Group Blog
 
All Blogs
 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้น?

1. มองไกลไม่ชัด ( Bluring at far )

2. ปวดศีรษะซึ่งเกิดจากการพยายามหยีตามองภาพ ( Headache )

3. มีอาการแพ้แสง ( Photophobia )

ลักษณะของคนสายตาสั้น (Signs)

1. หยีตามองภาพ ( Squinting )

2. จ้องภาพหรือวัตถุนาน ๆ เนื่องจากมองไม่ชัด ( Staring expression )

3. รูม่านตาใหญ่ ทำให้แพ้แสงได้ง่าย ( Dilated Pupil)

4. ลูกตามีลักษณะโปน ( Exophthalmos ) การแก้ไข (Treatment) - ให้เลนส์เว้าหรือเรียกว่าเลนส์สายตาสั้น ( Concave Lens )

ที่มา topcharoen.co.th




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2553 21:03:26 น.
Counter : 88 Pageviews.  

กิน "รำข้าว" ป้องกันนิ่วในไต

      แม้ว่าการเกิดนิ่วจะเกี่ยวข้องกับ พันธุกรรม การดื่มน้ำไม่เพียงพอ แต่อาหารบางประเภท ตลอดจนพฤติกรรมการกิน ก็ยังมีส่วนสำคัญ ก่อนหน้านี้มีการแนะนำให้คนที่เสี่ยงต่อการเป็นนิ่วกินอาหารที่เป็นของเหลว โปรตีนต่ำ และมีใยอาหารสูง เพื่อช่วยลดการก่อตัวของแคลเซียมและออกซาเลทในระบบปัสสาวะ ทำให้คิดไปถึงอาหารที่มีไฟเบอร์สูงนานาชนิด

      แต่ความรู้ใหม่ที่จะนำเสนอต่อ ไปนี้ เป็นทางเลือกใหม่ของอาหารไฟเบอร์ ซึ่งเราต่างรู้จักกันดี นั่นคือ รำ ข้าว นอกจากรำข้าวแล้ว หากบ้านใครที่อยู่ใกล้ลานข้าวโพด รำข้าวโพดหรือที่เรียกกันว่าจมูกข้าวโพด ซึ่งได้จากการสีข้าวโพดแก่ออกจากฝักก็เป็นอาหารอีกอย่างที่แนะนำ

      สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการ เป็นนิ่ว ควรนำรำข้าวหรือรำข้าวโพดมาปรุงอาหาร อาจจะนำมาโรยในน้ำอาร์.ซี. หรือน้ำนมถั่วเหลืองในตอนเช้า โดยปริมาณไฟเบอร์ซึ่งอาจรวมไฟเบอร์จากแหล่งอาหารอื่นๆ ที่แนะนำต่อวัน คือ 18 กรัม

      ในรายที่มีการก่อตัวของก้อนนิ่ว เมื่อ รับประทานรำข้าวหรือรำข้าวโพดในปริมาณ ครึ่งช้อนโต๊ะ วันละสองครั้งเป็นประจำทุกวัน พบว่าปริมาณแคลเซียมในปัสสาวะจะลดลงอย่างรวดเร็ว และถ้าทำได้ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวจะไม่มีการก่อตัวของนิ่วก้อนใหม่ในช่วงเวลานั้น

      ราคาถูก ประโยชน์เต็ม 100 อย่างนี้ หาติดบ้านไว้สักหน่อยดีไหม?

      ที่มา : นสพ.เดลินิวส์




 

Create Date : 28 เมษายน 2553    
Last Update : 28 เมษายน 2553 15:28:26 น.
Counter : 99 Pageviews.  

Sex กับการลดน้ำหนักของผู้หญิง

คุณเชื่อหรือไม่ว่า? การมี sex เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีและสนุกสนานมากที่สุด

ข้อมูลเหล่านี้มาจากการวิจัยจากสถาบันที่มีชื่อเสียงของอเมริกา ผลการวิจัยออกมาโดยเปรียบเทียบ ขั้นตอนต่างๆของกิจกรรมว่าสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากแค่ไหน ซึ่งมีผลออก มาโดยคิดเป็น แคลลอรี่ ( calories ) ได้ดังนี้

ถอดเสื้อตัวเอง

---- เขาช่วยปลดกระดุม 5 cal
---- เขาไม่ช่วยเลย มัวแต่ซุกซน 28 cal

ถอดยกทรงตัวเอง

---- ไม่ต้องถอดเองเพียงแต่หมุนตัวเฉยๆ 8 cal
---- ถอดตะขอหน้า 12 cal
---- เขาไม่ช่วย ต้องใช้ 2 มือ ปลดตะขอเอง 37 cal
---- เขาไม่ช่วย แต่เรามีมือว่างอยู่มือเดียว 85 cal

ถอดกางเกง

---- รูดซิปด้วยมือเดียว 6 cal
---- รูดด้วยปาก เพื่อความสะดวก 315 cal
---- ควานหาของสำคัญพร้อมใช้งาน 8 cal
---- กึ่งสำเร็จรูป 92 cal
---- พร้อมรบเต็มที่ แต่ยังไม่ได้รูดซิปลง 417 cal

