ปล่อยไหลไปตามวิถี ช่วงชีวีนี้แสนสั้น..จะทุกข์กับมันไปไย
บทที่ 8 "ผีพราย ต้นไม้ และมีดปาดตาล"

เขียนไปเขียนมาจนจะกลายเป็นวรรณกรรมเยาวชนไปแล้ว


คุณมีภาพนางเอก เอ๊ย... หนูอ้นไว้ในใจบ้างหรือยัง

ถ้านึกไม่ออกว่ารูปร่างหน้าตาผิวพรรณเป็นอย่างไร

ก็ให้คอยดูข่าวเกี่ยวกับโรงเรียนระดับประถมในชนบท แบบโรงเรียนวัดไทย

มองหาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ดำๆ หน้าง้ำ ผมหยิก

ในชุดกระโปรงน้ำเงินเสื้อขาวรองเท้าไม่ใส่นั่นแหละฉันละ


ถ้าอยู่บ้านก็ใส่กางเกงขาสั้นก่อนจะนุ่งผ้าถุงผืนเล็กๆทับอีกที

แต่ส่วนใหญ่จะเอาคล้องคอ

จะนุ่งก็ต่อเมื่อต้องการทำชายพกไว้ตุนเสบียงเอาไปกินบนต้นไม้

หรือเก็บผลไม้พวกกินเล่น เช่น ลูกนมแมว ตะขบ ลูกหว้า กลับมาบ้าน

หรือใส่เม็ดมะขามสำหรับเล่นอีตัก

เสื้อก็เป็นเสื้อฮาวายตัวเล็กๆสมัยนั้นฉันยังไม่มีเสื้อยืดใส่เลยสักตัว


เช้านี้จะชวนไปเที่ยวสวนผลไม้ของตาที่อยู่ข้างๆทอม

ซึ่งอยู่ห่างบ้านไปประมาณครึ่งกิโลเมตร


ทอมเป็นภาษาถิ่นแถวบ้านฉัน หมายถึง บึงน้ำ

ทอมที่ว่านี้เป็นที่มาของตำบลแม่ทอม


ทอมที่อยู่ข้างสวนเป็นบึงขนาดเล็ก แคบและยาว สองฝั่งมีต้นสาคูขึ้นรกครึ้ม

ริมฝั่งและกลางบึงมีบัวหลวงชูดอกสีชมพูบานสะพรั่ง




วันนี้ตาจะไปดูต้นไม้และดายหญ้า ฉันเลยถือโอกาสหยิบเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เก็บไว้หลังจากกินเนื้อมันไปแล้วใส่ชายพกไปด้วย

เผื่อจะมีที่ว่างๆให้ปลูก


ฉันชอบต้นไม้และดอกไม้ทุกชนิดแต่ปลูกไม่เป็น แถมยังโง่แล้วอวดฉลาดอีกด้วย

ครั้งหนึ่งเห็นดอกสร้อยทองที่บ้านเพื่อนสวยดี เพื่อนแบ่งต้นอ่อนมาให้หลายต้น

พอกลับมาบ้านก็มองหาที่ปลูก เกิดความคิดว่าปลูกที่ใต้ชายคาน่าจะดี

เพราะเวลาฝนตกเห็นน้ำไหลลงจากหลังคาเป็นสาย จะได้ไม่ต้องรดน้ำ

แหม...ฉลาดจริงนะ คิดได้ไง กำลังขุดหลุมอยู่ ตาก็มาเห็นเข้าพอดี

ตาบอกว่าปลูกใต้ชายคาไม่ดีหรอก เพราะต้นไม้จะโดนน้ำฝนแรงเกินไป

ต้นมันจะช้ำและตาย


คราวนี้ฉันไม่เชื่อ เพราะคิดว่าความคิดตัวเองถูก

ตาเลยปล่อยให้ปลูกไปตามสบาย คืนนั้นฝนตกลงมา

พอรุ่งเช้าต้นสร้อยทองก็คอหักช้ำในตายเรียบ

ฉันเลยจ๋อยไปและนึกสงสารต้นไม้ที่ต้องมาตายเพราะความดันทุรัง


ใครๆก็ว่าฉันดื้อ ฉันคงเป็นเด็กนิสัยแมวๆกระมัง

เพราะแมวส่วนใหญ่มีนิสัยค่อนข้างดื้อ เป็นตัวของตัวเอง รักอิสระเสรี ฝึกยาก

แมวบางตัวอาจไม่เป็น แต่แมวตัวล่าสุดของฉันมันเป็นแมวแนวนี้แหละ

เวลาเรียกไม่เห็นจะเหมือนบทดอกสร้อยที่ว่า


“ร้องเรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มา เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู”


