Review BlueRaccoon in Japan 10-17 Nov 2010 ทริปพาหม่าม๊าเที่ยวญี่ปุ่นแบบลุยๆ!
ได้ฤกษ์เปิดกรุทยอยนำรีวิวเก่าๆที่เคยทำไว้มารวมไว้ใน Blog จ้า บางอย่างอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ก็ยังใช้ได้เหมือนเดิมนะคะ ยังไงต้องศึกษาข้อมูลอัพเดทอีกทีค่า

ทริปนี้ไปกันสองสาวแม่ลูกค่ะ ไทริปนี้สะสมข้อมูลอยู่นานเหมือนกันทั้งจากพี่ๆที่ทำงาน น้องของพี่ที่เคยไปมา เพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ที่ JNTO หนังสือที่ซื้อมาและยืมมาอ่านมากมาย จนในที่สุดก็ได้เที่ยวอย่างที่วางไว้จนเกือบหมดค่ะ
ก่อนจะได้วีซ่าก็ลุ้นมากมายเหมือนกันค่ะ เพราะว่าพอดีเราออกตั๋วก่อนที่จะได้ไปทำวีซ่าไว้ซะอีก เพราะว่าเป็นตั๋วโปรโมชั่นของ ANA บินไปลงที่โอซาก้า (ITAMI ซึ่งเป็นสนามบินภายในประเทศที่โอซาก้า โดยเราต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮาเนดะก่อน) ส่วนขากลับก็บินจากนาริตะ โตเกียว ตั๋วนี้จองแล้วต้องออกตั๋วภายในวันรุ่งขึ้นเลยค่ะ เราก็เลยตัดสินใจออกตั๋วไปก่อนเลย หุหุ
แพลนเที่ยวตามนี้ค่ะ
วันแรก ฝากกระเป๋าที่โรงแรม Nara Park, วัด Todaiji และ Fushimi Inari พักที่ Osaka
วันที่สอง วัดทอง Kinkakuji , วัดน้ำใส Kiyomizudera และเดิน Gion แว๊บ พักที่ Osaka
วันที่สาม ปราสาทโอซาก้า,ล่องเรือ Santa Maria ,เดินแถว Shinsaibashiและขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่ Hep five จากนั้นนั่ง Night bus ไปโตเกียว
วันที่สี่ ฝากกระเป๋าที่โรงแรมที่โตเกียว เดินเล่นชิบุยะ ฮาราจูกุ และชินจูกุ (ตอนแรกจะไปโตเกียวทาวเวอร์ด้วย แต่ไม่ทันมัวแต่หาร้านบุฟเฟ่ต์เค้กอยู่><)
วันที่ห้า เดินเล่นตลาดปลาTsukiji และ Hakone เที่ยวตาม Loop ขึ้นเรือโจรสลัด นั่งเคเบิ้ลคาร์ ชิมไข่ดำ Owakudani ขึ้นรถไฟ รถราง ค้างคืนเรียวกังที่ฮาโกเน่ อาบน้ำแร่ออนเซ็นที่เรียวกัง
วันที่หก ไปซ่อมขึ้นเรือโจรสลัดอีกรอบเพราะเมื่อวานไม่เห็นฟูจิ สุดท้ายได้เห็นฟูจิแว่บๆ (จะขี้อายไปไหนไม่รู้ฟ้าเปิดสวยมากแต่ก็มองยากเหลือเกิน) จากนั้นไปตึกม่วงช้อปปิ้งแว่บๆ แล้วก็ขอหม่าม๊าไป Disney sea แว่บๆไปเอากลิ่นอายคริสต์มาส เล่นเครื่องเล่นประมาณสี่อย่างแล้วก็ดูพลุ และซื้อน้องหมีดัฟฟี่สุดฮิต
วันที่เจ็ด ช้อปปิ้งที่ตลาดอะเมะโยโกะ กินราเมงข้อสอบที่อุเอโนะ กลับเมืองไทย



