Winter in Taiwan กินอิ่ม นอนหลับ ในไทเป Part3 ชิวๆกับแรคคูน
หลังจากที่เราออกมาจาก Sun Moon Lake แล้วเราก็มุ่งตรงไปยัง Taipei ค่ะ รู้สึกว่าขากลับไปได้เร็วกว่าขามาเยอะเลย ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองรึเปล่าค่ะ 555
ที่พักที่เราจองไว้คือ Taipei Backpackers Hostel เป็นที่ๆเคยเห็นใน Pantip หลายคนมารีวิวกันค่ะ (ถึงแม้จะเมื่อนานมาแล้ว แหะๆ) อยู่ไม่ไหลจาก Ximen Station แต่ตอนที่เราไปถึงกันมีกระเป๋าหลายใบเลยนั่ง Taxi ไปค่ะ (ปกติเดินเอาจากสถานีรถไฟก็ได้ค่ะ)

Taxi ที่นี่บังคับให้นั่งตามจำนวนเบาะนะคะ เบียดๆกันไปนั่งแบบบ้านเราไม่ได้ ดังนั้นเราเลยนั่งกันไปทั้งหมด 2 คัน เพราะมากัน 4 คน (แนะนำว่าถ้าอยากให้คุ้มรอนั่ง Taxi ที่ใช้ Wish ดีกว่าค่ะ นั่งกันได้ครบคนราคาเท่ากัน)

เมื่อมาถึงตึกเราต้องโทรติดต่อคนมารับ เพื่อที่จะพาไปเปิดห้องค่ะ และแล้วก็ได้เห็นสภาพห้อง ดูเล็กๆ แอบโทรมนิดนึง มีเตียงด้านบนและเตียงด้านล่างค่ะ เป็นห้องสำหรับ 4 คน

ก็อยู่ได้โอเคนะคะ แลกกับการที่อยู่ใจกลางเมือง เดินหาของกินและช้อปปิ้งได้ตลอดเวลาอย่างย่าน Ximen



เมื่อเราเก็บข้าวของเรียบร้อยก็ไม่รอช้าค่ะ ตอนนี้หิวมากๆๆ ขอเดินทางไปกินก่อน ตอนแรกก็คุยกันในกลุ่มว่าจะไป Gugong ก่อนมั้ย แอบงกที่ว่าเคยอ่านรีวิวไว้ว่าวันเสาร์ช่วงเวลากลางคืนเข้าฟรี แต่สุดท้ายทนความหิวไม่ไหว ประกอบกับอ่านในเว็บที่ว่าต้องมี National ID ของไต้หวันถึงจะเข้าได้ฟรี เราก็เลยล้มเลิก ไปกินบุฟเฟ่ต์ก่อนดีกว่า ร้านที่ไปก็ไม่ไกลจากที่พักค่ะ อยู่ตรง Ximen นี่แหละ เนื่องจากจขกท.อยากกินไอศกรีมฮาเก้นดาซ แฮ่



มีน้ำซุปให้เลือกหลายแบบนะคะ เราเลือกแบบ 3 น้ำซุปเลย คือบาบีคิว หมาล่า แล้วก็กิมจิซุปค่ะ


พออยู่ในช่วงกินก็แทบไม่ได้ถ่ายรูปเลย ลืมเอากล้องไปด้วยค่ะรูปเลยไม่ค่อยชัด บาร์อาหารก็ตักกันตามสะดวก ส่วนใหญ่จะอ่านไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไรค่ะ น้ำจิ้มนี่ก็มีให้ปรุงหลากหลาย จขกทปรุงยังไงก็ไม่อร่อยสักที อยากได้น้ำจิ้มสุกี้บ้านเราแทนมากเลย


ทานได้สักพักก็รีบหนีไปทานของหวานค่ะ เค้กช่างล่อตาล่อใจ


ทานเค้กก็ต้องทานคู่กับไอศกรีม อิอิ มีให้เลือกทั้งหมด 3 ตู้ 12 รสชาติ ตักกันมันส์เลยค่ะ


หรือจะทานผลไม้ก็มีให้ค่ะ แต่ว่ารสชาติผลไม้บ้านเค้าไม่ค่อยอร่อยยังไงไม่รู้ค่ะ มันแข็งๆ


นอกจากไอศกรีมฮาเก้นดาซแล้วก็ยังมีไอศกรีมแท่งเมจิ ที่บ้านเราขายแท่งละร้อยกว่าบาทตาม Villa ให้กินอยู่ในบุฟเฟ่ต์ด้วย