ของฉัน พอเรียกมันจะชายตามองมาแล้วก็เมิน

เผลอๆก็เชิดใส่แล้วเดินนวยนาดหนีไปซะงั้น

ไปนั่งกินลมชมวิวบนกำแพงหน้าตาเฉย

หรือไม่ก็ไปเดินดูมดที่ตั้งขบวนเดินกันเป็นแถวว่ามันจะไปไหนกัน

อยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด


แต่พอไม่ได้เรียกก็มานั่งเฝ้า ไม่ว่าฉันจะซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน

แม้แต่เข้าห้องน้ำก็ไปนั่งรอ เดินไปทางไหนก็เดินตาม

มันเป็นพวกเวลาใช้ไม่ยอมทำ แต่ชอบทำไอ้ที่ไม่ได้ใช้


ไม่น่ารักเหมือนน้องหมา ฉลาดและแสนรู้ สอนอะไรฝึกอะไรก็เชื่อฟังและทำได้

ขอมือก็ให้ ให้หมอบให้นั่งรอ ให้เดิน 2 ขา

ช่างประจบทำตัวน่าเอ็นดูให้เจ้าของรัก


แต่ถึงแม้น้องหมาจะน่ารัก ฉันก็ชอบน้องแมวมากกว่า ชอบตรงท่าทางเชิดๆ

ไม่ค่อยจะแยแสหรือประจบประแจงเอาใจใครนั่นแหละ

เพราะดูแล้วมันกวนประสาทและชวนให้หมั่นใส้แถมขำดี



ต้นไม้ในสวนมีหลายอย่างเช่น ทุเรียน ขนุน จำปาดะ มะพร้าว เงาะโรงเรียน

ปลูกปนๆกันไป ตาบอกว่าปลูกเอาไว้กินเองและแบ่งคนอื่นๆบ้าง


ตาเล่าว่า เมื่อก่อนสวนนี้เคยปลูกส้มหัวจุกอย่างเดียว

ส้มหัวจุกเป็นส้มเปลือกหนากว่าส้มเช้ง ตรงขั้วผลจะนูนสูงขึ้นมาเป็นรูปจุก

เนื้อข้างในมีสีเหลืองนวลๆ รสหวานอมเปรี้ยว


ตากับยายเก็บส้มหัวจุกได้ครั้งละหลายเข่ง ขนใส่เรือยนต์ไปขายที่ตัวอำเภอ

ขายอยู่หลายปีและเก็บเงินได้เป็นหมื่น ฉันฟังแล้วร้อง อู้ฮู..... เยอะจัง

แล้วทำไมตาไม่ทำต่อ


ตาบอกว่า ส้มมันก็มีอายุของมันเหมือนกัน พอต้นแก่มากจนให้ผลน้อยลงๆ

ตาเลยขุดทั้งหมดแล้วปลูกต้นไม้พวกที่ฉันเห็นอยู่นี่

ตาว่าไม่รู้จะหาเงินเยอะๆไปทำไม แค่นี้ก็พอกินพอใช้แล้ว


มีที่ว่างๆอยู่ตรงท้ายสวน ตาขุดหลุมเล็กๆให้ฉันหย่อนเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

เอ้อ.. ไม่ใช่ซิ ฉันเล่าผิด จริงๆแล้วส่วนที่เป็นเปลือกแข็งสีเทาเข้ม

รูปร่างคล้ายไต และมีเมล็ดอยู่ข้างใน คั่วให้สุกแล้วกินได้ มีรสมัน อร่อยดีนั้นก็คือ

ผล ส่วนที่เป็นเนื้ออวบน้ำลักษณะคล้ายชมพู่ ที่แท้คือ ก้านผล

คนมักเข้าใจว่าก้านผลก็คือผล ส่วนผลคือเมล็ด


อย่างนี้แหละ บางครั้งสิ่งที่ใช่ อาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นหรือคิดเอาเอง


