#02 สมัครเรียนที่จีนโดยผ่านเอเจนซี่






#02 สมัครเรียนที่จีนโดยผ่านเอเจนซี่

09 MARCH2017 


โฮะๆ กว่าจะได้มาอัพเรื่องนี้ต่อก็ผ่านไปเกือบปีหนึ่งพอดีขอโทษจริงๆนะคะ ถ้ามีคนรออยู่ เริ่มเลยเน๊อะ การสมัครเรียนที่จีนโดยผ่านเอเจนซี่

Q: ทำไมถึงสมัครผ่านเอเจนซี่ไม่แพงกว่าหรอ

A: คำตอบสั้นๆง่ายๆเลยค่ะ เพราะว่าขี้เกียจ ยุ่งยาก ทำเอกสารเดินเรื่องเอง ด้วยที่เราก็ภาษาไม่เก่งซักอย่างต้องไปเดินเรื่องเองไรงี้ก็คงจะลำบาก แพงกว่าเดินเรื่องเองยื่นเองมั้ยก็แพงกว่าอยู่แล้วค่ะ แต่เราก็ซื้อความสบายความชัวร์เอา

Q: สมัครเรียนเองโดยตรงกับมหาลัยที่จีนเลยได้มั้ย

A: ได้ค่ะเพราะถ้าใครมีเพื่อน มีคนรู้จักที่พอจะเก่งภาษาจีนอยู่แล้วให้เค้าช่วยได้เลยเตรียมเอกสารเราให้พร้อมว่าเค้าต้องการอะไร แล้วก็ส่งไปที่มหาลัยได้โดยตรงเลยรอเค้าตอบรับ

ก่อนสมัคร

เอเจนซี่ที่โบใช้ในการเรียนรอบนี้คือ Oren นะคะ(ไม่ดีมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเค้าน้า) ตอนแรกก็ดูๆไว้หลายๆเอเจนซี่แต่เห็นที่นี่มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง อยู่ที่ศูนย์สิริกิต ดูเชื่อถือได้แถมยังเข้าไปถามข้อมูล ปรึษาไรงี้ได้ฟรีตลอด ซึ่งก่อนสมัครโบเข้าไปถามอยู่ประมาณ 2-3รอบสามารถถามรายละเอียดได้ทุกอย่าง ค่าใช้จ่าย ความเป็นอยู่บลาๆได้หมดจ้า ตัดสินใจไปสมัคร


หลังสมัคร

หลังจากเข้าไปถามอยู่หลายครั้งแล้วก็กลับมาปรึกษากลับมาก็ตัดสินใจไปสมัครก็มีค่ามัดจำ 5000 บาท ก่อนจริงโบก็จำไม่ได้ค่อยได้แล้วนะว่าต้องเอาเอกสารไรไปให้เค้าบ้างคร่าวๆเราก็น่าจะต้องบอกเค้าว่าเราจะไปเรียนเมืองไหน เอารูป สำเนาบัตรปชช พาสปอร์ต อะไรที่ต้องใช้ไปให้เค้า เค้าจะไปยื่นกับทางมหาลัยแล้วก็ให้เรารอ เค้าก็จะไปดำเนินการสมัครเรียน ยื่นวีซ่าให้เรา หลังจากได้ผลตอบรับทางมหาลัย พอได้ใบตอบรับจากทางมหาลัยมาเราก็ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้วเอาผลตรวจ(แนะนำว่าให้ตรวจที่ไทยไปให้เรียบร้อยแล้วอย่าลืมเอกสารตรวจของโรงพยาบาลเด็ดขาดไม่งั้นเราจะได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลจีนแทน ซึ่ง...เท่าที่ฟังมาไม่ค่อยโอเค 555555)ยื่นเอกสารที่ต้องใช้ทั้งหมดอีกที เค้าก็จะแจ้งค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายก่อนไปเรียน พวกค่าเทอมค่าทำวีซ่า ค่าตรวจเครื่องบิน ค่ามัดจำหอ บลาๆ จำรายละเอียดไม่ได้ค่อยได้แล้วอะแต่รวมๆก็ สองแสนกว่าๆ พอเราจ่ายเงินแล้วทางเอเจนซี่เค้ามีให้เราไปเรียนพื้นฐานภาษาจีนด้วยนะ เหมือนเตรียมความพร้อมให้เราพอเอาตัวรอดได้ ให้เรียนฟรีเด้อจ้า สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานเลยถือว่าดีมากแนะนำว่าไม่อยากให้ไปแบบไม่มีความรู้อะไรเลย ให้รู้ซักนิดกว่าแบบห้องน้ำไปทางไหนราคาเท่าไร เอาพอพูดได้นิดๆหน่อย พออ่านพินอินได้จะดีกว่า หลังจากนั้นก็รอรอเวลาที่จะบินเรียนเท่านั้น