ระหว่างทำกิจกรรม

---- ครางเบา ๆ 12 cal
---- ทำเสียงประกอบดัง ๆ เพื่อประกอบจังหวะ 52 cal
---- ทำเสียงประกอบ พร้อมส่ายหัวไป มา 152 cal
---- ร่ำร้องรุนแรง , ส่ายหัว , ขย้ำมือ 352 cal

ท่านอน

---- นอนราบปรกติ 12 cal
---- นอนคว่ำหน้า 17 cal
---- 69 แบบยืน 112 cal
---- อุ้มเดินรอบห้อง 216 cal
---- ควบม้า 1,285 cal

หลังเสร็จภารกิจ

---- ล้มฟุบ หมดเรี่ยวแรง 18 cal
----กลิ้งตัวไปข้างๆ รอบๆเตียง 36 cal
---- ควบต่อยกสอง 816 cal

แต่งตัวเพื่อกลับบ้าน

---- แต่งแบบเงียบๆ กลัวคู่นอนตื่น 32 cal
---- แต่งเงียบๆ พร้อมทั้งน้ำตาคลอเบ้า 98 cal
---- รีบแต่งตัว เพราะหมดเวลาแล้ว 225 cal
---- รีบมากๆ เพราะสามีกลับมาก่อนเวลาเลิกงาน 3,225 cal

ฉะนั้น เรามามี Sex กันเหอะ!




 

Create Date : 28 เมษายน 2553    
Last Update : 28 เมษายน 2553 15:21:12 น.
Counter : 143 Pageviews.  

"อบเชย" ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

      ใครที่รู้ตัวว่ามีน้ำตาลในเลือดสูง ทราบหรือไม่ว่า อบเชยสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...นักวิจัยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมัล โมแห่งสวีเดน พบว่า การเหยาะอบเชยเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม ในขนมหรือของหวานที่กินประจำวัน จะช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในเลือดให้คงที่

   การทดลอง โดยนำอาสาสมัครที่แข็งแรงดีกลุ่มหนึ่ง เหยาะอบเชยผง 1 ช้อนชา ลงในอาหารหรือขนมหวานที่ทำด้วยข้าวให้กินหนึ่งชาม พบว่ามันมีสรรพคุณช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับต่ำ จากการวัดปริมาณน้ำตาลในเลือด ภายหลังจากกินขนมไปแล้วพบว่า เพิ่มขึ้นอีกไม่มากเท่าใด

   ดร.โจนนา เลโบวิคซ์ กล่าวว่า อบเชยอาจจะไปออกฤทธิ์ถ่วงการเดินทางของอาหาร จากกระเพาะไปยังลำไส้ให้เนิ่นนานออกไป

   นักวิจัยรายงานผลการศึกษา ในวารสาร "โภชนาศาสตร์คลินิก อเมริกัน" กล่าวว่า ผลการศึกษาได้ยืนยันหลักฐานจากการศึกษาที่แล้วมาว่า อบเชย มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน อันเป็นโรคเกิดจากอาการดื้อกับฮอร์โมนอินซูลินของร่างกาย

   "อบเชย" ซึ่งเคยเป็นเครื่องราชบรรณาการ ในสมัยโบราณอย่างหนึ่ง มีคุณสมบัติพิเศษป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน และยังมีคุณลักษณะเป็นอาหารต้านจุลชีพ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราได้

   ถ้าไม่อยากให้น้ำตลาดในเลือดสูง ก็ลองหาอบเชยมาทานกันได้

   ที่มา : variety.teenee.com




 

Create Date : 28 เมษายน 2553    
Last Update : 28 เมษายน 2553 15:11:10 น.
Counter : 95 Pageviews.  

'สมองเสื่อม' หรือ 'ขี้ลืมธรรมดา'

โรคสมองเสื่อม คืออาการเสื่อมของระบบการทำงานของสมองทั้งหมด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับความจำ ความรอบรู้ มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและบุคลิกภาพ แต่อาการหลงลืมจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั้น โดยมากจะสูญเสียความจำเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้ปรับตัวได้โดยไม่มีผลต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

โรค สมองเสื่อมในประชากรไทย พบว่า

มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ โอกาสของการเกิดโรคจะเป็นไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ประชากรที่ด้อยการศึกษาจะเป็นโรคนี้มากกว่าประชากรที่มีการศึกษาดี ผู้สูงอายุที่อยู่ในเขตเมืองใหญ่จะมีโอกาสเป็น โรคนี้มากกว่าผู้สูงอายุที่อาศัยในเขตที่เจริญน้อยกว่า และพบว่าโรคสมองเสื่อมมีความสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง คาดว่าโอกาสการเกิดโรคสมองเสื่อมสัมพันธ์กับการบริโภคเกลือและภาวะเครียดใน กลุ่มคนเมือง

