือนปีเกิด
- place of birth สถานที่เกิดเช่น Bangkok , Thailand
- nationality เชื้อชาติ Thailand โลดดค้า
- national identification number เลขบัตรประชาชน 13 หลักค่ะ
- US social security number.เราไม่มีอ่ะ ใช้ does not apply
- US taxpayer ID number ไม่มีเช่นกัน does not apply เช่นเดิม
- home address ลงที่อยู่เลยค่ะ
- primary and secondary phone number เบอร์โทร เติม 66 ก่อนและตัด 0 ค่ะเช่น 021234567 ต้องลง 6621234567 หรือมือถือเช่น 0891234567 ลงว่า 66891234567
- work phone number ลงเบอร์ที่ทำงานค่ะ
- E-mail
- passport/travel document type ของเราเป็น regular ค่ะ
- passport/travel document number ลงเลขที่หนังสือเดินทางค่ะ
- passport book number เราไม่ลงค่ะ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร
- country that issued passport/travel document ถามประเทศที่ออกหนังสือเดินทางค่ะ ของเราคือ Thailand เลือกจังหวัดและลงวันเดือนปีที่ออกและหมดอายุค่ะ
- have you ever lost a passport or had one stolen: ถามว่าหนังสือเดินทางเคยหายหรือโดนิขโมยป่าว เราก็ตอบว่า No ค่ะถ้าไม่เคย

5. Travel information
- purpose of trip to US เลือกจุดประสงคีไปปอเมริกาค่ะเช่น B รายละเอียดประเภทวีซ่าอ่านจาก
//thai.bangkok.usembassy.gov/niv_visa_classification.html
- specify: เราไปเที่ยวก็ B2 ค่ะ
- intended date of arrival จะไปวันไหนก็ลงไปค่ะ
- intended length of stay in US ไปนานเท่าไหร่ก็ลงไปค่ะ
- address where you will stay in the US ลงที่อยู่ที่อเมริกาค่ะโดยละเอียดค่ะ
- person/entity paying for your trip ใครจ่ายค่าเดินทางให้ เราจ่ายเองอ่ะ เลือก self ค่ะ
- are the other person traveling with you ใครไปด้วยลงชื่อ นามสกุล ความสัมพันธ์ด้วยค่ะ
- have you ever been in the US เคยไปอเมริกาป่าว เราไม่เคยก็ No
- have you ever been issued a US visa ไม่เคยเช่นกันก็ No
- อีก1- 2 คำถามประมาณเคยถูกปฏิเสธวีซ่าอเมริกามาก่อนป่าว ...เราตอบ No ไปอ่ะค่ะ

6. US contact information
- contact person name in US ลงชื่อคนที่ติดต่อกันที่อเมริกาค่ะ
- organization name in US หรือองค์กรที่ไปอเมริกา
- relationship to you ความสัมพันธ์กับเราค่ะ
- ที่อยู่ เบอร์โทรและ e-mail ค่ะ

7. Family information
- ลงชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิดของบิดามารดาค่ะ
- Is your father/mother in the US จะถามว่าบิดามารดาอยู่อเมริกาป่าว เราก็ No
- มีญาติที่ไม่ใช่พ่อแม่อยู่อเมริกาป่าว เราก็ No ไปถ้าไม่มี

8. Work/education/training information
- primary occupation อาชีพอะไรก็เลือกไปค่ะ
- present employer or school name ชื่อที่ทำงานหรือที่เรียน
- address ที่อยู่ที่ทำงานหรือเรียน
- เบอร์โทรที่ทำงาน
- ่monthly salary in local currency เงินเดือนค่ะเป็นบาทค่ะถ้าทำงานแล้ว
- briefly describe your duties เราก็ลงรายละเอียดการเรียน การทำงานสั้นๆเช่น bank manager