เราออกเดินทางตอนสี่ทุ่มสี่สิบจากสุวรรณภูมิ ถึงฮาเนดะหกโมงครึ่งตอนเช้าแล้วก็เปลี่ยนเครื่องไปที่โอซาก้าถึงตอนประมาณเก้าโมงเช้าค่ะ ตอนแรกสิ่งที่กังวลมากก็คือไฟลท์เราตอนที่ต่อเครื่องเวลาค่อนข้างกระชั้นชิดค่ะ คือ

BKK to Haneda 22.40-6.30 จากนั้น Haneda to Itami 8.00-9.10 จะเห็นได้ว่ามีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้นในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ฮาเนดะ และรับกระเป๋าเอาไปเช็คอินเพื่อส่งต่อไปที่โอซาก้า แต่พอถึงเวลาจริงๆก็สบายมากเลยค่ะทางเจ้าหน้าที่ ANA ดูแลให้อย่างดีมีการเช็คชื่อของคนที่จะไปต่อรถบัสเพื่อเปลี่ยจากเทอร์มินัลระหว่างประเทศเพื่อไปเทอร์มินัลในประเทศ ทุกอย่างราบรี่นไม่มีปัญหาใดๆค่ะ
โดยรวมแล้วถือว่าประทับใจกับสายการบินนี้ค่ะ มีจอส่วนตัวให้ดูด้วย ดูหนังจบไปเรื่องนึงพอดี


ช่วงตอนที่เราวางแผนไปเที่ยว นอกจากข้อมูลประกอบที่ได้จาในเน็ต พวกหนังสือต่างๆแล้วก็กระทู้ของเพื่อนๆแล้ว เราได้ข้อมูลพวก Pass ต่างๆ แผนที่จาก JNTO องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นค่ะ
//www.yokosojapan.org/
ถ้าเพื่อนๆมีเวลาก็อยากให้แวะไปปรึกษาดู ได้ประโยชน์มากๆค่ะ ได้แผนที่ต่างๆที่เราจำเป็นต้องใช้มาดูประกอบเพื่อวางแผน ฟรีด้วยค่ะ แต่ต้องไปช่วงเช้านะคะ ถึงจะมีเจ้าหน้าที่ใ้ห้คำปรึกษาอยู่แถวสีลมนี่เอง เราก็แวะไปเอาข้อมูลวันที่ไปทำวีซ่านี่แหละค่ะ


มาต่อดีกว่าค่ะ หลังจากที่ถึงสนามบิน Itami ที่โอซาก้าแล้วเราก็ตรงดิ่งไปซื้อบัตร Kansai Thru Passตามแพลนที่วางไว้ค่ะ (ซื้อที่เค้าน์เตอร์ในสนามบิน Osaka airport information center)
//www.surutto.com/conts/ticket/3dayeng/


จากที่ตอนแรกสุดจะซื้อ 3 วัน 5000 เยน แต่พอวางแผนใหม่ก็เปลี่ยนใจเป็นซื้อสามวัน3800 เยนแทนค่ะ เนื่องจากกะว่าเราจะใช้ Osaka unlimited pass 1 day ราคา 2000 เยนในวันสุดท้ายแทน เพราะว่าตัว KTP นี่ใช้เข้าปราสาทโอซาก้าฟรีไม่ได้ แต่ถ้าใช้ 1 dayนี่จะเข้าได้ฟรีแล้วก็กะว่าจะไปล่องเรื่อ Santa Maria เพื่อชมวิวฟรีด้วย

หลังจากซื้อเสร็จเราก็ใช้นั่งรถไฟได้เลย จากสนามบินไปที่พักที่จองไว้เพื่อฝากกระเป๋าไว้ก่อนที่ Toyoko inn สาขา Umeda Nakatsu


หลังจากฝากกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ออกเที่ยวตามแพลนค่ะโดยไปที่นาราก่อนเลย

โดยนั่ง Osaka Midousuji line ไปลงที่ Namba จากนั้นก็ต่อด้วย Kintetsu Nara line ไปลงที่สถานี Kintetsu Nara ค่ะ พอลงจากรถไฟก็เจอสัญลักษณ์เทพเจ้ากวางของที่นี่


