~Welcome to Boatkung!~
Group Blog
 
All Blogs
 

สกญ. กัลกัตตา

ข้อมูลสกญ.ฯ กัลกัตตา


สถาญกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตาได้รับการมอบหมายให้ดูแลงานในภาคตะวันออกของอินเดีย ได้แก่
รัฐเบงกอลตะวันตก (ประชากร 80 ล้านคน) รัฐพิหาร (ประชากร 82 ล้าน 8 แสนคน) รัฐโอริสสา (ประชากร 36 ล้าน 7 แสนคน) รัฐอานธรประเทศ (ประชากร 76.21 ล้านคน) และดินแดนแห่งสหภาพหมู่เกาะอันดามัน และนิโคบาร์ (ประชากร 3 แสน 5 หมื่นคน) รวมประชากรรวมประมาณ 276.06 ล้านคน
อำนาจการบริหารรัฐเบงกอลตะวันตก
รัฐธรรมนูญอินเดียแบ่งแยกอำนาจระหว่างรัฐบาลกลาง (Government of India) และรัฐบาล มลรัฐ (State Government) อย่างชัดเจน รัฐบาลมลรัฐมีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษา กฎหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของรัฐ โครงสร้างของฝ่ายบริหารในแต่ละมลรัฐ ประกอบด้วย ผู้ว่าการรัฐ (Governor) ปัจจุบันได้แก่นาย Gopalkrishna Gandhi เป็นประมุขของรัฐ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากประธานาธิบดี (ตามข้อเสนอแนะของพรรค การเมืองที่เป็นพรรครัฐบาล) มีอำนาจ หน้าที่ในการแต่งตั้งถอดถอนมุขมนตรีและคณะรัฐมนตรีประจำรัฐ แต่งตั้งอัยการประจำรัฐ เรียกประชุมและยุบ สภานิติบัญญัติแห่งรัฐ ให้ความเห็นชอบและยับยั้งร่างกฎหมายของรัฐ มีอำนาจลดโทษและให้อภัยโทษ รัฐบาลแห่งรัฐ (State Government) ประกอบด้วยมุขมนตรี (Chief Minister) ซึ่งปัจจุบันได้แก่นาย Buddhadeb Bhattacharjee ป็นผู้ใช้อำนาจบริหารภายในรัฐ และคณะรัฐมนตรีประจำรัฐ (State Ministers) นอกจากนี้ ยังมีสภาของรัฐ (Legislative Assembly) ซึ่งมีทั้งหมด 295 ที่นั่ง ประกอบด้วยพรรคฝ่ายซ้าย Left Front โดยมีที่นั่งรวมกัน 234 ที่นั่ง มีพรรค CPI(M) เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านซึ่งมี Trinamool Congress (TMC) เป็นแกนนำมีทั้งหมด 61 ที่นั่ง

ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐเบงกอลตะวันตก
รัฐเบงกอลตะวันตกมีพื้นที่ประมาณ 89,000 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ติดต่อประเทศเนปาล ภูฏาน และบังคลาเทศ มีประชากรประมาณ 80 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีอัตราการเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อไป ประชากรมีรายได้ เฉลี่ยนต่อหัวประมาณ 280 เหรียญสหรัฐ
การพัฒนาอุสาหกรรม (Industrialization)
พรรคอมมิวนิสต์ CPI (M) ซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและเข้าจัดตั้งรัฐบาลรัฐเบงกอล ตะวันตกตั้งแต่ ค.ศ 1977 โดยในเบื้องต้น มีนโยบายที่ต่อต้านนายทุนและสนับสนุนสิทธิ์ของ ผู้ใช้แรงงาน ทำให้มีการปิดโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากและผู้ประกอบการได้เคลื่อนย้ายการลงทุน ไปในรัฐอื่นๆ แต่หลังจากที่มุขมนตรีคนปัจจุบันคือนาย Buddhadeb Bhattacharjee ได้เข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นต้นมา ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อนำรัฐไปสู่ความทันสมัยโดยดูตัวอย่างจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งมีการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงมีการพัฒนาอุตสาหกรรม ในด้านต่างๆ เช่น ในด้านการแปรรูปอาหารจากสินค้าเกษตร อุตสาหกรรปิโตรเคมีคอล อุสาหกรรมปอ (Jute) อุตสาหกรรมเหล็กกล้า อุสาหกรรมเครื่องหนัง เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น รวมทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ต่างๆ เช่น การสร้างทางหลวง ปรังปรุงท่าเรือ การปรับปรุงและขยาย
สนามบิน และสถานีรถไฟ เป็นต้น ทำให้กัลกัตตาเปรียบเสมือนประตูไปสู่ภาคตะวันออกของอินเดีย ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของนาย Bhattacharjee ในช่วงแรกจึงได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างสูง ทำให้พรรค CPI(M) ชนะการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2006 และนาย Bhattacharjee ได้กลับมาทำหน้าที่ Chief Minister ในสมัยที่สองจนถึงปัจจุบัน