9. Security and background information
- เป็นคำถามเรื่องความปลอดภัยต่างๆของอเมริกาค่ะเช่น เคยก่ออาชญากรรมป่าว เป็นต้น ซึ่งเราตอบNO
ค่ะหลายคำถามมากๆค่อยๆอ่านแล้วตอบไปนะคะ

10. Local information
- location where you will be submitting your application สถานที่ที่ส่งฟอร์มค่ะ เราก็ bangkok Thailand

11. Preparer of application
- did anyone assist you in filling out this application? มีใครช่วยกรอกมั้ยค่ะ ถ้ามีก็ Yes ถ้าลงเองก็ NO ค่ะตอบเขาไปตามจริงอ่ะค่ะ

12. มีขั้นตอนให้อัพโหลดรูปด้วยค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าช่วงไหนหรือต่อจากข้อ 11 ก็ไม่แน่ใจแหะ

*****แต่ละหน้าที่ลงข้อมูลแนะนำให้ save ทุกครั้งค่ะ เผื่อเครื่อง hang บ้าง ไฟดับบ้างจะได้ไม่เสียดายสิ่งที่ลงไปค่ะ*******

จากนั้นเราก็เช็คข้อมูลให้ดีแล้วกดส่งได้เลยค่ะ ส่งe-mail หาตัวเองด้วยนะคะ รวมทั้งprint ข้อมูลที่เรากรอกออกมาด้วยนะคะ

*********ท้ายสุดเราจะได้ confirmation number ออกมาค่ะ*******

(4) ต่อมาก็จองวันสัมภาษณ์ค่ะ ต้องซื้อ Pin ก่อนมีหลายทางค่ะคือ
1. โทรศัพท์
2. ทาง Internet
3. ไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
เราเลือกทางInternet ค่ะ ง่ายและถูกกว่าทางโทรศัพท์ ซึ่งต้องกรอกข้อมูลด้วย ไม่ยากค่ะ และต้องใช้ confirmation number ของ DS 160 ที่เรากรอกไว้แล้วด้วยนะคะ โดยจ่ายเงินโดยการตัดบัตรเครดิตค่ะ คำแนะนำอ่านเพิ่มทีนี่ค่ะ //thai.bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/visa-appointments.html. ราคาประมาณ 380 บาทอ่ะค่ะ จำไม่ได้แล้ว โดยเมื่เราซื้อ PIN ทาง Internet แล้วจะได้ mail รายละเอียดจากสถานทูตดังนี้

****ท่านสามารถทำการนัดหมายเวลาได้สำหรับตัวท่านเองและญาติโดยตรงของท่านอีกไม่เกิน 4  ท่าน โดยทุกท่านต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันและเป็นญาติโดยตรง ได้แก่ สามีภรรยา ลูกชายลูกสาว และพี่น้องของท่าน ถ้าท่านคู่สมรสและบุตรเกิน 5 ท่านกรุณาลงทะเบียนเข้าใช้ใหม่โดยสร้างชื่อผู้เข้าใช้ที่ไม่เหมือนเดิมเพื่อขอรับข้อมูลและนัดหมายเวลาสำหรับสมาชิกที่เหลือในครอบครัวท่าน

รหัสเข้าใช้เฉพาะของท่านจะหมดอายุลงใน 10 วันหลังจากตารางนัดหมายของท่านผ่านไปถ้าท่านยังไม่ทำการนัดหมายใดๆเลยรหัสเข้าใช้เฉพาะของท่านจะหมดอายุใน 90  วันหลังจากการซื้อรหัสเข้าใช้เฉพาะ

รหัสเข้าใช้เฉพาะนี้จะทำให้ท่านมีโอกาสนัดหมาย 3 ครั้ง และเปลี่ยนแปลงตารางนัดหมายของท่านอีกไม่เกิน 2 ครั้งเมื่อจำเป็นโปรดทราบว่าท่านไม่ควรเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกตารางนัดหมายของท่าน 2  วันทำการก่อนวันนัดหมายเดิม********

