Group Blog
 
All Blogs
 

พบ "กรรมพันธุ์" ทำให้ขี้โมโห


ท่านเป็นคน ที่โกรธง่ายหรือไม่ หากว่ามักโกรธฉุนเฉียวง่าย ให้โทษพันธุกรรมเอาไว้

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยบอนน์ของเยอรมันได้ศึกษา โดยใช้แบบสอบถามและทำการทดสอบดีเอ็นเอกับประชาชน 800 กว่าคน ได้พบต้นตอของความโกรธว่าอยู่ที่หน่วยพันธุกรรมหรือยีน ที่มีชื่อระหัสว่า "ดีเออาร์พีพี-32" ยีนตัวนี้มีส่วนกับการควบ คุมระดับของโดปามีน อันเป็นสารเคมีในสมองอย่างหนึ่ง ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความโกรธและความก้าวร้าว

พวกเขายังได้พบว่า ยีนนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบด้วยกัน และผู้ที่มียีนแบบ "ทีที" หรือ "ทีซี" จะเป็นผู้ที่โกรธง่ายยิ่งกว่าผู้ที่มียีนแบบ "ซีซี" นอกจากนั้นในสมองของคนโกรธขึ้งง่าย ยังมีวัตถุสีเทาในส่วนของสมองเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์น้อยกว่าคนทั่วไปด้วย นักวิจัยมาร์ติน รอยเตอร์ บอกอธิบายว่า "หรือ อาจบอกได้ พวกเขาไม่อาจควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ดีเท่าคนอื่น"

แต่คณะนักวิจัยกล่าวว่า กรรมพันธุ์ยังมีส่วนในความโกรธของนิสัยใจคอของเราเพียงแค่ประมาณครึ่งเดียว และยีน "ดีเออาร์พีพี-32" ก็เป็นเพียงยีนที่เกี่ยวข้องตัวหนึ่งในอีกหลายตัวเท่านั้น


ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 22:36:05 น.
Counter : 123 Pageviews.  

กาแฟ..หอมอร่อย แต่..อันตราย!!


เคยได้ยินหรือไม่ว่า การดื่มกาแฟวันละแก้ว เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณติดสารเสพติด?

      "กาแฟ" เครื่องดื่มยอดนิยมที่สุดบนพื้นพิภพ ถูกศึกษาและวิเคราะห์ในเกือบทุกประเทศทั่วโลกที่มีสถาบันวิจัย ในแง่ของคุณภาพและผลพวงต่อมนุษย์ เรียกได้ว่าไม่นานหลังจากถูกค้นพบ กาแฟก็กลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันทั่วไป

      ตัวอย่างเช่นในปี 1679 ดร. คอมโบแห่งมหาวิทยาลัยมาร์เซย์ส กล่าวว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มีอนุภาคที่ถูกเผาผลาญจำนวนมาก ซึ่งมีพลังถึงขั้นที่สามารถทำลายน้ำเหลืองทั้งหมดและทำให้ไตเหือดแห้ง อนุภาคดังกล่าวยังสามารถสกัดกั้นน้ำที่ไปหล่อเลี้ยงสมอง ทำให้ผู้ดื่มหมดแรง เป็นอัมพาตและหมดสมรรถภาพทางเพศ

      กว่า 300 ปีมาแล้วนับจากการวิเคราะห์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี จนวันนี้ นักวิจัยยังคงไม่ยอมวางมือจากการศึกษาค้นคว้าถึงพิษภัยของกาแฟ

      จากข้อมูลของโรแลนด์ กริฟฟิตส์แห่งสถาบันจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า การดื่มกาแฟวันละหนึ่งแก้วเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ดื่มติดสารเสพติด โดยกริฟฟิตส์อ้างอิงอาการ อาทิ ปวดศรีษะและปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า การขาดสมาธิ และการคลื่นไส้วิงเวียนอันเกิดจาก ‘การ เลิก’ คาเฟอีน ที่พบในคนครึ่งหนึ่งที่เคยดื่มกาแฟเป็นประจำ

      นักวิจัยผู้นี้จึงแนะนำ ว่า ควรใส่การติดกาแฟไว้ในรายชื่อโรคทางกายและสุขภาพจิตที่เกิดจากการเสพติดลงไป ด้วย

      ทั้งนี้ คาเฟอีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกาแฟ เป็นสารกระตุ้นที่อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและชีพจรเต้นเร็วขึ้นชั่วคราว นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ผู้ที่มีความเครียดสูงและผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจ ได้รับคำแนะนำให้งดเว้นการดื่มกาแฟ

      นักวิจัยจากโรงพยาบาลเฮ นรี ดูแนนท์ในเอเธนส์ ประเทศกรีซ เชื่อว่า กาแฟเพียงวันละ 1 แก้วสามารถทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากจะทำให้ระดับคาเฟอีนในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น ผนังหลอดเลือดหนาขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้น

