ที่มาของทฤษฎีแอเลียต

เรีบเรียงจาก : มองอนาคตตลาดหุ้น ทฤษฎีคลื่นแอเลียต โดยประสาร เศรษฐนันท์ ปี2521, elliottwave.com และ wikipedia นะครับ
เห็นว่ามีประโยชน์ดีเลยเอามาแบ่งกันอ่าน





ราล์ฟ เนลสัน เอลเลียต หรือ Ralph Nelson Elliott

เกิดในปี คศ1871 เป็นพนักงานโทรเลข นักชวเลข พนักงานปล่อยรถไฟ พนักงานขายตั๋ว และก็เป็นผู้คุมเส้นทาง
เมื่ออายุ 25 เขาได้เป็นนักบัญชี และได้พัฒนาระบบบัญชีของการรถไฟ และย้ายไปเป็นผู้บริหารบริษัทรถไฟในเม็กซิโก อยู่ 25 ปี
เมื่ออายุ 55 ปี คุณปู่ราล์ฟได้เขียน ตำราการบริหารร้านกาแฟ และร้านอาหาร ซึ่งในตำราเล่มนี้ได้เน้นความสำคัญเรื่องของวงจรธุรกิจ
ที่เขาเชื่อว่ามีจริง
ตำแหน่งสุดท้ายเขาเป็น ผู้ตรวจสอบบัญชี รถไฟกัวเตมาลา

คุณปู่ราล์ฟ ลาออก เมื่ออายุ 56 ปี เนื่องจากเขาเป็นโรคบิดเรื้อรังไม่หายขาด กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่ LA ตลอดระยะเวลา 5 ปี
และตอนนั้นเอง ปู่ราล์ฟก็เริ่ม เล่นหุ้น ในช่วงเวลาตลาดตกกต่ำ ปี คศ.1929-1933 พอดี
คงเหมือนคนหลังเกษียณ ทั่วไปที่เพิ่งเริ่มมา เล่นหุ้น ในจังหวะไม่ดี ก็ต้องขาดทุนเป็นธรรมดา
แต่ปู่แก ไม่ยอมแพ้ครับ จากประสบการณ์ในอาชีพนัักบัญชี และเชื่อมั่นเรื่อง วงจรธุรกิจ ว่ามีอยู่จริง
บวกกับการศึกษา ทฤษฎีดาว ปู่ราล์ฟ ก็พัฒนา "ทฤษฎีคลื่น" ขึ้นมา
(ซึ่งต่อมาได้รับการขนานนามว่า ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณปู่ราล์ฟซึ่งเป็นผู้ค้นพบ)
ปู่ราฟล์ส่งจดหมายถึง ชาล์ คอลลินส์ ประธานที่ปรึกษาบริษัทการลงทุน ฉบับแรกเมื่อ 28 พฤศจิกายน 1934
ซึ่งกล่าวว่าเขาค้นพบลักษณะที่สำคัญของตลาดหุ้น สามประการคือ

1.การกำหนดจุดจบของคลื่น
2.การจัดลำดับขนาดคลื่น
3.การคาดการณ์เวลา

ต่อมาเขาก็ เขียนจดหมายอีกหลายฉบับ กล่าวถึงทฤษฎ๊ 5 คลื่น และการค้นพบใหม่ๆของเขา จนในที่สุดคอลลินส์ก็ก็ให้ความสนใจขอให้ปู่ราล์ฟ
โทรเลขบอกเขาเมื่อคลื่นขนาดเล็กจบลง

ต่อมาเขาก็ เขียนจดหมายอีกหลายฉบับ กล่าวถึงทฤษฎ๊ 5 คลื่น และการค้นพบใหม่ๆของเขา จนในที่สุดคอลลินส์ก็ก็ให้ความสนใจขอให้ปู่ราล์ฟ
โทรเลขบอกเขาเมื่อคลื่นขนาดเล็กจบลง