น้ำก็รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์นะคะ เครื่องดื่มที่ฮอทฮิทที่สุดน่าจะเป็นคาลพิสแลคโตะค่ะ ดื่มกันทุกโต๊ะ หรือใครอยากจะดื่มเบียร์ไต้หวันก็มีให้เลือกค่ะ ส่วนจขกท ชอบมินิเมทพัลพี้ น้ำส้มที่มีขายในบ้านเรา แต่รสชาติไม่เหมือนกันเลยค่ะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน เคยลองกินครั้งแรกตอนที่ยังไม่เข้าไทยตอนไปเที่ยวเมืองจีนอร่อยมาก แต่พอมากินที่ไทยเหมือนน้ำส้มสังเคราะห์เลยเศร้า พอมาลองที่ไต้หวันก็อร่อยกว่าของไทยเช่นกันค่ะ


ได้เวลาย่อยอาหาร เราก็เดินเล่นกันต่อย่าน Ximen แถวที่พักค่ะ ชอบไต้หวันก็ตรงที่ร้านแต่ละร้านจะมีสไตล์ของตนเอง แล้วก็เป็นอีกประเทศที่เน้นคาแรกเตอร์คล้ายๆกับญี่ปุ่นค่ะ สังเกตได้ตามร้านต่างๆของเค้าเลย


ร้านส่วนใหญ่จะเป็นร้านแนวๆแบบขายเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองของพวกวัยรุ่นอะไรยังงี้ค่ะ




ความจริงข้อนึงที่ค้นพบจากการมาเที่ยวไต้หวันก็คือ ตู้หนีบตุ๊กตาที่นี่ถึงแม้จะมีเยอะ และดูเหมือนจะคล้ายๆของญี่ปุ่นที่หนีบง่ายๆ แต่ไม่ใข่เลยค่ะที่หนีบมันจะไม่แข็งแรง กดยังไงก็ไม่ได้ คล้ายๆตู้ที่เมืองไทย ตอนแรกอยากจะเล่นเหมาตุ๊กตากลับมามาก สุดท้ายไม่ได้สักตัวค่ะ


ยกตัวอย่างว่าเราอยู่ Ximen ต้องการไป CKS Memorial Hall ก็กดจุดเริ่มต้น และจุดหมายปลายทางเลยค่ะ เราก็จะได้ Route ออกมาว่าต้องนั่งรถไฟสายอะไร ผ่านสถานีไหนบ้าง ระยะเวลาประมาณกี่นาที

พอเราไปถึงฝนก็ตกพอดีเลย ฟ้าครึ้มมาก แอบเศร้าใจ


พิพิธภัณฑ์ Chiang Kai Shek เปิดให้เข้าฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ


ทหารถือปืน แบกปูน ไปโบกตึก อารมณ์ประมาณวัดพระแก้วบ้านเราเลยค่ะ หน้านิ่งมาก


ถ่ายรูปสักพักก็ได้เวลาเปลี่ยนเวรยามพอดีค่ะ ใช้เวลาในการเปลี่ยนเวรยามค่อนข้างนานทีเดียว

เราอยู่ดูไม่จบค่ะ เนื่องจากปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำมาก แล้วด้านบนนี้ก็ไม่มีห้องน้ำเลยค่ะ จะต้องไปเข้าตรงทางเข้าชั้นใต้ดิน บริเวณใกล้ๆกับที่เราขึ้นรถใต้ดินมา เดินไกลทีเดียวค่ะ เราก็เลยถือโอกาสลาท่านไปต่อที่อื่นเลย ~



เดินออกมารอบนอกก็เห็นซุ้มทางเข้าอนุสรณ์สถานค่ะ ตามข้อมูลจากทางกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันบอกไว้ว่า ซุ้มนี้หันหน้าเข้าไปทางประเทศจีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดอันเป็นที่รักของประธานาธิบดีเจียงไคเชค โดยซุ้มมีลักษณะเป็นลูกคลื่นนี้เป็นสัญลักษณ์ของยอดเขาบริเวณบ้านเกิดของท่าน ปล แต่ช่วงที่พวกเราอยู่ในบริเวณอนุสรณ์สถานของท่าน เราก็หวนคิดถึงปลาประธานาธิบดีที่ Sun Moon Lake ตลอด ว่าทำไมปลาของท่านถึงก้างเยอะจัง เหอๆๆ



มีนกพิราบเพียบเลยค่า บริเวณหน้าซุ้มประตู


จักรยาน U bike ในไทเป จริงๆเราวางแผนว่าจะขี่จักรยานเล่นชมเมือง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เช่าค่ะ =_=' คงปั่นปันปั่น ของไทยไปก่อน //www.youbike.com.tw/home.php?eng=1 ฝากลิงค์ และราคาไว้เผื่อใครสนใจค่ะ