ตาขุดหลุมเล็กๆให้ฉันหย่อนผลและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปก่อนกลบดินทับบางๆ

2-3 หลุม ห่างกันพอประมาณว่าเมื่อโตแล้วมันจะไม่เบียดกันมากเกินไป

ตักน้ำในสระน้ำที่ตาขุดไว้ขึ้นมารดให้ชุ่มฉ่ำ เป็นอันเสร็จพิธี

หลังจากนั้นก็ฝากเทวดาเลี้ยง


ฉันไปเล่นใกล้ๆต้นไม้ที่ตากำลังถางหญ้าและพรวนดิน

หอมไอดินและกลิ่นหญ้าที่โดนคมจอบของตา

คงเดาออกว่าฉันต้องชอบกลิ่นพวกนี้อีกตามเคย

และทุกครั้งที่ได้กลิ่นนี้ก็จะคิดถึงตาทุกทีไป


เคยนั่งรถเมล์ไปติดแหง็กอยู่บนถนนสายหนึ่ง

บนเกาะกลางถนนมีต้นไม้ขนาดเล็กปลูกเป็นแถวยาว

เจ้าหน้าที่ผู้หญิงในชุดเสื้อและกางเกงขายาวสีเขียวเข้มนับสิบคน

กำลังใช้กรรไกรอันใหญ่ตัดแต่งลิดเล็มทรงพุ่มให้เป็นเสมือนกำแพงสีเขียวเตี้ยๆ


กลิ่นใบไม้สดอาจทำให้บางคนรู้สึกเหม็นเขียว แต่สำหรับฉันรู้สึกดีเหลือเกิน

เหมือนกับได้ใกล้ชิดวัยเด็กอีกครั้ง

ฉันเคยใช้ชีวิตอิงกับธรรมชาติในชนบทมาก่อน

พอได้สัมผัสแม้จะเล็กน้อยสักเพียงใดก็หวนระลึก


การไปนอนกลิ้งเล่นบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้โดยไม่มีเสื่อหรือผ้าปูรองไม่ได้สบายอย่างที่คิด

ตอนนั้นฉันกำลังคันยิบๆไปทั้งตัว


ก็ธรรมชาติบางครั้งไม่ได้หมายถึงความสวยงามน่ารื่นรมย์เหมือนภาพที่เราเห็น

บางครั้งธรรมชาติคือภาพลวงตา

สนามหญ้าเขียวขจีดูไกลๆเหมือนพรมหนานุ่มเท้าผืนใหญ่น่าไปนั่งไปนอนเล่น

พอไปเข้าจริงๆอาจคันและระคายผิวเพราะใบหญ้า

มดตัวเล็กๆและน่ารำคาญด้วยแมลงบางอย่างมาไต่ตอม


ความงามที่สวยสงบแกมเหงาของเมืองหนาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน

ร่องริ้วรอยคลื่นสีน้ำตาลทองของดินแดนทะเลทรายอันร้อยระอุในยามเย็น

ความชุ่มฉ่ำสดชื่นของสายฝนที่โปรยปรายหรือกระหน่ำอย่างหนักหน่วงเป็นความที่บางครั้งอาจทำร้ายเราได้ถึงชีวิต


ก็ธรรมชาติหมายถึง สิ่งที่เกิด มี และเป็นอยู่ตามธรรมชาติของสิ่งนั้นๆ

เป็นไปเองโดยมิได้ปรุงแต่ง


สภาพตามธรรมชาติจริงๆ ไม่อาจเป็นไปอย่างที่ใจเราคิดและคาดหวัง

หลายคนไม่อาจอยู่กับความเงียบ สงบ สงัด ปราศจากแสง สี เสียง

ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ได้

มนุษย์ส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติที่ผ่านการปรุงแต่งแล้วเพื่ออำนวนความสะดวกสบาย

