เทคนิคเขียนบล็อกให้มีความสุข
บทความนี้ผมเขียนเอาไว้ที่เว็บไซต์ส่วนตัว ในหัวข้อเดียวกันนี้ที่เว็บ Giffdiary.com ช่วงหลังนี้ผมเห็นกระแส งานนักเขียน คอร์สอบรมนักเขียน เขียนแล้วรวย เขียน E book สารพัดคอร์ส น่าสนใจครับ สำหรับผมอาจมีมุมมองบางมุมเหมือนพระเอกในหนังเรื่อง The Rewriter ที่เขาคิดว่าทักษะการเขียนเป็นพรสวรรค์ สอนกันยาก แต่ผมอยากบอกว่า คนที่สอนเก่ง เขาก็มีความสามารถในการถ่ายทอดที่ดีเช่นกัน การเขียนอาจไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด แต่ผมก็เห็นหลายคนยอมแพ้กับการเขียน บางทีอาจเป็นเพราะ พิมพ์ดีดไม่เก่ง ไม่ชอบอ่านหนังสือ ขาดข้อมูล ขาดแรงจูงใจ มองไม่เห็นโอกาสดีๆ จากงานเขียน ก็เหมือนหลายคนที่เบื่อวิชาพิมพ์ดีด เบื่อวิชาเรียงความในวัยเด็กนั่นเอง

วิชาเรียงความเป็นวิชาหนึ่งที่สร้างความสำเร็จให้กับคนมากมาย แต่ได้รับเครดิตน้อยยิ่งกว่าน้อย ในระดับเดียวกับวิชาพิมพ์ดีด ทักษะการพูด การนำเสนอ ก็ได้รับการยกย่องอย่างสูง ทั้งที่คุณจะเป็นนักพูดที่เก่งกาจไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่มีเรื่องที่จะพูด ทักษะการหาเรื่องมาพูดและการเขียนเรียงความคือ ทักษะรูปแบบเดียวกัน

ปัจจุบันทักษะด้าน IT ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นทักษะที่บ่งบอกถึงความเป็นคนหัวก้าวหน้า เป็นคนยุคใหม่ แต่เดี๋ยวก่อน เพื่อนที่เก่ง IT เก่งคอม สมัยคุณเรียน ตอนนี้ทำอะไรกันอยู่ครับ คนเก่ง IT จำเป็นต้องมีทักษะหนึ่งคือ การปรับตัวให้ทันโลกหรือก้าวหน้าเร็วกว่าโลกเสมอ ผมไม่ได้บอกว่าทักษะใดสำคัญหรือดีกว่าทักษะอย่างอื่น แต่ทุกทักษะล้วนมีความจำเป็นต่อการประสบความสำเร็จ เป็นไม้ส่งต่อกันและกันเสมือนการวิ่งผลัด คุณคิดได้แต่ถ่ายทอดออกมาไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ คุณกล้าพูดต่อคนมากๆแต่ไม่มีข้อมูลหรือบทพูดที่ดีก็ไม่อาจสร้างความประทับใจได้

หลายคนเริ่มการเขียนบล็อกเพราะความชอบการเขียน แต่หลายคนเขียนบล็อกทำเว็บ เพราะเห็นโอกาสสร้างรายได้จากมัน ซึ่งก็มีความจำเป็นต้องมีบทความดีๆ การเขียนบทความคุณภาพสักห้าร้อยคำอาจต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ขึ้นกับหัวข้อ ข้อมูล และระดับความพึงพอใจของผู้เขียน แต่การเขียนไม่ใช่เพียงแค่การเติมสีดำลงบนพื้นที่ว่าง การเขียนที่ดีเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ การเขียนไม่ใช่เพียงแค่การบ่นเล่าเรื่องตัวเองออกไปในอากาศ

ทุกครั้งที่คุณเขียน มีคนอ่านเสมอ ไม่เหมือนกับที่คุณพูด ซึ่งอาจไม่มีคนฟัง หรือมีคนฟังแค่คนสองคน แต่บทความหรือข้อเขียนใน Facebook twitter blog มีคนอ่านและส่งต่อมากกว่าที่คุณคาดคิด ที่นักการตลาดบอกว่าการสร้าง Brandนั้นยาก แต่การแก้ไขนั้นยากที่สุด ครั้งต่อไปที่คิดจะเขียนหรือนำเสนออะไร คิดให้ดี ถ้าคิดว่าดีแล้ว ลองอ่านดูอีกสักรอบครับ อย่าเร่งรีบผลิตบทความเสียจนทำเพียงแค่ ค้นหาข้อมูลแล้วมาตัดแปะ (ผมเองก็ทำบ่อยๆ ในบางหัวข้อ) เพราะมันจะทำให้คุณไม่สนุก ไม่มีความสุขกับการเขียนเลย (เว้นแต่คุณไม่เคยทำงานนี้เพราะความชอบอยู่แล้ว) การทำอะไรซ้ำๆจะก่อเกิดเป็นความเคยชิน และกลายเป็นนิสัยในท้ายที่สุด กว่าคุณจะรู้ตัว คุณก็อาจจะกลายเป็นสุดยอดนักสร้างบทความ ด้วยเทคนิค Copy&Paste

เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณเขียนบทความได้สนุก และมีความสุขมากขึ้น อีกทั้งบทความชั้นยอดก็จะนำมาซึ่งปริมาณคนเข้าชมที่มากขึ้น การจัดอันดับที่ดีขึ้น และรายได้ที่มากขึ้น

1.เขียนในเรื่องที่ตัวคุณสนใจอย่างแท้จริง เรื่องการหารายได้มาทีหลัง คุณต้องหาเรื่องที่คุณชอบ สนใจ คลั่งไคล้ ที่จะคิดถึงมัน นึกถึงมันเสมอ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความอยากบอกต่อ อยากเล่าให้คนอื่นฟัง ลองนึกดูครับ มีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณตื่นเต้น และรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้บ้างไหม

2.เขียนให้เหมือนที่คุณพูด การพูดเป็นสไตล์ เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของคุณ พูดเร็ว พูดช้า สุภาพ ตลก คุณสามารถถ่ายทอดมันออกมาในบทความได้เช่นกัน คงลำบากน่าดูถ้าคุณมีวิธีพูดอีกอย่าง แต่ตอนเขียนคุณเขียนอีกอย่าง

3.ศึกษาทักษะพื้นฐานของการเขียนบ้าง ว่ากฎและมาตรฐานที่ยอดนักเขียนเขาใช้กันมีอะไรบ้าง เช่น ความยาวบทความที่เหมาะสม รูปแบบการใช้สรรพนาม บทเริ่มต้น บทสรุป แต่ทั้งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องยึดตามเสมอไป เอาที่เป็นแบบตัวคุณนั่นแหล่ะ เพียงแต่บางครั้งเราก็ควรทำในสิ่งที่ได้รับการค้นคว้ามาแล้วว่ามันเหมาะสม

4.เขียนให้อ่านง่าย สะกดให้ถูกต้อง บทความดีๆที่สะกดผิดเยอะแยะ ไม่เคยมีในโลกนี้ ถ้าคุณพิมพ์ใน Microsoft Word จะมีตัวช่วยตรวจสอบการสะกดของคุณ ถ้าคุณไม่แน่ใจหยิบมือถือขึ้นมา มีเครื่องมือดีๆมากมายที่จะช่วยคุณได้ในเรื่องนี้

5.ข้อมูลนั้นสำคัญ แต่ต้องอย่าลืมความเป็นศิลปะในการเขียนบทความ ข้อมูลดีๆมีอยู่มากมาย ใครๆก็ค้นหาได้ แต่การรวบรวม คัดเลือกมาให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการเขียนบทความต่างหากที่คุณควรให้ความสำคัญ รวมทั้งการเลือกใช้รูปภาพ ไม่ต้องมาก แต่สื่ออารมณ์ที่คุณต้องการได้ดี และอย่าลืมให้แหล่งเครดิตที่คุณเอามาด้วยล่ะ เพราะวันหนึ่งคุณอาจดัง ตอนนั้นคุณอาจเดือดร้อนเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ได้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน

6.ถ้าคุณต้องการรายได้จากบทความ ต้องการให้มีคนอ่านบทความ อย่าลืมค้นหาคำหลัก Keywords research ให้ดีก่อนครับว่า เจ้าหัวข้อที่คุณกำลังจะนำเสนอนี้คนทั่วไปเขาเรียกว่าอะไร เขาค้นหาคำว่าอะไรกัน ถ้าพวกเขาต้องการข้อมูลเรื่องนี้ เว้นแต่คุณเขียนเพราะความสนุก ไม่ได้ต้องการให้ใครอ่าน ก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย

7.หัวข้อ ประโยคพาดหัว ต้องโดน เรียกว่าประโยค H1 ในบทความของคุณ คือส่วนที่สำคัญที่สุด ชาวโลกออนไลน์จะค้นพบเจ้าประโยคที่ทาง SEO เขาเรียกกันว่า H1 นี้ก่อนเนื้อหาอันสุดยอด ถ้าคุณพาดหัวไม่ได้เรื่อง เนื้อหาเทพๆก็คงไม่มีใครเข้าไปอ่าน (หัวข้อบทความอาจจะไม่ได้เป็น H1 ทั้งนี้ขึ้นกับเครื่องมือที่คุณใช้สร้างเว็บหรือบล็อกด้วยครับ) แต่อย่าพาดหัวเกินจริง แล้วทำให้ถูกคนอ่านด่าเอานะครับ