สามารถใช้ Easy Card ในการเช่าจักรยานได้นะคะ


เป้าหมายการกินของเราที่ต่อไปคือ Din Tai Fong ที่มีสาขาในเมืองไทยคือที่ CTW นะคะ ไปลองของต้นตำรับมาเราว่าก็อร่อยดีนะคะ หลายเมนูที่ไทยมี ที่ไต้หวันไม่มี แล้วก็เมนูเสี่ยวหลงเปาที่นี่มีหมูล้วนด้วยค่ะ ถ้ำจำไม่ผิดของไทยไม่มี เศร้า รอคิวประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ไม่รู้ว่าคนจะเยอะไปไหน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว เพื่อนชาวไต้หวันเราบอกว่าสาขานี้เป็นสาขาที่ฮอทฮิตทีเดียว เหมือนจะเคยอ่านเจอสักที่บอกว่า Din Tai Fong แบบสแตนด์อโลน อร่อยกว่าในห้างค่ะ เราก็เลยมาชิมสาขาที่เค้าบอกว่าอร่อยกันซะเลย มาถึงที่ร้านโดยเดินมาจากพิพิธภัณฑ์เจียงไคเชคค่ะ แต่เราขอแนะนำเพื่อนๆให้นั่งรถไฟใต้ดินมาดีกว่านะคะ นั่งประมาณ 1-2 สถานี ก็ถึงเลยค่ะ







เราเน้นกินเสี่ยวหลงเป่า สั่งทั้งหมูและไก่มาอย่างละ 2 ถาดค่ะ ส่วนรสชาติ เราก็ว่าคล้ายๆเมืองไทยนะคะ







Create Date : 25 พฤษภาคม 2557
Last Update : 25 พฤษภาคม 2557 20:14:04 น.
Counter : 1983 Pageviews.

1 comment
Winter in Taiwan @Sun Moon Lake Part 2 ชิวๆกับแรคคูน

จากประสบการณ์ในการเที่ยวด้วยตนเองหลายๆที่ เรารู้สึกว่าวิธีที่ดีที่สุดในการทำข้อมูลก็คือ นำแผนการณ์ทั้งหมดลงในสมุดสักเล่มแล้วพกไปด้วยค่ะ เราเคยเห็นเพื่อนๆรอบๆตัวบางคนก็จะทำแพลนไว้ใน Ipad (ซึ่งเพื่อนใกล้ตัวลืมเอาสายชาร์ตไอแพดไป เลยไม่ได้ไปตามแพลน -_-;) หรือบางคนก็ปริ้นท์เป็น A4 ถือไปเป็นปึกๆ (เวลาหาข้อมูลทีปลิวว่อนเลย)

วิธีการพกสมุดเล่มบางๆที่มีทั้งข้อมูลแผนที่โรงแรม ตารางเวลาเที่ยว ใบจองโรงแรมต่างๆ ก็เลยทำให้เราเปิดดูได้อย่างง่ายๆค่ะ นอกจากนี้เรายังเหลือที่ว่างๆเอาไว้ สำหรับจดโน๊ตเพิ่ม หรืออย่างที่ไต้หวันจะมีตรายางตามสถานที่ท่องเที่ยวจุดต่างๆ เพื่อให้ปั๊มเป็นที่ระลึกไว้ดูเล่น ก็ดีไปอีกแบบค่ะ ^__^




ถือว่าโชคดีมากค่ะ ที่เราได้เปลี่ยนการจองที่พักมาอยู่แถว Shuishe Visitor Center เพราะจากตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่ค่อนข้างดีทีเดียว

เช้านี้เราได้ทำการซื้อ Pass เพื่อออกเที่ยวค่ะ ซื้อแบบ NTD 330




แต่ก่อนที่จะนั่งเรือนั้น เราก็จัดการเที่ยวรอบๆฝั่งนี้ก่อน ด้วยการเดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยค่ะ



หมอกจางๆและควัน สวยจังเลย หนาวด้วย >< เราเดินออกไปตรงท่าได้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ถ้ามาตอนเช้าๆ คนจะยังไม่เยอะมาก เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก แต่ถ้าสายหน่อย คนจะมาออกันเยอะมากเพื่อขึ้นเรือค่ะ



แอบดูเรือค่อยๆแล่นออกไปจากฝั่ง



ถ่ายจากมุมสูงข้างบนก็จะเห็นท่าเรือโดยรวม




เดินไปตามป้ายบอกทางก็จะเจอกับโบสถ์คริสต์ค่ะ



เค้าว่ากันว่าที่ไต้หวันเนี่ย ชื้นแบบขึ้นรากันได้ง่ายๆ ใครซักผ้าแล้วไม่แห้งแป๊บเดียวก็ขึ้นรา เห็นถ้าจะจริง เพราะเราเห็นพวกตะไคร่น้ำเยอะมากเลย แต่ดูไปดูมาก็สวยดีนะ 555