ใครๆก็อยากอยู่บ้านมากกว่าอยู่ถ้ำ

ขับถ่ายในส้วมดีกว่านั่งหลบอยู่ตามชายทุ่งหรือพุ่มไม้

ขับรถบนถนนคอนกรีตสบายกว่าโขยกเขยกบนทางเกวียน



เดินไปหาน้ำล้างตัวที่ทอมโดยผ่านสวนยายไหมซึ่งเป็นน้องสาวของตาไปประมาณ

5 เมตร ตรงนั้นเขาตัดกอสาคูออกเพื่อทำเป็นท่าน้ำ มีเรือลำเล็กๆจอดอยู่หนึ่งลำ

บรรยากาศเงียบสงบและวังเวง ได้ยินเพียงเสียงนกกาเหว่าร้อง กาเว่า...กาเว่า

ดังมาไกลๆ


น้ำในทอมใสและเย็นมาก

ฉันเดินลงไปลึกประมาณหัวเข่าเพื่อวักน้ำขึ้นมาล้างแขนล้างขา

ได้กลิ่นใบไม้ที่เน่าเปื่อยอยู่ในน้ำผสมกับกลิ่นดินโคลนที่ฉันเพิ่งจะเดินย่ำผ่าน

มีลูกปลาตัวเล็กๆแหวกว่ายไปมา ฉันใช้อุ้งมือพยายามไล่ช้อนมันขึ้นมาดู

แต่ไม่ได้สักตัว ไกลออกไปไม่กี่เมตรมีดอกบัวหลวงหลายสิบดอกชูช่ออยู่

น่าจะลองไปดูใกล้ๆ เดินออกไปจนตกพรวดลงในหลุมโคลนลึกเกือบถึงเอว

ฉันตกใจและรีบลุยน้ำกลับขึ้นมาบนฝั่งทันที


มายืนตัวสั่นขนลุกเกรียว ไม่ใช่เพราะความหนาวหรือตกใจ

แต่เพราะนึกขึ้นมาได้ถึงคำบอกเล่าเรื่องผีพรายที่สิงอยู่ในทอม

คนแก่หลายคนเคยเล่าเรื่องนี้ให้เด็กในหมู่บ้านฟังอยู่เสมอว่า

มีผีพรายผู้หญิงตัวเขียว ผมยาว แขนยาว เล็บยาว ตัวลื่นๆเป็นเมือก

คอยดึงขาเด็กที่ลงไปเล่นน้ำแล้วลากลงไปใต้น้ำไม่ยอมปล่อย

ทำให้เด็กจมน้ำตาย


เมื่อตาเห็นฉันวิ่งเสื้อผ้าเปียกกลับมาจีงถามดู และฉันก็เล่าให้ฟัง

ฉันว่าตาคงจะตาใจ เพราะถ้าฉันเป็นอะไรไปตาต้องเสียใจมาก

และยายก็ต้องเล่นงานตาอ่วมแน่เลย


ตาไม่ได้ว่าอะไร ยกจอบขึ้นพาดบ่า ชวนฉันเดินไปด้วยกันที่ท่าน้ำ

วางจอบลงแล้วแก้เชือกเรือที่ผูกไว้กับก้านต้นสาคู

เรียกฉันลงไปนั่งด้วยกันในเรือแล้วพายออกไป

พอพ้นแนวต้นสาคูที่รกครึ้มก็ถึงบริเวณดงดอกบัวที่สว่างไสวและสดใสด้วยแสงแดดอ่อนๆยามสาย


“แล้วจะปลูกต้นสาคูไว้ทำไมให้รก” ฉันไม่ว่ายบ่น ตาเลยบอกว่า


“แล้วไม่เห็นรึไง เวลาที่คนเขามาตัดไม้ไปเย็บเป็นจากมุงหลังคา”