อีกไม่นาน ขณะที่ค่าเฉลี่ยของดาวน์โจน ตกลงอย่างต่อเนื่อง เขาส่งข้อความไปว่า
"พวกอวดรู้แถวนี้กำลังมองตลาดซบเซามาก"
และเขาทำนายว่าค่าเฉลี่ยรถไฟจะตกต่าลงไปอีก ต่ำกว่าจุดต่าสุดในปี 1934 แต่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมจะไม่
ซึ่งคอลลินส์ ประทับใจในความถูกต้อง นี้มากจนคอลลินส์ขอให้เขาชี้จำเพาะที่ฐานของการปรับตัวไปยังปู่ราล์ฟ
และปู่ราลฟ์ตอบกลับมาเป็นโทรเลขในวันที่ 15 มกราคม 1935 ว่า

"การปรับตัวสิ้นสุดลงเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ววันนี้"

คำทำนายถูกต้องอย่างสมบูรณ์ และตลาดหุ้นฟื้นตัวทันที
อีกอาทิตย์นึงผ่านไป วันที่ 22 มกราคม 1935 ปู่ราล์ฟเห็นว่าการฟื้นตัวนี้เป็นแค่คลื่นปรับตัวของคลื่นลง และได้โทรเลขไปบอกว่า

"ภาวะตลาดจะซบเซาอีกครั้ง"

คำทำนายถูกต้องอีกครั้ง อย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากนั้น ปู่ราลฟโทรเลข ไปหาคอลลินส์อีกหลายครั้ง จนกลายเป็นโทรเลขที่หลายคนรอคอย และเริ่มโด่งดัง
ส่วนใหญ่คำทำนายของปู่ราล์ฟถูกต้อง และบางครั้งถูกต้องอย่างสมบูรณ์ แต่ปู่ราล์ฟ เปลี่ยนใจบ่อยด้วยความที่อยากบอกจุดเปลี่ยนทิศของตลาดออกมาเป็นชั่วโมง
นอกจากนี้ปู่รา์ล์ฟยังเข้า นับคลื่นใหม่ บ่อย จนทำให้คนที่คอยโทรเลขที่มีชื่อเสียงของปู่ราล์ฟ รวมทั้งคอลลินส์ ไม่สบายใจ
คอลลินส์ เลยร่ายยาวเขียนจดหมาย ถึงปู่ราล์ฟด้วยความปารถนาดี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1935 เพื่อชี้ถึงจุดออ่อนของวิธีแอลเลียต และได้ออกความเห็นหลายประการ
ของทฤษฎี 5 คลื่นด้วย

ในที่สุด วันพุธที่ 13 มีนาคม 1935 ทันทีที่ตลาดหุ้นปิดไกล้จุดต่ำสุดของวัน ปู่ราล์ฟ ส่งโทรเลขที่มีชื่อเสียงของเขาว่า

"แม้ทฤษฎีดาว จะมองตลาดว่ายังเป็นตลาดหมี แต่ค่าเฉลี่ยทุกตัวได้ตกถึงฐานสุดท้ายแล้ว"

คอลลินส์ได้อ่านโทรเลขในวันรุ่งขึ้น ซึ่งวันนั้นกลายเป็นวันที่เป็นจุดต่ำสุด สุดท้ายของค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวน์โจนส์ และค่าเฉลี่ยรถไฟดาน์โจนส์
นับเป็นการปรับตัวที่ยาวนานถึง 13 เดือนและตลาดหุ้นวิ่งกลับไปทันที
หลังจากเหตุการ์ครั้งนั้นนั้น คอลลินส์เชื่อ ในทฤษฎีของเอเลียต อย่างจับใจเลยช่วยให้ เอเลียตเขียนบทความลงในวรสารของบริษัท ชื่อชุดว่า
ทฤษฎีคลื่น หรือ The Wave Principle และภายหลังกลายเป็นตำราชื่อ "The Wave Principle" ในปี คศ. 1938