ความแตกต่างระหว่างอาการหลงลืมปกติ และอาการโรคสมองเสื่อมคือ ผู้สูงอายุทั่วไปอาจมีอาการหลงลืมได้บ้าง แต่ลืมแล้วจำได้ว่าลืมอะไร?? เมื่อมีการฝึกเตือนตนเอง จะช่วยแก้ไขความจำดีขึ้น ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะจำไม่ได้เลย เคยทำหรือลืมอะไร!! นอกจากนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกภาพและมีปัญหาพฤติกรรมผิดปกติร่วม ด้วย

อ่านถึงตรงนี้... หลายท่านอาจจะสงสัยว่า?? ตนเองหรือผู้สูงอายุที่ดูแลอยู่เป็นโรคสมองเสื่อมหรือหลงลืมธรรมดาๆ กันแน่ ลองสำรวจ 10 อาการสัญญาณเตือนโรคสมองเสื่อม (ข้อมูลจากคู่มือโรคสมองเสื่อม จัดทำโดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)

10 อาการเตือนโรคสมองเสื่อม

1. หลงลืม มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันคนทั่วไปมีลืมการนัดหมาย ลืมชื่อเพื่อน หรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อนได้ในบางครั้ง แต่จะจำได้ในภายหลังแต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม ลืมบ่อยกว่าและฟื้นความจำไม่ได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา

2. ทำกิจวัตรที่เคยทำมาไม่ได้ คนที่มีธุระยุ่งมากอาจจะไม่มีสมาธิเป็นครั้งคราวได้ เขาอาจลืมอาหารที่อุ่นไว้บนเตา แต่จะจำได้เมื่อต้องรับประทานอาหาร แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะจำไม่ได้และทิ้งอาหารที่อุ่นไว้แม้ว่าทานอาหาร อิ่มแล้ว

3. มีปัญหาในการใช้ภาษา ทุกๆ คนต้องเคยบ้างที่ใช้คำพูดผิด แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมอาจลืมคำง่ายๆ และใช้คำที่ไม่เหมาะสมแทน ทำให้คนอื่นเข้าใจลำบาก เช่น ใช้คำแทนนาฬิกาว่า เครื่องที่เอาไว้ดูเวลา

4. ไม่รู้เวลาและสถานที่ เป็นปกติที่บางครั้งอาจลืมว่าเป็นวันอะไรของสัปดาห์หรือลืมเส้นทางที่ตนเอง จะไป แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจำถนนหนทางที่ใช้ประจำไม่ได้ ไม่รู้ว่ามาอย่างไร?? และจะกลับบ้านอย่างไร??

5. การตัดสินใจแย่ลง เราอาจจะไม่ไปหาแพทย์เมื่อเป็นไข้ แต่ถ้าเป็นมาก ในที่สุดก็จะไปพบแพทย์ แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมไม่รู้ว่ามีอาการอย่างไรที่จะต้องไปพบแพทย์หรือผู้ ป่วยอาจจะใส่เสื้อผ้าหนาๆ ในวันอากาศร้อน

6. มีปัญหาในการคิดแบบนามธรรม บางครั้งคนทั่วไปอาจบวก- ลบ เลขไม่ถูก แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมไม่รู้แม้กระทั่งตัวเลขคืออะไร?? และเอาไว้ทำอะไร

7. วางของผิดที่ บางคนอาจวางโทรศัพท์หรือกระเป๋าสตางค์ไว้ผิดที่ แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะวางของในที่ๆ ไม่ควรวาง เช่นเก็บรองเท้าไว้ในตู้เย็น เก็บถุงเท้า กางเกงในที่ใช้แล้วไว้ในลิ้นชักโต๊ะ

8. อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนไป ทุกคนมีอารมณ์เศร้า อารมณ์เสียได้เป็นครั้งคราว แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม มีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเงียบๆ เป็นร้องให้ จากอารมณ์ดีเป็นโกรธโดยไม่มีเหตุผล

9. บุคลิกภาพเปลี่ยนไป ปกติบุคลิกภาพจะเปลี่ยนไปตามอายุได้ แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม จะเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว อาจจะสับสนสลับกับหวาดระแวง รวมถึงความกลัวโดยไม่มีเหตุผลหรือการแสดงออกที่ไม่สมควร เช่น ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าสาธารณชน

10. ขาดการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คนทั่วไปอาจจะเบื่องานหรือเบื่อการเข้าสังคม แต่ไม่นานก็จะกลับมาเริ่มทำใหม่ได้ แต่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมักจะอยู่เฉยไม่อยากทำอะไรรอให้คนอื่นมาหาหรือมาชัก ชวนให้ทำสิ่งต่างๆ

หากมีอาการข้อหนึ่งข้อใด อย่ารีรอ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุที่รักษาได้ แต่ถ้าเป็นโรคสมองเสื่อม แพทย์ก็มีทางที่จะช่วยเหลือท่านได้ค่ะ

ที่มา : โรงพยาบาลศรีธัญญา




 

Create Date : 27 เมษายน 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2553 23:00:56 น.
Counter : 94 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

DeWalt
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add DeWalt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.