8.บทความที่ดี ต้องแชร์ อย่าเขียนไว้อ่านคนเดียวครับ แบ่งปันความคิดอันสุดยอดของคุณออกไป มันอาจสร้างแรงบันดาลใจ หรือช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นๆได้ อย่าดูถูกฝีมือหรือบทความของคุณ เชื่อผมสิครับ ต้องมีคนชอบมันบ้างแน่นอน

สิ่งที่สำคัญคือ ทำสิ่งที่คุณรักและสบายใจ มีความสุขที่จะทำ โดยเฉพาะการเขียน ถ้าคุณเขียนบ่อยๆ คุณยิ่งเก่ง ถ้าคุณเขียนเรื่องที่คุณชอบ คุณจะยิ่งมีความสุข ถ้าคุณจำใจเขียนเรื่องที่ไม่ได้สนใจ นานวันไปคุณจะเบื่องานเขียน เบื่อตัวเอง เริ่มต้นวันนี้ วันที่คุณยังไม่ดัง ยังไม่มีคนติดตาม เขียนในแนวทางของคุณ ในแบบของคุณ อย่างน้อย คุณก็จะมีความสุข และสนุกกับงานเขียนครับ

แนะนำกลุ่มในเฟส เป็นกลุ่มปิดนะครับ แต่ก้อพร้อมรับเพื่อนใหม่เสมอครับ
แบ่งปันไอเดีย เทคนิคการเขียน แนวทางสร้างรายได้จากงานเขียน
https://www.facebook.com/groups/life4write/

หลายคนคาดหวังการสร้างรายได้จากการเขียน แต่ผมอยากให้สร้างความสุขจากการเขียนและแบ่งปัน ถ้างานคุณดีพอ น่าสนใจพอ มีคนรอทำธุรกิจกับคุณอยู่แน่นอนครับ บทความนี้ผู้เขียน เขียนด้วยความคิดส่วนตัว อาจไม่ถูกต้อง หรือถูกใจใครบ้าง ก็ขออภัย ณ ที่นี้ครับผม                                                             



Create Date : 10 กรกฎาคม 2558
Last Update : 10 กรกฎาคม 2558 23:26:49 น.
Counter : 285 Pageviews.

0 comment
เหตุผลที่เยอรมันได้แชมป์ฟุตบอลโลก

การเรียนรู้ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือ การเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ เรียนรู้จากผู้ชนะ และแม้แต่การเรียนรู้จากผู้แพ้ที่ยิ่งใหญ่ก็มีประโยชน์มหาศาล ควันหลงฟุตบอลโลก ผู้ชนะคือเยอรมันนี วันนี้มาลองค้นหากันดูดีกว่าครับ ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่มีเรื่องอะไรให้เราเรียนรู้ได้บ้าง

วัฒนธรรมเยอรมันที่มีผลต่อแชมป์เวิล์ดคัพ และการสร้างชาติ ไม่ว่ารุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ความแข็งแกร่งของเยอรมันถูกกำหนดโดยบุคลิกประจำชาติที่สะสมกันมา เรียกว่าวัฒนธรรม

การศืกษาไทยสอนเรื่องวัฒนธรรมของคนชาติต่างๆน้อย คนไทยจำนวนมากจึงมีปัญหาในการทำงานกับชาวต่างประเทศ คนไทยแยกไม่ออกระหว่างวัฒนธรรมเยอรมัน ดัทช์ อังกฤษ ฝรั่งเศส นอรเวย์ เดนมาร์ค สวีเดน ฮังการี อเมริกันรัฐต่างๆ แยกไม่ออกระหว่างอิรัก อิหร่าน ซาอุดี้ คูเวต มอรอคโค อัลจีเรีย กาตาร์ บาห์เรน อินโด และมาเลเซีย

วัฒนธรรมเยอรมันเป็นอย่างไร

ชาวเยอรมันเป็นพวก นักปฏิบัติ pragmatic ไม่ใช่นักอุดมการณ์แบบที่อเมริกาแสร้งทำ ประเทศนี้มีประสบการณ์ยาวนาน จึงอยู่กับโลกที่เป็นจริง เยอรมันใกล้ชิดกับรัสเซียจนถูกอเมริกาดักฟังโทรศัพท์ เพราะรู้ว่าต้องพึ่งพา gas จากรัสเซียตลอดไป นี่คือreal world ของเยอรมัน ไม่มายุ่งเรื่องตะวันออกกลาง เพราะรู้ว่ายาก คนนอกไม่ควรเข้าไปเสี้ยม ไม่บ่นเรื่องของไทย เพราะเคยมีเผด็จการรัฐสภาแบบฮิตเลอร์มาก่อน จนประเทศเจ๊ง เยอรมันไปทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับจีน เพราะจีนสำคัญ เมื่อประเทศเยอรมันชัดเจนเรื่องทิศทาง จึงสร้างกฏกติกาที่ทุกคนไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเถียงกัน คนก็วางแผนบริษัท วางแผนชีวิตภายใต้กติกานั้น