      ทว่า สำหรับแพทย์โรคหัวใจของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซูริก สวิตเซอร์แลนด์ กลับระบุว่า กาแฟทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเฉพาะผู้ที่นานๆ ดื่มทีเท่านั้น แต่พวกคอกาแฟที่ซดกันวันละ 2-3 แก้วปลอดภัยหายห่วงจากเรื่องนี้

      ขณะเดียวกัน วอลเตอร์ วิแลตตีจากบอสตัน ได้ทำการทดลองเพื่อหาความเป็นไปได้ของความเกี่ยวพันระหว่างการดื่มกาแฟกับ โรคโลหิตจาง ด้วยการติดตามสุขภาพพยาบาล 85,747 คนจากปี 1980-1990 โดยผลปรากฏว่า ไม่พบความเกี่ยวโยงใดๆ ระหว่างสองสิ่งดังกล่าว อย่างน้อยในหมู่ผู้หญิง อีกทั้งพบว่า ถึงดื่มกาแฟวันละ 6 แก้วก็ไม่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโลหิตจางเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

      กาแฟมีทั้งคุณและโทษเช่น เดียวกับอีกหลายสรรพสิ่งในโลก ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลว่าต้องการเลือกสิ่งใดให้ตัวเอง และต่อไปนี้คือข้อดีอื่นๆ ของกาแฟ

กาแฟดีต่อถุงน้ำดี (ลดความเสี่ยงในการเป็นนิ่ว เนื่องจากคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี)

กาแฟดีสำหรับผู้ป่วยโรคหอบ เพราะช่วยขยายทางเดินหายใจ

กาแฟปกป้องตับจากอันตรายของแอลกอฮอล์ และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับ

กาแฟช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ

กาแฟเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคร้ายมากมายหลายอย่าง




 

Create Date : 28 มิถุนายน 2553    
Last Update : 28 มิถุนายน 2553 22:50:56 น.
Counter : 109 Pageviews.  

ข้อควรระวัง! ในการใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า



- อย่ากดสวิตซ์ เปิด-ปิด ขณะที่ไม่มีหม้อชั้นใน


- อย่าใช้วัตถุมีคมถู หรือขัดหม้อชั้นใน เพราะจะทำให้สารที่เคลือบหม้อหลุดไปได้


- อย่าเสียบปลั๊กหรือสวิตซ์ หรือจับหม้อชั้นนอกขณะที่มือเปียก เพราะอาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว


- ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังจากการใช้งาน


- ก่อนการใช้งานเช็ดหม้อชั้นใน และแผ่นความร้อนให้แห้งสะอาดเสียก่อน

- เมื่อกดสวิตซ์หุง ถ้ากดไม่ติด ห้ามใช้วัสดุใดค้ำ หรือกดคาไว้

- การใช้หม้อหุงข้าวครั้งต่อไป ควรรอสักประมาณ 10 นาที เพื่อให้หม้อหุงข้าวมีอุณหภูมิ




 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:12:04 น.
Counter : 262 Pageviews.  

4 เคล็ดลับ ช่วยเพิ่มความจำให้กับสมอง




      สมองก็เหมือนส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ที่ต้องออกกำลังบริหารอยู่เสมอ เพื่อให้คงอยู่ในสภาพดี นอกจากจะส่งผลให้สมองโลดแล่นแล้ว ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจดจำด้วย

      1. ทานอาหารเพิ่มความจำ อยู่ในอาหาร กลุ่มวิตามินบี เช่น นมพร่องมันเนย กล้วย ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่างๆ ผัก ผลไม้ ช่วยป้องกันสมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน

      - กลุ่มธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล มีผลต่อไอคิว ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้าย ซึ่งเกี่ยวกับระบบการคิด

      - ไข่แดง ตับ ถั่วลิสง เนยถั่ว บำรุงเซลล์สมอง

      - ปลาที่มีโอเมก้า 3 อาทิ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาแมคคอเรล ช่วยป้องกันความจำเสื่อม

      2. ออกกำลังเพิ่มความจำ การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรออกกำลังกายให้หลากหลายประเภท เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองจากการฝึกฝนทักษะใหม่ๆ เช่น การเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก หรือว่ายน้ำ เป็นต้น

      3. นอนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เซลล์ประสาทจะสื่อสารกันได้มากขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้และความจำ

      4. บริหารสมอง อาทิ การเล่นหมากรุก หมากล้อม เล่นเกมคอร์สเวิร์ด ฯลฯ ซึ่งต้องใช้ความคิด เซลล์สมองจะเจริญเติบโตมากขึ้น ความสามารถในการจำก็จะดีขึ้นด้วย




 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:04:38 น.
Counter : 105 Pageviews.  