เออ..... จริงแฮะ เมื่อโตขึ้น

ดูสารคดีในโทรทัศน์ก็รู้อีกอย่างหนึ่งว่านอกจากใช้ใบมุงหลังคาได้แบบใบจากแล้ว

เขายังใช้ใส้ในของลำต้นแก่เอามาทำแป้งสาคูไว้ทำอาหารได้


ตาพายเรือเข้าไปใกล้กอบัว ฉันดึงดอกนี้ดอกนั้นมาดม.... ช่างหอมชื่นใจจริงๆ

และเพิ่งรู้ว่าก้านดอกแข็งๆนั้นมีหนามเล็กๆด้วย


ตาวักน้ำ 2-3 หยดใส่ในใบบัวแล้วให้ฉันจับขอบใบขยับไปมาเลยได้เห็นว่า

หยดน้ำกลมกลิ้งบนใบบัว กลิ้งเล่นไปทั่วและใบบัวไม่เปียกเลย แปลกดี


ตาเก็บฝักบัวให้ฉันแกะเม็ดบัวมันๆ เคี้ยวเล่นและเอากลับบ้านอีกหลายฝัก

และบอกว่าทีหลังอย่ามาที่นี่คนเดียว ถ้าจะมาให้ชวนตามาด้วย

ตาพายเรือมาที่เดิมแล้วชวนฉันกลับบ้าน คราวนี้เราไม่ได้กลับทางเก่า

แต่อ้อมออกไปทางชายทุ่งเพื่อไปดูต้นข้าวที่ปักดำไว้

ตาบอกว่าต้นข้าวกำลังตั้งท้อง


“ข้าวมันจะออกลูกแล้วเหรอตา” ฉันถามอย่างตื่นเต้น


ตาหัวเราะ


“ข้าวที่ไหนมันจะออกลูกเล่าหนูอ้น

ข้าวมันก็ออกเป็นรวงที่มีเมล็ดเหมือนที่อยู่ในเรือนข้าวไง”


หนูอ้นรู้หรอกน่า แหม... แกล้งทำตลกล้อเล่นหน่อยเดียว



ตาชี้ให้ดูตรงกลางลำต้นค่อนมาทางยอดของต้นข้าวที่อวบนูนขึ้นมา

บอกว่าอีกไม่นานมันจะชูช่อออกรวง และเมล็ดลีบเล็กจะค่อยๆโต

น้ำในเมล็ดข้าวสีเขียวจะเป็นน้ำนมข้าวสีขาวข้นรสมันและหวานปะแล่มๆ


“แล้วอย่าแอบมากินเล่นล่ะ

ปล่อยให้โตเป็นข้าวเปลือกแล้วไปสีเป็นข้าวสารให้หนูอ้นหุงให้ตากิน”


ถึงตาไม่บอกฉันก็คงไม่มาแอบกิน

กว่าจะได้สักหยดคงขบเม็ดข้าวกันเมื่อยฟันและแสบลิ้นแสบปากเสียเปล่าๆ


ฉันปล่อยให้ตาเดินแบกจอบเข้ารั้วสวนหลังบ้านไปก่อน

ตัวเองยังเถลไถลดูดอกหญ้าและไม้น้ำต้นเล็กๆตามขอบคันนาที่ออกดอกสีขาว

สีม่วง สีเหลือง สีชมพู ดอกเล็กกระจิ๋วน่ารัก

สักพักก็หอบฝักบัวเดินตามตาผ่านสวนฝรั่งเพื่อไปกินข้าวเช้าที่ยายเตรียมไว้รอท่า


สวนหลังบ้านตาปลูกฝรั่งไว้หลายสิบต้น

มีพันธุ์พื้นเมืองต้นสูงผลเล็กไส้ในสีขาวและพันธุ์ไส้สีชมพูเข้มมีกลิ่นหอมที่เรียกว่า

ฝรั่งขี้นก และอีกพันธุ์หนึ่งที่ฉันไม่รู้จักชื่อ ต้นเตี้ยผลกลม ผิวขรุขระ

เนื้อหวานกรอบอร่อยมาก

ฉันชอบเอาเกลือเม็ดห่อกระดาษสมุดใส่ชายพกปีนขึ้นไปกินกับฝรั่งบนต้นโดยไม่ต้องเอาลงมาล้างให้เสียเวลา

ตาไม่เคยฉีดยาฆ่าแมลง

ฉันแค่ปัดๆเอามดดำที่ชอบซุกอยู่ตรงซอกใต้ผลออกแล้วก็กัดกร้วม


ข้างบ้านมีกล้วยอยู่หลายกอ

ฉันเคยมองลงมาจากหน้าต่างตอนกลางวันเห็นค้างคาวนอนซุกอยู่ในยอดตอง

อีกฝั่งมีต้นชมพู่ที่มีลูกเล็กๆสีชมพู หน้าบ้านมีชมพู่มะเหมี่ยวลูกสีแดงหม่นหนึ่งต้น