ราเมงมื้อแรกแถวสถานี Kintetsu Nara อร่อยดีร้อนๆ^^


พอเดินไปตามทางผ่าน Nara park ไปเรื่อยๆก็จะเห็นน้องกวางออกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมด เราก็จัดแจงทดลองซื้อขนมเซมเบ้จัดให้น้องกวางกินซะหน่อย น้องกวางแอบหิวโซมากรุมตามเรามาเป็นฝูงเลย ให้ขนมช้าก็มางับเสื้อ งับๆๆใหญ่เลย แต่ก็น่ารักดี หลังๆเราให้ขนมพอหมดปุ๊บคุณกวางก็ยังไม่ยอมเลิกงับ ยังตามมาเป็นพรวนจนเราต้องกระโดดรั้วหนีเลย คุณป้าแถวนั้นเห็นแล้วหัวเราะใหญ่เลย TT_TT แต่ก็สนุกดีค่ะ


หลังจากให้ขนมกวางเสร็จก็เดินตามทางมาเรื่อยๆเพื่อไปที่วัดโทไดจิ
เดินไปเดินมาก็ยังคงเจอน้องกวางเดินกันขวักไขว่ตามถนนหนทางเต็มไปหมด รู้สึกว่าเยอะมากๆๆๆ ตอนแรกนึกว่าจะมีนิดหน่อย
แล้วก็เดินผ่านร้านอาหารอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าคนเข้าแถวต่อคิวเยอะมากแต่ว่าไม่ได้แวะไปลองค่ะ เพราะว่าเพิ่งอิ่มหนำมาจากร้านราเมงมา


ตามข้างทางนอกจากกวางแล้วก็มีคนมาวางขายของด้่วยค่ะ ฟังไม่รู้เรื่องแต่มีคนมามุงดูกันมากมาย เค้าขายตุ๊กตาใช้มือชักแบบมองไม่เห็นว่ามันขยับได้ยังไงค่ะ เหมือนมายากลเลย แบบว่าสั่งให้มันขยับ ให้ค้อมลงก็ทำได้


หลังจากเดินมาพักนึงเราก็ถึงจุดมุ่งหมายนั่นคือวัดโทไดจิสักทีค่ะ
แล้วก็ซื้อบัตรผ่านเข้าประตูราคา 500 เยน

และแล้วก็เห็นของจริงแล้วค่ะ สวยจริงๆ


มาดูอีกมุมนึง




ทางเข้าด้านใน เด็กๆพากันปัดควันเข้าตัวใหญ่เลย


ภายใน


ภายใน




ทำอะไรกันน่ะ


มามุดที่เสากันทุกคนเลย ตอนแรกก็งงว่าต่อแถวทำอะไรกัน



ห่มผ้าด้วย


เสียดาย เปลี่ยนสีไปนิดหน่อยเอง



เด็กๆในชุดนักเรียน


ใบไม้แดง


หลังเสร็จจากวัดก็กลับไปขึ้นรถไฟที่เดิม เพื่อไป Fushimi inari แต่น่าเสียดายไปถึงก็เย็นๆมืดๆแล้ว



พามาหลอนต่อที่ Fushimi inari ตอนกลางคืนกันต่อค่ะ


ร้านค้าระหว่างทางเดินไปศาลเจ้าค่ะ เรามาลงที่สถานี Fushimi inari ค่ะ เพราะว่าใช้บัตร KTP นั่งมาแต่ถ้านั่ง JR มาลงก็จะเดินใกล้กว่ากันนิดหน่อยค่ะ



พระจันทร์เกือบจะเต็มดวงค่ะ สวยดี
ถึงแม้จะมืดแล้วแต่ก็ยังพอมีนักท่องเที่ยวเหลืออยู่ค่ะสักสามถึงสี่กลุ่มได้



บรรยากาศวังเวงได้ใจมากค่ะ อากาศก็เย็นๆ


เริ่มเดินเข้ามาตามทางของเสาโทริแล้วค่ะ



เดินเข้าไปได้สักพัก คุณแม่ก็เริ่มบอกว่าถอยทัพกลับเถอะ บรรยากาศมันน่ากลัวเหลือเกิน