เยอรมันเชื่อว่าฟุตบอลเป็นเรื่องสำคัญ จึงทุ่มเท ทำงานหนัก มีวินัยตามสไตล์ นักกีฬาเยอรมันไม่ทำสีผม ไม่ทำตัวเป็นดาราเรียกความสนใจแนวละครช่อง 3 แบบบราซิลเยอรมันจะทำทีมฟุตบอลต่อไปเป็นร้อยปี มั่นคงในแนวทางที่เลือกเสมอ

เยอรมันเป็นประเทศที่ทุกคนเน้นการวางแผน ตั้งแต่ออกแบบเมือง การสร้างจังหวัด การสร้างอุตสาหกรรม. การศึกษา สาธารณูปโภค คนเยอรมันจะตื่นมาพร้อมแผนการทำงานของตนเสมอ จึงมีอุตสาหกรรมที่ชัดเจน มีเอสเอ็มอีที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ ขายระดับโลกมากมาย ทีมบอลเยอรมันเน้นการวางแผน มีวินัยในการทำตามแผนต่อเนื่อง ไม่แตกแถว

คนเยอรมันเป็นพวกบ้างาน คิดริเริ่ม เป็นนักประดิษฐ์ และจะทำงานจนสำเร็จไม่ทิ้งงานกลางคัน กองทัพอเมริกาในเยอรมันทำคู่มือให้ทหาร บอกว่าอย่าตกใจถ้าเข้าไปในบังเกอร์ทหารเยอรมัน จะพบว่ามีหน้าต่าง ทาสีสวยงาม มีโต๊ะ แจกันดอกไม้ ทหารวุ่นกับการดูแลอุปกรณ์ เครื่องแบบทุกวัน นึกถึงทหารเยอรมันกับทหารอเมริกันในสมรภูมินะครับ ตามนั้นเลย ทหารเยอรมันจะดูดี เนี๊ยบมาก อเมริกันดูมอมแมม

เมื่อเยอรมันทำอะไร จะเก่งเรื่องสร้างองค์กร จะประดิษฐ์อะไร ก็ทำอยู่นั่นจนเสร็จ ระบบสปายของเยอรมัน อเมริกันกลัวมาก เป็นความลับสุดยอด มีคนสรุปว่าคนเยอรมันไม่รู้จักเอนจอยไลฟ์

เยอรมันเป็นพวกจริงใจมาก ไม่โกหก ถ้าบอกว่าจะบุกประเทศไหน จะทำตามนั้น นี่เป็นจุดอ่อนในสงคราม คนเยอรมันรักษาเกียรติ และคำพูดมาก ถ้าเยอรมันจะเอาเรื่องเมกา ก็จะไม่เปลี่ยนความตั้งใจ จะคบกับเยอรมัน อย่าโกหกครับ

คนเยอรมันเป็นคนเทรดิชั่นจัด ใช้สินค้าอะไรก็ไม่เปลี่ยนยี่ห้อ แต่งตัวสีมืด ข้าราชการนะครับ จะแยกงาน ชีวิตส่วนตัวชัดเจน งานเป็นงาน มีลักษณะฟอร์มอลมาก ที่ส่วนตัวของเขาคือ บ้าน มีเพื่อนไม่กี่คนได้ไป

แต่เมื่อคนเยอรมันออกเที่ยว นี่คือจุดอ่อน ความอ่อนไหว ปล่อยตัวจะออกมา โอกาสที่จะเข้าถึงจิตใจที่อ่อนไหวของชาวเยอรมัน คือตอนที่เขามาเที่ยว จะรักษาศักดิ์ศรีเยอรมัน ได้แฟนกลับประเทศกันเยอะ

คนเยอรมันเหมือนกับดัทช์ ใช้เงินระมัดระวัง และต้องมีประโยชน์ เน้นลงทุน ประเทศพวกนี้จึงมั่งคั่งกว่ายุโรปอื่น เหนียวนะครับ ใช้เงินเป็น แต่ถ้าเพื่อนสเปนผมมา มันใช้เงินจนติดลบทุกที

คนเยอรมันเน้นความซื่อสัตย์ ต่อองค์กร ชาติ ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน มาก my honor is my loyalty บุคลิกแบบนี้ อเมริกันบอกว่าน่ากลัว เพราะเป็นลักษณะของnatural soldier ที่มีความสามารถทางวิศวกรรม และเทคโนโลยี่ คนเยอรมันรักสัตว์ ธรรมชาติ และสุภาพนะครับ ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่สุภาพกว่าอเมริกันมาก