"เตียงยุ่ง" ไรฝุ่นไม่ชอบ


นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ประสบความล้มเหลวในการเก็บที่นอนตอนเช้า นั่นหมายความว่าคุณจะแข็งแรงกว่าคนที่เก็บเตียงเรียบร้อยทุกวัน

เพราะไม่ใช่แค่คนใกล้ตัวนั้นที่รังเกียจเตียงยุ่ง ๆ เพียงอย่างเดียว เจ้าไรฝุ่นก็ไม่ชอบเตียงที่ไร้ระเบียบเหมือนกัน

ไรฝุ่นเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดโรคหอบหืดและภูมิแพ้ชนิดต่าง ๆ เร็ว ๆ นี้มหาวิทยาลัย Kingston รายงานว่า แมลงหลายชนิดไม่สามารถดำรงชีวิต อยู่ได้ในสภาพอากาศที่อบอุ่นและแห้งซึ่งพบได้ตามเตียงยุ่ง ๆ ทั่วไป

โดยเฉลี่ยแล้วพบว่าเตียงแต่ละเตียงจะมีไรฝุ่นได้มากถึงประมาณ 1.5 ล้านตัว ไรฝุ่นที่ว่านี้มีความยาวน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร อาศัยเก็บกินเศษซากผิวหนังของเราดำรงชีวิตแถมยังปล่อยสารก่อภูมิแพ้ออกมาให้ เราสูดดมเข้าไปในขณะหลับอีกด้วย

สภาพที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของมัน คืออากาศอบอุ่นชื้น ซึ่งพบได้ในเตียงที่ได้รับการจัดเก็บเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับว่าเตียงในอุดมคติแบบนี้จะเป็นที่ที่เหมาะต่อการ อยู่อาศัยของไรฝุ่น อย่างไรก็ตามเมื่อความชื้นมีน้อยลงไรฝุ่นก็จะเจริญน้อยลงเช่นเดียวกัน

เกร็ดเล็กๆ

นักวิทยาศาสตร์ได้ออกแบบการทดลองโดยสร้างโมเดล คอมพิวเตอร์ขึ้นมาติดตามการผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพบ้านต่อการลดจำนวนลง ของไรฝุ่น

Dr. Stephen Pretlove กล่าวว่า ไรดำรงชีวิตโดยอาศัยความชื้นจากน้ำในอากาศเพียงอย่างเดียวโดยใช้ต่อมขนาด เล็กที่อยู่ภายนอกร่างกาย

Pretlove กล่าวว่า การปล่อยให้เตียงอยู่ในสภาพไร้ระเบียบในตอนกลางวันช่วยขจัดความชื้นออกจาก เตียงและผ้าปูเตียงได้ ในสภาพนี้ไรฝุ่นจะขาดน้ำและตายไปเอง

ในอนาคต ทีมวิจัยจะทำการทดลองโดยนำกล่องไรฝุ่นไปวางไว้ในเตียงของบ้านแต่หลังจำนวน 36 หลัง รอบๆ UK (สหราชอาณาจักร) เพื่อทดสอบโมเดลคอมพิวเตอร์ที่ผลิตขึ้นและทดสอบว่ากิจวัตรประจำวันในการเก็บ ที่นอนมีผลต่อจำนวนประชากรไรฝุ่นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เครื่องทำความร้อน เครื่องระบายอากาศและฉนวนกันความร้อนอาจมีผลต่อการศึกษาในครั้งนี้

Dr.Pretlove กล่าวว่า งานวิจัยนี้มีศักยภาพในการช่วยลดเงินค่ารักษาโรคที่เกิดจากไรฝุ่นใน UK ได้ถึง 700 ล้านปอนด์

ผลการศึกษาจะช่วยให้นักออกแบบบ้านสร้างบ้านแบบ ใหม่ที่ทำให้ผู้อยู่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ดูแลความสะอาดใน บ้านซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากไรฝุ่นมากสุด

Dr. Matt Hallsworth จากสมาพันธ์ โรคหืดหอบใน UK กล่าวว่า สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นภายในบ้านเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผู้อาศัยเป็นโรคหอบ หืดซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยาก

ศาสตราจารย์ Andrew Wardlaw จากสมาพันธ์อังกฤษด้านภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยาทางการแพทย์ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ให้ความสำคัญกับโรคหอบหืดและภูมิแพ้ กล่าวว่า หากเป็นไปได้น่าจะมีการจัดการที่ดีภายในบ้านเพื่อช่วยลดจำนวนไรฝุ่น เพราะพวกมันไม่สามารถอยู่ในที่ที่แห้งคล้ายสภาพทะเลทรายได้ อย่างไรก็ตามบ้านใน UK ส่วนใหญ่มีอากาศชื้นเหมาะกับการอาศัยของไรฝุ่นทำให้ไม่อาจแน่ใจได้ว่าเพียง แค่เตียงไม่เรียบร้อยจะมีผลต่อความชื้นโดยรวม

ที่มา - วิชาการดอทคอม




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 0:52:45 น.
Counter : 94 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

DeWalt
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add DeWalt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.