ต้องเอาแหเก่าๆไปคลุมไว้ และทำกระดึงจากปิ๊บสังกะสี

ผูกเชือกโยงมาถึงที่นอนในบ้าน ดึกๆ

ใครรู้สึกตัวก็กระตุกเชือกเสียทีเพื่อให้มีเสียงดังไล่ค้างคาว

ถ้าไม่ทำแบบนี้คนก็อดกิน


หน้าบ้านยังมีเงาะพันธุ์พื้นเมืองต้นสูงอีกหลายสิบต้น ตาปลูกไว้กว่าสิบปีแล้ว

แต่ยังเก็บเอาไว้ทั้งๆที่ลูกเงาะพวกนี้เก็บยากเพราะต้นสูงมาก

รสก็ไม่หวานอร่อยเหมือนเงาะโรงเรียน แต่มีเปลือกสีสวยดี

เป็นสีแดงปนส้มหรือส้มปนเหลือง

ตาบอกว่าเก็บต้นเงาะพวกนี้เอาไว้เป็นแนวกันลม


ใกล้ๆบ่อน้ำ มีต้นคล้าซึ่งเป็นไม้ริมน้ำกอใหญ่ต้นสูง 1-2 เมตรขึ้นงอกงาม

ชาวบ้านลอกเปลือกแข็งๆสีเขียวเข้มของต้นคล้ามาทำเป็นเส้น

กว้างสักครึ่งเซนติเมตรสำหรับไว้เย็บจากมุงหลังคา


น้ำดื่มน้ำใช้ของคนที่นี่ใช้ทั้งน้ำบ่อและน้ำฝนที่รองใส่ตุ่ม

แทบทุกบ้านจะขุดบ่อน้ำไว้ บางบ่อน้ำใสแจ๋วดื่มได้เลย

แต่บางบ่อที่ขุดลงไปเจอดินแดงน้ำที่ได้ก็จะแดงไปด้วย

ก่อนจะนำมาดื่มหรือใช้ก็ต้องกรองเสียก่อน


บ่อที่ว่านี้เป็นบ่อน้ำบ้านยายมาน้องสาวคนเล็กของตาซึ่งบ้านอยู่ติดกัน

เขาเอาทรายหยาบ ทรายละเอียด

อิฐหักๆและถ่านไม้ใส่สลับกันเป็นชั้นๆหลายชั้นลงในตุ่มใบเล็กที่เจาะรูใส่ท่อให้น้ำไหลออกตรงใกล้ๆก้นตุ่ม


ฉันชอบไปอาบน้ำที่บ่อนี้มาก

ชอบนั่งดูน้ำใสๆที่ไหลรินออกมาจากท่อด้วยความชอบใจแกมแปลกใจที่น้ำเปลี่ยนสีได้โดยเครื่องกรองน้ำแบบง่ายๆ


วัยเด็กก็คิดได้แค่นั้น แค่เป็นเรื่องสนุกๆ


แต่ตอนนี้กลับคิดฝันไปว่า น่าจะมีใครประดิษฐ์เครื่องกรองใจขึ้นมาบ้าง

กรองใจที่ขุ่นข้นด้วยความโลภ โกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาท ลุ่มหลง งมงาย