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าชาวเยอรมันถือเรื่องชนชั้น ซื่งคำนึงถึงมารยาท การศึกษา
ความสุภาพ คล้ายๆพวกอังกฤษ หรือชาวปารีสที่บอกว่าตนเองต่างจากฝรั้งเศสในต่างจังหวัด เยอรมันเป็นพวกดื้อ และไม่ทนกับความผิดพลาด ขาดวินัย ทำงานกับเยอรมันต้องไม่สาย ไม่คุยโทรศัพท์ ไม่เฟสบุ้ค ไม่คุยเรื่องส่วนตัว เลิกงานกลับบ้าน ใครทำไม่เสร็จแสดงว่าประสิทธิภาพห่วย บ้านและครอบครัว สำคัญกับชาวเยอรมันมาก


ทีมบอลเยอรมันยังไปอีกไกลครับ รู้จักวัฒนธรรมประเทศในโลก จะทำให้ประเทศไทย และคนไทยเข้มแข็ง นี่เป็นเรื่องกว้างนะครับ ยังแยกเป็นระดับแคว้นได้อีก บาวาเรียก็มีเอกลักขณ์ของตนเอง เบรเมน ฮัมบูร์ก ก็มีรายละเอียดเพิ่มเข้ามา

บทความส่วนนี้จากเพจของอาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา และต่อไปคือข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจ ที่มาจาก internet ครับ

เหตุผลที่ประเทศเยอรมันได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2014
-----------------------------
1. ระดับหนี้สินต่อครัวเรือนของคนเยอรมันอยู่ในระดับต่ำมากที่สุดในยุโรป ชาวบ้านทั่วไปนิยมใช้จ่ายด้วยเงินสดมากกว่าบัตรเครดิต

2. ธนาคารไม่อนุมัติบัตรเครดิตให้กันง่ายๆ ในขณะที่ชาวเยอรมันก็ไม่ต้องการได้บัตรเครดิตง่ายๆเช่นกัน

3. คนเยอรมันสามารถออมเงินได้ 10% ของเงินเดือนแทบทุกคน

4. ผู้คนส่วนใหญ่มีเงินฝากในธนาคารเป็นกอบเป็นกำทำให้ระบบการหมุนเวียนของเงินกู้กับเงินฝากสมดุลกันได้ดี

5. คนเยอรมันไม่นิยมเอาบ้านหรือรถยนต์ไปจำนองเพื่อนำเงินมาทำธุรกิจ เพราะถือว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจจะสูญเสียทรัพย์สินที่มีอยู่

6. คนเยอรมันใช้เวลาทำงานต่อสัปดาห์น้อยกว่าคนในชาติอื่น ๆ ทั่วโลก แต่ได้ประสิทธิภาพมากกว่า

7. การทำงานล่วงเวลาถูกมองว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากการให้เวลากับครอบครัวหลังเลิกงานถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

8. เวลาแปดชั่วโมงต่อวัน คนเยอรมันทำงานอย่างจริงจังในเวลางาน ไม่เสียเวลาไปกับการพูดคุยเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน อีเมลล์ส่วนตัว Facebook และโทรศัพท์มือถือ …เป็นที่รู้กันว่าไม่ควรใช้ในชั่วโมงทำงาน

9. นักข่าวชาวอังกฤษที่ไปทำงานในโรงงาน Faber & Castel ที่เยอรมนี ถูกต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานทันทีที่หยิบโทรศัพท์เพื่อต้องการส่ง SMS แค่ครั้งเดียว

10. ชีวิตในที่ทำงานที่นี่เขาจริงจังกันมาก ไม่มีการพูดคุย นินทา ไม่อยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็นแฟนใคร ใครเลิกกับใคร ใครจะไปออกเดทกับใคร ไม่แม้แต่จะเล่าเรื่องละครทีวีที่ดูเมื่อคืน เลิกงานแล้วจะไปไหน จะไปทานดินเนอร์กับใคร ก็ไม่มีการพูดคุยกัน

11. การมาทำงานสายจะถูกมองว่าเป็นคนไม่รักษาสัญญา จะมาสายสามนาทีหรือสามสิบนาที ก็ถือว่าเป็นคนไม่มีคุณภาพ เพราะขาดความเคารพต่อตัวเองและองค์กร

12. สองในสามของคุณแม่มือใหม่จะไม่ทำงานนอกบ้าน การบอกว่าเป็น Housewife ในประเทศอื่น ๆ อาจจะรู้สึกเขินอายเหมือนว่าตนเองไม่มีงานทำ แต่ที่นี่มีแต่ความภาคภูมิใจ หากจะได้เป็น Housewife