โครงการพัฒนาที่สำคัญๆ
ในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเบงกอลตะวันตกได้ดำเนินโครงการพัฒนา
อุสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ และประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจดังนี้
1. การพัฒนาท่าเรือ มีอยู่ 2 ท่าเรือ คือท่าเรือที่เมืองกัลกัตตาซึ่งมีการขนสินค้าประมาณ 10
ล้านตันในปี ค.ศ. 2005 – 2006 และท่าเรือน้ำลึกที่เมือง Haldia ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองกัลกัตตาประมาณ 125 กิโลเมตร โดยมีการขนส่งประมาณ 42 ล้านตันในปี ค.ศ. 2005 – 2006
2. การปรับปรุงสนามบินเมืองกัลกัตตา คือ Netaji Subhash Chandra Bose International
Airport ในช่วงแรกมีการปรับปรุงสนามบินภายในประเทศเพื่อรอรับการเติบโตสนามบินภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วและขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงสนามบินทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อให้มีความ
ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสนามบินที่เมือง Badogra ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือของเมืองกัลกัตตา ประมาณ 600 กิโลเมตร ให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่สองของรัฐด้วย
3. การพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษาทำให้มีสถาบันการศึกษาใน
ระดับอุดมศึกษาที่สำคัญๆ หลายแห่งในเมืองกัลกัตตาทั้งบริหารโดยภาครัฐและเอกชน การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นทำให้อัตราการรู้หนังสือของประชาชนในรัฐเบงกอลตะวันตกสูงถึง 70% ซึ่งเป็นรัฐที่มี อัตราการรู้หนังสือในระดับสูงรัฐหนึ่งของอินเดีย
4. การพัฒนาอุสาหกรรมปิโตรเคมีคอลที่เมือง Haldia เป็นที่ตั้งของโรงงานกลั่นน้ำมันและโรงงานอุสาหกรรเคมีโดยมีบริษัทสำคัญๆ ทั้งจากใน
อินเดียและจากต่างประเทศที่ เช่น บริษัท Indian Oil บริษัท Mitsubishi จากญี่ปุ่น เป็นต้น
5. การพัฒนาอุสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ
Sector V ของ Salt Lake บริเวณชานเมืองของกัลกัตตาโดยมีบริษัทใหญ่ๆ ของอินเดียและต่างประเทศเข้ามา ดำเนินงานเป็นจำนวนมาก เช่น IBM WIPRO และ TATA Consultancy Service เป็นต้น
6. อุสาหกรรมเครื่องหนังเพื่อการส่งออกโดยมีการจัดตั้งพื้นที่สำหรับอุสาหกรรมฟอกหนังเป็น
การเฉพาะที่เรียกว่า Kolkata Leather Complex ในพื้นที่ประมาณ 1,100 เอเคอร์ บริเวณ Batalar
7. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone – EEZ) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 เขต
มีเขตใหญ่ๆ 2 แห่งอยู่ในบริเวณ Salt Lake คือ Manikanchan ส่งเสริมการผลิตเครื่องประดับเพื่อการส่งออก และแห่งที่สองของบริษัท WIPRO ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) นอกจากนี้ยังมีเขตเศรษฐกิจที่ 3 คือบริเวณ Falta สำหรับการผลิตสินค้าหลายประเภท (Multi- Products) อุตสาหกรรมต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ EEZ จะได้รับสิทธิพิเศษ ทางด้านการยกเว้นภาษีเงินได้และสิทธิ์ภาษีพิเศษสำหรับการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อมาใช้ในการผลิต