เราก็เดินมาตามทางด้านบนเรื่อยๆค่ะ แอบชอบมุมนี้ ดูสงบแล้วก็ร่มรื่น ให้ความรู้สึกกลิ่นอายแบบสวนสมัยก่อนดีค่ะ ^^




เพลิดเพลินกับดอกไม้ริมทาง



หลังจากเดินเล่นจนพอใจแล้ว ก็ระลึกกันได้ว่า สมควรแก่เวลาที่จะเริ่มเดินทางตาม Loop ของ Sun Moon Lake Pass กันสักทีค่ะ


พอตอนที่จะต้องขึ้นเรือแล้ว คณะของเราก็งงกันมากว่าต้องขึ้นลำไหน แล้วก็ไม่มีใครพูดภาษาจีนได้ด้วย เราก็เลยเอาตั๋วเรือโบกไปโบกมา ถามคนที่น่าจะเป็นคนดูแลเรือ เค้าก็ไม่ตอบอะไรเราเดินหนีไป  :( สักพัก เฮียแกเดินกลับมา แล้วก็กวักมือเรียกให้ตามไป เย่! รอดแล้ว




การนั่งเรือที่นี่เค้าจะไปจอดรอเราที่ท่า แล้วก็ปล่อยให้เราเข้าวัดไปค่ะ สักพักเดี๋ยวเค้าก็จะมารับ ให้เรามาเจอที่เดิมที่เราลงเรือมา ป้ายแรกก็คือ Xuanguang Temple ตั๋วที่โชว์ด้านล่างนี่เหมือนกับตั๋วที่เราซื้อทุกอย่างเลยนะคะ ต่างกันแค่ของเราเป็นกระดาษแข็ง แต่เพื่อนๆไม่สามารถเซฟรูปนี้ไปปรินท์ใช้ได้นะจ้ะ เดี๋ยวจะโดนเค้าตบเอา (ฮา)



พอมาถึงประตูทางเข้าวัด เท่าที่เราสังเกตส่วนใหญ่จะไม่มีวัยรุ่นมาเที่ยวกันเลยสักนิด จะมีแต่ทัวร์กรุ๊ปใหญ่ๆ หรืออากงอาม่ามาเที่ยวมากมาย สงสัยเด็กวัยรุ่นไต้หวันคงอยู่กันแต่ไทเปแน่เลย 



ระหว่างทางขึ้นวัด ก็มีอาม่ามารำไทเก๊ก  (อารมณ์เหมือนสวนลุมบ้านเรา) อยู่ด้านข้าง เราจึงอดไม่ได้ที่จะรีบถ่ายรูปเก็บไว้ อาม่ารำพร้อมเพรียงมาก สงสัยจะนัดกันมาออกกำลังกายกันบ่อยๆ



ถัดมาก็เจอคนทาตัวเป็นรูปปั้นค่ะ มีกล่องวางด้านหน้า สำหรับหย่อนเงิน ตอนที่ไม่ขยับนี่เหมือนรูปปั้นสุดๆเลยค่ะ



พอไหว์พระเสร็จก็ออกมาทานไข่ตามสเต็ปยอดฮิตค่ะ บางคนก็ซื้อไปเป็นสิบฟอง ฝากลูกฝากหลาน ส่วนเราซื้อกันคนละฟองค่ะ มาที่นี่แล้วคิดถึง Hakone กินไข่ดำที่ญี่ปุ่นมากเลยค่ะ