13. รัฐบาลให้สวัสดิการดีกับคุณแม่ที่ต้องออกจากงาน ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้แม่ได้เลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง การให้เวลากับลูกถือเป็นสิ่งสำคัญ

14. ในวันอาทิตย์ ร้านรวงทั่วไปตามแหล่ง Shopping จะปิดเงียบ เพื่อให้ผู้คนส่วนใหญ่มีเวลาอยู่กับครอบครัว เมื่อสถาบันครอบครัวแข็งแรงประเทศชาติก็จะแข็งแรง

15. ในยามยากของเศรษฐกิจ บริษัทส่วนใหญ่ไม่ใช้วิธีการ Lay off พนักงาน ไม่นิยมการปลดคนงานออกแบบกระทันหัน เพื่อความอยู่รอดของบริษัท

16. อาจจะเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปเสียแล้วที่บริษัทจะเป็นห่วงความอยู่รอดของพนักงานก่อน เพื่อที่จะได้ช่วยกันประคองให้บริษัทอยู่รอด

17. พนักงานยินดีที่จะถูกลดรายได้อย่างพร้อมเพียงกันเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้และบริษัทอยู่รอด สิ่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงการรักพวกพ้อง รักองค์กร และรักชาติในที่สุด

18. ทีมชาติฟุตบอลของเยอรมนี จะไม่ค่อยมีดาวเด่นที่โด่งดังระดับโลก แต่ก็สามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 3 สมัย ด้วยทักษะการเล่นอย่างเป็นทีมเวิร์คมากกว่าความสำเร็จจากความสามารถเฉพาะบุคคล

19. การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ประหยัด จริงจังในหน้าที่ มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบสูง รักครอบครัว รักพวกพ้อง รักชาติ เหล่านี้ล้วนเป็นอุปนิสัยขั้นพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ในเยอรมนีได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน

ที่มาบทความ Just freelance




Create Date : 16 กรกฎาคม 2557
Last Update : 16 กรกฎาคม 2557 22:05:41 น.
Counter : 356 Pageviews.

0 comment
วิธีทำให้ชีวิตมีสุขฉบับขำๆ

คอยช่วยเหลือเพื่อนในยามที่เขาต้องการเสมอ


เชื่อมั่นในตัวเองซะ


กล้าหาญเข้าไว้ แต่ก็โอเคนะถ้าจะกลัวบ้างในบางเวลา



ตั้งใจเรียนเถิดจะเกิดผล


จูบเยอะๆ


หัวเราะบ่อยๆ เอิ๊กๆ


เลิกวิตกกังวลเรื่องน้ำหนักเสียที มันก็แค่ตัวเลข


เยือกเย็นเข้าไว้ แม้ในเวลาที่ดูไม่มีความหวังเช่นนี้


แอบหาเวลาไปงีบบ้าง การนอนกลางวันช่วยให้ทำงานดีขึ้น


รักเพื่อนๆ ของคุณ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร


พักผ่อนเสียบ้าง ดนตรียังต้องมีจังหวะเงียบ ชีวิตเราก็เช่นกัน


ถ้ามันคุ้มก็ลองเสี่ยงดูบ้าง อย่ากลัวล้มเหลว


หาเรื่องสนุกๆ ทำในแต่ละวัน อันนี้สำคัญนะ


ทีมเวิร์คน่ะ ดีที่สุดแล้ว


ก้อแค่ตกหลุมรักใครสักคน


แล้วก็ จูบแสดงความรักบ่อยๆ


และอย่าลืมว่ามีคนอย่างน้อยหนึ่งคน รักคุณเกินกว่าที่คุณรู้อยู่เสมอ


รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนดีๆเอาไว้ มันคงมีไม่กี่คนหรอกในชีวิตนี้


สุดท้าย ยิ้มวันละครั้งก็ยังดี ยังมีเรื่องสนุกๆ อีกเยอะ



Create Date : 20 เมษายน 2551
Last Update : 20 เมษายน 2551 12:33:40 น.
Counter : 347 Pageviews.

6 comment
เทคนิคการพูดกับแฟนสาว
เทคนิคการพูดกับแฟนสาว


ผู้ชายทุกคนมักจะมีปัญหาในการสื่อสารเพื่อให้ผู้หญิงเข้าใจ เพราะผู้ชายจะไม่สามารถหมุนตามอารมณ์ของผู้หญิงได้ทัน ทำให้เกิดการทะเลาะกันอยู่เสมอๆ

1. หาเวลาเพื่อคุยกันโดยเฉพาะ
หากคุณตัดสินใจอะไรได้ในขณะที่อยู่ในสถานที่ๆเสียงดังๆ เช่น ผับ หรือ บาร์ อย่าพยายามที่จะพูดคุยอะไรกับผู้หญิงในนั้น นอกจากเธอจะไม่เข้าใจแล้วเธอจะคิดว่าคุณไม่รู้จักเวล่ำเวลาอีกด้วย หากเวลาที่อยู่กันตามลำพัง ปิดโทรทัศน์และโทรศัพท์สักครู่ เพื่อให้การพูดคุยนั้นลื่นไหล