เปิดบัญชีธนาคาร ถามความสมัครใจในการเปิดบัญชีธนาคารของจีนเพื่อที่ผู้ปกครองของเราจะสามารถโอนเงินให้เราแล้วเราสามารถไปกดเงินใช้ที่นู่นได้สะดวก มีให้เลือกสองธนาคารคือ Bank of ChinaกับICBC ซึ่งโบเลือกใช้Bank of china เพราะที่โน่นมีตู้ให้กดเงินค่อนข้างเยอะกว่าตามห้างร้านบางทีบัตรเครดิตธนาคารไทยใช้ไม่ได้นะคะบอกไว้ก่อน ต้องเป็นตามห้างใหญ่ๆใจกลางเมืองเท่านั้นถึงจะใช้ได้ส่วนมากจะรูดได้คือบัตรของธนาคารจีนเท่านั้น


ก่อนบิน 1เดือน

ก่อนที่จะบินประมาณ1 เดือนเค้าจะมีปฐมนิเทศ์ ให้เราไปฟังการเตรียมตัวความเป็นอยู่ ควรทำยังไง เอ้าเงินไปเท่าไรดี ซึ่งสามารถพาผู้ปกครองไปได้จ้าไปนั่งฟังด้วยกัน เพื่อลดความกังวลและเป็นห่วงของเค้า 5555555 แล้วเค้าก็จะจัดเตรียมซองเอกสารทั้งหมดที่เราเคยให้เค้าไปคืนมาให้เราใส่ซองไว้ให้เป็นอย่างดี ให้เราได้ หลังจากนั้นก็รอจนถึงวันที่บิน


วันที่บิน

วันที่บินมีทางเอเจนซี่มาค่อยดูแลเราที่สนามบินพาไปเช็คอินจัดการอะไรให้ เรียบร้อย พอไปถึงที่โน่นจะมีคนของทางเอเจนซี่มารอรับเราพาเราไปที่มหาลัย วันที่ไปถึง จะมีคนของทางเอเจนซี่มารอรับที่ตรงทางออกพาไปขึ้นรถไปโรงแรมที่พักและมหาลัย พอถึงโรงแรมเค้าก็พาเราไปเช็คอินลงทะเบียนกับทางหอ แล้วก็พาเราไปกินข้าว เดินดูรอบๆมหาลัยว่ามีอะไรบ้างซึ่งเค้าจะอยู่ไกด์ให้เราแควันสองวันเท่านั้น พออีกวันนึงที่ต้องไปลงทะเบียนเรียนกับทางมหาลัยเค้าก็พาเราทำให้เรียบร้อยอยู่จนกว่าทุกคนจะเสร็จ ก็ถือว่าดีมากๆเลยนะคะไม่งั้นเราอาจจะตายได้ แต่ที่มหาลัยที่โบไปเค้าจะมีอาสาสมัครที่เป็นประเทศต่างๆคอยช่วยเหลืออยู่ก็จะมีอาสาสมัครคนไทยอยู่ด้วย ถ้ามีปัญหาไรก็จะพอโล่งใจหน่อย แต่ในระหว่างที่คนของทาเอเจนซี่ยังอยู่จีนเราก็สามารถยังติดต่อเค้าได้อยู่นะคะ มีอะไรก็ถามได้หรือติดต่อไปในไลน์ของเอเจนซี่ก็ได้ค่ะ


ก็จะประมาณนี้นะคะเท่าที่จำได้ คือไปผ่านเอนเจซี่ข้อดีของมันคือ สะดวกสบายมีคนค่อยเดินเรื่องเกี่ยวกับเอกสารให้ คนที่ไปแบบภาษาจีนแบบพื้นฐานหรือไม่มีเลยก็แนะนำให้ใช้เอเจนซี่เลยจะดีกว่าค่ะ เท่านี้ก่อนนะเอนทรี่หน้าจะเป็นอะไรขอคิดก่อน น่าจะเป็นรูปที่หอพัก เดี๋ยวเอามาให้ดูกัน


-BYE BYE -






Create Date : 11 มีนาคม 2560
Last Update : 11 มีนาคม 2560 10:53:15 น.
Counter : 519 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
#01 ทำไมถึงอยากมาเรียนที่ปักกิ่ง?
#01ทำไมถึงอยากมาเรียนที่ปักกิ่ง?