เราเดินเข้าไปเจอกลุ่มฝรั่งแล้วก็กลุ่มคนญี่ปุ่นไม่กี่กลุ่มเองที่ยังเดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆอยู่ นอกนั้นก็มีเดินเล่นด้านนอกประปรายค่ะ กลางคืนเค้าเปิดไฟไม่กี่ดวงเอง แอบน่ากลัวจริงๆ><

และแล้วก็ถอยทัพกลับออกมาแล้วค่ะ




Create Date : 30 มีนาคม 2557
Last Update : 30 มีนาคม 2557 22:11:18 น.
Counter : 914 Pageviews.

1 comment
รวมรีวิว ญี่ปุ่น พาแม่เที่ยว สองแม่ลูกตะลุยญี่ปุ่น 7 เมือง 7 วัน

Review BlueRaccoon in Japan 10-17 Nov 2010 ทริปพาหม่าม๊าเที่ยวญี่ปุ่นแบบลุยๆ!
//2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9939201/E9939201.html


Review ทริปพาหม่าม๊าเที่ยวญี่ปุ่นแบบ ลุยๆ! Part 2 (ที่พักที่โอซาก้า+เที่ยวเกียวโต)



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2557 16:10:35 น.
Counter : 275 Pageviews.

0 comment
วิธีเตรียมตัวก่อนไปแบ๊กแพ็กเที่ยวญี่ปุ่น ฉบับน้องนู๋บลูแรคคูน XD
อันนี้เราขอเล่าจากประสบการณ์การเตรียมตัวของเราอย่างคร่าวๆนะคะ ส่วนรีวิวทริปฟูลเวอร์ชั่นคาดว่าคงจะเสร็จในไม่ช้าค่ะ (ดองเค็มนานเกิ๊น)

ปล. อ่านแล้วอย่าลืมเม้นทักทายนะคะ จะได้มีกำลังใจในการเขียนต่อไป อิอิ

1. ก่อนอื่นก็เริ่มวางแผนคร่าวๆก่อนว่าอยากไปที่ไหน อะไรบ้าง เช่นอยากไปเมืองไหน ไปดูอะไร ก็ลิสขึ้นมาไว้ อย่างเราตอนถามท่านแม่ว่าอยากไปไหนบ้าง แม่ก็บอกว่าอยากแช่น้ำแร่ ดูกวาง เที่ยววัดบ้าง ส่วนเราอยากไปดิสนีย์ซี>< ไปดูภูเขาไฟฟูจิ แล้วก็ไปหาเพื่อนที่โอซาก้า แล้วก็เริ่มเขียนชื่อเมืองที่จะไป อย่างน้ำแร่ เราก็กะว่าน่าจะไปอาบน้ำแร่ที่ Hakone หรือไม่ก็ไปที่โอไดบะในโตเกียวที่มี Oedo Onsen อยู่ ถ้ากวางก็ไปที่ Nara

2. เริ่มแผนหาตั๋วเครื่องบิน เพื่อที่จะได้มีเวลาหาโปรโมชั่นต่างๆจะได้จองแต่เนิ่นๆ เซฟเงินไปแยะ ควรจะเช็คทั้งกับเอเจนซี่ที่จัดหาตั๋ว แล้วก็กับเว็บสายการบินโดยตรงด้วย เพราะแต่ละช่วงจะมีโปรแตกต่างกันไป บางทีจองกับสายการบินก็ถูกกว่าจองกับเอเจนซี่ได้เหมือนกัน อย่างของเราได้ตั๋วของ ANA จองกับสายการบินโดยตรงเป็นโปร Limited eco value seat ขาไปไปลงโอซาก้า ส่วนขากลับก็กลับนาริตะ แต่ว่าต้องเสียเวลาเล็กน้อยโดยไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮาเนดะ แต่ก็ถือว่าได้เวลาโอเค เพราะว่าเราออกจากกทม.ตอนดึกแล้วไฟลท์ไปถึงที่โอซาก้าตอนเช้า 9.30 เบ็ดเสร็จค่าตั๋วไปกลับรวมภาษีก็เกือบจะ 18000 บาทได้ซึ่งเราว่าคุ้มนะคะ ตอนแรกจะไปจองเวียตนามแอร์ไลน์แล้วราคาประมาณ 16000 บาท แต่ว่าพี่ที่ทำงานบอกว่าเครื่องไม่ค่อยดี ขับน่ากลัวด้วยเหอๆ เราว่าเพิ่มเงินอีกนิด ได้นั่น ANA แถมมี Ptv ส่วนตัวด้วย สบายใจกว่า^^
ปล.ถ้าใครบิน ANA อย่าลืมสมัครสมาชิกสะสมไมล์ด้วยนะคะ สมัครฟรี เค้าจะส่งบัตรแข็งมาให้ที่บ้านด้วย สวยงามมากมาย