รสชาติก็เค็มๆหอมๆ เหมือนเค้าเอาไปนึ่งซีอิ๊วรึเปล่าไม่รู้ค่ะ แต่ก็อร่อยดีค่ะ




น้ำทะเลเขียวใสมากเลยค่ะ


พอมาถึงอีกท่านึง ฝั่งนี้ก็มีขายของตลอดทางเลยค่ะ



ที่ไต้หวันมีบริการแมวดำเหมือนญี่ปุ่นด้วยนะคะ



ไต้หวันค่อนข้างจะเป็นอีกที่มีตัวการ์ตูนตามที่ต่างๆเต็มไปหมด



เดินมาพอสมควร ในที่สุดก็มาเจอทางขึ้นกระเช้าแล้วค่ะ



เป็นระยะทางที่ยาวพอสมควร สำหรับการนั่งกระเช้ารอบนี้


รูปใกล้ๆ


วิวที่มองเห็นจากบนกระเช้าค่ะ



จากมุมสูงด้านบน เห็นรถคันเล็กนิดเดียวเองค่า



ตอนแรกเรากะว่าวันนี้จะรีบออกจาก Sun Moon Lake เพื่อที่จะไปเช็คอินให้ทัน 15.00 พร้อมกับไปเก็บพิพิธภัณฑ์กู้กงที่ไทเปด้วย เราเลยไม่เข้าที่หมู่บ้านค่ะ (จริงๆแอบงก เพราะต้องเสียเงินเพิ่ม 555+) ดังนั้น เลยมาถ่ายแชะกับทางเข้าด้านหน้า แล้วรีบชิ่งออกมานั่งกระเช้ากลับไป อิอิ


พอนั่งกระเช้ากลับมา จากตรงนี้เราสามารถที่จะนั่งรถบัสกลับไปยัง Shuishe Pier ได้ แต่ทว่ารอรถนานมากกกกก เหมือนว่ารถเพิ่งออกไป แต่รถที่นี่ก็มาตรงเวลาเป๊ะมากค่ะ เราสามารถดูตารางเวลาได้บริเวณป้ายรอรถ



ระหว่างรอ เจอดอกอะไรไม่รู้ค่ะ เป็นพู่ๆสีแดงสวยดี ^^





Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2557 22:40:28 น.
Counter : 782 Pageviews.

1 comment
วิธีการขอเข้าประเทศไต้หวัน (Taiwan Visa) ฟรี! ไม่ต้องทำวีซ่า สำหรับคนที่มีวีซ่าอเมริกา
เนื่องจากจขกท. เพิ่งกลับมาจากเที่ยวไต้หวันเมื่อปีใหม่ ก็เลยเห็นว่าเผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากจะไปเที่ยวที่ไต้หวัน โดยเฉพาะคนที่มีวีซ่าอื่นๆอยู่แล้ว อย่างวีซ่าอเมริกา เชงเก้ง ออสเตรเลีย แคนาดา หรือวีซ่าญี่ปุ่นแบบ Multiple จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินทำวีซ่าไต้หวัน 1,500 บาทจ้า โดยเราจะได้เข้าไต้หวันด้วยสิทธิพิเศษแบบ Multiple Entry เข้าออกกี่ครั้งก็ได้ภายใน 30 วัน ซึ่งช่วงนี้สายการบิน Low Cost ของญี่ปุ่นอย่าง Peach Airline ก็มีเที่ยวบินเดินทางจากไต้หวันไปญี่ปุ่น ราคาแสนถูกอยู่เนืองๆ ใครอยากไปเที่ยว 2 ประเทศพร้อมกันก็น่าสนใจอยู่ค่ะ
วิธีการขอ ก็ก่อนอื่นเข้าไปที่เว็บด้านล่างค่ะ
https://oa1.immigration.gov.tw/nia_southeast/
ก็จะมีให้เลือกภาษานะคะ เราเลือกภาษาไทยค่ะ



จากนั้นก็จะเจอหน้านี้ โดยจะบอก Flow ของเอกสารให้เราเห็นค่ะ


จะเห็นหน้าอธิบายถึงสิทธ์สำหรับคนที่ได้รับการยกเว้นค่ะ


และกรอกข้อมูลโลดค่ะ ที่จะงงๆก็จะมีแต่ด้านล่างที่เขียนภาษาไทยว่า วีซ่าเดินทางมาไต้หวันใช้ได้ 1 ครั้ง Single visa not used before traveling to R.O.C.(Taiwan) อ่านส่วนที่เป็นเวอร์ชั่นอังกฤษจะเข้าใจง่ายกว่าค่ะ คือ ถ้าคุณถือวีซ่าแบบ Single Entry วีซ่านั้นจะต้องไม่เคยใช้มาก่อนนะคะ เพราะถ้าใช้ไปแล้วก็เท่ากับวีซ่าหมดอายุแล้วนั่นเอง ข้อนี้ให้ ตอบ Yes (ใช่) ค่ะ


จากนั้นเราก็จะเห็นหน้าคอนเฟิรม์ และให้กรอกเลขเพื่อยืนยันข้อมูลถูกต้องพร้อมกด Submit
แล้วเค้าก็จะมีเอกสารให้เราปริ้นท์ออกมาเพื่อนำไปยื่นตอนเข้าตม ตรวจพร้อมพาสปอร์ตค่า


ปล เวลาจะขอยกเว้นทางออนไลน์ แนะนำว่าให้ใกล้ๆจะบินแล้วค่อยขอนะคะ เพราะว่าใบที่เราได้คอนเฟิรม์มาจะหมดอายุหลังจาก 30 วันนับจากวันที่เรากรอกข้อมูลค่ะ

อันนี้เป็นเอกสารที่ปริ้นท์ออกมาเพื่อไปแสดงให้ที่ตม.ดูนะคะ อย่าลืมพกไปแสดงด้วยค่า เดี๋ยวจะเข้าประเทศไม่ได้นะคะ



Create Date : 14 มกราคม 2557
Last Update : 14 มกราคม 2557 22:27:41 น.
Counter : 3968 Pageviews.

