Group Blog
 
All Blogs
 

8 วิธี คลายเครียดทันใจ


อย่าปล่อยให้ชีวิตต้องจมอยู่กับความเครียดจาก การทำงานอันเร่งรีบ และเรียกร้อง ลองใช้วิธีการต่อไนปี้ที่ได้ชื่อว่าช่วยในการคลายเครียดให้คุณได้อย่างทันใจเสมอ

1. จดบันทึก การจดบันทึกมีประโยชน์หลายอย่าง เป็นทั้งการทบทวนตัวเอง ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการสำรวจถึงทางออกที่เป็นไปได้ต่อปัญหาเหล่านี้ สามารถช่วยคุณในการย่อยสลายอารมณ์ความรู้สึกอันยากลำบากต่างๆ และเป็นหนทางในต่อสู้กับความเครียดในอนาคต

2. การทำสมาธิ มีหลายวิธีในการทำสมาธิ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีใดก็ตาม การฝึกทำสมาธิสามารถลดความเครียดได้อย่างมหาศาล และต่อสู้กับปฏิกิริยาในแง่ลบจากความเครียด และเมื่อคุณผ่อนคลาย คำตอบของปัญหาที่ทำให้คุณเครียด ก็จะมาถึงคุณเองในแบบที่ง่ายดายและชัดเจน

3. พูดกับเพื่อน การพูดสิ่งต่างๆ ออกมากับเพื่อนสามารถกระจายอารมณ์และความตึงเครียดของคุณออกมาได้ และช่วยคุณให้รู้สึกว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในปัญหาของตัวเอง และเพื่อนอาจถามคำถามที่สอดรู็สอดเห็นบางอย่าง ซึ่งจะทำให้คุณคิดถึงสถานการณ์ของตัวเองในแบบที่แตกต่างออกไป

4. การพูดกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบสามารถทำให้เกิดความเครียดได้มากกว่าที่คนส่วนใหญ่จะ รู้ตัว เราหมายถึงเสียงเล็กๆ ในหัวของคุณที่ประเมินสิ่งต่างๆในแง่บวกหรือแง่ลบ และบอกคุณเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่คุณพบอยู่ และเกี่ยวกับตัวคุณเอง ลองเปลี่ยนจากการพูดกับตัวเองในแง่ลบ มาเป็นการพูดถึงตัวเองในแง่ดี มันอาจต้องใช้การสำรวจตัวเองเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเลือกคำพูดที่จะใช้กับ ตัวเอง แต่ผลที่ได้รับก็คือ ความรู้สึกมั่นใจและความเครียดที่ผ่อนคลายลง

5. เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ ถ้าคุึณรู้สึกว่ากำลังทำงานมากเกินไปและเครียดเกินไป มันอาจถึงเวลาที่คุณจะเรียนรู้วิธีที่จะบอกปฏิเสธกับผู้คนที่เรียกร้องเวลา จากคุณ การปฏิเสธจะทำให้คุณรู้สึกว่ามีอำนาจมากขึ้น และคุณสามารถป้องกันไม่ให้ชีวิตยุ่งเหยิงเกินไป จนวงจรความเครียดดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง คุณสามารถมองเข้าไปในตัวเองเพื่อดูว่าทำไมคุณจึงไม่เคยปฏิเสธใคร และใช้วิธีการใหม่เพื่อที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น

6. ฝึกการหายใจ การหายใจเข้าลึกๆ เป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ง่ายดาย และมีประโยชน์อย่างมากมายต่อร่างกาย รวมถึงการเติมออกซิเจนในเลือด ที่ช่วยปลุกสมองให้ตื่นตัว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและทำให้จิตใจความคิดสงบ การฝึกหัดหายใจสามารถทำได้ทุกหนทุกแห่ง และได้ผลอย่างรวดเร็วจนคุณสามารถคลายเครียดได้ในพริบตา

7. การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยการเกร็งและคลายกลุ่มกล้ามเนื้อทั้งหลายในร่างกาย คุณสามารถผ่อนคลายความตึงเครียด และรู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นในเวลาไม่กี่นาที โดยไม่ต้องมีการผึกฝนหรือเครื่องมือพิเศษใดๆ เริ่มด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้า แยกเขี้ยวและยิ้มค้างไว้ 10 วินาทีแล้วผ่อนคลาย 10 วินาที ทำซ้ำกับกล้ามเนื้อคอ ตามด้วยไหล่ และกล้ามเนื้ออื่นๆ คุณสามารถทำแบบนี้ทีไหนก็ได้ และขณะที่คุณทำ คุณจะพบว่าตัวเองผ่อนคลายได้เร็วกว่าและง่ายกว่า