3. จัดเตรียมเอกสารเตรียมขอวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นใบรับรองสำหรับคนที่ทำงานอยู่ ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจการค้าก็เตรียมเอกสาร ใบจดทะเบียนการค้า หรือถ้างานที่ทำอยู่ไม่มีใบจดทะเบียน ก็เขียนเป็นจดหมายแนะนำตัวเอง และงานที่ทำเป็นภาษาอังกฤษแนบให้เค้าค่ะ ส่วนพวกรายละเอียดด้านการเงิน Statement ก็อย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมนะคะ อีกนิดสำหรับคนที่เคยได้วีซ่าแล้วถ้าไม่เกิน 5 ปี ไม่จำเป็นต้องไปยื่นวีซ่าเองนะคะ ให้คนอื่นยื่นแทนได้ เท่าที่สังเกตถ้าคนที่เคยได้วีซ่าแล้วก็แทบจะไม่ต้องกังวลเลยว่าถ้าจะไปขออีกรอบแล้วจะไม่ได้ค่ะ ส่วนรายละเอียดข้อมูลที่ว่าต้องไปติดต่อวีซ่าที่ไหน เตรียมอะไรบ้าง ต้องปริ้นท์อะไรไปบ้างก็เข้าตามนี้เลยค่ะ //www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm

4. หาข้อมูลจาก Website ต่างๆไม่ว่าจะเป็นจากเว็บไซต์ที่มีคนรีวิวเกี่ยวกับกาทรเที่ยว อย่าง pantip ห้อง blueplanet หรือ trekkingthai ส่วนใหญ่เราจะใช้วิธีพึ่งพี่ google นี่แหละค่ะ ถ้าให้ดีมีเวลาดูจากข้อมูลที่คนอื่นโพสมาอีกทีแล้วก็เช็คกับเว็บไซต์ที่เป็นทางการของเค้าเองด้วยก็ดีค่ะ เพื่อความชัวร์ หรือจะซื้อหนังสือท่องเที่ยวมาอ่านเป็นแนวทางก่อนก็ได้ค่ะ

5. จัดตารางวันไหนไปไหนเวลาประมาณไหนลง Excel เลยค่ะ จะได้ละเอียดอ่านง่ายไม่ต้องมาค้นให้ปวดหัว แล้วก็ปรินท์แปะลงสมุดขนาดประมาณครึ่งเอสี่ค่ะ ของเราได้เห็นทริกนี้จากเพื่อนของพี่ที่ทำงานมาอีกทีเวิรค์สุดๆค่ะ โดยเฉพาะคนที่จัดข้าวของไม่เป็นระเบียบอย่างเรา พอเรียงเป็นวันๆแล้วเปิดหาได้ง่ายมาก ไม่งงด้วย ยิ่งถ้าไปหลายๆเมืองนี่อย่าลืมตารางเวลารถไฟค่ะ ควรจะเช็คมาให้ดี //www.hyperdia.com/en/ ลองกะๆไปดู