0 comment
รีวิวกินเที่ยวในไต้หวันและเคาท์ดาวน์ชิวกับแรคคูน Part 1
ไป Taiwan กันช่วง 27 ธันวา - 1 มกรา 57 ค่ะ ไปช่วงวันหยุดยาวพอดี เพื่อจะได้ไม่ต้องลางานใดๆทั้งสิ้นค่ะ เพราะที่บริษัทปิดตั้งแต่วันที่ 27 และเปิดทำงานวันที่ 2 ทริปนี้ไปกัน 4 คน แล้วก็ไปเจอเพื่อนๆที่ไต้หวันบ้างประปรายค่ะ ต้องขอบอกก่อนว่าทริปนี้ชิวมาก ตัดสถานที่เที่ยวออกไปเพียบ และเพิ่มรายการกินแทน (เอิ่ม.....) เพราะเข็ดหลาบการเที่ยวช่วงน่าท่องเที่ยวแบบนี้จริงๆค่ะ รอรถทีละ 2 ชั่วโมง ฝนตก หนาวเหน็บ เอาเป็นว่า ลองไปดูตารางกันก่อนค่ะ

27 Dec 13 >> ถึงTaoyuan Airport 13.00 แล้วก็ตรงดิ่งไปนั่งรถ Ubus ต่อรถไฟจรวด ไปยัง Sun Moon Lake เพื่อค้าง 1 คืน

28 Dec 13 >> ตื่นเช้ามาดูความงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ตอนเช้าบริเวณที่พัก แล้วก็ไปตามเส้นทางของ Sun Moon Lake Pass จากนั้นกลับไทเป เช็คอินที่พัก ไปพิพิธภัณฑ์กู้กง ต่อด้วยการกินบุฟเฟต์ที่ Tian Wai Tian ตามรีวิวในพันทิป และเดินเล่นที่ Ximen ding ใกล้บ้าน (แต่ตามจริงคือตัดกู้กงทิ้ง เพราะหิวกันมาก =_=" )

29 Dec 13 >> ไปพิพิธภัณฑ์ Chiang Kai Shek ต่อด้วยกิน Din Tai Fong มื้อเที่ยง เลือกสาขาที่ไม่อยู่ในห้าง เพราะได้ยินมาว่าสาขาในห้างไม่อร่อยเท่าสาขาที่เป็นสแตนด์อโลน ต่อตอนบ่ายด้วยการไป Danshui ดูป้อม Port San Domingo และนั่งเรือไปสะพานคู่รัก ตกเย็นก็กินมื้อเย็นที่ Modern Toilet และต่อของกินเล่นที่ตลาดกลางคืน Shilin และขึ้นไปดูวิวไทเปยามค่ำคืนบนภูเขา

30 Dec 13 >> ไปพิพิธภัณฑ์หินแปลก Yehliu ดูเป็ดเหลืองยักษ์ที่ท่าเรือ Keelung (วันสุดท้ายก่อนเป็ดระเบิดตัวเอง TT_TT) และต่อด้วย Jiufen old street ตกค่ำๆเดินเล่น Sogo เขียวและขาว (แนะนำสุดๆสำหรับการมาซื้อ Onitsuka ราคาย่อมเยา จ้า)

31 Dec 13 >> ตารางเดิมคือไปแช่น้ำร้อนที่ Xin bei tou และไปเก็บตกกู้กง แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมทริปยังไม่มีโอกาสเดิน Shopping ก็เลยเปลี่ยนแผนเป็นชิวกันทั้งวันค่ะ เดินซื้อของฝาก ไป Kitty Cafe ไหว้พระ Long Shan Temple และเคาทน์ดาวน์แทน