8. การออกกำลัง คนจำนวนมากออกกำลังเพื่อควบคุมน้ำหนักและเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี แต่การออกกำลังกับการจัดการความเครียดก็มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การออกกำลังทำให้เราหันเหความสนใจไปจากสถานการณ์อันตึงเครียด เช่นเดียวกับเป็นทางออกของความหงุดหงิดคับข้องใจ และทำให้คุณชื่นบานด้วยการหลั่งของเอนดอร์ฟินส์

Lisa




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 20:39:38 น.
Counter : 139 Pageviews.  

นอนมากเกินไป-น้อยเกินไป เสี่ยงเป็นเบาหวาน

คนที่นอนมากเกินไปหรือนอนน้อยเกินไป มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคเบาหวาน

ผลวิจัยพบว่า คนที่ไม่ได้นอนคืนละ 7-8 ชั่วโมงมีแนวโน้มสูงขึ้น 2 เท่าครึ่งที่จะมีน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งโยงกับโรคเบาหวาน

นักวิจัยซึ่งศึกษาพฤติกรรมของอาสาสมัคร 276 คนเป็นเวลา 6 ปี บอกว่ายังไม่รู้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Medicine แนะนำว่า การนอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนนับเป็นจำนวนที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ในการป้องกันโรคต่างๆ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ไม่ทราบสาเหตุของเรื่องนี้ แต่ผลการศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างแบบแผนการนอนกับ โรคอ้วน โรคหัวใจร่วมหลอดเลือด และอัตราการเสียชีวิต

โรคอ้วนมีส่วนเชื่อมโยงกับเบาหวาน แต่โอกาสเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อเบาหวานอันเนื่องจากนิสัยในการนอนนั้นก็ยังคง มีอยู่แม้ว่าได้ตัดปัจจัยเรื่องโรคอ้วนออกไปแล้ว

งานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ว่า การอดนอนอาจรบกวนการผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหารที่มีแคลอรีสูง ความหิว และการใช้พลังงาน

นักวิจัยแองเจโล เทรมเลย์ บอกว่า งานชิ้นนี้เป็นการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลาการ นอนกับความเสี่ยงต่อเบาหวาน ความเสี่ยงนี้ยังคงมีนัยสำคัญแม้ว่าได้นำปัจจัยเรื่องดัชนีมวลกายกับเส้นรอบ เอวมาร่วมพิจารณาด้วยแล้ว "คำแนะนำก็คือ เราควรนอนให้เต็มตื่น แต่สำหรับบางคนเรื่องนี้ก็พูดง่ายแต่ทำยาก"

งานสำรวจหลายชิ้นพบว่า ผู้คนกำลังใช้เวลากับการนอนหลับน้อยลง ชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ราว 1 ใน 3 มักนอนคืนละ 5 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น ระยะเวลาการนอนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7 ชั่วโมง

ไทยโพสต์




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 20:28:30 น.
Counter : 119 Pageviews.  

15 นาที เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

      การดูแลสุขภาพอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อและยุ่งยาก แต่ที่จริงช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ แค่ 5 -15 นาที ก็ช่วยให้ร่างกายดีขึ้นได้แบบง่ายๆ เป็นของขวัญวันต้นปีที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง โดยแบ่งเวลาก่อนหรือหลังกิจกรรมที่คุณทำอยู่แล้วประจำวัน แล้วเพิ่มรายละเอียดที่เราแนะนำเข้าไปอีกนิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

      ดื่มน้ำ 1 นาที ตอนตื่นนอน เมื่อตื่นนอนแล้วควรดื่มน้ำ1-2 แก้ว เพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะ และระบบขับถ่าย ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น หากกลัวลืมให้วางขวดและแก้วน้ำไว้ที่หัวเตียงก่อนนอน เพื่อที่จะดื่มได้ทันทีที่ตื่นขึ้น