23 MARCH 2016

 สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อน ชื่อโบนะคะ ตอนนี้ ณ วันที่เขียนตอนนี้อยู่ปักกิ่งฮับ
โบมีความตั้งใจว่าอยากเขียนบล๊อก เกี่ยวกับการมาเรียนประสบการณ์ที่ปักกิ่ง
รวมถึงข้อมูลเล็กๆน้อยๆให้สำหรับคนกำลังตัดสินใจมาเรียนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัว
การสมัครเรียน ทำไงมาไง ที่เที่ยวที่ควรต้องไป รวมถึงค่าใช้จ่ายคร่าวๆ หลายอย่างที่โบเชื่อว่า
คนที่จะตัดสินใจห่างบ้านห่างเมืองมาเรียนเนี่ยควรที่จะต้องรู้ เพราะตอนก่อนที่โบจะมาเนี่ย โบพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับที่เรียนที่นี่ รูปภาพ รวมไปถึงรีวิวต่างๆคือหาได้น้อยมาก เรียกว่าแทบจะไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรเลย มาด้วยการสุ่ม แล้วแต่ชะตาชีวิตจะพาไปสุดๆ

โบจะทำเป็นพาร์ทแบ่งไว้เป็นหัวข้อๆนะคะ จะได้หาอ่านกันง่ายๆ จะพยายามมาอัพให้บ่อยๆ
เพราะว่าเทอมนี้เป้นเทอมสุดท้ายแล้ว จะพยายามรวบรวมข้อมูลมาเขียนไว้ให้ได้เยอะที่สุดนะคะ


วันนี้ขอเริ่มต้นดว้ยหัวข้อที่ว่า 'ทำไมถึงอยากมาเรียนที่ปักกิ่ง'


เริ่มด้วยโบเองชอบเรียนภาษา ชอบเรียนแต่ไม่เก่งซักภาษานะ 5555 เรียนภาษาจีนมาตั้งแต่ม.ปลาย มหาลัยก็เรียนคณะที่เกี่ยวกับภาษาจีนอีกรวมระยะเวลา7ปี แต่พอเรียนจบ โบรู้สึกว่าเรียนมาตั้งแต่ 7 ปีแล้วแต่ที่ได้ก็ยังพองูๆปลาๆ อะไม่ได้เก่งอะไรเลย เลยขอแม่ว่าอยากมาเรียนที่จีน คือก่อนหน้านี้โบเคยไปซัมเมอร์กับทางมหาลัยที่กวางโจว 3 อาทิตย์ โบรู้สึกว่ามันได้ผลอะ เพราะพอเราไปเราต้องใช้พูดซื้อของ ซื้อข้าวกิน เรียนกับเหล่าซือคนจีนทุกวัน เราพูดคล่องมากขึ้น เลยอยากไปอีก 

เป้าหมาย : พูดได้ ฟังได้ ใช้สื่อสารได้ อ่านออก เขียน(พอ)ได้ 

เลยวางแผนในใจว่าอยากไปเรียนซักหนึ่งปี เลยทำการไปขอท่านแม่ก็เกลี่ยกล่อมนางอยู่นานกว่านางจะตกลง  (ส่วนเรื่องการสมัครเรียน วิธีการไรแบบนี้ โบขอยกไปอีกกระทู้หน้านะคะ เดี๋ยวมาเล่าแน่นอน)
ตอนแรกไม่ได้มีเป้าหมายนะว่าจะเรียนที่ไหน ขอแค่แม่ให้มาเรียนก็พออะ ตอนแรกที่คิดๆไว้คือ ปักกิ่ง,เซียงไฮ้และเทียนจิน  ก่อนมาก็มีพีๆเพื่อนๆหลายคนบอก