จากนั้นเราก็จัดการจองวันนัดเลยค่ะ รีบจองหน่อยนะคะเพราะวันว่างมีไม่มาก ควรเผื่อเวลาเยอะๆก่อนเดินทาง ของเราจองก่อนเดินทางเป็นเดือนค่ะเพื่อความชัวร์ แต่โชคดีมากคือวันว่างเยอะมากๆเลือกไปเยอะเลยและห่างจากวันจองแค่ 2 อาทิตย์ค่ะ เราเลือกช่วง 13.00 น. ค่ะเพราะสะดวกช่วงบ่าย
จากนั้นต้องprint ใบจองออกมาด้วยนะคะ จะมีรูปเราและข้อมูอนิดหน่อยเช่รชื่อ นามสกุล ประเภทวีซ่า เลขที่หนังสือเดินทาง เป็นต้น และมี barcode ด้วยค่ะ ห้ามลืม print นะคะขอย้ำเพราะต้องเอาไปวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ

(5) ระหว่างรอวันนัด ก็ต้องไปจ่ายค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าชั่วคราวกันค่ะ ของเราประเภท B ค่ะ
ราคาตามนี้ค่ะ
ชนิดวีซ่า   ค่าธรรมเนียม
(ต่อคน)
(ก) วีซ่าชั่วคราวชนิดที่ไม่ต้องยื่นคำร้อง
(รวมทั้งวีซ่าชนิด B, F, J, ฯลฯ)   140 ดอลลาร์สหรัฐฯ
 
(ข) วีซ่าชั่วคราวชนิด H, L, O, P, Q และ R   150 ดอลลาร์สหรัฐฯ
 
(ค) วีซ่าชั่วคราวชนิด E   390 ดอลลาร์สหรัฐฯ
 
(ง) วีซ่าชั่วคราวชนิด K 350 ดอลลาร์สหรัฐฯ

จ่ายที่ไปรษณีย์ที่มี Pay at post ค่ะ เขียนคำร้องด้วยค่ะ เขียนชื่อ นามสกุลตัวพิมพ์ใหญ่ให้ตรงกับ passport นะคะ รวมทั้งที่อยู่ เบอร์โทร เช็คให้ถูกก่อนได้ใบเสร็จนะคะ พอได้ใบเสร็จก็เช็คชื่อ นามสกุลให้ถูกอีกรอบค่ะเพราะต้องใช้มันในวันสัมภาษณ์เช่นกัน ขอย้ำค่ะเช็คให้ชัวร์ทุกขั้นนะคะก่อนเดินออกจากไปรษณีย์นะคะ!!!!

(6) ขอใบรับรองการทำงานจากที่ทำงานค่ะ ภาษาอังกฤษเช่นกันค่ะ เขียนชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง เงินเดือนวันลาและเขียนเน้นด้วยว่าจะกลับมาทำงานแน่นอน จะดีมากค่ะ

***** ของเรามีแค่นี้อ่ะค่ะก็เรียบร้อยเตรียมไปสัมภาษณ์ได้แล้วค่ะ**********
แต่ถ้าไม่ได้จ่ายเงินเองต้องมีหนังสือรับรองการเป็น sponsor ด้วยนะคะ เท่าที่อ่านมาอ่ะค่ะ

***** ขอเน้นอีกครั้งคือเราไม่ได้มีความรู้วีซ่ามากมาย อาศัยอ่านจาก Blog คุณ Susie และ web สถานทูตอเมริกาค่ะ รู้งุๆปลาๆ หากเขียนผิดไปต้องขออภัยด้วยค่ะ

เดี๋ยวมีต่อเรื่องวันสัมภาษณ์ค่ะ




 

Create Date : 17 กันยายน 2554    
Last Update : 20 กันยายน 2554 16:37:16 น.
Counter : 14886 Pageviews.  


rrkberry
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]






Friends' blogs
[Add rrkberry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.