6. ตอนที่ได้แพลนเที่ยวคร่าวๆแล้วว่าจะไปไหน ลองเอาตารางที่วางไว้ไปปรึกษาที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นดูค่ะ เค้าเปิดช่วงที่มีเจ้าหน้าที่แค่ครึ่งวันเท่านั้น เราไปวันที่ไปขอวีซ่าญี่ปุ่นค่ะ เดินไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ เราว่าได้ประโยชน์มากๆ เค้าจะช่วยแนะนำเราว่าพักแถวไหนดี ตารางโอเคมั้ย แล้วก็ให้โบชัวร์ที่จำเป็นในการเที่ยวแต่ละที่สำหรับเรา อย่างเช่น ถ้าเราไปที่ Hakone ด้วย เราก็ควรที่จะซื้อ Hakone Free Pass แล้วก็มีโบชัวร์มาให้เราศึกษาก่อน สะดวกมากๆ
//www.odakyu.jp/english/freepass/hakone_01.html
//www.yokosojapan.org/

7. จองโรงแรม แนะนำว่าควรจองไปก่อนให้เรียบร้อย ไม่ควรจะไปหาเอาดาบหน้านะคะ ไม่งั้นอาจจะไม่มีที่นอนโดยไม่รู้ตัว บางแห่งถ้าจะจองก็จะต้องจ่ายเงินโดยตัดบัตรเครดิตไปก่อนหรือบางทีอาจจะจองไปก่อนเฉยๆโดยไม่เสียเงินเช่นที่ //www.toyoko-inn.com/eng ซึ่งมีสาขาอยู่ในแต่ละเมืองเยอะม๊ากก แล้วราคาก็ไม่แพงเกินไปมีอาหารเช้าด้วย ภายในห้องเราว่าโอเคเลยหละ ส่วนอีกอย่างที่อยากจะแนะนำก็คือการนอนเรียวกังสักหนึ่งคืน เราว่าเป็นคืนที่แพงแต่ก็น่าประทับใจจริงๆ ส่วนใหญ่ถ้าพักที่เรียวกังก็ต้องจองตัดบัตรไปก่อนนะคะ ของเราตอนที่ไปพักอยากลิ้มรสโรงแรมหลายๆประเภทหลายๆแบบเราก็เลยนอนสามที่เลยหุหุ พอจองโรงแรมได้อย่าลืมปรินท์รายละเอียดกับแผนที่โรงแรมไปด้วยนะคะ เราปรินท์ปั๊บก็ตัดแปะลงสมุดคู่ชีพทันที



8. อันนี้ออฟชั่นประหยัดค่ะ แนะนำสำหรับเพื่อนๆที่อยากเที่ยวแบบประหยัดที่ไม่อยากซื้อ JR Passแล้วก็ไม่เสียเงินนั่ง Shinkansen อีกทางเลือกหนึ่งที่ออกจะทรหดนิดหน่อยแต่เซฟเวลาแล้วก็ค่าโรงแรมได้หนึ่งคืน (ถึงแม้ว่าจะต้องทนซกมกนิดๆคือไม่อาบน้ำหนึ่งคืน555 ไปตอนหน้าหนาวคงไม่เป็นไรคริๆ) ก็คือการนั่ง Overnight bus นั่นเอง นั่งตอนกลางคืนถึงตอนเช้า คุ้ม แต่เหนื่อยหน่อย ของเราใช้วิธีจองรถตั้งแต่อยู่เมืองไทยค่ะ ชื่อ Willer bus มีเว็บไซต์ภาษาอังกฤษจองได้ไม่ยาก//willerexpress.com มีที่นั่งให้เลือกหลายแบบ สามารถเลือกได้ว่าจะไปเมืองไหน ดูเวลาและสถานที่ขึ้นได้ค่ะ



9. อย่าลืมติดคำพูดภาษาญี่ปุ่นอย่างง่ายๆจดเอาไว้ไปด้วยอย่างเช่น คำทักทาย ขอบคุณ ขวา ซ้าย แล้วก็ตัวเลข1-10 ต่างๆคร่าวๆไว้ค่ะ