ปักกิ่ง : มลพิษเยอะนะ ค่าครองชีพก็สูง คนไทยก็แอบเยอะ
เซียงไฮ้ : ค่าครองชีพสูงพอๆปักกิ่งเลย
เทียนจิน : ไม่ไกลจากปักกิ่งมาก คนไทยไปเรียนไม่ค่อยเยอะ เมืองดี

คือใจแม่งไปเทียนจินแหละในตอนแรก แต่พอไปคุยกับแม่ว่า เออจะไปเทียนจินนะ แม่ก็ถามว่ามันอยู่ตรงไหนของจีน ก็บอกว่าอยู่ใกล้ๆปักกิ่งอะ แต่ไม่ใช่เมืองหลวง นางก็เหมือนไม่โอเค ไม่อยากให้ไป กลัวจะลำบากงี้ แต่เค้าก็ไม่ได้บังคับ อยากไปเรียนก็ไปแบบนี้ ก็เลยได้ไปคุยกับพี่ที่เอเจนซี่ว่าไปเมืองไหนดีกว่ากัน คือแม่โบให้โจทย์ว่า 
'ถ้าเป็นไปได้อยากให้อยู่ห้องพักเดี่ยว อยู่ในเมืองที่โอเค เจริญหน่อย'
ก็เลยได้ความว่าในส่วนของเรื่องภาษา สำเนียงปักกิ่งจะดีสุด แต่อาจจะมี 'เอ่อร์ฮวา'(เวลาลงท้ายจะฟิลแบบม้วนลิ้น) แต่ถ้าไปเซียงไฮ้นางก้จะมีภาษาถิ่นของนางก็อาจจะติดมา เค้าก็เชียร์ให้ไปปักกิ่ง
อะโอเค ปักกิ่ง แล้วต่อก้มาดูเรื่องที่พัก ใจตอนนั้นก็เฉยๆกับเรื่องที่เรียนนะ ที่ไหนก็ได้วะแบบนี้
เลยมาเลือกดูว่าที่มหาลัยไหนมีห้องพักแบบห้องเดี่ยวบาง แล้วในมหาลัยที่ทางเอเจนซี่เค้ามีคือมีที่เดียว
คือ Beijing Normal University (北京师范大学)มหาลัยครูปักกิ่ง

โบก็โอเคทดไว้ในใจก่อน กลับไปคิดอีกที ก็นั่งดูเรื่องห้อง เรื่องมหาลัย แล้พอดีช่วงนั้นมีข่าวเรื่องโรงไฟฟ้าหรืออะไรซักอย่างที่เทียนจินระเบิด ก็เลยสรุปไม่ได้ไป และประเด็นหลักๆก็คือ เพื่อนสนิทสองคนก็เลือกเรียนที่ปักกิ่งด้วย เลยโอเค เอาวะ ถ้าไปแล้วอยู่ไม่ได้ ไม่โอเค ยังไงก็มีเพื่อน ก็สรุปเลยเลือกเรียนที่ปักกิ่ง มหาลัยนี้ เพราะมีห้องพักเดี่ยว มีเหตุผลแค่นี้ เรื่องเรียนโบไม่สนใจเลย 5555 ก็คิดว่าแม่งก็น่าจะโอเคแหละ เอเจนซี่ก็ไม่น่าเลือกไก่กามาให้เรียนแหละวะ

ก็เป็นอันว่าก็จบเอนทรี่นี้ด้วยประการนี้ ว่าทำไมถึงเลือกมาเรียนที่ปักกิ่ง BNU
คราวหน้าโบจะมาพูดถึงไม่เรื่องหอพัก ไม่ก็เรื่องการสมัครเรียนโดยผ่านเอเจนซี่นะคะ
รอติดตามดันด้วยน้าาา แต่ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมบอกได้เลย

สวัสดีค่ะ :D




Create Date : 23 มีนาคม 2559
Last Update : 23 มีนาคม 2559 22:04:46 น.
Counter : 658 Pageviews.

2 comment

BlogGang Popular Award#13



bbozii
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



♡BOBOZII♡

-Cosmetics Addict -
♡Makeup Lover ♡Street Fashion
♡Review / Howto ♡เมคอัฟอาร์ติสตัวเล็กๆ