01 Jan 14 >> วันนี้เรากลับ Flight 13:55 ก็เลยใช้เป็นวันเก็บตกของฝากและกินๆกันก่อนกลับค่า



สำหรับคนที่มีวีซ่าอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรปหรือญี่ปุ่นที่ยังไม่หมดอายุ ไม่ต้องเสียค่าวีซ่า สามารทำออนไลน์ได้ตามนี้เลยค่ะ
//pantip.com/topic/31469335
เริ่มแรกเลยจขกทก็ปรึกษากันว่าจะนั่งสายการบินไหนดี โดยสายการบินที่บินตรงจากกทม ไปไต้หวัน มีตั้งแต่ การบินไทย, China Airlines, EVA Air และ TransAsia ค่ะ เท่าที่ปรึกษากัน ณ ตอนนั้นสายการบิน China Airlines แพงสุดค่ะแต่ก็เลือกบิน China Airlines ด้วยสาเหตุที่ว่าไม่ต้องออกแต่เช้ามาก เลยเลือกไป
จองที่นั่งติดกัน 4 ที่ไปค่ะ นั่ง Airbus A340 ที่นั่งก็โอเคนะคะ มีจอทีวีส่วนตัว สบายๆ ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง


จขกท ดูมินเนี่ยนกับหนังญี่ปุ่นจบ 2 เรื่องเครื่องก็ถึงพอดี ใช้เวลาไม่นานมากเหมือนไปเกาหลี ญี่ปุ่น (แต่ตั๋วก็ไม่ได้ถูกเลย ><)


อาหารบนเครื่องมีให้เลือกเป็นปลาผัดฉ่า กับไก่เปรี้ยวหวาน รสชาติก็โอเคอร่อยดีค่ะ


เมื่อถึงสนามบิน Taoyuan เราก็รีบเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อซื้อตั๋ว Ubus ไปยัง HSR Taoyuan Station โดยไม่ได้ฉุกคิดก่อนว่า เราควรจะซื้อซิมที่สนามบินก่อนเพื่อใช้เล่นอินเทอร์เน็ต เพราะจะราคาถูกกว่าซื้อในเมืองค่ะ ดังนั้นถ้าใครกะว่าจะเปิดเน็ตแนะนำให้ซื้อซะที่สนามบินค่ะ ตั๋วนั่ง Ubus ก็คนละ NT 30 ค่ะ มารอรถที่ช่อง 12 และนั่งสาย 705 เพื่อไปที่สถานีรถไฟ HSR


จากสถานี HSR Taoyuan นั่งไป สถานี Taichung แนะนำให้ซื้อแบบ Reserved Ticket ไปเลยนะคะ ของเราตอนแรกไม่รู้ว่ามันต่างกันยังไงก็เลยงงปนงกซื้อแบบธรรมดา ก็เลยได้ยืนไปจนถึงปลายทางเลยค่ะแหะๆ เมื่อมาถึงสถานี Taichung แล้วก็ต่อด้วยการนั่งบัสค่ะ เคาน์เตอร์ตรงนี้สามารถ Sun Moon Lake ได้เลย สำหรับใครที่คิดว่าจะนั่งรถไฟหัวกระสุนทั้งไปทั้งกลับก็สามารถที่จะซื้อ Pass แบบ NT 660 ค่ะ รายละเอียด Pass ตามนี้เลยค่ะ //www.sunmoonlake.gov.tw/smlbus/ticket.asp?lang=jp
เมื่อซื้อ Pass ก็จะได้กระดาษแข็งหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ อันนี้เป็นสำหรับ NT 330 //www.sunmoonlake.gov.tw/smlbus/download/330.pdf

พอถึง Shuishe Visitor Center แล้วก็งงค่ะว่าไปที่พักยังไงหว่า เพราะแผนที่ที่ได้มาจากเว็บก็งงมาก ก็ถามคนแถวนั้นเอา ได้ความว่าให้หันหน้าเข้าหา Shuishe Visitor Center ตามรูปนะคะ แล้วเดินไปทางซ้ายมือ ก็จะเจอพวกเซเว่นอะไร ก็เดินไปเรื่อยประมาณ 3 นาทีแล้วเลี้ยวไปทางขวาก็จะเจอกับที่พัก ซึ่งเราจองจาก Agoda ชื่อว่า Tan Hui Hotel ค่ะ ตอนแรกเราจองที่พักอีกฝั่งนึงที่ไม่ได้อยู่ใกล้ทางลงรถบัส แต่โชคดีพี่ที่รู้จักแนะนำให้มาจองฝั่งนี้แทนเพราะว่าจะเห็นพระอาทิตย์และหมอกตอนเช้าได้วิวที่สวยกว่าค่ะ ตำแหน่งที่พักตรงนี้ก็ใกล้ๆกับโรงแรมยอดฮิตที่ Sun Moon Lake นั่นคือ laurel villa ค่ะ