ข้อมูลเมืองกัลกัตตา
กัลกัตตาและปริมณฑล (Kolkata Metropolitant Area) มีพื้นที่ประมาณ 1,480
ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Hoogly มีประชากรประมาณ 13 – 15 ล้านคนเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ของอินเดีย เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของอินเดีย สมัยการปกครองอังกฤษ (ค.ศ. 1772 - 1912) ปัจจุบันกัลกัตตา เป็นประตูไปสู่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเพราะเป็นศูนย์คมนาคมทางอากาศ รถไฟ และทางเรือ มีสายการบิน 5 สายที่บินตรงกัลกัตตา - กรุงเทพฯ
กัลกัตตาเป็นเมืองที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยมาช้านาน และการเติบโตมีความเจริญ
ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีการเติบโตทางด้านการค้าปลีก (Retail) ธุรกิจก่อสร้าง (Real-estate/Infrastructure) อิเล็คทรอนิคส์ และทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) โดยกัลกัตตามี IT Hub ชั้นนำระดับ 1 ใน 5 ของอินเดีย
ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างเมืองใหม่ (Rajahat New Town) บนพื้นที่ประมาณ 3,100 เอเคอร์
ในบริเวณชานเมืองเพื่อลดความแออัดของเมืองกัลกัตตา มีการสร้างที่พักอาศัย ศูนย์การค้า และ อาคารธุรกิจ โรงแรม ศูนย์ประชุม การก่อสร้างได้เริ่มอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 3 – 4 ปีที่ผ่านมา และได้มีการ จัดสรรพื้นที่ ประมาณ 250 เอเคอร์ เพื่อเป็น Diplomatic Enclave ด้วย
ขณะนี้ กัลกัตตามี สกญ.ฯ อาชีพ 13 แห่ง และกงสุลกิติมศักดิ์ 44 แห่ง โดยประเทศที่มี
สำนักงาน การค้าแยกต่างหากจากสถานกงสุลฯ ได้แก่ สหรัฐฯ และ รัสเซีย สำหรับสกญ.ฯ ที่มี Commercial Section ได้แก่ อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส เนปาล และบังคลาเทศ โดยสกญ.ฯ ญี่ปุ่นมีฝ่ายเศษฐกิจ และกัลกัตตา ยังมีสภาหอการค้าประมาณ 10 แห่ง เช่น Indian Chamber of Coimmerce (ICC) Kolkata (สำนักงานใหญ่), Bengal Chamber of Commerce and Industry, Bengal National Chamber of Commerce & Industry, Bharat Chamber of Commerce, Confederation of Indian Industry เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีการก่อสร้าง อาคารแสดงสินค้า (Trade Fair Complex) ในพื้นที่ประมาณ 18 เอเคอร์ เปิดและดำเนินการมาได้ 1 ปีเศษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดงานแสดงสินค้า โดยสามารถเชิญพ่อค้าไทย มาร่วมจัดงานและจำหน่ายสินค้า เป็นระยะๆ

ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
กับไทยในรัฐเบงกอลตะวันตก
1. ธุรกิจก่อสร้าง - บริษัทอิตาเลียนไทยดีเวลลอบเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ขยายธุรกิจก่อสร้าง
เข้ามาสู่อินเดียในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาในรัฐเบงกอลตะวันตกโดยร่วมกับบริษัทท้องถิ่น ITD CEM ดำเนินโครงการ ก่อสร้างที่สำคัญๆ ดังนี้
1.1 โครงการปรับปรุงทางหลวงระยะทาง 27 กิโลเมตร บริเวณภาคเหนือของรัฐเบงกอล
ตะวันตกจนถึงชายแดนรัฐอัสสัม (Assam) มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านรูปี (2,000 ล้านบาท)
1.2 โครงการปรับปรุง (modernization) สนามบิน ณ เมืองกัลกัตตา มูลค่าโครงการ
20,000 ล้านรูปี (16,000 ล้านบาท)
1.3 การดำเนินโครงการวางท่อน้ำในเมืองกัลกัตตา มูลค่าโครงการ 3,050 ล้านรูปี
(ประมาณ 2,440 ล้านบาท)
1.4 โครงการขุดอุโมงค์ส่งน้ำในเมืองกัลกัตตา มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านรูปี (ประมาณ
4,800 ล้านบาท)
1.5 โครงการปรับปรุงอู่ต่อ/ซ่อมเรือ Garden Reach Shipbuilders & Engineers (GRSE)
ในเมืองกัลกัตตา มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านรูปี (ประมาณ 2,500 ล้านบาท)
1.6 โครงการที่บริษัทฯ มีความสนใจจะเข้าร่วมงานในอนาคต
- โครงสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองกัลกัตตา ระยะทาง 42 กม. มูลค่า 40,000 ล้านรูปี
ซึ่งคาดว่าจะเป็นโครงการลักษณะการร่วมทุนระหว่างเอกชนและรัฐบาล (Public Private Partnership (PPP))
- โครงการ East–West Metro ในเมืองกัลกัตตา มีทั้งส่วนที่เป็นรถไฟฟ้าอยู่บนดินและ
ใต้ดินมูลค่าโครงการประมาณ 48,000 ล้านรูปี (ประมาณ 38,400 ล้านบาท)
- โครงการ Light Rail Transit System (LRTS) มูลค่าโครงการประมาณ 60,000
ล้านรูปี (48,000 ล้านบาท)
2 ความแพร่หลายของสปาไทยในเมืองกัลกัตตา
นอกจากโรงแรมห้าดาว 3 แห่งที่เปิดให้บริการสปาแบบไทยคือ Oberoi Grand, Park Hotel, ITC Sonar แล้ว ยังมีบริษัท Tanish Creation เปิด “The Thai Spa” จำนวน 4 สาขาในศูนย์การค้า ชั้นนำในเมืองกัลกัตตาโดยใช้พนักงานสปาไทย นอกจากนี้ ยังมี พนักงานสปาไทยให้บริการในร้านชื่อ Amoda Spa อีก 1 แห่ง ทำให้ในกัลกัตตา ขณะนี้ มีพนักงานสปาคนไทย รวมทั้งหมดประมาณ 50 คน
3 อาหารไทยในเมืองกัลกัตตา
ขณะนี้อาหารไทยกำลังได้รับความนิยมจากประชาชนในเมืองกัลกัตตาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากในโรงแรมระดับห้าดาว 3 แห่งที่ให้บริการอาหารไทยแล้ว ยังมีภัตตาคารอีกหลายแห่งรวมทั้ง food court ในศูนย์การค้าต่างๆ ที่มีเมนูอาหารไทยรวมอยู่ด้วย
4 ธุรกิจสินค้าเครื่องปรุงอาหารไทย จากการที่อาหารไทยได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทำให้ซุปเปอร์มาเก็ตและร้านค้าหลายแห่งใน