10. คำถามยอดฮิตที่ว่าจะซื้อ JR Pass ดีหรือไม่ แนะนำว่าควรจะคำนวณการเดินทางเส้นทางทั้งหมด ซึ่งเราดูได้จาก Hyperpedia,Jorudan หรือลองคิดดูว่าวันไหนจะใช้บัตรอะไรบ้าง หรือถ้าซื้อบัตรแต่ละเมืองจะถูกกว่า เช่น Tokyo one day metro pass หรือว่า Kansai thru pass ที่ไปได้หลายเมืองถ้าไปแถบคันไซคุ้มมากๆ หรือ Osaka one day pass ก็เข้าสถานที่ต่างๆได้ 20 กว่าที่ฟรี ถ้าคิดแล้วทางไหนเหมาะกับเรากว่า ก็เลือกเอาอย่างนั้น ไม่จำเป็นที่ว่าถ้าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องซื้อ JR pass ถึงจะคุ้ม เราเคยเห็นเพื่อนบางคนบอกว่าเนี่ยจะซื้อๆๆ JR Pass แต่พอถามว่าไปไหนบ้าง ไปกี่วัน แค่ลองดูคร่าวๆก็ไม่คุ้มค่าตั๋วเป็นหมื่นบาทที่ต้องซื้อแล้ว เพราะใช้แค่ระยะทางใกล้ๆไม่ได้ไปหลายเมืองเลย สู้ไปขึ้น Shinkansen เป็นเที่ยวๆแล้วซื้อบัตรตามเมืองยังจะคุ้มกว่า แล้วอย่าลืมเช็คให้ดีว่าแต่ละที่ซื้อตั๋วได้ที่ไหนบ้างนะคะ
//www.jorudan.co.jp/english/norikae/
//www.hyperdia.com/en/


11. อย่าลืมตรวจตารางวันของเราด้วยนะคะ ว่าไปตรงกับวันหยุดสำคัญ ซึ่งคนจะเยอะมากกกเป็นพิเศษ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง เช่น สวนสนุกไม่ควรจะไปช่วงวันหยุดของเค้าเลยค่ะ คนเยอะจริงจัง หรือถ้าอยากไปตลาดปลา ก็ควรจะเช็ควันหยุดของเค้าด้วย เพราะปกติตลาดปลาหยุดทุกวันอาทิตย์ (ถ้าจำไม่ผิด) และจะหยุดบางพุธด้วย ไม่งั้นได้ไปเก้อแน่นอน><’

12. อย่าลืมดูพยากรณ์อากาศ+เช็คสภาำพอากาศว่าเราควรจะเตรียมเสื้อผ้่าแบบใดไป ถ้าหนาวก็น่าจะเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม หรือว่าถ้าร้อนก็จะได้ไม่ต้องแบกเสื้อผ้าไปเกินความจำเป็น เหลือที่ในกระเป๋าไว้ใช้ของที่ช้อปกลับมาดีกว่าค่ะ

13. สำหรับคนที่ใช้ไอพอดทัช ไอโฟน ไอแพด หรืออะไรก็ตามแนะนำอีกนิดว่าก่อนไปเที่ยวโหลดพวก Application สำคัญๆไว้ประดับเผื่อเราได้ใช้ไปก็ดีค่ะ
อย่างเช่นพวก App ที่ใช้ในการเดินทางก็สะดวกมากค่ะ เช่น Metro หรือ Trains.jp มันจะบอกหมดเลยค่ะว่าราคาตั๋วเท่าไหร่ นั่งจากไหนไปลงไหนต้องไปขึ้นรถไฟสายอะไร เปลี่ยนที่สถานีไหน

แ่ล้วพวก App ที่เป็นการสอนภาษาอย่างง่าย แล้วก็พวกคำศัพท์ที่สำคัญในการไปเที่ยวก็เป็นประโยชน์ดีค่ะ


ตอนนี้นึกสิ่งที่ทำก่อนไปได้ประมาณนี้อ่ะค่ะ ถ้านึกได้เพิ่มเติมจะมาเพิ่มให้นะคะ แหะๆ




Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2554 21:14:06 น.
Counter : 2850 Pageviews.

3 comment

blueraccoon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]