เมื่อเข้าที่พักแล้วเราก็รีบออกมาหาอะไรกินกันก่อน ตามแพลนคือ ลองร้าน Sun Moon Restaurant ซึ่งเป็นร้านชื่อดังของที่นี่ ตามลายแทงจาก Tripadvisor ซึ่งบอกว่าร้านอยู่ระหว่างที่พักและท่าจอดรถบัส โดยตรงข้ามกับร้านขายยา You's Pharmacy ซึ่งเราเดินไปเดินมาระหว่างร้านยา ก็ไม่เจอร้านที่มีป้ายภาษาอังกฤษว่า Sun Moon Restaurant เลย มีแต่ร้านที่เป็นภาษาจีนทั้งนั้น จนในที่สุดก็เอาวะ สักร้าน ก็เลยทานร้านที่อยู่ฝั่งเดียวกับร้านขายยา ซึ่งคนในร้านพูดภาษาไทยได้ด้วย โดยคุณป้าก็แนะนำว่าสั่งอาหารเป็นเซตสิ คุ้มสุดๆ NT 1500 เท่านั้น ได้ทานปลาประธานาธิบดี (President's fish) ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อ(ตามภาพ)ด้วย เราก็ตกลงอย่างงายดาย เพราะเห็นว่าได้หลายอย่างดี และดูไม่แพงมาก


และแล้วผัดเห็ดก็มา อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ



ผัดหมูอะไรสักอย่าง ก็อร่อยมาแบบร้อนๆตลอดเวลา


ในเซ็ทจะให้ข้าวเปล่ามาโถนึงด้วย เป็นข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ กินกะผัดผักอร่อยอย่าบอกใคร


ต่อมาคือซุปดอกไม้จีน อันนี้หวานๆปะแล่มๆ กินแล้วแปลกๆ ส่วนตัวอันนี้เฉยๆ


กุ้งกระบอก ไม่รู้ว่าเป็นยังไงเหมือนกันเพราะจขกท ไม่ทานกุ้งค่ะ แต่ดูในรูปเหมือนจะน้อย แต่ของจริงเยอะมากๆค่ะ


President's Fish มาแล้วค่ะ เป็นปลาที่ก้างเล็กๆเยอะมากกกกค่ะ แต่อร่อยมาก ไม่คาวเลย หวานสุดๆ


พอกินของคาวอิ่ม ก็ได้ผลไม้มาทานแก้เลี่ยนค่ะ


เอ่อ นี่คือซากที่เหลือกินกันเรียบ


มาต่อรีวิวที่พักที่ Sun Moon Lake ในนี้นะคะ
โรงแรม Tan Hui (ตันหุย) นี้จะมีส่วนที่เป็นตึกเก่ากับตึกใหม่ค่ะ เราจองส่วนที่ราคาถูกไป แต่เหมือนว่าเค้าจะให้ห้องที่เป็นตึกใหม่กับเราค่ะ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน เราจองที่พัก 4 คน 1 ห้องค่ะ ห้องก็ถือว่าโอเคนะคะ ตอนแรกอ่านรีวิวก็กลัวๆเพราะว่าได้ Rating ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เท่าที่พักมาก็ไม่ถึงกับแย่อะไร โลเคชั่นก็ใกล้ทีเดียว
ปล รูปเตียงฝั่งขวาขอยืมมาจากเว็บนะคะ ลืมถ่ายให้เห็นครบๆมา >< เข้ามาเจอเตียงก็จะเจอหมี 2 ตัวต้อนรับบนเตียงเลยค่ะ


แต่ว่าผังห้องของที่นี่จะแปลกๆหน่อย ตรงที่ตู้เย็น ซึ่งอยู่ในตู้ที่เห็นตามภาพนี่ รวมถึงไดร์เป่าผม กาต้มน้ำร้อน มันอยู่ในห้องน้ำค่ะ
ตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าห้องน้ำทำซะกว้างเชียว ซึ่งห้องน้ำนี่ก็จะมีให้เลือกทั้งอาบในอ่าง หรือว่าอาบฝักบัว ซึ่งฝักบัวก็มี 2 แบบคือฝักบัวธรรมดา
และ Rainshower ค่ะ แต่เสียดายที่วิวของโรงแรมนี่มองไม่เห็นอะไรนะคะ นอกจากตึกด้วยกัน ถ้าอยากจะดูวิวดีๆต้องเดินออกไปดูด้านนอกที่พัก แต่ก็เดินไปไม่ไกลมากค่า


ที่พักที่จองผ่าน Agoda จะรวมอาหารเช้ามาด้วย ซึ่งเค้าจะจัดเอาไว้ให้เป็นเซ็ตๆตามรูปทุกคนค่ะ น้ำก็เลือกได้ว่าจะกินชานมร้อน หรือว่าน้ำผลไม้



Create Date : 14 มกราคม 2557
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2557 22:39:13 น.
Counter : 1212 Pageviews.

0 comment

blueraccoon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]