กัลกัตตาได้นำผลิตภัณฑ์สินค้าไทยที่ใช้ในการปรุงอาหารเข้ามาขายมากขึ้น โดยในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาได้มีการ เปิดซูเปอร์มาร์เก็ต Spencer’s มากกว่า10 แห่งในกัลกัตตาและมีการวางจำหน่ายสินค้าไทยหลายๆ รายการ นอกจากนั้นยังมีซูเปอร์มาร์เก็ต “Food Barzar” ซึ่งมีอยู่หลายสาขาและมีสินค้าไทยวางจำหน่ายหลายรายการ เช่นเดียวกัน และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท Metro Cash&Carry Indian Pvt. Ltd. ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างเยอรมนี และอินเดีย ได้เปิด Metro Cash&Carry ในลักษณะขายส่ง (wholesale) แต่ยังมีสินค้าไทยวางขาย เพียง 4-5 ชนิด ได้แก่ น้ำปลา ซอสปรุงรส เครื่องแกง เป็นต้น สกญ.ฯ ได้แนะนำบริษัทฯ ให้นำผลิตภัณฑ์ไทย อื่นๆ มาจำหน่ายด้วยแล้ว
5. ผลไม้ไทย
ในอินเดียมีความนิยมนำผลไม้ไทยไปวางบริการเพื่อให้แขกผู้เข้าร่วมงานแต่งงานได้รับประทาน และมีการนำผลไม้ไทยไปวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง แต่แม้ผลไทยจะมีรสชาดดีกว่าผลไม้อินเดีย แต่ผลไม่ไทยก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายสำหรับคนอินเดียทั่วไป เนื่องมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับผลไม้ท้องถิ่น มีร้านจำหน่ายผลไม้ 2 – 3 ร้านที่นำเข้าผลไม้ไทย ทั้งนี้ ผลไม้ไทยบางประเภทอยู่ภายใต้ FTA Post Harvest Scheme เช่น มังคุด เงาะ ลำใย เป็นต้น
5 ธุรกิจฟอกหนังสัตว์
ปัจจุบันมีเอกชนไทยหลายแห่งสนใจซื้อหนังสัตว์ที่ฟอกแล้วจากรัฐเบงกอลตะวันตกเนื่องจากมี
คุณภาพดีและได้รับความนิยมจากหลายประเทศเพื่อนำไปใช้ทำเป็นเครื่องหนังต่อไป เช่น อิตาลี
6 ธุรกิจการท่องเที่ยวในปี 2007 จำนวนคนอินเดียเดินทางไปประเทศไทยประมาณ 500,000 คน
สำหรับสกญ.ฯ มีผู้มาขอรับการตรวจลงตรา ประมาณวันละ 100 – 300 คน ในปีงบประมาณ 2551 รายได้จาก การตรวจลงตรา เป็นเงินมูลค่า 47,334,100 รูปี (35,973,916 บาท) ในขณะที่คนไทยเดินทางมาอินเดียประมาณ 50,000 คน ส่วนใหญ่เป็นนักแสวงบุญเพื่อเดินทางไปสังเวชนียสถาน 4 แห่ง และบางส่วนเดินทางผ่าน เมืองกัลกัตตาเพื่อต่อรถไฟหรือรถยนต์ไปยังเมืองพุทธคยาต่อไป
7 เครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้าของไทยได้รับความนิยมในอินเดียมาช้านาน ดังจะเห็นได้จาก
การนำเข้าจากประเทศไทยโดย “กองทัพมด” ซึ่งมีมูลค่าเป็นจำนวนมากเป็นประจำในแต่ละวัน ปัจจุบันเครื่องใช้ ไฟฟ้ายังเป็นรายการ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ FTA Early Post Harvest Scheme ด้วย
8 ธุรกิจอาหารปลาและส่งเสริมการเลี้ยงปลา
ปัจจุบันกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.) ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจการจำหน่ายอาหารปลาและเลี้ยงปลา
ใน รัฐอานธรประเทศและได้เริ่มขยายกิจการเข้ามาในรัฐเบงกอลตะวันตก ซึ่งปัจจุบันส่งเสริมการเลี้ยงปลาและ ขายอาหารปลา มีรายได้ประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี
------------------------------------------------
สกญ. กัลกัตตา 9 ต.ค. 52




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2554 1:40:25 น.
Counter : 406 Pageviews.  


panupat
Location :
Kolkata India

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Panupat (Boat) Chavananikul
Consul
Royal Thai Consulate-General, Kolkata
http://www.thaiconsulatekolkata.org.in
Friends' blogs
[Add panupat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.