2. อย่าเบี่ยงเบนความสนใจ
การใช้สายตาระหว่างการพูดคุย ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะทำเพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีกว่าการหลบสายตา หรือหากคุณก้มหน้า เธออาจจะไม่สบายใจกับสิ่งที่คุณพูด

3. "ผมรู้สึกว่า..."
การเริ่มต้นการสนทนาด้วยคำว่า "ผมรู้สึกว่า..." จะทำให้ผู้หญิงคิดได้ในหลายทางเช่น คุณยังต้องการเวลาที่จะคิดในสิ่งที่คุณรู้สึกและคุณอาจจะหยุดความสัมพันธ์ของคุณไว้ก่อน เป็นคำพูดที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิตคู่

4. ฟัง
การฟังเป็นศิปะอย่างหนึ่ง ให้คนรักของคุณหยุดพูดเสียก่อน อดทนเอาไว้และคุณควรจะหยุดอาการ เก็บอาการเอาไว้เสียด้วยเวลาที่เธอพูดอะไรที่อาจจะทำร้ายจิตใจของคุณ

5. ตามเธอให้ทัน
พยายามที่จะใช้คำพูดว่า "ผมคิดว่าสิ่งที่คุณพูด...และผมรู้สึกได้ว่า..." การที่คุณพูดเช่นนั้น จะทำให้เธอรู้สึกว่าคุณตั้งใจที่จะฟังและสนใจในสิ่งที่เธอพูดและคุณก็แสดงความคิดเห็นออกมาได้

6. ช่วยกันคิด
อย่าเอาสิ่งที่คุณเคยทะเลาะกันมาเกี่ยวข้องเด็ดขาด พยายามอยู่ในหัวข้อที่คุณกำลังสนทนาอยู่และพยายามหาผลลัพธ์ของมัน เพราะมันไม่ใช่การแข่งขัน เพราะฉะนั้นหากคุณสองคนกำลังประสบปัญหาสักอย่าง กรุณา..ช่วยกันคิด

7. ทีละเล็กทีละน้อย
ถ้าคุณต้องตัดสินใจในเรื่องใหญ่หรือเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ พยายามแยกสิ่งนั้นให้ปลีกย่อย และค่อยๆคิดในแต่ละส่วน และในที่สุดคุณก็จะสามารถแก้ปัญหาจากจุดเล็กๆไปจนถึงจุดใหญ่ๆได้อย่างง่ายดาย

8. พูดให้เคลียร์
การพูดคุยกันจะต้องทำให้อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังจะบอกด้วย เช่น วันพุธนี้คุณอยากอยากจะทำความสะอาดรถและตกแต่งรถสักสองสามชั่วโมง ดีกว่าที่จะพูดว่า คุณน่ะไม่เคยทำอะไรกับรถเลย ฉะนั้นผมจะทำเอง การพูดเช่นนั้นจะทำให้คนรักรู้ว่าคุณต้องการอะไรและจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการที่คุณโยนความผิดมาให้เธอ

9. ตามอารมณ์เธอหน่อยสิ
การหัวเราะอาจจะช่วย่ได้เพียงบางสถานการณ์เท่านั้น โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดีแล้วล่ะก็ พยายามสังเกตว่าสิ่งที่เธอกำลังพูดน่ะเธอจริงจังแค่ไหน และปรับอารมณ์ตามเธอ ไม่ใช่ว่าเธอพยายามจะพูดปรึกษา แต่คุณกลับพูดจาเหมือนไม่สนใจ ทะเลาะกันแน่ๆแบบนี้น่ะ

10. อย่าทำให้เธอรู้สึกแย่
การโทรไปหาเธอและบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา ก็ทำให้เธอรู้สึกแล้วว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เธอทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า หากคุณมีเรื่องไม่สบายใจจริงๆ ควรจะบอกเธอสักเล็กน้อย ดีกว่าปล่อยให้เธอคิดเอง เป็นการให้เวลาเธอคิดไปด้วย และอย่าลืมว่าคุณต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณพยายามจะบอกเธอไม่ใช่เฉไฉไปเรื่องอื่นเสียก่อน

ข้อมูลจาก //www.pooyingnaka.com



Create Date : 14 เมษายน 2551
Last Update : 14 เมษายน 2551 12:40:24 น.
Counter : 181 Pageviews.