ต่อมาปี 1946 ปู่ราล์ฟออกหนังสืออีกเล่มนึง ชื่อว่า Nature's Law–The Secret of the Universe ซึ่งกล่าวถึงกฎธรรมชาติ อันเป็นที่มาของ ทฤษฎีคลื่นเอเลียต รวมทั้งการนำเอาตัวเลขไฟโบนาซี่ มาใช้ร่วมกับทฤษฎีคลื่นแอเลียต ด้วย


คุณปู่ราล์ฟ หรือ ราล์ฟ เนลสัน เอลเลียต Ralph Nelson Elliott เสียชีวิตเมื่อ เดือนมกราคม 1948 อายุได้ 77ปี



หลังจากที่ปู่ราล์ฟเสียชีวิตลง ทฤษฎีคลื่นแอเลียต ก็เงียบเหงาลง จนถึงปี 1953 นายแฮมมิงตัน โบลตัน ได้ขุดทฤษฎีนี้ขึ้นมาศึกษา
และเขียนบทความลงหนังสือวิเคราะห์หนี้สินของธนาคาร ซึ่งพิมพ์ต่อเนื่องยาวถึง 14 ปี
ในปี 1960 นายแฮมมิงตันก็ออกหนังสือ The Elliott Wave Principle A Critical Appraisal ซึ่งก็ดังเปรี้ยงป้างอีกครั้งเมื่อทำนายว่า ดาวน์โจนส์จะขึ้นไป ถึง 999 จุด
ซึ่งถูกต้องและแม่นยำมาก หลังจากนายแฮมมิงตัน ตาย ก็มี นาย เอ เอ ฟรอสท เขียนบทความต่อ ในปี 1967-1970
และทฤษฎีนี้ก็ยังแม่นเหมือนเดิมเมื่อทายว่า ดาวน์โจนส์จะตกลงไปเหลือ 572 จุด





แล้วทฤษฎีนี้ก็หายไปอีก จนปี 1978 มีหนังสืออีกเล่มที่นับเป็นอาจารย์ ของนักทฤษฎีคลื่นแอเลียต ชื่อ Elliott Wave Principle-- Key to Stock Market Profits
โดย เอ เจ ฟรอสท เจ้าเก่า และโรเบิร์ท รูจลอต เพรคเตอร์ จัดพิมพ์ขึ้น

ในหนังสือเล่มนี้ทำนายว่าตลาดหุ้นจะ บูมต่อเนื่องถึงปี 1987 ไปถึงระดับ 2860 จุด หลังจากนั้นจะมีการปรับตัวอย่างรุนแรง (ทำนายล่วงหน้าถึง 9 ปี)
ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นจริง ปรากฏการ Black Monday เกิดขึ้นวันที่ 16 ตุลาคม 1987 หลังจากค่าเฉลี่ยดาวโจน ขึ้นสูงสุด ถึง 2722 เมื่อ วันที่ 25 สิงหาคม 1987
สามารถเป็นเครื่องพิสูจน์ทฤษฎีแอเลียตได้เป็นอย่างดี





ปี 1987 โรเบิร์ท รูจลอต เพรคเตอร์ (Robert R. Prechter, Jr.) ได้ออกวรสารรายเดือน ชื่อ The Elliott Wave Theorist
ในวารสารนี้ได้ใส่ ความเห็นและสรุปข้อที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่างๆ ที่สำคัญของ ทฤษฎีคลื่นแอเลียตไว้มากมาย
มีสมาชิกในยุคนั้นคอยติดตามเป็นหมื่นคน และมีงานเขียนเพิ่มเติมอีก 2 เล่มร่วม(งานเขียนกับท่านอื่นอีก 14 เล่ม)
เป็นแนวทางให้กับผู้ศึกษา และนักเีขียนตำราทฤษฎีคลื่นแอเลียตรุ่นใหม่ๆจนถึงวันนี้ครับ




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2555 0:32:54 น.
Counter : 754 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Blue day
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Blue day's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.