เห็นแก่ตัว อิจฉาริษยา อารมณ์ร้ายกาจต่างๆนานา


แต่ฟันธงได้เลยว่า ต่อให้ระดมมันสมองของยอดนักประดิษฐ์ทั่วโลกมารวมกัน

ก็ไม่มีทางคิดค้นและผลิตเครื่องกรองใจออกมาได้


ใจใครก็ใจใคร อยากใสสะอาดก็ต้องหมั่นปัดกวาด เช็ดถู

และกลั่นกรองกันเอาเอง



เวลาว่างๆ ฉันจะมาตักน้ำที่ไม่ต้องกรองใส่กระป๋องใบเล็ก

หิ้วไปเทใส่โอ่งสำหรับล้างเท้าก่อนขึ้นบันได

ตอนแรกๆจะมีผู้ใหญ่ช่วยตักน้ำจากบ่อให้

เพราะกลัวฉันจะหัวทิ่มลงบ่อตอนกำลังสาวเชือกดึงถังน้ำขึ้นมา


มีต้นหมากเกือบสิบต้นอยู่รอบๆบ่อน้ำ ตอนเย็นๆ

พวกผู้ใหญ่กลับจากทำงานในนาในสวน ก็มักจะมาอาบน้ำที่บ่อนี้

เพราะรอบบ่อจะเป็นพื้นคอนกรีตทำให้ไม่เฉอะแฉะเหมือนบ่ออื่น

แล้วยังมีบริการขัดถูขี้ไคลให้ด้วย โดยการใช้แผ่นหลังไปถูกับต้นหมาก

แต่ฉันไม่กล้าลองเพราะกลัวแสบ


ต้นหมากมีลำต้นเล็กกว่าต้นมะพร้าวและสูงลิบเลย ผลมีรสฝาด

ใช้เคี้ยวกับปูนแดงและใบพลูที่เรียกกันว่ากินหมาก

เป็นอาหารว่างสำหรับคนสูงอายุสมัยก่อน แต่สมัยนี้ไม่มีคนนิยมกันแล้ว

เพราะกินหมากเป็นประจำทำให้ฟันมีสีดำ และเสี่ยงต่อมะเร็งที่ริมฝีปาก


ฉันชอบดูเวลาผู้ใหญ่ปีนขึ้นไป เขาใช้ผ้าควั่นเป็นเกลียว ทำเป็นวงกลม 2

วงคล้องตรงข้อเท้า มือจับต้นหมาก ใช้เท้าประกบกับลำต้นแล้วก็ไต่เดียะๆขึ้นไป

พอฟันทะลายหมากเสร็จแล้วก็ปีนเดียะๆลงมา ดูง่ายๆน่าสนุก

แต่ก็ไม่เห็นมีเด็กคนไหนคิดปีนต้นหมากเล่น

เพราะมันไม่มีกิ่งก้านให้เกาะเพื่อปีนป่าย

ถ้าจะได้ของเล่นจากต้นหมากก็ต้องรอเวลากาบหมากร่วงลงมา

วิธีเล่นก็ง่ายๆแค่ให้คนหนึ่งนั่งบนกาบหมาก

อีกคนจับตรงทางยาวๆแล้ววิ่งลากไปทั่วลานหน้าบ้าน ผลัดกันนั่งผลัดกันลาก

แค่นี้ก็สนุกมากแล้วสำหรับเด็กบ้านนอก


แต่มีเด็กซนคนหนึ่งคิดอยากลอง รอโอกาสเหมาะๆในวันที่ปลอดคน

มองซ้ายมองขวาไม่มีใครก็จัดแจงถอดผ้าถุงกองไว้ที่โคนต้นหมาก

แขนเล็กๆโอบต้นหมากส่งตัวเองขึ้นไปพร้อมๆกับเท้าทั้งคู่ก็ประกบยันต้นหมากไล่กันไปเรื่อยๆ

ขึ้นไปได้ไม่สูงเท่าไรก็หมดแรง ไม่ง่ายเหมือนที่คิดไว้เลย

อยากจะลงแต่ลงไม่ได้เพราะไม่มีกิ่งก้านให้เกาะเกี่ยว

ได้แต่กอดต้นหมากเป็นจิ้งจกเกาะเสาอยู่อย่างนั้น


ไม่กล้าร้องเรียกให้ใครช่วย เลยตัดสินใจคลายวงแขน

กะว่าจะค่อยๆรูดตัวเองลงมาช้าๆ แต่พอคลายปั๊บมันก็รูดปุ๊บๆลงมาเลย

ผลก็คือกระดุมเสื้อหลุด

หน้าอกและท้องแขนเป็นรอยที่เกิดจากการครูดกับต้นหมาก

ที่ตามมาคือทั้งเจ็บทั้งแสบ

นึกขึ้นได้เวลามีแผลนิดๆหน่อยๆหรือถูกมดกัดยายมักทายาหม่องให้

รีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน หายาหม่องมาทาแล้วก็แทบน้ำตาร่วงเผาะๆ