0 comment
เทคนิคการกินหมูกระทะ
46 วิธีกินหมูกะทะ(หมูย่างเกาหลี)ให้สะใจ

1.ไม่ควรแต่งกายเมืองหนาว
2.เตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
3.เครื่องดื่ม Sponsor จะช่วยได้ในยามเสียเหงื่อ
4.ควรเลือกที่นั่งอยู่เหนือลมป้องกันขี้เถ้าเข้าตา
5. อย่านั่งใกล้ชั้นวางเครื่องดื่มเพราะจะทำให้คุณอาจจะเปลี่ยนจากผู้บริโภคเป็นผู้บริกรทันที
6.ไม่ควรนั่งหันหน้าเข้าข้างฝา
7.เพราะการหันหลังคีบหมูกะทะยากมาก
8.ดูฮวงจุ้ยดีๆ คีบถนัด เอื้อมแขนถึง
9.ไม่ควรสั่งเนื้อมากินเพราะเป็น!ใหญ่
10.ไม่ควรสั่งละมั่งมากินเพราะเป็น!สงวน
11.แยกหม้อถ้าไม่กินเนื้อ
12.แยกหม้อถ้าไม่กินผัก
13.แยกกันถ้ามันเรื่องมากนัก
14.เตรียมดอกไม้ไปจากบ้านเพราะจะมีเด็กมาขายและทำให้สียเงิน
15. อย่าเอาดอกกุหลาบที่ซื้อมากำละ20ไปจีบสาวโต๊ะข้างๆเพราะเป็นการลงทุนต่ำทั้งเงินและสติปัญญา
16.อย่าจีบเด็กเสิร์ฟขณะยกหม้อมา
17.ไม่ควรเปิดเพลง เจ้าตาก ของคาราบาวระหว่างการกินหมูกะทะเพลงเร็วย่างไม่ทันกิน
18.คีบเนื้อให้มั่นคง
19.เพราะในหม้อหมูกะทะเหมืองสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เนื้อจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
20. หากเนื้อคุณหายให้เอาตะเกียบไปใกล้ๆตะเกียบของเพื่อนร่วมหม้อและคีบเอาเนื้อของมันมา
21.แล้วท่านจะได้เนื้อของท่านคืนมา
22.ไม่ควรกินเหล้าระหว่างการกินหมูกะทะเพราะจะทำให้เมา
23.ถ้าเมาแล้วไม่ควรพยายามขับรถกลับบ้าน
24.หรือขับหมูกะทะกลับบ้าน หรือขับรถกลับหมูกะทะ
25.ถ้าไม่อยากหัวเหม็น เลือกร้านที่โอเพ่นแอร์เท่านั้น
26.ชวนหญิงดูพระจันทร์ในหม้อหมูกะทะจะโรแมนติกมาก
27.นักมวยควรถอดฟันยางก่อนกิน
28.หยุดทำทุกอย่างขณะยกเตามา
29.ไม่จำเป็นต้องกินให้หมดถ้าอิ่ม เพราะไม่ใช่โออิชิ ไม่มีปรับของเหลือ
30.ไม่ต้องปั้นหน้าอร่อยเหมือนพิธีกรรายการ อร่อยบ่ายครายเครียด
31.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะทั่วไปกับหมูกะทะแซบฮัท
32.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะแซบฮัท กับ เดอะหมูกะทะแซบคัมปะนี
33.หลอกเพื่อนไม่กินเนื้อว่านี่คือหมู
34.หลอกเพื่อนไม่กินหมูว่านี่คือผักบุ้ง
35.หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในหม้อหมูกะทะจะมีกลิ่นอ่อนๆเทอราปีช่วยครายเครียด
36.คนผมยาวรวบผมให้ดี ผมสยายลงในจานเนื้อเหม็นมาก
37.โกนหนวดก่อนจะดี เศษจิ้มจุ่มติดหนวดดูเซ็กซี่เกินไป
38.ไปกินหลายๆคน
39.แล้วแย่งกันกิน
40.ร้านที่กินต้องบุฟเฟ่เท่านั้น
41.ร้านแถวรามก็ดีไปเลย
42.แต่อย่าไปเลยถ้าไปกินน้อยกว่า 4คน เพราะจะไม่หนุก
43.เอ่อ...ล้างมือก่อนกิน
44.อ่า...กินเสร็จแล้วล้างมือ
45.อ้อ...การให้ทิป ทำให้พนักงานเสิร์ฟมีกำลังใจสู้ชีวิต
46.อิ่ม เมา ขับ หลับ ไม่ตื่น ^^"
ข้อมูลจาก //www.pooyingnaka.com



Create Date : 14 เมษายน 2551
Last Update : 14 เมษายน 2551 12:37:58 น.
Counter : 298 Pageviews.

4 comment

DD MAN
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เชื่อเสมอว่าโชคดี
แท้จริงแล้วคือผลของการตัดสินใจที่ดีเท่านั้นเอง