      หัวเราะ 15 นาที ก่อนอาหารเย็น ผลัดกันเล่าเรื่องตลกกับคนในครอบครัวคนละ 1 เรื่องทุกวัน และหัวเราะเต็มเสียงให้ลมผ่านปาก ลำคอ ปอด กระเพาะ ลำไส้ใหญ่ - เล็ก จนรู้สึกว่าอวัยวะทุกส่วนเคลื่อนไหว หรือจนรู้สึกเกร็งหน้าท้อง เพื่อให้ร่างกายได้ออกซิเจนมากขึ้น ฟอกปอด ป้องกันการเวียนหัว อ่อนเพลีย แถมยังเพิ่มความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย

      เดินเพิ่มขึ้น 15 นาที ก่อนเริ่มงาน เปลี่ยนจากใช้ลิฟท์เป็นเดินขึ้น-ลงบันไดแทน หรือขยับไปจอดรถไกลขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้เดินไกลขึ้น โดยเดินให้เร็วขึ้นกว่าปกติ และเพิ่มระยะทางการเดินขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน หากมีเวลาอาจไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้รับอากาศบริสุทธิ์ด้วย วิธีนี้เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะทั้งวันจะช่วยให้ร่างกายได้ เคลื่อนไหวและออกแรงบ้าง

      กะพริบตาทุก 15 นาที เมื่ออยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ กะพริบตาเพิ่มขึ้น 1-2 ครั้ง ทุก 15 นาที และเมื่อเลิกใช้คอมพิวเตอร์ให้กระพริบตาถี่ๆ เพื่อให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ยิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยให้ตาไม่แห้ง เกินไป

      ล้างมือ 1 นาที ก่อนเข้าห้องน้ำ มีงานวิจัยพบว่าคนเข้าห้องน้ำโดยไม่ล้างมือมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากว่า คนที่ล้างมือก่อนเข้าห้องน้ำ แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่การล้างมือก่อนเข้าห้องน้ำก็ช่วยให้มือคุณสะอาดจากเชื้อโรคหากต้องสัมผัส กับจุดซ่อนเร้นและไม่ก่อโรคให้ตัวเองแบบไม่ตั้งใจ ที่สำคัญออกจากห้องน้ำแล้วอย่าลืมล้างมืออีกครั้ง

      หยุดกิน 5 นาที ก่อนอิ่มจริง ทุกครั้งเวลากินอาหารมื้อหลัก ให้หยุดกินก่อนอิ่มจริง 5 นาที และควรกินอาหารแค่ "เกือบอิ่ม" เท่านั้น กระเพาะอาหารจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป

ที่มา : //variety.teenee.com




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 20:22:08 น.
Counter : 175 Pageviews.  

บำรุงสมองด้วย "อาหารทะเล"



      ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่อุดมสมบรูณ์ไปด้วย อาหารการกินอีกทั้งยังมีพื้นที่ติดกับทะเล ทั้งทางภาคใต้ และทางภาคตะวันออกของประเทศ ทำให้มีอาหารจากท้องทะเลมากกมาย ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งอาหารทะเลเหล่านี้มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสารพัดและหนึ่งในนั้น ก็คือสารอาหารที่รู้จักกันในชื่อ โอเมก้า 3 (Omega-3)

      Omega 3 คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ พอมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลม่อน ปลาแม็คเคอเรล (ที่เอามาทำปลากระป๋อง) ซึ่งให้น้ำมันปลาในบริเวณที่สูงมาก (“น้ำมันปลา” เป็นคนละประเภทกับน้ำมันตับปลา) จากการวิจัย โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันตั้งต้นที่จะสร้างเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ชื่อว่า EPA (ย่อมาจาก EICOSAPANTAENOIC ACID ) และ DHA (ย่อมาจาก DOCOSAHEXANOIC ACID) ซึ่งล้วนแต่จำเป็นต่อการทำงานที่สมบรูณ์ต่อร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ลดการตัวของเกล็ดเลือด ลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น และเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเซลล์สมอง และทำให้ดวงตาทำงานได้ดี และ DHA ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองและดวงตาของเด็กทารกในครรภ์อีกด้วย เด็กที่ขาด DHA จะทำให้สมาธิสั้น มัปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ และการเรียนรู้ และในขณะเดียวกัน เมื่อเราอายุมากขึ้น เนื้อเยื่อสมองก็จะเริ่มเสื่อมถอย โอเมก้า 3 จะมีบทบาทช่วยซ่อมแซมเซลล์ประสาท ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย จึงถือว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อคนในทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว

      แม้ว่าปลาทะเลที่มาจากต่างประเทศจะมีราคาแพง แต่คนไทยเราก็มีปลาทะเลคุณภาพที่ทดแทนกันได้ เช่น ปลาทู ปลากะพง ปลาอีกา ปลาตาเดียว ในเนื้อปลาทู 100 กรัม จะมีโอเมก้า 3 ราว 2-3 กรัม ซึ่งโดยปกติแล้ว คนเราต้องการโอเมก้า 3 เพียงประมาณ 3 กรัมต่อวัน ในหนึ่งสัปกาห์เราควรกินปลาทะเลหรืออาหารทะเลชนิดอื่นๆ บ้างสัก 2-3 ครั้ง และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์

ที่มา : วิชาการดอทคอม




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2553 15:42:36 น.
Counter : 166 Pageviews.  

อ้วนนำ-โรคตาม

เคยได้ยินคนเถียงกันเรื่องอ้วน-ไม่อ้วน สัปดาห์นี้ ‘มุมสุขภาพ’ มีข้อเท็จจริงว่าด้วยเรื่อง ‘โรคอ้วน’ มาฝากให้ผู้อ่านเข้าใจก่อนจะฟันธงเรื่องความอ้วน ว่า ผู้ที่เข้าข่ายป่วยด้วยโรคอ้วนนั้นจะต้องมีปริมาณไขมันกินร้อยละ 30 ในผู้หญิง ส่วนผู้ชายนั้นยึดหลักที่ร้อยละ 25 หรือลองคำนวณด้วยสูตรยอดนิยมอย่าง น้ำหนัก (กิโลกรัม) การ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง จากนั้นนำค่าที่ได้ไปเทียบกับตารางค่าดัชนีมวลกาย หากสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ระบุแสดงว่าเป็นโรคอ้วน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ เกิดโรคอ้วนนั้นอาจเป็นเพราะการรับประทานอาหารประเภทแป้ง โปรตีน ไขมัน เกินความจำเป็นที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส ปะปนอยู่มากยิ่งทำให้ร่างกายดูดดซึมสารอาหารดังกล่าวไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายจะหลั่งสารอินซูลินออกมาในปริมาณมาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อ้วน

อาการป่วยบางชนิดก็เป็น ปัจจัยให้เกิดโรคอ้วน เช่น ป่วยด้วยโรคต่อมธัยรอยด์ ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารที่บริโภคเข้าไปได้น้อย รวมทั้งจากการรับประทานยาบางชนิด อาทิ ยาคุมกำเนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า ยาควบคุมความดัน กรรมพันธุ์ก็มีส่วน เพราะครอบครัวที่เป็นโรคอ้วนมักจะมีความผิดปกติของฮอร์โมน Leptin ที่มีความสามารถสั่งสมองให้อยากอาหารลดลงนั้นบกพร่อง

นอกจากนี้ สืบเนื่องจากขาดการออกกำลังกาย การดำรงชีวิตที่พึงพาสิ่งอำนวยความสะดวกมากเกินไป ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่า เลิกบุหรี่แล้วอ้วนนั้นเป็นเพราะ บุหรี่มีสารนิโคตินที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร (แต่ก็ไม่ควรเลือกสูบบุหรี่เพราะกลัวอ้วน เนื่องจากบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าประโยชน์เรื่องน้ำหนักตัว)

เป็นไปได้ว่า สาเหตุที่คนอ้วนไม่รีบเร่งลดหรือควบคุมน้ำหนักนั้นอาจเป็นเพราะไม่ทราบถึง อันตรายของโรคดังกล่าวที่จะนำโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งบางชนิด โรคเบาหวาน โรคถุงน้ำดี โรคหยุดหายใจเป็นพัก ๆ รวมทั้งภาวะข้อเสื่อม เส้นเลือดขอด กลั้นปัสสาวะไม่ได้

เรื่องราวของโรคอ้วนยังไม่จบลงเพียงแค่นี้ ตามอ่านต่อกันได้ตลอดทั้งสัปดาห์.

ที่มา : FW Mail.




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2553 15:20:51 น.
Counter : 117 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

DeWalt
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add DeWalt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.