ไม่บอกก็คงจะรู้ว่าแผลถลอกกับยาหม่องมันทั้งแสบทั้งร้อนแค่ไหน

แต่เจ็บแค่ไหนก็ต้องทนเพราะเราซนเอง และเรื่องนี้ตากับยายไม่รู้


ยังมีเรื่องเจ็บตัวอีก


ในหมู่บ้านมีผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ตุด


ต.เต่า สระอุ ด.เด็ก อ่านว่า ตุด แปลว่า หูด ซึ่งเป็นภาษาถิ่นแถวบ้านฉัน

ฉันเรียกแกว่า น้าตุด


น้าตุดเป็นคนร่างเล็ก ผอมดำ ผมหยิกขอด

มีอาชีพปาดตาลเอามาทำน้ำตาลสดและน้ำตาลเมา

แต่ไม่รู้ว่าแกจะได้ขายบ้างหรือเปล่า

เพราะเห็นเดินสะพายกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำตาลเมาเดินเซไปเซมาอยู่บ่อยๆ


ยายเคยบอกน้าตุดไว้ว่า ถ้ามีลูกตาลอ่อนกำลังกิน ให้ตัดมาขายด้วย

และน้าตุดก็เอามาขายให้อยู่เรื่อย


วันหนึ่งฉันเห็นน้าตุดนอนหลับอยู่ใต้ถุนบ้าน

ข้างๆตัวมีมีดปาดตาลและทะลายลูกตาลวางอยู่

แกคงเอาลูกตาลมาส่งยายและคงง่วง (เมา) จนเผลอหลับไป


รอตั้งนานยายไม่มาสักที อยากกินแล้ว น้าตุดก็หลับ ตาก็ไม่รู้ไปไหน

งั้นเฉาะลูกตาลกินเองก็ได้


ว่าแล้วก็หยิบมีดปาดตาลออกจากฝัก

มีดปาดตาลเป็นมีดที่ทำจากเหล็กกล้าเนื้อดีมีน้ำหนัก

ปลายโค้งแหลมและคมกริบ ฉันจำไม่ได้แล้วว่าทำอีท่าไหน

จู่ๆมีดก็หล่นปั้กลงมาจนปลายมีดเจาะฉึกลงไปที่ข้อเท้าซ้ายด้านใน

โชคดีโดนส่วนที่เป็นกระดูก ไม่งั้นแผลจะต้องลึกและใหญ่แน่ แต่แค่นี้ก็ได้เลือด


ฉันรีบเก็บมีดแล้ววิ่งไปที่บ่อน้ำ ตักน้ำราดแผลเพื่อล้างเลือดก่อนจะมีใครมาเห็น

ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าคมมีดโดนเส้นเลือดใหญ่แทนกระดูก

ตอนนั้นฉันจะเป็นอย่างไร

แต่ที่รู้ๆแผลจากวันนั้นยังเป็นรอยแผลเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

และตากับยายก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน


โชคดีแค่ไหนแล้วที่มีดปาดตาลไม่หล่นลงไปปาดคอน้าตุด

ไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น


หลังจากนั้นฉันก็เริ่มเพลาการเล่นซนลง เพราะเริ่มรู้สึกกลัวๆ

ประกอบกับมีเด็กผู้ชายในหมู่บ้านออกไปพายเรือในทอมแล้วตกลงไปในน้ำ

ฉันเห็นตอนเขางมเด็กคนนั้นขึ้นมา เขาพยายามหาวิธีช่วยกันหลายอย่าง

เอาเด็กพาดบ่าพาวิ่งสลับกับจับเด็กนอนคว่ำบนครกตำข้าวใบใหญ่ที่วางตะแคง

ฉันเห็นน้ำไหลออกมาจากจมูกเด็กคนนั้น สักพักเขาก็พูดกันว่าเด็กตายแล้ว


แล้วฉันก็ไม่ไปเล่นแถวท่าน้ำทอมคนเดียวอีกเลย



Create Date : 15 มกราคม 2551
Last Update : 15 มกราคม 2551 18:51:18 น. 2 comments
Counter : 267 Pageviews.

 
- - / มาแล้วคับ


โดย: เฒ่าเจ้าอุบาย วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:17:09:12 น.  

 
นู๋อ้นซนน่าดูชมเลยนะคะ


โดย: แมงปอ (tonbo2k ) วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:15:10:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bluearthy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนแบบนี้แหละ..
เป็นยังไงก็อยู่ที่ว่าใครจะมองมุมไหน..

ขึ้นอยู่กับว่ามองด้วยตา หรือมองด้วยใจ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add bluearthy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.